สงครามเบอร์เกอร์ไก่เคเอฟซี ท้าชน บิ๊กแมค

ภาพผู้พันแซนเดอร์ ใช้ไม้เท้าเขี่ยเบอร์เกอร์ (ซึ่งเข้าใจว่าเป็นแมคโดนัลด์) ทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ก่อนที่หนุ่มน้อยจะโผเข้ากอดเขาอย่างซาบซึ้ง และตกลงใจเป็นสาวกของเคเอฟซี เบอร์เกอร์ ในหนังโฆษณาชุดใหม่ของเคเอฟซี อดนึกถึงโฆษณาของศึกน้ำดำ ระหว่างโค้กและเป๊ปซี่ ที่ออกมาถล่มกันกับแบบจะจะ

โฆษณาชิ้นนี้ นับได้ว่าเป็นการประกาศศึกของเคเอฟซี เพื่อชิงแชมป์กับเจ้าตลาดเบอร์เกอร์อย่างแมคโดนัลด์ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น QSR ใหญ่ที่สุดในโลก ชนิดต่อต่อตาฟันต่อฟัน

ส่วนสาเหตุที่เคเอฟซีมั่นใจถึงเพียงนี้ ก็เพราะว่าแม้ตลาดโลกจะเป็นรอง แต่ตลาดในไทย เคเอฟซี กำลังมาแรงแซงหน้าแมคโดนัลด์ ด้วยการโหมรุกตลาด เบอร์เกอร์อย่างหนัก รวมถึงการรุกขยายสาขาชนิดที่เจาะลึกถึงรากหญ้า

หาก Trademark Food ของแมคโดนัลด์คือบิ๊กแมคแล้วล่ะก็ ของเคเอฟซีก็คือไก่ป๊อป แต่เมื่อว่ากันถึงเรื่องไก่ ภาพของเคเอฟซียืนหยัดอย่างชัดเจนเหนือคู่แข่งใดๆ ดังนั้นการแสวงหาโอกาสทางการขายใหม่ๆ ด้วยการออก Product Line ใหม่ๆ ถึงแม้จะต้องชนกับเจ้าตลาด แต่ก็เป็นบททดสอบพลังของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็เพื่อผลักดันให้แบรนด์เคเอฟซีเติบโตด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กว้างขึ้น โดยไม่ได้หวังพึ่งบุญเก่าอย่างไก่ทอดเพียงอย่างเดียว

เคเอฟซีในฐานะผู้ท้าชิงใหม่ในเซ็กเมนต์เบอร์เกอร์แต่เก๋าเกมในสนามแข่ง QSR ดูน่ากลัวไม่น้อย ขณะที่เบอร์เกอร์คิง ถูกกันออกนอกสนามแข่ง เนื่องจากจำนวนสาขาอันน้อยนิด และราคาที่สูงกว่าแบรนด์อื่นๆ อย่างชัดเจนนั่นเอง

บัลลังก์เบอร์เกอร์ที่แมคโดนัลด์ครอบครองมาตลอดระยะเวลา 24 ปี ในไทย กำลังถูกท้ารบจากเคเอฟซี คู่แข่งที่ Aggressive ยิ่งนัก

ครึ่งปีหลังของปี 2551 กับการโหมโปรโมตเคเอฟซี เบอร์เกอร์อย่างหนัก ยังผลให้ปัจจุบันเคเอฟซี เบอร์เกอร์มีสัดส่วนยอดขาย 10% ของยอดขายเคเอฟซีทั้งหมด คือผลงานชิ้นแรกที่ชัดเจนว่าเคเอฟซีมาถูกทาง และพร้อมรบเต็มอัตราศึก

จากนี้ไป คือการผลักดันให้ยอดขายเบอร์เกอร์คิดเป็น 25% ของยอดขาย เหมือนในประเทศจีน จะดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อปักธงให้เบอร์เกอร์เป็น 1 ใน Flagship Product ของเคเอฟซีให้จงได้

เบอร์เกอร์พร้อมเสิร์ฟทุกอำเภอ

ศรัณย์ สมุทรโคจร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยัม เรสเทอรองส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด บอกถึงทิศทางการทำธุรกิจของเคเอฟซีในปี 2552 ว่า การโปรโมตเบอร์เกอร์อย่างหนักเป็น1ใน 2 ภารกิจเร่งด่วนของเคเอฟซีในปี 2552 นี้ ร่วมกับการโปรโมตเมนูที่เรียกว่า Balanced New เช่น ไก่ อบไอน้ำ ผักสลัด เป็นต้น ขณะเดียวกันก็เตรียมจัดกิจกรรมฟุตบอล 7 คน เจาะกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 17 ปีเพิ่มมากขึ้นด้วย

ในอีกด้านหนึ่ง เคเอฟซี จะใช้กลยุทธ์การขยายสาขา และครั้งนี้ บุกไปเปิดทุกอำเภอทั่วไทย ขณะนี้ได้เริ่มรุกคืบไปในหลายอำเภอแล้ว และตั้งเป้าภายใน 5 ปี เคเอฟซี จะขยายให้ครบ 877 อำเภอทั่วไป

“แม้ว่ายอดขายของสาขาในอำเภอจะอยู่ที่ประมาณ 800,000 ถึง 1 ล้านบาท ก็คุ้มค่าที่จะลงทุน เพราะเมื่อเราไปแล้ว เราจะกลายเป็นแบรนด์เด่น แบรนด์หลักในอำเภอนั้นๆ เช่น หลังสวน เวียงสระ บ้านผือ เป็นต้น”

แผนธุรกิจดังกล่าว สะท้อนอย่างเป็นรูปธรรมถึงความจริงจังในการบุกตลาดรากหญ้าอย่างเต็มที่ และเหมาะกับภาวะเศรษฐกิจ เพราะการลงทุนสาขาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องลงทุนให้ใหญ่โต โดยเน้น “Economic Model”

“สร้างร้านให้ใหญ่โต แต่จริงๆ แล้วลูกค้าไม่ได้ต้องการ ส่วนเมนูจะปรับให้กระชับลง จัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น เช่น จัดระบบ Flow ในครัว ทำให้พื้นที่ครัวเล็กลง ซึ่งสามารถลดต้นทุนในการเปิดร้านใหม่ได้ 30-40% ต่อสาขา ขณะเดียวกันก็สามารถเปิดสาขาใหม่ได้เร็วขึ้น” ศรัณย์ให้รายละเอียด

ดังนั้นวัฒนธรรมเบอร์เกอร์เกอร์จะถูกแพร่หลายไปยังคนต่างจังหวัดมากขึ้น ตามจำนวนสาขาใหม่ของเคเอฟซีที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4 วันต่อ 1 สาขาในปีนี้ อย่างแน่นอน

ปัจจุบัน เคเอฟซี มี 360 สาขา (ข้อมูล ณ มกราคม 2552) คาดว่าจะเปิดอีก 90 สาขาภายในปีนี้ ซึ่งจะทำให้เคเอฟซีมีสาขา 450 สาขาภายในสิ้นปี 2552 นี้ ส่วนแมคโดนัลด์มี 117 สาขา และภายในสิ้นปี 2552 นี้จะเปิดเพิ่มอีก 15 สาขา รวมเป็น 232 สาขา ขณะที่วิชั่นของแมคโดนัลด์ในปี 2554 จะมีสาขา 300 สาขา รวมทุกโมเดลทั้งแมคโดนัลด์ แมคคาเฟ่ และคีออสของหวาน

ผลสำรวจจากการสอบถามผู้บริโภคพบว่า เคเอฟซีมีส่วนแบ่งดังกล่าว 52% ความถี่ในการเข้าร้านที่มากกว่าย่อมหมายถึงโอกาสในการขายเมนูอาหารต่างๆ ที่มีมากกว่านั่นเอง

ส่วนปีนี้แมคโดนัลด์จะเน้นขยายสาขาแบบ Drive Thru ให้มากขึ้น โดยเฉพาะสาขาในสถานีบริการน้ำมัน เนื่องจากมี Traffic สูง และมียอดใช้จ่ายต่อบิล 200 บาท สูงกว่าสาขาปกติซึ่งอยู่ที่ 87 บาท

แคมเปญกระแทกกล่องดวงใจแมคฯ

เริ่มต้นปี 2552 เคเอฟซีออกแรงปะทะไปยังแมคโดนัลด์อีกครั้งด้วยแคมเปญ CHANGE ภารกิจเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่ากับเคเอฟซี เพื่อโปรโมตเบอร์เกอร์กุ้งฟิต

แววคณีย์ อัสโสรัตน์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด – เคเอฟซี บอกว่า แคมเปญนี้ใช้งบการตลาด 35 ล้านบาท ยิงทีเซอร์กระตุ้นความสนใจ และหยั่งเชิงฟีดแบ็กจากกลุ่มเป้าหมายก่อน ด้วยการเปิดไมโครไซต์ www.votekfcburger.com ดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายที่ได้เห็น TVC ให้เข้ามาโหวต ซึ่งถือเป็นกิมมิกทางการตลาดที่น่าสนใจและได้ผลดี แม้จะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า หนุ่มน้อยในโฆษณาจะต้องเลือกที่จะไปหาของใหม่มากกว่าจะหยิบของเก่าซึ่งตกพื้นแล้วมากิน

โดยหลังจากยิงทีเซอร์ถี่ยิบเพียงสัปดาห์เศษ ก็มีคนเข้ามาโหวต 3,000 กว่าคน เคเอฟซีก็ปล่อย TVC ตอนต่อมาทันที และครั้งนอกจากเป็นการศึกผ่านหนังโฆษณา ด้วยเนื้อเรื่องที่ให้ผู้พันแซนเดอร์ทำหน้าที่เป็นผู้ใช้ไม้เท้าเขี่ยเบอร์เกอร์ (ซึ่งเข้าใจว่าเป็นแมคโดนัลด์) ทิ้งไปอย่างไม่ไยดี ยังสะท้อนถึงความพยายามเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษา ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักที่คุ้นเคยกับเบอร์เกอร์ ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ชอบทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน โดยทำเป็น Intregrated Media คือ ภาพยนตร์โฆษณา + ไมโครไซต์

“เบอร์เกอร์เป็นคำตอบของชีวิตที่ไม่มีเวลา ใช้มือสองข้างกินอาหารไม่ได้ แต่สามารถมือหนึ่งถือเบอร์เกอร์อีกมือหนึ่งคุยโทรศัพท์ไปพร้อมๆ กันได้”

เมนูน้อยกว่าครึ่งก็ไม่มีปัญหา

จะว่าไปแล้ว เมนูของเคเอฟซีมีน้อยกว่าแมคโดนัลด์มากกว่าครึ่ง โดยเบอร์เกอร์กุ้งฟิต เป็นเมนูเบอร์เกอร์ลำดับที่ 4 ของเคเอฟซี หลังจากไตรมาส 3 ปี 2551 เปิดตัว 3 เมนูเบอร์เกอร์พร้อมๆ กัน คือ ซิงเกอร์ เบอร์เกอร์ ชิกเก้น เบอร์เกอร์ และโรสเต็ด เบอร์เกอร์

แววคณีย์ เชื่อว่าถ้าออกเมนูเบอร์เกอร์อีกอย่างน้อย 1-2 เมนู เคเอฟซีจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดเบอร์เกอร์ในไทยได้อย่างแน่นอน ขณะที่ปัจจุบันแมคโดนัลด์มีเมนูเบอร์เกอร์ประมาณ 13 เมนู

“เมื่อเมนูเบอร์เกอร์ของเคเอฟซีรวมเป็น 6 เมนู ก็เพียงพอที่เราจะชนะคู่แข่งได้”

นั่นหมายความว่า จากส่วนแบ่งการตลาดเบอร์เกอร์ในปัจจุบันที่เคเอฟซีมีอยู่ 25% จะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ขณะที่แมคโดนัลด์มี 75% จะลดเหลือเป็น 50% หรือน้อยกว่านั้น เพราะยังมีเบอร์เกอร์คิงเป็นก้างขวางคออยู่อีกแบรนด์

อย่างไรก็ตาม แม้เคเอฟซีจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดเบอร์เกอร์ได้สำเร็จในอนาคต แต่ส่วนแบ่งตลาดระหว่างผู้นำกับผู้ตามจะไม่หนีกันนัก ซึ่งแววคณีย์เปรียบเทียบว่าจะเป็นเหมือนกับตลาดน้ำดำที่มีเป๊ปซี่และโค้กสู้กันอย่างสมศักดิ์ศรี

โดย 20% ของตลาด QSR มูลค่า 14,000 ล้านบาท เป็นสัดส่วนของตลาดเบอร์เกอร์ ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2551 ที่ผ่านมาเติบโตจากปี 2550 ประมาณ 30% สาเหตุเป็นเพราะจำนวนคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การรุกหนักของเคเอฟซีฉายชัดผ่านตัวเลขของงบการตลาดของเบอร์เกอร์ที่ทุ่มทุนกว่า 150 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของงบการตลาดเคเอฟซีทั้งหมด ขณะที่ปีที่แล้ว (เปิดตัวครึ่งปีหลัง) ใช้งบการตลาดเพียง 25 ล้านบาท

แววคณีย์บอกว่า การที่เคเอฟซีป็นผู้นำอย่างเบ็ดเสร็จได้นั้น จะต้องมี Flagship Product อย่างน้อย 4 ตัว จากที่ย้อนหลังกลับไป 5 ปีที่ผ่านมาเคเอฟซีจะเน้นหนักเมนูไก่ทอดเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นเป้าหมายก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำ QSR อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เพียงแค่จำนวนสาขาที่มากกว่าคู่แข่งเท่านั้น หากแต่หมายถึงเคเอฟซีจะต้องทำให้ Flagship Product อื่นๆ (เช่น เบอร์เกอร์) เป็นที่ 1ในแต่ละเซ็กเมนต์ให้จงได้

แมคฯ เน้นขายของ คละเมนูราคาถูก

ด้านแมคโดนัลด์เลือกที่จะโปรโมตในภาพรวมเพื่อตอบรับสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ด้วยการออกเมนูถาวร McSaver คละเคล้าเมนูขายดี จำนวน 9 เมนู 15 SKU ซึ่งมีทั้งเบอร์เกอร์ ไก่ทอด ไอศกรีม เฟรนช์ฟรายด์และเครื่องดื่ม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น Fast Moving Items จำหน่ายในราคาเมนูละ 22 และ 25 บาท ซึ่งเป็น Price Point ที่ผู้บริโภคยอมรับได้

เฮสเตอร์ ชิว ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด บอกว่า “คนต้องการจ่ายน้อยลง อยากได้อะไรที่คุ้มค่า เป็น Emotional Benefit”

ถือเป็นการปรับตัวจัดระบบเมนูเพื่อสื่อสารการตลาดใหม่ทั่วโลก โดย McSaver ประสบความสำเร็จมากในมาเลเซีย ซึ่งขายเมนูละ 2-4 ริงกิตมาเลเซีย ขณะที่สหรัฐอเมริกามีเมนูรูปแบบคล้ายคลึงกันนี้แต่ใช้ชื่อว่า Dollar Menu ซึ่งนอกจากรองรับลูกค้ากลุ่มเดิมที่มีกำลังซื้อลดลงแล้ว ยังต้องการเจาะไปยังกลุ่มที่เป็น Value Concious Customer ด้วย

“คาดหวังโอกาสการขายจากมื้อดึกด้วย ซึ่งรองรับความต้องการหลายแบบแบบหนักท้อง หรือเบาๆก็ได้” โดยในการโปรโมต McSaver นี้ใช้งบการตลาด 15 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เฮสเตอร์ ชิว ยอมรับว่า คนไทยนิยมบริโภคเนื้อไก่มากกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ ทำให้แมคโดนัลด์เตรียมเพิ่มเมนูไก่ให้มากขึ้น

เมื่อถึงเวลานั้นสีสันของการข้ามเขตรบของ 2 แบรนด์ยักษ์นี้มากขึ้นอย่างแน่นอน

แมคโดนัลด์ให้ความสำคัญกับ Extra Value Meals หรือชุดสุดคุ้มที่ประกอบด้วยเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายด์ และเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นกลยุทธ์เด่นเป็นอย่างมาก และจะยังคงเน้นหนักต่อไป มากกว่าที่จะโปรโมตเฉพาะเบอร์เกอร์อย่างหนักหน่วงเหมือนกับเคเอฟซี

ก่อนหน้านี้เมื่อกลางปี2551 ที่ผ่านมา เฮสเตอร์ ชิว บอกว่า ผลจากการโปรโมตเบอร์เกอร์ของเคเอฟซี ผ่านทาง TVC กลับทำให้ผู้บริโภคสับสนและเลือกที่จะตรงดิ่งมายังแมคโดนัลด์แทน เพราะแมคโดนัลด์ คือนิยามของเบอร์เกอร์นั่นเอง

จากนี้ไปฉากรบของศึกเบอร์เกอร์จะทวีความร้อนแรงยิ่งขึ้น แต่แมคโดนัลด์จะร่วงหล่นจากบัลลังก์สมความตั้งใจของเคเอฟซีหรือไม่ ภายในสิ้นปีนี้รู้กัน

McDonald's KFC
ปีที่ก่อตั้ง 2491 2433
สโลแกน I'm lovi' it ชีวิตครบรส
จำนวนสาขาทั่วโลก 31,000 11,000
จำนวนสาขาในไทยปัจจุบัน 117 360
จำนวนเมนูเบอร์เกอร์ปัจจุบัน 4 13
ราคาเบอร์เกอร์ต่อชิ้น (บาท) 22-97 59

www.mcthai.co.th
www.kfc.co.th

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488