สนธิ ลิ้มทองกุล

“คุณอยากจะซื้อรถเบนซ์สักคันนึง หรือว่าประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์ราคาสัก 15 ล้าน 9 ล้าน คุณทำได้ แต่ต้องแน่ใจนะว่าเงินที่คุณเอาไปประมูล หรือซื้อรถราคาสิบๆ ล้านนั้น คุณไม่ได้เบียดเบียนฉ้อราษฎรบังหลวงเอามา”

ในฐานะของสื่อมวลชน ที่สามารถอธิบายเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย สนธิ ลิ้มทองกุล เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้อธิบายความหมายปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ผ่านรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ได้อย่างน่าสนใจ

เมืองไทยรายสัปดาห์

16 เมษายน 2548

“…ผมคิดว่าแนวทางพัฒนาประเทศ มันจะมีสองแนวทาง แนวทางของตะวันตก ทางสากล ที่รุกเข้ามาในประเทศเรา คือแนวทางของการที่จะยุยงส่งเสริมให้คนจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจจะได้พัฒนา บริโภคกันเยอะๆ คือเขามองว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ ผมคิดว่าเรายังไม่เข้าใจคำว่าพัฒนาเศรษฐกิจคืออะไร ถ้าพัฒนาเศรษฐกิจหมายถึงการจับจ่ายใช้สอยเยอะๆ นะ ผมคิดว่าไม่ใช่แล้ว

อีกแนวทางหนึ่งก็คือว่า แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ท่านพูดถึงเศรษฐกิจพอเพียง พระองค์ท่านหมายถึงการมีเท่าไหร่ ใช้เท่านั้น และพระองค์ท่านจะพูดถึงการเน้นเรื่องเกี่ยวกับจริยธรรม คุณธรรม พระองค์ท่านได้มอบพระราชดำรัสให้หลายๆ ครั้งในวันเฉลิมพระชนมพรรษา หรือในวันปีใหม่ หลายๆ ปี ...สิ่งที่พระองค์ท่านเน้น คือ เรื่องคุณธรรม ถ้าเราพัฒนาประเทศไปในเชิงพัฒนาจิตใจคนก่อน เมื่อมีคุณธรรมแล้ว เศรษฐกิจที่เจริญเติบโตต่อ ก็เป็นเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของคุณธรรม ย่อมจะยั่งยืนมากกว่า

ผมเกรงว่าเศรษฐกิจของเราที่กำลังโตทุกวันนี้ โตโดยไร้ฐานคุณธรรม ถ้าโตไร้ฐานคุณธรรม มันล่มสลายได้ตลอดเวลา อย่างเช่น คุณธรรมต้องรู้จักคำว่าสันโดษ ถ้าคนไทยรู้จักคำว่าสันโดษ รู้จักคำว่าพอเพียง รู้จักคำว่ามีเท่าไหร่ ใช้เท่านั้น รู้จักคำว่าอดออม
เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเราเริ่มกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด มันก็ผิดไปหมดเลย และถ้าเราเริ่มว่า เศรษฐกิจเราจำเป็นต้องอยู่ในเศรษฐกิจโลกนะ แต่เราไม่จำเป็น ที่จะต้องลอยล่องไปตามกระแสโลกซึ่งไปเร็วขนาดนั้น เราชะลอสักนิดนึง ไม่เสียหาย

เมืองไทยรายสัปดาห์

25 มิถุนายน 2548

“…ผมไปค้นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัสในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2540 พระองค์ท่านพูดถึงว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนั้นเพราะว่าพวกเราไม่รู้จักคำว่าพอเพียง คำว่าพอเพียงของท่าน หมายความว่า ถ้าเราจำเป็นจะต้องเข้าสู่กระแสโลกานุวัตร เราจะต้องรู้จักตัวเราเองให้ดี พอว่าเราเข้มแข็ง แล้วเราต้องพยายามอุ้มชูประชาชนให้ได้ ให้มีงานทำ มีรายได้ ก็สามารถจะฝ่าวิกฤตการณ์ได้

พอมาถึงวันที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2541 พระองค์ท่านมาอธิบายความให้เข้าใจอีกทีนึงว่า เศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ท่านพูดในปีก่อนนั้น คือปี 2540 นั้น ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดก็ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำบ้างบางส่วนก็ได้

พระองค์ท่านบอกว่า คำว่าพอเพียงมีความหมายอีกอย่างหนึ่งที่กว้างออกไปอีก ไม่ได้หมายถึงการมีพอสำหรับใช้เองเท่านั้น แต่มีความหมายว่า พอมีพอกิน ที่น่าสนใจมากๆ ก็คือว่า ในพระราชดำรัสวันที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2541 นั้นพระองค์ท่านได้ขยายความให้รัฐบาลให้ประชาชนได้เข้าใจ ว่า คนเรานั้นถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย

ถ้าทุกประเทศมีความคิดทำอะไรต้องพอเพียง ไม่สุดโต่ง ไม่โลภ คนเราก็อยู่เป็นสุข และพระองค์ก็ตรัสต่อว่า... พอเพียงนี้อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง นัยของพระองค์ท่านลึกซึ้งจริงๆ อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น หมายความว่า คุณอยากจะซื้อรถเบนซ์สักคันนึง หรือว่าประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์ราคาสัก 15 ล้าน 9 ล้าน คุณทำได้ แต่ต้องแน่ใจนะว่าเงินที่คุณเอาไปประมูล หรือซื้อรถราคาสิบๆ ล้านนั้น คุณไม่ได้เบียดเบียนฉ้อราษฎรบังหลวงเอามา

นอกจากนั้นพระองค์ท่านยังสอนต่อว่า คำว่าพอเพียงพระองค์ท่านนั้นมีความหมายกว้างเหลือเกิน ไม่ใช่แค่ทางกายภาพ แต่ยังรวมถึง ความคิด ...ถ้ามีใครมีความคิดอย่างหนึ่งและต้องการบังคับให้คนอื่นคิดอย่างเดียวกับตัว ซึ่งอาจจะเป็นความคิดที่ไม่ถูกก็ไม่สมควรทำ

ในความคิดพระองค์ท่านเป็นคนซึ่งประเสริฐเลิศล้ำมากในเรื่องของความเป็นประชาธิปไตย ความพอเพียงในความคิด ก็คือ แสดงความคิดของตัวแล้ว ก็ควรปล่อยให้คนอื่นพูดบ้าง และมาพิจารณาว่าที่เขาพูด กับที่เราพูด อันไหนพอเพียง อันไหนเข้าเรื่อง ฉะนั้นความพอเพียงนี้ก็แปลว่า ความพอ ประมาณและความมีเหตุผล ลึกซึ้งมาก...

...เศรษฐกิจพอเพียงนั้น ความพอเพียงพระองค์ท่านต้องเริ่มด้วยการคอรัปชั่นพอเพียงก่อน ไม่โลภมากไปกว่านี้ เอาล่ะไหนๆ ก็ได้โกงมาแล้วบ้างเล็กๆ น้อยๆ น่าจะพอแล้ว ทุกวันนี้เมื่อคอรัปชั่นไม่พอ คือคอรัปชั่นก็ผิดอยู่แล้ว คอร์รัปชั่นแค่บาทเดียวก็ผิด แต่เอาล่ะไม่เป็นไรถ้าจะถือว่า เป็นค่าคอมมิชชั่นเล็กๆ น้อยๆ ค่าน้ำร้อน น้ำชา ไม่เป็นไร ให้พออยู่ตรงนี้...

...คำว่าพอเพียงที่พระองค์ท่านพยายามจะพูด นัยที่ลึกซึ้งที่สุด ก็คือคำว่า พอมีพอกิน แต่คนไปตีความหมายว่า ต้องถอยหลังไปใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ตัวนึง รองเท้าก็ไม่ยอมซื้อใส่ใหม่...ไม่ใช่

นัยของพระองค์ท่านมีอยู่ 2 นัย นัยแรก คือ ความสันโดษ ก็คือว่า มีเท่าไหร่ใช้เท่านั้น มีเท่าไหร่ใช้เท่านั้นมันก็แปลลงไปถึงระดับรากหญ้าได้ คือ ถ้ามีเงินเดือนอยู่เดือนละ 8,000 บาท ก็ใช้ให้อยู่ในวงเงิน 8,000 ไม่ใช่เที่ยวไปกู้หนี้ยืมสิน หรือไม่ใช่ว่ารัฐบาลอยู่เอาเงินไปให้เขาเป็นเงินกองทุนหมู่บ้าน แล้วทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นเงินไปแจกฟรี คนที่ได้เงินกองทุนหมู่บ้านคิดอะไรไม่ออกก็เอาเงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์ เอาเงินนั้นไปซื้อโทรศัพท์มือถือ ตรงนี้ต่างหากที่ไม่พอเพียง

หรือว่าคนทำงานในเมืองหลวงมีเงินเดือน เรียนจบปริญญาตรีมีเงินเดือน 8-9 พันบาท เรื่องอะไรจะต้องไปดิ้นรนซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่เข้ามาใช้ทั้งๆ ที่ของเก่ามีใช้อยู่แล้ว ก็คือว่า มีแค่ไหนใช้แค่นั้น ให้รู้จักพอเพียงว่าการใช้โทรศัพท์นั้น เราใช้เพื่อติดต่องาน เราใช้เพื่อตรวจสอบว่าคุณพ่อคุณแม่อยู่สบายดีมั้ย ดูว่าน้องกลับบ้านรึยัง ไม่ใช่เราใช้เพื่อจะแชตตลอดเวลานะฮะ พอสิ้นเดือนทีก็ไปจ่ายค่าโทรศัพท์ 2,000 บาท 3,000 บาท

...เศรษฐกิจไทยนั้นจะต้องเป็นเศรษฐกิจที่สร้างมาด้วยความมั่นคง ไม่ได้สร้างมาด้วยการ
บริโภค ทุกวันนี้เศรษฐกิจของเราเป็นเศรษฐกิจกิเลสนิยม คือเราไปเร่งสร้างกิเลสให้คนไปจับจ่ายใช้สอย ไปเปลี่ยนรถคันใหม่ ไปซื้อโทรศัพท์มือถืออันใหม่ขึ้นมา ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ใช้เงินทองในเรื่องที่ไร้สาระมากที่สุด

สมมุติว่าเป็นมนุษย์เงินเดือน มีเงินเดือนอยู่ประมาณสัก 20,000 บาท ยังไม่มีบ้าน อยากจะมีบ้านกับเขาสัก 1 หลัง ถามว่า ผิดมั้ยถ้าหากว่าดิฉันอยากจะมีบ้านสักหลังนึงราคา 4 ล้านบาท ต้องไปกู้แบงก์มาเพื่อที่จะมาผ่อนส่ง ถ้าเศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ ไม่จำเป็นต้องซื้อบ้านที่มีราคาถึง 4 ล้าน...

ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องกลับไปในยุคโบราณที่ไม่มีการค้า พระพุทธเจ้าสอนไม่ได้สอนว่า ไม่ให้คนทำมาหากิน หรือไม่ให้คนเป็นคหบดี เป็นเศรษฐี แต่ว่าเมื่อเป็นแล้ว ต้องรู้ว่าขั้นตอนของการมาเป็นเศรษฐีนั้นต้องไม่โกงคนจน ต้องไม่รังแกเกษตรกรเพียงเพื่อตัวเองร่ำรวยขึ้นมาแล้วทำให้เกษตรกรจน ให้ความเอื้ออาทรกับคนซึ่งเราค้าขายด้วย เมื่อมีกำไรเข้ามาแล้วก็ต้องรู้จักแบ่งปันกำไรตรงนั้นคืนให้กับสังคม นัยที่แท้จริงอยู่ตรงนี้ ซึ่งตรงนี้คือธรรมขั้นสูง ซึ่งสังคมไทยไม่มี

Digital TV & Media

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ยังคงเป็นองค์กรที่ลงโฆษณาสูงสุดอันดับแรก ตามมาด้วยโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และ ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) เจ้าของแบรนด์นีเวีย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากค่ายทรูมูฟ ประกาศเปิดจองไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ล่วงหน้าวันที่ 24 ตุลาคม ได้ไม่นาน ถัดมาไม่กี่ชั่วโมง ค่ายเอไอเอส ตามมาด้วยดีแทค ได่ประกาศ จำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2557 นี้

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348