สนธิ ลิ้มทองกุล นักคิดผู้ทรงอิทธิพล

แม้ว่าวันนี้บทบาทของกลุ่มพันธมิตรฯ จะยุติลง แต่ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ยังคงเป็นผู้นำทางความคิด การตั้งคำถามของเขามีผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลในการแก้ปัญหามาแล้วหลายครั้ง

แม้ว่าบทบาทของการเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” จะยุติลงไปแล้ว หากแต่ในด้านของ “สื่อ” แล้ว เขายังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น การตั้งคำถามของเขาผ่านรายการ “ยามเฝ้าแผ่นดิน” ที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV และเว็บไซต์ผู้จัดการ ก็มีผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาล คมช. หลายครั้งหลายหน

กรณีการแก้ปัญหา “ค่าเงินบาท” เริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 49 ค่าเงินบาทแข็งขึ้นต่อเนื่องจาก 38 สู่ 32 บาทต่อดอลลาร์ในเวลาไม่กี่เดือน ทำให้ผู้ส่งออกเดือดร้อนกันทั่วไป เพราะกลายเป็นว่าขายได้เท่าไหร่ แปลงกลับมาเป็นเงินไทยได้น้อยลงๆ ทุกวัน รายได้หายไปเกือบ 20% ในเวลาไม่กี่เดือนทั้งที่ขายสินค้าได้เท่าเดิม

แบงก์ชาติออกมาตรการ ช็อก ด้วยการบังคับให้ “เงินนอก” ที่เข้าไทย ต้องกันสำรองไว้ 30% ไม่ว่าจะลงทุนอะไรก็ตาม หากจะถอนเงินทุนออกไปก่อน 1 ปีเงินสำรอง 30% จะถูกยึด ทั้งนี้เพื่อป้องกันเงินใหม่ไม่ให้ไหลเข้า และทำให้เงินเก่าเสียแรงจูงใจจะอยู่ต่อต้องไหลออกไป หวังช่วยทำให้บาทอ่อนลงอย่างฉับพลันทันที

ปรากฏว่า มาตรการดังกล่าว ส่งผลให้ ดัชนี้หุ้นไทย ติดลบวันเดียวถึง 100 กว่าจุด ก่อนที่ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล จะประกาศกลับลำเว้นให้เฉพาะตลาดหุ้นในคืนนั้นแล้วทำงานต่อไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

แต่ปัญหาค่าเงินบาทยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง สนธิจึงเสนอผ่านรายการยามเฝ้าแผ่นดิน แพร่ภาพทาง ASTV ให้รัฐบาลแก้ปัญหาด้วยมาตรการลดอัตราดอกเบี้ย ระบุว่าปัญหา “ค่าเงินบาท”แข็งค่าขึ้นมา ไม่ได้เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง แต่เกิดจาก “Market Maker” ซึ่งเป็นกลุ่มการเงินที่ทรงอิทธิพล ควบคุมค่าเงินบาทให้อ่อนหรือแข็งได้ตาม

สนธิ เสนอว่า วิธีที่แทรกแซงไม่ได้ คือ “อัตราดอกเบี้ย” ถ้าทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่า อัตราดอกเบี้ยนอกประเทศ โดยมีช่องว่างสูง เงินจะไหลออก ซึ่งจะเกิดผลอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในที่สุด ธนาคารชาติก็ใช้นโยบายการเงินค่อยๆ ลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่อง ส่วน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ก็ลาออกไปหลังจากนั้นไม่นาน ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่พอใจที่ “สื่อรายหนึ่ง” มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของรัฐบาล

รวมทั้งกรณีของ “ไอทีวี” ที่ไม่ยอมจ่ายค่าปรับจากการไม่จ่ายสัมปทานตอบแทนรัฐ ซึ่งแต่เดิม รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์จะให้ อสมท. ซึ่งเป็นบริษัทมหาชน ที่มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น เข้าไปซื้อกิจการและจ้างงานผู้บริหารข่าวและรายการชุดเดิมๆไว้ทั้งหมด

แต่หลังจาก สนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาชี้ประเด็นผ่านรายการยามเฝ้าแผ่นดิน ว่า ไม่ควรให้ อสมท. ซึ่งถือหุ้นโดยกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นของประชาชนอุ้มไอทีวี เพราะเห็นว่าไม่เป็นธรรม กับพนักงานของหน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่ต้องประสบปัญหาเดียวกันมาก่อน แต่รัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลืออะไร และการล่มสลายของไอทีวีก็เป็นปัญหาจากผู้ถือหุ้น อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อหลบเลี่ยงการจ่ายสัมปทาน

ในที่สุดรัฐบาลจึงหาทางออกให้กับทีไอทีวี ด้วยให้จัดตั้งเป็น “หน่วยงานบริหารเฉพาะกิจรูปแบบพิเศษ หรือ เอสดียู” เพื่อรองรับการบริหารงานชั่วคราวของ “ทีไอทีวี” และให้ยกเว้นระเบียบราชพัสดุ เพื่อให้กรมประชาสัมพันธ์ดำเนินงานสถานีโทรทัศน์ ทีไอทีวี ได้เต็มประสิทธิภาพ

นี่คือตัวอย่างของการทำหน้าที่ “สื่อมวลชน” ที่แนวคิดของเขายังคงมีผลต่อนโยบายของรัฐบาลหลายครั้ง

ASTV สื่อนิยมชนชั้นกลาง

แม้จะหมดกระแสการขับไล่ทักษิณ แต่ ASTV ได้กลายเป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อการรับชมของผู้ชมในวันนี้อย่างมาก ไม่น่าแปลกใจที่ในวงการตลาดสื่อดาวเทียมและเคเบิลทีวีจะเรียก ASTV ว่า เป็น Frist Band ของการตัดสินสื่อดาวเทียมในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มคนชั้นกลางของประเทศ

“จากการประเมินการเติบโตสมาชิกเคเบิลหรือดาวเทียม เติบโตขึ้นเดือนละ 10% คล้ายกับในยุคหนึ่งเมื่อปี 2530 ที่ทีวีเมืองไทยเปลี่ยนจากขาวดำเป็นสี” ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ นักวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน อธิบาย

แรงเติบโตนี่เอง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ทีวีดาวเทียม หรือสื่อเคเบิลท้องถิ่น กลายเป็นทางเลือกของผู้ชมในสังคมราวกับว่านี่คือสิ่งจำเป็นของการเสพความสุข ไม่น่าแปลกใจที่เคเบิลท้องถิ่นเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล และเข้ามาชิงตลาดในเมืองหลวงอย่างรุนแรง

ASTV ถือเป็นช่องสัญญาณที่รุกคืบมาพร้อมๆ กับการเติบโตของเคเบิลท้องถิ่นด้วย อาจกล่าวได้ว่าเป็นช่องสัญญาณที่มีความจำเป็นต่อการเติบโตของเคเบิลและจานดาวเทียมยุคปัจจุบัน เนื่องจากกระแสความนิยมตั้งแต่ยุคการขับไล่ทักษิณ

“ถ้ามองในเชิงสินค้า ASTV ถือมีจุดแตกต่างของสินค้าอย่างมาก โดยเฉพาะช่อง NEWS1 สถานีข่าว ซึ่งแตกต่างจากช่องข่าวฟรีทีวีทั่วไป ในการสะท้อนความจริงทุกเรื่อง และเป็นสถานีข่าวที่มีเสรีในการนำเสนอข่าวสูงมาก”

ไม่น่าแปลกใจว่าผลการสำรวจด้านสื่อดาวเทียมล่าสุด ASTV ได้ขึ้นสู่ความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง...

ทั้งนี้ผลการสำรวจล่าสุดของสำนักงานวิจัยแอแบคโพลล์ เรื่อง พฤติกรรมการชมโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี (ASTV) : กรณีศึกษาผู้ชมข่าวโทรทัศน์ในเขตกรุงเทพฯ และในเขตเทศบาลรวม 17 จังหวัด จำนวน 4,868 ตัวอย่าง พบว่า ASTV ถือเป็นช่องดาวเทียมที่มีผู้ชมนิยมสูงสุด ในสัดส่วนร้อยละ 17.8 รองลงมาได้แก่ ทรู วิชั่นส์ หรือยูบีซีเดิม ร้อยละ 14.6 และอันดับสาม คือ ABTV ร้อยละ 11.8

ที่น่าสนใจ คือ กลุ่มคนที่นิยมติดตาม ASTV นั้นเป็นกลุ่มคนระดับชั้นกลาง ที่มีรายได้ถึง 10,000 บาทขึ้นไป โดยสามารถวิเคราะห์ได้ว่า กลุ่มชนชั้นกลางที่มีรายได้สูง มีความต้องการเสพข่าวสารสูงมาก

ปัจจุบัน ASTV สามารถดูได้จากช่องทางจานดาวเทียม อินเทอร์เน็ต และเคเบิลทีวี โดยมีผู้ชมผ่านเครือข่ายนี้หลายล้านคน
ASTV จึงเป็นสื่อทรงอิทธิพลสูงสุดในยุคนี้...

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

ทีวีดิจิทัล ทยอยเปิดตัวผังรายการ และแผนการตลาด ล่าสุดเป็นคิวของ “พีพีทีวี เอชดี” (PPTV HD) ได้ออกมาเปิดเผยถึแผนการดำเนินงานในปีนี้ เพิ่มรายการบันเทิง เกมส์โชว์ เรียลิตี้โชว์ และละครไทย 8-10 เรื่อง ใช้เงินเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท

Consumer Insight

ปัทมวรรณ สถาพร กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ ประเทศไทย คาดการณ์ “เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคปี 2558” มี 5 เทรนด์ที่ต้องจับตา

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

Insight

เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารการตลาดระดับโลกในเครือดับบลิวพีพี กรุ๊ป ได้พยากรณ์ทิศทางการตลาด“10 Years of 10 Trends” หรือ 10 แนวโน้มที่จะส่งผลในระดับมหภาคที่สำคัญที่สุด ที่จะหล่อหลอมพฤติกรรมและทัศนคติทางสังคมรวมไปถึงจะกำหนดทิศทางธุรกิจในปัจจุบัน

ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าโลกยุคนี้แทบทุกคนผูกติดอยู่กับการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะสืบหาข้อมูล ซื้อขายสินค้า หรือสนทนาทั่วไป ฯลฯ ล้วนทำบนโลกออนไลน์ผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของแต่ละบุคคลนั้นสามารถบ่งบอกบุคลิกของคนคนนั้นได้อย่างดี

1. อนาคตกับการรับชมแบบสตรีม ในปี 2015 จะเป็นปีสำคัญที่ผู้คนจะชมวีดีโอจากการสตรีมเป็นรายสัปดาห์มากกว่าการดูรายการทีวีตามผังรายการ

Strategic Move

“แฟนต้าไทย” ติดอันดับขายดีที่ 4 ของโลก ครองแชมป์ต่อเนื่องตลาดน้ำสีเมืองไทย เปิดตัว “แฟนต้า ไอซ์ซี่ เลมอน ไลม์” นำเทรนด์สุดจี๊ดชูคอนเซ็ปต์ “มะนาว ดี

หลังจากที่ "เอฟ แอนด์ เอ็น (F&N)" ได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์ธุรกิจ "นมน้ำ" แบรนด์เนสท์เล่เมื่อปี 2550 ด้วยมูลค่าดีล 3,100 ล้านบาท ทำให้ธุรกิจนมน้ำ และนมกระป๋องของเนสท์เล่ในแบรนด์ คาร์เนชั่น ตราหมี ตราหมีโกลด์ และไมโล ถูกโอนมาให้ทางเอฟ แอนด์ เอ็น เป็นผู้ผลิต และจัดจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียน

นับเป็นกระแสที่เกิดขึ้นกับตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก เมื่อแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากประเทศจีน ต่างกำลังยึดครองส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากที่แบรนด์เหล่านั้นเริ่มแข็งแรงขึ้น และพร้อมที่ทำการตลาดระดับโลก เพื่อครองตำแหน่งผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนแซงหน้าแบรนด์จากเกาหลี

Social Media Club

เครือข่ายสังคมข้อความสั้น “ทวิตเตอร์ (Twitter)” ขยายขีดความสามารถของตัวเองด้วยการเพิ่มคุณสมบัติส่งข้อความกลุ่มหรือ group message พร้อมกับการเปิดใ

เครือข่ายสังคมอันดับ 1 ของโลกอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) ออกมาปฏิเสธว่าวิกฤติบริการล่มทั่วโลกนานกว่า 45 นาทีเมื่อบ่ายวันอังคารที่ 27 มกราคมที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทยนั้นไม่ได้เกิดจากการถูกเจาะระบบของกลุ่ม ‘Lizard Squad’ อย่างที่มีการกล่าวอ้าง โดยบอกว่ามีความผิดพลาดในการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าระบบภายในของเฟซบุ๊กเอง ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้ชั่วขณะหนึ่ง

Columnist

เมื่อถึงยุคที่ธุรกิจต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในประเทศ (Internal Factors) หรือ ภายนอกประเทศ (External Factors)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

ทริปแอดไวเซอร์ เว็บไซต์ท่องเที่ยว ประกาศโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกปี 2558 ครั้งที่ 13 จากโรงแรมกว่า 8,151 แห่ง 8 ภูมิภาคทั่วโลก โดยคัดเลือกจากนักท่องเที่ยว ที่พิจารณาจุดเด่นในเรื่องการให้บริการ, คุณภาพและความคุ้มค่าจากรีวิวและความคิดเห็นต่างๆกว่าล้านข้อความในเว็บไซต์ของทริปแอดไวเซอร์ทั่วโลกในตลอดทั้งปีที่ผ่านมา

เป็นอีกหนึ่งเจ้าพ่อวงการไอทีที่ระยะหลังหันไปทุ่มเทให้กับกิจกรรมการกุศล และถึงกับเคยดื่มน้ำที่ผลิตจากของเสียได้อย่างคล่องคอ ล่าสุด บิลล์ และเมลินด

จากผลสำรวจของ Simply Measured ที่ทำการสำรวจอินเตอร์แบรนด์จำนวน 100 แบรนด์ที่เรารู้จักในทุกวันนี้ อย่างเช่น แอปเปิล กูเกิล หรือโคคา โคล่า และอื่นๆ อีกหลายแบรนด์ ล้วนใช้อินสตาแกรมเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการตลาด และมีแอคเคาท์เป็นของตัวเอง

People

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้วยจำนวนยอดกดไลค์ 165,278 คน และ Talk about this ที่มีอยู่ถึง 398,828 คือสถิติล่าสุดในบ่ายวันที่ 4 มิถุนายน ของเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ที่ใช้ชื่อว่า “jaytherabbitofficial” เป็นสถิติที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับเฟซบุ๊กที่มีสัญลักษณ์ การ์ตูนกระต่าย ที่มาพร้อมกับข้อความจิกๆ กัดๆ ปนฮา เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348