สภาพคล่องธนาคารพาณิชย์ไทยเดือนแรกปี 2553 … ลดลงจากสิ้นปีก่อน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้รวบรวมข้อมูลสินทรัพย์สภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยที่ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือนมกราคม 2553 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2552 พร้อมประเมินแนวโน้มสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในระยะถัดไป ดังนี้

สภาพคล่องที่วัดจากการเปลี่ยนแปลงของยอดเงินฝากและสินเชื่อ ลดลงในเดือนแรกของปี 2553 โดย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2553 ยอดเงินให้สินเชื่อสุทธิ (หักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) ของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทย มีจำนวน 5.74 ล้านล้านบาท ลดลง 3.84 หมื่นล้านบาท จาก 5.78 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2552 ขณะที่ ยอดเงินฝากลดลงด้วยขนาดที่มากกว่า คือ ลดลง 5.83 หมื่นล้านบาท จาก 6.50 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2552 มาอยู่ที่จำนวน 6.45 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนมกราคม 2553 ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเป็นช่วงต้นปีซึ่งมีปัจจัยด้านฤดูกาลที่การเบิกใช้วงเงินสินเชื่อของภาคธุรกิจเอกชนมักจะไม่เร่งตัวมากนักโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีปริมาณสูงในช่วงปลายปี ขณะเดียวกัน นักลงทุนก็ยังรอดูความชัดเจนของหลากหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นความต่อเนื่องของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ความคืบหน้าของโครงการลงทุนโดยเฉพาะในมาบตาพุด และปัจจัยการเมือง ส่วนในด้านเงินฝาก การลดลงส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการทยอยครบกำหนดของผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษที่ธนาคารพาณิชย์ได้มีการนำเสนอออกมาในช่วงก่อนหน้านี้ รวมถึงผลจากการแข่งขันกับช่องทางการออมอื่นๆ ด้วย

สินทรัพย์สภาพคล่อง (รวมเงินสด เงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น และเงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์)1 ณ สิ้นเดือนมกราคม 2553 ลดลงเช่นกันเมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2552 โดย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2553 สภาพคล่องดังกล่าวมีจำนวน 2.116 ล้านล้านบาท ขยับลดลงจำนวน 5.88 พันล้านบาท จาก 2.122 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2552 อันเป็นผลหลักจากการลดลงของเงินสด (หลังจากที่เพิ่มขึ้นมากในเดือนที่แล้วซึ่งน่าจะเป็นเพราะธนาคารพาณิชย์มีการเตรียมเงินเพื่อรองรับความต้องการใช้เงินของลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่) ตามมาด้วยการลดลงของเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น ขณะที่เงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น ในทิศทางที่สอดคล้องกัน สินทรัพย์สภาพคล่องในความหมายที่แคบลง คือ ไม่นับรวมเงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์ หรือมาจากผลรวมเฉพาะเงินสดและเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น มีจำนวน 7.22 แสนล้านบาท ณ สิ้นเดือนมกราคม 2553 ลดลงจำนวน 5.34 หมื่นล้านบาท จาก 7.75 แสนล้านบาท ณ สิ้นปี 2552

การลดลงจากเดือนก่อนหน้าของสภาพคล่องในความหมายกว้างเกิดขึ้นจากการลดลงของสภาพคล่องในกลุ่มธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก2 โดยสภาพคล่องในกลุ่มธนาคารขนาดกลางลดลงจำนวน 2.03 หมื่นล้านบาท มามียอดคงค้างที่ 4.87 แสนล้านบาท ณ สิ้นเดือนมกราคม 2553 ตามมาด้วยสภาพคล่องในกลุ่มธนาคารขนาดเล็กที่ลดลงจำนวน 8.91 พันล้านบาท มามียอดคงค้างที่ 2.06 แสนล้านบาท ขณะที่สภาพคล่องในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นจำนวน 2.33 หมื่นล้านบาท มามียอดคงค้างที่ 1.42 ล้านล้านบาท

สำหรับแนวโน้มสภาพคล่องในระยะถัดไปนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในระยะสั้นซึ่งยังคงเป็นช่วงต้นปี กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากปลายปีก่อน (ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ อาทิ การเริ่มคุมเข้มนโยบายการเงินของทางการจีน ปัญหาด้านการคลังของบางประเทศในยูโรโซน การส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ ตลอดจนประเด็นด้านความชัดเจนของนโยบายการลงทุน และการเมืองในประเทศ) อาจมีผลต่อความต้องการสินเชื่อและ/หรือการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อของภาคธุรกิจเอกชน และทำให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ยังมีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับสูงอย่างต่อเนื่องต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ทางการเมืองทยอยคลี่คลายไปในทางที่เป็นบวกมากขึ้น แรงส่งจากการทยอยฟื้นตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ การเดินหน้าสานต่อโครงการลงทุนของรัฐบาล รวมถึงแนวโน้มการปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ น่าที่จะสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนสินเชื่อหมุนเวียนและสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจ ซึ่งเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับการคาดการณ์แนวโน้มสินเชื่อดังกล่าว รวมทั้งเพื่อรักษาฐานลูกค้าและการครบกำหนดไถ่ถอนของผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ได้ออกไปในช่วงก่อนหน้า ธนาคารพาณิชย์คงจะมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษที่ให้ผลตอบแทนจูงใจออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้เป็นการทั่วไป อาจจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งน่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีมากกว่า ทั้งนี้ แม้การขยายตัวของสินเชื่ออาจทำให้สภาพคล่องลดลง แต่การปรับตัวของธนาคารพาณิชย์ด้วยการระดมเงินฝากหรือผลิตภัณฑ์การออมต่างๆ อาจช่วยให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในภาพรวมทั้งปียังมีแนวโน้มยืนระดับไม่ต่างจากปัจจุบันมากนัก

ส่วนผลกระทบจากการออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง อายุ 6 ปี วงเงินไม่เกิน 1 แสนล้านบาท ของกระทรวงการคลัง ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน 2553 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า อาจมีค่อนข้างจำกัด หรือเป็นผลกระทบเพียงระยะสั้น โดยเงินฝากอาจปรับลดลงในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ก็น่าจะกลับมาเพิ่มขึ้นได้ในอีก 1-2 เดือนหลังจากนั้น เพราะธนาคารพาณิชย์น่าที่จะเตรียมการรับมือด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษที่ให้ผลตอบแทนจูงใจหรือใกล้เคียงกับพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งเพื่อรักษาฐานลูกค้าไว้ เหมือนในกรณีการออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งของกระทรวงการคลังและพันธบัตรออมทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทยในเดือนกรกฎาคมและเดือนกันยายน 2552 ที่ผ่านมา

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488