"สยามทูยู ต้องการที่จะโตแบบก้าวกระโดด"

"หลังจากที่สยามทูยูเข้าจดทะเบียนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai ทำให้บริษัทมีงานมากขึ้น ในขณะที่แบรนด์ของสยามทูยูก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น" คำยืนยันของ แสตลเบอร์ก นิคลาส จอห์น แอสซ่าร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามทูยู จำกัด (มหาชน)

เขากล่าวว่า ก่อนที่สยามทูยูจะเข้าตลาด mai จะมุ่งเป้าหมายระยะสั้นและมุ่งเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยกระดับของบริษัท ที่สำคัญการทำงานโดยมีเป้าหมายจะเป็นระยะยาวยาวมากขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งอัตราการเติบโตของผลการดำเนินงาน

"เราอยากให้สยามทูยูเติบโตเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่พอที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) นั่นหมายถึงต้องมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เราคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ แต่ถึงวันนั้นเราก็จะมาดูอีกทีถึงความเหมาะสมในการย้ายตลาด"

ภาพหลังที่เข้า mai ทางนิคลาสได้มีการพูดคุยกับผู้จัดการ mai วิเชฐ ตันติวานิช และคณะผู้บริหารบริษัทรายอื่นที่จดทะเบียนใน mai ผ่าน "แฟนซีคลับ" มีความประทับใจ ในกระบวนความคิด วิธีการของบริษัทฯ

จุดแข็งสำหรับสยามทูยูที่มีต่อนักลงทุน คือ สยามทูยูดำเนินธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตที่สูง มีโอกาสดี ทั้งฐานลูกค้า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ปัจจุบันภาพของสยามทูยูยังเล็กอยู่ ซึ่งปีที่แล้วกำไร 27 ล้าน ดังนั้นอัตราการเติบโตยังมีอีกมาก คนที่อยากจะลงทุนกับบริษัทที่ลงทุนแล้วหวังผลอัตราการเติบโต ก็น่าจะลองมองสยามทูยู

รายได้ของเราในปี 2002 มี 26 ล้าน ปี 2003 มี 85 ล้าน ปี 2004 มี 120 ล้าน ปี 2005 คาดว่า ที่ 177 ล้านบาท ราคาหุ้น IPO 7 บาท แต่ปัจจุบันเคลื่อนไหวในระดับราคา 4-5 บาท ตรงนี้นิคลาสมองว่า เพราะได้รับอิทธิพลจากภาวะตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลง

ประการที่สองคือในระยะใกล้ๆ ที่ผ่านมานี้ หุ้นในกลุ่มสื่อสารไม่ค่อยดีเท่าไร เนื่องจากอุตสาหกรรมมีการแข่งขันที่สูง ก็สะท้อนมายังเราด้วย ทั้งที่จริงเราก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องอะไร ประการที่สาม ราคาหุ้นของสยามทูยูในปัจจุบันก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำ เพราะค่า P/E ratio ของหุ้นสยามทูยูอยู่เพียงแค่ 6.8 เท่า

"เราคิดว่าในอีก 1-3 ปี ราคาหุ้นสยามทูยูจะมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้อีกมากตามผลประกอบการของบริษัทที่จะเพิ่มขึ้น"

เป้าหมาย 3 ปี ของสยามทูยู ต้องการที่จะโตแบบก้าวกระโดด ทั้งในเรื่องของผลประกอบการ

มุมมองเรื่องเกี่ยวกับตลาด mai ซึ่งดูจะได้รับความสนใจน้อยจากนักลงทุนนั้น นิคลาสมองว่า ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะหุ้น mai ตามความหมายของคนหรือนักลงทุน คือเป็นบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะถูกมองว่ามีความเสี่ยงกว่าใน SET แต่เรื่องเหล่านี้กำลังจะถูกแก้ไข เพราะในความเป็นจริงบริษัทที่จดทะเบียนใน mai มีผลประกอบการที่เติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังจากการที่เราเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ทำให้เรามีงานเข้ามามากขึ้น ดังนั้นทางบริษัทได้รับพนักงานเข้ามาใหม่อีก 50% ขณะเดียวกันภายหลังบริษัทได้มีการวางตัวผู้บริหารระดับสูงในสายงานต่างๆ ขึ้นมาใหม่ แบ่งเป็น 6 ทีม เพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัทในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงมีไม่มาก

ภาพลักษณ์ ตราสินค้าของบริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าองค์กร คือ อินดัสทีฟ โชลูชั่น แต่ถามว่า การแข่งขันธุรกิจการให้บริการเสริม มองว่า ปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างสูงกว่าอดีต เนื่องจากมีคู่แข่งรายใหม่เกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทจะต้องปรับตัว สร้างสรรค์ และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อรับมือกับการแข่งขัน

สิ่งที่สุปรัชญ์ฝากถึงบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่ ที่เป็นบริษัทขนาดเล็ก นิคลาส บอกว่า "เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเข้าตลาดฯ คุณก็ต้องมีการจัดสรรเวลา และไม่ลืมทำงานเพื่อสร้างผลประกอบการที่ดี ซึ่งจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนมองเห็น ซึ่งจะต้องดี"

กับเรื่องการประชาสัมพันธ์นั้น การเลือกบริษัทประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ

ประวัติหุ้น สยาม ทู ยู

บริษัท สยามทูยู จำกัด (มหาชน) ตามหนังสือชี้ชวนระบุว่า ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการสื่อสารข้อมูลผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต และสื่อไร้สาย จดทะเบียนก่อตั้งกิจการเมื่อวันที่ 21 กรฎาคม 2542 โดย สุปรัชญ์ ศรีผดุง และ แสตลเบอร์ก นิคลาส จอห์น แอสซ่าร์ มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการข้อมูลสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

ปัจจุบัน สุปรัชญ์ ศรีผดุง ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ในขณะที่แสตลเบอร์ก นิคลาส จอห์น แอสซ่าร์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2546 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 40.93 ล้านบาท เป็นทุนชำระแล้ว 30.70 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 30.70 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้แก่ กลุ่มตระกูลศรีผดุง ถือหุ้นร้อยละ 54.31 ของทุนชำระแล้ว ทรานส์แพค นอมินีส์ พีทีอี ลิมิเต็ด ถือหุ้นร้อยละ 19.84 และแบงก์บอสตัน อินเวสเมนท์ สหรัฐอเมริกา ถือหุ้นร้อยละ 13.22 บริษัทดำเนินธุรกิจสามประเภทได้แก่

- ธุรกิจบริการเสริมสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (Wireless Value Added Service : VAS)
- ธุรกิจบริการคำปรึกษาและพัฒนาผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตและสื่อไร้สาย (Interactive Solutions)
- ธุรกิจสื่อดิจิตอล (Digital Media)

บริษัทเปิดเว็บไซต์ www.siam2you.com เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และลงโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของลูกค้า และเว็บไซต์ wap.siam2you.com สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต่อมาบริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสจากการเพิ่มจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย จึงได้ขยายการดำเนินธุรกิจ โดยเปิดให้บริการเสริมสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2544 เป็นต้นมา โดยร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) และบริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ จำกัด (ORANGE) ปัจจุบันบริการเสริมสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่จัดเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ที่สร้างรายได้คิดเป็นร้อยละ 83.92 ของรายได้จากการให้บริการรวมในปี 2546 และร้อยละ 87.82 ของรายได้จากการให้บริการรวมในปี 2547

บริการเสริมดังกล่าว ประกอบด้วย การให้บริการส่งข้อมูลบริการเสริมแบบพื้นฐาน (Basic Content) ข้อความ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโมโนโฟนิค และรูปขาวดำ

การให้บริการส่งข้อมูลบริการเสริมแบบพิเศษ (Premium Content) เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโพลีโฟนิค รูปภาพสี และเกมแอพพลิเคชั่น

นอกจากนี้บริษัทให้บริการคำปรึกษาและพัฒนาผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต และสื่อไร้สายให้กับลูกค้าทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อสร้างช่องทางให้กับลูกค้าสามารถติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต และสื่อไร้สายได้อีกทางหนึ่ง เช่นการนำเสนอรายละเอียดของสินค้า และบริการที่ลูกค้าจำหน่าย การจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น

ข้อมูลหุ้น

ชื่อบริษัท บริษัท สยาม ทู ยู จำกัด (มหาชน)
ชื่อย่อในการซื้อขาย S2Y
หมวดอุตสาหกรรม mai
จำนวนหุ้นที่เสนอขาย 13,688,900
มูลค่าที่ตราไว้ 1.00
ที่ปรึกษาทางการเงิน บจก. เซจ แคปปิตอล
วันจองซื้อ 20-22 เม.ย. 2548
ราคาเสนอขาย 7.00
วันเริ่มซื้อขายในตลาด 4 พ.ค. 2548

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนพฤศจิกายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,844 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,993 ล้านบาท ลดลง 1,149 ล้านบาท หรือติดลบ 11.50%

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

ท่ามกลางการแข่งขันของโลว์คอส แอร์ไลน์ในไทย สายการบิน “ไทยสมายล์” ได้วาง Positioning ตัวเองเป็นสายการบินแบบ “ไลท์ พรีเมี่ยม” ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหว่างสายการบินแบบ Full Service และ Low Cost

จากโครงการ LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ต (LINE Creators Market) ที่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถส่งผลงานสติกเกอร์ของตนเองเพื่อขายเป็นสติกเกอร์ไลน์ โดยในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.– 7 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา มีรายได้ทะลุ 1,074 ล้านบาท

กลุ่ม Generation Y (Gen Y) เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลสุดๆ ต่อตลาด เพราะมีขนาดใหญ่ คนกลุ่มนี้เกิดใน ค.ศ 1981-2000 โดยมีจำนวนประมาณ 19 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ ที่สำคัญรายได้ค่อนข้างสูงแม้จะอยู่ในวัยหนุ่มสาวอายุเพียง 15-34 ปี และยังมีอัตราการใช้จ่ายต่อรายได้ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนเจเนอเรชั่นอื่นๆ

Strategic Move

นับเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่ กาเกา ทอล์ค (Kakao Talk) แอพแชต จากเกาหลี เข้ามาทดลองตลาดในไทยเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา

แม้พฤติกรรมการดูภาพยนตร์ของคนไทยจะสูงขึ้นตามไลฟ์สไตล์คนเมืองก็ตาม แต่เมื่อเทียบอัตราการดูภาพยนตร์ของคนไทยต่อคนต่อปีแล้วมีเพียง 1 เรื่องเท่านั้น และโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยยังมีอยู่แค่ 800 โรง

หลังจากประสบความสำเร็จในการ ปั้น 'เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อนท์' บนถนนเจริญกรุงไปแล้ว บริษัท ทีซีซี แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” มองเห็นโอกาสและช่องว่างของการสร้างแหล่งช้อปปิ้ง ที่เรียกว่า 'Community Shopping Center'

Social Media Club

2014 เป็นปีที่ “อีคอมเมิร์ซ”ของไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด ปัจจัยที่สำคัญมาจากการที่ธุรกิจต่างๆ มองว่าเวลานี้ อีคอมเมิร์ซ เป็นช่องทางขายหลักในการเข้าถึงผู้บริโภค การมาของผู้ให้บริการจากต่างประเทศ ระบบชำระเงินออนไลน์ที่พัฒนาไปอย่างมาก (Online Payment) หรือระบบจัดการสินค้าและขนส่งถึงปลายทางพร้อมเก็บเงิน (Warehouse & Fulfillment)

 

Social Network แพลทฟอร์ม ไหนที่คนไทยนิยมมากสุด

YouTube เว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ยอดนิยมของคนไทย ได้จัดอันดับคลิปวิดีโอที่ยอดนิยมมากที่สุดในปี 2014 โดยวัดผลจากยอดวิวสูงที่สุด โดยที่คอนเท้นต์ยอดนิยมส่วนใหญที่คนไทยคลิ๊กดูมากที่สุดยังคงเป็น “เพลง” “มิวสิควิดีโอ” มากที่สุด

Columnist

การแข่งขันในการตลาดปัจจุบัน ต้องมีระบบมาตรฐาน “คุณภาพ” “คุณธรรม” (Quality and Ethics)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

ไอดีซี เผยตลาดแท็บเล็ตในปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าเป้าอย่างเห็นได้ชัด มีการเติบโตเพียงแค่ 7.2% เท่านั้น เมื่อเทียบการเติบโตแบบปีต่อปี ลดลงจาก 52.5% ในปี 2013 ถือเป็นตัวเลขที่เยอะพอสมควร

การจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand)ในปี 2014โดยบริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ยังพบด้วยว่า แบรนด์ที่เข้ามาติดอันดับในปีนี้เป็นครั้งแรก ประกอบไปด้วย ดีเอชแอล (อันดับ 81) แลนด์โรเวอร์ (อันดับที่ 91) เฟดเด็กซ์ (อันดับที่ 92) หัวเหว่ย (อันดับที่ 94) และฮูโก้ บอส (อันดับที่ 97)

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

People

บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง “ปิย สมุทรโคจร” ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน เป็นต้นมา

หลังจาก เฟ้นหาบุคคลมานั่งเก้าอี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอสมท จำกัด (มหาชน) มาแทน "เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์" ที่ยื่นลาออกไปเมื่อ 12 มิถุนายน 2557

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348