สวยออนไลน์ สั่งได้คลิกเดียว

ผ่าสูตรค้าเครื่องสำอางออนไลน์มูลค่า 10,000 ล้านบาท ยุคนี้อินสตาแกรมอย่างเดียวไม่พอ ต้องจัดเต็มทุกสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก และคอนเทนต์ ดูอย่าง “ครีม Lederer” ปั้นค่ายเพลงลูกทุ่งเพื่อขายครีมบำรุงผิวกับสูตรการตลาด “ยิ่งฉาวก็ยิ่งดัง” จนเป็นที่มาของเอ็มวีลูกทุ่งฉาว “เป๊ะ” ที่สร้างกระแสร้อนฉ่ามาแล้ว

จากเพลงลูกทุ่งสุดฉาว กับปรากฏการณ์ “เป๊ะ” ที่สั่นสะเทือนวงการลูกทุ่ง ผลงานจากค่ายเพลงน้องใหม่ Lederer Entertainment ที่มีเจ้าของผลงานคือ “เอิร์ก-องอาจ เลดเดอเรอร์” ผู้ถ่ายทอดบทเพลง “เป๊ะ” โดย Music Video สาวๆ 4 คนใส่เพียงชุดชั้นในด้วยลีลาเซ็กซี่เย้ายวน และมีฉากที่ล่อแหลม เช่น หญิงสาวนัวเนียกัน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์กันอย่างหนักว่านี่มันลูกทุ่งภาษาอะไร!

แต่สำหรับเอิร์ก-องอาจแล้ว ยึดคัมภีร์ “ยิ่งฉาวก็ยิ่งดัง” เพราะนี่คือ กระบวนการทางการตลาดเพื่อปูทางให้กับผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวแบรนด์ Lederer ซึ่งชื่อเดียวกันกับค่ายเพลง

“ออกตัวเลยว่า ไม่ฉาว ไม่แรง ไม่เลิศ ไม่เก๋ ไม่ทำ เราพิจารณาจากฟีดแบ็กกลับมา ถ้ากระแสมันดีอย่างที่เราคิดไว้ เราก็ทำ ง่ายๆ เลยว่า “แก้ผ้าครั้งนี้เลิศ” ซึ่งครั้งนี้ยอมรับว่าประสบความสำเร็จมาก แก้ผ้าครั้งนี้ดังและมีงาน MV เป๊ะ เปลี่ยนเก๋จากนางงามเป็นนางแบบเซ็กซี่ บางส่วนก็รับได้ บางคนก็รับไม่ได้” เก๋-กรรณิกา ขันแก้ว หุ้นส่วนแบรนด์ Lederer และ 1 ใน 4 สาวเซ็กซี่ในเอ็มวีเป๊ะ พูดถึงจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจทำเอ็มวีเพลงนี้ โดยสลัดคราบนางงามดีกรีรอง Miss World Next Top Model 2012 ทิ้งไว้เบื้องหลัง

เอิร์กและเก๋ ร่วมกันเปิดเผยกับ POSITIONINGว่า ได้เริ่มทำแบรนด์ Lederer อย่างจริงๆ จังๆ ก็ช่วงตุลาคมปีที่แล้ว ก่อนที่จะปล่อยเพลงเป๊ะเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น ซึ่งตอนนั้นขายให้กับคนรู้จัก วันหนึ่งขายได้เพียง 1-2 กระปุก และด้วยความที่เอิร์กชอบการร้องเพลง และเคยอยู่วงบอยแบนด์ลูกทุ่งในนาม “สยาม คันทรี” เมื่อ 2 ปีก่อน จึงคิดผลิตเอ็มวีขึ้นมาเพื่อโปรโมตครีม

“ในเมื่อชอบร้องเพลงทำไมไม่ทำเพลงออกมาเอง... ทำให้ตัวเราเองและเพื่อนดัง จริงๆ แล้วงบประมาณทำเอ็มวีเยอะมาก ไม่ได้ทำง่ายๆ แต่เมื่อคิดแล้วการทุ่มงบประมาณหลายแสนบาทเพื่อทำเอ็มวีเป๊ะตัวนี้ ดีกว่าเอาเงินไปสนับสนุนกิจกรรมการตลาด มันไม่คุ้ม เพราะได้แค่โลโกนิดเดียว

เพลงเป๊ะถูกแต่งมาเพื่อให้เข้ากับครีมโดยเฉพาะ “เอ๊ะ ผมเป็นอะไรเจอความขาวทีไรใจละลายเหลวเละ เชะ หุ่นเธอโดนใจ นี่นางฟ้าหรือไรคนอะไรสวยเป๊ะ”

“มันผ่านการคิดมาทั้งหมดแล้ว ไม่ใช่เอะอะจะฉาวๆ ที่เราชมผู้หญิงสวยสารพัด คืออยากให้ทุกคนรู้ว่าทุกอย่างอยู่ในครีมตัวนี้ แล้วคนในเอ็มวีก็ใช้ครีมตัวนี้แหละถึงได้สวยขนาดนี้ และอีกอย่างเราขายครีม ทำไมเอ็มวีที่เราตั้งใจเป็นสื่อโฆษณาจะต้องปิดเนื้อหนังมังสา ในเมื่อเราขายครีม มันคือการ Tie in ไม่ใช่แค่สินค้า มันอยู่ที่ตัวบุคคลด้วย ต้องให้ดูน่าเชื่อถือด้วย” เอิร์ก เล่าถึงกระบวนการทำเอ็มวีตัวนี้

หลักการ Tie in สินค้าจึงต้องไม่ยัดเยียดเกินไป ในเอ็มวี จะเห็นสินค้าเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นเอง แถมมีโลโกเป็นสปอนเซอร์อยู่ตรงเครดิตท้ายเพลง ถึงจะเห็นแค่ไม่กี่วินาทีแต่โทรมาสั่งซื้อกันเยอะมาก

ส่วน 4 สาวตัวแม่ในเอ็มวีสุดฉาวนี้ นอกจากจะมี “เก๋” เป็นตัวแทนจากเวทีนางงามและเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ ยังมี “หมวย-พิลาวรรณ” จากเวทีแม็กซิม มิวกี้เป็นลีโอเกิร์ลคนล่าสุด ส่วนชาญ่าเป็นนางแบบเซ็กซี่ ซึ่งทุกคนมีผลงาน และมีฐานแฟนคลับที่คอยติดตาม

เอิร์กบอกว่าไม่ต้องการคนที่ดังกว่านี้ เพราะว่าจะเด่นเกินไป จะกลบสินค้า แต่ก็ต้องไม่โนเนมกว่านี้ “เซ็กซี่รากหญ้าก็ไม่เอา พริตตี้มอเตอร์โชว์ไม่เอา ทุกอย่างเราเลือกมาแล้ว ทุกคนดังพอๆ กัน อยู่รวมกันแล้วมันโอเค เราคิดมาอย่างนี้เพราะเรียน PR มา ทุกอย่างเกิดจากการคิดมาแล้วทั้งสิ้น ไม่มีเรื่องบังเอิญ”

เมื่อดูการโปรโมตเพลงเป๊ะแล้วไม่ว่าจะเป็นซิงเกิล ทีเซอร์ หรือตัวเอ็มวี เป็นการค่อยๆ ปล่อยเพื่อให้คนติดตาม เพราะถ้าลำพังแค่เพลงลูกทุ่งคนอาจจะไม่สนใจ จึงต้องใช้ความวาบหวิวเข้าช่วย

เรียกได้ว่าแบรนด์ Lederer มีสื่อหลายช่องทางทั้งเพลง ยูทิวบ์ เอ็มวี เฟซบุ๊ก ที่จะสื่อสารกับผู้บริโภค เอิร์กได้เปิดเผยถึงยอดขายต่อเดือนว่าขึ้นแบบก้าวกระโดด ตอนนี้ประมาณ 4,000 ชิ้นต่อเดือน และขึ้นเรื่อยๆ ทุกเดือน มาจากเอ็มวีตัวนี้

“ตอนนี้แฮปปี้ขายออนไลน์มากที่สุด การตลาดออนไลน์เป็นนัมเบอร์วันมากในวินาทีนี้ เปิดบูธค่าที่แพงมาก การที่เราไม่มีหน้าร้านแสดงว่าเราไม่ได้บวกกำไรเยอะ” เก๋พูดปิดท้ายถึงการขายออนไลน์ในปัจจุบัน และแบรนด์ Lederer เองก็เป็นอีกแบรนด์ที่เติบโตมาจากธุรกิจออนไลน์

โตจากโซเชียลมีเดียบวกพรีเซนเตอร์ดัง

“Colly Collagen” เป็นอีกตัวอย่างของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมาจากการขายผ่านโซเชียลมีเดีย เริ่มจากทำ Colly Collagen คอลลาเจนแบบผงชงดื่มกินบำรุงผิวหน้า จากญี่ปุ่น วางขายไปตั้งแต่ปลายปี 2554 ซึ่งตลาดยังใหม่จึงเริ่มบุกทำตลาดจาก Social Media คนรู้จัก และออกบูธขายตามอีเวนต์ต่างๆ บี พีรพัฒน์ ลิขิตน์รัตน์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พัฒน์พลัส จำกัด เจ้าของแบรนด์ Colly Collagen กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์

จากนั้นจึงเริ่มใช้เซเลบ เน็ตไอดอล โพสท่าถ่ายกับสินค้าอัพขึ้นอินสตาแกรม บีเล่าให้ฟังว่า ต้องเลือกคนที่ทานของเราจริงๆ ถ้าดีก็บอกต่อนะ โดยส่งโปรดักต์ให้บรรดาเน็ตไอดอล เซเลบทั้งหลายได้ลองเทสต์ดู จึงมีการถ่ายรูปลงอินสตาแกรมด้วยอิริยาบถต่างๆ จนกลายเป็นโมเดลธุรกิจออนไลน์ในสมัยนี้ ที่สืบต่อกันมา และประสบความสำเร็จมากทีเดียว

พรีเซนเตอร์คนแรกของคอลลี่ คือ “เนย โชติกา” นางร้ายหน้าหวานจากวิกพระรามสี่ ให้เนยลองทานดู เมื่อใช้เนยแล้วเห็นผล ทั้งความเชื่อมั่นของลูกค้าและยอดขายเพิ่มขึ้น จึงขยายสู่กลุ่มผู้ชาย และเพศที่สาม โดยได้โดม ปกรณ์ ลัม มาเป็นเป็นพรีเซนเตอร์ ถ้าใครได้ติดตามโดมรู้ว่าเป็นผู้ชายโซเชียลมาก ทั้งอินสตาแกรม ช่องยูทิวบ์ส่วนตัว เรียกว่างานนี้ได้โดมก็ช่วยเรื่องโซเชียลเยอะมาก ถือว่า Win-Win กันทั้งคู่

นอกจากนั้น ยังมีการ Tie in สินค้าเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายโดยตรง ด้วยการเป็นสปอนเซอร์ในรายการยอดนิยมของวัยรุ่น VRZO 2 ครั้ง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องค่าสปอนเซอร์ โดยการันตรีด้วยยอดวิวถึง 1,161,574 Views ในชื่อตอนว่า VRZO - ชู้ VS อาบ อบ นวด [Ep.54 by Colly] ออกอากาศเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2555

ครั้งที่ 2 ในชื่อตอน VRZO - มีปัญหา! เพื่อน หรือ หัวหน้า [Ep.98 by Colly] ออกอากาศเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา ด้วยยอดวิว 635,036 Views ตอนนี้ ไปถึงบ้าน “โดม ปกรณ์ ลัม” พูดถึงเคล็ดลับความหล่อขั้นเทพ และชงคอลลี่ คอลลาเจนดื่มกันสดๆ เรียกว่าเป็นการ Tie in แบบสุดๆ

เมื่อยอดขายของบริษัทเติบโต 100% ทุกปี ตัว Colly Collagen มียอดขายประมาณ 20,000 กล่องต่อเดือน ล่าสุดบีจึงแตกผลิตภัณฑ์ใหม่ เซรั่มบำรุงผิวหน้า แบรนด์ Divoi โดยใช้ซุปตาร์ระดับแม่เมืองไทยอย่าง “อั้ม พัชราภา” มาเป็นพรีเซนเตอร์ ด้วยงบการตลาด 25 ล้านบาท (รวมค่าพรีเซนเตอร์แล้ว) ใช้ช่องทางสื่ออินเทอร์เน็ต สื่อออนไลน์ส่วนใหญ่ รวมไปถึงสิ่งพิมพ์ หนังสือวัยรุ่น สื่อวิทยุ โดยตั้งเป้ายอดขาย 100,000 กล่องภายในสิ้นปี และตั้งเป้ายอดขายรวมที่ 500 ล้านบาท

บี บอกว่า พฤติกรรมผู้บริโภคยังไงก็ยังเน้นเรื่องความงามอยู่ และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามในปัจจุบันมีมูลค่าถึง 10,000 ล้านบาท อินตาแกรม และเฟซบุ๊กก็ยังคงเป็นสื่อทรงอิทธิพลในการขายผลิตภัณฑ์ความงาม

ตุ๊ดครีม เจาะเพศที่สาม

เปิดเพจเป็นเหมือนไดอารีเล่มหนึ่ง ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านตัวอักษรให้คนอื่นอ่าน แค่นั้นมันอาจจะดูธรรมดาไป แต่ด้วยเขาเป็น “กะเทย” และมีลีลาเล่าเรื่องได้อย่างถึงพริกถึงขิง โดนใจคนอ่านได้อย่างเต็มๆ ทำให้มีคนติดตามอ่านเรื่องที่เขาเขียนในเพจจำนวนมาก นั่นคือเพจ “บันทึกของตุ๊ด” เจ้าของเพจคือ ช่า ธีร์ธวิต เศรฐไชย กราฟิกดีไซน์ และจ้าของแบรนด์ครีมรักษาสิว ToodsCream (ตุ๊ดครีม) โดยตั้งชื่อแบรนด์ให้คล้องกับชื่อเพจ

ช่า-ธีร์ธวิต เริ่มทำครีมด้วยตัวเอง มาจากปัญหาของตัวเอง “เป็นคนมีสิวมาแต่เด็ก แล้วพอดีมีเพื่อนสนิทที่เป็นเภสัชกร เก่งเรื่องส่วนผสมต่างๆ ตอนแรกเป็นครีมที่ใช้เฉพาะคนในกลุ่มคนรู้จัก พอถ่ายรูป Before/After และค่อยๆ ปล่อยลงในแฟนเพจตัวเอง หลังๆ ก็จะมีคนสนใจเยอะขึ้น เพราะให้ใครใช้ก็ได้ผลดี เลยคิดทำขาย ตอนนี้ทำมาเกือบปีแล้ว”

สำหรับช่องทางการขายของ ToodsCream จะขายแค่ใน Facebook เท่านั้น แต่ด้วยฐานจำนวนแฟนคลับค่อนข้างมาก จึงเกิดการบอกปากต่อปากไปเรื่อยๆ “การทำธุรกิจอะไร ยิ่งในธุรกิจเครื่องสำอาง การสร้างความไว้วางใจกับลูกค้าถือว่าสำคัญมาก เราต้องมั่นใจว่าของเราต้องดี และปลอดภัยกับผู้ใช้จริงๆ”

ในเพจบันทึกของตุ๊ดจะเป็นเรื่องที่คุณช่าประสบเองมาทั้งสิ้น และไม่เน้นโฆษณาตัวครีมอันนี้มากมาย จะแบ่งคอนเทนต์เนื้อหา 95% และโฆษณาครีม 5% เท่านั้น เพื่อไม่ให้เป็นการยัดเยียดจนเกินไป

“เดี๋ยวนี้เน็ตไอดอลลงมาจับธุรกิจนี้เยอะ แต่ส่วนมากไม่มีความเชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่อยากลงมาทำเพราะได้กำไรค่อนข้างดี บางคนถึงขั้นตัดส่วนผสมที่ดีออก และเพิ่มส่วนผสมที่อันตรายเพื่อให้ครีมตัวเองได้ผลดี เพราะเชื่อว่ายอดขายจะดีขึ้น ช่าจึงต้องเน้นการปรึกษา การขาย การตอบคำถามหลังการขาย การแก้ปัญหาต่างๆ จึงทำให้ลูกค้าเชื่อใจมากกว่าให้ใครไม่รู้มาตอบคำถาม”

ปูเป้ ชี้แบรนด์เกิดง่าย ระวังไม่ได้คุณภาพ

ปูเป้ ศักรัช เปี่ยมวรนันท์ หรือ Pupe_so_Sweet กูรูชื่อดังด้านผลิตภัณฑ์สกินแคร์ มองว่า ภาพรวมของวงการเครื่องสำอางมีการขยายตัวที่ดี ส่วนหนึ่งคนไทยหันมาสนใจดูแลตัวเองกันมากขึ้น และประเทศยังยังมีพื้นที่ให้กับวงการเครื่องสำอางได้ขยายอีกมาก

“เพราะการทำแบรนด์เครื่องสำอางไม่ได้ยากเหมือนเมื่อก่อน ไม่ต้องมีเงินทุนเยอะมากมาย อยากได้ครีมแบบไหน ใช้ทำอะไรก็เปิดเลือกสูตรจากแค็ตตาล็อก เปลี่ยนแพ็กเกจ เปลี่ยนฉลาก หรือถ้าจะลงทุนเพิ่มขึ้นก็คือสั่งคิดสูตรใหม่ ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายแฝงมากมาย ส่วนใหญ่จะเลือกการลดตุ้นทุนด้วยการเอาจากสิ่งที่มีมาแบ่งขายหรือติดฉลากใหม่เองมากกว่า”

“ปัญหาที่เกิดขึ้นกับวงการเครื่องสำอางในตอนนี้ เริ่มมาจากการแข่งขัน การตัดราคา การลดต้นทุน มีการลดขั้นต่ำในการผลิต รวมถึงมีการใช้ช่องทางออนไลน์ขายส่งผลิตภัณฑ์ เหมือนเป็นการโดดเข้ามาแสวงหาผลกำไรระยะสั้น เน้นเรื่องผลประโยชน์มากกว่าการสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง และนั่นคือสิ่งที่ต้องระวัง”

Marketing Terms: 

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

สงครามน้ำดำรอบใหม่ในปี 2557 กำลังถึงจุดที่ท้าทายของ “เอส” ต้องฝ่าวงล้อมคู่แข่ง หลังจากโดน “เป๊ปซี่” ช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจนหล่นมาเป็นเบอร์ 3 ทำให้เอสต้องเดินตามรอยบิ๊กโคล่า ใช้กลยุทธ์ “ราคา” และปริมาณเข้าสู้ ควบคู่ไปกับการให้ส่วนแบ่งตลาดร้านค้าแบบเต็มเหนี่ยว เพื่อรักษาเครือข่ายช่องทางจำหน่ายที่เป็นป้อมปราการที่สุด

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488