สาหร่าย มาชิตะ เมื่อ “สิงห์” ขอขย้ำเถ้าแก่น้อย

จากความชื่นชอบส่วนตัวของ สันต์ ภิรมย์ภักดี ซึ่งชอบทานสาหร่ายมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย ทำให้เขาคิดที่จะเปิดตลาดสาหร่ายตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว ที่เขาก้าวเข้ามารับผิดชอบดูแลในส่วนของพัฒนาธุรกิจ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีแบรนด์เถ้าแก่น้อยในตลาดแต่อย่างใด

สันต์ ภิรมย์ภักดี ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาดนอนแอลกอฮอล์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด บอกถึงสาเหตุที่ลงเล่นในตลาดสาหร่ายปรุงรสว่า “ผมมองตลาดนี้มานานแล้ว เคยเสนอบอร์ดแล้วแต่ไม่ผ่าน เพราะตอนนั้นภาพของสาหร่ายยังไม่ชัดเจน การเข้าตลาดตอนนี้ไม่ถือว่าช้าเกินไป และไม่หนักใจ เราดูความเป็นไปได้ทางการตลาดไม่ได้มองว่าเก่าหรือใหม่ และตอนนี้เจ้าตลาดมีแบรนด์เดียว รายเล็กๆ อาจไม่มีศักยภาพในแง่ของสายป่านและการลงทุน”

เขาบอกอีกว่า “เราไม่ทำมันฝรั่งทอดกรอบแน่นอน เพราะยังไงก็สู้เลย์ไม่ได้แน่ๆ เลือกทำสาหร่ายปรุงรสเพราะเทรนด์ยังไม่ตก และคาดว่าจะได้รับความนิยมจากลุ่มวัยรุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการเลือกลงเล่นในเซ็กเมนต์สาหร่ายทอดกรอบเพราะเป็นเซ็กเมนต์ที่ใหญ่ที่สุด”

ตลาดนี้ยังมีอนาคตไกลเพราะสอดรับกับเทรนด์ Health Concious ของผู้บริโภคยุคใหม่ แม้ปัจจุบันสันต์จะให้ข้อมูลว่าตลาดสาหร่ายยังเล็กมีมูลค่า 1,680 ล้านบาท แต่เติบโตปีละ 11-15%

แม้กระแสสุขภาพจะมาแรง แต่เซ็กเมนต์สาหร่ายทอดกรอบมีสัดส่วนสูงถึง 60% เนื่องจากให้รสชาติที่อร่อยและถูกปากผู้บริโภคมากที่สุด

“คนไทยชอบกินขนมที่มีน้ำมันกับเกลือ กินแล้วไม่ฝืดคอ ดังนั้นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รสชาติต้องมาก่อน ตามด้วยสุขภาพ”

สันต์บอกว่าแม้จะเป็นตลาดเล็กแต่ก็เอาจริง และเตรียมการมาดี เพราะทดลองตลาดกับเอเย่นต์มานานร่วมปี โดยวางเป้าหมายขั้นต่ำว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาด 12% ภายในสิ้นปี 2554 นี้ หรือคิดเป็นยอดขาย 200 ล้านบาท

นอกจากนี้สันต์ยังมองว่า สำหรับตลาดในประเทศ แม้เถ้าแก่น้อยจะมีส่วนแบ่งการตลาดทิ้งห่างคู่แข่งรายเล็กรายน้อยแต่ก็ยังไม่ถือว่าแข็งแกร่ง เพราะภาพลักษณ์ยังสวิงไปมา ขณะที่ตลาดต่างประเทศเถ้าแก่น้อยทำได้ดีน่าชม ซึ่งมาชิตะเองก็มีแผนการที่จะบุกตลาดต่างประเทศต่อจากนี้อีกด้วย โดยเฉพาะหลังจากปรับโครงสร้างบุญรอด เทรดดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล ด้วยการตั้งสำนักงานในแต่ละประเทศที่สิงห์เข้าไปทำตลาด เพื่อความคล่องตัวมากกว่าจะบริหารงานจากศูนย์กลางที่กรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว

น้องเล็กซุปเปอร์จูเนียร์...สร้างภาพลักษณ์เกาหลีให้มาชิตะ

ในขณะที่เถ้าแก่น้อยมีวง BEAST ศิลปินที่กำลังมาแรงของเกาหลี แต่สิงห์เลือกใช้ศิลปินสุดฮอตที่ดังมายาวนานอย่างซุปเปอร์จูเนียร์ โดยเลือกเฉพาะ “คยูฮยอน” น้องเล็กที่อายุน้อยสุดของวงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยหวังให้พรีเซ็นเตอร์เป็นตัวนำ Brand Value ในแง่ของความเป็นเกาหลีไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้ง่ายและรวดเร็ว

สันต์เผยเบื้องหลังในการเลือกพรีเซ็นเตอร์มาชิตะว่า เลือกพรีเซ็นเตอร์ที่ดังในกลุ่มคนไทย เลือกวงที่ดังที่สุดในกลุ่มเป้าหมายอายุ 18 ปีขึ้นไป

“คนไทยอยากได้พรีเซ็นเตอร์ที่เป็นนักร้องมากกว่านักแสดง เพราะนักแสดงปีหนึ่งๆ มีผลงานไม่กี่เรื่อง ถ้าเราเลือกไปแล้วไม่มีผลงานก็ไม่อยู่ในกระแส แต่นักร้องมีผลงานต่อเนื่อง อยู่ในกระแสได้ตลอดปี ไม่น่าเบื่อ และพบว่าซุปเปอร์จูเนียร์มีกลุ่มเป้าหมายเป็นแมสที่คลั่งไคล้เกาหลีจริงๆ และเป็นวงเกาหลีที่คนไทยอยากเจอมากที่สุด แต่จ้างทั้งวงก็แพงมาก”

คยูฮยอนตอบโจทย์ที่สุดในแง่ของวัยรุ่นและยังไม่เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์เดี่ยวๆ ให้กับแบรนด์ไหนมาก่อนเลย ส่วนซีวอนได้กลุ่มอายุ 25 ปีขึ้นไป และในแง่ของวงแล้ว ซุปเปอร์จูเนียร์ตอบโจทย์ที่สุดเพราะยังได้กลุ่มอายุ 15 ปีด้วย

แม้ตอนแรกเขาจะไม่เชื่อว่ากระแสเกาหลีมาแรงจริงก็ตาม

“สำหรับกระแสเกาหลี ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แค่ซุปเปอร์จูเนียร์มาคนเดียว พารากอนยังแทบแตก แล้วถ้ามาทั้งวงจะขนาดไหน”

อย่างน้อยวันเปิดตัวมาชิตะที่ลานพาร์คพารากอน ก็ทำให้สันต์มั่นใจได้ว่าเลือกไม่ผิดคน เพราะแฟนคลับวัยใสมานั่งกางร่มรอกลางแดดเปรี้ยงๆ กันแน่นขนัดก่อนที่อีเวนต์จะเริ่มต้นหลายชั่วโมง

การที่สาหร่ายต้องสร้างภาพลักษณ์เกาหลี เนื่องจากเกาหลีเป็นผู้ส่งออกสาหร่ายรายใหญ่ของโลกและขึ้นชื่อในเรื่องคุณภาพ ความเป็นแหล่งกำเนิดและต้นตำรับจึงเป็นจุดขายที่ดีกว่าจะไปสร้างภาพลักษณ์เกาหลีเป็นญี่ปุ่นหรือจีน ขณะที่มาชิตะนำเข้าสาหร่ายจากเกาหลี 100% แต่เถ้าแก่น้อยนำเข้าจาก 3 ประเทศคือเกาหลี จีนและญี่ปุ่น

“คนปรุงรสก็คนเกาหลี มาชิตะจึงเป็นเกาหลีหัวจรดเท้า”

ทั้งนี้การเปิดตัวในช่วงเวลาที่ปรากฏต่อสื่อไล่เลี่ยกัน ทำให้หลายคนมองว่านี่เป็นการชิงดำ ช่วงชิงความเป็นสาหร่ายเกาหลีตัวจริงมาไว้ในมือของตัวเองให้ได้ก่อนคู่แข่ง

จากการที่สันต์บอกว่า เขามองเถ้าแก่น้อยเป็นคู่แข่งเพียงรายเดียวในตลาดเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่มีการเบียดแย่งซีนความเป็นเกาหลีกันอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม สิงห์รู้ดีว่ามาทีหลังเถ้าแก่น้อยร่วม 8 ปี จึงวาง Positioning ของมาชิตะเป็นสาหร่ายระดับพรีเมียม พร้อมเกทับเถ้าแก่น้อยว่าแม้จะเป็นสาหร่ายนำเข้าจากบริษัทเกาหลี เหมือนกัน แต่เกรดสาหร่ายของมาชิตะสูงกว่าแต่ก็ยังจำหน่ายในราคาเท่ากับเถ้าแก่น้อย

ด้านบรรจุภัณฑ์ออกแบบให้ทันสมัย เน้นสีโทนเข้มอย่างสีดำ สะท้อนถึงความเท่ ความเนี้ยบ แถมมีสัญลักษณ์ Product by SINGHA กำกับอยู่อีกต่างหาก

“ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์สิงห์ก็สร้างความมั่นใจได้อย่างน้อย 50%”

ขณะเดียวกันเขาเชื่อว่าการแจกสินค้าตัวอย่างกว่า 1 ล้านชิ้น เพื่อทำให้ผู้บริโภคได้ทดลองและเกิดการเปรียบเทียบทั้งในแง่ของรสชาติและคุณภาพจะช่วยทำให้มาชิตะแจ้งเกิดได้ง่ายขึ้น

มาชิตะมั่นใจไปได้ลึก ไปได้ไกล

ปัจจุบันสิงห์จ้างโรงงานอื่นผลิตมาชิตะเพื่อหยั่งกระแสตลาด หากยอดขายไปได้ดี ก็จะลงทุนไลน์ผลิตเพิ่มเติม ซึ่งน่าจะเร็วกว่าที่คาดไว้เพราะวางจำหน่ายได้เพียงเดือนเศษสินค้าเริ่มขาดตลาดในบางช่องทางจำหน่ายแล้ว

“ถ้าเราทำโรงงานเองสนุกแน่ เพราะตอนนี้กำลังการผลิตไม่พอ คงได้เห็นเร็วๆ นี้ จะเป็นโรงงานขนาดกลาง-เล็ก”

ที่สำคัญยังอัดงบการตลาด 100 ล้านบาท มากกว่าคู่แข่งเบอร์ 1 อย่างเถ้าแก่น้อยกว่า 2 เท่า

ปัจจุบันมาชิตะมี 2 รสได้แก่ รสออริจินัล และรสสไปซี่ ใน 3 ขนาด คือ ขนาด 4 กรัมราคาซองละ5 บาท ขนาด 16 กรัม ราคาซองละ 20 บาท และขนาด 40 กรัมราคาซองละ 39 บาท เป็นขนาดและราคาจำหน่ายที่ใกล้เคียงกับเถ้าแก่น้อย แต่ยังมีวาไรตี้น้อยกว่า เพราะเถ้าแก่น้อยมีครบทุกเซ็กเมนต์ทั้งทอดกรอบ อบ ย่าง และเทมปุระ

แม้สิงห์จะเชี่ยวชาญในช่องทางจำหน่ายเทรดดิชั่นแนลเทรดมาก ส่วนเถ้าแก่น้อยยังครอบคลุมช่องทางนี้ เพียง30% จากโชห่วยราว 300,000ร้านทั่วประเทศ ขณะที่ดีทแฮล์มเป็นกำลังเสริมรับหน้าที่เจาะโมเดิร์นเทรดและคอนวีเนียนสโตร์ให้กับมาชิตะ แต่สิงห์ก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาฝ่ายขายที่มีราว 300-400 คน โดยเฉพาะการมุ่งกระจายสินค้าในแผนกนอนแอลกอฮอล์ที่ไม่ง่ายเหมือนเบียร์

อย่างไรก็ตาม เขาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า มาชิตะจะไม่มีจำหน่ายในช่องทางเซเว่น อีเลฟเว่น ในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งที่มากกว่าภูมิภาคอื่นๆ

สันต์จึงมั่นใจเป็นอย่างมากว่า Product, Price, Place และPromotion ที่จะตามมา จะเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้มาชิตะประสบความสำเร็จได้

แค่เริ่มต้นก็ทำเอาตลาดสะเทือน แต่เขาบอกว่างานนี้มาเต็ม และยังมีแรงกว่านี้อีกเยอะ!!!

เพราะสันต์ยืนยันว่า “บริษัทเราไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทุน เรื่องเงินทุนเรามีสูงมาก”

คนเดียวก็ฮอตได้ “คยูฮอน ซุปเปอร์จูเนียร์”

ชื่อชั้นของซุปเปอร์จูเนียร์ หรือ SJ ถือเป็นวงเกาหลีระดับแนวหน้าภายใต้สังกัดเอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเมนท์ มีสมาชิก 13 คน มีแฟนคลับหรือกลุ่ม E.L.F (เอลฟ์) อยู่เรือนหมื่นในไทย แถมยังดีกรีความดังพุ่งพรวดไม่มีหยุด แม้จะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2548

คนไทยจำนวนมากรู้จักซุปเปอร์จูเนียร์จากเพลง Sorry, Sorry ซึ่งเป็นซิงเกิลเมื่อปี 2552 และล่าสุดกำลังออกอัลบั้มชุดที่ 5

ผลงานเพลง Mr.Simple ของซุปเปอร์จูเนียร์ติดอันดับ 4 ของ Youtube Chart ในฐานะคลิปวิดีโอที่มีคนดูมากที่สุดในโลก ประจำเดือนสิงหาคมต่อเนื่องจนถึงต้นเดือนกันยายน โดยหลังลง Youtube ได้เพียง 4 เดือน มียอดวิวกว่า 10 ล้านวิว

สำหรับ คยูฮยอน (Kyuhyun) เกิดวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2531 ปัจจุบันอายุ 23 ปี และเป็นสมาชิกรายล่าสุดของซุปเปอร์จูเนียร์เมื่อปี 2549

มาชิตะกู้หน้าเอน-จอย

มาชิตะเป็นผลิตภัณฑ์ในตลาดขนมแบรนด์ที่ 2 ของสิงห์ หลังปลาแผ่นกรอบปรุงรส เอ็น-จอย ต้องยุติการจัดจำหน่ายไปหลังทดลองวางจำหน่ายที่เซเว่น อีเลฟเว่นได้ไม่นาน เนื่องจากความผิดพลาดในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่มีเชลฟ์ไลฟ์สั้น ทำให้มีปัญหาในเรื่องการสต๊อกสินค้า

เอ็น-จอย จากไปเป็นปี มาชิตะขอกู้หน้าความผิดพลาดในครั้งนั้นของสิงห์คืนมา ในตลาดร้อนอย่างสาหร่ายปรุงรส ที่ยักษ์ใหญ่อย่างสิงห์มองว่ามีโอกาสอีกมาก

มาชิตะ
Official Launch มิถุนายน 2554
Positioning สาหร่ายระดับพรีเมียม
Slogan อร่อยเนี้ยบ สาหร่ายเต็มๆ
Product Details
 
 
 
เริ่มแรกมีเฉพาะสาหร่ายทอดกรอบ 2 รสได้แก่ รสออริจินัล และรสสไปซี่ ใน 3 ขนาด คือ ขนาด 4 กรัม ราคาซองละ5 บาท ขนาด 16 กรัม ราคาซองละ 20 บาท และขนาด 40 กรัม ราคาซองละ 39 บาท
Channel คอนวีเนียนสโตร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาเก็ต และโชห่วยต่างๆ
Strategy
 
 
 
สื่อสารครบวงจรเพื่อฉายภาพความเป็นสาหร่ายต้นตำรับ 100% จากเกาหลี โดยชื่อแบรนด์ มาชิตะ แปลว่า อร่อย โดยใช้ภาพยนตร์ โฆษณา สื่อ ณ จุดขาย สื่อดิจิตอล และใช้พรีเซ็นเตอร์ คยูฮยอน จากซุปเปอร์จูเนียร์

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

สงครามน้ำดำรอบใหม่ในปี 2557 กำลังถึงจุดที่ท้าทายของ “เอส” ต้องฝ่าวงล้อมคู่แข่ง หลังจากโดน “เป๊ปซี่” ช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจนหล่นมาเป็นเบอร์ 3 ทำให้เอสต้องเดินตามรอยบิ๊กโคล่า ใช้กลยุทธ์ “ราคา” และปริมาณเข้าสู้ ควบคู่ไปกับการให้ส่วนแบ่งตลาดร้านค้าแบบเต็มเหนี่ยว เพื่อรักษาเครือข่ายช่องทางจำหน่ายที่เป็นป้อมปราการที่สุด

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

Strategic Move

ในปีก่อนคงได้เห็น Dove แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผมได้สื่อสารแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความสวยจากภายใน พร้อมช่วยสร้างความมั่นใจให้สาวๆ เพิ่มมากขึ้น พร้อมทำแคมเปญ Dove Real Beauty Sketches ที่เป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลก

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488