ส่งออกสินค้าเกษตรปี 2554...เติบโตสูงเป็นประวัติการณ์

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรมีอัตราการขยายตัวสูงเป็นประวัติการณ์โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 14,961.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 49.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน(YoY) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าในปี 2554 สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยหนุนทั้งจากราคาสินค้าเกษตรสำคัญมีแนวโน้มสูงขึ้น และความต้องการในต่างประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จากสภาพอากาศที่แปรปรวน การแพร่ระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช ที่มีความถี่และแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ทำให้นานาประเทศเกิดความกังวลถึงความเพียงพอด้านอาหารของประเทศ ส่งผลให้ความต้องการสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในปี 2554 น่าจะพุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับ 29,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.0 เมื่อเทียบกับปี 2553 ในขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรในปี 2554 เพิ่มขึ้นเป็น 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.0 นับว่าเป็นเพิ่มขึ้นมากเป็นประวัติการณ์จากปัจจัยเอื้อของตลาดต่างประเทศ

สำหรับแนวโน้มการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปในปี 2555 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยหนุน คือ ราคาสินค้าเกษตรที่อยู่ในเกณฑ์สูงจูงใจให้เกษตรกรขยายการผลิต รวมทั้งอานิสงส์ของนโยบายรัฐบาลใหม่ที่จะส่งผลให้กำลังซื้อของคนในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนโยบายการเพิ่มค่าจ้างแรงงาน และการเพิ่มการลงทุนของภาครัฐบาล คาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในปี 2555 น่าจะพุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับ 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับปี 2554 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.0 ในขณะที่คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรในปี 2555 น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 19,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.0 จากปัจจัยเอื้อของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น ซึ่งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนยังคงขยายตัวต่อไปได้ แม้จะไม่ร้อนแรงเท่าปี 2554 ส่วนเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มส่งสัญญาณที่ดีขึ้น ส่วนเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญคือ สหรัฐฯและสหภาพยุโรปแม้ว่าจะประสบปัญหา แต่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรน้อยกว่าสินค้าอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นต่อการบริโภค

สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่มีอัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกอยู่ในเกณฑ์สูง 5 อันดับแรก ได้แก่
-ยางแปรรูปขั้นต้น (ยางแผ่นรมควัน น้ำยางข้น)
ปัจจัยผลักดันมูลค่าการส่งออกยางแปรรูปขั้นต้นในปี 2554 คือ ราคายางที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยราคายางแผ่นดิบชั้น 3 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ที่ระดับ 170.77 บาท/กิโลกรัม แม้ว่าญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดนำเข้ายางสำคัญของไทยจะเผชิญปัญหาภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิในช่วงเดือนมีนาคม แต่ก็ส่งผลกระทบต่อราคายางในระยะสั้น และการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่น ยังเป็นผลเชิงบวกต่อการส่งออกยางของไทยในช่วงที่เหลือของปี 2554 สำหรับปัจจัยหนุนสำคัญอื่นๆ คือ ยอดจำหน่ายและยอดส่งออกรถยนต์ของจีนที่ยังมีแนวโน้มสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการนำเข้ายางของจีนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเด็นที่น่าสนใจคือ การเข้าซื้อยางของจีนส่งผลให้ราคายางในแต่ละช่วงปรับตัวขึ้น/ลง รวมทั้งการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่ในเกณฑ์สูง ซึ่งราคายางในตลาดโลกเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคายางสังเคราะห์ซึ่งเป็นสินค้าทดแทนยางธรรมชาติก็จะอยู่ในเกณฑ์สูงตามไปด้วย ซึ่งปัจจัยหนุนการส่งออกยางในปี 2554 ยังคงเป็นปัจจัยหนุนการส่งออกยางแปรรูปขั้นต้นให้ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องในปี 2555

-ข้าว ปริมาณการส่งออกข้าวในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 อยู่ในระดับเฉลี่ยที่ประมาณ 1 ล้านตันต่อเดือน โดยคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปี 2554 ปริมาณการส่งอออกข้าวจะสูงถึง 10 ล้านตัน ทั้งนี้ตลาดส่งออกที่มีการขยายตัวสูง คือ ไนจีเรีย บังคลาเทศ อินโดนีเซีย อิรัก แอฟริกาใต้ อิหร่าน และจีน โดยประเภทข้าวที่มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นคือ ข้าวนึ่งและปลายข้าว เนื่องจากอินเดียซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญยังคงจำกัดการส่งออก อย่างไรก็ตาม การส่งออกข้าวยังเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงจากเวียดนาม โดยเฉพาะข้าวขาว ส่งผลให้ราคาข้าวในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 อยู่ในระดับต่ำกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2553 ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ การปรับนโยบายแทรกแซงตลาดข้าวเป็นมาตรการจำนำ ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศราคารับจำนำข้าวในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2554 สำหรับข้าวเปลือกเจ้า5% ที่ระดับ 15,000 บาท/ตัน และข้าวหอมมะลิที่ระดับ 20,000 บาท/ตัน ส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศ และราคาส่งออกข้าวขยับสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2554 นอกจากนี้ ราคาข้าวยังได้รับแรงหนุนจากการที่ในช่วงไตรมาส 3 เป็นช่วงปลายฤดูการผลิตของทั้งไทยและเวียดนาม ในขณะที่ยังมีความต้องการซื้อข้าวล็อตใหญ่จากอินโดนีเซียที่ช่วยหนุนให้ตลาดซื้อขายข้าวคึกคัก สำหรับแนวโน้มราคาข้าวในประเทศในปี 2555 คาดว่าราคายังอยู่ในเกณฑ์สูง ส่วนราคาส่งออกข้าวคาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์สูงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ สภาพอากาศกล่าวคือ ถ้าสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการผลิตข้าว การแข่งขันข้าวในตลาดโลกรุนแรง ราคามีแนวโน้มปรับตัวลดลง โดยเฉพาะในช่วงครื่งแรกปี 2555 จากเวียดนาม และมีแนวโน้มว่าอินเดียจะส่งออกข้าวขาวเพิ่มขึ้น แต่ถ้าสภาพอากาศแปรปรวน ความต้องการในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ราคามีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูง สภาพการแข่งขันกับเวียดนาม โดยต้องติดตามประเด็นสำคัญคือ การปรับลดค่าเงินด่อง ส่งผลให้ราคาข้าวของเวียดนามจะถูกกว่าข้าวไทยมากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการกำหนดราคาส่งออกขั้นต่ำของเวียดนาม ซึ่งเป็นตัวชี้นำราคาส่งออกข้าวของเวียดนาม สำหรับปัจจัยสนับสนุนราคาข้าว ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มสูงขึ้น จากการเข้ามาเก็งกำไรในตลาดซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์มากขึ้น อันเป็นผลมาจากปัญหาเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มอ่อนค่า

-น้ำตาลทราย จากการคาดการณ์ผลผลิตอ้อยของไทยในปี 2553/54 จะสูงถึง 95.36 ล้านตัน สูงกว่าปีก่อนถึง 27 ล้านตัน ส่งผลให้ผลผลิตน้ำตาลของไทยในปี 2554 นี้จะอยู่ที่ 9.66 ล้านตัน และบริโภคในประเทศ (โควตา ก.) 2.5 ล้านตัน ที่เหลือประมาณ 7 ล้านตันส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณส่งออกที่สูงมากเป็นประวัติการณ์ ตลาดหลักคือ ประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และมาเลเซีย รวมทั้งญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ ราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลกค่อนข้างผันผวนไปตามกระแสข่าวปริมาณผลผลิตของประเทศผู้ผลิตน้ำตาลสำคัญของโลก กล่าวคือ ในช่วงต้นปีราคาน้ำตาลทรายดิบลดลง เนื่องจากคาดการณ์ผลผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นของไทยและอินเดีย และราคาน้ำตาลทรายดิบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน 2554 เนื่องจากมีข่าวเกี่ยวกับความล่าช้าในการผลิตและการส่งออกน้ำตาลของบราซิล อันเนื่องจากปัญหาฝนที่ตกหนักในช่วงฤดูการผลิตน้ำตาล ทำให้การเปิดหีบอ้อยล่าช้า รวมถึงในช่วงต้นของฤดูการผลิตมีการนำอ้อยไปผลิตเอทานอลเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า นอกจากนี้ การขนถ่ายน้ำตาลลงเรือล่าช้า จากอุปสรรคปัญหาฝนที่ตกหนัก คาดการณ์ว่าราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลกในช่วงครึ่งหลังปี 2554 มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ในขณะที่ราคาน้ำตาลทรายดิบในปี 2555 จะถูกกดดันจากการคาดการณ์ว่าปริมาณผลผลิตน้ำตาลจะมีเกินความต้องการ เนื่องจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นของประเทศผู้ลิตน้ำตาลที่สำคัญของโลก

-อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ปัจจัยหนุนการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกเป็นผลมาจากราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบทั้งปลาทูน่า และกุ้งมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาวัตถุดิบปลาทูน่าปัจจุบันเฉลี่ยที่ 1,900 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปลายปี 2553 ที่ราคาปลาทูน่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ส่วนราคากุ้งมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องจากปลายปี 2553 เนื่องจากประเทศคู่แข่งสำคัญได้รับความเสียหายจากปัญหาโรคระบาดไวรัสกล้ามเนื้อขุ่น และปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวน ในขณะที่ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งที่สำคัญของไทย ส่งผลให้ราคากุ้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ การส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิในช่วงเดือนมีนาคม 2554 ทำให้มีการสั่งนำเข้าอาหารทะเลกระป๋องเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ส่วนตลาดสหภาพยุโรป(อียู)ที่บางประเทศได้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจจากปัญหาหนี้สาธารณะ แต่ในภาพรวมมีการนำเข้าอาหารทะเลกระป๋องเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะฝรั่งเศส และสเปน

คาดว่าในช่วงไตรมาส 3/54 คำสั่งซื้อจากตลาดยุโรปและสหรัฐฯจะชะลอตัว เนื่องจากเป็นช่วงพักร้อน ส่วนในเดือนสิงหาคมคำสั่งซื้อจากตลาดตะวันออกกลางจะลดลงจากการเข้าสู่เดือนรอมฎอน(ถือศีลอด)แต่คาดว่าคำสั่งซื้อในตลาดเหล่านี้จะกลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้งในช่วงไตรมาส 4/54 รวมทั้งคาดการณ์ว่าราคาวัตถุดิบ คือ ปลาทูน่ามีแนวโน้มจะอ่อนตัวลงหลังจากแตะระดับสูงสุดที่ 1.9 พันดอลลาร์ต่อตันในช่วงเดือนกรกฎาคม 2554 โดยราคาเฉลี่ยทั้งปี 2554 น่าจะอยู่ที่ระดับ 1.6 พันดอลลาร์ต่อตัน ในขณะที่ราคากุ้งมีแนวโน้มชะลอตัวลงเช่นกัน จากการคาดการณ์ว่าปริมาณผลผลิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากราคาที่อยู่ในเกณฑ์สูงจูงใจให้เกษตรกรขยายการเลี้ยง ส่วนในด้านการส่งออกก็เผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น จากการที่ประเทศคู่แข่งฟื้นตัวจากความเสียหาย

สำหรับในปี 2555 คาดการณ์ว่าการส่งออกอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศในสหภาพยุโรป และสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไม่มากนัก เนื่องจากอาหารกระป๋องและแปรรูปเป็นสินค้าจำเป็น และมีราคาต่ำทำให้ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ความต้องการยังมีแนวโน้มจะเติบโต

-ผัก ผลไม้และผลิตภัณฑ์ มูลค่าการส่งออกผัก ผลไม้และผลิตภัณฑ์ในช่วงครึ่งแรกปี 2554 มีแนวโน้มขยายตัวอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณผลผลิตในปี 2554 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับในปี 2553 ซึ่งเผชิญปัญหาความแห้งแล้งที่ยาวนานผิดปกติ สร้างความเสียหายให้กับปริมาณผลผลิต คาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกผัก ผลไม้และผลิตภัณฑ์ในช่วงครึ่งหลังปี 2554 และในปี 2555 ยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง และผักสดแช่เย็นแช่แข็ง ได้รับแรงหนุนสำคัญจากกรอบเจรจาการค้าเสรี โดยเฉพาะอาฟตา และอาเซียน-จีน กล่าวคือ ตลาดส่งออกผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งที่มีอัตราการขยายตัวสูง คือ จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม และลาว ส่วนตลาดส่งออกผักสดแช่เย็นแช่แข็งที่มีอัตราการขยายตัวสูงคือ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย สำหรับการส่งออกผลไม้กระป๋องและแปรรูปยังมีแนวโน้มขยายตัวในตลาดส่งออกหลัก คือ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ส่วนตลาดที่น่าสนใจคือ ออสเตรเลียและรัสเซีย ส่วนผักกระป๋องและแปรรูป ตลาดส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง คือ ญี่ปุ่น รัสเซีย ไต้หวัน ออสเตรเลีย และซาอุดิอาระเบีย

ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การเริ่มมีการเข้ามาลงทุนในไทยในการผลิตน้ำผลไม้ และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยอาศัยความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของผลไม้ไทย รวมทั้งฐานตลาดเครื่องดื่มของไทยที่กำลังอยู่ในช่วงเติบโต โดยเฉพาะเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ เป็นการเตรียมรับตลาดประชาคมอาเซียนในปี 2556 โดยใช้ไทยเป็นฐานในการส่งออกไปยังตลาดอาเซียน

-ไก่แปรรูป มูลค่าการส่งออกไก่แปรรูปในช่วงครึ่งแรกปี 2554 พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทั้งที่ในปีปกติฤดูการส่งออกไก่แปรรูปจะอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากในช่วงต้นปีราคาไก่เนื้อพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จากสภาพอากาศที่แปรปรวนและโรคระบาดในประเทศผู้ผลิตหลักอื่นๆ ของโลก ส่งผลกระทบทำให้ธุรกิจการเลี้ยงไก่เนื้อมีอัตราการสูญเสียสูงกว่าร้อยละ 20 ของภาวะการเลี้ยงปกติ โดยเฉพาะบราซิล ซึ่งเป็นผู้ส่งออกไก่รายสำคัญ ดังนั้น ประเทศผู้ซื้อจึงกังวลว่าจะเกิดปัญหาขาดแคลนไก่เนื้อ ทำให้มีคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ไก่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2554 ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูการส่งออก แม้ว่าในช่วงครึ่งหลังจะมีการคาดการณ์ว่าราคาไก่เนื้อมีแนวโน้มอ่อนตัวลง จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการผลิตลดลง แต่ผู้ประกอบการในธุรกิจไก่เนื้อยังคงคาดการณ์ว่าในปี 2554 ปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่จะเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 500,000 ตันเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2546 ก่อนที่ไทยจะมีปัญหาโรคไข้หวัดนกที่มีผลทำให้ช่วง 8 ปีที่ผ่านมาปริมาณการส่งออกไก่ของไทยลดลง เพราะต้องปรับเปลี่ยนระบบการผลิตจากไก่สดแช่เย็นแช่แข็งเป็นไก่แปรรูป สำหรับปัจจัยหนุนการส่งออกในระยะต่อไป คือ ถ้าสหภาพยุโรป และญี่ปุ่นเปิดนำเข้าไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงกฎนำเข้าสินค้าอาหารของกลุ่มประเทศสภาความร่วมมือแห่งอ่าวอาหรับ (GCC) มาใช้ระเบียบนำเข้าอาหารร่วม 6 ประเทศ ก็จะทำให้ไทยส่งออกไก่สดแช่เย็นแช่แข็งไปยังตลาดนี้ได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือไปจากการส่งออกไปยังบาร์เรน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในปี 2554 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ จากปัจจัยเอื้อในด้านปริมาณการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับในปี 2553 ที่เผชิญปัญหาแห้งแล้งยาวนานผิดปกติ และราคาที่อยู่ในเกณฑ์สูงจูงใจให้เกษตรกรขยายปริมาณการผลิต นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเอื้อจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของตลาดต่างประเทศ รวมทั้งอานิสงส์จากการส่งออกไปยังประเทศที่เป็นคู่เจรจากรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรี โดยเฉพาะอาฟตา และอาเซียน-จีน สำหรับการส่งออกในปี 2555 คาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยยังได้รับแรงหนุนจากราคาสินค้าเกษตรที่คาดว่ายังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง และความต้องการของตลาดต่างประเทศยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น ซึ่งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนยังคงขยายตัวต่อไปได้ แม้จะไม่ร้อนแรงเท่าปี 2554 ส่วนเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มส่งสัญญาณที่ดีขึ้น ส่วนเศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญคือ สหรัฐฯและสหภาพยุโรปแม้ว่าจะประสบปัญหา แต่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรน้อยกว่าสินค้าอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นต่อการบริโภค

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกับ ทีเอ็นเอส เผยผลสำรวจมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2557 และคาดการณ์ในปี 2558

Consumer Insight

อาจเป็นเพราะรูปแบบของสื่อทีเปลี่ยนแปลงไป จากเด็กในอดีตที่มีเพียงแค่ทีวี หนังสือ และนิตยสารอยู่รอบตัว มาสู่เด็กในวันนี้ที่มีทั้งแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน นาฬิกาอัจฉริยะ แว่นตาอัจฉริยะ เกม ยูทิวบ์ ทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ฯลฯ ส่งผลให้เด็กทุกวันนี้อยู่กับหน้าจอต่างๆ มากกว่าวันละ 6 ชั่วโมงแล้ว

ThaiCERT (ไทยเซิร์ต) ออกประกาศเตือนผู้ใช้งานระบบธนาคารออนไลน์ (Online Banking) ให้ระวังเว็บไซต์ธนาคารปลอม หลังได้รับแจ้งว่ามีลูกค้าธนาคารแห่งหนึ่ง พบหน้าเว็บไซต์หลอกหลวง หวังขโมยรหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน

เอคเซนเชอร์ เผยเศรษฐกิจยุคใหม่กำลังจะก้าวไปสู่เศรษฐกิจแบบผนึกกำลัง หรือ We Economy เหตุดิจิตอลเข้ามามีบทบาทในทุกด้าน แนะธุรกิจต้องปรับตัว และต่อยอดสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนที่คาดว่าในปี 2020 จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

Insight

ก้าวเข้าสู่ยกที่สองของ สมรภูมิดิจิตอลทีวี แต่กลับย้อนรอยเข้าสู่โหมด อนาล็อกแบบเดิมๆ เมื่อบรรดาเหล่าดิจิตอลทีวีต่างขน “ละคร” ออนแอร์กันแบบจัดเต็ม หวังชิงคนดู และเรตติ้งช่วงไพร์มไทม์จากช่องอนาล็อกขึ้นสู่ท็อปไฟว์ จนทำให้สภาพทีวีของไทยเวลานี้ต้องเข้าสู่ภาวะ “ละครล้นจอ”

ดีเดย์วันนี้ 12 มีนาคม เฟซบุ๊ก ล้างบาง “ไลค์ปลอม” ประกาศลบบัญชีแฟนเพจที่ไม่เคลื่อนไหวทิ้ง นักการตลาดขานรับ คาดยอดไลค์ลด 5-10% แต่ได้แฟนตัวจริง ธุรกิจปั่นไลค์กระเทือน ส่วนเฟซบุ๊กทำเงินเข้ากระเป๋าเพิ่ม

หลังจากที่ตลาดน้ำอัดลมของไทยมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเป๊ปซี่ ยุติความสัมพันธ์ที่เคยมีกับ “เสริมสุข” ผู้ผลิต บรรจุขวด และทำตลาดเป๊ปซี่มายาวนานถึง 58 ปี ต้องสิ้นสุดลง เป๊ปซี่ตั้งโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายเอง ยกเลิกขวดแก้ว หันมาเน้นผลิตแต่ขวด PET

Strategic Move

ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ เห็นทิศทางบวกหลังมีความแน่นอนในการประมูล 4G ประเดิมนำสมาร์ทโฟน Lumia 640 รับ 4G ในระดับราคา 5,990 บาท เข้ามาจำหน่าย เชื่อกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศไทยยังเติบโตต่อเนื่องในระดับราคาต่ำกว่าหมื่นบาท

ล่าสุดศาลแพ่งพิจารณาระงับคำสั่งงดฉายหนัง Fast and furious 7 ด้านสหมงคลฯ ขอคัดค้านแต่ไม่เป็นผล ชี้กระทบสิทธิ์ผู้อื่น

เมเจอร์ปิดจองตั๋ว Fast and furious 7 ผ่านเวบไซต์ ส่วน SF ยังเปิดอยู่ เผย "จา พนม" บินไปอเมริกาเดินสายโปรโมตหนังแล้ว

Social Media Club

หลังจากซื้อกิจการในเดือนมกราคมและเปิดให้ชาวออนไลน์ทดลองใช้งานมาระยะหนึ่ง “ทวิตเตอร์ (Twitter)” เครือข่ายสังคมข้อความสั้นยอดฮิตตัดสินใจเปิดให้บริการแอปพลิเคชัน “แพริสโคป (Periscope)” อย่างเป็นทางการ ชูความสามารถถ่ายทอดสดทั้งภาพวิดีโอและเสียงสุดลื่นไหล แถมให้บริการฟรีบนความหวังเพิ่มฐานผู้ใช้งานก้าวกระโดด

เฟซบุ๊ก (Facebook) เครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่ประกาศให้นักพัฒนาจากภายนอกร่วมเพิ่มฟังก์ชันบนแพลตฟอร์ม “Messenger” ได้ตามใจปรารถนา พร้อมโชว์ตัวเลขผู้ใช้กว่า 600 ล้านคน เป็นสิ่งยั่วใจ ไม่เท่านั้นยังเผยแผนบริการใหม่ “Businesses on Messenger” ที่เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจกับผู้บริโภค “ใกล้ชิด” กันมากขึ้น

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

คำสั่งขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ทำให้ทางการญี่ปุ่นระงับการเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศไทย เหมือนดั่งสายฟ้าฟาด สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งหากกรมการบินพลเรือนของไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยได้ ก็อาจมีความเสี่ยงที่ประเทศอื่นๆจะระงับการขยายเส้นทางการบินเหมือนกับญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากต่างเฝ้ามองตลาดของจีนแผ่นดินใหญ่กันตาเป็นมัน และคาดหวังว่าจะได้มีส่วนแบ่งตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่กันทั้งสิ้น แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ตลาดจีนดูจะยากแก่การเข้าถึงเกินไปเสียแล้ว

เปิดเผยดรามาภายในองค์กรก้องโลก “แอปเปิล” หลังมีข้อมูลเผยว่า ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลคนปัจจุบันเคยเสนอตัวขอบริจาค “ตับ” ให้สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตซีอีโอเพื่อยื้อชีวิต

Global Trend

กลุ่มสื่อจีนเผยภาพรถยนต์สามมิติ (3D) คันแรกของประเทศ ซึ่งผลิตขึ้นโดยบริษัท ซันย่า ซื่อไห่ (三亚思海) ในเมืองซันย่า มณฑลไห่หนัน (หรือไหหลำ) ทางตอนใต้ โดยพาหนะสีสันเตะตาคันนี้มีน้ำหนักรวม 500 กิโลกรัม และขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก

หุ่นเจ้าหน้าที่ตำรวจจำลอง หรือ “จ่าเฉย” เป็นที่รู้จักกันดีในประเทศไทย หากแต่ที่ประเทศญี่ปุ่น ก็มี “รถจ่าเฉย” ซึ่งมีวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน คือ เพื่อเตือนสติให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

ไอโฟนรุ่นปัจจุบันอย่าง iPhone 6 นั้นได้รับความนิยมถล่มทลายด้วยหน้าจอขนาด 4.7 นิ้วและ 5.5 นิ้ว แต่ล่าสุดมีข่าวลือระบุว่าแอปเปิล (Apple) กำลังเตรียมพัฒนาไอโฟน 6 ขนาดเล็กลงเหลือ 4 นิ้ว นักวิเคราะห์คาดข่าวลือนี้มีทั้งโอกาสเป็นไปได้และเป็นไปได้ยาก แม้ว่าสาวกส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะให้การต้อนรับอย่างดีก็ตาม

People

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348