ส่งออกสินค้าเกษตรสู่ตลาดใหม่ : ความท้าทาย...โอกาสและปัญหา

วิกฤติในภาคการเงินของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯและเศรษฐกิจของประเทศต่างๆทั่วโลกมีแนวโน้มชะลอตัวในปี 2552 ส่งผลต่อภาคการส่งออกของไทย โดยจะมีอัตราการขยายตัวที่ชะลอลงเช่นกัน บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในปี 2552 เป็น 2 กรณี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของผลกระทบทางเศรษฐกิจ ดังนี้

กรณีแรก เป็นกรณีที่ได้รับผลกระทบไม่มากนักนั้นเป็นการประเมินว่าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีอัตราชะลอตัวลง และคาดหวังว่ามาตรการต่างๆของแต่ละประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยจะช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะวิกฤตทางการเงินของสหรัฐฯ และพยุงภาวะเศรษฐกิจไม่ให้ซบเซามากนัก โดยคาดว่าในปี 2552 มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้นเป็น 35,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9

กรณีที่สอง เป็นกรณีที่ได้รับผลกระทบมาก โดยวิกฤติทางการเงินในครั้งนี้ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเข้าสู่ภาวะถดถอย และยังมีผลกระทบในวงกว้างทำให้เศรษฐกิจของประเทศอื่นๆทั่วโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยตามไปด้วย โดยเฉพาะสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย ทำให้คาดว่าในปี 2552 มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 7.7 คิดเป็นมูลค่า 33,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ดังนั้น ในปี 2552 รัฐบาลและภาคเอกชนไทยต้องเร่งปรับกลยุทธ์การตลาด มุ่งเน้นผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปยังตลาดใหม่ๆ เพื่อลดการพึ่งพิงการส่งออกไปยังตลาดหลัก แม้ว่า บรรดาผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรพยายามเจาะขยายตลาดใหม่ และสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ท่ามกลางปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาทั่วโลกนี้ การเจาะขยายตลาดใหม่เพิ่มขึ้นยังคงมีความจำเป็น ทั้งนี้ เพื่อพยุงไม่ให้ยอดการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในปี 2552 ชะลออัตราการขยายตัวลงไปมากนัก เนื่องจาก ประเทศที่เป็นตลาดใหม่นั้นยังมีโอกาสและมีความท้าทายสำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทยอยู่

กระจายตลาดส่งออกสู่ตลาดใหม่...ลดการพึ่งพิงตลาดหลัก
กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายผลักดันให้ผู้ส่งออกของไทยกระจายตลาดส่งออกไปยังตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดหลัก โดยมีการจัดตั้งศูนย์ผลักดันการส่งออกไปตลาดใหม่ ซึ่งในระยะแรกโครงการนี้เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2542-2546 หลังจากนั้นมีการขยายระยะเวลาครั้งแรกเมื่อสิ้นสุดโครงการเป็นสิ้นสุดโครงการในปีงบประมาณ 2548 การขยายระยะเวลาครั้งที่ 2 โดยโครงการจะสิ้นสุดในปีงบประมาณ 2550 และโครงการได้ถูกขยายต่อไปเป็นครั้งที่ 3 ดังนั้น โครงการจะสิ้นสุดในปีงบประมาณ 2552

กลุ่มประเทศภายใต้โครงการการส่งออกไปตลาดใหม่ มีทั้งหมด 8 กลุ่ม คือ ประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศในตะวันออกกลาง ประเทศในทวีปแอฟริกา ประเทศในลาตินอเมริกา ประเทศในยุโรปตะวันออก ประเทศในกลุ่มเอเชียใต้ ประเทศจีน(ไม่รวมไต้หวัน/ฮ่องกง/มาเก๊า) และมองโกเลีย และประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกใต้

ความสำเร็จของการเจาะขยายตลาดส่งออกใหม่สำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดหลัก คือ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรปจะยังอยู่ในเกณฑ์สูง แต่สัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดหลักมีแนวโน้มลดลง ดังนี้

-สินค้าเกษตรกรรม สัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดหลักลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการส่งออกสินค้ากสิกรรม กล่าวคือ สัดส่วนการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมไปยังตลาดหลักในปี 2551 เพิ่มเป็นร้อยละ 65.5 จากที่ในปี 2545 (ก่อนที่จะมีโครงการผลักดันการส่งออกไปยังตลาดใหม่) มีสัดส่วนเพียง 52.3 ซึ่งสัดส่วนของการส่งออกสินค้ากสิกรรมนั้นเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 75.6 จากที่เคยอยู่ในระดับร้อยละ 68.3 ทั้งนี้ เนื่องจากการประสบความสำเร็จในการเจาะขยายตลาดจีน ทำให้จีนซึ่งเคยมีความสำคัญเป็นอันดับ 4 สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม รองจากญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ สามารถก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในปี 2551 อย่างไรก็ตาม การเจาะขยายตลาดใหม่สำหรับประมง และปศุสัตว์นั้นมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นค่อนข้างน้อย โดยสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดหลักยังอยู่ในระดับสูงถึงร้อยละ 71.6 และ 83.8 ตามลำดับ

-สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร การเจาะขยายตลาดใหม่สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรก็นับว่าประสบความสำเร็จพอสมควร โดยสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดใหม่ในปี 2551 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 56.9 เมื่อเทียบกับในปี 2545 ที่มีสัดส่วนร้อยละ 46.6 ซึ่งตลาดใหม่ที่น่าสนใจ คือ จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย

ปี 2552...วิกฤติเศรษฐกิจ ตัวเร่งให้เจาะขยายตลาดใหม่
จากภาวะวิกฤติภาคการเงินในสหรัฐฯที่ส่งผลกระทบทำให้ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกซบเซา ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทยอย่างชัดเจนในปี 2552 ในขณะที่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรนั้นได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นตัวช่วยประคองให้ภาคการส่งออกโดยรวมไม่ตกต่ำลงมากนัก ดังนั้น บรรดาผู้ส่งออกและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรต้องเร่งปรับตัว โดยเบื้องต้นให้เร่งจับตา 5 จุดหลักเพื่อเตรียมรับมือ ดังนี้

1.จับตาดูท่าทีของลูกค้าว่าจะมีรายใดส่งสัญญาณตัด/ลดคำสั่งซื้อออกไปบ้าง เพื่อจะได้เจรจาต่อรองในการรักษาคำสั่งซื้อไว้ หรือหาตลาดใหม่มาชดเชย ซึ่งประเด็นในการเจรจาจะเป็นเรื่องการขอลดราคาเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรอยู่ในช่วงขาลง

2.จับตาดูประเทศคู่แข่งสำคัญ โดยเฉพาะเวียดนาม และจีน เนื่องจากกำลังผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการหดตัวลง ซึ่งจะเกิดการแย่งตลาดมากขึ้น รวมทั้งต้องจับตาประเทศคู่ค้าที่บางประเทศมีแนวโน้มพลิกมาเป็นคู่แข่ง เนื่องจากการขยายปริมาณการผลิต นอกจากนี้ ในช่วงราคาสินค้าเกษตรอยู่ในช่วงขาลงนี้ต้องจับตามาตรการทางการค้าของประเทศคู่แข่งสำคัญเป็นพิเศษ กรณีตัวอย่างของข้าวที่เวียดนามลดราคาส่งออกลงอย่างมาก จนกระทั่งส่งผลให้ไทยต้องชะลอการส่งออกข้าวออกไปก่อน

3.ติดตามอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด โดยเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าผลกระทบของวิกฤติการณ์ในครั้งนี้จะอยู่ตลอดปี 2552 และอัตราแลกเปลี่ยนจะผันผวนค่อนข้างมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความได้เปรียบเสียเปรียบของการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง และอัตรากำไรของผู้ส่งออก

4.ติดตามผลกระทบวิกฤติในสหรัฐฯว่าจะลามไปประเทศใดบ้างที่เป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย ทั้งนี้เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบและความเสี่ยงโดยตรงและโดยอ้อมของวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ ผู้ส่งออกของไทยจำเป็นต้องมีเครื่องมือในการวัดความเสี่ยงเหล่านี้ไว้ก่อน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผลกระทบลามถึงญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ก็จะทำให้สินค้าที่ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯลดลง ภาคการผลิตจริงในญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปจะมีปัญหาทันที ในขณะที่การบริโภคของคนญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปก็จะลดลง ซึ่งจะกระทบถึงไทย เพราะทั้งญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปนั้นเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังต้องติดตามมาตรการของประเทศต่างๆที่ออกมาเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบของภาวะวิกฤตในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากจะช่วยในการวิเคราะห์ว่าควรจะเจาะขยายตลาดเพิ่มเติม

การปรับตัวของผู้ส่งออกและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร นอกจากจะต้องติดตามและจับตาดูในประเด็นหลักข้างต้นเพื่อรับมือแล้ว จะต้องออกไปหาตลาดส่งออกใหม่ๆเพิ่มเติม โดยเฉพาะตลาดในอาเซียน อินเดีย และแอฟริกา โครเอเชีย หมู่เกาะมัลดีฟ หรือหมู่เกาะอื่นๆที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของโลก ที่มีความต้องการสินค้าอาหารค่อนข้างสูง ทั้งนี้ เพื่อทดแทนตลาดหลักทั้งสหรัฐฯ อียู และญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มชะลอตัว

การเจาะขยายสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรในตลาดใหม่ที่น่าสนใจ แบ่งออกได้ดังนี้
ตลาดใหม่
1.ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทั่วไปแล้วประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเช่นเดียวกับไทย

สินค้าที่มีศักยภาพส่งออก
ยางพารา ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าวโพด ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง น้ำตาลทราย ไขมันและน้ำมันจากสัตว์ เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี และอาหารสัตว์เลี้ยง

2. ประเทศในตะวันออกกลาง ประเทศเหล่านี้จะได้รับผลกระทบจากการที่ราคาน้ำมันดิ่งลงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการคาดการณ์ว่าความต้องการน้ำมันจะลดลง อันเป็นต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาทั่วโลก แต่ตลาดตะวันออกกลางยังเป็นกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อสูง

สินค้าที่มีศักยภาพส่งออก
ข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ปลาสดแช่เย็นแช่แข็ง ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป น้ำตาลทราย ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี และเครื่องดื่ม รวมทั้งการส่งออกสินค้าอาหารฮาลาล เช่น ไก่ ขนมขบเคี้ยว ผลไม้และน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เป็นต้น

3.ประเทศในทวีปแอฟริกา ประเทศเหล่านี้ผู้ส่งออกบางรายมองข้าม เนื่องจากเห็นว่ากำลังซื้อไม่ค่อยมากนัก แต่โอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังมีอีกมาก ซึ่งปัจจุบันผู้ส่งออกรายใหญ่ของไทยวางแผนเชิงรุก โดยการเข้าไปตั้งคลังกระจายสินค้าทั้งสองฝั่งของทวีปแอฟริกา

สินค้าที่มีศักยภาพส่งออก
ข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ไข่ไก่สด อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป น้ำตาลทราย ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี และเครื่องดื่ม

4.ประเทศในอเมริกาใต้ ประเทศเหล่านี้ก็เป็นประเทศคู่แข่งสำคัญในการส่งออกสินค้าเกษตรบางรายการ แต่ไทยยังมีโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไปยังตลาดเหล่านี้

สินค้าที่มีศักยภาพส่งออก
ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ใบยาสูบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผักผลไม้กระป๋องและแปรรูป

5.ประเทศในยุโรปตะวันออก ประเทศที่น่าสนใจคือ รัสเซียเศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะมีรายได้จากการส่งออกน้ำมัน ป่าไม้ แร่ธาตุต่างๆ ขณะที่รัสเซียไม่สามารถผลิตสินค้าอาหารได้เพียงพอกับความต้องการ ต้องพึ่งพาการนำเข้า ซึ่งจะเป็นโอกาสของไทยในการส่งออก รวมถึงการเข้าไปตั้งฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายในรัสเซีย ส่วนประเทศในยุโรปตะวันออกอื่นๆก็น่าสนใจที่จะเจาะขยายตลาด เนื่องจากประเทศเหล่านี้กำลังพัฒนาตัวเองไปเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของโลก ทำให้คาดว่าความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สินค้าที่มีศักยภาพส่งออก
ยางพารา ข้าว กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป น้ำตาลทราย ผักกระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารแปรรูปอื่นๆ

6.ประเทศในกลุ่มเอเชียใต้ ประเทศในเอเชียใต้นับว่าเป็นประเทศเกษตรกรรมเช่นเดียวกับไทย และเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดโลก

สินค้าที่มีศักยภาพส่งออก
ยางพารา เครื่องเทศและสมุนไพร ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ปลาแห้ง ถั่วเขียวผิวดำ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ น้ำตาลทราย อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี

7.ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ปัจจัยหนุนในการขยายการส่งออกไปยังออสเตรเลียและนิวซีแลนด์คือ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทยและออสเตรเลีย และไทยกับนิวซีแลนด์

สินค้าที่มีศักยภาพส่งออก
ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ยางพารา ปลาหมึกสดแช่เย็นแช่แข็ง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี และสิ่งปรุงรสอาหาร

8. ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ การเจาะขยายการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไปยังประเทศที่เป็นหมู่เกาะนี้นับว่าน่าสนใจอย่างมาก แม้ว่าปัจจุบันมูลค่าการส่งออกยังไม่สูงมากนักก็ตาม เนื่องจากประเทศเหล่านี้กำลังส่งเสริมการท่องเที่ยว ในขณะที่ไม่สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงต้องพึ่งพิงการนำเข้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

สินค้าที่มีศักยภาพส่งออก
ไก่แปรรูป อาหารแปรรูป และผักและผลไม้กระป๋อง รวมทั้งน้ำผักและผลไม้

บทสรุป
แม้ว่ารัฐบาลและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรจะร่วมมือกันผลักดันการส่งออกไปยังตลาดใหม่มาตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา โดยมีการขยายโครงการผลักดันการส่งออกไปยังตลาดใหม่มาโดยตลอด จนกระทั่งล่าสุดเป็นการขยายเวลาดำเนินการเป็นครั้งที่สาม และมีกำหนดสิ้นสุดโครงการในปีงบประมาณ 2552 แต่เนื่องจากการคาดการณ์ถึงผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่จะทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรมีแนวโน้มลดลง จากความต้องการในตลาดโลกที่ลดลง ดังนั้น รัฐบาลและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องต้องเร่งกระตุ้นการเจาะขยายตลาดใหม่ๆ ทั้งนี้ เพื่อประคองให้การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังคงเป็นสินค้าที่ช่วยให้ภาคการส่งออกของไทยยังเติบโตต่อไปได้ในปี 2552

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกับ ทีเอ็นเอส เผยผลสำรวจมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2557 และคาดการณ์ในปี 2558

Consumer Insight

ThaiCERT (ไทยเซิร์ต) ออกประกาศเตือนผู้ใช้งานระบบธนาคารออนไลน์ (Online Banking) ให้ระวังเว็บไซต์ธนาคารปลอม หลังได้รับแจ้งว่ามีลูกค้าธนาคารแห่งหนึ่ง พบหน้าเว็บไซต์หลอกหลวง หวังขโมยรหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน

เอคเซนเชอร์ เผยเศรษฐกิจยุคใหม่กำลังจะก้าวไปสู่เศรษฐกิจแบบผนึกกำลัง หรือ We Economy เหตุดิจิตอลเข้ามามีบทบาทในทุกด้าน แนะธุรกิจต้องปรับตัว และต่อยอดสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนที่คาดว่าในปี 2020 จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือมีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในแง่ของการใช้งานของผู้บริโภค รวมไปถึงในเรื่องของการทำธุรกิจก็จะเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวมีการเติบโตอย่างมากในแถบเอเชียแปซิฟิค โดยที่ทาง บริษัทวิจัย IDC Asia/Pacific Mobility และ IDC Asia/Pacific Client Devices research บริษัทวิจัยเทรนด์ทางด้านไอที ได้สรุปเทรนด์ที่มาแรงใน 2015

Insight

ก้าวเข้าสู่ยกที่สองของ สมรภูมิดิจิตอลทีวี แต่กลับย้อนรอยเข้าสู่โหมด อนาล็อกแบบเดิมๆ เมื่อบรรดาเหล่าดิจิตอลทีวีต่างขน “ละคร” ออนแอร์กันแบบจัดเต็ม หวังชิงคนดู และเรตติ้งช่วงไพร์มไทม์จากช่องอนาล็อกขึ้นสู่ท็อปไฟว์ จนทำให้สภาพทีวีของไทยเวลานี้ต้องเข้าสู่ภาวะ “ละครล้นจอ”

ดีเดย์วันนี้ 12 มีนาคม เฟซบุ๊ก ล้างบาง “ไลค์ปลอม” ประกาศลบบัญชีแฟนเพจที่ไม่เคลื่อนไหวทิ้ง นักการตลาดขานรับ คาดยอดไลค์ลด 5-10% แต่ได้แฟนตัวจริง ธุรกิจปั่นไลค์กระเทือน ส่วนเฟซบุ๊กทำเงินเข้ากระเป๋าเพิ่ม

หลังจากที่ตลาดน้ำอัดลมของไทยมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเป๊ปซี่ ยุติความสัมพันธ์ที่เคยมีกับ “เสริมสุข” ผู้ผลิต บรรจุขวด และทำตลาดเป๊ปซี่มายาวนานถึง 58 ปี ต้องสิ้นสุดลง เป๊ปซี่ตั้งโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายเอง ยกเลิกขวดแก้ว หันมาเน้นผลิตแต่ขวด PET

Strategic Move

เทสโก้ โลตัสได้ลงมาในตลาดช้อปออนไลน์แล้ว 2 ปี ตั้งแต่ปี 2556 โดยเริ่มต้นจากเวอร์ชั่นคอมพิวเตอร์พีซี ที่สามารถสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์เท่านั้น แต่ด้วยพฤติกรรมการช้อปปิ้งของผู้บริโภคที่นิยมใช้บริการผ่านช่องทางสมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 20-30%

งานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2015 เปิดรอบประชาชนทั่วไปแล้ว ซึ่งจะจัดไปถึงวันที่ 5 เมษายนนี้ ใครสะดวกลองหาวันเหมาะๆแวะไปเยี่ยมชมดู ส่วนใครยังไม่ว่างมาที่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี ก็ดูรูปและบรรยากาศของงาน ที่มีรถอเนกประสงค์หลากรุ่นหลายแบบทั้งเพิ่งเปิดตัวใหม่และอยู่ในตลาดมาสักระยะหนึ่งแล้ว

มูจิ Muji ร้านขายเสื้อผ้าจากญี่ปุ่นที่มีสาขาหลายแห่งในประเทศไทย หากแต่ที่ญี่ปุ่น มูจิ ยังขายอาหารด้วยในนาม Muji Cafe&Meal โดยเมนูของที่นี่เป็นอาหารออร์แกนิก อาหารไม่ได้เน้นความหรูหรา หากแต่เป็น “ร้านอาหารสำหรับทุกวัน”

Social Media Club

เฟซบุ๊ก (Facebook) เครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่ประกาศให้นักพัฒนาจากภายนอกร่วมเพิ่มฟังก์ชันบนแพลตฟอร์ม “Messenger” ได้ตามใจปรารถนา พร้อมโชว์ตัวเลขผู้ใช้กว่า 600 ล้านคน เป็นสิ่งยั่วใจ ไม่เท่านั้นยังเผยแผนบริการใหม่ “Businesses on Messenger” ที่เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจกับผู้บริโภค “ใกล้ชิด” กันมากขึ้น

เครือข่ายสังคมอันดับ 1 อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) พยายามหาทางสร้างประโยชน์จากประวัติการโพสต์ หรือข้อความโพสต์เก่าๆ ของผู้ใช้มาตลอด ล่าสุด เฟซบุ๊กตัดสินใจเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อ “ออน ดีส เดย์ (On This Day)” ซึ่งจะนำภาพ หรือข้อความโพสต์ของวันนี้เมื่อหลายปีที่แล้วมาโชว์อีกครั้ง ตามสไตล์เดียวกับบริการดัง “ไทม์ฮอป (Timehop)”

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากต่างเฝ้ามองตลาดของจีนแผ่นดินใหญ่กันตาเป็นมัน และคาดหวังว่าจะได้มีส่วนแบ่งตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่กันทั้งสิ้น แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ตลาดจีนดูจะยากแก่การเข้าถึงเกินไปเสียแล้ว

เปิดเผยดรามาภายในองค์กรก้องโลก “แอปเปิล” หลังมีข้อมูลเผยว่า ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลคนปัจจุบันเคยเสนอตัวขอบริจาค “ตับ” ให้สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตซีอีโอเพื่อยื้อชีวิต

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Trend

กูเกิลเดินแผนเปลี่ยนเมลบ็อกซ์อย่าง “Gmail” ให้กลายเป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์ในชื่อโปรเจกต์ “Pony Express” เลียนแบบชื่อบริการส่งไปรษณีย์ภัณฑ์แบบเร่งด่วนในอดีต

“แพทย์” เป็นอาชีพหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนสูง ไปดูกันว่า 10 อันดับแพทย์ที่รวยที่สุดในโลก ประจำปี 2015 เป็นใครกันบ้าง และเป็นแพทย์ในสาขาไหน

งานฉลอง “ครบรอบ 100 วัน” การเปิดห้างวั่นต๋า พลาซ่า (Wanda Plaza) ในเมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียงเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ถูกอัดยับ เนื่องจากกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้า โดยนำเด็กชายสวมกางเกงขาสั้น ยืนแสดงแบบร่วมกับกลุ่มสาวๆพริตตี้ที่สวมชุดบิกินีที่บูธโชว์รถยนต์หรู

People

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348