ส่วนผสมลงตัวสื่อยักษ์ ”ไทยรัฐ”

เลขที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพฯ คือเป้าหมายของเราในวันนี้...

สำนักงานหรือสำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดดเด่นด้วยพื้นที่กว้างขวาง บนพื้นที่ที่ใครผ่านถนนวิภาวดี รังสิตแล้วไม่รู้จัก ต้องถามว่า ”คุณไปอยู่ไหนมา” และเช่นเดียวกันหากคุณอาศัยอยู่ในประเทศไทยแล้วไม่รู้จักหนังสือพิมพ์ ”ไทยรัฐ” ก็ต้องถามอีกว่า ”โตมาได้ยังไง” เพราะไม่ว่าคุณจะชอบอ่านหนังสือพิมพ์หรือไม่ หรือแอนตี้ข่าวเลือดกระฉูด หรือข่าวคาวดาราบันเทิง หรือเบื่อหน่ายการเมือง คุณก็ต้องรู้จัก ”ไทยรัฐ”

สำนักงานไทยรัฐ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ”โรงพิมพ์ไทยรัฐ” มีพื้นที่ อาณาบริเวณรวมเกือบ 40 ไร่ มีอาคารต่างๆ 13 หลังทั้งเก่าและใหม่ ที่สำคัญและสะดุดตาผู้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมเยียนโรงพิมพ์ไทยรัฐมากที่สุด คือพื้นที่แปลงใหญ่ประมาณครึ่งสนามฟุตบอลที่เต็มไปด้วยต้นทานตะวัน ที่หันดอกเหลืองบานสะพรั่งรับแสงอาทิตย์

ด้วยอาณาบริเวณที่กว้างขวาง และเป็นสื่อหนังสือพิมพ์ที่ ”ทรงอิทธิพล” ในสังคมไทย ทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่เข้มแข็งอย่างยิ่ง ซึ่งบางครั้งแม้แต่พนักงานของไทยรัฐเอง หากเป็นหน้าใหม่ รปภ.ยังจำหน้าไม่ได้ กว่าจะเข้าโรงพิมพ์ได้สักทีต้องสอบสวนแล้วสอบสวนอีก หรือบางครั้งต้องให้หัวหน้างานที่รปภ.รู้จักมักคุ้นโทร.มายืนยันรับรองให้ลูกน้องเข้าทำงาน

“รากฐานแน่น จากป๊ะกำพล”

ความเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูง ในธุรกิจสิ่งพิมพ์ปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากระบบการผลิต การทำตลาด สายส่ง และส่วนต่างๆ ของโรงพิมพ์เป็นส่วนประกอบสำคัญแล้ว หัวใจสำคัญคือการผลิตเนื้อหาของข่าวสารให้ผู้อ่านได้เสพ

เท่าที่ได้รับการบอกเล่าจากสมาชิกในกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ได้บทสรุปอย่างหนึ่งตรงกันว่ามาจากระบบการทำงานที่มีการวางรากฐานมาอย่างดีจากผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ “กำพล วัชรพล” ผู้ล่วงลับ และสานต่อระบบโดยรุ่นลูกอย่าง ”ยิ่งลักษณ์ และสราวุธ วัชรพล”

“ท่านวางระบบไว้อย่างดี เช่นการจัดโครงสร้างองค์กรบริหาร ที่แม้จะมีขั้นตอนแต่ก็มีความคล่องตัว ท่านคลุกคลีทำงานหนัก และเช่นเดียวกันคุณหยี (สราวุธ) ก็ขยัน คลุกคลีกับงานโดยตรง กระจายอำนาจการบริหาร ให้หัวหน้าฝ่าย หัวหน้าแผนก มีอำนาจในการบริหารระดับหนึ่ง สามารถขึ้นเงินเดือนลูกน้อง ขณะเดียวกันก็สามารถลงโทษได้หากมีความผิด มีระบบการให้คุณให้โทษชัดเจน ผู้บริหารระดับต่างๆ มีอำนาจ และใช้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด” ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ บรรณาธิการข่าวการเมือง ที่อยู่ใต้ชายคาไทยรัฐมาเกือบ 20 ปี บอก

นอกจากระบบกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนแล้ว หากใครได้มีโอกาสไปธุระปะปังในช่วงเย็นที่ไทยรัฐ จะเห็นภาพ และได้กลิ่นหอมของอาหารมื้อค่ำที่จัดไว้สำหรับกองบรรณาธิการ เพื่อให้กองทัพผู้ผลิตข่าวสารเดินด้วยท้อง รวมไปถึงรถรับส่งบริการพนักงาน และโบนัสที่ได้แต่ละปี

เสน่ห์มัดใจพนักงานไทยรัฐส่วนใหญ่ ที่เมื่ออยู่แล้วมักไม่ค่อยย้ายไปไหน นอกเหนือจากเหตุผลที่ว่าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นหนังสือพิมพ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด

กองบก.สุดเข้ม

เมื่อความเป็นอยู่ดีพร้อมแล้ว ระบบการทำงานที่เอื้อต่อการผลิตเนื้อหาคุณภาพนั้นคือ การที่กองบรรณาธิการ ทุกฝ่ายข่าวต้องประชุมกันอย่างน้อยวันละ 2 รอบ รอบแรก ช่วงเช้า 11 โมง และรอบ 2 ช่วงเย็น 5 โมง องค์ประชุม จากทั้งโต๊ะข่าวการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กีฬา บันเทิง ส่วนกลาง รวมๆ แล้วเกือบ 30 คน ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีในการแต่ละโต๊ะข่าวรายงานเหตุการณ์สำคัญในฝ่ายข่าวที่ตัวเองรับผิดชอบ เพื่อหาทิศทางร่วมกันว่าจะตามประเด็นต่อกันอย่างไร

เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว นักข่าวส่งข่าว ถึงหัวหน้าโต๊ะข่าวแต่ละโต๊ะ จัดการพิมพ์ เขียนใหม่หรือ Rewrite พาดหัวข่าว ส่งพิสูจน์อักษร หรือตรวจแก้คำผิด ยิงเพลท และส่งพิมพ์

สำหรับหน้า 1 ด่านแรกสำหรับการตัดสินใจของคนซื้อหนังสือพิมพ์ จะมีผู้ทำหน้าที่คัดเลือกข่าว เรียงข่าว พาดหัวข่าว หรือที่เรียกว่า ”หัวหน้าข่าว 1” ซึ่งที่ไทยรัฐมีทั้งหมด 4 คน แต่ละคนจะรับผิดชอบคนละวันเวียนสลับกันไป

ความสดใหม่ของเนื้อหาหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มีการปรับแก้ในหน้า 1 เป็นระยะๆ จึงทำให้ต้องจัดพิมพ์ทั้งหมด 6 กรอบ หรือ 6 เนื้อหาในหน้า 1 ที่ต่างกันไป อาจมีการเปลี่ยนข่าว สลับข่าวบางข่าวให้มีพื้นที่เล็กลง หรือให้บางข่าวมีพื้นที่เด่นมากขึ้น ด้วยจำนวนยอดพิมพ์รวมวันละ 1 ล้านฉบับ และโดยเฉพาะวันที่หวยออก ยอดพิมพ์ในช่วงบ่ายหลังหวยออกจะเพิ่มขึ้น 100% เลยทีเดียว

น.3 การเมืองสมดุล ”นสพ.หัวสี”

สำหรับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐแล้วทุกตัวอักษรที่ปรากฏบนสายตาของผู้อ่าน คือตัวอักษรที่มี
ผลกระทบเสมอ โดยเฉพาะในแง่ดีต่อสังคม และในแง่ลบต่อผู้ที่จ้องทำลายสังคม ข่าวทุกข่าวสามารถเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ได้ ทุกคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ก็เป็นทำเลทองหากใครได้จับจองเป็นคอลัมนิสต์ รับรองอยากมีคนรู้จัก เข้าหาทุกราย ทั้งเข้าหาเพื่อชื่นชม หรือแสดงความไม่พอใจ

คอลัมน์หนึ่งจากผลวิจัยทางการตลาดโดยฝ่ายตลาดของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ พบว่าคอลัมน์น.3 ไทยรัฐ โดยทีมข่าวการเมือง ทุกวันอาทิตย์ได้รับความนิยมจากผู้อ่านสูงสุด

เนื้อหาของ น.3 วันอาทิตย์ นั้น ”ปราโมทย์” เล่าว่าจะวิเคราะห์เจาะลึกถึงเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และมองอนาคตว่าทิศทางประเด็นร้อนๆ นั้นจะไปในทางใดต่อไป ซึ่งเนื้อหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการเขียนของบุคคลในกองบรรณาธิการการเมืองเพียงบุคคลเดียว แต่เกิดจากการประชุมหารือกันภายในกองบรรณาธิการการเมือง และด้วยผู้สื่อข่าวการเมืองส่วนใหญ่ไม่ใช่เป็นเด็ก ที่เพิ่งเป็นนักข่าว แต่เป็นผู้มีประสบการณ์มานานหลายปี ซึ่งหมายถึงการสั่งสมแหล่งข่าวจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลจากที่ปรึกษา ซึ่งเป็นนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ระดับหัวหน้า บรรณาธิการที่อยู่ไทยรัฐมานาน ซึ่งที่ไทยรัฐไม่ได้ให้เกษียณ แต่เลี้ยงกันจนตาย เพราะฉะนั้นการวิเคราะห์เรื่องใดเรื่องหนึ่งของทิศทางทางการเมืองจึงได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ และเกือบทุกครั้งที่เหตุการณ์เป็นไปอย่างที่มีการเขียนรายงานไปบนหน้า 3

เช่นเดียวกับข้อกำหนด ”จรรยาบรรณ” ของอาชีพสื่อมวลชน คือต้องเป็นกลางและไม่พลาดในการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ก็มีบ้างบางครั้งที่ น.3 ต้อง ”ชี้นำ”

“บางทีก็ลุยเลย ออกล้ำหน้า เพราะเราต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม เรารู้ว่าเป็นยังไง ปล่อยให้เฉยได้ยังไง อย่างกรณีบางรัฐบาลเฮงซวย ไม่ถูกต้อง ก็ต้องพิจารณา” ปราโมทย์บอกกันอย่างชัดๆ

ด้วยระบบการสร้างสรรค์ น.3 ทำให้เกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยถูกฟ้องแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งบก.ปราโมทย์ หรือคนในไทยรัฐส่วนใหญ่จะเรียกกันว่าหัวหน้าปราโมทย์ บอกเพียงว่า “เราคงไม่พลาดเท่าไหร่”

ความทรงอิทธิพลของ น.3 ยังทำให้ผู้รับผิดชอบต้องละเอียดละออและถี่ถ้วนมากขึ้น และแม้กระทั่ง ”สราวุธ” ต้องได้อ่านครั้งสุดท้ายก่อนปั๊ม QC คุณภาพผ่านให้ตีพิมพ์ได้

คุณภาพข่าวการเมืองของไทยรัฐ ยังได้รับการกล่าวขานทุกครั้งเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาล หรือหลังเลือกตั้งใหม่ๆ เพราะความทรงอิทธิพลของสื่ออย่างไทยรัฐ ทำให้ข้อมูลจากทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ามาหา และไม่อยากที่จะเข้าหาแหล่งข่าวที่รู้ข้อมูลจริง เพราะฉะนั้นใครอยากรู้ว่ารัฐบาลใหม่จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ก็เชิญเปิดดูไทยรัฐได้

ดัชนีวัดความสำเร็จของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยังคงดูได้จากหน้าโฆษณาจำนวนมากที่ตีพิมพ์ในไทยรัฐ ที่ฝ่ายขายแทบไม่ต้องวิ่งหาให้เหนื่อย แต่ลูกค้าที่ต้องการลงโฆษณาต้องรอคิวจัดให้ลงกันเป็นลำดับ ดัชนีอีกตัวหนึ่งคือเรื่องราคาขายหนังสือพิมพ์ ที่หนังสือบางหัว ไม่ว่าจะเป็นเดลินิวส์ มติชน ต่างไม่กล้าขึ้นราคาขายก่อน ต้องรอพี่เบิ้มไทยรัฐขึ้นราคาพร้อมๆ กัน

แม้ว่าความสำเร็จของไทยรัฐ จะเห็นแต่กราฟที่ชี้ขึ้นตลอดเวลา แต่ใช่ว่าการทำธุรกิจนี้จะประมาทได้ ตรงกันข้ามฝ่ายบริหารของไทยรัฐยังสร้างเกราะป้องกันอย่างดีที่ทำมาอย่างต่อเนื่องคือการให้ฝ่ายวิจัยตลาดสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านตลอดเวลา และรายงานผลทุกเดือน

เพียงเท่านี้ คุณพอจะเชื่อได้หรือไม่ว่าหนังสือพิมพ์ ”ไทยรัฐ” ที่บางคนร้องยี้ ร้องว้าย ไม่อ่านหรอก เพราะมีภาพโป๊ ขายข่าวคาวดารา พาดหัวข่าวอาชญกรรมเลือดสาด ยังมีส่วนผสมอื่นที่สำคัญเพียงพอให้ ”ไทยรัฐ” เป็นหนังสือพิมพ์ที่ทุกคนต้องอ่าน หรืออย่างน้อยควรอ่านไปอีกนาน

ข้อมูลเกี่ยวกับไทยรัฐ (สรุปจากเว็บไซต์ Thairath.com)

เจ้าของ - บริษัทวัชรพล จำกัด
ทุนจดทะเบียน - 4,000 ล้านบาท
ผู้ก่อตั้ง - นายกำพล วัชรพล
วันที่ก่อตั้ง - 1 มกราคม 2493
พื้นที่บริษัท - 39 ไร่ 9 ตารางวา หรือ 15,609 ตารางวา
จำนวนอาคาร 13 หลัง
ผู้อำนวยการ - ยิ่งลักษณ์ วัชรพล
หัวหน้ากองบรรณาธิการ - สราวุธ วัชรพล
บรรณาธิการ - ไพฑูรย์ สุนทร
จำนวนพิมพ์เมื่อเริ่มต้น - 3,000 ฉบับ
ปัจจุบันจำนวนพิมพ์ - 1 ล้านฉบับต่อวัน
ปริมาณกระดาษ 225 ตันต่อวัน (230 ม้วน)
ปริมาณการใช้หมึก - สีดำ 1,200 กก. , สีแดง 445 กก. สีฟ้า 430 กก. , สีเหลือง 630 กก.ต่อวัน
จำนวนพนักงาน - 2,007 คน

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

3 ข้อเสนอช่อง 3 ยื้อจอดำ ข้อเสนอที่ช่อง 3 ได้ยื่นเสนอต่อประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  เพื่อขอทบทวนมติของ บอร์ด กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.

Consumer Insight

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

อัพเดทล่าสุด ยอดผู้ใช้เฟซบุ้คในไทย 27 ล้านยูสเซอร์ เป็นประเทศที่มีการใช้มากเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ 36 ล้านยูสเซอร์ และอินโดนีเซีย 64 ล้านยูสเซอร์

Insight

มาดูกันว่า การมาของ “ไอโฟน 6” ในไทย ที่เผยโฉมในวันที่ 9 กันยายน จะสร้างกระแสความร้อนแรงให้กับตลาดสมาร์ทโฟน รวมทั้งการนำไปทำโปรโมชั่นให้กับสินค้าต่างๆ ได้แค่ไหน

ทำตลาดยุคนี้จะมุ่งขายสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างแบรนด์เลิฟ มัดใจ “คู่ค้า” อย่างแคมเปญล่าสุดของ “โค้ก” มุ่งไปเจาะใจ “ร้านโชว์ห่วย” 250,000 ร้านค้า ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ 60%

สำหรับตลาดน้ำอัดลม แพ็คเกจจิ้งถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่ง เพราะพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลมของแต่ละคนค่อนข้างแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจึงหันมาเล่นกลยุทธ์ไซส์ซิ่งกันมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกรูปแบบ

Strategic Move

การเข้ามาในไทยครั้งนี้ของสมาร์ทโฟน “วีโก้”จากฝรั่งเศส เป็นความร่วมมือระบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ผู้ค้าสินค้าไอทีรายใหญ่ของไทย ได้จับมือลงขันกับบริษัท วีโก้ ฝรั่งเศส ก่อตั้งบริษัทวีโก โมบาย (ประเทศไทย)

หลังจากเปิดตัวไอโฟน 6 มีกำหนดวางขาย 19 กันยายน ใน 9 ประเทศแรก ที่ทำเอาสาวกต้องผิดหวังกันไปแล้ว ปรากฎว่า ประเทศกลุ่มสอง ที่จะได้วางขายไอโฟน ในวันที่ 26 กันยายนนี้ แต่แล้วสาวกไอโฟนต้องผิดหวังอีกครั้ง เมื่อแอปเปิลได้เปิดเผยประเทศกลุ่ม 2 (Tier 2) ที่จะวางจำหน่ายไอโฟน 6 ใน 18 ประเทศ ในวันที่ 26 กันยายนนั้น ไม่มีประแทศไทยติดโผด้วยเช่นกัน

ค่ายทรูนั้น ถือเป็น "บิ๊กทรี" ของผู้ประกอบธุรกิจโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไทย แต่การมาเป็นที่ 3 ในตลาดมือถือ ทำให้ทรูต้องเร่งขยายลงทุนเครือข่าย เพื่อวิ่งให้ทันคู่แข่งอีก 2 ราย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

Social Media Club

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

หนึ่งในกลยุทธในการจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ของ IKEA คือ การจัดทำ “ป็อปอัพ สโตร์” เป็นโชว์รูปเล็กๆ ไปตามย่านการค้า แหล่งนิยมของวัยรุ่น คนทำงาน หรือแม้แต่ใน สนามบิน และโบโก้รถไฟ ทำให้ IKEA จึงขึ้นชื่อในเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ขนาดเล็ก ซึ่งในไทย IKEA ก็เคยเปิด ป็อปอัพ สโตร์ กลางสยามสแควร์มาแล้ว

หนึ่งในฟีเจอร์ที่เป็นไฮไลท์ของ “ไอโฟน 6 ไอโฟน 6 พลัส และ Apple Watch “คือ “Apple Pay” ระบบการชำระเงินเมื่อไปซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ โดยใช้ไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส แตะบนเครื่องในร้านค้านที่เข้าร่วมก็สามารถ “รูดปรื้ด”ซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย

ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีน มีแนวโน้มในการเพิ่มขึ้นของการใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ขึ้น หรือหน้าจอขนาด 5-7 นิ้ว ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของจำนวนสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปี 2013 และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

People

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

รายงานข่าวจากบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีทค ได้แจ้งว่า “จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ”ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันนี้ (2 กันยายน 2557) เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348