หุ้นกู้ ... ทางเลือกการระดมทุนที่น่าสนใจในปี 2552

จากวัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาลงของไทยในรอบนี้ ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2551 ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจซึ่งกำลังเผชิญกับความเสี่ยงของการชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยจนกระทั่งถึงปัจจุบัน (11 มีนาคม 2552) อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยได้ถูกปรับลดลงมาแล้วทั้งสิ้นใน 3 รอบการประชุมหลังสุดที่ผ่านมา รวม 2.25% จาก 3.75% มาที่ 1.50% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในระบบการเงินปรับตัวลงในทิศทางที่สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็น อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นและระยะกลางบางประเภทอายุ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ ท่ามกลางสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยในระบบการเงินมีแนวโน้มอยู่ในขาลงเช่นนี้ การระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นกู้ถูกมองว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับบริษัทเอกชน โดยแม้ว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2552 ที่ผ่านมา มูลค่าการออกหุ้นกู้สุทธิ (จากการไถ่ถอน) จะเพิ่มขึ้นเพียง 4.07 พันล้านบาท จากยอดคงค้าง ณ สิ้นปี 2551 ที่ 9.37 แสนล้านบาท มามียอดคงค้างที่ 9.41 แสนล้านบาท ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2552 แต่ยังมีบริษัทเอกชนอีกเป็นจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการเสนอขายและเตรียมจ่อคิวเพื่อออกหุ้นกู้ จนมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าการออกหุ้นกู้เอกชนในปีนี้อาจมีจำนวนสูงขึ้นเป็น 4.0 แสนล้านบาท เทียบกับจำนวน 2.8 แสนล้านบาทในปี 2551 และค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 2.0 แสนล้านบาทในช่วง 3 ปีก่อนหน้า (ปี 2548-2550)

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองเกี่ยวกับการระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นกู้ภาคเอกชน และประเด็นแวดล้อมต่างๆ โดยสรุปดังนี้

? อัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อเนื่อง ... ภาวะที่เอื้ออำนวยสำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ ถึงแม้ว่าทางการของประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้มีการดำเนินนโยบายและมาตรการที่ผ่อนคลายออกมามากมายเพื่อยับยั้งการถดถอยลงอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจ แต่กระแสข่าวร้ายที่ยังคงทยอยถูกเปิดเผยออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชี้เศรษฐกิจที่เปราะบาง และปัญหาในภาคการเงิน ก็สะท้อนภาพว่าจุดต่ำสุดของวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลกในรอบนี้ยังคงไม่ได้ผ่านพ้นไป และมาตรการที่ออกมาเหล่านั้นยังไล่ไม่ทันกับขนาดความเสียหายที่มีแนวโน้มทยอยปรับเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ในขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคหลักในโลก หากจะเกิดขึ้น คงจะเป็นในช่วงปลายปีนี้เป็นอย่างเร็ว (ช้าลงกว่าคาดการณ์เดิมออกไปเรื่อยๆ) ดังนั้น ทางการของแต่ละประเทศคงจำเป็นที่จะต้องใช้นโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายมากขึ้นเพื่อเยียวยาเศรษฐกิจของตนต่อไป

เช่นเดียวกัน เป็นที่คาดการณ์ว่า กนง.ของไทยอาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกในการประชุมรอบถัดไปในวันที่ 8 เมษายน 2552 อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังถูกคาดหมายว่าจะยืนที่ระดับต่ำต่อเนื่องตลอดปีนี้ ซึ่งภายใต้ภาวะอัตราดอกเบี้ยในระบบการเงินที่ยังมีแนวโน้มปรับลดลงและมีระดับต่ำตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าว การระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นกู้ อาจเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจจากบริษัทเอกชนเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่นๆ เนื่องจากต้นทุนของผู้เสนอขายหุ้นกู้ แม้อาจมีระดับสูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุเดียวกัน แปรผันตามฐานะความเสี่ยง แต่โดยรวมแล้ว ต้นทุนดังกล่าว ก็น่าที่จะยังเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะสำหรับบริษัทที่มีฐานะทางการเงินที่ค่อนข้างแข็งแกร่งหรือมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี รวมไปถึงน่าจะเป็นปัจจัยบวกสำหรับบริษัทที่ต้องการปรับโครงสร้างภาระหนี้ให้มีต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำลงหรือต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ ถึงแม้ว่าความต้องการเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจอาจชะลอตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ซบเซาลงก็ตาม ทั้งนี้ นับจากต้นปีจนถึงต้นเดือนมีนาคม 2552 มีบริษัทเอกชนเสนอขายหุ้นกู้แล้วไม่ต่ำกว่า 10 ราย ขณะที่อัตราผลตอบแทนหรือต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่บริษัทเหล่านั้นเสนอให้กับผู้ลงทุนมีระดับที่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยประเภทอายุเท่ากันอยู่ระหว่าง 0.09-3.57% แตกต่างกันไปตามระดับอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ (มีตั้งแต่ BBB+ ถึง AAA) ประเภทอายุของหุ้นกู้ (มีตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี) และเงื่อนไขอื่นๆ ของบริษัทเหล่านั้น

? การระดมทุนด้วยทางเลือกอื่น ส่วนใหญ่ถูกจำกัดจากภาวะตลาดที่ยังปิด หากเปรียบเทียบช่องทางการระดมทุนประเภทต่างๆ นอกเหนือจากการเสนอขายหุ้นกู้ อันได้แก่ การระดมทุนผ่านการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น การระดมเงินจากแหล่งเงินทุนต่างประเทศ และการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยถึงแม้ว่าแต่ละทางเลือกจะมีเงื่อนไขและรายละเอียดที่แตกต่างกันไป ซึ่งผู้ระดมทุนจำเป็นต้องเลือกพิจารณาช่องทางการระดมทุนที่ชั่งน้ำหนักแล้วว่ามีความเหมาะสมมากที่สุด เพื่อให้สามารถระดมเงินทุนได้ตามจำนวนที่ต้องการโดยเสียต้นทุนต่ำที่สุด รวมถึงเงินทุนดังกล่าวก็ควรจะมีสภาพคล่องที่เหมาะสมและสามารถบริหารจัดการได้โดยไม่กระทบต่อฐานะการเงินของบริษัท แต่อาจกล่าวได้ว่า การระดมทุนด้วยทางเลือกเหล่านั้น อาจเผชิญข้อจำกัดจากภาวะตลาดที่ยังไม่เอื้ออำนวยอย่างน้อยก็ในระยะอันใกล้นี้

? การระดมทุนด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น หรือไอพีโอ: ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 10 มีนาคม 2552 ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ขยับลงมาแล้ว 7.2% จากสิ้นปี 2551 โดยส่วนใหญ่เป็นการแกว่งตัวตามอิทธิพลของตลาดหุ้นต่างประเทศซึ่งยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนตามข่าวดี-ร้ายในตลาดการเงิน ทั้งนี้ เนื่องจากดัชนีหุ้นไทยมักจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นโลก ดังนั้น ตราบใดที่สัญญาณการฟื้นตัวของตลาดหุ้นหลักในโลกยังไม่เกิดขึ้น (ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาและคงจะยังไม่เกิดขึ้นในระยะอันใกล้นี้) คงเป็นการยากที่ดัชนีหุ้นไทยจะฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน เพราะจนถึงขณะนี้ระลอกของข่าวร้ายก็ยังคงมีการทยอยเปิดเผยออกมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเครื่องชี้เศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศก็ยังคงมีความเปราะบางอยู่ค่อนข้างมาก ภายใต้ภาวะตลาดหุ้นที่ไม่เอื้ออำนวยดังกล่าว การระดมทุนด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น หรือไอพีโอ ของบริษัทเอกชนจึงน่าที่จะยังไม่สดใสนัก ดังจะเห็นได้จากการที่มีบางบริษัทซึ่งเดิมตั้งใจจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ได้เปลี่ยนไประดมทุนผ่านทางเลือกอื่น อาทิ การออกหุ้นกู้ หรือทำการปรับแผนด้วยการลดขนาดการระดมทุนลง ซึ่งแนวโน้มสถานการณ์ไอพีโอที่ไม่ค่อยจะสดใสนักดังกล่าว ผนวกกับภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นที่อาจซบเซาต่อเนื่อง ในที่สุดอาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ไอพีโอในปี 2552 นี้ คงไม่เลวร้ายเหมือนกับในช่วงหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ตลาดทุนได้รับผลกระทบอย่างมาก ส่งผลให้การเสนอขายหุ้นเพื่อระดมทุนของบริษัทใหม่ได้หดหายไปหรือหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง ก่อนจะกลับมากระเตื้องขึ้นอีกครั้งในปี 2544 โดยในช่วง 2 ปีหลังวิกฤตเศรษฐกิจ (ปี 2541-2542) มีการระดมทุนด้วยการออกหุ้นเสนอขายให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก เพียงบริษัทเดียวเท่านั้น ขณะที่บริษัทจดทะเบียนจำกัดการระดมทุนจากตลาดทุนเหลือเพียงการเสนอขายหุ้นต่อผู้ถือหุ้นเดิม

สำหรับวิกฤตในรอบนี้นั้น เชื่อว่าทางการไทยได้ตระหนักเป็นอย่างดีเกี่ยวกับผลกระทบที่จะมีต่อการระดมทุนในตลาดหุ้น สะท้อนได้จากการที่ทางการมีความพยายามที่จะปรับแก้ไขกฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการระดมทุนให้มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อภาคเอกชนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีแผนเตรียมแก้เกณฑ์ไฟลิ่ง โดยใช้หลักเปิดเผยต่อสาธารณชน (Disclosure Based) ในการอนุมัติไฟลิ่งแทนการรอการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งน่าจะช่วยให้บริษัทเอกชนสามารถระดมทุนได้เร็วขึ้น รวมถึงการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้อนุมัติให้มีการแก้ไขกฎเกณฑ์ เพื่อรองรับการจัดตั้งฝ่ายอินโดจีน เพื่อสนับสนุนการนำบริษัทที่อยู่ในต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งความพยายามเหล่านี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่อาจช่วยหนุนบรรยากาศการระดมทุนผ่านไอพีโอ แต่ผลเชิงรูปธรรมในทางปฏิบัติ คงจะต้องขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เร็วเพียงใด ขณะที่เป้าหมายบริษัทจดทะเบียนใหม่ในปี 2552 ของตลท.ที่ตั้งไว้ที่จำนวน 46 บริษัท ก็นับว่าค่อนข้างท้าทาย เพราะจนถึงขณะนี้ มีบริษัทที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพียง 10 บริษัท (ได้รับอนุมัติจาก ก.ล.ต.แล้ว 8 บริษัท) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างจำนวน 4 แห่ง และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจำนวน 2 บริษัท ส่วนที่เหลืออยู่ในกลุ่มบริการ ธุรกิจการเงิน สินค้าอุตสาหกรรม รวมทั้งเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร อย่างละ 1 บริษัท

? การระดมเงินจากแหล่งเงินทุนต่างประเทศ: บรรยากาศการลงทุนในตลาดต่างประเทศที่ยังคงถูกปกคลุมด้วยปัจจัยลบจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลก กอปรกับความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การระดมทุนจากแหล่งเงินทุนต่างประเทศคงจะเกิดขึ้นได้ไม่ง่ายนัก หรือหากทำได้ ก็คงจะมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ทั้งนี้เพราะความเสี่ยงด้านเครดิตและความเสี่ยงระหว่างคู่สัญญายังคงมีอยู่ในระดับสูง และยังไม่มีทีท่าว่าจะปรับตัวดีขึ้นในระยะใกล้ สะท้อนได้จากการปรับตัวของค่า TED Spread หรือผลต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ย Libor สกุลดอลลาร์ฯ ประเภทอายุ 3 เดือน และอัตราผลตอบแทนตั๋วเงินคลังสหรัฐฯ ประเภทอายุ 3 เดือน ที่แม้จะปรับตัวลงมาชัดเจนจากที่เคยปรับขึ้นไปมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2551 แต่ค่า TED Spread ที่ระดับปัจจุบัน (อยู่ที่ 1.09125% ณ วันที่ 10 มีนาคม 2552) ก็ยังคงเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ หรือ Fed Funds ที่ 0.00-0.25% นอกจากนี้ ปัญหาของภาคธนาคารทั้งในสหรัฐฯ และล่าสุดในยุโรป ซึ่งยังคงประสบกับภาวะการเสื่อมค่าลงอย่างต่อเนื่องของสินทรัพย์ จนนำมาสู่ภาระการตั้งสำรองและความต้องการเงินทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ก็ยังจำเป็นต้องอาศัยเวลาอีกไม่น้อยในการเยียวยาให้สามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ

? การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน: ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวถึงหดตัวลงในปีนี้ การดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์คงจะไม่แตกต่างไปจากภาคธุรกิจอื่นๆ ที่คงต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น เพราะนอกจากความต้องการสินเชื่อที่ชะลอตัวแล้ว ความสามารถในการชำระคืนหนี้ของภาคเอกชนก็มีแนวโน้มถดถอยลงตามไปด้วย โดยแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมอาจมีแนวโน้มลดต่ำลงสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่การดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นดังกล่าว อาจทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายของผู้ขอสินเชื่อไม่ได้ปรับลดลงมาในอัตราที่มากเท่ากับขนาดการลดลงของอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ขึ้นอยู่กับฐานะความเสี่ยงและมูลค่าหลักประกันของผู้ขอสินเชื่อเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ความต้องการเงินลงทุนที่มีแนวโน้มชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ อาจทำให้การขอสินเชื่อของภาคธุรกิจเน้นไปเพื่อการระดมเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินกิจการ (Working Capital) มากกว่าเพื่อการขยายการลงทุน หรืออาจเป็นการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานของบริษัท

? ความสำเร็จของการระดมทุนยังขึ้นอยู่กับหลายเงื่อนไข โดยแม้การระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นกู้อาจถูกมองว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมท่ามกลางสถานการณ์แวดล้อมทางเศรษฐกิจในขณะนี้ แต่ก็ใช่ว่าทุกบริษัทจะประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้โดยมีต้นทุนในระดับต่ำ เนื่องจากความสำเร็จของการเสนอขายหุ้นกู้ คงจะขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นฐานะความมั่นคงทางการเงินหรือความสามารถในการบริหารกระแสเงินสดของบริษัท อันดับความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงเงื่อนไขอัตราผลตอบแทนที่จูงใจผู้ลงทุน ในขณะที่ การปรับเปลี่ยนแผนการระดมทุนมาเป็นการออกหุ้นกู้แทนทางเลือกอื่น ก็อาจจะไม่สามารถทดแทนกันได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในแง่ของโครงสร้างหนี้สินและทุนของบริษัท ตัวอย่างเช่น บริษัทที่เดิมตั้งใจจะออกหุ้นไอพีโอเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของทุน อาจมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่เพิ่มขึ้นหากต้องเปลี่ยนมาออกหุ้นกู้หรือขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์แทน ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า บริษัทที่มีฐานะการเงินมั่นคงหรือมีอันดับความน่าเชื่อถือที่ค่อนข้างดีย่อมจะมีความได้เปรียบหรือประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ในสภาวะที่เอื้ออำนวยนี้ (คือสามารถล็อคเงินทุนระยะยาวที่มีสภาพคล่องได้ตามวงเงินที่ต้องการ และด้วยต้นทุนที่ระดับต่ำ) มากกว่า ซึ่งทางออกสำหรับบริษัทที่มีทางเลือกในการออกหุ้นกู้ได้ค่อนข้างจะจำกัดนั้น อาจจำเป็นต้องยอมเสียต้นทุนที่สูงขึ้นในกรณีที่ต้องการเงินทุนจริงๆ หรืออาจหันไประดมทุนด้วยการขอสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์เฉพาะวงเงินที่จำเป็นเพื่อการหมุนเวียนกิจการเฉพาะหน้า มิเช่นนั้นก็คงจะต้องเลื่อนการระดมทุนออกไปเพื่อรอจังหวะที่เอื้ออำนวยกว่านี้ของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ

โดยสรุป ท่ามกลางภาวะตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศที่ค่อนข้างปิดหรือไม่เอื้ออำนวย อันเป็นผลจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลก รวมถึงความเสี่ยงด้านเครดิตและด้านคู่สัญญาที่ยังมีในระดับสูง ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การระดมทุนด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และการระดมเงินจากแหล่งลงทุนต่างประเทศ อาจจะไม่สดใสนัก หรือถ้าทำได้ ก็อาจมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ส่วนการระดมทุนด้วยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินนั้น แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมอาจมีแนวโน้มลดต่ำลงสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่การดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น (เช่นเดียวกับภาคธุรกิจอื่นๆ) ก็อาจทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายของผู้ขอสินเชื่อไม่ได้ปรับลดลงมาในอัตราที่มากเท่ากับขนาดการลดลงของอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม ขึ้นอยู่กับฐานะความเสี่ยงและมูลค่าหลักประกันของผู้ขอสินเชื่อเป็นสำคัญ

ภายใต้ภาวะเช่นนี้ การระดมทุนด้วยการเสนอขายหุ้นกู้จึงถูกมองว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับบริษัทเอกชน โดยเฉพาะในจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยในระบบการเงินมีแนวโน้มอยู่ในขาลง ทั้งนี้ แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของไทยจะเริ่มขยับตัวขึ้น ตัวอย่างเช่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี เริ่มขยับขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปีเมื่อปลายปีก่อน มาอยู่ที่ 2.65% ณ ขณะนี้ (11 มีนาคม 2552) แต่อัตราผลตอบแทนที่ระดับดังกล่าว ก็ยังถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ค่อนข้างเอื้อหากผู้ระดมทุนต้องการที่จะออกหุ้นกู้ในช่วงเวลานี้ เพราะจะทำให้สามารถล็อคต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายระยะยาวไว้ที่ระดับต่ำ แต่ก็ต้องเป็นการเสนอเงื่อนไขที่ถูกใจสำหรับผู้ลงทุนด้วย เพราะถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะถูกปรับลดลงมาต่ำมาก จนทำให้ผู้ลงทุนหรือผู้ออมน่าจะสนใจลงทุนในหุ้นกู้มากขึ้น แต่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจบรรเทาลงในอนาคต และทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อาจทยอยถูกปรับขึ้นในปีถัดๆ ไปตามแรงกดดันเงินเฟ้อและการดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องของภาครัฐ อาจทำให้ผู้ออมต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้นสำหรับการถือตราสารระยะยาว ขณะที่คงจะเลือกลงทุนในหุ้นกู้เอกชนของบริษัทที่มีฐานะการเงินมั่นคงแข็งแกร่งและเป็นที่ไว้วางใจของสาธารณชน รวมทั้งเสนอเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจและเป็นที่ยอมรับได้เมื่อเวลาผ่านไป

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของปี 2552 นี้ ก็น่าที่จะถือว่าเป็นปีที่เอื้อสำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ จนทำให้มีการคาดการณ์ว่ามูลค่าการออกหุ้นกู้เอกชนในปีนี้อาจมีจำนวนสูงขึ้นเป็น 4.0 แสนล้านบาท เทียบกับจำนวน 2.8 แสนล้านบาทในปี 2551 และค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 2.0 แสนล้านบาทในช่วง 3 ปีก่อนหน้า (ปี 2548-2550) โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า บริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและ/หรือมีอันดับความน่าเชื่อถือที่ค่อนข้างดีย่อมจะมีความได้เปรียบหรือประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้มากกว่า ซึ่งทางออกสำหรับบริษัทที่อาจจะมีทางเลือกในการออกหุ้นกู้ได้ค่อนข้างจะจำกัดนั้น อาจจำเป็นต้องยอมเสียต้นทุนที่สูงขึ้นในกรณีที่ต้องการเงินทุนจริงๆ หรืออาจหันไประดมทุนด้วยการขอสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์เฉพาะวงเงินที่จำเป็นเพื่อการหมุนเวียนกิจการเฉพาะหน้า (Working Capital) มิเช่นนั้นก็คงจะต้องเลื่อนการระดมทุนออกไปเพื่อรอจังหวะที่เอื้ออำนวยกว่านี้ของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ

Sectors: 

Digital TV & Media

หลังจาก เจ๊ติ๋ม หรือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ใช้มาตรการปิดสวิทช์ทีวีดิจิตอล "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" โดยไม่จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอล 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล คือ ช่อง ไทยทีวี และช่องโลก้า งวด 2 ให้กับทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ในที่สุดกระแสข่าวที่ว่าช่อง 3 เตรียมถอดรายการ “ชิงร้อย ชิงล้าน Sunshine Day ผลิตโดย บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด ที่เคยออกอากาศในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ ก็เป็นจริง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558

PwC (PricewaterhouseCoopers) หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจทิศทางอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงทั่วโลกระหว่างปี 2558-2562คาดการณ์ค่าใช้จ่ายผ่านอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงของไทยในปี 2562 จะอยู่ที่ 4.3 แสนล้านบาท

Insight

ดาราดังระดับ "ซุปตาร์" แบบมาเดี่ยว อาจไม่เพียงพอในการเรียกความสนใจจากผู้บริโภคยุคนี้ จึงทำให้บรรดาเจ้าของ "แบรนด์" ต้องอาศัยพลังจากโลกออนไลน์และคนดังในกระแส มาประกบคู่ "ฟีเจอริ่ง" ปั้นให้เป็น "พรีเซ็นเตอร์ดูโอ" ดึงความสนใจให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

ปฏิบัติการชิงไหวชิงพริบระหว่างช่องแอนะล็อกเดิม และช่องทีวีดิจิตอลเกิดใหม่ กับการปรับผังรายการเพื่อชิงเรตติ้ง และฐานคนดู ในสงครามทีวีดิจิตอล

เอเยนซีโฆษณา เตือน ใช้พรีเซ็นเตอร์เปลือง อาจสะเทือนถึงแบรนด์ได้ เมื่อพรีเซ็นเตอร์อาจดังกว่าแบรนด์ แนะใช้ให้ถูกวิธี สตอรีและคอนเทนต์สำคัญกว่า

Consumer Insight

สมาคมแฟรนไชส์ แนะข้อมูลเตือนใจ ก่อนเลือกซื้อแฟรนไชส์ควรพิจารณาจากสิ่งใดบ้าง ไม่ให้ผิดหวัง

ในช่วงปี 2556 - 2557 มีแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นในแวดวงการตลาดกว่า 20,000 แบรนด์ (ที่มา: กรมทรัพย์สินทางปัญญา, 2558) ถึงแม้ว่าจำนวนแบรนด์เกิดใหม่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ผลที่ตามมาคือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองเห็นการพัฒนาตื่นตัวของแบรนด์ต่างๆ ลดลง แบรนด์ที่เคยเป็นผู้นำ เริ่มเดินบนเส้นทางความสำเร็จเดิมๆ ทำให้แบรนด์มีความหลากหลายแต่ไร้ซึ่งความแปลกใหม่

ในชีวิตประจำวันเรามีการพบเจอแบรนด์ต่างๆ หลายร้อยแบรนด์ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับอีกหลายหมื่นแบรนด์ในตลาด ยังมีแบรนด์ที่เป็นหนึ่งในใจผู้บริโภคได้เสมอ โดยที่เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยอยู่เป็นประจำ

Strategic Move

กว่า 17 ปีของห้าง'พันธุ์ทิพย์พลาซ่า' ในการเป็นศูนย์กลางการค้าด้านไอทีของเมืองไทย และนับเป็นต้นแบบตึกคอมพ์ทั่วประเทศไทยในปัจจุบัน หากแต่การแข่งขันทางธุรกิจกำลังจะเปลี่ยนแปลงให้ 'พันธุ์ทิพย์พลาซ่า' กลายเป็นเพียงตำนานประวัติศาสตร์ของไทย หลังกลุ่มทุน'ทีซีซี' ประกาศยกเครื่อง 'พันธุ์ทิพย์พลาซ่า' ใหม่ให้กลายเป็นศูนย์เทคโนโลยี

บริษัท กันตาร์ เวิลด์พาแนล จำกัด (KWP) ได้สรุปผลวิจัยและจัดอันดับ 50 แบรนด์ที่ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสูงสุด หรือ BrandFootprintReport ประจำปี 2557 จากการตัดสินใจซื้อจริงของครัวเรือกลุ่มตัวอย่าง ผลปรากฎว่า ดัชมิลค์ คว้าอันดับ 1 ของ 50 อันดับภาพรวมของทุกกลุ่มสินค้าอุปโภค หรือบริโภค (FMCG)

ข่าวในประเทศ - ยอดขายรถยนต์สะสม 5 เดือนแรกของปี ทำได้ 3.08 แสนคัน ลดลง 15.9% ขณะที่ตลาดปิกอัพยังไม่ฟื้น แต่อีซูซุอาศัยช่วงปลายโมเดลของวีโก้และฟอร์จูนเนอร์ ทำยอดขายแซงโตโยต้าแล้ว

Social Media Club

ทำการตลาดออนไลน์ต้องคิดให้รอบคอบ หากพลาดไปนิดเดียวก็กลายเป็น “ดราม่า” ส่งผลกระทบต่อแบรนด์ได้ในทันที เหมือนอย่างกรณีของ ไอศครีมวอลล์

ครบรอบ 1 ปี เป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการ “ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ต” ที่ให้ศิลปิน นักวาดภาพได้ส่งผลงานสติ๊กเกอร์เข้าไปขายในไลน์ได้ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ตได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการออแบบไม่น้อย ทำให้คาแรคเตอร์ ดีไซน์เป็นที่นิยมมากขึ้น

เป็นความจริงที่ว่ามนุษย์ทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และนั่นทำให้คนรอบข้างคาดเดาได้ถูกว่า คุณคือใคร แม้จะไม่เห็นใบหน้าของคุณชัดๆ โดยอาจสังเกตจากท่าทางการเดิน การยืน การแต่งกาย ฯลฯ แต่ต่อจากนี้ความสามารถดังกล่าวจะไม่จำกัดเฉพาะคนอีกต่อไป เพราะ “ระบบคอมพิวเตอร์” ก็สามารถ “คาดเดา” เหมือนมนุษย์ได้แล้วเช่นกัน

Columnist

การตลาด ฤดูร้อน ต้อง Speed Advantage “ใคร ไว กว่าได้ เปรียบ” ในสมรภูมิ การแข่ง กำลัง ร้อน แรง เหมือนฤดูร้อน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

แม้ว่าการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนที่ผ่านมาจะมีความดุเดือดเชือดเฉือนกันในแง่ของฟีเจอร์ และประสิทธิภาพที่พัฒนาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำโดย 2 แบรนด์ใหญ่ในตลาดอย่างแอปเปิลและซัมซุง ที่เรียกได้ว่า ยึดตำแหน่งผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนอยู่ในปัจจุบัน

แอปเปิล (Apple) เปิดเผยวันวางจำหน่าย Apple Watch อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ผ่านหน้าเว็บไซต์ของตนเอง (www.apple.com/th) พร้อมระบุราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 13,500 บาท สำหรับรุ่น Watch Sport เริ่มต้น 20,500 บาท สำหรับ Watch และเริ่มต้น 395,000 บาท สำหรับ Watch Edition

ช่วงนี้อาจตกเป็นรองเฟซบุ๊ก (Facebook) และแอปเปิล (Apple) อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในการเปิดตัวเทคโนโลยีหรือบริการใหม่ๆ ล่าสุด กูเกิลไม่ยอมแพ้ส่งบริการสตรีมมิงเพลงแบบไม่มีค่าใช้จ่ายให้ผู้ใช้บริการแล้วทั่วสหรัฐอเมริกา โดยบริการดังกล่าวจะมีโฆษณาสนับสนุนแทน

Global Wrap

เอเจนซีส์ / ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - วอร์เร็น บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีและนักลงทุนชื่อก้องโลกชาวอเมริกัน เผยเคล็ดลับ ระบุ ช่องทาง “การลงทุนที่ได้กำไรงดงามที่สุด” คือ “การลงทุนกับตัวเอง”

บริษัทที่ปรึกษาสินทรัพย์ เผยราศีเกิดของ 10 มหาเศรษฐีพันล้านจีน ที่สร้างฐานะด้วยลำแข้งของตนเอง ไม่มีใครเลยที่เกิดในปี แพะ ซึ่งเป็นจักรราศีของปีนี้

เมืองมินามิ อาวาจิ ในจังหวัดเฮียวโกะของญี่ปุ่น เปิดตัวเครื่องเล่นชนิดใหม่ ซี่งกำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและเด็กๆ

People

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

เปิดใจ “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เจ้าของเพจมาแรงแห่งปี ผ่านการ“โฟนอิน”แบบเจาะลึก เป็นครั้งแรก ในงานสัมมนา ฝ่าวิกฤตพิชิตดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งจัดโดย Position Magazine Online ถึงที่มาของ เพจเล่าข่าว ด้วยสำนวนแสบๆ คันๆ มันๆ จนสร้างยอดไลค์ ทะลุล้านแล้ว

จากบทบาทนักธุรกิจ “วัยรุ่นพันล้าน” เจ้าของอาณาจักร “เถ้าแก่น้อย” แบรนด์ที่ทำให้หลายคนรู้จัก “อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” หรือ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาได้เพิ่มบทบาทของตนเองด้วยการเป็น “ผู้ลงทุน”

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348