อาเซียน : ตลาดส่งออกสิ่งทอที่สำคัญของไทย

ประเทศอาเซียนแม้ว่าจะเป็นคู่แข่งทางด้านการส่งออกสินค้าประเภทเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และอินโดนีเซียซึ่งมีข้อได้เปรียบทางด้านต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่ต่ำ ประกอบกับ การได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) จากประเทศผู้นำเข้าสำคัญของโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา และ กลุ่มสหภาพยุโรป จึงเป็นปัจจัยที่นับเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของประเทศเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน อาเซียนก็เป็นตลาดส่งออกสิ่งทอประเภทต้นน้ำและกลางน้ำอันประกอบไปด้วยผ้าผืน เส้นด้าย และเส้นใยประดิษฐ์ ที่สำคัญของไทยด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เนื่องจาก ประเทศเหล่านี้มีพัฒนาการทางด้านมูลค่าการส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอปลายน้ำที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การผลิตวัตถุดิบยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ หรือบางส่วนที่ผลิตได้ก็ยังมีคุณภาพไม่เพียงพอที่จะใช้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ทำให้ต้องนำเข้าวัตถุดิบเพื่อไปผลิตเป็นเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งไทยนับเป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ เนื่องจากมีข้อได้เปรียบหลายประการ ทั้งด้านภาษีจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน รวมไปถึงการมีพรมแดนติดต่อกันทำให้มีต้นทุนการขนส่งสินค้าข้ามแดนต่ำ รวมทั้งทำให้มีความสะดวกรวดเร็วในการส่งมอบสินค้า ประการสำคัญ คุณภาพสินค้าของไทยก็อยู่ในระดับมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก ซึ่งปัจจุบัน อาเซียนเป็นตลาดส่งออกคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 28.5 ของมูลค่าการส่งออกวัตถุดิบสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำของไทย แต่คาดว่าในอนาคต การส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มจากอาเซียนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำจะเพิ่มบทบาทความสำคัญมากขึ้นในตลาดโลก ประกอบกับ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนที่กำหนดให้ปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าประเทศสมาชิกเหลือร้อยละ 0 จะมีผลบังคับในช่วง 1 มกราคม 2553 จะยิ่งทำให้อาเซียนเกิดการพึ่งพาวัตถุดิบระหว่างกันมากขึ้น ซึ่งไทยเองก็มีความพร้อมทางด้านการป้อนวัตถุดิบสิ่งทอที่มีคุณภาพให้กับประเทศในอาเซียนมากทีเดียว

อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องเป็นจำนวนมาก โดยประกอบไปด้วยอุตสาหกรรม 3 ขั้นตอนได้แก่ อุตสาหกรรมต้นน้ำ(Upstream) ประกอบด้วย การผลิตเส้นใย(เส้นใยธรรมชาติ เส้นใยสังเคราะห์) อุตสาหกรรมกลางน้ำ(Middlestream) ได้แก่ อุตสาหกรรมปั่นด้าย ทอผ้า ถักผ้า ฟอกย้อมและพิมพ์ตกแต่งสำเร็จ และอุตสาหกรรมปลายน้ำ(Downstream) ได้แก่ การผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป ถุงมือ ถุงเท้า ชุดชั้นใน เคหะสิ่งทอต่างๆ โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอประเภทต้นน้ำและกลางน้ำนั้น เป็นวัตุถุดิบสำคัญที่ส่งต่อไปยังอุตสาหกรรมปลายน้ำคือเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ สำหรับประเทศไทยนั้น นอกเหนือจากผลิตเพื่อป้อนให้กับโรงงานในประเทศแล้ว ยังมีปริมาณที่เหลือเพื่อส่งออกเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของต่างประเทศคิดเป็นมูลค่าสูงถึงปีละประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมูลค่าดังกล่าวใกล้เคียงกับการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยที่มีมูลค่าประมาณปีละ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำของไทยนั้นเพิ่มขึ้นจาก 2,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2549 มาเป็น 2,525.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2550 แต่ในปี 2551 และปี 2552 นั้น การส่งออกได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าสำคัญทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรปและญี่ปุ่น โดยมูลค่าส่งออกปี 2551 อยู่ที่ 2,507.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯลดลงร้อยละ 0.7 ส่วนช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 มีมูลค่าส่งออก 1,316.3ล้านดอลลาร์สหรัฐฯลดลงร้อยละ 13.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมูลค่าส่งออกส่วนใหญ่จะเป็นผ้าผืน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 49.5 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำ รองลงมาได้แก่ด้ายเส้นใยประดิษฐ์สัดส่วนร้อยละ 24.0 เส้นใยประดิษฐ์สัดส่วนร้อยละ 19.9 และด้ายฝ้าย สัดส่วนร้อยละ 6.6 ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า มูลค่าการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 ติดลบทุกรายการสินค้า โดยที่ปรับลดลงมากที่สุดได้แก่ เส้นใยประดิษฐ์ลดลงร้อยละ 208 ด้ายเส้นใยประดิษฐ์ลดลงร้อยละ 19.9 ด้ายฝ้ายลดลงร้อยละ 16.1 และผ้าผืนปรับตัวลดลงในอัตราที่น้อยสุดคือร้อยละ 6.5

ตลาดส่งออกวัตถุดิบสิ่งทอขั้นต้นและขั้นกลางของไทยนั้น มีการพึ่งพาตลาดส่งออกหลักทั้ง สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เพียงร้อยละ 14.7 ของมูลค่าการส่งออกผ้าผืน เส้นด้าย และเส้นใยประดิษฐ์เท่านั้น ซึ่งแยกเป็น ตลาดสหภาพยุโรปสัดส่วนร้อยละ 7.7 สหรัฐฯสัดส่วนร้อยละ 3.9 และญี่ปุ่นสัดส่วนร้อยละ 3.1 ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.2 จะส่งออกไปยังประเทศหรือกลุ่มประเทศที่เป็นฐานการผลิตและส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มรายสำคัญของโลก ซึ่งประเทศเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ หรือประเทศที่ยังมีการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำน้อยกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อาทิ ประเทศในกลุ่มอาเซียน(สัดส่วนร้อยละ 28.5) ประเทศตะวันออกกลาง(สัดส่วนร้อยละ 15.2) ประเทศเอเชียใต้เช่น อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ(สัดส่วนร้อยละ 14.1) และจีน(สัดส่วนร้อยละ 6.7) ดังนั้น ไทยจึงเผชิญการแข่งขันทางด้านการส่งออกของสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำน้อยกว่าสิ่งทอปลายน้ำประเภทเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งมีการพึ่งพาตลาดส่งออกหลักมากถึงประมาณร้อยละ 80.0

เป็นที่น่าสังเกตว่า อาเซียนนั้นเริ่มมีบทบาทสำคัญในฐานะตลาดส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำ เนื่องจากประเทศในกลุ่มอาเซียนได้พัฒนาจนกลายเป็นผู้ส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปรายสำคัญของโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำอาทิ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และอินโดนีเซีย ดังจะพิจารณาได้จากมูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มของประเทศเหล่านี้ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ เวียดนามจากที่มีส่วนแบ่งตลาดส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มในตลาดโลกสัดส่วนร้อยละ 0.9 ในปี 2000 เพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยละ 1.6 ในปี 2006 กัมพูชาจากส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 0.5 ในปี 2000 มาเป็นร้อยละ 0.9 ในปี 2006 ขณะเดียวกันประเทศในอาเซียนเอง หลายๆประเทศก็ยังมีการผลิตสิ่งทอไม่ครบวงจร โดยเฉพาะสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง หรือมีปริมาณความต้องการในประเทศไม่มากพอที่จะลงทุนตั้งโรงงานเองเนื่องจากไม่คุ้มต้นทุน หรือสินค้าที่ผลิตได้มีคุณภาพมาตรฐานไม่ตรงตามที่ประเทศผู้นำเข้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มกำหนด ทำให้จำเป็นต้องมีการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบประเภทผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ที่มีคุณภาพจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากไทยซึ่งมีข้อได้เปรียบทางด้านต้นทุนค่าขนส่ง รวมทั้งข้อได้เปรียบด้านภาษีนำเข้า จากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน

ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลทำให้การส่งออกสิ่งทอประเภทผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ของไทยไปยังตลาดอาเซียนมีเพิ่มขึ้นจาก 560.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2549 เพิ่มขึ้นเป็น 656.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2550 และ 711.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2551 สำหรับช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 เนื่องจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกอยู่ที่ 375.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯลดลงร้อยละ 11.0เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ในขณะที่สัดส่วนการส่งออกไปตลาดอาเซียนก็เพิ่มขึ้นเป็นลำดับจากร้อยละ 24.6 ของมูลค่าการส่งออกผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ในปี 2549 ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยละ 26.0 ในปี 2550 และ 28.3 ในปี 2551 สำหรับช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 ส่วนแบ่งตลาดตลาดอาเซียนอยู่ที่ร้อยละ 28.5 ตลาดส่งออกผ้าผืนที่สำคัญในอาเซียนได้แก่ เวียดนาม ลาวและสิงคโปร์ ตลาดด้ายฝ้ายได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วนตลาดด้ายเส้นใยประดิษฐ์ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย และสำหรับตลาดเส้นใยประดิษฐ์ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

จะเห็นได้ว่า ตลาดอาเซียน นับว่ามีอนาคตสดใสสำหรับการส่งออกวัตถุดิบสิ่งทอของไทย โดยเฉพาะภายหลังจากที่เศรษฐกิจโลกสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้ จะทำให้ความต้องการบริโภคเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มจะมีมากขึ้น ประเทศไทยรวมถึงประเทศในอาเซียนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำอาทิ เวียดนาม กัมพูชา ลาวและอินโดนีเซีย จะเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มเพื่อป้อนตลาดโลกที่โดดเด่น นอกจากนี้ ประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่ต่างมีการวางเป้าหมายในด้านการเพิ่มบทบาทการผลิตเพื่อส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มในตลาดโลก อาทิ เวียดนาม มีการตั้งเป้าหมายเลื่อนอันดับจากประเทศผู้ส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มอันดับที่ 9 ของโลกในปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 1 ใน 5 ของโลกในปี 2558 ในขณะที่ลาวก็กำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 ปี 2549-2553 กำหนดให้อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหนึ่งในสินค้าที่เพิ่มรายได้ด้านการส่งออก สำหรับกัมพูชานั้นก็ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมสิ่งทอเช่นเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากปี 2551 ที่ผ่านมา กัมพูชามีการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปเป็นอันดับ 1 จากจำนวนโครงการที่ได้รับการส่งเสริมทั้งหมด ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลทำให้ความต้องการวัตถุดิบสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำของประเทศในอาเซียนเพิ่มขึ้นตามมูลค่าการส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มของประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบที่มีคุณภาพที่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งรวมถึงไทยที่สินค้ามีการพัฒนาคุณภาพจนเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

ปัจจัยสนับสนุนประการต่อมาคือ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างสำคัญของไทยเมื่อเทียบกับสินค้านอกกลุ่ม ทั้งนี้อาเซียนกำหนดให้ประเทศสมาชิกปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าทั่วไปซึ่งรวมถึงสินค้าประเภทสิ่งทอลงเหลือร้อยละ 0 ในวันที่ 1 มกราคม 2553 สำหรับสมาชิกเดิม และภายในปี 2558 สำหรับสมาชิกใหม่อันได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า แต่อัตราภาษีที่จัดเก็บก่อนถึงปี 2558 ก็อยู่ในระดับต่ำเพียงร้อยละ 5 ซึ่งปัจจัยดังกล่าว นับเป็นการสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกในอาเซียนมีการพึ่งพาวัตถุดิบระหว่างกันมากขึ้น และไทยเองก็มีความพร้อมด้านนี้ค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอแบบครบวงจรทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ประกอบกับที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยมีการพัฒนาทางด้านเครื่องจักร เทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สิ่งทอที่ผลิตได้มีคุณภาพมาตรฐาน โดดเด่นเป็นที่ยอมรับของตลาดโลกเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาวหรือพม่า อีกทั้งการมีพรมแดนติดต่อกันก็ช่วยให้สินค้าจากไทยมีต้นทุนการขนส่งสินค้าข้ามแดนต่ำ รวมทั้งทำให้มีความสะดวก รวดเร็วในการส่งมอบสินค้า ช่วยให้ผู้นำเข้าสามารถบริหารสต็อกสินค้าได้มีประสิทธิภาพภายใต้ต้นทุนที่ลดลง

สำหรับปัจจัยพึงระวังที่อาจส่งผลกระทบต่อไทยในฐานะเป็นผู้ส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำให้กับตลาดอาเซียน ได้แก่ สินค้าจากประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนการผลิตต่ำอาทิ อินโดนีเซีย ซึ่งมีการผลิตสินค้าสิ่งทอแบบครบวงจรเช่นเดียวกับไทย รวมทั้งจีน ซึ่งจะได้รับประโยชน์ทางภาษีเช่นเดียวกับประเทศสมาชิกอาเซียนอันเป็นผลจากข้อตกลงอาเซียน-จีน นอกจากนี้ การที่ประเทศผู้นำเข้าสิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มรายสำคัญของโลกทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น มีการเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานสิ่งทอในประเทศอาเซียนที่มีต้นทุนค่าจ้างแรงงานต่ำอาทิ เวียดนาม กัมพูชา ลาว ซึ่งจะทำให้ลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศลงได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการของไทย จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับปัจจัยลบดังที่กล่าวมาแล้ว อาทิ การพัฒนาคุณภาพผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ ให้สูงขึ้นเพื่อรองรับการผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ต้องการคุณภาพมาตรฐานระดับสูง ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการของไทยก็ควรพิจารณาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการเข้าไปหาลู่ทางลงทุนตั้งโรงงานในอาเซียนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้มากขึ้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว อาเซียนนับเป็นตลาดส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำประเภท ผ้าผืน เส้นด้าย และเส้นใยประดิษฐ์ที่สำคัญของไทย เนื่องจากมูลค่าการส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มของประเทศในอาเซียนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำอาทิ เวียนดนามกัมพูชา ลาว และอินนีเซียมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แม้ว่าไทยเองจะมีคู่แข่งทั้งอินโดนีเซีย และจีน แต่การมีพรมแดนติดกันกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสะดวกต่อการขนส่ง ประกอบกับสินค้าไทยมีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดโลกจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าส่งออกในตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาท ผู้ประกอบการไทยเองควรหามาตรการอื่นๆรองรับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาทิ การพัฒนาคุณภาพสินค้าให้สูงขึ้น รวมถึงการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศในอาเซียน และประการสำคัญคือ การเร่งกระจายตลาดส่งออกใหม่ๆอาทิ จีน ประเทศในเอเชียใต้ เช่น ปากีสถาน อินเดีย และบังคลาเทศ รวมทั้งประเทศอเมริกากลางเช่น กัวเตมาลา ฮอนดูรัส ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มที่สำคัญของโลก ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากค่ายทรูมูฟ ประกาศเปิดจองไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ล่วงหน้าวันที่ 24 ตุลาคม ได้ไม่นาน ถัดมาไม่กี่ชั่วโมง ค่ายเอไอเอส ตามมาด้วยดีแทค ได่ประกาศ จำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2557 นี้

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348