อาเซียน : ตลาดส่งออกสิ่งทอที่สำคัญของไทย

ประเทศอาเซียนแม้ว่าจะเป็นคู่แข่งทางด้านการส่งออกสินค้าประเภทเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และอินโดนีเซียซึ่งมีข้อได้เปรียบทางด้านต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่ต่ำ ประกอบกับ การได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) จากประเทศผู้นำเข้าสำคัญของโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา และ กลุ่มสหภาพยุโรป จึงเป็นปัจจัยที่นับเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของประเทศเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน อาเซียนก็เป็นตลาดส่งออกสิ่งทอประเภทต้นน้ำและกลางน้ำอันประกอบไปด้วยผ้าผืน เส้นด้าย และเส้นใยประดิษฐ์ ที่สำคัญของไทยด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เนื่องจาก ประเทศเหล่านี้มีพัฒนาการทางด้านมูลค่าการส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอปลายน้ำที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การผลิตวัตถุดิบยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ หรือบางส่วนที่ผลิตได้ก็ยังมีคุณภาพไม่เพียงพอที่จะใช้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ทำให้ต้องนำเข้าวัตถุดิบเพื่อไปผลิตเป็นเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งไทยนับเป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ เนื่องจากมีข้อได้เปรียบหลายประการ ทั้งด้านภาษีจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน รวมไปถึงการมีพรมแดนติดต่อกันทำให้มีต้นทุนการขนส่งสินค้าข้ามแดนต่ำ รวมทั้งทำให้มีความสะดวกรวดเร็วในการส่งมอบสินค้า ประการสำคัญ คุณภาพสินค้าของไทยก็อยู่ในระดับมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก ซึ่งปัจจุบัน อาเซียนเป็นตลาดส่งออกคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 28.5 ของมูลค่าการส่งออกวัตถุดิบสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำของไทย แต่คาดว่าในอนาคต การส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มจากอาเซียนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำจะเพิ่มบทบาทความสำคัญมากขึ้นในตลาดโลก ประกอบกับ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนที่กำหนดให้ปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าประเทศสมาชิกเหลือร้อยละ 0 จะมีผลบังคับในช่วง 1 มกราคม 2553 จะยิ่งทำให้อาเซียนเกิดการพึ่งพาวัตถุดิบระหว่างกันมากขึ้น ซึ่งไทยเองก็มีความพร้อมทางด้านการป้อนวัตถุดิบสิ่งทอที่มีคุณภาพให้กับประเทศในอาเซียนมากทีเดียว

อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องเป็นจำนวนมาก โดยประกอบไปด้วยอุตสาหกรรม 3 ขั้นตอนได้แก่ อุตสาหกรรมต้นน้ำ(Upstream) ประกอบด้วย การผลิตเส้นใย(เส้นใยธรรมชาติ เส้นใยสังเคราะห์) อุตสาหกรรมกลางน้ำ(Middlestream) ได้แก่ อุตสาหกรรมปั่นด้าย ทอผ้า ถักผ้า ฟอกย้อมและพิมพ์ตกแต่งสำเร็จ และอุตสาหกรรมปลายน้ำ(Downstream) ได้แก่ การผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป ถุงมือ ถุงเท้า ชุดชั้นใน เคหะสิ่งทอต่างๆ โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอประเภทต้นน้ำและกลางน้ำนั้น เป็นวัตุถุดิบสำคัญที่ส่งต่อไปยังอุตสาหกรรมปลายน้ำคือเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ สำหรับประเทศไทยนั้น นอกเหนือจากผลิตเพื่อป้อนให้กับโรงงานในประเทศแล้ว ยังมีปริมาณที่เหลือเพื่อส่งออกเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของต่างประเทศคิดเป็นมูลค่าสูงถึงปีละประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมูลค่าดังกล่าวใกล้เคียงกับการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยที่มีมูลค่าประมาณปีละ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำของไทยนั้นเพิ่มขึ้นจาก 2,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2549 มาเป็น 2,525.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2550 แต่ในปี 2551 และปี 2552 นั้น การส่งออกได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าสำคัญทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรปและญี่ปุ่น โดยมูลค่าส่งออกปี 2551 อยู่ที่ 2,507.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯลดลงร้อยละ 0.7 ส่วนช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 มีมูลค่าส่งออก 1,316.3ล้านดอลลาร์สหรัฐฯลดลงร้อยละ 13.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมูลค่าส่งออกส่วนใหญ่จะเป็นผ้าผืน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 49.5 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำ รองลงมาได้แก่ด้ายเส้นใยประดิษฐ์สัดส่วนร้อยละ 24.0 เส้นใยประดิษฐ์สัดส่วนร้อยละ 19.9 และด้ายฝ้าย สัดส่วนร้อยละ 6.6 ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า มูลค่าการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 ติดลบทุกรายการสินค้า โดยที่ปรับลดลงมากที่สุดได้แก่ เส้นใยประดิษฐ์ลดลงร้อยละ 208 ด้ายเส้นใยประดิษฐ์ลดลงร้อยละ 19.9 ด้ายฝ้ายลดลงร้อยละ 16.1 และผ้าผืนปรับตัวลดลงในอัตราที่น้อยสุดคือร้อยละ 6.5

ตลาดส่งออกวัตถุดิบสิ่งทอขั้นต้นและขั้นกลางของไทยนั้น มีการพึ่งพาตลาดส่งออกหลักทั้ง สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เพียงร้อยละ 14.7 ของมูลค่าการส่งออกผ้าผืน เส้นด้าย และเส้นใยประดิษฐ์เท่านั้น ซึ่งแยกเป็น ตลาดสหภาพยุโรปสัดส่วนร้อยละ 7.7 สหรัฐฯสัดส่วนร้อยละ 3.9 และญี่ปุ่นสัดส่วนร้อยละ 3.1 ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.2 จะส่งออกไปยังประเทศหรือกลุ่มประเทศที่เป็นฐานการผลิตและส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มรายสำคัญของโลก ซึ่งประเทศเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ หรือประเทศที่ยังมีการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำน้อยกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อาทิ ประเทศในกลุ่มอาเซียน(สัดส่วนร้อยละ 28.5) ประเทศตะวันออกกลาง(สัดส่วนร้อยละ 15.2) ประเทศเอเชียใต้เช่น อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ(สัดส่วนร้อยละ 14.1) และจีน(สัดส่วนร้อยละ 6.7) ดังนั้น ไทยจึงเผชิญการแข่งขันทางด้านการส่งออกของสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำน้อยกว่าสิ่งทอปลายน้ำประเภทเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งมีการพึ่งพาตลาดส่งออกหลักมากถึงประมาณร้อยละ 80.0

เป็นที่น่าสังเกตว่า อาเซียนนั้นเริ่มมีบทบาทสำคัญในฐานะตลาดส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำ เนื่องจากประเทศในกลุ่มอาเซียนได้พัฒนาจนกลายเป็นผู้ส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปรายสำคัญของโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำอาทิ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และอินโดนีเซีย ดังจะพิจารณาได้จากมูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มของประเทศเหล่านี้ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ เวียดนามจากที่มีส่วนแบ่งตลาดส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มในตลาดโลกสัดส่วนร้อยละ 0.9 ในปี 2000 เพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยละ 1.6 ในปี 2006 กัมพูชาจากส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 0.5 ในปี 2000 มาเป็นร้อยละ 0.9 ในปี 2006 ขณะเดียวกันประเทศในอาเซียนเอง หลายๆประเทศก็ยังมีการผลิตสิ่งทอไม่ครบวงจร โดยเฉพาะสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง หรือมีปริมาณความต้องการในประเทศไม่มากพอที่จะลงทุนตั้งโรงงานเองเนื่องจากไม่คุ้มต้นทุน หรือสินค้าที่ผลิตได้มีคุณภาพมาตรฐานไม่ตรงตามที่ประเทศผู้นำเข้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มกำหนด ทำให้จำเป็นต้องมีการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบประเภทผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ที่มีคุณภาพจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากไทยซึ่งมีข้อได้เปรียบทางด้านต้นทุนค่าขนส่ง รวมทั้งข้อได้เปรียบด้านภาษีนำเข้า จากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน

ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลทำให้การส่งออกสิ่งทอประเภทผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ของไทยไปยังตลาดอาเซียนมีเพิ่มขึ้นจาก 560.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2549 เพิ่มขึ้นเป็น 656.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2550 และ 711.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2551 สำหรับช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 เนื่องจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกอยู่ที่ 375.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯลดลงร้อยละ 11.0เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ในขณะที่สัดส่วนการส่งออกไปตลาดอาเซียนก็เพิ่มขึ้นเป็นลำดับจากร้อยละ 24.6 ของมูลค่าการส่งออกผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ในปี 2549 ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยละ 26.0 ในปี 2550 และ 28.3 ในปี 2551 สำหรับช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 ส่วนแบ่งตลาดตลาดอาเซียนอยู่ที่ร้อยละ 28.5 ตลาดส่งออกผ้าผืนที่สำคัญในอาเซียนได้แก่ เวียดนาม ลาวและสิงคโปร์ ตลาดด้ายฝ้ายได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วนตลาดด้ายเส้นใยประดิษฐ์ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย และสำหรับตลาดเส้นใยประดิษฐ์ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

จะเห็นได้ว่า ตลาดอาเซียน นับว่ามีอนาคตสดใสสำหรับการส่งออกวัตถุดิบสิ่งทอของไทย โดยเฉพาะภายหลังจากที่เศรษฐกิจโลกสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้ จะทำให้ความต้องการบริโภคเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มจะมีมากขึ้น ประเทศไทยรวมถึงประเทศในอาเซียนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำอาทิ เวียดนาม กัมพูชา ลาวและอินโดนีเซีย จะเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มเพื่อป้อนตลาดโลกที่โดดเด่น นอกจากนี้ ประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่ต่างมีการวางเป้าหมายในด้านการเพิ่มบทบาทการผลิตเพื่อส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มในตลาดโลก อาทิ เวียดนาม มีการตั้งเป้าหมายเลื่อนอันดับจากประเทศผู้ส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มอันดับที่ 9 ของโลกในปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 1 ใน 5 ของโลกในปี 2558 ในขณะที่ลาวก็กำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 ปี 2549-2553 กำหนดให้อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหนึ่งในสินค้าที่เพิ่มรายได้ด้านการส่งออก สำหรับกัมพูชานั้นก็ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมสิ่งทอเช่นเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากปี 2551 ที่ผ่านมา กัมพูชามีการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปเป็นอันดับ 1 จากจำนวนโครงการที่ได้รับการส่งเสริมทั้งหมด ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลทำให้ความต้องการวัตถุดิบสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำของประเทศในอาเซียนเพิ่มขึ้นตามมูลค่าการส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มของประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบที่มีคุณภาพที่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งรวมถึงไทยที่สินค้ามีการพัฒนาคุณภาพจนเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

ปัจจัยสนับสนุนประการต่อมาคือ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างสำคัญของไทยเมื่อเทียบกับสินค้านอกกลุ่ม ทั้งนี้อาเซียนกำหนดให้ประเทศสมาชิกปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าทั่วไปซึ่งรวมถึงสินค้าประเภทสิ่งทอลงเหลือร้อยละ 0 ในวันที่ 1 มกราคม 2553 สำหรับสมาชิกเดิม และภายในปี 2558 สำหรับสมาชิกใหม่อันได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า แต่อัตราภาษีที่จัดเก็บก่อนถึงปี 2558 ก็อยู่ในระดับต่ำเพียงร้อยละ 5 ซึ่งปัจจัยดังกล่าว นับเป็นการสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกในอาเซียนมีการพึ่งพาวัตถุดิบระหว่างกันมากขึ้น และไทยเองก็มีความพร้อมด้านนี้ค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอแบบครบวงจรทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ประกอบกับที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยมีการพัฒนาทางด้านเครื่องจักร เทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สิ่งทอที่ผลิตได้มีคุณภาพมาตรฐาน โดดเด่นเป็นที่ยอมรับของตลาดโลกเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาวหรือพม่า อีกทั้งการมีพรมแดนติดต่อกันก็ช่วยให้สินค้าจากไทยมีต้นทุนการขนส่งสินค้าข้ามแดนต่ำ รวมทั้งทำให้มีความสะดวก รวดเร็วในการส่งมอบสินค้า ช่วยให้ผู้นำเข้าสามารถบริหารสต็อกสินค้าได้มีประสิทธิภาพภายใต้ต้นทุนที่ลดลง

สำหรับปัจจัยพึงระวังที่อาจส่งผลกระทบต่อไทยในฐานะเป็นผู้ส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำให้กับตลาดอาเซียน ได้แก่ สินค้าจากประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนการผลิตต่ำอาทิ อินโดนีเซีย ซึ่งมีการผลิตสินค้าสิ่งทอแบบครบวงจรเช่นเดียวกับไทย รวมทั้งจีน ซึ่งจะได้รับประโยชน์ทางภาษีเช่นเดียวกับประเทศสมาชิกอาเซียนอันเป็นผลจากข้อตกลงอาเซียน-จีน นอกจากนี้ การที่ประเทศผู้นำเข้าสิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มรายสำคัญของโลกทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น มีการเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานสิ่งทอในประเทศอาเซียนที่มีต้นทุนค่าจ้างแรงงานต่ำอาทิ เวียดนาม กัมพูชา ลาว ซึ่งจะทำให้ลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศลงได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการของไทย จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับปัจจัยลบดังที่กล่าวมาแล้ว อาทิ การพัฒนาคุณภาพผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ ให้สูงขึ้นเพื่อรองรับการผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ต้องการคุณภาพมาตรฐานระดับสูง ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการของไทยก็ควรพิจารณาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการเข้าไปหาลู่ทางลงทุนตั้งโรงงานในอาเซียนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้มากขึ้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว อาเซียนนับเป็นตลาดส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำประเภท ผ้าผืน เส้นด้าย และเส้นใยประดิษฐ์ที่สำคัญของไทย เนื่องจากมูลค่าการส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มของประเทศในอาเซียนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำอาทิ เวียนดนามกัมพูชา ลาว และอินนีเซียมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แม้ว่าไทยเองจะมีคู่แข่งทั้งอินโดนีเซีย และจีน แต่การมีพรมแดนติดกันกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสะดวกต่อการขนส่ง ประกอบกับสินค้าไทยมีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดโลกจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าส่งออกในตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาท ผู้ประกอบการไทยเองควรหามาตรการอื่นๆรองรับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาทิ การพัฒนาคุณภาพสินค้าให้สูงขึ้น รวมถึงการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศในอาเซียน และประการสำคัญคือ การเร่งกระจายตลาดส่งออกใหม่ๆอาทิ จีน ประเทศในเอเชียใต้ เช่น ปากีสถาน อินเดีย และบังคลาเทศ รวมทั้งประเทศอเมริกากลางเช่น กัวเตมาลา ฮอนดูรัส ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มที่สำคัญของโลก ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

เดือดแน่ !...เกาะติด “สงครามดิจิทัลทีวี” จาก 2 คู่รบใหม่ในศึกละครหลังข่าว เมื่อเจ้าตลาดเดิมอย่างช่อง 7 กำลังถูกท้าทายจากช่อง 8 ของค่ายอาร์เอส ส่วนช่อง 3 มี “ช่องวัน” ของแกรมมี่ ปั้นละครชิงคนดูในเมือง

Consumer Insight

เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือมีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในแง่ของการใช้งานของผู้บริโภค รวมไปถึงในเรื่องของการทำธุรกิจก็จะเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวมีการเติบโตอย่างมากในแถบเอเชียแปซิฟิค โดยที่ทาง บริษัทวิจัย IDC Asia/Pacific Mobility และ IDC Asia/Pacific Client Devices research บริษัทวิจัยเทรนด์ทางด้านไอที ได้สรุปเทรนด์ที่มาแรงใน 2015

จากการสำรวจข้อมูลเชิงลึกของบริษัทดันน์ฮัมบี้ ได้ทำการสำรวจเรื่องพฤติกรรมการ การซื้อของผู้บริโภคใน เทสโก้ โลตัส จำนวน 8.2 ล้านคน ที่กำลังมองหาของขวัญสำหรับวันวาเลนไทน์ พบว่าผู้บริโภคในภาคกลางมีปริมาณยอดขายของการ์ด ช็อกโกแลตและดอกไม้ เพื่อเป็นของขวัญสำหรับวันวาเลนไทน์ในปี 2014 มากกว่าภาคอื่น ๆ

ทุกวันนี้เว็บไซต์ PANTIP ได้กลายเป็นคอมมูนิตี้ออนไลน์ยอดนิยมของคนไทย ที่รวบรวมเรื่องราวนับล้านแปด กลายเป็นกระดานพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากมายทั้งดราม่า การรีวิวสินค้าและบริการ การขอความช่วยเหลือ ซึ่งสามารถพบได้ที่พันทิปทั้งสิ้น ซึ่งในภายหลังมีกระทู้ถูกตั้งขึ้นอย่างมหาศาลจึงได้สร้าง TAG เพื่อง่ายต่อการแบ่งหมวดหมู่ของเรื่องราว

Insight

เดือดแน่ !...เกาะติด “สงครามดิจิทัลทีวี” จาก 2 คู่รบใหม่ในศึกละครหลังข่าว เมื่อเจ้าตลาดเดิมอย่างช่อง 7 กำลังถูกท้าทายจากช่อง 8 ของค่ายอาร์เอส ส่วนช่อง 3 มี “ช่องวัน” ของแกรมมี่ ปั้นละครชิงคนดูในเมือง

ร้านกาแฟยุคนี้ แค่บรรยากาศ และรสชาติกาแฟ อาจไม่พอ ต้องหาจุดขายใหม่ๆ อย่าง “คาแร็กเตอร์ คาเฟ่” ร้านกาแฟเทรนด์ใหม่ ใช้ตัว “การ์ตูน” ยอดฮิตมาเป็น “จุดขาย” ดึงดูดลูกค้า เฮลโล คิตตี้, ชาร์ลี บราวน์ แอนด์ เฟรนด์, มิสเตอร์บีน สร้างความฟินตอบรับไลฟ์สไตล์แชะแล้วแชร์

เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารการตลาดระดับโลกในเครือดับบลิวพีพี กรุ๊ป ได้พยากรณ์ทิศทางการตลาด“10 Years of 10 Trends” หรือ 10 แนวโน้มที่จะส่งผลในระดับมหภาคที่สำคัญที่สุด ที่จะหล่อหลอมพฤติกรรมและทัศนคติทางสังคมรวมไปถึงจะกำหนดทิศทางธุรกิจในปัจจุบัน

Strategic Move

หลังจากที่เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์หนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ที่จะเป็นไฮไลท์หลักในการทำตลาดในปีนี้แล้ว สำหรับแคมเปญหน้าร้อนที่จะมาถึงนี้ “อีฟ ฟรุตามิน” ได้เตรียมสู้ศึกตลาดเครื่องดื่มที่กระหน่ำสงครามโปรโมชั่นรอบด้าน ด้วยแคมเปญแหวกแนวสำหรับแจก “กระเป๋าแบรนด์เนม” สุดหรู 7 ใบ มูลค่า 6 แสนบาท

จากโยเกิร์ตทั่วไปในตลาดที่มุ่งเน้นในเรื่องสุขภาพ และประโยชน์ของการช่วยขับถ่ายเสียส่วนใหญ่ ทำให้เกิดช่องว่าง และโอกาสทางการตลาดครั้งใหญ่ที่ “ซีพี เมจิ” จะลงมาเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ที่เน้นด้าน “บิวตี้” หรือ “ฟังก์ชั่นนอล โยเกิร์ต” ในการเพิ่มวิตามิน และคอลลาเจนเข้าไปในตัวโยเกิร์ต ในชื่อแบรนด์ “เมจิ พลัส”

กลุ่มเซ็นทรัล ภายใต้การนำของ ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ประกาศตั้งเป้ายอดขายรวมปี 2558 ไว้ที่ 286,680 ล้านบาท เติบโต 15%

Social Media Club

ยูทิวบ์ส่ง “YouTube Kids” แอปเวอร์ชันเด็กเพื่อความปลอดภัยสำหรับเจ้าตัวเล็ก น่าเสียดายบริการเริ่มต้นเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

วันนี้ถ้าพูดถึงการทำธุรกิจบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก และไม่พูดถึงสินค้า "พรีออเดอร์" คงไม่ได้ เพราะก้าวแรกของคนที่ต้องการจะทำการค้า นอกจากจะไม่อยากลงทุน

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นองค์กรสุดคูลแห่งหนึ่งของโลก รวมถึงเคยได้รับโหวตให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วยจาก Glassdoor แต่ก็ใช่ว่า "เฟซบุ๊ก" (Facebook) จะหลีกหนีจากการตกเป็นเป้าเมาท์มอยของพนักงานไปได้ โดยทางเว็บไซต์ Quora.com ได้ทำการรวบรวมอดีตพนักงาน รวมถึงพนักงานปัจจุบันบางคนของเฟซบุ๊กที่ได้เคยกล่าวถึงประสบการณ์ในการทำงานกับเฟซบุ๊กมาเปิดเผย ซึ่งหลายข้อเป็นสาเหตุที่ทำให้พนักงานคนนั้น ๆ ลาออกจากเฟซบุ๊กเลยทีเดียว ส่วนเบื้องหลังในการทำงานกับเฟซบุ๊กจะมีอะไรที่ทำให้คนเราทนไม่ได้กันบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

จากคำรายงานของสื่ออเมริกัน แหล่งข่าววงในระบุว่าเจ้าพ่อเทคโนโลยีอย่างแอปเปิล (Apple) กำลังวางแผนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่ผู้ใช้ต้องชาร์จแบตเตอรี่หรือ Electric Vehicle (EV) เต็มตัวในปี 2020 สิ่งที่หลายคนรอดูคือแอปเปิลจะสามารถสร้าง”รถแบรนด์ตัวเอง”ในเวลา 5 ปีได้จริงหรือ?

ในขณะที่แว่นอัจฉริยะของกูเกิล “กูเกิลกลาส (Google Glass)” ถูกพับโครงการวางจำหน่ายไป เจ้าพ่อแดนอาทิตย์อุทัยอย่างโซนี่ (Sony) กลับประกาศจำหน่ายแว่นไฮเทคเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ในราคา 840 เหรียญสหรัฐ หรือราว 27,000 บาท เริ่มชิมลางสั่งจองแล้วที่ตลาดอังกฤษและเยอรมนี ก่อนจะขยายไปยัง 10 ประเทศช่วงเดือนมีนาคมต่อไป

บริษัท ออกแบบ พาย จำกัด หรือ pye ได้ส่งนักออกแบบกว่า 10 ชีวิต เข้าร่วมงาน MAISON & OBJET งานแสดงนวัตกรรมการออกแบบ และของตกแต่งบ้านที่ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ณ ประเทศฝรั่งเศสเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

People

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348