อาเซียน : ตลาดส่งออกสิ่งทอที่สำคัญของไทย

ประเทศอาเซียนแม้ว่าจะเป็นคู่แข่งทางด้านการส่งออกสินค้าประเภทเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และอินโดนีเซียซึ่งมีข้อได้เปรียบทางด้านต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่ต่ำ ประกอบกับ การได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) จากประเทศผู้นำเข้าสำคัญของโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา และ กลุ่มสหภาพยุโรป จึงเป็นปัจจัยที่นับเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของประเทศเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน อาเซียนก็เป็นตลาดส่งออกสิ่งทอประเภทต้นน้ำและกลางน้ำอันประกอบไปด้วยผ้าผืน เส้นด้าย และเส้นใยประดิษฐ์ ที่สำคัญของไทยด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เนื่องจาก ประเทศเหล่านี้มีพัฒนาการทางด้านมูลค่าการส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอปลายน้ำที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การผลิตวัตถุดิบยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ หรือบางส่วนที่ผลิตได้ก็ยังมีคุณภาพไม่เพียงพอที่จะใช้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ทำให้ต้องนำเข้าวัตถุดิบเพื่อไปผลิตเป็นเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งไทยนับเป็นแหล่งนำเข้าที่สำคัญ เนื่องจากมีข้อได้เปรียบหลายประการ ทั้งด้านภาษีจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน รวมไปถึงการมีพรมแดนติดต่อกันทำให้มีต้นทุนการขนส่งสินค้าข้ามแดนต่ำ รวมทั้งทำให้มีความสะดวกรวดเร็วในการส่งมอบสินค้า ประการสำคัญ คุณภาพสินค้าของไทยก็อยู่ในระดับมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก ซึ่งปัจจุบัน อาเซียนเป็นตลาดส่งออกคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 28.5 ของมูลค่าการส่งออกวัตถุดิบสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำของไทย แต่คาดว่าในอนาคต การส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มจากอาเซียนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำจะเพิ่มบทบาทความสำคัญมากขึ้นในตลาดโลก ประกอบกับ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนที่กำหนดให้ปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าประเทศสมาชิกเหลือร้อยละ 0 จะมีผลบังคับในช่วง 1 มกราคม 2553 จะยิ่งทำให้อาเซียนเกิดการพึ่งพาวัตถุดิบระหว่างกันมากขึ้น ซึ่งไทยเองก็มีความพร้อมทางด้านการป้อนวัตถุดิบสิ่งทอที่มีคุณภาพให้กับประเทศในอาเซียนมากทีเดียว

อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องเป็นจำนวนมาก โดยประกอบไปด้วยอุตสาหกรรม 3 ขั้นตอนได้แก่ อุตสาหกรรมต้นน้ำ(Upstream) ประกอบด้วย การผลิตเส้นใย(เส้นใยธรรมชาติ เส้นใยสังเคราะห์) อุตสาหกรรมกลางน้ำ(Middlestream) ได้แก่ อุตสาหกรรมปั่นด้าย ทอผ้า ถักผ้า ฟอกย้อมและพิมพ์ตกแต่งสำเร็จ และอุตสาหกรรมปลายน้ำ(Downstream) ได้แก่ การผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป ถุงมือ ถุงเท้า ชุดชั้นใน เคหะสิ่งทอต่างๆ โดยอุตสาหกรรมสิ่งทอประเภทต้นน้ำและกลางน้ำนั้น เป็นวัตุถุดิบสำคัญที่ส่งต่อไปยังอุตสาหกรรมปลายน้ำคือเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มต่างๆ สำหรับประเทศไทยนั้น นอกเหนือจากผลิตเพื่อป้อนให้กับโรงงานในประเทศแล้ว ยังมีปริมาณที่เหลือเพื่อส่งออกเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของต่างประเทศคิดเป็นมูลค่าสูงถึงปีละประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมูลค่าดังกล่าวใกล้เคียงกับการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยที่มีมูลค่าประมาณปีละ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำของไทยนั้นเพิ่มขึ้นจาก 2,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2549 มาเป็น 2,525.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2550 แต่ในปี 2551 และปี 2552 นั้น การส่งออกได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้าสำคัญทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรปและญี่ปุ่น โดยมูลค่าส่งออกปี 2551 อยู่ที่ 2,507.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯลดลงร้อยละ 0.7 ส่วนช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 มีมูลค่าส่งออก 1,316.3ล้านดอลลาร์สหรัฐฯลดลงร้อยละ 13.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมูลค่าส่งออกส่วนใหญ่จะเป็นผ้าผืน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 49.5 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำ รองลงมาได้แก่ด้ายเส้นใยประดิษฐ์สัดส่วนร้อยละ 24.0 เส้นใยประดิษฐ์สัดส่วนร้อยละ 19.9 และด้ายฝ้าย สัดส่วนร้อยละ 6.6 ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า มูลค่าการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 ติดลบทุกรายการสินค้า โดยที่ปรับลดลงมากที่สุดได้แก่ เส้นใยประดิษฐ์ลดลงร้อยละ 208 ด้ายเส้นใยประดิษฐ์ลดลงร้อยละ 19.9 ด้ายฝ้ายลดลงร้อยละ 16.1 และผ้าผืนปรับตัวลดลงในอัตราที่น้อยสุดคือร้อยละ 6.5

ตลาดส่งออกวัตถุดิบสิ่งทอขั้นต้นและขั้นกลางของไทยนั้น มีการพึ่งพาตลาดส่งออกหลักทั้ง สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เพียงร้อยละ 14.7 ของมูลค่าการส่งออกผ้าผืน เส้นด้าย และเส้นใยประดิษฐ์เท่านั้น ซึ่งแยกเป็น ตลาดสหภาพยุโรปสัดส่วนร้อยละ 7.7 สหรัฐฯสัดส่วนร้อยละ 3.9 และญี่ปุ่นสัดส่วนร้อยละ 3.1 ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.2 จะส่งออกไปยังประเทศหรือกลุ่มประเทศที่เป็นฐานการผลิตและส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มรายสำคัญของโลก ซึ่งประเทศเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ หรือประเทศที่ยังมีการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำน้อยกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อาทิ ประเทศในกลุ่มอาเซียน(สัดส่วนร้อยละ 28.5) ประเทศตะวันออกกลาง(สัดส่วนร้อยละ 15.2) ประเทศเอเชียใต้เช่น อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ(สัดส่วนร้อยละ 14.1) และจีน(สัดส่วนร้อยละ 6.7) ดังนั้น ไทยจึงเผชิญการแข่งขันทางด้านการส่งออกของสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำน้อยกว่าสิ่งทอปลายน้ำประเภทเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งมีการพึ่งพาตลาดส่งออกหลักมากถึงประมาณร้อยละ 80.0

เป็นที่น่าสังเกตว่า อาเซียนนั้นเริ่มมีบทบาทสำคัญในฐานะตลาดส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำ เนื่องจากประเทศในกลุ่มอาเซียนได้พัฒนาจนกลายเป็นผู้ส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปรายสำคัญของโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำอาทิ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และอินโดนีเซีย ดังจะพิจารณาได้จากมูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มของประเทศเหล่านี้ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ เวียดนามจากที่มีส่วนแบ่งตลาดส่งออกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มในตลาดโลกสัดส่วนร้อยละ 0.9 ในปี 2000 เพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยละ 1.6 ในปี 2006 กัมพูชาจากส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 0.5 ในปี 2000 มาเป็นร้อยละ 0.9 ในปี 2006 ขณะเดียวกันประเทศในอาเซียนเอง หลายๆประเทศก็ยังมีการผลิตสิ่งทอไม่ครบวงจร โดยเฉพาะสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง หรือมีปริมาณความต้องการในประเทศไม่มากพอที่จะลงทุนตั้งโรงงานเองเนื่องจากไม่คุ้มต้นทุน หรือสินค้าที่ผลิตได้มีคุณภาพมาตรฐานไม่ตรงตามที่ประเทศผู้นำเข้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มกำหนด ทำให้จำเป็นต้องมีการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบประเภทผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ที่มีคุณภาพจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากไทยซึ่งมีข้อได้เปรียบทางด้านต้นทุนค่าขนส่ง รวมทั้งข้อได้เปรียบด้านภาษีนำเข้า จากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน

ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลทำให้การส่งออกสิ่งทอประเภทผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ของไทยไปยังตลาดอาเซียนมีเพิ่มขึ้นจาก 560.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2549 เพิ่มขึ้นเป็น 656.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2550 และ 711.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2551 สำหรับช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 เนื่องจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกอยู่ที่ 375.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯลดลงร้อยละ 11.0เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ในขณะที่สัดส่วนการส่งออกไปตลาดอาเซียนก็เพิ่มขึ้นเป็นลำดับจากร้อยละ 24.6 ของมูลค่าการส่งออกผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ในปี 2549 ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยละ 26.0 ในปี 2550 และ 28.3 ในปี 2551 สำหรับช่วง 7 เดือนแรกปี 2552 ส่วนแบ่งตลาดตลาดอาเซียนอยู่ที่ร้อยละ 28.5 ตลาดส่งออกผ้าผืนที่สำคัญในอาเซียนได้แก่ เวียดนาม ลาวและสิงคโปร์ ตลาดด้ายฝ้ายได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วนตลาดด้ายเส้นใยประดิษฐ์ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย และสำหรับตลาดเส้นใยประดิษฐ์ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

จะเห็นได้ว่า ตลาดอาเซียน นับว่ามีอนาคตสดใสสำหรับการส่งออกวัตถุดิบสิ่งทอของไทย โดยเฉพาะภายหลังจากที่เศรษฐกิจโลกสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้ จะทำให้ความต้องการบริโภคเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มจะมีมากขึ้น ประเทศไทยรวมถึงประเทศในอาเซียนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำอาทิ เวียดนาม กัมพูชา ลาวและอินโดนีเซีย จะเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มเพื่อป้อนตลาดโลกที่โดดเด่น นอกจากนี้ ประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่ต่างมีการวางเป้าหมายในด้านการเพิ่มบทบาทการผลิตเพื่อส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มในตลาดโลก อาทิ เวียดนาม มีการตั้งเป้าหมายเลื่อนอันดับจากประเทศผู้ส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มอันดับที่ 9 ของโลกในปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 1 ใน 5 ของโลกในปี 2558 ในขณะที่ลาวก็กำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 ปี 2549-2553 กำหนดให้อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหนึ่งในสินค้าที่เพิ่มรายได้ด้านการส่งออก สำหรับกัมพูชานั้นก็ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมสิ่งทอเช่นเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากปี 2551 ที่ผ่านมา กัมพูชามีการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปเป็นอันดับ 1 จากจำนวนโครงการที่ได้รับการส่งเสริมทั้งหมด ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ส่งผลทำให้ความต้องการวัตถุดิบสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำของประเทศในอาเซียนเพิ่มขึ้นตามมูลค่าการส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มของประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบที่มีคุณภาพที่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งรวมถึงไทยที่สินค้ามีการพัฒนาคุณภาพจนเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

ปัจจัยสนับสนุนประการต่อมาคือ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างสำคัญของไทยเมื่อเทียบกับสินค้านอกกลุ่ม ทั้งนี้อาเซียนกำหนดให้ประเทศสมาชิกปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าทั่วไปซึ่งรวมถึงสินค้าประเภทสิ่งทอลงเหลือร้อยละ 0 ในวันที่ 1 มกราคม 2553 สำหรับสมาชิกเดิม และภายในปี 2558 สำหรับสมาชิกใหม่อันได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า แต่อัตราภาษีที่จัดเก็บก่อนถึงปี 2558 ก็อยู่ในระดับต่ำเพียงร้อยละ 5 ซึ่งปัจจัยดังกล่าว นับเป็นการสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกในอาเซียนมีการพึ่งพาวัตถุดิบระหว่างกันมากขึ้น และไทยเองก็มีความพร้อมด้านนี้ค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอแบบครบวงจรทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ประกอบกับที่ผ่านมา ผู้ประกอบการไทยมีการพัฒนาทางด้านเครื่องจักร เทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สิ่งทอที่ผลิตได้มีคุณภาพมาตรฐาน โดดเด่นเป็นที่ยอมรับของตลาดโลกเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาวหรือพม่า อีกทั้งการมีพรมแดนติดต่อกันก็ช่วยให้สินค้าจากไทยมีต้นทุนการขนส่งสินค้าข้ามแดนต่ำ รวมทั้งทำให้มีความสะดวก รวดเร็วในการส่งมอบสินค้า ช่วยให้ผู้นำเข้าสามารถบริหารสต็อกสินค้าได้มีประสิทธิภาพภายใต้ต้นทุนที่ลดลง

สำหรับปัจจัยพึงระวังที่อาจส่งผลกระทบต่อไทยในฐานะเป็นผู้ส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำให้กับตลาดอาเซียน ได้แก่ สินค้าจากประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนการผลิตต่ำอาทิ อินโดนีเซีย ซึ่งมีการผลิตสินค้าสิ่งทอแบบครบวงจรเช่นเดียวกับไทย รวมทั้งจีน ซึ่งจะได้รับประโยชน์ทางภาษีเช่นเดียวกับประเทศสมาชิกอาเซียนอันเป็นผลจากข้อตกลงอาเซียน-จีน นอกจากนี้ การที่ประเทศผู้นำเข้าสิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มรายสำคัญของโลกทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น มีการเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานสิ่งทอในประเทศอาเซียนที่มีต้นทุนค่าจ้างแรงงานต่ำอาทิ เวียดนาม กัมพูชา ลาว ซึ่งจะทำให้ลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศลงได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการของไทย จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรองรับปัจจัยลบดังที่กล่าวมาแล้ว อาทิ การพัฒนาคุณภาพผ้าผืน เส้นด้าย เส้นใยประดิษฐ์ ให้สูงขึ้นเพื่อรองรับการผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ต้องการคุณภาพมาตรฐานระดับสูง ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการของไทยก็ควรพิจารณาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการเข้าไปหาลู่ทางลงทุนตั้งโรงงานในอาเซียนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้มากขึ้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว อาเซียนนับเป็นตลาดส่งออกสิ่งทอต้นน้ำและกลางน้ำประเภท ผ้าผืน เส้นด้าย และเส้นใยประดิษฐ์ที่สำคัญของไทย เนื่องจากมูลค่าการส่งออกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มของประเทศในอาเซียนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำอาทิ เวียนดนามกัมพูชา ลาว และอินนีเซียมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ แม้ว่าไทยเองจะมีคู่แข่งทั้งอินโดนีเซีย และจีน แต่การมีพรมแดนติดกันกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสะดวกต่อการขนส่ง ประกอบกับสินค้าไทยมีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดโลกจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าส่งออกในตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาท ผู้ประกอบการไทยเองควรหามาตรการอื่นๆรองรับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาทิ การพัฒนาคุณภาพสินค้าให้สูงขึ้น รวมถึงการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศในอาเซียน และประการสำคัญคือ การเร่งกระจายตลาดส่งออกใหม่ๆอาทิ จีน ประเทศในเอเชียใต้ เช่น ปากีสถาน อินเดีย และบังคลาเทศ รวมทั้งประเทศอเมริกากลางเช่น กัวเตมาลา ฮอนดูรัส ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มที่สำคัญของโลก ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

Digital TV & Media

จากการเปิดเผยตัวเลขรายได้ของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ปี 2557 ที่แจ้งมายังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช)

เปิดโผรายได้ 24 ช่อง ทีวีดิจิตอล ปี 2557 ทำเงิน 3,633,230,983.30 บาท จ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตไป 72,114,619.69 บาท ระบุช่องที่มีฐานธุรกิจเดิมได้เปรียบ ช่องเกิดใหม่ ลงทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 2 พันล้าน รายได้หลักสิบล้าน

นีลเส็น ประเทศไทย เปิดเผย 10 อันดับของแบรนด์ที่ใช้งบซื้อสื่อโฆษณาสูงสุดของเดือนกรกฎาคม 2558 ผลปรากฎว่า บริษัทไทยประกันชีวิต เป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่ใช้งบโฆษณาสูงสุด 140 ล้านบาท เป็นผลมาจากการออกโฆษณาชุดใหม่ Follow The Father ตั้งคำถาม…คุณจะแค่รักในหลวง หรืออยากเดินตามรอยเท้าพ่อ ? เป็นแคมเปญโฆษณาอีกชุดหนึ่ง ที่มีคนติดตามดู กดไลค์ กดแชร์กัน ไม่แพ้โฆษณาแนวเรียกน้ำตาที่ผ่านมาของไทยประกันชีวิต

Insight

เมื่อต้องต่อกรกับคู่แข่งในตลาด แชทแอปพลิเคชันอย่าง “ไลน์” ที่ครองตลาดเมืองไทยไว้ชนิดที่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้แชทแอปพลิเคชันรายอื่น ด้วยยอดผู้ใช้ทะลุไปมากกว่า 30 ล้านราย การไทอิน (Tie-in) ในซีรีส์และละครดัง ได้กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของ “วีแชท” และ “กาเกา ทอล์ก” ใช้ห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงกลุ่มวัยรุ่นมาเป็นฐานผู้ใช้หลัก

การที่ ดารา นักร้อง คนดัง หันมาทำธุรกิจในยุคนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกใหม่ เหมือนอย่างที่ เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ “เสก โลโซ” ได้หันมาทำ น้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง เบียร์ และล่าสุดการทำสมาร์ทโฟนออกจำหน่าย
ยิ่งมีสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียด้วยแล้ว เรื่องการโปรโมทให้แฟนคลับ ได้รับรู้ก็ยิ่งง่าย ไม่ต้องพึ่งพาสื่อเทรดดิชั่นแนลเหมือนในอดีต ยิ่งพอลงโปรโมทในเฟซบุ้ค อินสตราแกรม สื่อหลักก็นำไปเสนอเป็นข่าว ก็กลายเป็นว่าได้ประชาสัมพันธ์

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอันหลากหลายของคนเมือง นำพาเอา “ค้าปลีก”รูปแบบใหม่ๆ สไตล์เท่ๆ ตั้งแต่ Truck food จนมาถึง Art Box ตลาดนัดตู้คอนเทนเนอร์ กำลังกลายเป็นกระแสใหม่ของการช้อปปิ้ง และสถานที่แฮงเอาท์ของคนเมือง

Consumer Insight

ในยุคปัจจุบันที่สามารถเรียกกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างเต็มปากว่า อยู่ในยุค The Transforming Consumer เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะมีสินค้าและบริการใหม่ๆ ออกมาในตลาด ก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนได้ทันที ซึ่ง “นวัตกรรม” เป็นส่วนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง

บริษัทมายรัม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลโซลูชั่นส์ ได้สำรวจพฤติกรรมคนกรุงกับการใช้งานสมาร์ทโฟน ผ

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร ได้เผยผลสำรวจพฤติกรรมคนไทยกับการซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์

Strategic Move

บทความโดย : ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการสื่อสาธารณะ
 

ต้องบอกว่าการแข่งขันในตลาด "QSR" หรืออาหารฟาสต์ฟู๊ด กำลังดุเดือดมากที่เดียว เพราะไม่ใช่แค่แข่งขันกับแบรนด์เดิมท

บรรยากาศของ “สถานที่” ได้กลายเป็นหนึ่งใน “ยุทธศาสตร์”การขับเคลื่อนองค์กรไปแล้ว ออฟฟิศยุคนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่สถานที่ทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ให้พนักงานได้ Happy Work Place ได้ ที่สร้างความฮือฮามากที่สุดก็คือมีการเปิดบ้านหลังใหม่ของ “กูเกิล”

Social Media Club

ธนาคารกรุงเทพ ร่อนจดหมายเตือนผูัใช้บริการ “บัวหลวงไอแบงกิ้ง” ให้ระวังแอปพลิเคชันปลอมจากกลุ่มมิจฉาชีพที่ส่งผ่าน SMS MMS อีเมล หรือหน้าจอหลอกลวง โดยแอบแฝงติดตั้งไวรัสเพื่อขโมยรหัสประจำตัวในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารอินเทอร์เน็ต พร้อมแนะ 4 ข้อควรปฏิบัติทันที

หลังจากที่หลายเดือนก่อน "เฟซบุ๊ก" ได้มีการประกาศรับสมัครตำแหน่ง

แม้ว่ากูเกิลจะเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก แต่ตำแหน่งดังกล่าวก็ไม่อาจต้านทานความแรงของ “เฟซบุ๊ก” (Facebook) โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ได้อีกต่อไป หลังมีข้อมูลพบว่า เฟซบุ๊กกำลังผงาดขึ้นเป็นผู้มีอิทธิพลต่อวงการสื่อทั่วโลก ด้วยการครองส่วนแบ่งทราฟฟิกของเว็บไซต์สื่อไว้ถึง 43 เปอร์เซ็นต์

Columnist

ในตลาดปัจจุบัน เราจะเห็นการแข่งขันที่ดุเดือด เพื่อจะอยากเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค ลูกค้า หรือ Consumer behavior

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

บริษัท docomo Healthcare ของญี่ปุ่น ได้เชิญประชาชนกลุ่มหนึ่งมาร่วมชมภาพยนตร์สยองขวัญที่ทางบริษัทสร้างขึ้น โดยจะมีการตรวจวัดการเผาผลาญพลังงานของร่างกายไปพร้อมๆกัน

ตลาดมือถือจีนเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังบริษัทวิจัยตลาด “การ์ทเนอร์” (Gartner) พบข้อมูลว่า ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ยอดขายสมาร์ทโฟนในจีนลดลง 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ค.ศ.2014

บริษัทโซนี่ หาเรื่องให้แฟนคลับเมตัลเกียร์แดนซามุไรเสียตังค์กันอีกครั้ง กับทัพสมาร์ทโฟน แท็บเลต และเครื่องเล่น MP3 ที่มาในตีมเกมสายลับสเนคภาคล่าสุด

Global Wrap

โรงเรียนกวดวิชา “วาเซดะ” ในญี่ปุ่น เผยแพร่โฆษณาที่เรียกน้ำตาจากบรรดาพ่อแม่ โดยเตือนสติว่า พฤติกรรมแปลกๆของลูกน้อยอาจคือความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขา

เอเอฟพี/รอยเตอร์ - ไฮเนเก้น บริษัทผู้ผลิตเบียร์ยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (13) ว่า บริษัทได้เปิดโรงงานผลิตมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ในพม่า ในความมุ่งหวังที่จะเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดที่เติบโตสูงแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย

บริษัทนินเทนโดออกแถลงการณ์แจ้งข่าวว่าประธานคนปัจจุบัน "ซาโตรุ อิวาตะ" ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 55 ปี สาเหตุจากเนื้องอกบริเวณท่อน้ำดี

People

แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง ยุพิน สุวรรณโสภณ มินซิ่ง เข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) โดยมีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2558

คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ “วิชัย ทองแตง” มาอย่างดี จากทนายความที่ผันตัว มาสู่การเป็น นักลงทุน จนได้ฉายา พ่อมดตลาดหุ้น หลังจากที่เขาได้ทำการเข้าไปลงทุนในหลายบริษัท และหลากหลายธุรกิจ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้ชื่อของวิชัย ทองแตงขึ้นไปอยู่บนทำเนียบมหาเศรษฐีไทยที่ในอันดับที่ 13 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จัดอันดับโดยนิตยสารฟอบส์

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร
ตรีทิพ จันทร์โต

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
เฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348