อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ The Walk โมเดล “เฟอร์นิเจอร์+คอมมูนิตี้”

อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ น่าจะเป็นศูนย์เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดว่าจะรับมือกับการเข้ามาของอิเกียอย่างไร เพราะมีความทับซ้อนในเรื่องของสินค้า และรูปแบบร้าน


“เราถูกนำไปเปรียบเทียบกับอิเกียตลอดเวลา ว่าต้องชนกับเขาตรงๆ เพราะมีเฟอร์นิเจอร์ และของแต่งบ้านเหมือนกัน แต่อินเด็กซ์มีสิ่งที่ไม่เหมือนคือ บรรยากาศ การแต่งร้าน  การจัดวาง อินเด็กซ์เป็นโฮมแฟชั่น ดีไซน์” กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเด็กซ์  ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด อธิบายถึงความแตกต่างของตัวเองกับคู่แข่ง


แม้ว่าจะมีความต่างในหลายๆ ด้าน แต่เมื่อรายใหญ่ลงตลาดอย่างเต็มตัว ก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเดิมในตลาต้องคิด และวางแผนรับมือเช่นกัน เธอบอกว่า รับรู้ถึงการเข้ามาของคู่แข่งมานานแล้ว และได้ลงมือปรับเปลี่ยนอินเด็กซ์ไปมากพอสมควร


สิ่งที่อินเด็กซ์ทำก็คือ การทำสำรวจตลาดทั้งของตัวเอง และคู่แข่งที่มีอยู่ว่าต้องปรับเปลี่ยน หรือเพิ่มเติมอะไรบ้าง ในทุกแง่มุมทั้งตัวสินค้า บริการ และราคา เพื่อนำมาปรับให้สามารถแข่งขันได้ รวมถึงให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ


อินเด็กซ์มอง 3 ข้อหลักในการทำสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านคือ ออกแบบ ราคา คุณภาพ ซึ่งความต้องการในแต่ละช่วงเวลาของผู้บริโภค และการแข่งขันจะไม่เหมือนกัน แต่ปัจจัยทั้งสามข้อนี้จะเป็นแกนหลัก สลับสับเปลี่ยนกันไปว่าเรื่องใดจะเป็นสัดส่วนหลักในการปรับให้เหมาะสมกับช่วงนั้นๆ 


การเข้ามาของอิเกีย ทางอินเด็กซ์ก็ปรับเพิ่มในส่วนของการออกแบบมากขึ้น เพื่อสร้างความต่างและดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ต้องการสินค้าที่ตัวเองชื่นชอบ


 

ขายสไตล์การแต่งบ้าน+บริการ

เมื่อรายใหญ่อย่างอิเกียมองที่ตลาดแมส และมีราคาเป็นแรงจูงใจ การปรับตัวของอินเด็กซ์ก็มุ่งไปที่การขายความต่าง และจับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง สิ่งที่อินเด็กซ์ต้องการเน่นในช่วงก่อนที่อิเกียจะเปิดสาขาก็คือ ขายสินค้าสไตล์การแต่งบ้าน

“เรามีดีไซเนอร์ ออกแบบให้ลูกค้าว่าใส่เฟอร์นิเจอร์แล้วเป็นอย่างไร แต่เราไม่มีสไตลิสต์คอยแนะนำว่าจะทำให้เฟอร์นิเจอร์เข้ากับบ้านได้อย่างไร” กฤษชนกขยายความ


สินค้า 4 สไตล์ที่อินเด็กซ์ทำออกมาคือ สไตล์ Romantic Passion สไตล์ Traditional Elegant สไตล์ Modern Italian และสไตล์ Mix & Match 


การที่เริ่มทำสินค้าที่มีแนวคิดหลักเช่นนี้ ต้องใช้เวลาในการหาสไตลิสต์ที่ประจำทุกสาขา  จึงใช้เวลานาน และที่สำคัญลูกค้าต้องเชื่อถือ และมั่นใจ ซึ่งหลังจากเริ่มทำออกไป การตอบรับของลูกค้าก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ 

อินเด็กซ์กำลังมองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม และเจาะเข้าไปให้ถึงความต้องการ พร้อมๆ กับสร้างลูกค้าของตัวเองขึ้นมาใหม่ เพราะเชื่อว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความต้องการที่แตกต่างกัน ไม่ได้ชอบสินค้าที่เหมือนกันทุกรายการ และการลงไปแข่งในตลาดแมสกับรายใหญ่ เป็นเรื่องยาก


สิ่งที่อินเด็กซ์มองไว้ก็คือ การบริการหลังการขายทั้งขนส่ง และประกอบติดตั้ง ยังเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้บริโภคคนไทย และเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อต้องการ  


“ค่าแรงบ้านเราไม่แพงเหมือนในยุโรป เราสามารถจ้างในราคาที่ไม่แพง ทำไมเราไม่จ้างประกอบ คนไทยยังคิดแบบนี้อยู่ แต่ถ้าวันไหนที่ค่าแรงแพงขึ้น ก็คงต้องคิดอีกแบบหนึ่ง” 


ความแตกต่างของผู้ประกอบการรายใหม่ และรายเก่าจะแตกต่างกันในเรื่องบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ก็อาจจะต้องแลกมาด้วยราคาสินค้าต่างกัน 


 

ปรับแค็ตตาล็อกแจกปีละ 2 เล่ม

แค็ตตาล็อกก็เป็นอีกเครื่องมือการตลาดที่อินเด็กซ์ลงมือปรับเปลี่ยนให้มีความชัดเจนขึ้นเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกฤษชนกอธิบายว่า เดิมแค็ตตาล็อกของอินเด็กซ์ทำแยกเนื้อหาเป็นสินค้าแต่งบ้าน 1 เล่ม และเฟอร์นิเจอร์ 1 เล่ม แยกกันอย่างชัดเจน


“เรานำเนื้อหาทั้ง 2 ส่วนมารวมกัน แล้วนำเสนอเป็นสไตล์การแต่งบ้าน เพื่อให้ลูกค้าเกิดแรงบันดาลใจ”


แค็ตตาล็อกของอินเด็กซ์แจกปีละ 2 เล่มโดยแบ่งแจก 6 เดือนต่อเล่ม ยอดพิมพ์ของทั้งสองเล่มประมาณปีละ 250,000 เล่ม โดยการแจกลูกค้าสามารถรับแค็ตตาล็อกฟรีได้ที่สาขาของอินเด็กซ์ อีกส่วนหนึ่งอินเด็กซ์จะทำการส่งให้กับสมาชิกที่มีความเคลื่อนไหวในการซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ที่ไม่สามารถแจกให้กับสมาชิกทุกรายได้เพราะขณะนี้สมาชิกของอินเด็กซ์มีประมาณ 600,000 ราย 


กรณีที่แจกแค็ตตาล็อกหมดแล้วจะไม่มีการพิมพ์เพิ่ม แต่สามารถดาวน์โหลดแค็ตตาล็อกผ่านเว็บไซต์ของอินเด็กซ์ได้  


แค็ตตาล็อกของอินเด็กซ์เริ่มต้นมีจำนวน 36 หน้า และค่อยๆ เพิ่มเนื้อหาและจำนวนหน้าจนขณะนี้ความหนา 268 หน้า 


 

The Walk คอมมูนิตี้มอลล์พ่วงศูนย์เฟอร์นิเจอร์

 การปรับเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดเจนของอินเด็กซ์คือ การคิดใหม่ในการทำศูนย์เฟอร์นิเจอร์แบบ Standalone เหมือนที่เคยทำมา ก้าวไปสู่การทำคอมมูนิตี้มอลล์ กระจายไปทั่วทุกทำเลในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด


“เดอะวอล์ค เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ไม่ใช่ศูนย์เฟอร์นิเจอร์ มีทุกอย่างรวมในนี้ หากใช้อินเด็กซ์แบบเดิม คนก็จะนึกว่าเป็นศูนย์เฟอร์นิเจอร์อย่างเดียว เดอะวอล์คเป็นโมเดลใหม่ของอินเด็กซ์ และใช้ชื่อเดอะวอล์คไปตลอด ”


 เป้าหมายของเดอะวอล์ค คือ เปิดให้ได้ประมาณปีละ 1 สาขา และมีการจัดแบ่งเป็นพื้นที่เช่น สำหรับร้านค้า และผู้เช่า อีกส่วนหนึ่งจะเป็นอินเด็กซ์ ลิฟฟวิ่งมอลล์ ซึ่งจะตามไปทุกโครงการของเดอะวอล์ค


เดอะวอล์ค สาขาแรกที่ถนนราชพฤกษ์จะเปิดตัวปลายปีนี้ ด้วยเงินลงทุน 1,500 ล้านบาท  และสาขาที่สอง เดอะวอล์ค เกษตร-นวมินทร์ จะทยอยเปิดในปี 2555 ซึ่งอินเด็กซ์จะมองการลงทุนแต่ละสาขาไม่เกิน 1,500 ล้านบาท และมองไปทุกทำเลทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  


หากมีพื้นที่เหมาะสมและตรงกับแนวคิดก็อาจจะเปิดสาขาใหม่ได้ แต่มีข้อห้ามที่สำคัญคือ จะต้องไม่มีศูนย์การค้าตั้งอยู่ในบริเวณนั้น เพราะอินเด็กซ์คงไม่สามารถไปแข่งกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ได้


ในทางกลับกัน อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์นอกจากจะอยู่ในเดอะวอลล์ทุกสาขาแล้ว การเปิดในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องผูกกับเดอะวอล์คไปตลอด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม


เมื่อมองความหมายของการใช้เดอะวอล์คมาเป็นโมเดลใหม่ของอินเด็กซ์ ก็น่าจะมาจากพื้นที่ในการสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ น้อยลง จะกระจายออกไปรอบนอก และต่างจังหวัด อินเด็กซ์ที่ขยายตัวไปกับห้างก็ต้องหาทางออกของตัวเอง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุด


การเลือกทำโมเดลคอมมูนิตี้มอลล์ คือการสร้างกลุ่มเครือข่ายในแต่ละทำเล และที่สำคัญเป็นการมองผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง  


ลูกค้าอีกมากที่ไม่ค่อยเดินชั้นเฟอร์นิเจอร์ในศูนย์การค้า แต่อินเด็กซ์กำลังคิดว่า จะนำร้านเฟอร์นิเจอร์ไปตั้งให้ใกล้บ้าน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล อีกทางหนึ่งก็คือการมีสาขากระจายรายล้อมไว้ด้านนอก ในระหว่างที่อิเกียยังมีสาขาเดียว ถึงจะมีการขยายสาขาก็คงไม่ได้มากพอเท่ากับรายอื่นๆ 


อินเด็กซ์ก็เก็บลูกค้าด้านนอก แบบเคาะประตูบ้านไปเรื่อยๆ  

 

รายใหญ่เข้ามา ตลาดยิ่งโต

“อิเกียเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลก เฟอร์นิเจอร์เป็นเบอร์หนึ่งอยู่แล้ว เราไม่ได้กลัว แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจว่าไม่กระทบเรา เราต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามาแล้วเราแย่แน่ มองอีกมุมหนึ่งตลาดก็จะเติบโตขึ้นมากด้วย  เขาต้องสร้างให้คนอยากแต่งบ้านมากขึ้น เค้กก้อนนี้จะต้องใหญ่ขึ้น เลยไม่ทำให้กลัวเรื่องนี้เท่าไหร่” กฤษชนกบอกเล่าถึงการเข้ามาของอิเกีย  


เธอประเมินด้วยว่าในช่วงต่อไป หลังอิเกียเข้ามาเปิดสาขาอย่างเป็นทางการแล้ว จะทำให้ตลาดรวมของเฟอร์นิเจอร์ สินค้าแต่งบ้าน เติบโตขึ้นได้ประมาณ 30%  


ทุกวันนี้เธอยอมรับว่า ผู้บริโภคยังนิยมใช้จ่ายเงินนอกบ้านมากกว่าใช้เงินในการตกแต่งบ้าน แต่อิเกียสร้างให้คนอยากอยู่บ้าน รักบ้าน และหันมาใช้เงินกับบ้านมากขึ้น  ตลาดก็จะโตขึ้นไปด้วย  


ขณะนี้อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ บางนา ลูกค้าเฉลี่ยซื้อประมาณ 15,000 ต่อบิลต่อคน มีคนเข้าศูนย์วันละ1,500 คน การซื้อเฉลี่ยกฤษชนกเชื่อว่าสามารถทำให้ได้มากกว่านี้ โดยใช้กลยุทธ์หลายๆ อย่างเข้ามาช่วย และอาจจะสูงถึง  25,000 บาทต่อบิล แต่ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง


การปรับตัวรับมือการแข่งขัน


1.ปรับการวางสินค้าใหม่

อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ บางนา ปรับพื้นที่โชว์สินค้าชั้นหนึ่งใหม่ มีตัวอย่างห้องที่แต่งแล้ว

ตาม 4 สไตล์ ให้ลูกค้าดูเป็นตัวอย่าง 3 ห้อง


2.ปรับแค็ตตาล็อกใหม่

นำเนื้อหาของแค็ตตาล็อกมารวมกันระหว่างเฟอร์นิเจอร์ และสินค้าแต่งบ้าน และแจกปีละ 2 เล่ม เป็นราย 6 เดือน จำนวนพิมพ์ 250,000 เล่ม 


3.ปรับแนวคิดเฟอร์นิเจอร์ไลฟ์สไตล์ 4 แบบ

ออกสินค้าเฟอร์เจอร์ ของแต่งบ้าน 4 รูปแบบ เพื่อจับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ และมี 4 เซเลบฯ เป็นพรีเซ็นเตอร์ และเพิ่มเติมบริการสไตลิสต์ให้คำแนะนำการแต่งบ้านตามที่ลูกค้าต้องการ โดยมีสไตลิสต์ประจำ 17 สาขา


4.ปรับใช้โมเดล The Walk 

เป็นเฟอร์นิเจอร์คอมมูนิตี้ ที่อินเด็กซ์เริ่มมดลองทำสาขาแรกที่ถนนราชพฤกษ์ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ มีร้านอาหาร ร้านค้า และอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์อยู่ด้วยกัน เปิดปีละ 1 สาขา ลงทุนสาขาละ 1,500 ล้านบาท


cellpadding="2" cellspacing="2">
จำนวนสาขาของอินเด็กซ์
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">ประเภท
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">จำนวนสาขา
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">อินเด็กซ์
ลิฟวิ่งมอลล์
17
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">อินเด็กซ์
เฟอร์นิเจอร์ 
8


cellpadding="2" cellspacing="2">
สัดส่วนสาขาของอินเด็กซ์
ลิฟวิ่งมอลล์
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">พื้นที่
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">จำนวนสาขา
กรุงเทพฯ
8
พัทยา
1
ภูเก็ต
1
หัวหิน
1
อุบลราชธานี
1
เชียงใหม่
1
พิษณุโลก
1
อุดรธานี
1
ชลบุรี
1
ขอนแก่น
1


cellpadding="2" cellspacing="2">
สัดส่วนรายได้ของอินเด็กซ์
ปี 2553
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">ประเภท
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">สัดส่วน
(%)
ขายปลีก
60
ส่งออก
30
บริการอื่น ๆ
10
รายได้รวม
7,700 ล้านบาท


cellpadding="2" cellspacing="2">
The Walk
มีอะไรบ้าง
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">โครงการ
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;"> The
Walk ราชพฤกษ์
พื้นที่
20 ไร่
พื้นที่ใช้สอย
 22,000 
ตารางเมตร
อินเด็กซ์
ลิฟวิ่งมอลล์
11,000 
ตารางเมตร
พื้นที่เช่า
11,000
ตารางเมตร
การลงทุน
1,000
ล้านบาท


cellpadding="2" cellspacing="2">
style="font-weight: bold;">สินค้ากลุ่มต่างๆ ของอินเด็กซ์
1.Index
Furniture
เฟอร์นิเจอร์นำเข้า
เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตในเมือง
2.Trend Design
เฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศเน้นกลุ่มระดับกลางขึ้นไป
3.Winner
เฟอร์นิเจอร์ราคาปานกลาง
เน้นกลุ่มคนทำงาน และส่งออกไปต่างประเทศ
4.Logica
เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
เน้นกลุ่มที่เปิดสำนักงานใหม่ และปรับเปลี่ยนทดแทนของเก่า
5.Serta
ที่นอนจากสหรัฐฯ
เน้นกลุ่มลูกค้าระดับบน
6.Theraflex
ที่นอนที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการนอนแต่ละสไตล์ 

Consumer Insight

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

ได้เวลาที่ โคคา-โคล่า ประเทศไทย จะกลับมาปลุกปั้นแบรนด์น้ำสี “แฟนต้า” ให้กลับมามีชีวิตชีวาในกลุ่มวัยรุ่นอีกครั้ง

เคยปลุกปั้นห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ มาหลายสิบปี รวมทั้งเคยร่วมทุนสร้างห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ที่จัดว่าเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แล้ว แต่มาคราวนี้ ห้างสรรพสินค้าเล็กดูจะเกินไปสำหรับเธอแล้ว เพราะงานนี้ คุณแอ๊ว-ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธาน ตั้งใจปั้น “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ให้เป็น “ย่านการค้า” บนถนนสุขุมวิท ให้เหมือนกับ Soho ในนิวยอร์ค หรือ Le Marais ในปารีส หรือ Midtown ในโตเกียว

อีกหนึ่งในกระแสที่กำลังได้รับความสนใจ จากการมาเปิดสาขาในไทย “Hello Kitty House Bangkok” ในวันที่ 8 สิงหาคม นี้ ที่ชั้น 3 สยามแสควร์วัน โดยจะมีทั้ง Hello Kitty Cafe, Gift Shop, Spa Kitty บริการนวดตัว ทำเล็บ และยังมีพื้นที่จัดอีเวนท์ ให้มาสังสรรค์ได้

Social Media Club

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

ไลน์ เป็นแชทแอพพลิเคชั่น ที่มักจะมีฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆ แก่ผู้เสมอ ๆ และไลน์เองก็ได้ทุ่มทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นยอด Usage และเพิ่มจำนวน User

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ปัญหาโลกแตกที่คนส่วนใหญ่ที่ไม่เลือกซื้อของออนไลน์คือ “ไม่ได้ลอง” (โดยเฉพาะกับสินค้าเสื้อผ้า รองเท้า) ได้ถูกแก้ไขแล้วด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง “ลองก่อน(ผ่อน)จ่ายทีหลัง” โดยเว็บอี-คอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของจีนอย่าง “เถาเป่า (Taobao)” และ “เทียนเมา (Tmall)” ในเครืออลีบาบา กรุ๊ป ที่ต่างก็รับเอาไอเดียนี้ไปปรับใช้ในแบบที่ถูกกับสารบบของตัวเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488