อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ The Walk โมเดล “เฟอร์นิเจอร์+คอมมูนิตี้”

อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ น่าจะเป็นศูนย์เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดว่าจะรับมือกับการเข้ามาของอิเกียอย่างไร เพราะมีความทับซ้อนในเรื่องของสินค้า และรูปแบบร้าน


“เราถูกนำไปเปรียบเทียบกับอิเกียตลอดเวลา ว่าต้องชนกับเขาตรงๆ เพราะมีเฟอร์นิเจอร์ และของแต่งบ้านเหมือนกัน แต่อินเด็กซ์มีสิ่งที่ไม่เหมือนคือ บรรยากาศ การแต่งร้าน  การจัดวาง อินเด็กซ์เป็นโฮมแฟชั่น ดีไซน์” กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเด็กซ์  ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด อธิบายถึงความแตกต่างของตัวเองกับคู่แข่ง


แม้ว่าจะมีความต่างในหลายๆ ด้าน แต่เมื่อรายใหญ่ลงตลาดอย่างเต็มตัว ก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเดิมในตลาต้องคิด และวางแผนรับมือเช่นกัน เธอบอกว่า รับรู้ถึงการเข้ามาของคู่แข่งมานานแล้ว และได้ลงมือปรับเปลี่ยนอินเด็กซ์ไปมากพอสมควร


สิ่งที่อินเด็กซ์ทำก็คือ การทำสำรวจตลาดทั้งของตัวเอง และคู่แข่งที่มีอยู่ว่าต้องปรับเปลี่ยน หรือเพิ่มเติมอะไรบ้าง ในทุกแง่มุมทั้งตัวสินค้า บริการ และราคา เพื่อนำมาปรับให้สามารถแข่งขันได้ รวมถึงให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ


อินเด็กซ์มอง 3 ข้อหลักในการทำสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านคือ ออกแบบ ราคา คุณภาพ ซึ่งความต้องการในแต่ละช่วงเวลาของผู้บริโภค และการแข่งขันจะไม่เหมือนกัน แต่ปัจจัยทั้งสามข้อนี้จะเป็นแกนหลัก สลับสับเปลี่ยนกันไปว่าเรื่องใดจะเป็นสัดส่วนหลักในการปรับให้เหมาะสมกับช่วงนั้นๆ 


การเข้ามาของอิเกีย ทางอินเด็กซ์ก็ปรับเพิ่มในส่วนของการออกแบบมากขึ้น เพื่อสร้างความต่างและดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ต้องการสินค้าที่ตัวเองชื่นชอบ


 

ขายสไตล์การแต่งบ้าน+บริการ

เมื่อรายใหญ่อย่างอิเกียมองที่ตลาดแมส และมีราคาเป็นแรงจูงใจ การปรับตัวของอินเด็กซ์ก็มุ่งไปที่การขายความต่าง และจับลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง สิ่งที่อินเด็กซ์ต้องการเน่นในช่วงก่อนที่อิเกียจะเปิดสาขาก็คือ ขายสินค้าสไตล์การแต่งบ้าน

“เรามีดีไซเนอร์ ออกแบบให้ลูกค้าว่าใส่เฟอร์นิเจอร์แล้วเป็นอย่างไร แต่เราไม่มีสไตลิสต์คอยแนะนำว่าจะทำให้เฟอร์นิเจอร์เข้ากับบ้านได้อย่างไร” กฤษชนกขยายความ


สินค้า 4 สไตล์ที่อินเด็กซ์ทำออกมาคือ สไตล์ Romantic Passion สไตล์ Traditional Elegant สไตล์ Modern Italian และสไตล์ Mix & Match 


การที่เริ่มทำสินค้าที่มีแนวคิดหลักเช่นนี้ ต้องใช้เวลาในการหาสไตลิสต์ที่ประจำทุกสาขา  จึงใช้เวลานาน และที่สำคัญลูกค้าต้องเชื่อถือ และมั่นใจ ซึ่งหลังจากเริ่มทำออกไป การตอบรับของลูกค้าก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ 

อินเด็กซ์กำลังมองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม และเจาะเข้าไปให้ถึงความต้องการ พร้อมๆ กับสร้างลูกค้าของตัวเองขึ้นมาใหม่ เพราะเชื่อว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มมีความต้องการที่แตกต่างกัน ไม่ได้ชอบสินค้าที่เหมือนกันทุกรายการ และการลงไปแข่งในตลาดแมสกับรายใหญ่ เป็นเรื่องยาก


สิ่งที่อินเด็กซ์มองไว้ก็คือ การบริการหลังการขายทั้งขนส่ง และประกอบติดตั้ง ยังเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้บริโภคคนไทย และเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อต้องการ  


“ค่าแรงบ้านเราไม่แพงเหมือนในยุโรป เราสามารถจ้างในราคาที่ไม่แพง ทำไมเราไม่จ้างประกอบ คนไทยยังคิดแบบนี้อยู่ แต่ถ้าวันไหนที่ค่าแรงแพงขึ้น ก็คงต้องคิดอีกแบบหนึ่ง” 


ความแตกต่างของผู้ประกอบการรายใหม่ และรายเก่าจะแตกต่างกันในเรื่องบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ก็อาจจะต้องแลกมาด้วยราคาสินค้าต่างกัน 


 

ปรับแค็ตตาล็อกแจกปีละ 2 เล่ม

แค็ตตาล็อกก็เป็นอีกเครื่องมือการตลาดที่อินเด็กซ์ลงมือปรับเปลี่ยนให้มีความชัดเจนขึ้นเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกฤษชนกอธิบายว่า เดิมแค็ตตาล็อกของอินเด็กซ์ทำแยกเนื้อหาเป็นสินค้าแต่งบ้าน 1 เล่ม และเฟอร์นิเจอร์ 1 เล่ม แยกกันอย่างชัดเจน


“เรานำเนื้อหาทั้ง 2 ส่วนมารวมกัน แล้วนำเสนอเป็นสไตล์การแต่งบ้าน เพื่อให้ลูกค้าเกิดแรงบันดาลใจ”


แค็ตตาล็อกของอินเด็กซ์แจกปีละ 2 เล่มโดยแบ่งแจก 6 เดือนต่อเล่ม ยอดพิมพ์ของทั้งสองเล่มประมาณปีละ 250,000 เล่ม โดยการแจกลูกค้าสามารถรับแค็ตตาล็อกฟรีได้ที่สาขาของอินเด็กซ์ อีกส่วนหนึ่งอินเด็กซ์จะทำการส่งให้กับสมาชิกที่มีความเคลื่อนไหวในการซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ที่ไม่สามารถแจกให้กับสมาชิกทุกรายได้เพราะขณะนี้สมาชิกของอินเด็กซ์มีประมาณ 600,000 ราย 


กรณีที่แจกแค็ตตาล็อกหมดแล้วจะไม่มีการพิมพ์เพิ่ม แต่สามารถดาวน์โหลดแค็ตตาล็อกผ่านเว็บไซต์ของอินเด็กซ์ได้  


แค็ตตาล็อกของอินเด็กซ์เริ่มต้นมีจำนวน 36 หน้า และค่อยๆ เพิ่มเนื้อหาและจำนวนหน้าจนขณะนี้ความหนา 268 หน้า 


 

The Walk คอมมูนิตี้มอลล์พ่วงศูนย์เฟอร์นิเจอร์

 การปรับเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดเจนของอินเด็กซ์คือ การคิดใหม่ในการทำศูนย์เฟอร์นิเจอร์แบบ Standalone เหมือนที่เคยทำมา ก้าวไปสู่การทำคอมมูนิตี้มอลล์ กระจายไปทั่วทุกทำเลในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด


“เดอะวอล์ค เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ไม่ใช่ศูนย์เฟอร์นิเจอร์ มีทุกอย่างรวมในนี้ หากใช้อินเด็กซ์แบบเดิม คนก็จะนึกว่าเป็นศูนย์เฟอร์นิเจอร์อย่างเดียว เดอะวอล์คเป็นโมเดลใหม่ของอินเด็กซ์ และใช้ชื่อเดอะวอล์คไปตลอด ”


 เป้าหมายของเดอะวอล์ค คือ เปิดให้ได้ประมาณปีละ 1 สาขา และมีการจัดแบ่งเป็นพื้นที่เช่น สำหรับร้านค้า และผู้เช่า อีกส่วนหนึ่งจะเป็นอินเด็กซ์ ลิฟฟวิ่งมอลล์ ซึ่งจะตามไปทุกโครงการของเดอะวอล์ค


เดอะวอล์ค สาขาแรกที่ถนนราชพฤกษ์จะเปิดตัวปลายปีนี้ ด้วยเงินลงทุน 1,500 ล้านบาท  และสาขาที่สอง เดอะวอล์ค เกษตร-นวมินทร์ จะทยอยเปิดในปี 2555 ซึ่งอินเด็กซ์จะมองการลงทุนแต่ละสาขาไม่เกิน 1,500 ล้านบาท และมองไปทุกทำเลทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  


หากมีพื้นที่เหมาะสมและตรงกับแนวคิดก็อาจจะเปิดสาขาใหม่ได้ แต่มีข้อห้ามที่สำคัญคือ จะต้องไม่มีศูนย์การค้าตั้งอยู่ในบริเวณนั้น เพราะอินเด็กซ์คงไม่สามารถไปแข่งกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ได้


ในทางกลับกัน อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์นอกจากจะอยู่ในเดอะวอลล์ทุกสาขาแล้ว การเปิดในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องผูกกับเดอะวอล์คไปตลอด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม


เมื่อมองความหมายของการใช้เดอะวอล์คมาเป็นโมเดลใหม่ของอินเด็กซ์ ก็น่าจะมาจากพื้นที่ในการสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ น้อยลง จะกระจายออกไปรอบนอก และต่างจังหวัด อินเด็กซ์ที่ขยายตัวไปกับห้างก็ต้องหาทางออกของตัวเอง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุด


การเลือกทำโมเดลคอมมูนิตี้มอลล์ คือการสร้างกลุ่มเครือข่ายในแต่ละทำเล และที่สำคัญเป็นการมองผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง  


ลูกค้าอีกมากที่ไม่ค่อยเดินชั้นเฟอร์นิเจอร์ในศูนย์การค้า แต่อินเด็กซ์กำลังคิดว่า จะนำร้านเฟอร์นิเจอร์ไปตั้งให้ใกล้บ้าน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล อีกทางหนึ่งก็คือการมีสาขากระจายรายล้อมไว้ด้านนอก ในระหว่างที่อิเกียยังมีสาขาเดียว ถึงจะมีการขยายสาขาก็คงไม่ได้มากพอเท่ากับรายอื่นๆ 


อินเด็กซ์ก็เก็บลูกค้าด้านนอก แบบเคาะประตูบ้านไปเรื่อยๆ  

 

รายใหญ่เข้ามา ตลาดยิ่งโต

“อิเกียเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลก เฟอร์นิเจอร์เป็นเบอร์หนึ่งอยู่แล้ว เราไม่ได้กลัว แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจว่าไม่กระทบเรา เราต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามาแล้วเราแย่แน่ มองอีกมุมหนึ่งตลาดก็จะเติบโตขึ้นมากด้วย  เขาต้องสร้างให้คนอยากแต่งบ้านมากขึ้น เค้กก้อนนี้จะต้องใหญ่ขึ้น เลยไม่ทำให้กลัวเรื่องนี้เท่าไหร่” กฤษชนกบอกเล่าถึงการเข้ามาของอิเกีย  


เธอประเมินด้วยว่าในช่วงต่อไป หลังอิเกียเข้ามาเปิดสาขาอย่างเป็นทางการแล้ว จะทำให้ตลาดรวมของเฟอร์นิเจอร์ สินค้าแต่งบ้าน เติบโตขึ้นได้ประมาณ 30%  


ทุกวันนี้เธอยอมรับว่า ผู้บริโภคยังนิยมใช้จ่ายเงินนอกบ้านมากกว่าใช้เงินในการตกแต่งบ้าน แต่อิเกียสร้างให้คนอยากอยู่บ้าน รักบ้าน และหันมาใช้เงินกับบ้านมากขึ้น  ตลาดก็จะโตขึ้นไปด้วย  


ขณะนี้อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ บางนา ลูกค้าเฉลี่ยซื้อประมาณ 15,000 ต่อบิลต่อคน มีคนเข้าศูนย์วันละ1,500 คน การซื้อเฉลี่ยกฤษชนกเชื่อว่าสามารถทำให้ได้มากกว่านี้ โดยใช้กลยุทธ์หลายๆ อย่างเข้ามาช่วย และอาจจะสูงถึง  25,000 บาทต่อบิล แต่ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง


การปรับตัวรับมือการแข่งขัน


1.ปรับการวางสินค้าใหม่

อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ บางนา ปรับพื้นที่โชว์สินค้าชั้นหนึ่งใหม่ มีตัวอย่างห้องที่แต่งแล้ว

ตาม 4 สไตล์ ให้ลูกค้าดูเป็นตัวอย่าง 3 ห้อง


2.ปรับแค็ตตาล็อกใหม่

นำเนื้อหาของแค็ตตาล็อกมารวมกันระหว่างเฟอร์นิเจอร์ และสินค้าแต่งบ้าน และแจกปีละ 2 เล่ม เป็นราย 6 เดือน จำนวนพิมพ์ 250,000 เล่ม 


3.ปรับแนวคิดเฟอร์นิเจอร์ไลฟ์สไตล์ 4 แบบ

ออกสินค้าเฟอร์เจอร์ ของแต่งบ้าน 4 รูปแบบ เพื่อจับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ และมี 4 เซเลบฯ เป็นพรีเซ็นเตอร์ และเพิ่มเติมบริการสไตลิสต์ให้คำแนะนำการแต่งบ้านตามที่ลูกค้าต้องการ โดยมีสไตลิสต์ประจำ 17 สาขา


4.ปรับใช้โมเดล The Walk 

เป็นเฟอร์นิเจอร์คอมมูนิตี้ ที่อินเด็กซ์เริ่มมดลองทำสาขาแรกที่ถนนราชพฤกษ์ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ มีร้านอาหาร ร้านค้า และอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์อยู่ด้วยกัน เปิดปีละ 1 สาขา ลงทุนสาขาละ 1,500 ล้านบาท


cellpadding="2" cellspacing="2">
จำนวนสาขาของอินเด็กซ์
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">ประเภท
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">จำนวนสาขา
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">อินเด็กซ์
ลิฟวิ่งมอลล์
17
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">อินเด็กซ์
เฟอร์นิเจอร์ 
8


cellpadding="2" cellspacing="2">
สัดส่วนสาขาของอินเด็กซ์
ลิฟวิ่งมอลล์
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">พื้นที่
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">จำนวนสาขา
กรุงเทพฯ
8
พัทยา
1
ภูเก็ต
1
หัวหิน
1
อุบลราชธานี
1
เชียงใหม่
1
พิษณุโลก
1
อุดรธานี
1
ชลบุรี
1
ขอนแก่น
1


cellpadding="2" cellspacing="2">
สัดส่วนรายได้ของอินเด็กซ์
ปี 2553
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">ประเภท
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">สัดส่วน
(%)
ขายปลีก
60
ส่งออก
30
บริการอื่น ๆ
10
รายได้รวม
7,700 ล้านบาท


cellpadding="2" cellspacing="2">
The Walk
มีอะไรบ้าง
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">โครงการ
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;"> The
Walk ราชพฤกษ์
พื้นที่
20 ไร่
พื้นที่ใช้สอย
 22,000 
ตารางเมตร
อินเด็กซ์
ลิฟวิ่งมอลล์
11,000 
ตารางเมตร
พื้นที่เช่า
11,000
ตารางเมตร
การลงทุน
1,000
ล้านบาท


cellpadding="2" cellspacing="2">
style="font-weight: bold;">สินค้ากลุ่มต่างๆ ของอินเด็กซ์
1.Index
Furniture
เฟอร์นิเจอร์นำเข้า
เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตในเมือง
2.Trend Design
เฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศเน้นกลุ่มระดับกลางขึ้นไป
3.Winner
เฟอร์นิเจอร์ราคาปานกลาง
เน้นกลุ่มคนทำงาน และส่งออกไปต่างประเทศ
4.Logica
เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
เน้นกลุ่มที่เปิดสำนักงานใหม่ และปรับเปลี่ยนทดแทนของเก่า
5.Serta
ที่นอนจากสหรัฐฯ
เน้นกลุ่มลูกค้าระดับบน
6.Theraflex
ที่นอนที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการนอนแต่ละสไตล์ 

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

แบรนด์ที่ใช้สื่อโฆษณาสูงสุดในเดือนตุลาคม 2557 อันดับ 1 เป็นของ วาสลีน บอดี้ สกินแคร์ ด้วยงบซื้อโฆษณา 79 ล้านบาท อันดับ 2 เป็นของ แชมพู เคลียร์ ใช้งบไป 69 ล้านบาท แซงหน้าโตโยต้า ที่หล่นมาอยู่ในอันดับ 3 โดยโตโยต้ารถยนต์นั่ง ใช้งบไป 67 ล้านบาท

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

ท่ามกลางการแข่งขันของโลว์คอส แอร์ไลน์ในไทย สายการบิน “ไทยสมายล์” ได้วาง Positioning ตัวเองเป็นสายการบินแบบ “ไลท์ พรีเมี่ยม” ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหว่างสายการบินแบบ Full Service และ Low Cost

จากโครงการ LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ต (LINE Creators Market) ที่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถส่งผลงานสติกเกอร์ของตนเองเพื่อขายเป็นสติกเกอร์ไลน์ โดยในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.– 7 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา มีรายได้ทะลุ 1,074 ล้านบาท

กลุ่ม Generation Y (Gen Y) เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลสุดๆ ต่อตลาด เพราะมีขนาดใหญ่ คนกลุ่มนี้เกิดใน ค.ศ 1981-2000 โดยมีจำนวนประมาณ 19 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ ที่สำคัญรายได้ค่อนข้างสูงแม้จะอยู่ในวัยหนุ่มสาวอายุเพียง 15-34 ปี และยังมีอัตราการใช้จ่ายต่อรายได้ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนเจเนอเรชั่นอื่นๆ

Strategic Move

นับเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่ กาเกา ทอล์ค (Kakao Talk) แอพแชต จากเกาหลี เข้ามาทดลองตลาดในไทยเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา

แม้พฤติกรรมการดูภาพยนตร์ของคนไทยจะสูงขึ้นตามไลฟ์สไตล์คนเมืองก็ตาม แต่เมื่อเทียบอัตราการดูภาพยนตร์ของคนไทยต่อคนต่อปีแล้วมีเพียง 1 เรื่องเท่านั้น และโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยยังมีอยู่แค่ 800 โรง

หลังจากประสบความสำเร็จในการ ปั้น 'เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อนท์' บนถนนเจริญกรุงไปแล้ว บริษัท ทีซีซี แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” มองเห็นโอกาสและช่องว่างของการสร้างแหล่งช้อปปิ้ง ที่เรียกว่า 'Community Shopping Center'

Social Media Club

YouTube เว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ยอดนิยมของคนไทย ได้จัดอันดับคลิปวิดีโอที่ยอดนิยมมากที่สุดในปี 2014 โดยวัดผลจากยอดวิวสูงที่สุด โดยที่คอนเท้นต์ยอดนิยมส่วนใหญที่คนไทยคลิ๊กดูมากที่สุดยังคงเป็น “เพลง” “มิวสิควิดีโอ” มากที่สุด

ไตรมาสที่ 4 ก่อนย่างขึ้นศักราชใหม่ 2558 เหล่านักการตลาดบนโซเชียลมีเดียต่างได้รับข่าวร้ายว่าในเดือนมกราคม ปีหน้าเฟซบุ๊กจะดำเนินการปรับลดการมองเห็นโพสต์ในเพจธุรกิจ (Business Page) ลง ส่งผลให้บรรดาโพสต์ประเภทฮาร์ดเซลหรือเน้นขายของเกินเหตุ (Overly Promotional) จะถูกพบเห็นได้น้อยลงอีก

เหล่านักการตลาดต่างหันหาโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ในการเริ่มต้นสานความสัมพันธ์ และสนทนาแลกเปลี่ยนกับผู้บริโภคโดยให้ความสำคัญกับงานในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่องๆ ทั้งการทุ่มเทงบประมาณ และบุคลากร ทว่า ผลการศึกษาของบริษัทวิจัยฟอร์เรสเตอร์กลับชี้ให้เห็นว่า แบรนด์ทั้งหลายอาจเสียทั้งเงินและเวลาไปเปล่าๆ

Columnist

การแข่งขันในการตลาดปัจจุบัน ต้องมีระบบมาตรฐาน “คุณภาพ” “คุณธรรม” (Quality and Ethics)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

ไอดีซี เผยตลาดแท็บเล็ตในปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าเป้าอย่างเห็นได้ชัด มีการเติบโตเพียงแค่ 7.2% เท่านั้น เมื่อเทียบการเติบโตแบบปีต่อปี ลดลงจาก 52.5% ในปี 2013 ถือเป็นตัวเลขที่เยอะพอสมควร

การจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand)ในปี 2014โดยบริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ยังพบด้วยว่า แบรนด์ที่เข้ามาติดอันดับในปีนี้เป็นครั้งแรก ประกอบไปด้วย ดีเอชแอล (อันดับ 81) แลนด์โรเวอร์ (อันดับที่ 91) เฟดเด็กซ์ (อันดับที่ 92) หัวเหว่ย (อันดับที่ 94) และฮูโก้ บอส (อันดับที่ 97)

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

People

บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง “ปิย สมุทรโคจร” ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน เป็นต้นมา

หลังจาก เฟ้นหาบุคคลมานั่งเก้าอี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอสมท จำกัด (มหาชน) มาแทน "เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์" ที่ยื่นลาออกไปเมื่อ 12 มิถุนายน 2557

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348