เครื่องปรุงรสอาหาร : ขยายตัวทั้งตลาดในประเทศและส่งออก

ปัจจุบันกระแสความนิยมบริโภคเครื่องปรุงรสอาหารในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ตลาดเครื่องปรุงรสอาหารขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคนไทยยอมรับและบริโภคเครื่องปรุงรสที่มีความหลากหลายมากขึ้น ส่วนตลาดในต่างประเทศความนิยมเครื่องปรุงรสอาหารจากประเทศไทยเริ่มขยายตัวไปสู่การวางจำหน่ายบนชั้นในซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ จากที่เคยจำกัดตัวอยู่ในร้านขายของชำของชาวเอเชีย เนื่องจากชาวต่างชาติหันมานิยมรับประทานอาหารไทยมากขึ้น รวมทั้งการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคารไทยในต่างประเทศทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้มูลค่าการส่งออกเครื่องปรุงรสอาหารของไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดว่าในปี 2548 มูลค่าตลาดเครื่องปรุงรสอาหารในประเทศมีขนาดใหญ่ถึง 9,700 ล้านบาท และมีอัตราการขยายตัวของตลาดในแต่ละปีเฉลี่ยร้อยละ 10 ตลาดแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ตลาดระดับบน กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ ผู้ที่มีรายได้สูง โรงแรม ร้านอาหารและภัตตาคารชั้นนำ ส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 15 ผู้ผลิตที่มุ่งเจาะตลาดนี้จะเน้นคุณภาพของสินค้าเป็นจุดขาย ตลาดระดับกลาง-ล่าง ส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 85 การแข่งขันเข้มข้น มีผู้ผลิตมากราย ดังนั้นผู้ผลิตต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบต่างๆ กันเพื่อส่งเสริมการขาย ทั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายจดจำเครื่องหมายการค้า

ตลาดเครื่องปรุงรสอาหารยังแยกออกได้เป็นประเภทใหญ่ ดังนี้

- น้ำปลา

คาดว่ามูลค่าตลาดน้ำปลาในปี 2548 เท่ากับ 4,000 ล้านบาท ตลาดน้ำปลาในประเทศมีอัตราการเติบโตอยู่ในเกณฑ์สูง โดยเฉพาะตลาดน้ำปลาแท้มีอัตราการการขยายตลาดราวร้อยละ 20-30 ในขณะที่น้ำปลาผสมและน้ำปลาวิทยาศาสตร์ค่อยๆ เริ่มหายไปจากตลาด เทียบกับเมื่อหลายปีก่อนตลาดน้ำปลาเกรดซีจะมีขนาดใหญ่ที่สุด ตลาดเกรดบีเริ่มขยายตัวกินสัดส่วนตลาดน้ำปลาเกรดซี เมื่อผู้บริโภคมีการศึกษาสูงขึ้น เริ่มให้ความสนใจในเรื่องคุณภาพ น้ำปลาเกรดเอจึงเริ่มมียอดขายที่ดีขึ้น ปัจจุบันมีกลุ่มผู้บริโภคต้องการบริโภคน้ำปลาสูงกว่าเกรดเอ ซึ่งต้องใช้เวลาในการหมัก และใช้ปลามากกว่าเกรดเอ กล่าวคือ ใช้เวลาประมาณ 18 เดือนเพื่อให้ได้โปรตีน 23-25 กรัมต่อลิตร หรือบางบ่ออาจสูงถึง 29 กรัมต่อลิตร ซึ่งน้ำปลาเกรดนี้มีความหอมมากเป็นพิเศษ ราคาจะสูงกว่าน้ำปลาเกรดเอ ร้อยละ25-30 เพราะต้นทุนการผลิตสูงกว่า

- ซอส

คาดว่าในปี 2548 มูลค่าตลาดซอสประมาณ 2,200 ล้านบาท ประเภทของซอสที่เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทยมานานคือ ซอสถั่วเหลืองและซอสพริก ส่วนซอสที่มีการขยายตลาดอย่างรวดเร็วในปัจจุบันคือ ซอสมะเขือเทศเนื่องจากการขยายตลาดเป็นไปอย่างรวดเร็วเมื่อมีการรับวัฒนธรรมการบริโภคอาหารแบบตะวันตก โดยเฉพาะการขยายตัวของร้านอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดส์ ทั้งยังมีนักลงทุนที่เล็งเห็นว่าตลาดซอสมะเขือเทศมีโอกาสขยายตลาดในประเทศได้อีกมากทำให้มีการลงทุนผลิตมะเขือเทศมากมายหลายยี่ห้อ ในบรรดาซอสทั้งหมดนั้นซอสถั่วเหลืองจัดว่ามีการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง ทั้งซีอิ๊วและซอสปรุงรส เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มหันมานิยมบริโภคมากขึ้นในฐานะของสิ่งปรุงรสที่มีสุขภาพ

- เครื่องแกง

คาดว่าในปี 2548 มูลค่าตลาดเครื่องแกงเท่ากับ 1,000 ล้านบาท การผลิตเครื่องแกงในทางการค้าแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ เครื่องแกงสด และเครื่องแกงสำเร็จรูป โดยที่เครื่องแกงสดจะไม่ผสมกะทิสามารถหาซื้อได้ทั่วไปทั้งในตลาดสดและซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนเครื่องแกงสำเร็จรูปจะนำเอาหัวกะทิมาผสมด้วย แล้วนำไปอบเพื่อลดความชื้น ซึ่งสามารถนำไปปรุงรับประทานได้ทันที ปัจจุบันนอกจากการจำหน่ายเครื่องแกงในตลาดสดแล้ว ผู้ผลิตเครื่องแกงยังมีการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อสนองตอบต่อพฤติกรรมของลูกค้าที่หันไปจับจ่ายซื้อของในห้างสรรพสินค้า โดยการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายเป็นการตักเครื่องแกงจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า หรือเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์มาเป็นการบรรจุขวด หรือกระปุกจำหน่าย รวมทั้งเพิ่มประเภทของเครื่องแกงให้มีหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งคิดค้นเครื่องแกงสำเร็จรูปประเภทที่เติมน้ำ หรือเติมเนื้อและผักแล้วสามารถรับประทานได้เลย ทั้งนี้เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น เนื่องจากแกงบางอย่างนั้นเครื่องปรุงค่อนข้างยุ่งยาก เช่น น้ำยาที่รับประทานกับขนมจีน ทำให้ในปัจจุบันจะเห็นมีน้ำยาสำเร็จรูปบรรจุกระป๋องวางจำหน่าย

- ผงปรุงรส

คาดว่าในปี 2548 มูลค่าของตลาดผงปรุงรสเท่ากับ 2,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งออกเป็นผลิตภัณฑ์ออกเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทก้อนมีสัดส่วนตลาดร้อยละ 70 และชนิดผงมีสัดส่วนตลาดร้อยละ 30 ตลาดผงปรุงรสก็นับว่าเป็นเครื่องปรุงรสอาหารประเภทหนึ่งที่มีการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากผงปรุงรสนับว่าได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ทำให้มีนักลงทุนรายใหม่ทยอยเข้ามาลงทุนในตลาด รวมทั้งนักลงทุนรายเก่าก็พยายามคิดค้นสูตรเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับผงปรุงรสมากขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบการเติบโตระหว่างตลาดผลิตภัณฑ์ปรุงรสแบบก้อนและผงนั้น ตลาดผงปรุงรสแบบก้อนเริ่มเกิดภาวะอิ่มตัวและมีอัตราการเติบโตอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เนื่องจากผงปรุงรสแบบก้อนมีข้อจำกัดในการปรุงอาหาร โดยประกอบอาหารได้เพียงแค่ทำน้ำซุปอย่างเดียว แต่สำหรับตลาดชนิดผงจะสามารถปรุงอาหารได้หลากหลายวิธีมากกว่า เช่น ผงหมักอาหารประเภทต่างๆ ปรุงอาหารชนิดผัด ผงปรุงน้ำซุปสำหรับทำก๋วยเตี๋ยวประเภทต่างๆ เป็นต้น

- เครื่องปรุงรสอาหารอื่นๆ

คาดว่าในปี 2548 มูลค่าของตลาดผงปรุงรสเท่ากับ 500 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ คือ ซอสหอยนางรมหรือที่เรียกกันว่าน้ำมันหอย และน้ำพริกเผา เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นที่นิยมบริโภค

ตลาดเครื่องปรุงรสอาหารยังมีแนวโน้มการขยายตัวอีกมาก เนื่องจากพฤติ-กรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป มีความพิถีพิถันในเรื่องรสชาติของอาหาร ประกอบกับเครื่องปรุงรสอาหารเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และในแต่ละครัวเรือนยังบริโภคไม่มากเหมือนกับน้ำปลา ภาวะการแข่งขันในตลาดเครื่องปรุงรสอาหารทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการรายเก่าจะได้เปรียบผู้ประกอบการรายใหม่ในด้านการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค และรสชาติเป็นที่ยอมรับแล้ว ดังนั้นสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่จึงจำเป็นต้องสร้างฐานลูกค้าของตน และการประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มผู้บริโภคให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผู้ผลิตในตลาดจะใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดอย่างไรก็แล้วแต่ ยังคงต้องให้ความสำคัญด้านคุณภาพของสินค้าด้วย เนื่องจากผู้บริโภคยังคงเลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพ สะอาด มีคุณค่าทางโภชนาการ และราคายุติธรรม

การส่งออกเครื่องปรุงรสอาหารยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกเครื่องปรุงรสอาหารในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2548 เท่ากับ 65.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาแล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.7 คาดว่าในปี 2548 มูลค่าการส่งออกเครื่องปรุงรสอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับปี 2547 แล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1 โดยคาดว่าการส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรปจะมีแนวโน้มขยายตัว อันเป็นผลมาจากหน่วยงานมาตรฐานอาหารอังกฤษ (UK Food Standards Agency : FSA) ตรวจพบสาร Sudan Red และ Para Red ในพริก ผลิตภัณฑ์เครื่องเทศ ขมิ้น และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปอื่นๆที่มีส่วนผสมของพริก เครื่องเทศ และซอสจากประเทศคู่แข่งสำคัญของไทยในตลาดสหภาพยุโรป ทำให้มีการประกาศเรียกคืนสินค้าอาหารที่ตรวจพบการปนเปื้อน ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้สินค้าเครื่องปรุงรสอาหารของไทยจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้การเติบโตของผู้บริโภคเครื่องปรุงรสอาหารในต่างประเทศขยายตัวตามการเติบโตของร้านอาหารไทยในต่างประเทศ และการบริโภคในครัวเรือนของชาวเอเชียที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม ตลอดจนชาวต่างประเทศที่ติดใจในรสชาติอาหารไทย ปัจจุบันเครื่องปรุงรสอาหารของไทยที่ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศไม่ได้จำกัดการจำหน่ายเฉพาะในร้านชำของคนไทย จีน และเวียดนามเท่านั้น แต่ยังขยายการจำหน่ายไปในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของสหรัฐฯนับเป็นมิติใหม่ของสินค้าประเภทเครื่องปรุงรสอาหารที่ยกระดับจากเดิมจากการจำหน่ายในแวดวงคนเอเชีย ทำให้คาดว่าส่วนแบ่งตลาดเครื่องปรุงรสอาหารของไทยในต่างประเทศขยายตัวได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามการขยายตลาดในต่างประเทศนั้นผู้ส่งออกยังต้องให้ความสำคัญในด้านการควบคุมคุณภาพให้สม่ำเสมอ มีฉลากคำแนะนำ คำอธิบาย และบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและทนทาน รวมทั้งต้องตรวจสอบสุขอนามัยและมาตรฐานการผลิตเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสารปนเปื้อน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกโดยรวม

มูลค่าส่งออกสิ่งปรุงรสแยกรายประเทศ
: ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ประเทศ 2545 2546 2547 มค.-พค. 2548
สหภาพยุโรป 19.8
(15.8) 23.9
(20.7) 30.1
(26.0) 13.9
(18.8)
ญี่ปุ่น 23.4
(17.6) 22.0
(-6.0) 27.4
(24.6) 12.4
(5.1)
อาเซียน 11.1
(12.1) 14.4
(29.7) 19.3
(34.0) 10.9
(53.5)
สหรัฐฯ 18.9
(9.9) 20.1
(6.4) 23.2
(15.4) 10.2
(6.3)
ออสเตรเลีย 10.7
(23.0) 11.4
(6.5) 11.8
(3.5) 5.1
(10.9)
ฮ่องกง 6.0
(-4.8) 6.0
(50.0) 7.0
(33.3) 2.7
(68.8)
อื่นๆ 13.7
(18.1) 16.9
(23.4) 21.4
(16.6) 10.1
(26.3)
รวม 103.6
(15.6) 114.7
(10.7) 140.2
(22.2) 65.3
(17.7)
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์
หมายเหตุ : ตัวเลขในวงเล็บหมายถึงอัตราการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับประเภทของเครื่องปรุงรสอาหารที่ส่งออกแยกออกได้เป็นซอส น้ำปลา เครื่องแกงสำเร็จรูป และผงปรุงรส โดยที่ซอสเป็นเครื่องปรุงรสอาหารที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด กล่าวคือ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2548 มูลค่าการส่งออกซอสเท่ากับ 13.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 โดยเฉพาะการส่งออกซอสพริก ซึ่งมูลค่าการส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รองลงมาคือ ซอสมะเขือเทศ ส่วนน้ำปลานั้นมูลค่าการส่งออกก็มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน และมีอัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกสูงกว่าสิ่งปรุงรสประเภทซอส กล่าวคือในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2548 มูลค่าการส่งออกน้ำปลาเท่ากับ 10.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.0 ส่วนสิ่งปรุงรสที่มีอัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกอยู่ในเกณฑ์สูงที่สุด คือ ผงปรุงรส ซึ่งนับว่าการส่งออกผงปรุงรสนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามอง แม้ว่าในปัจจุบันมูลค่าการส่งออกจะยังไม่สูงมากนักก็ตาม กล่าวคือ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2548 มูลค่าการส่งออกผงปรุงรสเท่ากับ 5.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 55.3

มูลค่าส่งออกสิ่งปรุงรสแยกรายประเภท
: ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ประเภท 2545 2546 2547 มค.-พค. 2548
ซอส 26.4
(14.8) 27.1
(2.7) 33.3
(22.9) 13.6
(1.5)
-ซอสพริก 17.0
(18.9) 17.3
(1.8) 20.6
(19.1) 8.8
(4.8)
-ซอสมะเขือเทศ 5.8
(3.6) 6.3
(8.6) 7.8
(23.8) 3.5
(12.9)
-ซอสถั่วเหลือง 3.6
(16.1) 3.4
(-5.6) 4.9
(44.1) 1.4
(-26.3)
น้ำปลา 18.6
(-1.6) 20.1
(8.1) 22.1
(10.0) 10.4
(21.0)
เครื่องแกงสำเร็จรูป 14.2
(13.6) 15.7
(10.6) 18.6
(18.5) 9.2
(27.8)
ผงปรุงรส 7.0
(-6.7) 7.9
(12.9) 10.2
(29.1) 5.9
(55.3)
อื่นๆ 37.5
(35.9) 43.9
(17.1) 56.0
(27.6) 26.2
(16.4)
รวม 103.6
(15.6) 114.7
(10.7) 140.2
(22.2) 65.3
(17.7)
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์
หมายเหตุ : ตัวเลขในวงเล็บหมายถึงอัตราการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

เครื่องปรุงรสอาหารนับว่าเป็นหนึ่งในสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่ตลาดยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก สำหรับในประเทศนั้นมีการเติบโตจากปัจจัยหนุนหลากหลายประการ กล่าวคือ คนไทยหันมานิยมสิ่งปรุงรสหลากหลายประเภทมากขึ้น จากเดิมที่นิยมบริโภคน้ำปลาและซอสถั่วเหลืองเท่านั้น รวมทั้งพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของคนไทยที่นิยมบริโภคอาหารที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการปรุงรสอาหาร ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสอาหารมีการวิจัยและพัฒนาเครื่องปรุงรสอาหารให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ส่วนตลาดส่งออกเครื่องปรุงรสอาหารก็มีแนวโน้มขยายตัวเช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากอาหารไทยเริ่มเป็นที่นิยมในต่างประเทศมากขึ้น ดังนั้นจึงมีผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสอาหารของไทยเข้าไปวางจำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ทั้งนี้เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการซื้อไปเพื่อปรุงอาหารไทยรับประทานที่บ้าน นอกจากนี้การที่ร้านอาหารไทยในต่างประเทศมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เครื่องปรุงรสอาหารมีแนวโน้มขยายตัวเช่นเดียวกัน

Digital TV & Media

กสทช.เพิ่มเงื่อนไขคูปองทีวีดิจิตอลเอื้อแลกกล่องแบบไฮบริดดูผ่านดาวเทียมได้ หวังแก้ปัญหาสัญญาณระบบดิจิตอลไม่ครอบคลุม คาด พ.ค.เริ่มใช้คูปองได้ พร้อมเตรียมขยายวันหมดอายุคูปองออกไปอีก 2 เดือน ทุกล็อต

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกับ ทีเอ็นเอส เผยผลสำรวจมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2557 และคาดการณ์ในปี 2558

Consumer Insight

“ดันน์ฮัมบี้” บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ได้เผยผลวิจัยว่าภาคไหนในประเทศไทยนิยมซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากที่สุด พบว่าคนไทยใน “ภาคใต้” มีแนวโน้มสูงที่ไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าในช่วงสงกรานต์มากกว่าภาคอื่นๆ โดยที่ดันน์ฮัมบี้ได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ จากจำนวนผู้บริโภคจำนวน 8.2 ล้านคนที่ซื้อสินค้าในเทสโก้ โลตัส

จากผลสำรวจการให้ความสำคัญในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในปี 2557 ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด (MasterCard Consumer Purchasing Priorities 2014) พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทยที่อยู่ในการสำรวจ วางแผนท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเชียงใหม่และภูเก็ตยังครองแชมป์จุดหมายปลายทางในประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ReadyPlanet ผู้ให้บริการระบบเว็บไซต์สำเร็จรูปบริการด้านการตลาดดิจิตอล ได้เผยกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ในช่วงวันหยุดยาวเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่มาถึง เพื่อไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สูญเสียโอกาสในการกอบโกยรายได้

Insight

เจาะลึก...สงครามบริการด้านการเงิน เมื่อ 3 ค่ายโอเปอเรเตอร์มือถือ เอไอเอส ดีแทค และทรู แปลงกายเป็น “ธนาคารบนมือถือ” หรือ “โมบายแบงกิ้ง” เพื่อเป็นช่องทางหารายได้ใหม่ ในยุคที่มือถือกำลังเบ่งบานสุดขีด

“แกร็บแท็กซี่” เป็นอีกหนึ่งรายที่เข้ามาบุกตลาดแท็กซี่ในประเทศไทย ได้เข้ามาทำตลาดได้ 2 ปีแล้ว ในรูปแบบของการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น ท่ามกลางผู้เล่นในตลาดอีกทั้งหมด 3 ราย ด้วยกัน ได้แก่ อูเบอร์, อีซี่แท็กซี่ และน้องใหม่จากนครชัยแอร์

บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือ WPP มุ่งเน้นงานวิจัยพฤติกรรมการจับของผู้บริโภคเชิงลึก เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในกลุ่มสินค้า FMCG เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจไทย และการเปลี่ยนแปลงผู้บริโภค

Strategic Move

เทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง นอกจากจะเป็นเวลาแห่งความสนุกสนานของการเล่นสาดน้ำแล้ว ยังเป็นช่วงเวลา “น้ำขึ้นให้รีบตัก” หลายๆ สินค้าจะขายดีเป็นพิเศษในช่วงนี้ หรือบางสินค้าจะขายได้เฉพาะในเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น ทีมงานหน้า “SME ผู้จัดการ” ได้รวบรวม สินค้าที่คาดว่าจะสุดฮอต ลองดูกันว่าจะตรงใจหรือเปล่า

หลังจากที่ "อาเจกรุ๊ป” จากประเทศเปรู ได้ส่ง บิ๊กโคล่า” ออกมาสร้างความคักคักให้กับตลาดน้ำอัดลมมาแล้ว และได้ทยอยออกวางตลาดแบรนด์เครื่องดื่มชนิดต่างๆในพอร์ตสินค้า ไม่ว่า น้ำดื่มเซียโล่ เครื่องดื่มเกลือแร่สปอเรต คราวนี้มาถึงคิว ของ "น้ำอัดลมผสมน้ำผลไม้"ภายใต้แบรนด์ “บิ๊กเฟรช” ที่จะเป็นอีกหนึ่งในอาวุธสำคัญของ อาเจกรุ๊ปในปีนี้

ชัวร์ ไลฟ์ ประเดิมจำหน่าย Gold Elite นำสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ชื่อดังไปชุบทอง สร้างความแตกต่างให้แก่ผู้ใช้ ตั้งเป้าวางจำหน่าย 200 เครื่องภายในปีนี้ ชูจุดเด่นในแง่ของบริการหลังการขายที่พร้อมรับส่งเครื่องถึงที่ ราคาเริ่มต้น 159,000 บาท

Social Media Club

หลังจากที่มีการเปิดตัว “แอปเปิล วอช” อย่างเป็นทางการแล้ว ทางด้านของ “ไลน์” ก็ได้เผยโฉมหน้าตาของตนเองในแพลตฟอร์มของแอปเปิล วอชเช่นกัน โดยที่จะสามารถเชื่อมต่อกับไอโฟนที่ได้อัปเดตไลน์เป็นเวอร์ชั่น 5.0.2 ขึ้นไป

สงกรานต์เมืองไทยว่าร้อนแล้ว แต่ประเด็นร้อนจากเครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) กลับเพิ่มดีกรีองศาเดือดไม่แพ้กัน เพราะอนาคต 3 ทิศทางที่เฟซบุ๊กกำลังบอกโลกว่าพร้อมเติบโตในช่วง 10 ปีนับจากนี้กลับดูแหวกแนวจากบริการปัจจุบันของเฟซบุ๊ก ทั้งการมุ่งพัฒนาสินค้าเทคโนโลยีภาพเสมือนจริงหรือวีอาร์ (Virtual reality) การเตรียมลู่ทางไว้สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตผ่านหุ่นยนต์เครื่องร่อนหรือโดรน (drone) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

หลังจากที่แอปเปิลได้ปล่อยให้มีการอัพเดตเวอร์ชั่น iOS 8.3 ได้พร้อมกันทั่วโลกเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา นอกจากจะมีฟีเจอร์อะไรใหม่ๆ โดนในสาวกแอปเปิลแล้ว ยังสามารถเรียกเสียงฮาได้ทั่วโซเชียลเช่นกัน เมื่อ Siri อีกหนึ่งโปรแกรมตัวช่วยของแอปเปิลนั้นมาพร้อมด้วยเวอร์ชั่นภาษาไทยแล้ว

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

คำสั่งขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ทำให้ทางการญี่ปุ่นระงับการเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศไทย เหมือนดั่งสายฟ้าฟาด สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งหากกรมการบินพลเรือนของไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยได้ ก็อาจมีความเสี่ยงที่ประเทศอื่นๆจะระงับการขยายเส้นทางการบินเหมือนกับญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากต่างเฝ้ามองตลาดของจีนแผ่นดินใหญ่กันตาเป็นมัน และคาดหวังว่าจะได้มีส่วนแบ่งตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่กันทั้งสิ้น แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ตลาดจีนดูจะยากแก่การเข้าถึงเกินไปเสียแล้ว

เปิดเผยดรามาภายในองค์กรก้องโลก “แอปเปิล” หลังมีข้อมูลเผยว่า ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลคนปัจจุบันเคยเสนอตัวขอบริจาค “ตับ” ให้สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตซีอีโอเพื่อยื้อชีวิต

Global Trend

Carlsberg เบียร์ชื่อดังสัญชาติเดนมาร์กได้สร้างความประทับใจแก่ชาวลอนดอนเมืองผู้ดีอังกฤษยิ่งนัก เมื่อได้สร้างป้ายโฆษณาบิลบอร์ดเอาท์ดอร์ขนาดใหญ่ แต่สร้างความไม่ธรรมดาด้วยการ “แจกเบียร์” แบบฟรีๆ โดยให้คนผ่านไปผ่านมาสามารถมากดเองได้ตามใจชอบ

หัวเว่ยชิงเปิดตัวสมาร์ทโฟนสุดหรูกลางกรุงลอนดอน ท่ามกลางนักข่าวและดีลเลอร์จากทั่วโลกกว่า 1,000 ชีวิต เผยจุดเด่นด้านการออกแบบ และเน้นฟีเจอร์ด้านเซ็นเซอร์กล้องพร้อมคุณสมบัติการเชื่อมต่อโครงข่ายที่โดดเด่น ดึงแบรนด์ดังเปรียบเทียบสเปกเครื่องฟีเจอร์ต่อฟีเจอร์ ลั่นกลองรบบุกตลาดยุโรปเต็มรูปแบบ ขณะที่ไทยหงอยไม่ติดกลุ่มแรกแม้จะเป็นฮับของเออีซีก็ตาม

เป็นอีกหนึ่งป้ายโฆษณาที่ดู “เล็กน้อย” แต่มีความหมาย “มหาศาล” อีกโฆษณาหนึ่ง โดยที่ “อิเกีย” ประเทศโปรตุเกสได้ทำป้ายโฆษณาเอาท์ดอร์โดยเป็นภาพของอาคารที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งที่มีสภาพแวดล้อมเป็นสีเทาไปหมด แต่มีเพียงห้องเดียวเท่านั้นที่มีสีสันสดใส แตกต่างจากห้องอื่น ทำให้ดูน่าอยู่ขึ้นมาทันทีทันใด

People

นางคือเจ้าแม่แห่งวงการแต่งหน้าที่แม้แต่ดาราชื่อดังอย่าง แอฟ ทักษอร, พลอย เฌอมาลย์ ฯลฯ ก็ผ่านการเนรมิตให้ดูสวยสง่าเพราะฝีมือการผัดแป้งแต่งหน้าของเธอกันมานักต่อนัก และล่าสุด เหล่าพริตตี้หลากหลายค่ายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด เธอก็เสริมความสวยบนใบหน้าให้แก่เหล่านางฟ้ามอเตอร์โชว์แทบจะหมดทั้งฮอลล์

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348