เจ๊ จูดี้ ไม่เครียด...ไม่จน

“จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์” บัณฑิตสาวจากรั้วจามจุรี เรียนจบจากคณะบัญชี แต่หันมาเอาดีกับอาชีพโฆษณา... จนวันนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะครีเอทีฟหญิงรุ่นใหม่ ที่ขึ้นเวทีกวาดรางวัลทั้งโลคอลและอินเตอร์มาแล้วจนนับไม่ถ้วน...

“จน...เครียด...กินเหล้า... ประโยคโฆษณาสั้นๆ ที่ฮิตติดหูไปทั่วเมือง ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ ผลงานที่สร้างชื่อให้กับเธอ

สาวมั่นผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่น เพราะพกพา ไอเดีย ลีลามุกตลก เรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะจากคนรอบข้างอยู่เสมอๆ จนเพื่อนๆ เคยตั้งฉายา “จูดี้ มีสมมนต์”

อีกทั้งด้วยความช่างคิด ช่างพูด อันเป็นเสน่ห์ประจำตัวของเธอ บวกกับความมุ่งมั่น อดทน และมีใจรักในอาชีพ ทำให้นักสร้างสรรค์โฆษณาหญิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถคนนี้ ประสบความความสำเร็จในอาชีพอย่างน่าสนใจ

จูดี้ มีพื้นเพเดิม เป็นคนแปดริ้ว เติบโตมากับครอบครัวค้าขาย และเป็นเจ้าของค่ายมวย เธอเป็นลูกสาวคนสุดท้อง ซึ่งมีพี่ชายคนโตเรียนหมอ คนรองเรียนวิศวะ ขณะที่เธอเรียนบัญชี ตอนเอนทรานซ์เข้าเรียนขั้นมหาวิทยาลัย เพราะชอบคณิตศาสตร์ ซึ่งทำให้ต้องเรียนวิชาสถิติ ซึ่งเปรียบเหมือน “ยาขม” สำหรับนิสิตสาวจูดี้

“ตอนเรียนบัญชี ปี 3 เลือกเอกสาขาสถิติ กลับรู้สึกไม่ชอบ เพราะไม่เคยทำงบบัญชี 2 ด้านไม่เท่ากัน และไม่ถนัดเรื่องทำบัญชี เลยไปเลือกเรียน Major การตลาดแทน ทำให้มีโอกาสได้เรียน Introduction Advertising ทำให้รู้สึกชอบ สนุก และมีความเป็นไปได้” จูดี้ บอกกับ POSITIONING

การค้นพบตัวเองครั้งนั้น ส่งผลให้จูดี้หันเห “ความสนใจ” มาเรียนวิชาเกี่ยวกับโฆษณาอย่างจริงจังและปูพื้นฐานอาชีพอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะการหาประสบการณ์บนเวทีประกวดกับเพื่อนๆ ต่างคณะจนได้รางวัลเป็นค่าขนม ยิ่งเป็นแรงขับให้เธอมั่นใจมากขึ้น

“จริงๆ แล้วสนใจโฆษณามาตั้งแต่เด็กๆ ประมาณ 5-6 ขวบ สมัยอยู่ต่างจังหวัด ที่บ้านมีทีวีก็จะดูแต่โฆษณา ตอนนั้นมีโฆษณาหมู่บ้านเสนานิเวศน์ ชอบมากๆ ดูเรื่อยๆ มา อาจเป็นเพราะมันจบเร็วมั้ง (หัวเราะ) แค่ 30 วินาที และอาจเป็นเพราะเราเป็นคนมีสมาธิสั้น จากนั้นก็หายไปพักหนึ่งไม่ค่อยได้ดู

พอตอนเรียนมหาวิทยาลัยได้กลับมาเรียนโฆษณาก็ได้กลับมาดูโฆษณา ทำให้ความชอบกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นในปี 3 ตัดสินใจเรียนและตั้งเป้าหมายทำงานด้านโฆษณาเลย แต่เพราะตัวเองไม่ได้เรียนนิเทศฯ มา เลยพยายามเรียนรู้วิชาเพิ่มเติมด้านนิเทศศาสตร์บ้าง และ Join คณะสถาปัตย์ ลงเรียนวิชาการเขียน Copy เบื้องต้น หรือ Art Appreciation และติดตามข้อมูลข่าวสารจากนิตยสารการตลาด

ตอนนั้นรู้จักแมกกาซีนคู่แข่ง ซึ่งช่วงนั้นหนังสือให้นักศึกษาทำแคมเปญโฆษณาประกวด เป็นโครงการเจ้าพระยากับตาวิเศษ รวมทีมกับเพื่อนปี 4 จากคณะนิเทศฯ เพื่อนคณะสถาปัตย์ทำแคมเปญส่งเข้าประกวดได้รางวัลที่ 2 เลยรู้ว่าโฆษณามันก็ไม่ได้ยากเกินไป เราทำได้แม้ไม่ได้เรียนมาก็ตาม”

ผลงานโฆษณาที่ได้รางวัลครั้งนั้น ยังได้ช่วยเติม “เชื้อไฟ” ของอาชีพนักโฆษณาให้อีกครั้ง ทำให้เธอตัดสินใจสมัครเข้าทำงาน กับ Inhouse Agency ขนาดเล็กของห้างเดอะมอลล์ ซึ่งสร้างประสบการณ์อันคุ้มค่าและแววรุ่งของนักโฆษณาแนว มันส์ ...ฮา ก็ได้อุบัติขึ้นที่นั่น

“สมัยนั้นเดอะมอลล์ทำโฆษณาดีๆ หลายตัว ได้ทำงานเลย หลังจากสมัครงานทั้งที่ยังเรียนไม่จบ แต่เอาแฟ้มผลงานตราช้าง ซึ่งเป็นผลงานประกวดตอนเรียนมาให้เค้าดู เลยได้ทำงานอยู่แผนก ส่วนงานบริหารการตลาด มีลูกค้า คือ เดอะมอลล์ 1-2-3 และ Home Fresh Mart เวลามีแคมเปญอะไรก็มา Brief เพื่อให้ทำโปรโมชั่น โฆษณาและวินโดวส์ดิสเพลย์ และอีเวนต์ อีกทั้งคิดธีมงานโปรโมชั่น ทั้งลดกระหน่ำ ลดระห่ำ 3 วันซ้อน... หรือคิดธีมโฆษณาของ Home Fresh Mart Copy คำเก๋ๆ น้ำมา ปลาเลยลด... เจ สารพัดจาน (หัวเราะ) ทั้งลงไปทำงานผู้กำกับเวที (Stage Manager)

อีกทั้งยังได้ฝึกทำหนังโฆษณาง่ายๆ ต้นทุน 3.5 หมื่นบาท ต้องแก้ปัญหาด้วยเขียน Copy ให้สนุกๆ ตั้งชื่อผลงานให้มันส์ๆ ซึ่งทีมมาร์เก็ตติ้งก็ชอบนะ เพราะงานที่ลูกค้าดึงมาทำเองจากเอเยนซี่ส่วนมากจะห่วย (ความรู้สึกตอนนั้น) นับเป็นประสบการณ์ที่ดีและคุ้มค่ามากๆ เพราะทำให้เราทำงานเป็นทุกอย่าง”

แม้จะเรียนรู้ทำงานเป็นทุกอย่าง แต่ก็ “ไม่ใช่” นักโฆษณาอาชีพเต็มตัว อีกทั้งเพื่อนๆ ที่เคยทำงานด้วยกันลาออกไปทำเอเยนซี่ที่ใหญ่กว่า นั่นคือตัวเร่งที่ทำให้จูดี้ต้องตัดสินใจกับอนาคตใหม่อีกครั้ง และครั้งนั้นนับเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญยิ่ง

“ตอนนั้นสมัคร AE เพราะกลัวว่าไปสมัครเป็นครีเอทีฟแล้วไม่ได้ ซึ่งคิดว่าน่าจะง่ายกว่าๆ นะ ก็ถูกเรียกตัวไปคุยกับแผนก Client Service ทั้ง 3 แห่ง (Amex Grey, D&R และ JWT) เพราะ ชอบงานของทุกแห่ง และชอบมากที่สุด ของ Amex &Grey ชุดส้มตำ สีกัปตัน และรองเท้า Convert

ที่ Amex &Grey โชคดีได้คุยกับคุณกิตติ ซึ่งแกเห็นผลงานเราที่เคยทำงานหลายอย่าง เห็นหน่วยก้านดี เลยให้ไปอยู่แผนกครีเอทีฟดีกว่า... ดีใจมากแทบเป็นลม (จับเก้าอี้แน่น) จำได้ว่า บอกแกไปตรงๆ ว่า ตอนแรกอยากมาสมัครเป็นครีเอทีฟ ซึ่งหนูไม่ได้จบทางนั้นมา แต่ในใบสมัครเขียน AE /...(หัวเราะ) แกเห็นเราตลก เลยให้เป็น Junior Copywriter จากนั้นเราไม่เคยปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปเลย ”

จาก “Junior Copywriter เล็กๆ ” จนกลายเป็น “ครีเอทีฟใหญ่ ” ระดับชั้นแนวหน้า มีผลงานพิสูจน์กึ๋น จากเวทีประกวดทั้งในประเทศและต่างประเทศ จุรีพรบอกว่าต้องทำงานหนัก ทุ่มเท และอดทน กว่าจะมาถึงจุดนี้ ที่สำคัญ “ต้องขยัน” มากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่า เธอเล่าประสบการณ์เรียนรู้แบบ “ครูพัก ลักจำ” ให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า

“ตอนนั้นทำงานที่ Amex&Grey ทีมงานส่วนใหญ่งานยุ่ง เราไม่อยากไปรบกวนพี่ๆ เลยใช้วิธีการแอบดู (หัวเราะ) หลังจากพี่กลับบ้านกันหมดแล้ว ตั้งแต่ 6 โมงเย็นขึ้นไป เดินเข้าไปที่คอกทำงาน อ่านงานของพี่ๆ แล้วหัดจับประเด็นงาน ชอบงานอันไหนก็จำๆ เก็บเอามาวิเคราะห์ ทำไมงานชิ้นนี้ถึงดี ทำไมถึงชอบ และหาสูตรให้ตัวเอง

บางครั้งเวลามีการ Pitching งานเราก็อาสาสมัครเป็น Proofreader ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมาก รู้ว่าการคิดแคมเปญมาจากไหน โจทย์ ปัญหา วัตถุประสงค์ที่ต้องการ และตีโจทย์ออกมา เพื่อ Communication อย่างไร วิเคราะห์สถานการณ์ทางการตลาด คู่แข่งเป็นอย่างไร

ส่วนงานวิจัย ทำเพื่ออะไร ต้องมีข้อมูลสินค้า คู่แข่ง และคอนซูเมอร์ รวมทั้งการคิดเชิงกลยุทธ์ต้องทำอย่างไร ควรใช้เทคนิคไหนในการคิด หรือการทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นเหตุเป็นผลในสิ่งที่เราพูด ประสบการณ์อันนี้...สุดยอดเลย เพราะตอบโจทย์งานโฆษณา”

จากฐานะ “นักแก้โจทย์” หรือ “ครีเอทีฟโฆษณา” ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาว จากอเยนซี่ชั้นนำหลายแห่ง อาทิ ดีวายอาร์, ลีโอ เบอร์เน็ต, ซาทชิ แอนด์ ซาทชิ กระทั่ง รีซัลท์ เอเยนซี่ในเครือโอกิลวี่ เนิ่นนานนับ 10 ปี ทำให้เธอค้นพบ “สัจธรรม” เส้นทางนี้ พร้อมกับไอเดียบรรเจิด “เถ้าแก่เนี้ยว” ที่ Jeh United บริษัทเอเยนซี่น้องใหม่ที่ขอแจ้งเกิดในวงการอีกราย

“มองเห็นช่องทาง โอกาส เพราะเคยทำงานในเอเยนซี่ใหญ่มาหลายแห่ง พบว่า “กลยุทธ์และงานครีเอทีฟ” เป็นสิ่งสำคัญในการตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละราย อีกทั้งเอเยนซี่ใหญ่เสียเวลากับค่าใช้จ่ายต่างๆ มาก เรื่องไม่เป็นเรื่อง (การเอาใจเจ้านายฝรั่ง จัดเลี้ยงปาร์ตี้ใหญ่โต หรูหรา, การตกแต่งออฟฟิศใหญ่โต หรูหรา) เงินเหล่านี้มาจากลูกค้า ดูแล้วไม่แฟร์ รู้สึกเบื่อ และน่าเสียดาย ทำไมไม่ได้มาพัฒนา 2 อย่างนี้ (การคิดเชิงกลยุทธ์และงานครีเอทีฟ) เลยตัดสินใจมาเปิดเอเยนซี่เอง เน้นให้ผลงานเป็นตัวบอกระดับเอเยนซี่ และอยากทำงานเป็นมืออาชีพ และอยากสร้างมืออาชีพที่ทำงานอยู่กับเรารุ่นต่อๆ ไป

Positioning บริษัท วางเป็น Creative Power House หรือ Creative Boutique เน้นงานด้านไอเดีย คุณภาพงานครีเอทีฟ ในแง่ความแตกต่างจากเอเยนซี่ เนื้องานที่ทำอาจไม่แตกต่างมาก แต่คุณภาพของงานแต่ละงานมากกว่าที่แตกต่าง”

นอกจากการทำงานเป็นเจ้าของบริษัทเอง แล้ว เจ๊จูดี้ ล่าสุด เธอยังมี่ตำแหน่งเป็น “อาจารย์ใหม่” ของสถาบัน เทรนดิ้ง ด้านครีเอทีฟ จากออสเตรเลีย เพราะความตั้งใจที่อยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อสร้างเด็กรุ่นใหม่ประดับวงการโฆษณา

“ส่วนตัวตั้งใจที่จะสอนและเปิดเป็น Academy เพื่อสอนครีเอทีฟรุ่นใหม่ ที่ทำงานโฆษณา เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาเห็นว่าต้องอาศัยการ Train ล่าสุดเมื่อ Award School ชื่อดังจากออสเตรเลีย ซึ่งมีโปรแกรมการเทรนครีเอทีฟอันโด่งดัง และมีครีเอทีฟระดับโลกมากมาย ติดต่อเราให้ไปเป็นอาจารย์ใหญ่ เลยตกลง เพราะจะได้รู้วิธีการสอน และ Trainning เผื่อไปเสนอแนะสมาคมโฆษณา เพราะขณะนี้สมาคมมีโครงการทำ Post Graduate อยู่แล้ว”

คงไม่แปลกนัก หากชื่อ “จุรีพร ไทยดำรง” จะปรากฏในทำเนียบนายกสมาคมโฆษณา อีกคนหนึ่งในอนาคต เพราะอานิสงส์ที่มีต่อคนรุ่นหลังในวงการนี่เอง !!!

เหนื่อยนัก... พักตรงนี้

บ้านตึก 2 ชั้นหลังใหญ่ ราคา 11 ล้าน สไตล์บาหลี ห้อมล้อมด้วยรั้วละต้นไม้เขียวขจี ย่านวัชรพล ในโครงการ Noble Wana บ้านยอดนิยมของคนแวดวงโฆษณา คือแหล่งพักกาย หย่อนใจ ที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของครีเอทีฟสาวมือเก๋า...เจ้าของเอเยนซี่ชื่อเก๋ Jeh United หรือ เจ๊จูดี้ ซึ่งอาศัยอยู่กับคุณแม่วัย 70 ปี และพี่ชายคนรอง มาได้ไม่นาน ราว 2 ปีกว่า

ชีวิตประจำวันในบ้านหลังนี้ของเวิร์คกิ้ง วูแมน เต็มไปด้วยกิจวัตรที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน หลังจากตื่นนอนยามเช้าประมาณ 7.30-8.00 น. ชาร์จแบตเตอรี่สมองด้วยการเริ่มคิด วางแผนงานแต่ละวัน เพื่อสะสางงาน ปัญหาที่คั่งค้าง และงานที่ต้องทำให้เสร็จ

จากนั้นติดต่อลูกค้า และโทรสั่งงานลูกน้องที่บริษัท ในช่วงเช้า ตามด้วยดื่มกาแฟหนึ่งถ้วย และอาบน้ำและเตรียมตัวเดินทางไปทำงานออฟฟิศ ด้วยรถยนต์คู่กาย Honda สีดำ เพื่อไปตรวจงาน โดยเฉพาะงานครีเอทีฟ และหากมีประชุมข้างนอก มีโปรดักชั่นสำคัญก็ไปเลย ไม่เข้าออฟฟิศ และกลับบ้านอีกครั้งหลังเวลาล่วงไป ราว 3-4 ทุ่ม เป็นอย่างน้อย

ที่บริเวณบ้านและที่ทำงาน เธอเลี้ยงสุนัขที่ทำงานและจรจัด ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักที่เธอเต็มใจ สมัครใจทำ และทำอย่างมีความสุข คือการเลี้ยงสุนัขทั้งหมด 100 ตัว และหากมีเวลาว่างเมื่อใดเธอจะลงมือคลุกอาหารเลี้ยงบรรดาน้องหมาเหล่านั้นด้วยตัวเอง

นอกจากกิจกรรมโปรดสัตว์แล้ว เธอยังชอบการหนังสือ แม้ระยะหลังจะไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือมากนักก็ตาม แต่หนังสือที่อ่านประจำ ขาดไม่ได้ คือนิตยสาร Creativity เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของครีเอทีฟทั่วโลก

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

สงครามน้ำดำรอบใหม่ในปี 2557 กำลังถึงจุดที่ท้าทายของ “เอส” ต้องฝ่าวงล้อมคู่แข่ง หลังจากโดน “เป๊ปซี่” ช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจนหล่นมาเป็นเบอร์ 3 ทำให้เอสต้องเดินตามรอยบิ๊กโคล่า ใช้กลยุทธ์ “ราคา” และปริมาณเข้าสู้ ควบคู่ไปกับการให้ส่วนแบ่งตลาดร้านค้าแบบเต็มเหนี่ยว เพื่อรักษาเครือข่ายช่องทางจำหน่ายที่เป็นป้อมปราการที่สุด

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488