เจ๊ จูดี้ ไม่เครียด...ไม่จน

“จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์” บัณฑิตสาวจากรั้วจามจุรี เรียนจบจากคณะบัญชี แต่หันมาเอาดีกับอาชีพโฆษณา... จนวันนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะครีเอทีฟหญิงรุ่นใหม่ ที่ขึ้นเวทีกวาดรางวัลทั้งโลคอลและอินเตอร์มาแล้วจนนับไม่ถ้วน...

“จน...เครียด...กินเหล้า... ประโยคโฆษณาสั้นๆ ที่ฮิตติดหูไปทั่วเมือง ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ ผลงานที่สร้างชื่อให้กับเธอ

สาวมั่นผู้มีเอกลักษณ์โดดเด่น เพราะพกพา ไอเดีย ลีลามุกตลก เรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะจากคนรอบข้างอยู่เสมอๆ จนเพื่อนๆ เคยตั้งฉายา “จูดี้ มีสมมนต์”

อีกทั้งด้วยความช่างคิด ช่างพูด อันเป็นเสน่ห์ประจำตัวของเธอ บวกกับความมุ่งมั่น อดทน และมีใจรักในอาชีพ ทำให้นักสร้างสรรค์โฆษณาหญิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถคนนี้ ประสบความความสำเร็จในอาชีพอย่างน่าสนใจ

จูดี้ มีพื้นเพเดิม เป็นคนแปดริ้ว เติบโตมากับครอบครัวค้าขาย และเป็นเจ้าของค่ายมวย เธอเป็นลูกสาวคนสุดท้อง ซึ่งมีพี่ชายคนโตเรียนหมอ คนรองเรียนวิศวะ ขณะที่เธอเรียนบัญชี ตอนเอนทรานซ์เข้าเรียนขั้นมหาวิทยาลัย เพราะชอบคณิตศาสตร์ ซึ่งทำให้ต้องเรียนวิชาสถิติ ซึ่งเปรียบเหมือน “ยาขม” สำหรับนิสิตสาวจูดี้

“ตอนเรียนบัญชี ปี 3 เลือกเอกสาขาสถิติ กลับรู้สึกไม่ชอบ เพราะไม่เคยทำงบบัญชี 2 ด้านไม่เท่ากัน และไม่ถนัดเรื่องทำบัญชี เลยไปเลือกเรียน Major การตลาดแทน ทำให้มีโอกาสได้เรียน Introduction Advertising ทำให้รู้สึกชอบ สนุก และมีความเป็นไปได้” จูดี้ บอกกับ POSITIONING

การค้นพบตัวเองครั้งนั้น ส่งผลให้จูดี้หันเห “ความสนใจ” มาเรียนวิชาเกี่ยวกับโฆษณาอย่างจริงจังและปูพื้นฐานอาชีพอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะการหาประสบการณ์บนเวทีประกวดกับเพื่อนๆ ต่างคณะจนได้รางวัลเป็นค่าขนม ยิ่งเป็นแรงขับให้เธอมั่นใจมากขึ้น

“จริงๆ แล้วสนใจโฆษณามาตั้งแต่เด็กๆ ประมาณ 5-6 ขวบ สมัยอยู่ต่างจังหวัด ที่บ้านมีทีวีก็จะดูแต่โฆษณา ตอนนั้นมีโฆษณาหมู่บ้านเสนานิเวศน์ ชอบมากๆ ดูเรื่อยๆ มา อาจเป็นเพราะมันจบเร็วมั้ง (หัวเราะ) แค่ 30 วินาที และอาจเป็นเพราะเราเป็นคนมีสมาธิสั้น จากนั้นก็หายไปพักหนึ่งไม่ค่อยได้ดู

พอตอนเรียนมหาวิทยาลัยได้กลับมาเรียนโฆษณาก็ได้กลับมาดูโฆษณา ทำให้ความชอบกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นในปี 3 ตัดสินใจเรียนและตั้งเป้าหมายทำงานด้านโฆษณาเลย แต่เพราะตัวเองไม่ได้เรียนนิเทศฯ มา เลยพยายามเรียนรู้วิชาเพิ่มเติมด้านนิเทศศาสตร์บ้าง และ Join คณะสถาปัตย์ ลงเรียนวิชาการเขียน Copy เบื้องต้น หรือ Art Appreciation และติดตามข้อมูลข่าวสารจากนิตยสารการตลาด

ตอนนั้นรู้จักแมกกาซีนคู่แข่ง ซึ่งช่วงนั้นหนังสือให้นักศึกษาทำแคมเปญโฆษณาประกวด เป็นโครงการเจ้าพระยากับตาวิเศษ รวมทีมกับเพื่อนปี 4 จากคณะนิเทศฯ เพื่อนคณะสถาปัตย์ทำแคมเปญส่งเข้าประกวดได้รางวัลที่ 2 เลยรู้ว่าโฆษณามันก็ไม่ได้ยากเกินไป เราทำได้แม้ไม่ได้เรียนมาก็ตาม”

ผลงานโฆษณาที่ได้รางวัลครั้งนั้น ยังได้ช่วยเติม “เชื้อไฟ” ของอาชีพนักโฆษณาให้อีกครั้ง ทำให้เธอตัดสินใจสมัครเข้าทำงาน กับ Inhouse Agency ขนาดเล็กของห้างเดอะมอลล์ ซึ่งสร้างประสบการณ์อันคุ้มค่าและแววรุ่งของนักโฆษณาแนว มันส์ ...ฮา ก็ได้อุบัติขึ้นที่นั่น

“สมัยนั้นเดอะมอลล์ทำโฆษณาดีๆ หลายตัว ได้ทำงานเลย หลังจากสมัครงานทั้งที่ยังเรียนไม่จบ แต่เอาแฟ้มผลงานตราช้าง ซึ่งเป็นผลงานประกวดตอนเรียนมาให้เค้าดู เลยได้ทำงานอยู่แผนก ส่วนงานบริหารการตลาด มีลูกค้า คือ เดอะมอลล์ 1-2-3 และ Home Fresh Mart เวลามีแคมเปญอะไรก็มา Brief เพื่อให้ทำโปรโมชั่น โฆษณาและวินโดวส์ดิสเพลย์ และอีเวนต์ อีกทั้งคิดธีมงานโปรโมชั่น ทั้งลดกระหน่ำ ลดระห่ำ 3 วันซ้อน... หรือคิดธีมโฆษณาของ Home Fresh Mart Copy คำเก๋ๆ น้ำมา ปลาเลยลด... เจ สารพัดจาน (หัวเราะ) ทั้งลงไปทำงานผู้กำกับเวที (Stage Manager)

อีกทั้งยังได้ฝึกทำหนังโฆษณาง่ายๆ ต้นทุน 3.5 หมื่นบาท ต้องแก้ปัญหาด้วยเขียน Copy ให้สนุกๆ ตั้งชื่อผลงานให้มันส์ๆ ซึ่งทีมมาร์เก็ตติ้งก็ชอบนะ เพราะงานที่ลูกค้าดึงมาทำเองจากเอเยนซี่ส่วนมากจะห่วย (ความรู้สึกตอนนั้น) นับเป็นประสบการณ์ที่ดีและคุ้มค่ามากๆ เพราะทำให้เราทำงานเป็นทุกอย่าง”

แม้จะเรียนรู้ทำงานเป็นทุกอย่าง แต่ก็ “ไม่ใช่” นักโฆษณาอาชีพเต็มตัว อีกทั้งเพื่อนๆ ที่เคยทำงานด้วยกันลาออกไปทำเอเยนซี่ที่ใหญ่กว่า นั่นคือตัวเร่งที่ทำให้จูดี้ต้องตัดสินใจกับอนาคตใหม่อีกครั้ง และครั้งนั้นนับเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญยิ่ง

“ตอนนั้นสมัคร AE เพราะกลัวว่าไปสมัครเป็นครีเอทีฟแล้วไม่ได้ ซึ่งคิดว่าน่าจะง่ายกว่าๆ นะ ก็ถูกเรียกตัวไปคุยกับแผนก Client Service ทั้ง 3 แห่ง (Amex Grey, D&R และ JWT) เพราะ ชอบงานของทุกแห่ง และชอบมากที่สุด ของ Amex &Grey ชุดส้มตำ สีกัปตัน และรองเท้า Convert

ที่ Amex &Grey โชคดีได้คุยกับคุณกิตติ ซึ่งแกเห็นผลงานเราที่เคยทำงานหลายอย่าง เห็นหน่วยก้านดี เลยให้ไปอยู่แผนกครีเอทีฟดีกว่า... ดีใจมากแทบเป็นลม (จับเก้าอี้แน่น) จำได้ว่า บอกแกไปตรงๆ ว่า ตอนแรกอยากมาสมัครเป็นครีเอทีฟ ซึ่งหนูไม่ได้จบทางนั้นมา แต่ในใบสมัครเขียน AE /...(หัวเราะ) แกเห็นเราตลก เลยให้เป็น Junior Copywriter จากนั้นเราไม่เคยปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปเลย ”

จาก “Junior Copywriter เล็กๆ ” จนกลายเป็น “ครีเอทีฟใหญ่ ” ระดับชั้นแนวหน้า มีผลงานพิสูจน์กึ๋น จากเวทีประกวดทั้งในประเทศและต่างประเทศ จุรีพรบอกว่าต้องทำงานหนัก ทุ่มเท และอดทน กว่าจะมาถึงจุดนี้ ที่สำคัญ “ต้องขยัน” มากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่า เธอเล่าประสบการณ์เรียนรู้แบบ “ครูพัก ลักจำ” ให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า

“ตอนนั้นทำงานที่ Amex&Grey ทีมงานส่วนใหญ่งานยุ่ง เราไม่อยากไปรบกวนพี่ๆ เลยใช้วิธีการแอบดู (หัวเราะ) หลังจากพี่กลับบ้านกันหมดแล้ว ตั้งแต่ 6 โมงเย็นขึ้นไป เดินเข้าไปที่คอกทำงาน อ่านงานของพี่ๆ แล้วหัดจับประเด็นงาน ชอบงานอันไหนก็จำๆ เก็บเอามาวิเคราะห์ ทำไมงานชิ้นนี้ถึงดี ทำไมถึงชอบ และหาสูตรให้ตัวเอง

บางครั้งเวลามีการ Pitching งานเราก็อาสาสมัครเป็น Proofreader ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมาก รู้ว่าการคิดแคมเปญมาจากไหน โจทย์ ปัญหา วัตถุประสงค์ที่ต้องการ และตีโจทย์ออกมา เพื่อ Communication อย่างไร วิเคราะห์สถานการณ์ทางการตลาด คู่แข่งเป็นอย่างไร

ส่วนงานวิจัย ทำเพื่ออะไร ต้องมีข้อมูลสินค้า คู่แข่ง และคอนซูเมอร์ รวมทั้งการคิดเชิงกลยุทธ์ต้องทำอย่างไร ควรใช้เทคนิคไหนในการคิด หรือการทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นเหตุเป็นผลในสิ่งที่เราพูด ประสบการณ์อันนี้...สุดยอดเลย เพราะตอบโจทย์งานโฆษณา”

จากฐานะ “นักแก้โจทย์” หรือ “ครีเอทีฟโฆษณา” ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาว จากอเยนซี่ชั้นนำหลายแห่ง อาทิ ดีวายอาร์, ลีโอ เบอร์เน็ต, ซาทชิ แอนด์ ซาทชิ กระทั่ง รีซัลท์ เอเยนซี่ในเครือโอกิลวี่ เนิ่นนานนับ 10 ปี ทำให้เธอค้นพบ “สัจธรรม” เส้นทางนี้ พร้อมกับไอเดียบรรเจิด “เถ้าแก่เนี้ยว” ที่ Jeh United บริษัทเอเยนซี่น้องใหม่ที่ขอแจ้งเกิดในวงการอีกราย

“มองเห็นช่องทาง โอกาส เพราะเคยทำงานในเอเยนซี่ใหญ่มาหลายแห่ง พบว่า “กลยุทธ์และงานครีเอทีฟ” เป็นสิ่งสำคัญในการตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละราย อีกทั้งเอเยนซี่ใหญ่เสียเวลากับค่าใช้จ่ายต่างๆ มาก เรื่องไม่เป็นเรื่อง (การเอาใจเจ้านายฝรั่ง จัดเลี้ยงปาร์ตี้ใหญ่โต หรูหรา, การตกแต่งออฟฟิศใหญ่โต หรูหรา) เงินเหล่านี้มาจากลูกค้า ดูแล้วไม่แฟร์ รู้สึกเบื่อ และน่าเสียดาย ทำไมไม่ได้มาพัฒนา 2 อย่างนี้ (การคิดเชิงกลยุทธ์และงานครีเอทีฟ) เลยตัดสินใจมาเปิดเอเยนซี่เอง เน้นให้ผลงานเป็นตัวบอกระดับเอเยนซี่ และอยากทำงานเป็นมืออาชีพ และอยากสร้างมืออาชีพที่ทำงานอยู่กับเรารุ่นต่อๆ ไป

Positioning บริษัท วางเป็น Creative Power House หรือ Creative Boutique เน้นงานด้านไอเดีย คุณภาพงานครีเอทีฟ ในแง่ความแตกต่างจากเอเยนซี่ เนื้องานที่ทำอาจไม่แตกต่างมาก แต่คุณภาพของงานแต่ละงานมากกว่าที่แตกต่าง”

นอกจากการทำงานเป็นเจ้าของบริษัทเอง แล้ว เจ๊จูดี้ ล่าสุด เธอยังมี่ตำแหน่งเป็น “อาจารย์ใหม่” ของสถาบัน เทรนดิ้ง ด้านครีเอทีฟ จากออสเตรเลีย เพราะความตั้งใจที่อยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อสร้างเด็กรุ่นใหม่ประดับวงการโฆษณา

“ส่วนตัวตั้งใจที่จะสอนและเปิดเป็น Academy เพื่อสอนครีเอทีฟรุ่นใหม่ ที่ทำงานโฆษณา เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาเห็นว่าต้องอาศัยการ Train ล่าสุดเมื่อ Award School ชื่อดังจากออสเตรเลีย ซึ่งมีโปรแกรมการเทรนครีเอทีฟอันโด่งดัง และมีครีเอทีฟระดับโลกมากมาย ติดต่อเราให้ไปเป็นอาจารย์ใหญ่ เลยตกลง เพราะจะได้รู้วิธีการสอน และ Trainning เผื่อไปเสนอแนะสมาคมโฆษณา เพราะขณะนี้สมาคมมีโครงการทำ Post Graduate อยู่แล้ว”

คงไม่แปลกนัก หากชื่อ “จุรีพร ไทยดำรง” จะปรากฏในทำเนียบนายกสมาคมโฆษณา อีกคนหนึ่งในอนาคต เพราะอานิสงส์ที่มีต่อคนรุ่นหลังในวงการนี่เอง !!!

เหนื่อยนัก... พักตรงนี้

บ้านตึก 2 ชั้นหลังใหญ่ ราคา 11 ล้าน สไตล์บาหลี ห้อมล้อมด้วยรั้วละต้นไม้เขียวขจี ย่านวัชรพล ในโครงการ Noble Wana บ้านยอดนิยมของคนแวดวงโฆษณา คือแหล่งพักกาย หย่อนใจ ที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของครีเอทีฟสาวมือเก๋า...เจ้าของเอเยนซี่ชื่อเก๋ Jeh United หรือ เจ๊จูดี้ ซึ่งอาศัยอยู่กับคุณแม่วัย 70 ปี และพี่ชายคนรอง มาได้ไม่นาน ราว 2 ปีกว่า

ชีวิตประจำวันในบ้านหลังนี้ของเวิร์คกิ้ง วูแมน เต็มไปด้วยกิจวัตรที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน หลังจากตื่นนอนยามเช้าประมาณ 7.30-8.00 น. ชาร์จแบตเตอรี่สมองด้วยการเริ่มคิด วางแผนงานแต่ละวัน เพื่อสะสางงาน ปัญหาที่คั่งค้าง และงานที่ต้องทำให้เสร็จ

จากนั้นติดต่อลูกค้า และโทรสั่งงานลูกน้องที่บริษัท ในช่วงเช้า ตามด้วยดื่มกาแฟหนึ่งถ้วย และอาบน้ำและเตรียมตัวเดินทางไปทำงานออฟฟิศ ด้วยรถยนต์คู่กาย Honda สีดำ เพื่อไปตรวจงาน โดยเฉพาะงานครีเอทีฟ และหากมีประชุมข้างนอก มีโปรดักชั่นสำคัญก็ไปเลย ไม่เข้าออฟฟิศ และกลับบ้านอีกครั้งหลังเวลาล่วงไป ราว 3-4 ทุ่ม เป็นอย่างน้อย

ที่บริเวณบ้านและที่ทำงาน เธอเลี้ยงสุนัขที่ทำงานและจรจัด ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักที่เธอเต็มใจ สมัครใจทำ และทำอย่างมีความสุข คือการเลี้ยงสุนัขทั้งหมด 100 ตัว และหากมีเวลาว่างเมื่อใดเธอจะลงมือคลุกอาหารเลี้ยงบรรดาน้องหมาเหล่านั้นด้วยตัวเอง

นอกจากกิจกรรมโปรดสัตว์แล้ว เธอยังชอบการหนังสือ แม้ระยะหลังจะไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือมากนักก็ตาม แต่หนังสือที่อ่านประจำ ขาดไม่ได้ คือนิตยสาร Creativity เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของครีเอทีฟทั่วโลก

Consumer Insight

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

กลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว หลังจากการที่ ฐากร ตันฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ให้ข้อมูลผ่าน ทวิตเตอร์ @TakornNBTC ว่า “สำนักงาน กสทช.ผ่านรับรองมาตรฐานไอโฟน 6 (iPhone 6) เพื่ออนุญาตให้จำหน่ายในไทยแล้วครับ”

เห็นตัวเลขยอดเติบโตสมาร์ทโฟนในไทยที่ GFK คาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี 2557 จะมีมูลค่ารวม 100,000 ล้านบาท หรือมียอดขายรวมอยู่ที่ 11 ล้านเครื่อง หัวเหว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย แบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีและสื่อสารจากจีน เลยไม่รอช้า รีบส่งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ท อย่างละ 2 รุ่น ออกลงสู่ตลาด ท่ามกลางคู่แข่งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในช่วงปลายปี

Social Media Club

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

ไลน์ เป็นแชทแอพพลิเคชั่น ที่มักจะมีฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆ แก่ผู้เสมอ ๆ และไลน์เองก็ได้ทุ่มทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นยอด Usage และเพิ่มจำนวน User

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488