เบื้องหลังปั้นแบรนด์แอพฯ 3 แบรนด์ “แอ๊กซ์-นมตราหมี-ฟอร์ด เฟียสต้า”

สร้างแบรนด์ยุคนี้ รู้จักอย่างเดียวไม่พอ ต้องรักด้วย ด้วยเหตุ 3 แบรนด์ดังจาก 3 ธุรกิจ “แอ๊กซ์-นมตราหมี-ฟอร์ด เฟียสต้า” เลือกใช้ “แบรนด์แอพฯ” เป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์กับลูกค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา

ตัวเลขสถิติผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโมบายล์ดีไวซ์ เพิ่มเป็นสัดส่วน 36% ของยอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 20 ล้านคนในเวลานี้ และส่วนใหญ่อยู่ในวัยอายุต่ำกว่า 24 ปี คือสิ่งที่มีเดียเอเยนซี่อย่างมายด์แชร์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญตลาดออนไลน์ ประเมินแล้วว่า เป็นจังหวะและโอกาสที่ดีสำหรับแบรนด์เลือกใช้ “โมบายล์แอพฯ” เป็นเครื่องมือในการสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ความท้าทายของการทำแบรนด์แอพฯ ไม่ใช่เป็นการให้เพียงแค่การให้ “ข้อมูล” ทั่วๆ ไปที่หาได้จากเว็บไซต์ของบริษัทอยู่แล้ว แต่โจทย์อยู่ที่ว่าทำอย่างไรจึงจะให้ประสบการณ์ความสนุกแก่ผู้มาโหลดแบรนด์แอพฯ ไปใช้

นมตราหมี สื่อสารแคมเปญได้ทุกที่ทุกเวลา
เอกชัย ปาริชาติกานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต (Digital Director) บริษัท มายด์แชร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยกตัวอย่าง แบรนด์ที่ใช้บริการจากหน่วยงานดิจิตอล ของมายด์แชร์ ในการสร้างโมบายแอพฯ ให้กับบริษัทเนสท์เล่ (ไทย) ในแคมเปญออนไลน์ของนมผงตราหมี ในการคัดเลือกคุณแม่มาเป็นบล็อกเกอร์ หรือ “ MommyBear Blogger” แข่งภารกิจเลี้ยงดูลูก และแชร์ประสบการณ์เลี้ยงลูกผ่านเว็บไซต์ mommybear.net ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์ออนไลน์กับลูกค้าเป้าหมายที่เป็นบรรดาคุณแม่ ที่นมตราหมีจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3

มาปีนี้ เมื่อตลาดสมาร์ทโฟนโตขึ้น นมตราหมีมองเห็นโอกาสนำโมบายล์แอพพลิเคชั่นมาต่อยอดแคมเปญจากเดิมที่ต้องสื่อสารหน้าจอคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนมาดูได้จากแอพพลิเคชั่นบสมาร์ทโฟน การสื่อสารข้อมูลระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายเกิดขึ้นตลอดเวลา คุณแม่ที่เป็นบล็อกเกอร์อัพข้อมูลจากมือถือได้ทันที ส่วนผู้ที่เป็นแฟนคลับติดตามข้อมูล และคอมเมนต์กลับได้ทุกที่ทุกเวลา

นอกจากนี้ข้อมูลจากโมบายล์แอพฯ จะมีความเทเลอร์เมทมากขึ้น เช่น เครื่องมือในการเลี้ยงดูลูก แบ่งไปตามพัฒนาการของอายุเด็กแต่ละวัย ซึ่งสามารถแชร์ และคอมเมนต์ได้ทันที

ผลที่ตามมา กลุ่มเป้าหมายจะใช้เวลาอยู่กับแบรนด์มากขึ้น และเกิดการแชร์ข้อมูลมากขึ้น นี่คือจุดมุ่งหมายในการนำโมบายล์แอพฯ มาใช้กับแคมเปญในปีที่ 3

“นี่คือข้อดีของโมบายล์แอพฯ ให้เรื่องของ Stickiness เมื่อคนโหลดแอพไปแล้ว เขาติดตามได้สะดวกกว่า เขาเวลาที่ใช้กับแบรนด์จะมีมากขึ้น และเกิดการดูซ้ำ นี่คือสิ่งที่เราได้”

AXE ใช้แบรนด์แอพสร้างความผูกพัน
อีกกรณีเป็นการสร้างแบรนด์แอพพลิเคชั่น สเปรย์ระงับกลิ่นกาย Axe ที่มียอดดาวโหลด หมื่นกว่าคนภายใน 1 เดือน และมีรางวัล “ดิจิตอล มีเดีย เอเชีย อวอร์ด” การันตีความสำเร็จ

เอกชัยเล่าจุดเริ่มต้นแบรนด์แอพฯ ของ Axe มาจากสำรวจกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นชาย ระดับมัธยมถึงมหาวิทยาลัย และพบว่ามีจำนวนมากถึง 60- 70% ที่มีไอโฟนใช้งาน และใช้เวลาส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน จึงต้องการเพิ่มแบรนด์แอพฯ เพื่อเป็นอีกครื่องมือที่แบรนด์จะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ตลอดเวลาและนานขึ้น นอกเหนือไปจากสื่อทีวีซี ออนไลน์ สิ่งพิมพ์ ที่ Axe สร้างการรับรู้ผ่านแคมเปญโฆษณาชุด “นางฟ้า” มาแล้วก่อนหน้านี้แล้ว

ไอเดียในการแบรนด์แอพฯ ของ Axe จึงไม่ใช่แค่การให้เนื้อหา หรือแกลเลอรี่ภาพ ซึ่งปัจจุบันถือเป็นเรื่องธรรมดาและไม่จูงใจพอ แต่ต้องสร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้ใช้มากพอที่จะนำไปแชร์ และบอกปากต่อปาก

“บิ๊กไอเดีย” ของแบรนด์แอพฯ จึงเป็นเรื่องของการเปลี่ยนไอโฟนให้เป็นเครื่องมือในการไล่จับนางฟ้า โดยมีเทคโนโลยี “โลเคชั่นเบสท์” มาช่วย เมื่อนำไอโฟนไป “เช็กอิน” ตามสถานที่ต่างๆ ที่วัยรุ่นนิยมไป เช่น สยามสแควร์ มหาวิทยาลัย สถานที่ท่องเที่ยว จะมีภาพ “นางฟ้า” ตกลงมาเก็บสะสมเก็บไว้ แต่ละโลเคชั่นจะมีนางฟ้าต่างกันไป เมื่อไล่จับนางฟ้าจนได้ครบ 6 องค์ จะได้รับฟีเจอร์ 3 อย่าง คือ แกลเลอรี่ภาพของนางฟ้า คลิปเบื้องหลังการถ่ายทำ และนางฟ้ามาปลุกให้ตื่นทุกเช้า เพื่อกระตุ้นให้คนไปใช้งาน และบอกต่อ

ระบบยังเชื่อมโยงกับโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ทุกครั้งที่มีคนจับนางฟ้าได้ ข้อมูลถูกขึ้นไปแชร์บนเฟซบุ๊ก และเว็บบอร์ด กระตุ้นให้เกิดการใช้และบอกต่อ เมื่อโลเคชั่นไหนมีคนมาไล่จับนางฟ้ามากๆ ทีมงานจะส่งนางฟ้าจริงๆ มาให้ถึงสถานที่นั้นๆ นี่คือ กิมมิกที่ใส่เข้ามาเพื่อให้เกิดการสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์

“ระบบจะแจ้งมาเลย ทุก 1 วินาทีจะมีคนจับนางฟ้าได้ 1 องค์ เราเลยเพิ่มกิมมิกไป สถานที่ไหนมีเด็กมารวมกลุ่มเล่นกันเยอะๆ เราจะส่งนางฟ้าตัวจริงไป ก็ยิ่งทำให้แคมเปญถูกบอกต่อ” เอกชัยบอก

แคมเปญยังไม่ได้จบแค่นั้น ผู้ที่เล่นครบทุกฟีเจอร์ จะได้รับเชิญไปร่วมงาน Exclusive ปาร์ตี้ ในอีเวนต์ใหญ่ “มหกรรมนางฟ้า” การใช้ขยายผลแบรนด์แอพฯ เป็นเครื่องมือในดึงดูด (Engage) ให้คนมาสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์นานขึ้น

ระยะเวลาแคมเปญเดือนกว่า มีจำนวนดาวโหลดกว่าหมื่นกว่าคน เกิดการแชร์บนโซเชี่ยลโดยมีคนมองเห็น 50 ล้านครั้ง ถือว่าสำเร็จเกินเป้าหมายที่ Axe วางไว้ ทำแบรนด์แอพในครั้งนี้ ที่สำคัญ มีผลต่อการเพิ่มยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

แต่ทีมงานมายด์แชร์ ก็ต้องเจอความท้าทายของการทำแบรนด์แอพของ Axe โดยเฉพาะ การเลือกใช้เทคโนโลยี “โลเคชั่นเบสท์” ที่ต้องใช้กว่า 2 เดือนกว่าจะพัฒนาขึ้นมาได้ แต่ก็จำเป็น เพราะแบรนด์สามารถแสดงตัวตนได้มากกว่า การใช้โปรแกรมที่มีอยู่แล้วอย่าง โฟร์สแควร์ หรือเฟซบุ๊กเพลส ถึงจะสะดวกแต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องการใส่แบรนด์

“การใช้แบรนด์แอพฯ” ไม่ใช่เรื่องของให้ข้อมูลธรรมดา เป็นเรื่องของการสร้างความผูกพันระยะยาวกับกลุ่มเป้าหมาย เมื่อคนโหลดแอพฯ แล้วแบรนด์เราฝังในโทรศัพท์เขา ทำอย่างไรให้ผู้ใช้สนุก หรือตัวลูกค้าได้ประโยชน์ นี่คือหัวใจของแบรนด์แอพฯ”

ฟอร์ด เฟียสต้า ใช้แอพฯ สร้าง CRM
นอกจากรูปลักษณ์ของรถที่ดูโฉบเฉี่ยวแบบ ฟังก์ชันการใช้งานเน้นความทันสมัย สามารถสั่งงานด้วยเสียง และยังสามารถใช้งานร่วมกับไอโฟน ฟอร์ด เฟียสต้า เป็นอีกแบรนด์ที่ตัดสินใจนำ ”โมบายล์แอพฯ” มาเป็นเครื่องมือเพื่อเข้าถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลัก

หลังการเปิดตัวสู่ตลาด ฟอร์ด เฟียสต้า เลือกใช้โซเชี่ยลมีเดียเป็นหนึ่งในสื่อหลักเพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย จนสร้างฐานแฟนคลับได้ในระดับหนึ่ง การนำโมบายล์แอพฯ มาใช้ เมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อเข้าถึงไลฟ์สไตล์ความสนใจคนรุ่นใหม่ให้ลึกยิ่งขึ้น เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างประสบการณ์ตรงร่วมแบรนด์ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

ฐานข้อมูลของผู้มาสมัครใช้แอพฯ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้า โดยข้อมูลเหล่านี้ (ได้รับอนุญาตจากผุ้สมัครแล้ว) จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่น ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นผู้ช่วยค้นหาสมาชิกที่มีความสนใจเหมือนๆ กัน โดยใช้เทคโนโลยี “โลเคชั่นเบสท์” มาช่วย เมื่อสมาชิกกดเช็กอิน แอพฯ จะแจ้งทันทีว่ามีเพื่อนสมาชิกใครบ้างที่อยู่ในบริเวณนั้น มีไลฟ์สไตล์ความชอบคล้ายกัน แอพฯ จะแนะนำให้มารู้จัก

เอกชัย จุดสุดท้ายของโปรเจกต์นี้ คือ การสร้างเครื่องมือการทำ CRM เขายกตัวอย่าง เมื่อระบบจะรู้ว่าสมาชิกชอบเตะบอล แอพฯ จะแนะนำสนามบอลอยู่ใกล้ๆ พอไปถึงสนามบอล เช็กอินแล้วแอพจะบอกให้ไปเจอก๊วนที่ชอบเตะบอลเหมือนกัน

เมื่อคอมมูนิตี้ใหญ่ขึ้น ฟอร์ด เฟียสต้าจะเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรม ที่เกิดจากความต้องการที่แท้จริงของสมาชิก ซึ่งความหลากหลาย และเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรม และความสนใจได้ตลอดเวลา

“การทำตลาดบนโซเชี่ยลมีเดีย ไม่จำเป็นต้องยัดเยียดโฆษณา ดังนั้นเราแทบไม่เห็นโลโก้ฟอร์ดเลย หน้าที่ของแบรนด์ในโลกของออนไลน์ คือการเป็นสนับสนุน ให้คอมมูนิตี้เติบโตไปได้ จากนั้นความผูกพันของลูกค้าจะเกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจากแบรนด์ ทั้งจากบัตรส่วนลดที่เรามอบให้ และกิจกรรมที่เราจัดให้”

การใช้แบรนด์แอพฯ ของฟอร์ด เฟียสต้า จึงแตกต่างจากฯ กรณีของ Axe ที่แบรนด์ เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์แล้ว การทำแอพฯ จึงเน้นไปที่การให้แบรนด์ไปอยู่กับกลุ่มเป้าหมายทุกที่ทุกเวลา และใช้เวลานานขึ้น ในขณะที่ฟอร์ด เฟียสต้ายังอยู่ขั้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้จริง เส้นทางเดินของฟอร์ดในโลกของโมบายล์แอพฯ จึงต้องเดินหน้าต่อ เพื่อทำให้แบรนด์ให้เป็นส่วนหนึ่งในใจของผู้ใช้รถได้ในที่สุด

เรื่องต้องรู้ก่อนใช้แบรนด์แอพฯ
• การทำขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแบรนด์
• ไม่ควรให้ข้อมูลธรรมดาๆ ที่หาได้จากเว็บไซต์ขององค์กร
• ข้อมูลที่ให้ต้องเป็นประโยชน์ เช่นทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
• ส่วนใหญ่จะใช้ในขั้นของการสร้างความผูกพัน Engage หรือให้แบรนด์เป็นที่รัก
• งบประมาณในการสร้างแบรนด์แอพฯ อยู่ในระดับเดียวกับการสร้างเว็บไซต์

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488