เพาเวอร์บายไม่หวั่นสถานการณ์การเมือง อัดงบกว่า 10 ล้านบาทจัดงาน “POWER BUY PHOTO FEST 2010”

เพาเวอร์บาย ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ครบวงจรที่สุด ในเครือบริษัทเซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดแคมเปญใหญ่ ประจำปีไตรมาสแรก “POWER BUY PHOTO FEST 2010” มหกรรมงานแสดงนวัตกรรมสุดล้ำไฮเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และจัดจำหน่ายกล้องครั้งใหญ่แห่งปี 53 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซน Eden และ Central Court เต็มพื้นที่กว่า 800 ตารางเมตร ตั้งแต่วันนี้ - 6 เมษายน 53 พร้อมวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการระดมพันธมิตรยักษ์ใหญ่แห่งวงการกล้องดิจิตอล และอุปกรณ์เสริมกว่า 30 แบรนด์ชั้นนำมาร่วมเสริมทัพโปรโมชั่น 6 ต่อ ภายใต้คอนเซปต์ “เหนือกว่า คุ้มค่ากว่า” ที่นี่ที่เดียว

นางสาวสอางทิพย์ อมรฉัตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด เปิดเผยว่า “ งาน POWER BUY PHOTO FEST 2010 ได้จัดติดต่อกันต่อเนื่องประจำทุกปี โดยปีนี้เป็นปีที่...... ซึ่งเพาเวอร์บาย ถือเป็นผู้นำการจัดงานมหกรรมนวัตกรรมกล้องดิจตอลและอุปกรณ์เสริมที่มีสินค้าครบครันหลากหลายมากที่สุด จะเห็นได้จากในแต่ละครั้งของการจัดงาน ได้รับความสนใจจากลูกค้าและประชาชนเป็นอย่างมาก ในปีนี้เพาเวอร์บายยังคงเอาใจคนรักกล้อง ด้วยการสรรหาสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดแห่งวงการกล้อง พร้อมเพิ่มสิทธิพิเศษอีกมากมาย ทั้งกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุด และอุปกรณ์เสริมจากแบรนด์คุณภาพชั้นนำ รวมถึงโปรโมชั่นสุดคุ้ม ภายใต้คอนเซ็ปต์ เหนือกว่า คุ้มค่ากว่า ทุกโปรโมชั่นกล้องใดๆ”

“ POWER BUY PHOTO FEST 2010 ในปีนี้เรายังคงได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรเดิมและพันธมิตรใหม่ถึง 30 แบรนด์ชั้นนำ ภายในงานจะได้พบกับการเปิดตัวนวัตกรรมกล้องใหม่ล่าสุดของปี 2553 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พันธมิตรแต่ละรายนำมาเปิดตัวอวดโฉมในงานเราที่แรก ซึ่งยังไม่เคยเปิดตัวที่อื่นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ ที่ไฮเทคโน
โลยีทันสมัยล่าสุด จากแบรนด์ต่างๆ อาทิ SONY, CANON, PANASONIC SAMSUNG, OLYMPUS, NIKON, RICOH, FUJI, SANYO, JVC ,CASIO, BRICA เป็นต้น โดยในปีนี้เรายังคงเลือกศูนย์การเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซนอีเดน เป็นพื้นที่ในการจัดงาน เราจัดเต็มพื้นที่มากถึง 800 ตารางเมตร จุดเด่นของงานในครั้งนี้ เน้นการแบ่งพื้นที่ในการโชว์และจัดวางสินค้าแยกแบรนด์อย่างชัดเจน สินค้าที่นำมาจำหน่ายนั้นครบทุกหมวดหมู่ที่เกี่ยวกับกล้อง ง่ายต่อการเลือกซื้อของลูกค้า โดยแต่ละแบรนด์เอง ก็จะมีไฮไลท์พิเศษทั้งสินค้าใหม่ สินค้าราคาพิเศษ ของแถมและส่วนลดต่าง ๆ มอบให้กับลูกค้าเพิ่มเติมจากสิทธิพิเศษของเพาเวอร์บายเองอีกด้วย

สำหรับข้อเสนอพิเศษของเพาเวอร์บายเองในปีนี้ เรายังคงชูโปรโมชั่น 0% นานสูงสุด 12 เดือน ซึ่งถือเป็นโปรโมชั่นที่ลูกค้าชื่นชอบและได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก พร้อมกันนี้เรายังให้ส่วนลดพิเศษเพิ่มอีก 3-10% บวกกับโปรโมชั่นพิเศษอีก 6 ต่อ ซึ่งเป็นโปรโมชั่นกล้องที่แรงที่สุดแห่งปี ในปีนี้นอกจากเราจะได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรแบรนด์ต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นมาแล้ว เรายังคงได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทางการเงินเพิ่มขึ้นอีกด้วย อาทิ เพาเวอร์บายคาร์ด บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ บัตรเครดิตกรุงศรี จีอี บัตรเครดิตกสิกรไทย บัตรเซ็นทรัลคาร์ด และโรบินสันคาร์ด และโปรโมชั่นที่ขาดไม่ได้เลยคือ Hot Price สินค้าสุดฮอตลดวันต่อวัน ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดจากลูกค้าในการจัดงานมาทุกปี ทั้งนี้ลูกค้าสามารถติดตามได้โปรโมชั่นของเราได้จากสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างๆ ซึ่งเราได้มีการสื่อสารออกไปครอบคลุมทุกสื่อ ทั้งสื่อภายนอก และสื่อภายในพื้นที่การจัดงาน ตั้งแต่วันแรก จนถึงวันสุดท้าย เราเชื่อว่าโปรโมชั่นต่างๆ ที่เราส่งออกมากระตุ้นตลาดเหล่านี้ จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปออกมาช้อปปิ้งจับจ่ายกันมากขึ้น เพราะโปรโมชั่นต่างๆ นั้น ผู้ที่ได้รับความคุ้มค่า และสิทธิพิเศษมากที่สุดก็คือลูกค้านั่นเอง”

“ในส่วนของการตั้งเป้าหมายยอดขายของงาน POWER BUY PHOTO FEST 2010 ในปีนี้ จะเห็นได้จากความสำเร็จที่ผ่านมาบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าลูกค้ามีการตอบรับงานของเราเป็นอย่างดี ทำให้เรามียอดขายและจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นทุกครั้ง โดยในปีนี้เราตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 45 ล้านบาท จากระยะเวลาจัดงานทั้งสิ้น 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.- 6 เม.ย. 53 เราคาดว่าเป้าที่เราวางไว้นั้นจะเป็นไปตามความคาดหมายอันเนื่องมาจากปัจจัยความพร้อมหลายๆ อย่างที่เอื้ออำนวย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่จัดงานนั่นก็คือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่อยู่ในย่านธุรกิจ ใจกลางเมือง มีเส้นทางการคมนาคมให้ลูกค้าเลือกที่ใช้ในการเดินทางมาที่งานได้สะดวกสบาย ซึ่งในปีนี้เราได้ทุ่มงบประมาณการจัดงานทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านบาท ในส่วนของทิศทางและแนวโน้มการเติบโตของตลาดกล้องในปี 2553 นี้ เรามองว่า โดยภาพรวมตลาดกล้องปีนี้ยังคงสดใส สืบเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่มองว่าการมีกล้อง และการถ่ายรูปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว เพราะนอกเหนือจากการถ่ายรูปตามเทศกาลท่องเที่ยวทั่วไป ปัจจุบันกระแสโลกอินเตอร์เน็ต ในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ก็เป็นที่นิยมเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบล็อกของตัวเอง การลงรูปภาพต่างๆ ในบล็อก ทำให้ความต้องการมีกล้องดิจิตอลส่วนบุคคลนั้นเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ของกล้อง รูปแบบและดีไซน์ที่หลากหลาย คุณสมบัติต่างๆ ล้วนแต่มีทางเลือกที่หลากหลายตรงต่อความต้องการ ของลูกค้า ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้อัตราการขยายตัวของตลาดกล้องเติบโตสูงขึ้น โดยเฉพาะแชมป์ในตลาด ที่แบ่งสัดส่วนอย่างต่อเนื่องมาตลอด ยังคงเป็นกล้องดิจิตอล คอมแพ็ค (Digital Compact ) โดยเฉลี่ยราคายังคงอยู่ระหว่าง 6,000-8,000 บาท ซึ่งผู้ประกอบการหลายค่าย มุ่งเน้นผลิตฟังก์ชั่นหลากหลาย และลูกเล่นใหม่ๆ โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ ดิจิตอลคอนเวอร์เจนท์ ทั้งทางด้านโซลูชั่นผลิตภัณฑ์ที่ครบถ้วน ดิจิตอลคอนเทนต์ ที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้เกิดตลาดใหม่ ของกล้องดิจิตอล คอมแพ็คที่มีในการปรับฟังก์ชั่นเพิ่มเติม อาทิ สามารถเพิ่มหรือถอดเลนส์ได้ ให้อรรถรสความสนุกกับการถ่ายภาพยิ่งขึ้น”

“ในส่วนกล้องดีเอสแอลอาร์ (D-SLR) ยังคงมาแรง ซึ่งปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง คือสัดส่วนราคาโดยเฉลี่ยของกล้อง ดีเอสแอลอาร์นั้น มีการปรับราคาต่ำลงอย่างต่อเนื่อง มีสัดส่วนมูลค่ายอดขายทางการตลาด 15-20% ราคาเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 20,000-30,000 บาท ส่วนอุปกรณ์เสริมของกล้องดีเอสแอลอาร์ (D-SLR) อาทิ เลนส์ และแฟลช ยังได้รับความนิยมสูงเพิ่มขึ้นตามลำดับเช่นกัน ส่งผลให้อุปกรณ์เสริมในกลุ่มนี้ เติบโตและได้รับความนิยมต่อเนื่องมากขึ้น โดยราคาเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 7,000 -40,000 บาท”

“ในส่วนของกล้องวีดีโอ (Camcorders) ในตลาดนั้นก็มีการปรับราคาต่ำลงเช่นกัน ปัจจุบันราคาเฉลี่ยเริ่มต้น ปรับตัวต่ำกว่า 10,000 บาท ก็สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ว จะเห็นได้ว่าปัจจุบันกล้องดิจิตัลนั้น จะมีฟังก์ชั่นที่ถ่ายวีดีโอได้ด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นปัจจัยที่มีปัญหาทางการตลาดกับกล้องวีดีโอ กล้องวีดีโอแต่ละแบรนด์เองยังคงพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งด้านความละเอียดของพิกเซลที่มากขึ้น ขนาดของกล้องที่เล็กลง เทียบเท่าโทรศัพท์มือถือ โดยนำการ์ดความจำขนาดเล็ก (Flash Memory) และการเพิ่มหน่วยความจำภายในของกล้องวีดีโอให้ง่ายต่อการพกพา สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

นางสาวสอางทิพย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “งาน Power Buy Photo Fest 2010 ในปีนี้ยังมีความพิเศษกว่าปีอื่นๆ โดยเราได้กิจกรรมเพิ่มคือ การจัดนิทรรศการแสดงผลงานภาพถ่าย จากการประกวดถ่ายภาพในโครงการ “วัดปทุมฯ มุมสะท้อน สู่ยุคสมัย” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นผลงานที่ถ่ายทอดมุมมอง สะท้อนผ่านสายตาช่างภาพมือสมัครเล่น และมืออาชีพรวมกว่า 50 ภาพ โดยนิทรรศการดังกล่าวเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวัน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณชั้น 1 ทางเชื่อมโซนอีเดน”

POWER BUY PHOTO FEST 2010 มหกรรมกล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ และอุปกรณ์เสริม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2553 รวม 12 วัน โดยจัดให้มีพิธีเปิดงาน ในวันศุกร์ที่ 26 มีนาคมนี้ เวลา 10.30 น. ณ ชั้น 1 โซน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซี่งได้รับเกียรติจาก คุณจันทนี ธนรักษ์ รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการแข่งขันประกวดถ่ายภาพในโครงการ “วัดปทุมฯ มุมสะท้อน สู่ยุคสมัย” พร้อมพบไฮไลท์จากกล้องนวัตกรรมไฮเทคล่าสุด จากนายแบบ นางแบบชั้นนำมากมาย.

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488