เรื่องนี้ถึงหู “อาม่า” แน่!

มากกว่า 10 ล้านคนที่อยู่ในวัยตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป คือจำนวนลูกค้ามหาศาลที่รออยู่ นี่คือโอกาสที่โทรศัพท์มือถือ “อาม่า” มองเห็น และออกแรงทำตลาดมากขึ้น จาก 2 ปีแรกเดินเกมด้วยกลยุทธ์การ “บอกต่อ” จนในปีที่ 3 การบอกต่ออาจช้าเกินไป “อาม่า” จึงขอส่งเสียงให้ดังกว่าเดิมให้ “อาม่า” ได้ยินกันทั่วๆ ก่อนที่จะถูกคู่แข่งชิงตลาด


กรณีของ “อาม่า” นอกจากทำให้เห็นถึงการทำธุรกิจในหลักการที่ว่าโอกาสมีอยู่ทุกที่ เพียงแต่คิดให้มากขึ้นก็จะเจอแล้ว ยังเป็นกรณีศึกษาในการเรียนรู้ข้ามธุรกิจได้ สำหรับผู้ที่อยากเจาะตลาดผู้สูงอายุได้อย่างดี

 

ให้ “อาม่า” ส่งเสียงสกัดคู่แข่ง 

ด้วยราคาพันกว่าบาท และรูปลักษณ์ที่ใช้งานง่าย ปุ่มกดใหญ่ คือคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วในแง่ของตัว “สินค้า” ที่บอก Positioning ของตัวเองว่าเป็นสินค้าสำหรับคนจำนวนมาก ใครๆ ก็ซื้อได้ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาสายตา และต้องการโทรศัพท์ที่ใช้งานง่าย


แต่ถ้ารอเวลาให้บอกต่อๆ กันจนกว่าจะได้ยินกันทั่วถึง เหมือนช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงอย่าหวังยอดขายโตแบบก้าวกระโดด แต่ยังจะทำให้คู่แข่งที่เงินทุนหนาพร้อมทุ่มแคมเปญการตลาดมาแย่งตลาดไปได้อีก 


 “สุรินทร์ อมรชัชวาลกุล” กรรมการผู้จัดการ และผู้ก่อตั้ง บริษัท มีเดีย-อินฟินิตี้ จำกัด เจ้าของแบรนด์อาม่า (R-Ma) บอกว่าในฐานะเจ้าของเฮาส์แบรนด์รายเล็กๆ อย่างเขาจึงไม่มีทางเลือก นอกจากเดินหน้าทำให้ “อาม่า” ดังอย่างทั่วถึง หลังจากทำตลาด “อาม่า” มานานประมาณ 3 ปี แม้จะสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปีละไม่กี่พันเครื่องกลายเป็นแสนเครื่อง แต่ต้องไม่ลืมว่าตลาดนี้ยังมีผู้สูงอายุในกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่อายุประมาณ 50 ปีขึ้นไปประมาณ 10 ล้านคน และยังมีกลุ่มเจเนอเรชั่น X ที่เริ่มสูงวัยขึ้นในอนาคต 


เพื่อทำให้ “อาม่า” ปลอดภัยมากขึ้น ป้องกันไม่ให้ใครมาแย่งตลาดมหาศาลนี้ จึงต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้อย่างทั่วถึงว่า ถ้าอยากได้โทรศัพท์แบบนี้ ให้นึกถึงแบรนด์ “อาม่า” เท่านั้น


เป็นภาคต่อของ “อาม่า” ที่ “สุรินทร์” ใช้งประมาณ 12 ล้านบาทลงทุนในแคมเปญโฆษณาล่าสุดคือ “อาม่า ปุ่มกดใหญ่” และตลอดทั้งปี 2555 นี้เขาเตรียมไว้ประมาณ 40-50 ล้านบาท สำหรับการทำให้แบรนด์ “อาม่า” เติบโตขึ้น นับเป็นงบการตลาดมากที่สุดที่เคยใช้ จากปกติอย่างมาก  8-10 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น 

 

3 กลุ่มเป้าหมายของ “อาม่า”

กลุ่มเป้าหมายในการสร้างการรับรู้นั้น “สุรินทร์” บอกว่ามี 3 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มลูกหลานที่ดูแลผู้สูงอายุ ในทีวีซีนี้จึงสื่อให้เห็นว่าผู้สูงอายุจะชอบโทรศัพท์รุ่นนี้กันมาก เมื่อเห็นว่ามีอยู่ในตลาด แน่นอนว่าเมื่อได้ใช้ก็จะมีความสุข กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่เป็นผู้สูงอายุเอง และ 3 กลุ่มช่องทางจำหน่าย ที่หากรับรู้ว่ามีแบรนด์นี้ และมีผู้บริโภคมาถามหา ก็จะให้ความร่วมมือจัดจำหน่ายอย่างดี


“สุรินทร์” บอกว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นเป้าหมายที่จะถือ “อาม่า” นั้น จะมี 2 กลุ่มหลัก และมีพฤติกรรมการซื้อต่างกันคือ


กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มที่อยู่บ้านเป็นประจำ ไม่มีธุระออกนอกบ้าน รอช่วงเวลาวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ลูกหลานจะพาไปทานข้าวนอกบ้าน ซึ่งแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว กลุ่มนี้ลูกหลานจะเป็นคนซื้อโทรศัพท์ให้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่ายอดขายของอาม่า ประมาณ 60-70% เป็นลูกหลานซื้อให้พ่อแม่


กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มที่ออกนอกบ้าน ชอบทำกิจกรรม มีเพื่อน มีสังคมนอกบ้าน เช่น ไปออกกำลังกายตอนเช้าที่สวนสาธารณะ ไปร้องคาราโอเกะ ไปประชุมผู้ถือหุ้น สังสรรค์ เลี้ยงรุ่น เข้าร่วมประชุมกับชมรมต่างๆ เป็นต้น กลุ่มนี้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อ และการพูดคุยกับเพื่อน การตัดสินใจซื้อสินค้า ก็มักได้รับการแนะนำจากเพื่อนในสังคมที่ตัวเองเข้าร่วม อย่างกรณีของ “อาม่า” จึงมีทั้งการมาซื้อเอง หรือลูกหลานซื้อให้

 

รู้จักอินไซท์ของ “อาม่า”

ในฐานะที่ “สุรินทร์” คลุกคลีกับกลุ่มผู้บริโภครุ่นอาม่ามาอย่างใกล้ชิด พบว่าพฤติกรรมของผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะประหยัด ไม่ว่าเงินมูลค่าเท่าไหร่ ก็จะรู้สึกเสียดายและอยากเก็บออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นเท่านั้น กลยุทธ์การตลาดของสินค้าที่เจาะเซ็กเมนต์ผู้สูงอายุ โดยทั่วไปจึงสื่อสารด้วยราคา ที่เน้นตัวเลขไม่สูงนัก อย่างเช่น ธุรกิจประกันชีวิต ที่เน้นย้ำตัวเลขเบี้ยประกันที่จ่ายต่อวัน เช่น วันละ 6 บาท 


อย่างไรก็ตาม การสื่อสารด้วยตัวเลขแค่นี้อาจยังไม่ได้ผล สินค้าต่างๆ ต้องหามุมสื่อสารให้กระแทกใจ หรือโดนความรู้สึกของผู้สูงอายุด้วย ซึ่งอินไซท์ของผู้สูงอายุคือการห่วงใยลูกหลานและไม่ต้องการเป็นภาระของลูกหลาน อย่างธุรกิจประกันชีวิตจึงสื่อสารอย่างตอกย้ำ และหวังให้ผู้สูงอายุตัดสินใจซื้อให้ได้ คือการส่งข้อความว่า “ไม่เป็นภาระของลูกหลาน” ประโยคนี้ทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อโดยทันที


สำหรับการทำตลาดสินค้าเทคโนโลยีกับกลุ่มผู้สูงอายุจะต่างกัน อย่างโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้สูงอายุอาจไม่จำเป็น เพราะส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ที่บ้าน ไม่ได้เป็นสินค้าตอบสนองความจำเป็นพื้นฐาน ในการใช้ชีวิตเหมือนคนรุ่นใหม่ สำหรับผู้สูงอายุจึงไม่ควรสื่อด้วยการสัมผัสอารมณ์ แบบซาบซึ้ง เพื่อให้ผู้สูงอายุตัดสินใจซื้อ เพราะอาจสี่อสารแล้วดูมากเกินไป หรือเศร้าจนเกินไป อย่างไรก็ตาม ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมออกนอกบ้านประจำ กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นอีกโอกาสหนึ่ง


“อาม่า” จึงเลือกวิธีการทำให้เห็นว่าถ้าผู้สูงอายุได้สินค้านี้ไปใช้แล้ว จะมีความสุข ซึ่งแน่นอนว่าลูกหลานก็อยากให้ผู้สูงวัยมีความสุข เมื่อซื้อให้ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่บอกว่าอยากทำให้พวกท่านมีความสุข แม้ในความเป็นจริงแล้ว ในแต่ละวันท่านอาจไม่ได้ใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับใครมากนักก็ตาม


“สุรินทร์” จึงย้ำว่า “อาม่าจึงเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าเมื่อลูกหลานซื้อให้ ไม่ได้หมายถึงแค่ซื้อโทรศัพท์ให้เขา แต่คือการบอกว่าคุณห่วงเขา และอยากให้เขามีความสุข”


ในฐานะผู้มาก่อนอย่าง “อาม่า” แม้จะเข้าถึงและรู้จักกลุ่มเป้าหมายได้อย่างดี แต่ “สุรินทร์” บอกว่าประมาทไม่ได้ เพราะตลาดนี้คู่แข่งมีจำนวนมาก ทั้งแบรนด์อินเตอร์และเฮาส์แบรนด์ด้วยกันเอง ซึ่งการนิ่งเฉยก็หมายถึงการนับถอยหลัง ดังนั้นการเร่งเครื่องสำหรับภาคต่อ “อาม่า” รอบนี้ จึงเต็มที่ โดยเชื่อว่าจะทำให้อาม่าได้ยินกันอย่างทั่วถึงแน่นอน


 



cellpadding="2" cellspacing="2">
แคมเปญ
อาม่า ปุ่มกดใหญ่ Objective 
การสร้างBrand
Awarenessและตอกย้ำความเป็นผู้นำในการทำตลาดโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้สูงอายุ
เมื่อเห็นว่าเป็นโทรศัพท์ปุ่มกดใหญ่ ก็ให้นึกถึงแบรนด์ “อาม่า”
เพราะที่ผ่านมาไม่ใช่ทุกคนที่รู้จัก “อาม่า”
หากไม่สร้างความรับรู้และตอกย้ำ คู่แข่งอาจแย่งตลาด
และยังเป็นเร่งสร้างยอดขาย เพราะกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่
ยังไม่รู้ว่าโทรศัพท์รุ่นนี้อยู่ในภายใต้ชื่อของอาม่า TVC Theme
การสื่อสารให้เห็นว่าผู้สูงอายุถ้ามีโทรศัพท์มือถืออาม่าใช้แล้วชีวิตมีความสุข
เพราะเป็นสินค้าที่ตรงกับความต้องการ โดยเฉพาะปุ่มกดที่ใหญ่ ใช้งานได้สะดวก Target
Audience 
1.
คนทั่วไปวัยทำงานที่ยังต้องดูแลพ่อแม่ 2.กลุ่มตู้มด ดีลเลอร์
หรือผู้ขายรายย่อย ให้รู้จักเพื่อซื้อมาจำหน่าย และ3.กลุ่มพ่อแม่
หรือผู้สูงอายุ ในเจนเนอเรชั่นเบบี้บูม Result
Expectation 
 หวังไว้ที่ประมาณ 150,000
เครื่อง จากปกติมียอดขายประมาณ 50,000-100,000
เครื่อง
Budget 
งบซื้อสื่อประมาณ 10-12 ล้านบาท
เน้นในช่วงไพรม์ไทม์ เรตติ้งสูง ในเวลา 1
เดือน และค่าผลิตทีวีซี 2-3 ล้านบาท 
นอกจากนี้ยังมีม็อบพนักงานเดินโปรโมตตามสถานที่ต่างๆ เช่น สีลม สำเพ็ง
เพื่อโปรโมตและสำรวจความต้องการของตลาด




cellpadding="2" cellspacing="2">
เครดิต
ทีวีซีชุด อาม่า ...ปุ่มกดใหญ่
ทีวีซี
อาม่า เน้นแสดงจริงไม่มีสแตนด์อิน ความยาวแค่ 30 วินาที
แต่ก็ทำให้คนพูดถึงได้มากขึ้น
เจ้าของแบรนด์
มีเดีย-อินฟินิตี้
สินค้า
มือถืออาม่า
ชื่อทีวีซี
อาม่า 1.1
ความยาว
30 วินาที
ครีเอทีฟ
ไดเร็กเตอร์
อาหมู (สุวรรณ พึ่งปรีดา)
โปรดักชั่นส์
เฮาส์
จอย ลัค คลับ
ผู้กำกับ
ก้อง กิตติกร
ระยะเวลาออกกาศ
1 เดือน (เริ่ม 1 เมษายน 2555)




cellpadding="2" cellspacing="2">
การเดินทางและก้าวต่อไปของอาม่า  ปี 2540
“สุรินทร์ อมรชัชวาลกุล”
อดีตผู้บริหารเครือดีแทค ตัดสินใจลาออกจากดีแทค
หลังจากเคยทำหน้าที่เป็นทั้งพนักงานดูแลช่องทางจำหน่ายให้ดีแทค
และเป็นผู้บริหารธุรกิจเจอร์ของดีแทคในยุคที่ “ภูษณ ปรีย์มาโนช”
เป็นผู้ขับเคลื่อนดีแทค หรือชื่อแทคในยุคนั้น

“สุรินทร์”
ได้ออกมาก่อตั้งบริษัทมีเดีย-อินฟินิตี้จำกัด
เพื่อเป็นดีแทคเซ็นเตอร์ หรือศูนย์บริการดีแทค
และจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์มือถือแบรนด์อินเตอร์ มีพนักงานร่วมงานขณะนั้น 4
คน ปี 2549
โทรศัพท์มือถือของแบรนด์อินเตอร์
เริ่มมีมาร์จิ้นกำไรลดลง จึงเริ่มตลาดมือถือเฮาส์แบรนด์ ภายใต้ชื่อ
infinity
ปี 2552
เริ่มทำตลาดรุ่น “อาม่า”
สร้างการรับรู้ ด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบบอกต่อ หรือWord of
Mouthกระจายสินค้าตามช่องทางการจำหน่ายร้านโมเดิร์นเทรด
และการโฆษณาผ่านสื่อนอกบ้าน ประมาณ 3 ปี ทำยอดขายได้ประมาณ 3 แสนเครื่อง
ด้วยงบการสื่อสาร โฆษณาประชาสัมพันธ์ประมาณ 8-10 ล้านบาทต่อปี
ปี 2555
เริ่มรักษาตลาด
ก่อนที่จะมีคู่แข่งเข้ามาแข่ง โดยตั้งแต่ต้นปีเร่งสร้างBrand
Awarenessผ่านMass
Communicationเพื่อสร้างการรับรู้สู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ผ่านทีวีซี
ด้วยงบลงทุนด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ประมาณ 10 ล้านบาท

ปลายปีเตรียสร้างBrand
Engagementเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ
รู้สึกดีกับแบรนด์ และเกิดการบอกต่อมากขึ้น เช่นการเตรียมแผนCustomer
Promotionชิงโชคในคอนเซปต์แม่และลูก โดยตลอดปี 2555
เตรียมงบการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไว้ที่ประมาณ 30-50 ล้านบาท
เพื่อสร้างยอดขายให้ได้ไตรมาสละประมาณ 1-1.5 แสนเครื่อง ปัจจุบัน มีพนักงานประมาณ 120 คน
มียอดขายเดือนหนึ่งมากกว่า 20 ล้านบาท


Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488