เรื่องนี้ถึงหู “อาม่า” แน่!

มากกว่า 10 ล้านคนที่อยู่ในวัยตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป คือจำนวนลูกค้ามหาศาลที่รออยู่ นี่คือโอกาสที่โทรศัพท์มือถือ “อาม่า” มองเห็น และออกแรงทำตลาดมากขึ้น จาก 2 ปีแรกเดินเกมด้วยกลยุทธ์การ “บอกต่อ” จนในปีที่ 3 การบอกต่ออาจช้าเกินไป “อาม่า” จึงขอส่งเสียงให้ดังกว่าเดิมให้ “อาม่า” ได้ยินกันทั่วๆ ก่อนที่จะถูกคู่แข่งชิงตลาด


กรณีของ “อาม่า” นอกจากทำให้เห็นถึงการทำธุรกิจในหลักการที่ว่าโอกาสมีอยู่ทุกที่ เพียงแต่คิดให้มากขึ้นก็จะเจอแล้ว ยังเป็นกรณีศึกษาในการเรียนรู้ข้ามธุรกิจได้ สำหรับผู้ที่อยากเจาะตลาดผู้สูงอายุได้อย่างดี

 

ให้ “อาม่า” ส่งเสียงสกัดคู่แข่ง 

ด้วยราคาพันกว่าบาท และรูปลักษณ์ที่ใช้งานง่าย ปุ่มกดใหญ่ คือคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วในแง่ของตัว “สินค้า” ที่บอก Positioning ของตัวเองว่าเป็นสินค้าสำหรับคนจำนวนมาก ใครๆ ก็ซื้อได้ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาสายตา และต้องการโทรศัพท์ที่ใช้งานง่าย


แต่ถ้ารอเวลาให้บอกต่อๆ กันจนกว่าจะได้ยินกันทั่วถึง เหมือนช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงอย่าหวังยอดขายโตแบบก้าวกระโดด แต่ยังจะทำให้คู่แข่งที่เงินทุนหนาพร้อมทุ่มแคมเปญการตลาดมาแย่งตลาดไปได้อีก 


 “สุรินทร์ อมรชัชวาลกุล” กรรมการผู้จัดการ และผู้ก่อตั้ง บริษัท มีเดีย-อินฟินิตี้ จำกัด เจ้าของแบรนด์อาม่า (R-Ma) บอกว่าในฐานะเจ้าของเฮาส์แบรนด์รายเล็กๆ อย่างเขาจึงไม่มีทางเลือก นอกจากเดินหน้าทำให้ “อาม่า” ดังอย่างทั่วถึง หลังจากทำตลาด “อาม่า” มานานประมาณ 3 ปี แม้จะสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปีละไม่กี่พันเครื่องกลายเป็นแสนเครื่อง แต่ต้องไม่ลืมว่าตลาดนี้ยังมีผู้สูงอายุในกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่อายุประมาณ 50 ปีขึ้นไปประมาณ 10 ล้านคน และยังมีกลุ่มเจเนอเรชั่น X ที่เริ่มสูงวัยขึ้นในอนาคต 


เพื่อทำให้ “อาม่า” ปลอดภัยมากขึ้น ป้องกันไม่ให้ใครมาแย่งตลาดมหาศาลนี้ จึงต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้อย่างทั่วถึงว่า ถ้าอยากได้โทรศัพท์แบบนี้ ให้นึกถึงแบรนด์ “อาม่า” เท่านั้น


เป็นภาคต่อของ “อาม่า” ที่ “สุรินทร์” ใช้งประมาณ 12 ล้านบาทลงทุนในแคมเปญโฆษณาล่าสุดคือ “อาม่า ปุ่มกดใหญ่” และตลอดทั้งปี 2555 นี้เขาเตรียมไว้ประมาณ 40-50 ล้านบาท สำหรับการทำให้แบรนด์ “อาม่า” เติบโตขึ้น นับเป็นงบการตลาดมากที่สุดที่เคยใช้ จากปกติอย่างมาก  8-10 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น 

 

3 กลุ่มเป้าหมายของ “อาม่า”

กลุ่มเป้าหมายในการสร้างการรับรู้นั้น “สุรินทร์” บอกว่ามี 3 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มลูกหลานที่ดูแลผู้สูงอายุ ในทีวีซีนี้จึงสื่อให้เห็นว่าผู้สูงอายุจะชอบโทรศัพท์รุ่นนี้กันมาก เมื่อเห็นว่ามีอยู่ในตลาด แน่นอนว่าเมื่อได้ใช้ก็จะมีความสุข กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่เป็นผู้สูงอายุเอง และ 3 กลุ่มช่องทางจำหน่าย ที่หากรับรู้ว่ามีแบรนด์นี้ และมีผู้บริโภคมาถามหา ก็จะให้ความร่วมมือจัดจำหน่ายอย่างดี


“สุรินทร์” บอกว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นเป้าหมายที่จะถือ “อาม่า” นั้น จะมี 2 กลุ่มหลัก และมีพฤติกรรมการซื้อต่างกันคือ


กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มที่อยู่บ้านเป็นประจำ ไม่มีธุระออกนอกบ้าน รอช่วงเวลาวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ลูกหลานจะพาไปทานข้าวนอกบ้าน ซึ่งแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว กลุ่มนี้ลูกหลานจะเป็นคนซื้อโทรศัพท์ให้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่ายอดขายของอาม่า ประมาณ 60-70% เป็นลูกหลานซื้อให้พ่อแม่


กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มที่ออกนอกบ้าน ชอบทำกิจกรรม มีเพื่อน มีสังคมนอกบ้าน เช่น ไปออกกำลังกายตอนเช้าที่สวนสาธารณะ ไปร้องคาราโอเกะ ไปประชุมผู้ถือหุ้น สังสรรค์ เลี้ยงรุ่น เข้าร่วมประชุมกับชมรมต่างๆ เป็นต้น กลุ่มนี้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อ และการพูดคุยกับเพื่อน การตัดสินใจซื้อสินค้า ก็มักได้รับการแนะนำจากเพื่อนในสังคมที่ตัวเองเข้าร่วม อย่างกรณีของ “อาม่า” จึงมีทั้งการมาซื้อเอง หรือลูกหลานซื้อให้

 

รู้จักอินไซท์ของ “อาม่า”

ในฐานะที่ “สุรินทร์” คลุกคลีกับกลุ่มผู้บริโภครุ่นอาม่ามาอย่างใกล้ชิด พบว่าพฤติกรรมของผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะประหยัด ไม่ว่าเงินมูลค่าเท่าไหร่ ก็จะรู้สึกเสียดายและอยากเก็บออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นเท่านั้น กลยุทธ์การตลาดของสินค้าที่เจาะเซ็กเมนต์ผู้สูงอายุ โดยทั่วไปจึงสื่อสารด้วยราคา ที่เน้นตัวเลขไม่สูงนัก อย่างเช่น ธุรกิจประกันชีวิต ที่เน้นย้ำตัวเลขเบี้ยประกันที่จ่ายต่อวัน เช่น วันละ 6 บาท 


อย่างไรก็ตาม การสื่อสารด้วยตัวเลขแค่นี้อาจยังไม่ได้ผล สินค้าต่างๆ ต้องหามุมสื่อสารให้กระแทกใจ หรือโดนความรู้สึกของผู้สูงอายุด้วย ซึ่งอินไซท์ของผู้สูงอายุคือการห่วงใยลูกหลานและไม่ต้องการเป็นภาระของลูกหลาน อย่างธุรกิจประกันชีวิตจึงสื่อสารอย่างตอกย้ำ และหวังให้ผู้สูงอายุตัดสินใจซื้อให้ได้ คือการส่งข้อความว่า “ไม่เป็นภาระของลูกหลาน” ประโยคนี้ทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อโดยทันที


สำหรับการทำตลาดสินค้าเทคโนโลยีกับกลุ่มผู้สูงอายุจะต่างกัน อย่างโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้สูงอายุอาจไม่จำเป็น เพราะส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ที่บ้าน ไม่ได้เป็นสินค้าตอบสนองความจำเป็นพื้นฐาน ในการใช้ชีวิตเหมือนคนรุ่นใหม่ สำหรับผู้สูงอายุจึงไม่ควรสื่อด้วยการสัมผัสอารมณ์ แบบซาบซึ้ง เพื่อให้ผู้สูงอายุตัดสินใจซื้อ เพราะอาจสี่อสารแล้วดูมากเกินไป หรือเศร้าจนเกินไป อย่างไรก็ตาม ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมออกนอกบ้านประจำ กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นอีกโอกาสหนึ่ง


“อาม่า” จึงเลือกวิธีการทำให้เห็นว่าถ้าผู้สูงอายุได้สินค้านี้ไปใช้แล้ว จะมีความสุข ซึ่งแน่นอนว่าลูกหลานก็อยากให้ผู้สูงวัยมีความสุข เมื่อซื้อให้ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่บอกว่าอยากทำให้พวกท่านมีความสุข แม้ในความเป็นจริงแล้ว ในแต่ละวันท่านอาจไม่ได้ใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับใครมากนักก็ตาม


“สุรินทร์” จึงย้ำว่า “อาม่าจึงเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าเมื่อลูกหลานซื้อให้ ไม่ได้หมายถึงแค่ซื้อโทรศัพท์ให้เขา แต่คือการบอกว่าคุณห่วงเขา และอยากให้เขามีความสุข”


ในฐานะผู้มาก่อนอย่าง “อาม่า” แม้จะเข้าถึงและรู้จักกลุ่มเป้าหมายได้อย่างดี แต่ “สุรินทร์” บอกว่าประมาทไม่ได้ เพราะตลาดนี้คู่แข่งมีจำนวนมาก ทั้งแบรนด์อินเตอร์และเฮาส์แบรนด์ด้วยกันเอง ซึ่งการนิ่งเฉยก็หมายถึงการนับถอยหลัง ดังนั้นการเร่งเครื่องสำหรับภาคต่อ “อาม่า” รอบนี้ จึงเต็มที่ โดยเชื่อว่าจะทำให้อาม่าได้ยินกันอย่างทั่วถึงแน่นอน


 



cellpadding="2" cellspacing="2">
แคมเปญ
อาม่า ปุ่มกดใหญ่ Objective 
การสร้างBrand
Awarenessและตอกย้ำความเป็นผู้นำในการทำตลาดโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้สูงอายุ
เมื่อเห็นว่าเป็นโทรศัพท์ปุ่มกดใหญ่ ก็ให้นึกถึงแบรนด์ “อาม่า”
เพราะที่ผ่านมาไม่ใช่ทุกคนที่รู้จัก “อาม่า”
หากไม่สร้างความรับรู้และตอกย้ำ คู่แข่งอาจแย่งตลาด
และยังเป็นเร่งสร้างยอดขาย เพราะกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่
ยังไม่รู้ว่าโทรศัพท์รุ่นนี้อยู่ในภายใต้ชื่อของอาม่า TVC Theme
การสื่อสารให้เห็นว่าผู้สูงอายุถ้ามีโทรศัพท์มือถืออาม่าใช้แล้วชีวิตมีความสุข
เพราะเป็นสินค้าที่ตรงกับความต้องการ โดยเฉพาะปุ่มกดที่ใหญ่ ใช้งานได้สะดวก Target
Audience 
1.
คนทั่วไปวัยทำงานที่ยังต้องดูแลพ่อแม่ 2.กลุ่มตู้มด ดีลเลอร์
หรือผู้ขายรายย่อย ให้รู้จักเพื่อซื้อมาจำหน่าย และ3.กลุ่มพ่อแม่
หรือผู้สูงอายุ ในเจนเนอเรชั่นเบบี้บูม Result
Expectation 
 หวังไว้ที่ประมาณ 150,000
เครื่อง จากปกติมียอดขายประมาณ 50,000-100,000
เครื่อง
Budget 
งบซื้อสื่อประมาณ 10-12 ล้านบาท
เน้นในช่วงไพรม์ไทม์ เรตติ้งสูง ในเวลา 1
เดือน และค่าผลิตทีวีซี 2-3 ล้านบาท 
นอกจากนี้ยังมีม็อบพนักงานเดินโปรโมตตามสถานที่ต่างๆ เช่น สีลม สำเพ็ง
เพื่อโปรโมตและสำรวจความต้องการของตลาด




cellpadding="2" cellspacing="2">
เครดิต
ทีวีซีชุด อาม่า ...ปุ่มกดใหญ่
ทีวีซี
อาม่า เน้นแสดงจริงไม่มีสแตนด์อิน ความยาวแค่ 30 วินาที
แต่ก็ทำให้คนพูดถึงได้มากขึ้น
เจ้าของแบรนด์
มีเดีย-อินฟินิตี้
สินค้า
มือถืออาม่า
ชื่อทีวีซี
อาม่า 1.1
ความยาว
30 วินาที
ครีเอทีฟ
ไดเร็กเตอร์
อาหมู (สุวรรณ พึ่งปรีดา)
โปรดักชั่นส์
เฮาส์
จอย ลัค คลับ
ผู้กำกับ
ก้อง กิตติกร
ระยะเวลาออกกาศ
1 เดือน (เริ่ม 1 เมษายน 2555)




cellpadding="2" cellspacing="2">
การเดินทางและก้าวต่อไปของอาม่า  ปี 2540
“สุรินทร์ อมรชัชวาลกุล”
อดีตผู้บริหารเครือดีแทค ตัดสินใจลาออกจากดีแทค
หลังจากเคยทำหน้าที่เป็นทั้งพนักงานดูแลช่องทางจำหน่ายให้ดีแทค
และเป็นผู้บริหารธุรกิจเจอร์ของดีแทคในยุคที่ “ภูษณ ปรีย์มาโนช”
เป็นผู้ขับเคลื่อนดีแทค หรือชื่อแทคในยุคนั้น

“สุรินทร์”
ได้ออกมาก่อตั้งบริษัทมีเดีย-อินฟินิตี้จำกัด
เพื่อเป็นดีแทคเซ็นเตอร์ หรือศูนย์บริการดีแทค
และจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์มือถือแบรนด์อินเตอร์ มีพนักงานร่วมงานขณะนั้น 4
คน ปี 2549
โทรศัพท์มือถือของแบรนด์อินเตอร์
เริ่มมีมาร์จิ้นกำไรลดลง จึงเริ่มตลาดมือถือเฮาส์แบรนด์ ภายใต้ชื่อ
infinity
ปี 2552
เริ่มทำตลาดรุ่น “อาม่า”
สร้างการรับรู้ ด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบบอกต่อ หรือWord of
Mouthกระจายสินค้าตามช่องทางการจำหน่ายร้านโมเดิร์นเทรด
และการโฆษณาผ่านสื่อนอกบ้าน ประมาณ 3 ปี ทำยอดขายได้ประมาณ 3 แสนเครื่อง
ด้วยงบการสื่อสาร โฆษณาประชาสัมพันธ์ประมาณ 8-10 ล้านบาทต่อปี
ปี 2555
เริ่มรักษาตลาด
ก่อนที่จะมีคู่แข่งเข้ามาแข่ง โดยตั้งแต่ต้นปีเร่งสร้างBrand
Awarenessผ่านMass
Communicationเพื่อสร้างการรับรู้สู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ผ่านทีวีซี
ด้วยงบลงทุนด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ประมาณ 10 ล้านบาท

ปลายปีเตรียสร้างBrand
Engagementเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ
รู้สึกดีกับแบรนด์ และเกิดการบอกต่อมากขึ้น เช่นการเตรียมแผนCustomer
Promotionชิงโชคในคอนเซปต์แม่และลูก โดยตลอดปี 2555
เตรียมงบการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไว้ที่ประมาณ 30-50 ล้านบาท
เพื่อสร้างยอดขายให้ได้ไตรมาสละประมาณ 1-1.5 แสนเครื่อง ปัจจุบัน มีพนักงานประมาณ 120 คน
มียอดขายเดือนหนึ่งมากกว่า 20 ล้านบาท


Digital TV & Media

มีแนวโน้มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 24 ช่อง อาจได้รับผ่อนผันเลื่อนการจ่ายเงินค่าใบอนุญาตที่ได้ประมูลมาใน ปีที่สอง จำนวน 8,124.20 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

บริษัทนีลเส็น ประเทศไทย จำกัด ได้เปิดเผย 10 แบรนด์ที่ใช้งบโฆษณาสูงสุดในเดือนมีนาคม 2015 ผลปรากฎว่า โตโยต้า มาเป็นอันดับ 1 ใช้งบไป 171 ล้านบาท ตามมาด้วยเทสโก้ โลตัส ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ใช้งบโฆษณาไป 130 ล้านบาท เครื่องดื่มโค้กใช้ไป 104 ล้านบาท เพื่อรับกับช่วงซัมเมอร์ และบรีสใช้ไป 97 ล้านบาท ตามด้วยผลิตภัณฑ์นม ดูเม็กซ์ ใช้ไป 95 ล้านบาท

Consumer Insight

คนไทย Gen X และ Gen Y ยอม “ลดเงินเดือน” เพื่อแลกกับความยืดหยุ่นในการทำงาน เผยชีวิต ติด“สมาร์ทโฟน” จำเป็นทั้งเรื่องทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว

“ดันน์ฮัมบี้” บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ได้เผยผลวิจัยว่าภาคไหนในประเทศไทยนิยมซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากที่สุด พบว่าคนไทยใน “ภาคใต้” มีแนวโน้มสูงที่ไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าในช่วงสงกรานต์มากกว่าภาคอื่นๆ โดยที่ดันน์ฮัมบี้ได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ จากจำนวนผู้บริโภคจำนวน 8.2 ล้านคนที่ซื้อสินค้าในเทสโก้ โลตัส

จากผลสำรวจการให้ความสำคัญในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในปี 2557 ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด (MasterCard Consumer Purchasing Priorities 2014) พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทยที่อยู่ในการสำรวจ วางแผนท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเชียงใหม่และภูเก็ตยังครองแชมป์จุดหมายปลายทางในประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุด

Insight

หลังผ่านพ้นจากภาวะฝุ่นตลบมาแล้ว ได้เวลาที่ดิจิตอลทีวีต้องเร่งสปีด อัดฉีดรายการกันแบบเต็มพิกัด คราวนี้มาถึงคิวถ่ายทอดสด “กีฬา” ที่ช่องทีวีต่างๆ ใช้เป็น “ทางด่วน” กระชากเรตติ้งผู้ชมพุ่งขึ้นทันที

เจาะลึก...สงครามบริการด้านการเงิน เมื่อ 3 ค่ายโอเปอเรเตอร์มือถือ เอไอเอส ดีแทค และทรู แปลงกายเป็น “ธนาคารบนมือถือ” หรือ “โมบายแบงกิ้ง” เพื่อเป็นช่องทางหารายได้ใหม่ ในยุคที่มือถือกำลังเบ่งบานสุดขีด

“แกร็บแท็กซี่” เป็นอีกหนึ่งรายที่เข้ามาบุกตลาดแท็กซี่ในประเทศไทย ได้เข้ามาทำตลาดได้ 2 ปีแล้ว ในรูปแบบของการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น ท่ามกลางผู้เล่นในตลาดอีกทั้งหมด 3 ราย ด้วยกัน ได้แก่ อูเบอร์, อีซี่แท็กซี่ และน้องใหม่จากนครชัยแอร์

Strategic Move

ได้ฤกษ์ดีเดย์เปิดตัว ZenFone 2 สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพตัวใหม่จาก Asus ตระกูล ZenFone ได้จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในกรุงตาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นการเปิดตัวครั้งแรกในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่มีการเปิดตัวครั้งแรกที่งาน CES 2015 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

สกาย สปอร์ต อิตาเลีย สำนักข่าวดังจากอิตาลี รายงาน บี เตชะอุบล นักธุรกิจหนุ่มชาวไทย เตรียมตัวนั่งเก้าอี้เป็นประธานคนใหม่ของสโมสร เอซี มิลาน ทีมดังแห่งศึก กัลโช เซเรีย อา อิตาลี หลังเตรียมควักเงิน 780 ล้านยูโร (ประมาณ 31,200 ล้านบาท) เทกโอเวอร์ กิจการ “ปิศาจแดง-ดำ” ช่วงสุดสัปดาห์นี้

การขายกิจการสมาร์ทโฟนให้ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เมื่อปี 2013 นั้นมีข้อกำหนดว่า โนเกีย (Nokia) จะไม่สามารถผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาจำหน่ายได้จนกว่าจะถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2015 ล่าสุดมีข่าวลือสะพัดว่า โนเกียกำลังเตรียมแผนกลับมาเล่นในตลาดสมาร์ทโฟนอีกครั้งช่วงปีหน้า ซึ่งเหลืออีกเพียง 8 เดือนก็จะพ้นกรอบเวลาที่กำหนดไว้

Social Media Club

ใกล้จะถึง 1 พันล้านเข้าไปทุกทีสำหรับวอตซแอป (WhatsApp) แอปพลิเคชันรับส่งข้อความสนทนายอดฮิตที่ฉลองยอดผู้ใช้งานประจำทะลุหลัก 800 ล้านชื่อบัญชีต่อเดือน โดยตัวเลขผู้ใช้ของวอตซแอป 100 ล้านบัญชีล่าสุดนั้นเพิ่มจำนวนขึ้นในเวลาเพียงไม่เดือนหลังจากที่วอตซแอปเพิ่งโชว์ตัวเลขผู้ใช้ 700 ล้านบัญชี

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) เพราะนับแต่นี้หากใครพลาดทำอุปกรณ์สูญหายหรือถูกขโมย ก็จะสามารถค้นหาพิกัดที่อยู่ของอุปกรณ์นั้นได้แสนง่ายด้วยการเสิร์ชบน Google.com

หลังจากที่มีการเปิดตัว “แอปเปิล วอช” อย่างเป็นทางการแล้ว ทางด้านของ “ไลน์” ก็ได้เผยโฉมหน้าตาของตนเองในแพลตฟอร์มของแอปเปิล วอชเช่นกัน โดยที่จะสามารถเชื่อมต่อกับไอโฟนที่ได้อัปเดตไลน์เป็นเวอร์ชั่น 5.0.2 ขึ้นไป

People

นางคือเจ้าแม่แห่งวงการแต่งหน้าที่แม้แต่ดาราชื่อดังอย่าง แอฟ ทักษอร, พลอย เฌอมาลย์ ฯลฯ ก็ผ่านการเนรมิตให้ดูสวยสง่าเพราะฝีมือการผัดแป้งแต่งหน้าของเธอกันมานักต่อนัก และล่าสุด เหล่าพริตตี้หลากหลายค่ายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด เธอก็เสริมความสวยบนใบหน้าให้แก่เหล่านางฟ้ามอเตอร์โชว์แทบจะหมดทั้งฮอลล์

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348