เรื่องนี้ถึงหู “อาม่า” แน่!

มากกว่า 10 ล้านคนที่อยู่ในวัยตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป คือจำนวนลูกค้ามหาศาลที่รออยู่ นี่คือโอกาสที่โทรศัพท์มือถือ “อาม่า” มองเห็น และออกแรงทำตลาดมากขึ้น จาก 2 ปีแรกเดินเกมด้วยกลยุทธ์การ “บอกต่อ” จนในปีที่ 3 การบอกต่ออาจช้าเกินไป “อาม่า” จึงขอส่งเสียงให้ดังกว่าเดิมให้ “อาม่า” ได้ยินกันทั่วๆ ก่อนที่จะถูกคู่แข่งชิงตลาด


กรณีของ “อาม่า” นอกจากทำให้เห็นถึงการทำธุรกิจในหลักการที่ว่าโอกาสมีอยู่ทุกที่ เพียงแต่คิดให้มากขึ้นก็จะเจอแล้ว ยังเป็นกรณีศึกษาในการเรียนรู้ข้ามธุรกิจได้ สำหรับผู้ที่อยากเจาะตลาดผู้สูงอายุได้อย่างดี

 

ให้ “อาม่า” ส่งเสียงสกัดคู่แข่ง 

ด้วยราคาพันกว่าบาท และรูปลักษณ์ที่ใช้งานง่าย ปุ่มกดใหญ่ คือคำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วในแง่ของตัว “สินค้า” ที่บอก Positioning ของตัวเองว่าเป็นสินค้าสำหรับคนจำนวนมาก ใครๆ ก็ซื้อได้ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาสายตา และต้องการโทรศัพท์ที่ใช้งานง่าย


แต่ถ้ารอเวลาให้บอกต่อๆ กันจนกว่าจะได้ยินกันทั่วถึง เหมือนช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงอย่าหวังยอดขายโตแบบก้าวกระโดด แต่ยังจะทำให้คู่แข่งที่เงินทุนหนาพร้อมทุ่มแคมเปญการตลาดมาแย่งตลาดไปได้อีก 


 “สุรินทร์ อมรชัชวาลกุล” กรรมการผู้จัดการ และผู้ก่อตั้ง บริษัท มีเดีย-อินฟินิตี้ จำกัด เจ้าของแบรนด์อาม่า (R-Ma) บอกว่าในฐานะเจ้าของเฮาส์แบรนด์รายเล็กๆ อย่างเขาจึงไม่มีทางเลือก นอกจากเดินหน้าทำให้ “อาม่า” ดังอย่างทั่วถึง หลังจากทำตลาด “อาม่า” มานานประมาณ 3 ปี แม้จะสามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปีละไม่กี่พันเครื่องกลายเป็นแสนเครื่อง แต่ต้องไม่ลืมว่าตลาดนี้ยังมีผู้สูงอายุในกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่อายุประมาณ 50 ปีขึ้นไปประมาณ 10 ล้านคน และยังมีกลุ่มเจเนอเรชั่น X ที่เริ่มสูงวัยขึ้นในอนาคต 


เพื่อทำให้ “อาม่า” ปลอดภัยมากขึ้น ป้องกันไม่ให้ใครมาแย่งตลาดมหาศาลนี้ จึงต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้อย่างทั่วถึงว่า ถ้าอยากได้โทรศัพท์แบบนี้ ให้นึกถึงแบรนด์ “อาม่า” เท่านั้น


เป็นภาคต่อของ “อาม่า” ที่ “สุรินทร์” ใช้งประมาณ 12 ล้านบาทลงทุนในแคมเปญโฆษณาล่าสุดคือ “อาม่า ปุ่มกดใหญ่” และตลอดทั้งปี 2555 นี้เขาเตรียมไว้ประมาณ 40-50 ล้านบาท สำหรับการทำให้แบรนด์ “อาม่า” เติบโตขึ้น นับเป็นงบการตลาดมากที่สุดที่เคยใช้ จากปกติอย่างมาก  8-10 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น 

 

3 กลุ่มเป้าหมายของ “อาม่า”

กลุ่มเป้าหมายในการสร้างการรับรู้นั้น “สุรินทร์” บอกว่ามี 3 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มลูกหลานที่ดูแลผู้สูงอายุ ในทีวีซีนี้จึงสื่อให้เห็นว่าผู้สูงอายุจะชอบโทรศัพท์รุ่นนี้กันมาก เมื่อเห็นว่ามีอยู่ในตลาด แน่นอนว่าเมื่อได้ใช้ก็จะมีความสุข กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่เป็นผู้สูงอายุเอง และ 3 กลุ่มช่องทางจำหน่าย ที่หากรับรู้ว่ามีแบรนด์นี้ และมีผู้บริโภคมาถามหา ก็จะให้ความร่วมมือจัดจำหน่ายอย่างดี


“สุรินทร์” บอกว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นเป้าหมายที่จะถือ “อาม่า” นั้น จะมี 2 กลุ่มหลัก และมีพฤติกรรมการซื้อต่างกันคือ


กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มที่อยู่บ้านเป็นประจำ ไม่มีธุระออกนอกบ้าน รอช่วงเวลาวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ลูกหลานจะพาไปทานข้าวนอกบ้าน ซึ่งแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว กลุ่มนี้ลูกหลานจะเป็นคนซื้อโทรศัพท์ให้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่ายอดขายของอาม่า ประมาณ 60-70% เป็นลูกหลานซื้อให้พ่อแม่


กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มที่ออกนอกบ้าน ชอบทำกิจกรรม มีเพื่อน มีสังคมนอกบ้าน เช่น ไปออกกำลังกายตอนเช้าที่สวนสาธารณะ ไปร้องคาราโอเกะ ไปประชุมผู้ถือหุ้น สังสรรค์ เลี้ยงรุ่น เข้าร่วมประชุมกับชมรมต่างๆ เป็นต้น กลุ่มนี้รับรู้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อ และการพูดคุยกับเพื่อน การตัดสินใจซื้อสินค้า ก็มักได้รับการแนะนำจากเพื่อนในสังคมที่ตัวเองเข้าร่วม อย่างกรณีของ “อาม่า” จึงมีทั้งการมาซื้อเอง หรือลูกหลานซื้อให้

 

รู้จักอินไซท์ของ “อาม่า”

ในฐานะที่ “สุรินทร์” คลุกคลีกับกลุ่มผู้บริโภครุ่นอาม่ามาอย่างใกล้ชิด พบว่าพฤติกรรมของผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะประหยัด ไม่ว่าเงินมูลค่าเท่าไหร่ ก็จะรู้สึกเสียดายและอยากเก็บออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นเท่านั้น กลยุทธ์การตลาดของสินค้าที่เจาะเซ็กเมนต์ผู้สูงอายุ โดยทั่วไปจึงสื่อสารด้วยราคา ที่เน้นตัวเลขไม่สูงนัก อย่างเช่น ธุรกิจประกันชีวิต ที่เน้นย้ำตัวเลขเบี้ยประกันที่จ่ายต่อวัน เช่น วันละ 6 บาท 


อย่างไรก็ตาม การสื่อสารด้วยตัวเลขแค่นี้อาจยังไม่ได้ผล สินค้าต่างๆ ต้องหามุมสื่อสารให้กระแทกใจ หรือโดนความรู้สึกของผู้สูงอายุด้วย ซึ่งอินไซท์ของผู้สูงอายุคือการห่วงใยลูกหลานและไม่ต้องการเป็นภาระของลูกหลาน อย่างธุรกิจประกันชีวิตจึงสื่อสารอย่างตอกย้ำ และหวังให้ผู้สูงอายุตัดสินใจซื้อให้ได้ คือการส่งข้อความว่า “ไม่เป็นภาระของลูกหลาน” ประโยคนี้ทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ตัดสินใจซื้อโดยทันที


สำหรับการทำตลาดสินค้าเทคโนโลยีกับกลุ่มผู้สูงอายุจะต่างกัน อย่างโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้สูงอายุอาจไม่จำเป็น เพราะส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ที่บ้าน ไม่ได้เป็นสินค้าตอบสนองความจำเป็นพื้นฐาน ในการใช้ชีวิตเหมือนคนรุ่นใหม่ สำหรับผู้สูงอายุจึงไม่ควรสื่อด้วยการสัมผัสอารมณ์ แบบซาบซึ้ง เพื่อให้ผู้สูงอายุตัดสินใจซื้อ เพราะอาจสี่อสารแล้วดูมากเกินไป หรือเศร้าจนเกินไป อย่างไรก็ตาม ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นผู้สูงอายุที่มีกิจกรรมออกนอกบ้านประจำ กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นอีกโอกาสหนึ่ง


“อาม่า” จึงเลือกวิธีการทำให้เห็นว่าถ้าผู้สูงอายุได้สินค้านี้ไปใช้แล้ว จะมีความสุข ซึ่งแน่นอนว่าลูกหลานก็อยากให้ผู้สูงวัยมีความสุข เมื่อซื้อให้ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่บอกว่าอยากทำให้พวกท่านมีความสุข แม้ในความเป็นจริงแล้ว ในแต่ละวันท่านอาจไม่ได้ใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับใครมากนักก็ตาม


“สุรินทร์” จึงย้ำว่า “อาม่าจึงเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าเมื่อลูกหลานซื้อให้ ไม่ได้หมายถึงแค่ซื้อโทรศัพท์ให้เขา แต่คือการบอกว่าคุณห่วงเขา และอยากให้เขามีความสุข”


ในฐานะผู้มาก่อนอย่าง “อาม่า” แม้จะเข้าถึงและรู้จักกลุ่มเป้าหมายได้อย่างดี แต่ “สุรินทร์” บอกว่าประมาทไม่ได้ เพราะตลาดนี้คู่แข่งมีจำนวนมาก ทั้งแบรนด์อินเตอร์และเฮาส์แบรนด์ด้วยกันเอง ซึ่งการนิ่งเฉยก็หมายถึงการนับถอยหลัง ดังนั้นการเร่งเครื่องสำหรับภาคต่อ “อาม่า” รอบนี้ จึงเต็มที่ โดยเชื่อว่าจะทำให้อาม่าได้ยินกันอย่างทั่วถึงแน่นอน


 



cellpadding="2" cellspacing="2">
แคมเปญ
อาม่า ปุ่มกดใหญ่ Objective 
การสร้างBrand
Awarenessและตอกย้ำความเป็นผู้นำในการทำตลาดโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้สูงอายุ
เมื่อเห็นว่าเป็นโทรศัพท์ปุ่มกดใหญ่ ก็ให้นึกถึงแบรนด์ “อาม่า”
เพราะที่ผ่านมาไม่ใช่ทุกคนที่รู้จัก “อาม่า”
หากไม่สร้างความรับรู้และตอกย้ำ คู่แข่งอาจแย่งตลาด
และยังเป็นเร่งสร้างยอดขาย เพราะกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่
ยังไม่รู้ว่าโทรศัพท์รุ่นนี้อยู่ในภายใต้ชื่อของอาม่า TVC Theme
การสื่อสารให้เห็นว่าผู้สูงอายุถ้ามีโทรศัพท์มือถืออาม่าใช้แล้วชีวิตมีความสุข
เพราะเป็นสินค้าที่ตรงกับความต้องการ โดยเฉพาะปุ่มกดที่ใหญ่ ใช้งานได้สะดวก Target
Audience 
1.
คนทั่วไปวัยทำงานที่ยังต้องดูแลพ่อแม่ 2.กลุ่มตู้มด ดีลเลอร์
หรือผู้ขายรายย่อย ให้รู้จักเพื่อซื้อมาจำหน่าย และ3.กลุ่มพ่อแม่
หรือผู้สูงอายุ ในเจนเนอเรชั่นเบบี้บูม Result
Expectation 
 หวังไว้ที่ประมาณ 150,000
เครื่อง จากปกติมียอดขายประมาณ 50,000-100,000
เครื่อง
Budget 
งบซื้อสื่อประมาณ 10-12 ล้านบาท
เน้นในช่วงไพรม์ไทม์ เรตติ้งสูง ในเวลา 1
เดือน และค่าผลิตทีวีซี 2-3 ล้านบาท 
นอกจากนี้ยังมีม็อบพนักงานเดินโปรโมตตามสถานที่ต่างๆ เช่น สีลม สำเพ็ง
เพื่อโปรโมตและสำรวจความต้องการของตลาด




cellpadding="2" cellspacing="2">
เครดิต
ทีวีซีชุด อาม่า ...ปุ่มกดใหญ่
ทีวีซี
อาม่า เน้นแสดงจริงไม่มีสแตนด์อิน ความยาวแค่ 30 วินาที
แต่ก็ทำให้คนพูดถึงได้มากขึ้น
เจ้าของแบรนด์
มีเดีย-อินฟินิตี้
สินค้า
มือถืออาม่า
ชื่อทีวีซี
อาม่า 1.1
ความยาว
30 วินาที
ครีเอทีฟ
ไดเร็กเตอร์
อาหมู (สุวรรณ พึ่งปรีดา)
โปรดักชั่นส์
เฮาส์
จอย ลัค คลับ
ผู้กำกับ
ก้อง กิตติกร
ระยะเวลาออกกาศ
1 เดือน (เริ่ม 1 เมษายน 2555)




cellpadding="2" cellspacing="2">
การเดินทางและก้าวต่อไปของอาม่า  ปี 2540
“สุรินทร์ อมรชัชวาลกุล”
อดีตผู้บริหารเครือดีแทค ตัดสินใจลาออกจากดีแทค
หลังจากเคยทำหน้าที่เป็นทั้งพนักงานดูแลช่องทางจำหน่ายให้ดีแทค
และเป็นผู้บริหารธุรกิจเจอร์ของดีแทคในยุคที่ “ภูษณ ปรีย์มาโนช”
เป็นผู้ขับเคลื่อนดีแทค หรือชื่อแทคในยุคนั้น

“สุรินทร์”
ได้ออกมาก่อตั้งบริษัทมีเดีย-อินฟินิตี้จำกัด
เพื่อเป็นดีแทคเซ็นเตอร์ หรือศูนย์บริการดีแทค
และจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์มือถือแบรนด์อินเตอร์ มีพนักงานร่วมงานขณะนั้น 4
คน ปี 2549
โทรศัพท์มือถือของแบรนด์อินเตอร์
เริ่มมีมาร์จิ้นกำไรลดลง จึงเริ่มตลาดมือถือเฮาส์แบรนด์ ภายใต้ชื่อ
infinity
ปี 2552
เริ่มทำตลาดรุ่น “อาม่า”
สร้างการรับรู้ ด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบบอกต่อ หรือWord of
Mouthกระจายสินค้าตามช่องทางการจำหน่ายร้านโมเดิร์นเทรด
และการโฆษณาผ่านสื่อนอกบ้าน ประมาณ 3 ปี ทำยอดขายได้ประมาณ 3 แสนเครื่อง
ด้วยงบการสื่อสาร โฆษณาประชาสัมพันธ์ประมาณ 8-10 ล้านบาทต่อปี
ปี 2555
เริ่มรักษาตลาด
ก่อนที่จะมีคู่แข่งเข้ามาแข่ง โดยตั้งแต่ต้นปีเร่งสร้างBrand
Awarenessผ่านMass
Communicationเพื่อสร้างการรับรู้สู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ผ่านทีวีซี
ด้วยงบลงทุนด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ประมาณ 10 ล้านบาท

ปลายปีเตรียสร้างBrand
Engagementเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ
รู้สึกดีกับแบรนด์ และเกิดการบอกต่อมากขึ้น เช่นการเตรียมแผนCustomer
Promotionชิงโชคในคอนเซปต์แม่และลูก โดยตลอดปี 2555
เตรียมงบการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไว้ที่ประมาณ 30-50 ล้านบาท
เพื่อสร้างยอดขายให้ได้ไตรมาสละประมาณ 1-1.5 แสนเครื่อง ปัจจุบัน มีพนักงานประมาณ 120 คน
มียอดขายเดือนหนึ่งมากกว่า 20 ล้านบาท


Marketing Terms: 

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488