เหล็ก ทองแดง และอลูมิเนียม : ราคายังคงผันผวนในครึ่งปีหลัง 2552

เหล็ก ทองแดง และอลูมิเนียม นับเป็นโลหะที่มีความสำคัญมากต่ออุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกในปัจจุบัน ราคาโลหะที่ผันผวนย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าหลายชนิดทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งจากทิศทางราคาเหล็ก ทองแดง และอลูมิเนียมในปัจจุบันพบว่า อุปสงค์จากประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคโลหะเหล่านี้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีบทบาทที่สำคัญค่อนข้างมากต่อการกำหนดทิศทางราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อจีนกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง โดยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นมาที่ร้อยละ 7.9 จากที่ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 10 ปี ที่ร้อยละ 6.1 ในไตรมาสแรก และมีการคาดหมายว่า การเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปีจะเร่งตัวขึ้น ทำให้ทั้งปีสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ร้อยละ 8 ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจดังกล่าวนี้ ยิ่งเพิ่มความคาดหวังต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รวมทั้งความต้องการใช้โลหะที่น่าจะเพิ่มสูงขึ้นตาม ส่งผลให้ราคาโลหะต่างๆเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้าและคาดว่าราคาได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังคงกังวลว่าราคาโลหะที่พุ่งสูงขึ้นนี้อาจเป็นเพียงผลจากการนำเข้าเพื่อเก็บสต็อกของจีนเท่านั้น เนื่องจากสัญญาณทางเศรษฐกิจบางตัวยังคงบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอน แม้ว่าหลายประเทศจะหลุดพ้นจากภาวะถดถอยมาแล้วก็ตาม ประกอบกับล่าสุดจีนได้แสดงเจตนาที่จะจำกัดการปล่อยสินเชื่อมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมก่อสร้าง หลังจากที่ได้มีการปล่อยเงินกู้สูงเป็นประวัติการณ์ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ นอกจากนี้การที่รัฐบาลจีนได้เตรียมออกมาตรการเพื่อยับยั้งการผลิตที่มากเกินกว่าอุปสงค์ในตลาดของอุตสาหกรรมเหล็ก ปัจจัยเหล่านี้ย่อมส่งผลให้แนวโน้มราคาโลหะพื้นฐานในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้มีความผันผวนอยู่มาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้วิเคราะห์ถึงราคาเหล็ก ทองแดง และอลูมิเนียมในตลาดโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2552 ที่จะยังคงผันผวนมาก โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

ราคาเหล็ก ทองแดง และอลูมิเนียม แม้จะยังคงมีการหดตัวสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เมื่อดูจากทิศทางราคาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาแล้ว พบว่าราคาได้ทยอยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนคาดว่าราคาโลหะเหล่านี้น่าจะผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรช่วงราคาขาลงมาแล้ว โดยราคาผลิตภัณฑ์เหล็กโดยเฉลี่ยล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2552 ได้เพิ่มขึ้นมาที่ 611 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 จากจุดที่ลงไปต่ำสุดที่ 562 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับราคาที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ขณะที่ราคาทองแดงได้พุ่งกลับขึ้นมาที่ระดับราคา 6,490.5 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ในวันที่ 28 สิงหาคม 2552 ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับราคาทองแดงในช่วงปลายเดือนกันยายนของปีที่แล้ว โดยเป็นราคาที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 134.3 จากระดับราคาที่ต่ำที่สุดในรอบ 52 เดือน ที่ 2,770 ดอลลาร์ฯต่อตัน ในวันที่ 24 ธันวาคม 2551 ในด้านราคาอลูมิเนียมก็เช่นเดียวกัน ราคามีทิศทางที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยได้พุ่งกลับขึ้นมาที่ระดับราคา 2,035 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ในวันที่ 13 สิงหาคม 2552 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 62.3 จากระดับราคาที่ต่ำที่สุดในรอบนี้ที่ 1,253.5 ดอลลาร์ฯต่อตัน ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 โดยราคาโลหะต่างๆที่เพิ่มสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่องนี้ ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่ามีปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเร่งตัวขึ้นของราคามาจากการนำเข้าโลหะของจีนที่เพิ่มสูงขึ้นมาก เนื่องจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น โดยมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 4 ล้านล้านหยวน (5.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ) เป็นแรงกระตุ้นสำคัญ

อุปสงค์ต่อโลหะของจีน...ปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการเพิ่มขึ้นของราคาโลหะ

หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ซึ่งลุกลามไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก ทำให้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2551 หลายประเทศเริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ถึงผลกระทบที่ได้รับจากวิกฤตดังกล่าวมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ประเทศจีนซึ่งนับว่าเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงที่สุด ก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตในครั้งนี้ไม่น้อยเช่นกัน เนื่องจากเป็นประเทศหนึ่งที่ยังต้องพึ่งพาการส่งออก โดยเฉพาะไปยังตลาดสหรัฐฯอยู่มาก ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อพยุงการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศในปี 2552 นี้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ร้อยละ 8 ซึ่งเป็นระดับเป้าหมายที่จำเป็นสำหรับการสร้างงานให้เพียงพอเพื่อรักษาเสถียรภาพการจ้างงานซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางสังคมและการเมืองของจีน ส่งผลให้รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 ล้านล้านหยวน (5.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ) เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการลงทุน การผลิต และการบริโภคภายในประเทศ ผ่านการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน การให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย การกระตุ้นการผลิตในอุตสาหกรรมสำคัญๆ เช่น ยานยนต์ เหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบสารสนเทศ เครื่องจักร การต่อเรือ สิ่งทอ และปิโตรเคมี นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังมีนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้เพิ่ม ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณที่ดีขึ้น เช่น ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 กลับขึ้นมาขยายตัวร้อยละ 7.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ดีขึ้นจากที่ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 10 ปี ที่ร้อยละ 6.1ในไตรมาสแรก ส่งผลให้ช่วงครึ่งแรกเศรษฐกิจจีนขยายตัวร้อยละ 7.1 ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเอง ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ของโรงงานอุตสาหกรรมก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 ในเดือนกรกฎาคม สูงขึ้นจากที่เติบโตร้อยละ 10.7 ในเดือนมิถุนายน นอกจากนี้การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในตัวเมืองของจีน ซึ่งสะท้อนถึงการใช้จ่ายสำหรับโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานก็ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.6 ในช่วงครึ่งปีแรก เป็นต้น จากสัญญาณบวกเหล่านี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่ามีโอกาสสูงที่จีนจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ร้อยละ 8

ทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นดังกล่าว ทำให้ความต้องการใช้โลหะในจีนเพิ่มสูงขึ้นค่อนข้างมาก สำหรับเตรียมนำไปใช้ในโครงการพัฒนาต่างๆของรัฐ ส่งผลให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2552 นี้ สำนักงานคลังสำรองของรัฐบาลจีนได้มีการนำเข้าเหล็ก ทองแดง และอลูมิเนียม เข้ามาในจีนเป็นจำนวนมากเพื่อตุนสำรองไว้ ซึ่งล่าสุดในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จีนนำเข้าสินแร่เหล็กสูงถึงประมาณ 58,080 ตัน เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดือนเดียวกันในปีก่อนถึงประมาณร้อยละ 46.6 ส่วนการนำเข้าโลหะทองแดงก็พบว่าในเดือนมิถุนายนจีนได้นำเข้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 477,217 ตัน เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 174.5 จากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2552 จีนนำเข้าทองแดงไปแล้วสูงถึง 2.64 ล้านตัน ขณะที่การนำเข้าอลูมิเนียมของจีนก็ได้เพิ่มสูงขึ้นมากเช่นเดียวกันโดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา จีนนำเข้าอลูมิเนียมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 439,902 ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนถึงประมาณ 3 เท่า

แม้ปริมาณการนำเข้าที่สูงขึ้นมากดังกล่าว ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน แต่หากพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์ของโลหะที่มาจากอุตสาหกรรมที่ใช้โลหะเหล่านี้เป็นหลักกับอุปทานจากการนำเข้าโลหะชนิดต่างๆ โดยเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนๆ พบว่าระดับการนำเข้าทองแดงและอลูมิเนียมค่อนข้างที่จะสูงกว่าระดับความต้องการใช้จริงอยู่มาก จึงมีโอกาสที่การนำเข้าปริมาณมากในช่วงก่อนหน้านี้อาจเป็นการนำเข้าเพื่อการสต๊อกของจีน ทำให้แนวโน้มราคาทองแดงและอลูมิเนียมในระยะต่อไปคาดว่าจะยังมีความเสี่ยงอยู่มาก โดยเฉพาะหากการนำเข้าจากจีนลดลงเมื่อการเก็บสต๊อกมีปริมาณที่เพียงพอแล้ว ส่วนการนำเข้าสินแร่เหล็กแม้ผลของมาตรการรัฐจะช่วยกระตุ้นให้มีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น ทำให้มีปริมาณการนำเข้าเหล็กเพิ่มสูงขึ้นมาก แต่ทิศทางการนำเข้าเมื่อเปรียบเทียบกับสถิติในอดีต คาดว่าจะมีแนวโน้มคงที่และอาจไม่เพิ่มขึ้นในอัตราเร่งดังเช่นช่วงก่อนหน้า เนื่องจากเป็นช่วงที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรชะลอตัวลงกว่าช่วงก่อนหน้า ทำให้แนวโน้มราคาเหล็กในระยะต่อไปมีปัจจัยบวกมาสนับสนุนน้อยลง

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น น่าจะส่งผลทำให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆมีทิศทางขยายตัวมากขึ้น และน่าจะส่งผลให้อุปสงค์ต่อโลหะต่างๆน่าจะยังรักษาระดับสูงได้อยู่ แต่ แต่ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทิศทางการส่งออกของจีนที่ยังคงมีปัญหา ซึ่งหากโลหะที่นำเข้าไม่มีอุปสงค์ที่มากพออย่างต่อเนื่องรองรับอาจทำให้เกิดอุปทานโลหะที่ล้นตลาด ซึ่งคาดว่าจะทำให้การเพิ่มขึ้นของราคาไม่สามารถรักษาเสถียรภาพที่ระดับราคาสูงเดิมได้นาน และมีโอกาสที่จะผันผวนรวมทั้งปรับลดลงได้อีกครั้ง

ราคาโลหะ..มีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจโลก แต่ยังเผชิญความเสี่ยง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองแนวโน้มราคาโลหะในช่วงครึ่งหลังของปี 2552 ว่ามีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน และเศรษฐกิจของประเทศชั้นนำของโลก ตามสัญญาณเศรษฐกิจล่าสุดในเดือนสิงหาคมที่บ่งชี้การฟื้นตัวที่ดีกว่าที่คาด ซึ่งน่าจะส่งผลให้ความต้องการใช้โลหะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยที่สำคัญคาดว่าจะมาจากอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้แม้ว่าแนวโน้มการขยายตัวที่เพิ่มสูงขึ้นของเศรษฐกิจจีนนี้ จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นอุปสงค์ต่อโลหะในตลาดโลก ทว่าทิศทางราคาในช่วงต่อจากนี้ไป คาดว่ายังจะต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันหลายด้าน ได้แก่

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังมีปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูง โดยทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเป็นผลมาจากการอัดฉีดเงินของภาครัฐ ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ทำให้มีปริมาณเงินที่ไหลเข้ามาในระบบเศรษฐกิจสูงมาก โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ และตลาดหุ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูง และเกิดฟองสบู่รอบใหม่ ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านี้อาจกลับมาสร้างปัญหาต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของจีนได้ นอกจากนี้การที่เศรษฐกิจพึ่งพามาตรการของภาครัฐมากเกินไป หากผลของมาตรการรัฐสิ้นสุดลง ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนการเติบโตของภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เศรษฐกิจจีนอาจไม่สามารถรักษาระดับการเติบโตสูงนี้ให้ดำเนินต่อเนื่องไปได้ นอกจากนี้จากที่คณะกรรมการกำกับกฏระเบียบธนาคารของจีน (CBRC) ได้ร่างกฏเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์จีนมากขึ้น และมีผลทำให้ธนาคารพาณิชย์บางรายประกาศจำกัดเป้าการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งแนวโน้มคาดว่าจะทำให้ความร้อนแรงของการลงทุนโดยเฉพาะภาคเอกชนในจีนลดลง ทำให้อุปสงค์ต่อโลหะมีความเสี่ยงที่จะปรับลดลงตาม

การส่งออกของจีนยังคงมีปัญหา โดยภาคส่งออกนับเป็นสาขาที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานของจีน แม้จีนอาจนับเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกไม่สูงมากนักก็ตาม (สัดส่วนประมาณร้อยละ 33 ของจีดีพี) และจากตัวเลขเดือนมิถุนายนที่การส่งออกได้หดตัวร้อยละ 21.4 ซึ่งยังคงเป็นตัวเลขที่ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 แสดงให้เห็นถึงทิศทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของจีนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ยังคงแย่อยู่ ทั้งนี้หากจีนไม่สามารถกระตุ้นการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพของการลงทุนภาคเอกชนซึ่งส่วนหนึ่งบ่งชี้ออกมาทางตัวเลขการส่งออกนี้ได้ เมื่อความสามารถในการอัดฉีดเงินของรัฐลดลงย่อมก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจตามมา

ซึ่งในกรณีดังกล่าวอาจส่งผลให้อุปสงค์ต่อโลหะของจีนลดลง ทำให้อุปทานโลหะ โดยเฉพาะทองแดง และอลูมิเนียม อาจล้นตลาด จากที่ก่อนหน้านี้จีนได้มีการนำเข้าไปเพื่อสต๊อกเก็บไว้ในปริมาณที่สูงดังที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ และเนื่องจากราคาโลหะได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นไปมากแล้ว ประกอบกับเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลที่อุปสงค์โลหะต่ำในช่วงหน้าร้อนของจีน ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยกดดันราคาโลหะให้ลดลง นอกจากนี้แนวโน้มที่อาจมีการระบายอุปทานส่วนเกินเข้าตลาดอาจยิ่งสร้างแรงกดดันราคามากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยแนวนโยบายล่าสุดของรัฐบาลจีนที่ต้องการควบคุมความสามารถในการผลิตเหล็กของประเทศ ทำให้อุปทานเหล็กไม่ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่ลดลงมากดังเช่นทองแดงและอลูมิเนียม ทำให้ความรุนแรงของความผันผวนทางด้านราคาต่ำกว่า

โดยสรุป นับจากช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ราคาโลหะพื้นฐาน เช่น เหล็ก ทองแดง และอลูมิเนียม ปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างที่จะต่อเนื่อง ขณะที่สัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลกน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้อุปสงค์ต่อการใช้โลหะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าราคาเหล็ก ทองแดง และอลูมิเนียมในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อาจผันผวน จากปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน อาทิ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ยังมีปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูง รวมถึงภาคการส่งออกของจีนที่ยังคงมีปัญหา ซึ่งจะกระทบต่อการลงทุนในอนาคต โดยราคาทองแดง และอลูมิเนียมมีแนวโน้มที่จะผันผวนสูงกว่า และมีโอกาสปรับลดราคาลงได้มากกว่าเหล็ก เนื่องจากมีปัจจัยด้านการเก็งกำไรที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยค่อนข้างมากกว่าราคาเหล็ก โดยเฉพาะราคาทองแดง ที่มีแนวโน้มผันผวนสูงสุด เนื่องจากมีการเข้ามาเก็งกำไรสูงมากจากที่เป็นโลหะที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าโลหะอื่นๆตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามจากปัจจัยสนับสนุนจากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่เริ่มดีขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีผลทำให้อุปสงค์ต่อโลหะยังคงมีอยู่มาก ส่งผลให้ราคาทองแดง และอลูมิเนียม แม้จะมีความผันผวนสูงแต่ก็จะไม่ปรับลดลงไปสู่ระดับเดียวกับช่วงปลายปี 2551 และช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2552 ขณะที่ราคาเหล็กมีแนวโน้มผันผวนน้อยกว่า และอาจรักษาระดับเสถียรภาพของราคาที่ระดับสูงได้มากกว่าทองแดงและอลูมิเนียม เนื่องจากมีการนำเข้ามาเพื่อเก็บสต๊อกไม่สูงเกินไปกว่าอุปสงค์ในตลาดมากนักและมีการเก็งกำไรน้อยกว่า รวมถึงล่าสุดรัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่ควบคุมความสามารถในการผลิตเหล็กในปัจจุบันที่สูงเกินไป ทำให้ปริมาณเหล็กในตลาดมีแนวโน้มที่ลดลง ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยลดความผันผวนของราคาได้ในระยะต่อไป

จากทิศทางราคาโลหะพื้นฐานที่คาดว่าจะผันผวนนี้ ย่อมส่งผลกระทบในหลายด้านกับภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจที่มีสินค้าโลหะเป็นวัตถุดิบในการผลิต และภาคธุรกิจผลิตและส่งออกสินค้าโลหะ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนการซื้อขาย และการสต๊อกสินค้าโลหะให้รัดกุมแต่ยังคงยืดหยุ่นได้ค่อนข้างมาก โดยอาจทำสัญญาซื้อขายในระยะสั้นเพื่อจะได้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา รวมถึงพร้อมที่จะปรับการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญที่สุด ผู้ประกอบการควรติดตามทิศทางความต้องการของตลาดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางการนำเข้าโลหะของจีน รวมถึงผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดราคาโลหะ นอกจากนี้ควรติดตามความคืบหน้าของการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจหลักซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าสินค้าจากจีนที่สำคัญด้วย ซึ่งจะมีผลต่อกิจกรรมการผลิตในประเทศจีน และเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อราคาโลหะในระยะข้างหน้า

Digital TV & Media

3 ข้อเสนอช่อง 3 ยื้อจอดำ ข้อเสนอที่ช่อง 3 ได้ยื่นเสนอต่อประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  เพื่อขอทบทวนมติของ บอร์ด กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.

เมื่อเวลา 13.00 น. ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์จำกัด เดินทางมาถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) แจ้งว่า ประวิทย์ มาลีนนท์ ตัวแทน บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (ช่อง 3) จะเข้ายื่นหนังสือกับ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เพื่อขอให้ทบทวนมติ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

Consumer Insight

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

อัพเดทล่าสุด ยอดผู้ใช้เฟซบุ้คในไทย 27 ล้านยูสเซอร์ เป็นประเทศที่มีการใช้มากเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ 36 ล้านยูสเซอร์ และอินโดนีเซีย 64 ล้านยูสเซอร์

Insight

มาดูกันว่า การมาของ “ไอโฟน 6” ในไทย ที่เผยโฉมในวันที่ 9 กันยายน จะสร้างกระแสความร้อนแรงให้กับตลาดสมาร์ทโฟน รวมทั้งการนำไปทำโปรโมชั่นให้กับสินค้าต่างๆ ได้แค่ไหน

ทำตลาดยุคนี้จะมุ่งขายสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างแบรนด์เลิฟ มัดใจ “คู่ค้า” อย่างแคมเปญล่าสุดของ “โค้ก” มุ่งไปเจาะใจ “ร้านโชว์ห่วย” 250,000 ร้านค้า ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ 60%

สำหรับตลาดน้ำอัดลม แพ็คเกจจิ้งถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่ง เพราะพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลมของแต่ละคนค่อนข้างแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจึงหันมาเล่นกลยุทธ์ไซส์ซิ่งกันมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกรูปแบบ

Strategic Move

ค่ายทรูนั้น ถือเป็น "บิ๊กทรี" ของผู้ประกอบธุรกิจโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไทย แต่การมาเป็นที่ 3 ในตลาดมือถือ ทำให้ทรูต้องเร่งขยายลงทุนเครือข่าย เพื่อวิ่งให้ทันคู่แข่งอีก 2 ราย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

ถ้าเคเอฟซี มี “ลุงเคน”หรือ “ผู้พันแซนเดอร์ส” เป็นสัญลักษณ์แล้ว ร้านไก่ทอด “เคียวโซน” ก็มี “ลีมินโฮ” เป็นจุดขาย เพื่อให้คนไทยจดจำร้านไก่ทอดจากเกาหลีแห่งนี้ ที่จะใช้ความเป็นเอเชีย บวกกับเค-ป๊อป ท้าชนเจ้าตลาดใหญ่อย่าง “เคเอฟซี”

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

Social Media Club

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีน มีแนวโน้มในการเพิ่มขึ้นของการใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ขึ้น หรือหน้าจอขนาด 5-7 นิ้ว ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของจำนวนสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปี 2013 และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

People

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

รายงานข่าวจากบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีทค ได้แจ้งว่า “จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ”ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันนี้ (2 กันยายน 2557) เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348