เอส แอนด์ พี จาก Quick Meal สู่ Common Meal

แม้จะไม่รุกเร็วเท่ากับคู่แข่งอีก 2 ราย แต่ เอส แอนด์ พี วางเป้าหมายไว้ว่าในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า อาหารพร้อมรับประทานจะกลายเป็น Common Meal ที่ทุกบ้านต้องมีติดตู้เย็นไว้ และเลือกกินโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจในความสด สะอาด ปลอดภัยของอาหาร เป็นโจทย์อันท้าทายให้กับแบรนด์ ควิกมีล (Quick Meal) ในวันนี้ เป็นสิ่งยืนยันว่า เอส แอนด์ พี พร้อมทุ่มเต็มตัวในตลาดอาหารพร้อมรับประทานอย่างแน่นอน

ภากรณ์ ทิวเจริญ Vice President – Trade บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเพิ่งเข้ามาดูแลธุรกิจอาหารแช่แข็ง ภายใต้แบรนด์ ควิกมีล ได้เพียงปีกว่า บอกว่า ตามนโยบายที่ประเวศวุฒิ ไรวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ได้ให้ไว้ คือ อีก 3 ปีข้างหน้า ธุรกิจจัดจำหน่ายในช่องทางนอกร้านอาหารของเอส แอนด์ พี ที่มีอาหารพร้อมรับประทานเป็นสินค้าเรือธงจะต้องเพิ่มสัดส่วนรายได้ในองค์กรเป็น 25% จากแต่เดิมที่มีสัดส่วนเพียงแค่ 10% เท่านั้น ทำให้เขาและทีมงานต้องเร่งสปีดยอดขายให้ได้เป็นอย่างน้อยสองเท่าในแต่ละปี

ภากรณ์เองก็มั่นใจว่า การบ้านที่ประเวศวุฒิให้มานั้น สามารถเป็นไปได้ไม่ยาก

3 ปัจจัยหนุน ตลาดพร้อมโต

ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดอาหาร Ready to Eat แบบแช่แข็งอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท และหากมองแค่ช่องทางรีเทลก็มีมูลค่าสูงถึง 1,500 – 1,600 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 25% ในปีที่ผ่านมา

โดยมี 3 ปัจจัยหลักๆ ประกอบเข้าด้วยกันที่ช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโตค่อนข้างสูง

การทำตลาดอย่างรุนแรงของผู้เล่นหลักๆ แต่ละรายในตลาด โดยเฉพาะพรานทะเล ที่ทุ่มงบการตลาดในการโฆษณาประชาสัมพันธ์มหาศาล ขณะที่ซีพี ถึงแม้รูปแบบการทำตลาดจะไม่รุนแรงเท่าพรานทะเล แต่ด้วยสินค้าที่มีความหลากหลายและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างผ่านเอาต์เลทนับพันของเซเว่น อีเลฟเว่น ทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้นเคยกับอาหารพร้อมทานมากขึ้นโดยปริยาย เป็นปัจจัยสำคัญลำดับแรก

ปัจจัยที่สอง เกิดจากผลพลอยได้จากการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียม ที่นอกจากจับจองทำเลดีๆ ในดาวน์ทาวน์จนเกลี้ยงแล้ว ยังเริ่มลามออกไปยังพื้นที่ชานเมือง และปริมณฑล ซึ่งผู้พักอาศัยในคอนโดส่วนใหญ่มักไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการทำกับข้าว หรือถ้ามีความสะดวกก็ไม่เหมือนกับการพักอาศัยอยู่ตามทาวน์เฮาส์ หรือบ้านเดี่ยว

ขณะที่ผู้บริโภคเองก็เริ่มมีทัศนคติที่เปลี่ยนไปในทางบวกกับอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น ทั้งในแง่ของตัวผลิตภัณฑ์ และราคา

“ปัจจุบัน ผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่ได้มองว่าอาหารกล่อง เป็นอาหารเก่าเก็บ ที่ไม่มีความสดแต่อย่างใด พวกเขาเริ่มคุ้นเคยกับการทานอาหารกล่องที่บ้าน และเข้าใจว่าอาหารกล่องมีความปลอดภัย สดใหม่เหมือนกับอาหารจานเดียวตามสั่งทั่วไป และสะอาด”

“ขณะเดียวกัน ราคาของอาหารจานเดียวตามสั่ง หรือข้าวราดแกงที่ปรับราคาเป็น 30 – 35 บาทต่อหนึ่งจาน ทำให้ช่องว่างราคาระหว่างอาหารกล่องกับอาหารตามสั่งลดลง ผู้บริโภคจึงรู้สึกว่าอาหารกล่องไม่ได้มีราคาสูงจนไม่กล้าซื้ออีกต่อไป”

เมื่อมองมูลค่าตลาดและอัตราการเติบโตของอาหาร Ready to Eat แบบแช่แข็งในปีที่แล้ว บวกกับปัจจัยหนุนทั้งสามก็ไม่น่าแปลกเลยว่าทำไมภากรณ์ถึงได้มีความมั่นใจมากนัก

Follow Strategy ตามแบบมีกลยุทธ์

สำหรับแบรนด์ควิกมีล ของเอส แอนด์ พี แม้ไม่ได้ทำการตลาดเชิงรุกเช่นเดียวกับแบรนด์อื่น แต่จุดแข็งในแง่ของคุณภาพที่ทำให้แบรนด์คงอยู่มากได้มากกว่าสิบปี และรสชาติที่การันตีความอร่อยโดยภัทรา ศิลาอ่อน ก็ทำให้ปีที่ผ่านมา ควิกมีลปิดยอดขายที่ประมาณ 200 ล้านบาท

แต่ในปีหน้า ภากรณ์บอกว่าควิกมีลคงจะนิ่งแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วหากต้องการเติบโตให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่สเต็ปการรุกของควิกมีลก็คงไม่เร็วและรุนแรงเท่ากับอีกสองแบรนด์คู่แข่งสำคัญในตลาด โดยกลยุทธ์สำคัญ คือ ออกสินค้าในหมวดที่คู่แข่งสำคัญได้ทุ่มงบการตลาดไว้แล้ว พร้อมๆ กับการเปิด Category ใหม่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน

“เอส แอนด์ พี แต่เดิมเน้นเรื่องคุณภาพ และความหลากหลาย เรามีเมนูให้เลือกมากกว่าคู่แข่งเยอะ และต้นทุนแบรนด์เราได้เปรียบมาก ที่ผ่านมาแทบไม่ทำโฆษณาเลยก็ขายได้ แต่การแข่งขันสูงขึ้น ทำให้เราต้องเริ่มปรับตัวเรื่องการตลาด แม้ว่าแบรนด์แข็งแรง แต่ไม่มีการย้ำและสื่อสารกับลูกค้า ก็อาจลืมได้ ซึ่งในปีหน้าจะทำการตลาดมากขึ้น จับกลุ่มลูกค้าที่เป็นทั้งคนรุ่นใหม่วัยทำงาน และครอบครัวให้ชัดขึ้น แล้วสื่อสารกับพวกเขา”

“การที่คู่แข่งรายอื่นได้ลงทุนเรื่องการตลาดมหาศาล ย่อมส่งผลดีกับภาพรวมของตลาดด้วย ซึ่งเราก็จะอาศัยผลพลอยได้ตรงนี้ในการเติบโต และในขณะเดียวกัน เราก็ต้องมีสินค้าใหม่ๆ ของเราเองด้วย เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ว่าแบรนด์เราไม่หยุดนิ่ง มีนวัตกรรมใหม่ และมีอาหารหลากหลายกว่าเดิม”

More Products, More Chances

ปัจจุบัน ช่องทางจัดจำหน่ายไม่ใช่ปัญหาของควิกมีล หากรวมทั้งช่องทางหน้าร้านอาหารเอส แอนด์ พี และช่องทางโมเดิร์นเทรด มีมากกว่า 1,000 แห่ง

ดังนั้น โฟกัสของบริษัทฯจึงมุ่งกับการพัฒนาสินค้า เพื่อเพิ่มความหลากหลาย และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมขึ้น

“เรามีทีมวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่งมาก และจุดแข็งที่พื้นฐานของเราเป็นร้านอาหาร ไม่ใช่โรงงานเหมือนกับแบรนด์อื่น เราจึงมีเชฟที่พร้อมในการพัฒนาอาหารใหม่ๆ ควบคู่ไปกับคุณภัทรา ศิลาอ่อน”

ภากรณ์เล่าว่า จากการทำ Focus Group พบพฤติกรรมสำคัญในการรับประทานอาหารกล่องอย่างหนึ่งว่า ผู้บริโภคไม่ค่อยมีความจงรักภักดีในแบรนด์ และมีอาการเบื่อง่าย พร้อมเปลี่ยนไปลองเมนูใหม่ๆ เสมอ

สมมติว่า ผู้บริโภคอยากทานข้าวราดแกงเขียวหวานไก่ เขาก็จะเริ่มสำรวจตลาดว่าแกงเขียวหวานไก่มีกี่แบรนด์ที่ผลิตเมนูนี้ จากนั้น เขาจะทยอยซื้อทีละแบรนด์เพื่อชิมรสชาติจนครบทุกแบรนด์ ก่อนตัดสินใจจากรสชาติอีกทีว่าจะเลือกแบรนด์ไหนในเมนูนี้เป็นการถาวร ขณะที่เรื่องแพ็กเกจจิ้ง ปริมาณอาหาร และราคา เป็นประเด็นรองในการตัดสินใจ

และนี่เป็นเหตุผลที่ต้องนำเสนอความหลากหลายของสินค้าให้มากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ซึ่งในปีนี้ Category ใหม่ที่ควิกมีลเตรียมปล่อยสู่ตลาดในปีนี้ คือ อาหารพร้อมรับประทานเพื่อสุขภาพในช่วงไตรมาสที่หนึ่ง นอกเหนือจาก 4 หมวดอาหารที่มีอยู่ คือ อาหารไทย อาหารประเภทเส้น อาหารเจ และขนมไทย

ภากรณ์ ทิวเจริญ จากปิโตรเคมีสู่ธุรกิจอาหาร

เพิ่งย้ายจากปูนซิเมนต์ไทยมายังเอส แอนด์ พี ได้ไม่นาน ภากรณ์ ทิวเจริญ ก็ได้รับโจทย์ที่ท้าทายจากประเวศวุฒิ ไรวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กับการเพิ่มสัดส่วนรายได้พอร์ตสินค้าช่องทางนอกร้านอาหารเอส แอนด์ พี ซึ่งประกอบด้วยอาหารพร้อมรับประทาน ไส้กรอก และคุกกี้ จาก 10% เป็น 25% ในระยะเวลาสามปี

สำหรับภากรณ์ โจทย์นี้ท้าทายไม่น้อย เพราะถึงแม้จะมีพื้นฐานทางด้านการตลาดมาจากปูนซิเมนต์ไทย แต่ก็ดูแลผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมิคอลเป็นหลัก การเปลี่ยนฟิลด์มาทำงานเกี่ยวกับธุรกิจอาหารในครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของเขาได้เป็นอย่างดี

“เราต้องปรับตัวเรื่องการตลาด แม้ว่าแบรนด์เอส แอนด์ พี จะแข็งแรง แต่ถ้าไม่มีการย้ำและสื่อสารกับลูกค้า ก็อาจลืมได้ ในปีหน้าจะทำการตลาดมากขึ้น จับกลุ่มลูกค้าที่เป็นทั้งคนรุ่นใหม่วัยทำงาน และครอบครัวให้ชัดขึ้น”

“จุดแข็งที่พื้นฐานของเราเป็นร้านอาหาร ไม่ใช่โรงงานเหมือนกับแบรนด์อื่น เราจึงมีเชฟที่พร้อมในการพัฒนาอาหารใหม่ๆ ควบคู่ไปกับคุณภัทรา ศิลาอ่อน”

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488