เอส แอนด์ พี จาก Quick Meal สู่ Common Meal

แม้จะไม่รุกเร็วเท่ากับคู่แข่งอีก 2 ราย แต่ เอส แอนด์ พี วางเป้าหมายไว้ว่าในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า อาหารพร้อมรับประทานจะกลายเป็น Common Meal ที่ทุกบ้านต้องมีติดตู้เย็นไว้ และเลือกกินโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจในความสด สะอาด ปลอดภัยของอาหาร เป็นโจทย์อันท้าทายให้กับแบรนด์ ควิกมีล (Quick Meal) ในวันนี้ เป็นสิ่งยืนยันว่า เอส แอนด์ พี พร้อมทุ่มเต็มตัวในตลาดอาหารพร้อมรับประทานอย่างแน่นอน

ภากรณ์ ทิวเจริญ Vice President – Trade บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเพิ่งเข้ามาดูแลธุรกิจอาหารแช่แข็ง ภายใต้แบรนด์ ควิกมีล ได้เพียงปีกว่า บอกว่า ตามนโยบายที่ประเวศวุฒิ ไรวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ได้ให้ไว้ คือ อีก 3 ปีข้างหน้า ธุรกิจจัดจำหน่ายในช่องทางนอกร้านอาหารของเอส แอนด์ พี ที่มีอาหารพร้อมรับประทานเป็นสินค้าเรือธงจะต้องเพิ่มสัดส่วนรายได้ในองค์กรเป็น 25% จากแต่เดิมที่มีสัดส่วนเพียงแค่ 10% เท่านั้น ทำให้เขาและทีมงานต้องเร่งสปีดยอดขายให้ได้เป็นอย่างน้อยสองเท่าในแต่ละปี

ภากรณ์เองก็มั่นใจว่า การบ้านที่ประเวศวุฒิให้มานั้น สามารถเป็นไปได้ไม่ยาก

3 ปัจจัยหนุน ตลาดพร้อมโต

ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดอาหาร Ready to Eat แบบแช่แข็งอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท และหากมองแค่ช่องทางรีเทลก็มีมูลค่าสูงถึง 1,500 – 1,600 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 25% ในปีที่ผ่านมา

โดยมี 3 ปัจจัยหลักๆ ประกอบเข้าด้วยกันที่ช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโตค่อนข้างสูง

การทำตลาดอย่างรุนแรงของผู้เล่นหลักๆ แต่ละรายในตลาด โดยเฉพาะพรานทะเล ที่ทุ่มงบการตลาดในการโฆษณาประชาสัมพันธ์มหาศาล ขณะที่ซีพี ถึงแม้รูปแบบการทำตลาดจะไม่รุนแรงเท่าพรานทะเล แต่ด้วยสินค้าที่มีความหลากหลายและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างผ่านเอาต์เลทนับพันของเซเว่น อีเลฟเว่น ทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้นเคยกับอาหารพร้อมทานมากขึ้นโดยปริยาย เป็นปัจจัยสำคัญลำดับแรก

ปัจจัยที่สอง เกิดจากผลพลอยได้จากการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียม ที่นอกจากจับจองทำเลดีๆ ในดาวน์ทาวน์จนเกลี้ยงแล้ว ยังเริ่มลามออกไปยังพื้นที่ชานเมือง และปริมณฑล ซึ่งผู้พักอาศัยในคอนโดส่วนใหญ่มักไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการทำกับข้าว หรือถ้ามีความสะดวกก็ไม่เหมือนกับการพักอาศัยอยู่ตามทาวน์เฮาส์ หรือบ้านเดี่ยว

ขณะที่ผู้บริโภคเองก็เริ่มมีทัศนคติที่เปลี่ยนไปในทางบวกกับอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น ทั้งในแง่ของตัวผลิตภัณฑ์ และราคา

“ปัจจุบัน ผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่ได้มองว่าอาหารกล่อง เป็นอาหารเก่าเก็บ ที่ไม่มีความสดแต่อย่างใด พวกเขาเริ่มคุ้นเคยกับการทานอาหารกล่องที่บ้าน และเข้าใจว่าอาหารกล่องมีความปลอดภัย สดใหม่เหมือนกับอาหารจานเดียวตามสั่งทั่วไป และสะอาด”

“ขณะเดียวกัน ราคาของอาหารจานเดียวตามสั่ง หรือข้าวราดแกงที่ปรับราคาเป็น 30 – 35 บาทต่อหนึ่งจาน ทำให้ช่องว่างราคาระหว่างอาหารกล่องกับอาหารตามสั่งลดลง ผู้บริโภคจึงรู้สึกว่าอาหารกล่องไม่ได้มีราคาสูงจนไม่กล้าซื้ออีกต่อไป”

เมื่อมองมูลค่าตลาดและอัตราการเติบโตของอาหาร Ready to Eat แบบแช่แข็งในปีที่แล้ว บวกกับปัจจัยหนุนทั้งสามก็ไม่น่าแปลกเลยว่าทำไมภากรณ์ถึงได้มีความมั่นใจมากนัก

Follow Strategy ตามแบบมีกลยุทธ์

สำหรับแบรนด์ควิกมีล ของเอส แอนด์ พี แม้ไม่ได้ทำการตลาดเชิงรุกเช่นเดียวกับแบรนด์อื่น แต่จุดแข็งในแง่ของคุณภาพที่ทำให้แบรนด์คงอยู่มากได้มากกว่าสิบปี และรสชาติที่การันตีความอร่อยโดยภัทรา ศิลาอ่อน ก็ทำให้ปีที่ผ่านมา ควิกมีลปิดยอดขายที่ประมาณ 200 ล้านบาท

แต่ในปีหน้า ภากรณ์บอกว่าควิกมีลคงจะนิ่งแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วหากต้องการเติบโตให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่สเต็ปการรุกของควิกมีลก็คงไม่เร็วและรุนแรงเท่ากับอีกสองแบรนด์คู่แข่งสำคัญในตลาด โดยกลยุทธ์สำคัญ คือ ออกสินค้าในหมวดที่คู่แข่งสำคัญได้ทุ่มงบการตลาดไว้แล้ว พร้อมๆ กับการเปิด Category ใหม่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน

“เอส แอนด์ พี แต่เดิมเน้นเรื่องคุณภาพ และความหลากหลาย เรามีเมนูให้เลือกมากกว่าคู่แข่งเยอะ และต้นทุนแบรนด์เราได้เปรียบมาก ที่ผ่านมาแทบไม่ทำโฆษณาเลยก็ขายได้ แต่การแข่งขันสูงขึ้น ทำให้เราต้องเริ่มปรับตัวเรื่องการตลาด แม้ว่าแบรนด์แข็งแรง แต่ไม่มีการย้ำและสื่อสารกับลูกค้า ก็อาจลืมได้ ซึ่งในปีหน้าจะทำการตลาดมากขึ้น จับกลุ่มลูกค้าที่เป็นทั้งคนรุ่นใหม่วัยทำงาน และครอบครัวให้ชัดขึ้น แล้วสื่อสารกับพวกเขา”

“การที่คู่แข่งรายอื่นได้ลงทุนเรื่องการตลาดมหาศาล ย่อมส่งผลดีกับภาพรวมของตลาดด้วย ซึ่งเราก็จะอาศัยผลพลอยได้ตรงนี้ในการเติบโต และในขณะเดียวกัน เราก็ต้องมีสินค้าใหม่ๆ ของเราเองด้วย เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ว่าแบรนด์เราไม่หยุดนิ่ง มีนวัตกรรมใหม่ และมีอาหารหลากหลายกว่าเดิม”

More Products, More Chances

ปัจจุบัน ช่องทางจัดจำหน่ายไม่ใช่ปัญหาของควิกมีล หากรวมทั้งช่องทางหน้าร้านอาหารเอส แอนด์ พี และช่องทางโมเดิร์นเทรด มีมากกว่า 1,000 แห่ง

ดังนั้น โฟกัสของบริษัทฯจึงมุ่งกับการพัฒนาสินค้า เพื่อเพิ่มความหลากหลาย และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมขึ้น

“เรามีทีมวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่งมาก และจุดแข็งที่พื้นฐานของเราเป็นร้านอาหาร ไม่ใช่โรงงานเหมือนกับแบรนด์อื่น เราจึงมีเชฟที่พร้อมในการพัฒนาอาหารใหม่ๆ ควบคู่ไปกับคุณภัทรา ศิลาอ่อน”

ภากรณ์เล่าว่า จากการทำ Focus Group พบพฤติกรรมสำคัญในการรับประทานอาหารกล่องอย่างหนึ่งว่า ผู้บริโภคไม่ค่อยมีความจงรักภักดีในแบรนด์ และมีอาการเบื่อง่าย พร้อมเปลี่ยนไปลองเมนูใหม่ๆ เสมอ

สมมติว่า ผู้บริโภคอยากทานข้าวราดแกงเขียวหวานไก่ เขาก็จะเริ่มสำรวจตลาดว่าแกงเขียวหวานไก่มีกี่แบรนด์ที่ผลิตเมนูนี้ จากนั้น เขาจะทยอยซื้อทีละแบรนด์เพื่อชิมรสชาติจนครบทุกแบรนด์ ก่อนตัดสินใจจากรสชาติอีกทีว่าจะเลือกแบรนด์ไหนในเมนูนี้เป็นการถาวร ขณะที่เรื่องแพ็กเกจจิ้ง ปริมาณอาหาร และราคา เป็นประเด็นรองในการตัดสินใจ

และนี่เป็นเหตุผลที่ต้องนำเสนอความหลากหลายของสินค้าให้มากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ซึ่งในปีนี้ Category ใหม่ที่ควิกมีลเตรียมปล่อยสู่ตลาดในปีนี้ คือ อาหารพร้อมรับประทานเพื่อสุขภาพในช่วงไตรมาสที่หนึ่ง นอกเหนือจาก 4 หมวดอาหารที่มีอยู่ คือ อาหารไทย อาหารประเภทเส้น อาหารเจ และขนมไทย

ภากรณ์ ทิวเจริญ จากปิโตรเคมีสู่ธุรกิจอาหาร

เพิ่งย้ายจากปูนซิเมนต์ไทยมายังเอส แอนด์ พี ได้ไม่นาน ภากรณ์ ทิวเจริญ ก็ได้รับโจทย์ที่ท้าทายจากประเวศวุฒิ ไรวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กับการเพิ่มสัดส่วนรายได้พอร์ตสินค้าช่องทางนอกร้านอาหารเอส แอนด์ พี ซึ่งประกอบด้วยอาหารพร้อมรับประทาน ไส้กรอก และคุกกี้ จาก 10% เป็น 25% ในระยะเวลาสามปี

สำหรับภากรณ์ โจทย์นี้ท้าทายไม่น้อย เพราะถึงแม้จะมีพื้นฐานทางด้านการตลาดมาจากปูนซิเมนต์ไทย แต่ก็ดูแลผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมิคอลเป็นหลัก การเปลี่ยนฟิลด์มาทำงานเกี่ยวกับธุรกิจอาหารในครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของเขาได้เป็นอย่างดี

“เราต้องปรับตัวเรื่องการตลาด แม้ว่าแบรนด์เอส แอนด์ พี จะแข็งแรง แต่ถ้าไม่มีการย้ำและสื่อสารกับลูกค้า ก็อาจลืมได้ ในปีหน้าจะทำการตลาดมากขึ้น จับกลุ่มลูกค้าที่เป็นทั้งคนรุ่นใหม่วัยทำงาน และครอบครัวให้ชัดขึ้น”

“จุดแข็งที่พื้นฐานของเราเป็นร้านอาหาร ไม่ใช่โรงงานเหมือนกับแบรนด์อื่น เราจึงมีเชฟที่พร้อมในการพัฒนาอาหารใหม่ๆ ควบคู่ไปกับคุณภัทรา ศิลาอ่อน”

Digital TV & Media

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ยังคงเป็นองค์กรที่ลงโฆษณาสูงสุดอันดับแรก ตามมาด้วยโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และ ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) เจ้าของแบรนด์นีเวีย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

เป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์เมื่อมีการแชร์ภาพร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาประชาสงเคราะห์ 23 ที่เปิดบริการใหม่คือ "อาหารตามสั่ง" ที่เป็นอาหารปรุงสด โดยมีเมนูมาตรฐานได้แก่ โจ้ก ข้าวต้ม เมนูข้าว ข้าวผัด เมนูเส้น ทานเล่น และขนม ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348