เอส แอนด์ พี จาก Quick Meal สู่ Common Meal

แม้จะไม่รุกเร็วเท่ากับคู่แข่งอีก 2 ราย แต่ เอส แอนด์ พี วางเป้าหมายไว้ว่าในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า อาหารพร้อมรับประทานจะกลายเป็น Common Meal ที่ทุกบ้านต้องมีติดตู้เย็นไว้ และเลือกกินโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจในความสด สะอาด ปลอดภัยของอาหาร เป็นโจทย์อันท้าทายให้กับแบรนด์ ควิกมีล (Quick Meal) ในวันนี้ เป็นสิ่งยืนยันว่า เอส แอนด์ พี พร้อมทุ่มเต็มตัวในตลาดอาหารพร้อมรับประทานอย่างแน่นอน

ภากรณ์ ทิวเจริญ Vice President – Trade บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเพิ่งเข้ามาดูแลธุรกิจอาหารแช่แข็ง ภายใต้แบรนด์ ควิกมีล ได้เพียงปีกว่า บอกว่า ตามนโยบายที่ประเวศวุฒิ ไรวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ได้ให้ไว้ คือ อีก 3 ปีข้างหน้า ธุรกิจจัดจำหน่ายในช่องทางนอกร้านอาหารของเอส แอนด์ พี ที่มีอาหารพร้อมรับประทานเป็นสินค้าเรือธงจะต้องเพิ่มสัดส่วนรายได้ในองค์กรเป็น 25% จากแต่เดิมที่มีสัดส่วนเพียงแค่ 10% เท่านั้น ทำให้เขาและทีมงานต้องเร่งสปีดยอดขายให้ได้เป็นอย่างน้อยสองเท่าในแต่ละปี

ภากรณ์เองก็มั่นใจว่า การบ้านที่ประเวศวุฒิให้มานั้น สามารถเป็นไปได้ไม่ยาก

3 ปัจจัยหนุน ตลาดพร้อมโต

ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดอาหาร Ready to Eat แบบแช่แข็งอยู่ที่ 16,000 ล้านบาท และหากมองแค่ช่องทางรีเทลก็มีมูลค่าสูงถึง 1,500 – 1,600 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 25% ในปีที่ผ่านมา

โดยมี 3 ปัจจัยหลักๆ ประกอบเข้าด้วยกันที่ช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโตค่อนข้างสูง

การทำตลาดอย่างรุนแรงของผู้เล่นหลักๆ แต่ละรายในตลาด โดยเฉพาะพรานทะเล ที่ทุ่มงบการตลาดในการโฆษณาประชาสัมพันธ์มหาศาล ขณะที่ซีพี ถึงแม้รูปแบบการทำตลาดจะไม่รุนแรงเท่าพรานทะเล แต่ด้วยสินค้าที่มีความหลากหลายและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างผ่านเอาต์เลทนับพันของเซเว่น อีเลฟเว่น ทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้นเคยกับอาหารพร้อมทานมากขึ้นโดยปริยาย เป็นปัจจัยสำคัญลำดับแรก

ปัจจัยที่สอง เกิดจากผลพลอยได้จากการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียม ที่นอกจากจับจองทำเลดีๆ ในดาวน์ทาวน์จนเกลี้ยงแล้ว ยังเริ่มลามออกไปยังพื้นที่ชานเมือง และปริมณฑล ซึ่งผู้พักอาศัยในคอนโดส่วนใหญ่มักไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการทำกับข้าว หรือถ้ามีความสะดวกก็ไม่เหมือนกับการพักอาศัยอยู่ตามทาวน์เฮาส์ หรือบ้านเดี่ยว

ขณะที่ผู้บริโภคเองก็เริ่มมีทัศนคติที่เปลี่ยนไปในทางบวกกับอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น ทั้งในแง่ของตัวผลิตภัณฑ์ และราคา

“ปัจจุบัน ผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่ได้มองว่าอาหารกล่อง เป็นอาหารเก่าเก็บ ที่ไม่มีความสดแต่อย่างใด พวกเขาเริ่มคุ้นเคยกับการทานอาหารกล่องที่บ้าน และเข้าใจว่าอาหารกล่องมีความปลอดภัย สดใหม่เหมือนกับอาหารจานเดียวตามสั่งทั่วไป และสะอาด”

“ขณะเดียวกัน ราคาของอาหารจานเดียวตามสั่ง หรือข้าวราดแกงที่ปรับราคาเป็น 30 – 35 บาทต่อหนึ่งจาน ทำให้ช่องว่างราคาระหว่างอาหารกล่องกับอาหารตามสั่งลดลง ผู้บริโภคจึงรู้สึกว่าอาหารกล่องไม่ได้มีราคาสูงจนไม่กล้าซื้ออีกต่อไป”

เมื่อมองมูลค่าตลาดและอัตราการเติบโตของอาหาร Ready to Eat แบบแช่แข็งในปีที่แล้ว บวกกับปัจจัยหนุนทั้งสามก็ไม่น่าแปลกเลยว่าทำไมภากรณ์ถึงได้มีความมั่นใจมากนัก

Follow Strategy ตามแบบมีกลยุทธ์

สำหรับแบรนด์ควิกมีล ของเอส แอนด์ พี แม้ไม่ได้ทำการตลาดเชิงรุกเช่นเดียวกับแบรนด์อื่น แต่จุดแข็งในแง่ของคุณภาพที่ทำให้แบรนด์คงอยู่มากได้มากกว่าสิบปี และรสชาติที่การันตีความอร่อยโดยภัทรา ศิลาอ่อน ก็ทำให้ปีที่ผ่านมา ควิกมีลปิดยอดขายที่ประมาณ 200 ล้านบาท

แต่ในปีหน้า ภากรณ์บอกว่าควิกมีลคงจะนิ่งแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วหากต้องการเติบโตให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่สเต็ปการรุกของควิกมีลก็คงไม่เร็วและรุนแรงเท่ากับอีกสองแบรนด์คู่แข่งสำคัญในตลาด โดยกลยุทธ์สำคัญ คือ ออกสินค้าในหมวดที่คู่แข่งสำคัญได้ทุ่มงบการตลาดไว้แล้ว พร้อมๆ กับการเปิด Category ใหม่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน

“เอส แอนด์ พี แต่เดิมเน้นเรื่องคุณภาพ และความหลากหลาย เรามีเมนูให้เลือกมากกว่าคู่แข่งเยอะ และต้นทุนแบรนด์เราได้เปรียบมาก ที่ผ่านมาแทบไม่ทำโฆษณาเลยก็ขายได้ แต่การแข่งขันสูงขึ้น ทำให้เราต้องเริ่มปรับตัวเรื่องการตลาด แม้ว่าแบรนด์แข็งแรง แต่ไม่มีการย้ำและสื่อสารกับลูกค้า ก็อาจลืมได้ ซึ่งในปีหน้าจะทำการตลาดมากขึ้น จับกลุ่มลูกค้าที่เป็นทั้งคนรุ่นใหม่วัยทำงาน และครอบครัวให้ชัดขึ้น แล้วสื่อสารกับพวกเขา”

“การที่คู่แข่งรายอื่นได้ลงทุนเรื่องการตลาดมหาศาล ย่อมส่งผลดีกับภาพรวมของตลาดด้วย ซึ่งเราก็จะอาศัยผลพลอยได้ตรงนี้ในการเติบโต และในขณะเดียวกัน เราก็ต้องมีสินค้าใหม่ๆ ของเราเองด้วย เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ว่าแบรนด์เราไม่หยุดนิ่ง มีนวัตกรรมใหม่ และมีอาหารหลากหลายกว่าเดิม”

More Products, More Chances

ปัจจุบัน ช่องทางจัดจำหน่ายไม่ใช่ปัญหาของควิกมีล หากรวมทั้งช่องทางหน้าร้านอาหารเอส แอนด์ พี และช่องทางโมเดิร์นเทรด มีมากกว่า 1,000 แห่ง

ดังนั้น โฟกัสของบริษัทฯจึงมุ่งกับการพัฒนาสินค้า เพื่อเพิ่มความหลากหลาย และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมขึ้น

“เรามีทีมวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่งมาก และจุดแข็งที่พื้นฐานของเราเป็นร้านอาหาร ไม่ใช่โรงงานเหมือนกับแบรนด์อื่น เราจึงมีเชฟที่พร้อมในการพัฒนาอาหารใหม่ๆ ควบคู่ไปกับคุณภัทรา ศิลาอ่อน”

ภากรณ์เล่าว่า จากการทำ Focus Group พบพฤติกรรมสำคัญในการรับประทานอาหารกล่องอย่างหนึ่งว่า ผู้บริโภคไม่ค่อยมีความจงรักภักดีในแบรนด์ และมีอาการเบื่อง่าย พร้อมเปลี่ยนไปลองเมนูใหม่ๆ เสมอ

สมมติว่า ผู้บริโภคอยากทานข้าวราดแกงเขียวหวานไก่ เขาก็จะเริ่มสำรวจตลาดว่าแกงเขียวหวานไก่มีกี่แบรนด์ที่ผลิตเมนูนี้ จากนั้น เขาจะทยอยซื้อทีละแบรนด์เพื่อชิมรสชาติจนครบทุกแบรนด์ ก่อนตัดสินใจจากรสชาติอีกทีว่าจะเลือกแบรนด์ไหนในเมนูนี้เป็นการถาวร ขณะที่เรื่องแพ็กเกจจิ้ง ปริมาณอาหาร และราคา เป็นประเด็นรองในการตัดสินใจ

และนี่เป็นเหตุผลที่ต้องนำเสนอความหลากหลายของสินค้าให้มากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ซึ่งในปีนี้ Category ใหม่ที่ควิกมีลเตรียมปล่อยสู่ตลาดในปีนี้ คือ อาหารพร้อมรับประทานเพื่อสุขภาพในช่วงไตรมาสที่หนึ่ง นอกเหนือจาก 4 หมวดอาหารที่มีอยู่ คือ อาหารไทย อาหารประเภทเส้น อาหารเจ และขนมไทย

ภากรณ์ ทิวเจริญ จากปิโตรเคมีสู่ธุรกิจอาหาร

เพิ่งย้ายจากปูนซิเมนต์ไทยมายังเอส แอนด์ พี ได้ไม่นาน ภากรณ์ ทิวเจริญ ก็ได้รับโจทย์ที่ท้าทายจากประเวศวุฒิ ไรวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กับการเพิ่มสัดส่วนรายได้พอร์ตสินค้าช่องทางนอกร้านอาหารเอส แอนด์ พี ซึ่งประกอบด้วยอาหารพร้อมรับประทาน ไส้กรอก และคุกกี้ จาก 10% เป็น 25% ในระยะเวลาสามปี

สำหรับภากรณ์ โจทย์นี้ท้าทายไม่น้อย เพราะถึงแม้จะมีพื้นฐานทางด้านการตลาดมาจากปูนซิเมนต์ไทย แต่ก็ดูแลผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมิคอลเป็นหลัก การเปลี่ยนฟิลด์มาทำงานเกี่ยวกับธุรกิจอาหารในครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของเขาได้เป็นอย่างดี

“เราต้องปรับตัวเรื่องการตลาด แม้ว่าแบรนด์เอส แอนด์ พี จะแข็งแรง แต่ถ้าไม่มีการย้ำและสื่อสารกับลูกค้า ก็อาจลืมได้ ในปีหน้าจะทำการตลาดมากขึ้น จับกลุ่มลูกค้าที่เป็นทั้งคนรุ่นใหม่วัยทำงาน และครอบครัวให้ชัดขึ้น”

“จุดแข็งที่พื้นฐานของเราเป็นร้านอาหาร ไม่ใช่โรงงานเหมือนกับแบรนด์อื่น เราจึงมีเชฟที่พร้อมในการพัฒนาอาหารใหม่ๆ ควบคู่ไปกับคุณภัทรา ศิลาอ่อน”

Brands: 

Consumer Insight

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้เปิดเผยถึงสำรวจตัวชี้วัดแนวโน้มของผู้บริโภคด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ทำการสำรวจใน 25 ตลาด ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2556 ประกอบไปด้วยการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมจำนวน 7,010 คนจาก 14 ตลาด เกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

หลังจากที่เป็นกระแสไวรัลอยู่บนโลกออนไลน์เมื่อหลายวันก่อน เมื่อมีคนพบเห็นผู้พันแซนเดอร์ ฟรือคุณลุงเคนตักกี้ บุคคลสำคัญประจำร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเคเอฟซี มาโผล่อยู่กลางกรุงเทพฯ

Global Trend

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

หลังจากที่กำลังจะมีแคมเปญใหญ่ระดับโลก Earth Hour 2014 ปิดไฟช่วยโลก ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ แน่นอนว่าหลายคนอาจจะลังเลในการปิดสวิตช์ไฟ เพราะอาจจะพลาดกิจกรรมอะไรบางอย่าง หรือโปรแกรมทีวีรายการโปรดไปได้

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488