แนวโน้มการส่งออกข้าวช่วงที่เหลือของปี 2553 ต่อเนื่องถึงปี 2554

ในปี 2553 ไทยเผชิญปัญหาการส่งออกข้าว ทั้งในด้านการลดปริมาณการนำเข้าข้าว จากการที่ประเทศผู้นำเข้าข้าวหันไปบริโภคธัญพืชชนิดอื่นๆ ทดแทน รวมทั้งยังเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงจากเวียดนาม ที่สามารถส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยและเวียดนามเริ่มมีระดับใกล้เคียงกันมากขึ้น โดยคาดว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 นี้ เวียดนามจะสามารถส่งออกข้าวได้เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ 3.4 ล้านตัน ในขณะที่ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยต่ำกว่าปริมาณเฉลี่ยต่อเดือนที่เคยส่งออกได้ กล่าวคือ เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการส่งออกรายเดือนแล้ว ปรากฎว่าปริมาณการส่งออกข้าวของไทยเริ่มต่ำกว่าในปี 2552 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม(ยกเว้นในเดือนมีนาคม) นอกจากนี้ ยังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับปริมาณการส่งออกข้าวของเวียดนามติดต่อกัน 2 เดือน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประวัติการส่งออกข้าว แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการแข่งขันในการส่งออกข้าวในตลาดโลก ส่งผลให้ไทยทบทวนเป้าหมายการส่งออกข้าว และปรับลดเป้าการส่งออกลงเหลือ 8.0-8.5 ล้านตัน จากเดิมในช่วงต้นปีวางเป้าหมายไว้ที่ 9.0 ล้านตัน

การส่งออกข้าวในช่วงที่เหลือของปี 53...ยังไม่มีสัญญาณบวก
ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2553 มูลค่าการส่งออกข้าวเท่ากับ 2,021 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 แม้ว่าการส่งออกข้าวของไทยในปีนี้จะประสบปัญหา แต่ตลาดส่งออกที่ช่วยประคองสถานการณ์การส่งออกข้าว ได้แก่ ฟิลิปปินส์ที่เพิ่มขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ จากการชดเชยการที่ฟิลิปปินส์ไม่ปรับลดภาษีนำเข้าข้าวตามกรอบข้อตกลงอาฟตา ส่วนเบนินเพิ่มการนำเข้าข้าวนึ่งจากไทยเพื่อส่งออกไปยังไนจีเรียอีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากการส่งออกข้าวนึ่งจากไทยไปไนจีเรียเผชิญอัตราภาษีนำเข้าในเกณฑ์สูง กอปรกับมูลค่าการส่งออกข้าวในปี 2552 นั้นอยู่ในเกณฑ์ต่ำมากเป็นประวัติการณ์เช่นกัน จากการที่ไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนาม ที่ใช้กลยุทธ์ราคาแย่งชิงตลาดส่งออกข้าวจากไทย

สถานการณ์ส่งออกข้าวไทยเริ่มมีปัญหาชัดขึ้น หลังจากปริมาณการส่งออกข้าวของไทยในเดือนเมษายน ต่ำกว่าเวียดนาม และในเดือนพฤษภาคม2553ก็ยังคงต่ำกว่าเวียดนามต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การส่งออกข้าวของไทย เนื่องจากราคาข้าวของเวียดนามอยู่ในระดับต่ำกว่าไทยอย่างมาก จากที่ในช่วงปลายปี 2552 ส่วนต่างระหว่างราคาข้าวไทยและเวียดนามขยับเข้ามาอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ปริมาณส่งออกข้าวมีแนวโน้มช่วงไตรมาสที่ 2 เหลือเพียงเดือนละ 600,000 ตัน จากที่ไทยเคยส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 700,000 ตัน ทำให้คาดว่าในช่วงครึ่งแรกจะส่งออกได้เพียง 4 ล้านตันเท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 11.0

สำหรับการส่งออกข้าวในปี 2553 นั้น คาดว่าอาจมียอดรวมประมาณ 8.0-8.5 ล้านตัน ลดลงจาก 9.5 ล้านตัน ที่คาดการณ์ไว้เมื่อต้นปี เทียบกับ 8.62 ล้านตันในปี 2552 และการยกเลิกหรือชะลอส่งออกข้าวไทยอาจลดลงในปีนี้ จากระดับสูงสุดในรอบสองปีที่ 2 แสนตัน โดยการผิดนัดชำระเงินจะลดลงในช่วงครึ่งหลังปี 2553 อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศคาดว่าข้อตกลงที่ทำในช่วงไตรมาสสองนี้ไม่มีแนวโน้มผิดนัดชำระเงิน ผลจากราคามีเสถียรภาพ ผิดกับข้อตกลงที่ทำไว้ก่อนหน้านี้หรือในช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2552 และไตรมาสแรกปี 2553 ซึ่งมีความเสี่ยงผิดนัดชำระเงินสูง ทั้งนี้การผิดนัดชำระเงินอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อผู้ซื้อที่จองซื้อข้าวล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีขอยกเลิก ชะลอการซื้อ หรือเจรจาต่อรองราคาใหม่ หลังจากราคาข้าวร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี โดยส่วนใหญ่อยู่ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2553 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาข้าวดิ่งลง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันจากระดับเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

ในด้านราคาข้าวส่งออกของไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2553 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวขาว5% ราคาเอฟโอบีในเดือนพฤษภาคม 2553 ลดลงเหลือ 400 ดอลลาร์/ตัน จากที่เคยอยู่ในระดับ 600 ดอลลาร์/ตันในช่วงปลายปี 2552 เนื่องจากเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงจากเวียดนาม โดยการลดค่าเงินด่องของเวียดนามที่ส่งผลให้ราคาข้าวของเวียดนามมีแนวโน้มลดลง และเวียดนามประมูลข้าวส่งออกไปตลาดฟิลิปปินส์ทั้งหมด ในขณะที่ไทยส่งออกฟิลิปปินส์ได้เพิ่มขึ้นจากการชดเชยความเสียหายที่ฟิลิปปินส์ไม่ได้ปรับลดภาษีนำเข้าข้าวตามข้อตกลงอาฟตา

คาดว่าในปี 2553 เวียดนามยังจะสามารถรักษาปริมาณการส่งออกข้าวได้ใกล้เคียงกับปี 2552 ที่ระดับเกือบ 6 ล้านตัน ส่วนไทยนั้นยังไม่มีคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ที่จะช่วยดึงราคาข้าวของไทยให้สูงขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าภาวะการส่งออกข้าวในช่วงที่เหลือของปี 2553 ยังไม่มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น นอกจากจะมีการระบายสต็อกของรัฐบาลเพื่อการส่งออกทั้งในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล และการเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกประมูลข้าวในสต็อกเพื่อการส่งออก ซึ่งน่าจะทำให้ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นได้ แต่คาดว่าจะส่งผลให้ราคามีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาข้าวของเวียดนาม ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2553 กล่าวคือ ราคาข้าว5%ของเวียดนามเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับ 365 ดอลลาร์/ตันหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 ซึ่งส่งผลให้ความแตกต่างระหว่างราคาข้าวไทยและเวียดนามแคบลงเหลือ 88 ดอลลาร์/ตัน จากที่เคยอยู่ในระดับ 126.1 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนเมษายน 2553 คาดว่าราคาข้าวส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะอยู่ในระดับทรงตัว แต่จะกระเตื้องขึ้นได้ถ้ามีคำสั่งซื้อล็อตใหญ่เข้ามา

สาเหตุที่ไทยส่งออกข้าวได้น้อยลง เป็นผลมาจากตลาดโลกยังไม่มีความต้องการข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากหลายประเทศหันไปบริโภคสินค้าชนิดอื่นทดแทนข้าว เพื่อที่จะชะลอการนำเข้าข้าว เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี เป็นต้น นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคยุโรป ทำให้ประเทศในแถบแอฟริกา ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของไทยที่ใช้เงินยูโรในการค้า ชะลอการนำเข้า เนื่องจากเมื่อเงินยูโรอ่อนค่า ทำให้ราคาข้าวไทยแพงขึ้นในสายตาผู้นำเข้าในแอฟริกา

ประเด็นที่ยังต้องติดตาม คือ ผลกระทบของปัญหาฝนทิ้งช่วงที่ทำให้รัฐบาลขอความร่วมมือชาวนาให้เลื่อนการปลูกข้าวนาปีไปอีก 1 เดือนเป็นเดือนกรกฎาคมนั้นจะส่งผลกระทบต่อปริมาณข้าวที่จะเข้าสู่ตลาดมากน้อยเพียงใด และนโยบายการระบายสต็อกข้าวของรัฐบาลที่อยู่ในระดับ 6 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเป็นประวัติการณ์ โดยปริมาณสต็อกข้าวนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาข้าวส่งออกของไทย นอกจากนี้ ปัญหาฝนทิ้งช่วงในประเทศไทยซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตข้าว ก็ไม่ได้สร้างความกังวลให้กับประเทศผู้นำเข้าข้าว เนื่องจากสต็อกที่อยู่ในเกณฑ์สูง ส่วนในตลาดต่างประเทศต้องติดตามสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจสร้างความเสียหายให้กับทั้งประเทศผู้ผลิตและผู้นำเข้าข้าว ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์การส่งออกข้าวของไทยเปลี่ยนแปลงไปได้ โดยเฉพาะตลาดอินเดียที่คาดว่าจะกลับมาส่งออกข้าวขาวอีกครั้ง ซึ่งน่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการหลังเดือนกันยายน 2553 ทำให้การส่งออกข้าวของไทยที่เข้าไปแทนที่อินเดีย ทั้งในตลาดแอฟริกาและตะวันออกกลางจะเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

สถานการณ์ปี’54...การแข่งขันในตลาดโลกเพิ่มความรุนแรง
จากการประเมินสถานการณ์ข้าวในตลาดโลกในปี 2553/54 คาดการณ์ไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงต่อไป โดยมีประเด็นสำคัญต่อไปนี้

?ปริมาณผลผลิต กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวของโลกในปี 2553/54 เพิ่มขึ้นเป็น 459.4 ล้านตันข้าวสาร หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 4.0 จากการคาดการณ์ว่าปรากฎการณ์เอลนิโญที่ไม่รุนแรงมากนักส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลกไม่มากนัก รวมทั้งการคาดการณ์ถึงภาวะมรสุมที่อยู่ในระดับปกติ ซึ่งจะช่วยให้ปริมาณการผลิตข้าวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะในอินเดีย และฟิลิปปินส์ กล่าวคือ ปริมาณการผลิตข้าวของอินเดียจะกลับมาอยู่ในระดับ 99.0 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนปริมาณการผลิตข้าวของฟิลิปปินส์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 10.8 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน คาดการณ์ว่าประเทศผู้ผลิตข้าวสำคัญของโลก 10 อันดับแรกมีปริมาณการผลิตข้าวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจีน ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าประเด็นที่จะต้องติดตาม คือ อินเดียจะกลับมาส่งออกข้าวขาวในปี 2554 หรือไม่ ส่วนสหรัฐฯคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถส่งออกได้มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเท่ากับว่าในปี 2554 ไทยอาจต้องเผชิญการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากอินเดียและสหรํฐฯ การนำเข้าข้าวของทั้งฟิลิปปินส์และจีนจะไม่ใช่ปัจจัยในการผลักดันตลาดข้าวในปี 2553 เนื่องจากปริมาณการผลิตข้าวของทั้งสองประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมทั้งความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่อาจจะสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ปลูกข้าวของประเทศต่างๆ

?ปริมาณการค้า คาดการณ์ว่าในปี 2554 ปริมาณการค้าข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็น 31.4 ล้านตันข้าวสาร หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 โดยเฉพาะการส่งออกข้าวของสหรัฐฯ อินเดีย และปากีสถาน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าการแข่งขันในการส่งออกข้าวในปี 2554 มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยสหรัฐฯจะเข้ามาแข่งขันในตลาดที่บริโภคข้าวเมล็ดยาวของไทย และไทยก็ยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนามเช่นเดิม ส่วนอินเดียและปากีสถานมีแนวโน้มจะดึงตลาดข้าวนึ่งในแอฟริกาและตะวันออกกลางกลับไป

ส่วนประเทศที่เป็นผู้นำเข้าข้าวสำคัญของโลก ในปี 2554 ฟิลิปปินส์ยังคงเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวอันดับหนึ่ง แต่คาดว่าปริมาณการนำเข้าลดลงอันเป็นผลมาจากปริมาณการผลิตข้าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับไนจีเรียมีแนวโน้มนำเข้าข้าวมากขึ้นในปี 2554 และจะกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวอันดับสองของโลก แต่ปริมาณการนำเข้ายังน้อยกว่าในปี 2552 ประเทศที่น่าจับตามอง คือ อิหร่านและซาอุดิอาระเบีย ที่คาดว่าจะมีปริมาณการนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น

?สต็อกปลายปี คาดว่าปริมาณสต็อกข้าวปลายปี 2554 เพิ่มขึ้น เป็น 96.3 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 7.0 ซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2546 โดยคาดการณ์ว่าสัดส่วนของปริมาณการใช้ต่อปริมาณสต็อก(Stocks-to-use) อยู่ในระดับร้อยละ 21.3 เท่านั้น เท่านั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าปริมาณสต็อกข้าวที่อยู่ในเกณฑ์สูง กอปรกับการแข่งขันในการค้าข้าวในตลาดโลกที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาข้าวทั้งในตลาดโลก และตลาดในประเทศ

บทสรุป
ในปี 2553 การส่งออกข้าวของไทยเผชิญกับหลากปัญหา ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงลบตั้งแต่ต้นปี ทั้งจากการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนาม และในช่วงไตรมาส 3 ก็จะรับทราบอย่างเป็นทางการว่าอินเดียจะกลับมาส่งออกข้าวขาวหรือไม่ ซึ่งจะเพิ่มความรุนแรงในการแข่งขันในตลาดโลก เงินยูโรอ่อนค่า ทำให้กลุ่มประเทศแอฟริกาต้องซื้อข้าวไทยในราคาที่แพงขึ้น ภาวะฝนทิ้งช่วงและขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกและการกำหนดราคาประกันรายได้เกษตรกรที่อยู่ในเกณฑ์สูง ส่งผลให้ราคาข้าวส่งออกของไทยอยู่ในเกณฑ์สูง คาดการณ์ว่าในปี 2554 การส่งออกข้าวของไทยจะยังคงเผชิญปัญหาต่อเนื่อง และสภาพปัญหาอาจจะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ในกรณีที่อินเดียกลับมาส่งออกข้าวขาว โดยอินเดียเป็นคู่แข่งสำคัญในการส่งออกข้าวในตลาดแอฟริกาและตะวันออกกลาง ส่วนปัจจัยที่น่าจะส่งผลบวก คือ ภาวะอากาศแปรปรวนที่อาจจะทำให้ปริมาณการผลิตข้าวได้รับความเสียหาย ซึ่งจะทำให้ปริมาณความต้องการข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้น

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

เดือดแน่ !...เกาะติด “สงครามดิจิทัลทีวี” จาก 2 คู่รบใหม่ในศึกละครหลังข่าว เมื่อเจ้าตลาดเดิมอย่างช่อง 7 กำลังถูกท้าทายจากช่อง 8 ของค่ายอาร์เอส ส่วนช่อง 3 มี “ช่องวัน” ของแกรมมี่ ปั้นละครชิงคนดูในเมือง

Consumer Insight

เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือมีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในแง่ของการใช้งานของผู้บริโภค รวมไปถึงในเรื่องของการทำธุรกิจก็จะเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวมีการเติบโตอย่างมากในแถบเอเชียแปซิฟิค โดยที่ทาง บริษัทวิจัย IDC Asia/Pacific Mobility และ IDC Asia/Pacific Client Devices research บริษัทวิจัยเทรนด์ทางด้านไอที ได้สรุปเทรนด์ที่มาแรงใน 2015

จากการสำรวจข้อมูลเชิงลึกของบริษัทดันน์ฮัมบี้ ได้ทำการสำรวจเรื่องพฤติกรรมการ การซื้อของผู้บริโภคใน เทสโก้ โลตัส จำนวน 8.2 ล้านคน ที่กำลังมองหาของขวัญสำหรับวันวาเลนไทน์ พบว่าผู้บริโภคในภาคกลางมีปริมาณยอดขายของการ์ด ช็อกโกแลตและดอกไม้ เพื่อเป็นของขวัญสำหรับวันวาเลนไทน์ในปี 2014 มากกว่าภาคอื่น ๆ

ทุกวันนี้เว็บไซต์ PANTIP ได้กลายเป็นคอมมูนิตี้ออนไลน์ยอดนิยมของคนไทย ที่รวบรวมเรื่องราวนับล้านแปด กลายเป็นกระดานพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากมายทั้งดราม่า การรีวิวสินค้าและบริการ การขอความช่วยเหลือ ซึ่งสามารถพบได้ที่พันทิปทั้งสิ้น ซึ่งในภายหลังมีกระทู้ถูกตั้งขึ้นอย่างมหาศาลจึงได้สร้าง TAG เพื่อง่ายต่อการแบ่งหมวดหมู่ของเรื่องราว

Insight

เดือดแน่ !...เกาะติด “สงครามดิจิทัลทีวี” จาก 2 คู่รบใหม่ในศึกละครหลังข่าว เมื่อเจ้าตลาดเดิมอย่างช่อง 7 กำลังถูกท้าทายจากช่อง 8 ของค่ายอาร์เอส ส่วนช่อง 3 มี “ช่องวัน” ของแกรมมี่ ปั้นละครชิงคนดูในเมือง

ร้านกาแฟยุคนี้ แค่บรรยากาศ และรสชาติกาแฟ อาจไม่พอ ต้องหาจุดขายใหม่ๆ อย่าง “คาแร็กเตอร์ คาเฟ่” ร้านกาแฟเทรนด์ใหม่ ใช้ตัว “การ์ตูน” ยอดฮิตมาเป็น “จุดขาย” ดึงดูดลูกค้า เฮลโล คิตตี้, ชาร์ลี บราวน์ แอนด์ เฟรนด์, มิสเตอร์บีน สร้างความฟินตอบรับไลฟ์สไตล์แชะแล้วแชร์

เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารการตลาดระดับโลกในเครือดับบลิวพีพี กรุ๊ป ได้พยากรณ์ทิศทางการตลาด“10 Years of 10 Trends” หรือ 10 แนวโน้มที่จะส่งผลในระดับมหภาคที่สำคัญที่สุด ที่จะหล่อหลอมพฤติกรรมและทัศนคติทางสังคมรวมไปถึงจะกำหนดทิศทางธุรกิจในปัจจุบัน

Strategic Move

ค่าย “จีเอ็ม” ประกาศ ยกเลิกการขายเชฟโรเลต“โซนิค” และเอ็มพีวี “สปิน”ในไทย ซึ่งรุ่นหลังปิดฉากตามโรงงานผลิตประเทศอินโดนีเซีย พร้อมถอนตัวจากโครงการอีโคคาร์เฟสสอง ที่ได้รับการอนุมัติจากบีโอไอไปก่อนหน้านี้ ตลอดจนเร่งปรับโครงสร้างองค์กร เปิดแผนให้พนักงานลาออกโดยสมัครใจ

“ปาท่องโก๋”อาหารที่หาซื้อกันได้ริมทางทั่วไป เวลานี้ได้ ถูกบรรจุอยู่ใน “เมนูอาหารเช้า”ในร้านแมคโดนัลด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลังจากใช้เวลา 3 ปี บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด ตัดสินใจแตกไลน์ ขยายสู่ธุรกิจกาแฟสำเร็จรูป มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท

Social Media Club

กูเกิลเปิดตัว “Android for Work” อย่างเป็นทางการแล้ว โดยทางบริษัทได้พัฒนาให้สามารถแยกออกเป็นโปรไฟล์สำหรับการทำงาน และโปรไฟล์ส่วนตัวได้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อผู้ใช้แอนดรอยด์ในกรณีที่ไม่ต้องการให้หัวหน้างาน หรือเพื่อนร่วมงานมาล่วงรู้ความลับส่วนตัวนั่นเอง

เฟซบุ๊ก (Facebook) เติบโตสูง พบยอดผู้ลงโฆษณาทะลุ 2 ล้านรายแล้ว แถมเป็นผู้ลงโฆษณาแบบที่มีการเคลื่อนไหว (Active) เสียด้วย

ยูทิวบ์ส่ง “YouTube Kids” แอปเวอร์ชันเด็กเพื่อความปลอดภัยสำหรับเจ้าตัวเล็ก น่าเสียดายบริการเริ่มต้นเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

การไปศึกษาต่อยังต่างประเทศเรียกได้ว่าเป็นความใฝฝันของนักเรียนนักศึกษาหลายคน ลองไปดูกันว่าค่าเทอมของมหาวิทยาลัย Top 10 ของโลก ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท คิดเป็นเงินเท่าไหร่?...เรียงตามการจัดอันโลกจากสถาบัน QS World University

แม้ว่า “การ์เร็ต ป๊อปคอร์น” จะมีต้นกำเนิดมาจากเมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อมาถึงแดนอาทิตย์อุทัยแล้วเขาก็มักจะใส่ลูกเล่นอะไรเข้าไป ล่าสุดทางการ์เร็ต ป๊อปคอร์นญี่ปุ่นประกาศว่าจะวางขายกระป๋องการ์เร็ต ป๊อปคอร์น ลายพิเศษ ลายซากุระ ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ และดอกซากุระบาน ตามธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่น ในชื่อว่า “SAKURA 2015” จำนวนและเวลาจำกัด เพียงหนึ่งเดือนครึ่งตามร้านในญี่ปุ่นช่วง 1 มีนาคม – 15 เมษายน 2558 นี้เท่านั้น

เป็นประเด็นในโลกโซเชียลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของวันเลยทีเดียวสำหรับการถกเถียงกันว่าชุดเดรสที่เห็นเป็นสีขาว-ทองหรือสีน้ำเงิน-ดำกันแน่ ซึ่งนอกจากในบ

People

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348