แนวโน้มการส่งออกข้าวช่วงที่เหลือของปี 2553 ต่อเนื่องถึงปี 2554

ในปี 2553 ไทยเผชิญปัญหาการส่งออกข้าว ทั้งในด้านการลดปริมาณการนำเข้าข้าว จากการที่ประเทศผู้นำเข้าข้าวหันไปบริโภคธัญพืชชนิดอื่นๆ ทดแทน รวมทั้งยังเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงจากเวียดนาม ที่สามารถส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยและเวียดนามเริ่มมีระดับใกล้เคียงกันมากขึ้น โดยคาดว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 นี้ เวียดนามจะสามารถส่งออกข้าวได้เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ 3.4 ล้านตัน ในขณะที่ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยต่ำกว่าปริมาณเฉลี่ยต่อเดือนที่เคยส่งออกได้ กล่าวคือ เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการส่งออกรายเดือนแล้ว ปรากฎว่าปริมาณการส่งออกข้าวของไทยเริ่มต่ำกว่าในปี 2552 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม(ยกเว้นในเดือนมีนาคม) นอกจากนี้ ยังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับปริมาณการส่งออกข้าวของเวียดนามติดต่อกัน 2 เดือน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประวัติการส่งออกข้าว แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการแข่งขันในการส่งออกข้าวในตลาดโลก ส่งผลให้ไทยทบทวนเป้าหมายการส่งออกข้าว และปรับลดเป้าการส่งออกลงเหลือ 8.0-8.5 ล้านตัน จากเดิมในช่วงต้นปีวางเป้าหมายไว้ที่ 9.0 ล้านตัน

การส่งออกข้าวในช่วงที่เหลือของปี 53...ยังไม่มีสัญญาณบวก
ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2553 มูลค่าการส่งออกข้าวเท่ากับ 2,021 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 แม้ว่าการส่งออกข้าวของไทยในปีนี้จะประสบปัญหา แต่ตลาดส่งออกที่ช่วยประคองสถานการณ์การส่งออกข้าว ได้แก่ ฟิลิปปินส์ที่เพิ่มขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ จากการชดเชยการที่ฟิลิปปินส์ไม่ปรับลดภาษีนำเข้าข้าวตามกรอบข้อตกลงอาฟตา ส่วนเบนินเพิ่มการนำเข้าข้าวนึ่งจากไทยเพื่อส่งออกไปยังไนจีเรียอีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากการส่งออกข้าวนึ่งจากไทยไปไนจีเรียเผชิญอัตราภาษีนำเข้าในเกณฑ์สูง กอปรกับมูลค่าการส่งออกข้าวในปี 2552 นั้นอยู่ในเกณฑ์ต่ำมากเป็นประวัติการณ์เช่นกัน จากการที่ไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนาม ที่ใช้กลยุทธ์ราคาแย่งชิงตลาดส่งออกข้าวจากไทย

สถานการณ์ส่งออกข้าวไทยเริ่มมีปัญหาชัดขึ้น หลังจากปริมาณการส่งออกข้าวของไทยในเดือนเมษายน ต่ำกว่าเวียดนาม และในเดือนพฤษภาคม2553ก็ยังคงต่ำกว่าเวียดนามต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การส่งออกข้าวของไทย เนื่องจากราคาข้าวของเวียดนามอยู่ในระดับต่ำกว่าไทยอย่างมาก จากที่ในช่วงปลายปี 2552 ส่วนต่างระหว่างราคาข้าวไทยและเวียดนามขยับเข้ามาอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ปริมาณส่งออกข้าวมีแนวโน้มช่วงไตรมาสที่ 2 เหลือเพียงเดือนละ 600,000 ตัน จากที่ไทยเคยส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 700,000 ตัน ทำให้คาดว่าในช่วงครึ่งแรกจะส่งออกได้เพียง 4 ล้านตันเท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 11.0

สำหรับการส่งออกข้าวในปี 2553 นั้น คาดว่าอาจมียอดรวมประมาณ 8.0-8.5 ล้านตัน ลดลงจาก 9.5 ล้านตัน ที่คาดการณ์ไว้เมื่อต้นปี เทียบกับ 8.62 ล้านตันในปี 2552 และการยกเลิกหรือชะลอส่งออกข้าวไทยอาจลดลงในปีนี้ จากระดับสูงสุดในรอบสองปีที่ 2 แสนตัน โดยการผิดนัดชำระเงินจะลดลงในช่วงครึ่งหลังปี 2553 อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศคาดว่าข้อตกลงที่ทำในช่วงไตรมาสสองนี้ไม่มีแนวโน้มผิดนัดชำระเงิน ผลจากราคามีเสถียรภาพ ผิดกับข้อตกลงที่ทำไว้ก่อนหน้านี้หรือในช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2552 และไตรมาสแรกปี 2553 ซึ่งมีความเสี่ยงผิดนัดชำระเงินสูง ทั้งนี้การผิดนัดชำระเงินอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อผู้ซื้อที่จองซื้อข้าวล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีขอยกเลิก ชะลอการซื้อ หรือเจรจาต่อรองราคาใหม่ หลังจากราคาข้าวร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี โดยส่วนใหญ่อยู่ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2553 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาข้าวดิ่งลง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันจากระดับเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

ในด้านราคาข้าวส่งออกของไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2553 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวขาว5% ราคาเอฟโอบีในเดือนพฤษภาคม 2553 ลดลงเหลือ 400 ดอลลาร์/ตัน จากที่เคยอยู่ในระดับ 600 ดอลลาร์/ตันในช่วงปลายปี 2552 เนื่องจากเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงจากเวียดนาม โดยการลดค่าเงินด่องของเวียดนามที่ส่งผลให้ราคาข้าวของเวียดนามมีแนวโน้มลดลง และเวียดนามประมูลข้าวส่งออกไปตลาดฟิลิปปินส์ทั้งหมด ในขณะที่ไทยส่งออกฟิลิปปินส์ได้เพิ่มขึ้นจากการชดเชยความเสียหายที่ฟิลิปปินส์ไม่ได้ปรับลดภาษีนำเข้าข้าวตามข้อตกลงอาฟตา

คาดว่าในปี 2553 เวียดนามยังจะสามารถรักษาปริมาณการส่งออกข้าวได้ใกล้เคียงกับปี 2552 ที่ระดับเกือบ 6 ล้านตัน ส่วนไทยนั้นยังไม่มีคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ที่จะช่วยดึงราคาข้าวของไทยให้สูงขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าภาวะการส่งออกข้าวในช่วงที่เหลือของปี 2553 ยังไม่มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น นอกจากจะมีการระบายสต็อกของรัฐบาลเพื่อการส่งออกทั้งในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล และการเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกประมูลข้าวในสต็อกเพื่อการส่งออก ซึ่งน่าจะทำให้ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นได้ แต่คาดว่าจะส่งผลให้ราคามีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาข้าวของเวียดนาม ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2553 กล่าวคือ ราคาข้าว5%ของเวียดนามเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับ 365 ดอลลาร์/ตันหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 ซึ่งส่งผลให้ความแตกต่างระหว่างราคาข้าวไทยและเวียดนามแคบลงเหลือ 88 ดอลลาร์/ตัน จากที่เคยอยู่ในระดับ 126.1 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนเมษายน 2553 คาดว่าราคาข้าวส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะอยู่ในระดับทรงตัว แต่จะกระเตื้องขึ้นได้ถ้ามีคำสั่งซื้อล็อตใหญ่เข้ามา

สาเหตุที่ไทยส่งออกข้าวได้น้อยลง เป็นผลมาจากตลาดโลกยังไม่มีความต้องการข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากหลายประเทศหันไปบริโภคสินค้าชนิดอื่นทดแทนข้าว เพื่อที่จะชะลอการนำเข้าข้าว เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี เป็นต้น นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคยุโรป ทำให้ประเทศในแถบแอฟริกา ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของไทยที่ใช้เงินยูโรในการค้า ชะลอการนำเข้า เนื่องจากเมื่อเงินยูโรอ่อนค่า ทำให้ราคาข้าวไทยแพงขึ้นในสายตาผู้นำเข้าในแอฟริกา

ประเด็นที่ยังต้องติดตาม คือ ผลกระทบของปัญหาฝนทิ้งช่วงที่ทำให้รัฐบาลขอความร่วมมือชาวนาให้เลื่อนการปลูกข้าวนาปีไปอีก 1 เดือนเป็นเดือนกรกฎาคมนั้นจะส่งผลกระทบต่อปริมาณข้าวที่จะเข้าสู่ตลาดมากน้อยเพียงใด และนโยบายการระบายสต็อกข้าวของรัฐบาลที่อยู่ในระดับ 6 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเป็นประวัติการณ์ โดยปริมาณสต็อกข้าวนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาข้าวส่งออกของไทย นอกจากนี้ ปัญหาฝนทิ้งช่วงในประเทศไทยซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตข้าว ก็ไม่ได้สร้างความกังวลให้กับประเทศผู้นำเข้าข้าว เนื่องจากสต็อกที่อยู่ในเกณฑ์สูง ส่วนในตลาดต่างประเทศต้องติดตามสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจสร้างความเสียหายให้กับทั้งประเทศผู้ผลิตและผู้นำเข้าข้าว ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์การส่งออกข้าวของไทยเปลี่ยนแปลงไปได้ โดยเฉพาะตลาดอินเดียที่คาดว่าจะกลับมาส่งออกข้าวขาวอีกครั้ง ซึ่งน่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการหลังเดือนกันยายน 2553 ทำให้การส่งออกข้าวของไทยที่เข้าไปแทนที่อินเดีย ทั้งในตลาดแอฟริกาและตะวันออกกลางจะเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

สถานการณ์ปี’54...การแข่งขันในตลาดโลกเพิ่มความรุนแรง
จากการประเมินสถานการณ์ข้าวในตลาดโลกในปี 2553/54 คาดการณ์ไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงต่อไป โดยมีประเด็นสำคัญต่อไปนี้

?ปริมาณผลผลิต กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวของโลกในปี 2553/54 เพิ่มขึ้นเป็น 459.4 ล้านตันข้าวสาร หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 4.0 จากการคาดการณ์ว่าปรากฎการณ์เอลนิโญที่ไม่รุนแรงมากนักส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลกไม่มากนัก รวมทั้งการคาดการณ์ถึงภาวะมรสุมที่อยู่ในระดับปกติ ซึ่งจะช่วยให้ปริมาณการผลิตข้าวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะในอินเดีย และฟิลิปปินส์ กล่าวคือ ปริมาณการผลิตข้าวของอินเดียจะกลับมาอยู่ในระดับ 99.0 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนปริมาณการผลิตข้าวของฟิลิปปินส์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 10.8 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน คาดการณ์ว่าประเทศผู้ผลิตข้าวสำคัญของโลก 10 อันดับแรกมีปริมาณการผลิตข้าวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจีน ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าประเด็นที่จะต้องติดตาม คือ อินเดียจะกลับมาส่งออกข้าวขาวในปี 2554 หรือไม่ ส่วนสหรัฐฯคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถส่งออกได้มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเท่ากับว่าในปี 2554 ไทยอาจต้องเผชิญการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากอินเดียและสหรํฐฯ การนำเข้าข้าวของทั้งฟิลิปปินส์และจีนจะไม่ใช่ปัจจัยในการผลักดันตลาดข้าวในปี 2553 เนื่องจากปริมาณการผลิตข้าวของทั้งสองประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมทั้งความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่อาจจะสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ปลูกข้าวของประเทศต่างๆ

?ปริมาณการค้า คาดการณ์ว่าในปี 2554 ปริมาณการค้าข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็น 31.4 ล้านตันข้าวสาร หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 โดยเฉพาะการส่งออกข้าวของสหรัฐฯ อินเดีย และปากีสถาน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าการแข่งขันในการส่งออกข้าวในปี 2554 มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยสหรัฐฯจะเข้ามาแข่งขันในตลาดที่บริโภคข้าวเมล็ดยาวของไทย และไทยก็ยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนามเช่นเดิม ส่วนอินเดียและปากีสถานมีแนวโน้มจะดึงตลาดข้าวนึ่งในแอฟริกาและตะวันออกกลางกลับไป

ส่วนประเทศที่เป็นผู้นำเข้าข้าวสำคัญของโลก ในปี 2554 ฟิลิปปินส์ยังคงเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวอันดับหนึ่ง แต่คาดว่าปริมาณการนำเข้าลดลงอันเป็นผลมาจากปริมาณการผลิตข้าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับไนจีเรียมีแนวโน้มนำเข้าข้าวมากขึ้นในปี 2554 และจะกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวอันดับสองของโลก แต่ปริมาณการนำเข้ายังน้อยกว่าในปี 2552 ประเทศที่น่าจับตามอง คือ อิหร่านและซาอุดิอาระเบีย ที่คาดว่าจะมีปริมาณการนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น

?สต็อกปลายปี คาดว่าปริมาณสต็อกข้าวปลายปี 2554 เพิ่มขึ้น เป็น 96.3 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 7.0 ซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2546 โดยคาดการณ์ว่าสัดส่วนของปริมาณการใช้ต่อปริมาณสต็อก(Stocks-to-use) อยู่ในระดับร้อยละ 21.3 เท่านั้น เท่านั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าปริมาณสต็อกข้าวที่อยู่ในเกณฑ์สูง กอปรกับการแข่งขันในการค้าข้าวในตลาดโลกที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาข้าวทั้งในตลาดโลก และตลาดในประเทศ

บทสรุป
ในปี 2553 การส่งออกข้าวของไทยเผชิญกับหลากปัญหา ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงลบตั้งแต่ต้นปี ทั้งจากการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนาม และในช่วงไตรมาส 3 ก็จะรับทราบอย่างเป็นทางการว่าอินเดียจะกลับมาส่งออกข้าวขาวหรือไม่ ซึ่งจะเพิ่มความรุนแรงในการแข่งขันในตลาดโลก เงินยูโรอ่อนค่า ทำให้กลุ่มประเทศแอฟริกาต้องซื้อข้าวไทยในราคาที่แพงขึ้น ภาวะฝนทิ้งช่วงและขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกและการกำหนดราคาประกันรายได้เกษตรกรที่อยู่ในเกณฑ์สูง ส่งผลให้ราคาข้าวส่งออกของไทยอยู่ในเกณฑ์สูง คาดการณ์ว่าในปี 2554 การส่งออกข้าวของไทยจะยังคงเผชิญปัญหาต่อเนื่อง และสภาพปัญหาอาจจะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ในกรณีที่อินเดียกลับมาส่งออกข้าวขาว โดยอินเดียเป็นคู่แข่งสำคัญในการส่งออกข้าวในตลาดแอฟริกาและตะวันออกกลาง ส่วนปัจจัยที่น่าจะส่งผลบวก คือ ภาวะอากาศแปรปรวนที่อาจจะทำให้ปริมาณการผลิตข้าวได้รับความเสียหาย ซึ่งจะทำให้ปริมาณความต้องการข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้น

Sectors: 

Digital TV & Media

หลังจาก เจ๊ติ๋ม หรือ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ใช้มาตรการปิดสวิทช์ทีวีดิจิตอล "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" โดยไม่จ่ายค่าประมูลใบอนุญาตออกอากาศทีวีดิจิตอล 2 ช่องของกลุ่มทีวีพูล คือ ช่อง ไทยทีวี และช่องโลก้า งวด 2 ให้กับทาง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ในที่สุดกระแสข่าวที่ว่าช่อง 3 เตรียมถอดรายการ “ชิงร้อย ชิงล้าน Sunshine Day ผลิตโดย บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด ที่เคยออกอากาศในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ ก็เป็นจริง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558

PwC (PricewaterhouseCoopers) หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจทิศทางอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงทั่วโลกระหว่างปี 2558-2562คาดการณ์ค่าใช้จ่ายผ่านอุตสาหกรรมสื่อ และบันเทิงของไทยในปี 2562 จะอยู่ที่ 4.3 แสนล้านบาท

Insight

ดาราดังระดับ "ซุปตาร์" แบบมาเดี่ยว อาจไม่เพียงพอในการเรียกความสนใจจากผู้บริโภคยุคนี้ จึงทำให้บรรดาเจ้าของ "แบรนด์" ต้องอาศัยพลังจากโลกออนไลน์และคนดังในกระแส มาประกบคู่ "ฟีเจอริ่ง" ปั้นให้เป็น "พรีเซ็นเตอร์ดูโอ" ดึงความสนใจให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

ปฏิบัติการชิงไหวชิงพริบระหว่างช่องแอนะล็อกเดิม และช่องทีวีดิจิตอลเกิดใหม่ กับการปรับผังรายการเพื่อชิงเรตติ้ง และฐานคนดู ในสงครามทีวีดิจิตอล

เอเยนซีโฆษณา เตือน ใช้พรีเซ็นเตอร์เปลือง อาจสะเทือนถึงแบรนด์ได้ เมื่อพรีเซ็นเตอร์อาจดังกว่าแบรนด์ แนะใช้ให้ถูกวิธี สตอรีและคอนเทนต์สำคัญกว่า

Consumer Insight

สมาคมแฟรนไชส์ แนะข้อมูลเตือนใจ ก่อนเลือกซื้อแฟรนไชส์ควรพิจารณาจากสิ่งใดบ้าง ไม่ให้ผิดหวัง

ในช่วงปี 2556 - 2557 มีแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นในแวดวงการตลาดกว่า 20,000 แบรนด์ (ที่มา: กรมทรัพย์สินทางปัญญา, 2558) ถึงแม้ว่าจำนวนแบรนด์เกิดใหม่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ผลที่ตามมาคือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองเห็นการพัฒนาตื่นตัวของแบรนด์ต่างๆ ลดลง แบรนด์ที่เคยเป็นผู้นำ เริ่มเดินบนเส้นทางความสำเร็จเดิมๆ ทำให้แบรนด์มีความหลากหลายแต่ไร้ซึ่งความแปลกใหม่

ในชีวิตประจำวันเรามีการพบเจอแบรนด์ต่างๆ หลายร้อยแบรนด์ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับอีกหลายหมื่นแบรนด์ในตลาด ยังมีแบรนด์ที่เป็นหนึ่งในใจผู้บริโภคได้เสมอ โดยที่เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยอยู่เป็นประจำ

Strategic Move

ข่าวในประเทศ - ยอดขายรถยนต์สะสม 5 เดือนแรกของปี ทำได้ 3.08 แสนคัน ลดลง 15.9% ขณะที่ตลาดปิกอัพยังไม่ฟื้น แต่อีซูซุอาศัยช่วงปลายโมเดลของวีโก้และฟอร์จูนเนอร์ ทำยอดขายแซงโตโยต้าแล้ว

ได้ฤกษ์ดีเดย์ในการขึ้นบ้านใหม่ไปแล้วสำหรับ “ยูนิลีเวอร์” ที่ได้ทำการย้ายสำนักงานจาก SCB Park มาที่ “ยูนิลีเวอร์ เฮ้าส์” ย่านสี่แยกพระรามเก้า โดยเป็นสำนักงานแหล่งที่ 5 นับตั้งแต่ที่ยูนิลีเวอร์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมา 83 ปี 4 ที่ก่อนหน้านั้นได้แก่ ถ.ตก, เพลินจิต, ศรีนครินทร์ และล่าสุดที่ SCB Park

ในช่วงปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่า “อากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม” หัวเรือใหญ่แห่ง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่มีดีลให้สะท้านวงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการ “ขาย” ธุรกิจ และการสวอปหุ้นระหว่างบริษัททั้งสิ้น ตั้งแต่การขายธุรกิจเพย์ทีวีให้กับ CTH รวมทั้งการขายหุ้นจำนวนหนึ่งใน บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)

Columnist

การตลาด ฤดูร้อน ต้อง Speed Advantage “ใคร ไว กว่าได้ เปรียบ” ในสมรภูมิ การแข่ง กำลัง ร้อน แรง เหมือนฤดูร้อน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

ช่วงนี้อาจตกเป็นรองเฟซบุ๊ก (Facebook) และแอปเปิล (Apple) อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในการเปิดตัวเทคโนโลยีหรือบริการใหม่ๆ ล่าสุด กูเกิลไม่ยอมแพ้ส่งบริการสตรีมมิงเพลงแบบไม่มีค่าใช้จ่ายให้ผู้ใช้บริการแล้วทั่วสหรัฐอเมริกา โดยบริการดังกล่าวจะมีโฆษณาสนับสนุนแทน

และแล้วก็มาถึงสำหรับงานใหญ่ในอุตสาหกรรมสื่อ และการตลาด เป็นที่รู้จักในงาน "คานส์ ไลอ้อน 2015" ในปีนี้ได้จัดขึ้นแล้วในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นงานที่จัดต่อเนื่องกว่า 60 ปีแล้ว เพื่อประกาศรางวัลแก่ผลงานโฆษณายอดเยี่ยมแห่งปี

“ไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์” แจ้งระงับบินกรุงเทพฯ-ซัปโปโรชั่วคราว ตั้งแต่ 1 ส.ค.นี้ อ้างเหตุ บพ.ไทยยังสอบไม่ผ่านมาตรฐาน ICAO เปิดโอกาสผู้โดยสารเปลี่ยนเส้นทางบินหรือขอคืนเงินได้ ส่วนเส้นทางโตเกียว, โอซากาของญี่ปุ่น เเละกรุงโซล เกาหลีใต้ ยังให้บริการตามปกติ

Global Wrap

บริษัทที่ปรึกษาสินทรัพย์ เผยราศีเกิดของ 10 มหาเศรษฐีพันล้านจีน ที่สร้างฐานะด้วยลำแข้งของตนเอง ไม่มีใครเลยที่เกิดในปี แพะ ซึ่งเป็นจักรราศีของปีนี้

เมืองมินามิ อาวาจิ ในจังหวัดเฮียวโกะของญี่ปุ่น เปิดตัวเครื่องเล่นชนิดใหม่ ซี่งกำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและเด็กๆ

หลังจากที่ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ทำให้หลายคนสับสนว่า โครจะมีสิทธิได้รับการอัปเกรดระบบปฏิบัติการเป็นวินโดวส์รุ่นใหม่ Windows ได้ฟรี ล่าสุด เจ้าพ่อซอฟต์แวร์อเมริกันประกาศแล้วว่า ผู้ที่ทดสอบ Windows 10 ทุกคนจะได้รับการอัปเกรดฟรี แต่ยังมีเงื่อนไขเล็กน้อยที่เป็นข้อยกเว้นไว้

People

ต้องยอมรับว่า ยิ่งแก่ ยิ่งเนื้อหอม สำหรับพระเอกมาดอบอุ่น “ก้อง สหรัถ สังคปรีชา” ที่ปีนี้มีอายุ 47 ปีแล้ว แต่งานพรีเซนเตอร์ยังคงแน่นเอี้ยดไม่น้อยหน้าพระเอกรุ่นใหม่ไฟแรงคนไหน เพราะด้วยลุคที่ หล่อ เท่ส์ สมาร์ท ดูอบอุ่น และชื่อเสียงไม่เสียหาย จึงทำให้ก้อง สหรัถ กลายเป็นที่ถูกตาต้องใจของแบรนด์สินค้าหลายๆแบรนด์

เปิดใจ “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เจ้าของเพจมาแรงแห่งปี ผ่านการ“โฟนอิน”แบบเจาะลึก เป็นครั้งแรก ในงานสัมมนา ฝ่าวิกฤตพิชิตดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งจัดโดย Position Magazine Online ถึงที่มาของ เพจเล่าข่าว ด้วยสำนวนแสบๆ คันๆ มันๆ จนสร้างยอดไลค์ ทะลุล้านแล้ว

จากบทบาทนักธุรกิจ “วัยรุ่นพันล้าน” เจ้าของอาณาจักร “เถ้าแก่น้อย” แบรนด์ที่ทำให้หลายคนรู้จัก “อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” หรือ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาได้เพิ่มบทบาทของตนเองด้วยการเป็น “ผู้ลงทุน”

Social Media Club

ครบรอบ 1 ปี เป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการ “ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ต” ที่ให้ศิลปิน นักวาดภาพได้ส่งผลงานสติ๊กเกอร์เข้าไปขายในไลน์ได้ โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไลน์ ครีเอเตอร์ มาร์เก็ตได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการออแบบไม่น้อย ทำให้คาแรคเตอร์ ดีไซน์เป็นที่นิยมมากขึ้น

เป็นความจริงที่ว่ามนุษย์ทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และนั่นทำให้คนรอบข้างคาดเดาได้ถูกว่า คุณคือใคร แม้จะไม่เห็นใบหน้าของคุณชัดๆ โดยอาจสังเกตจากท่าทางการเดิน การยืน การแต่งกาย ฯลฯ แต่ต่อจากนี้ความสามารถดังกล่าวจะไม่จำกัดเฉพาะคนอีกต่อไป เพราะ “ระบบคอมพิวเตอร์” ก็สามารถ “คาดเดา” เหมือนมนุษย์ได้แล้วเช่นกัน

การประกาศลาออกของดิค คอสโทโล (Dick Costolo) ซีอีโอทวิตเตอร์ (Twitter) กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งของสื่อในแวดวงเทคโนโลยีแทบทุกหัว และด้วยข่าวนี้ได้ทำให้หุ้นของบริษัทที่ซบเซามานานพุ่งขึ้นถึง 7% สะท้อนให้เห็นถึงบางสิ่งในการตัดสินใจครั้งนี้ได้ดี โดยเฉพาะในฟากนักลงทุนที่อาจมองว่านี่เป็นข่าวที่พวกเขาเฝ้ารอมานาน ซึ่งเบื้องหลังการลาออกครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการควบรวมกิจการ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348