แนวโน้มการส่งออกข้าวช่วงที่เหลือของปี 2553 ต่อเนื่องถึงปี 2554

ในปี 2553 ไทยเผชิญปัญหาการส่งออกข้าว ทั้งในด้านการลดปริมาณการนำเข้าข้าว จากการที่ประเทศผู้นำเข้าข้าวหันไปบริโภคธัญพืชชนิดอื่นๆ ทดแทน รวมทั้งยังเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงจากเวียดนาม ที่สามารถส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยและเวียดนามเริ่มมีระดับใกล้เคียงกันมากขึ้น โดยคาดว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 นี้ เวียดนามจะสามารถส่งออกข้าวได้เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ 3.4 ล้านตัน ในขณะที่ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยต่ำกว่าปริมาณเฉลี่ยต่อเดือนที่เคยส่งออกได้ กล่าวคือ เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการส่งออกรายเดือนแล้ว ปรากฎว่าปริมาณการส่งออกข้าวของไทยเริ่มต่ำกว่าในปี 2552 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม(ยกเว้นในเดือนมีนาคม) นอกจากนี้ ยังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับปริมาณการส่งออกข้าวของเวียดนามติดต่อกัน 2 เดือน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประวัติการส่งออกข้าว แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการแข่งขันในการส่งออกข้าวในตลาดโลก ส่งผลให้ไทยทบทวนเป้าหมายการส่งออกข้าว และปรับลดเป้าการส่งออกลงเหลือ 8.0-8.5 ล้านตัน จากเดิมในช่วงต้นปีวางเป้าหมายไว้ที่ 9.0 ล้านตัน

การส่งออกข้าวในช่วงที่เหลือของปี 53...ยังไม่มีสัญญาณบวก
ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2553 มูลค่าการส่งออกข้าวเท่ากับ 2,021 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 แม้ว่าการส่งออกข้าวของไทยในปีนี้จะประสบปัญหา แต่ตลาดส่งออกที่ช่วยประคองสถานการณ์การส่งออกข้าว ได้แก่ ฟิลิปปินส์ที่เพิ่มขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ จากการชดเชยการที่ฟิลิปปินส์ไม่ปรับลดภาษีนำเข้าข้าวตามกรอบข้อตกลงอาฟตา ส่วนเบนินเพิ่มการนำเข้าข้าวนึ่งจากไทยเพื่อส่งออกไปยังไนจีเรียอีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากการส่งออกข้าวนึ่งจากไทยไปไนจีเรียเผชิญอัตราภาษีนำเข้าในเกณฑ์สูง กอปรกับมูลค่าการส่งออกข้าวในปี 2552 นั้นอยู่ในเกณฑ์ต่ำมากเป็นประวัติการณ์เช่นกัน จากการที่ไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนาม ที่ใช้กลยุทธ์ราคาแย่งชิงตลาดส่งออกข้าวจากไทย

สถานการณ์ส่งออกข้าวไทยเริ่มมีปัญหาชัดขึ้น หลังจากปริมาณการส่งออกข้าวของไทยในเดือนเมษายน ต่ำกว่าเวียดนาม และในเดือนพฤษภาคม2553ก็ยังคงต่ำกว่าเวียดนามต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การส่งออกข้าวของไทย เนื่องจากราคาข้าวของเวียดนามอยู่ในระดับต่ำกว่าไทยอย่างมาก จากที่ในช่วงปลายปี 2552 ส่วนต่างระหว่างราคาข้าวไทยและเวียดนามขยับเข้ามาอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ปริมาณส่งออกข้าวมีแนวโน้มช่วงไตรมาสที่ 2 เหลือเพียงเดือนละ 600,000 ตัน จากที่ไทยเคยส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 700,000 ตัน ทำให้คาดว่าในช่วงครึ่งแรกจะส่งออกได้เพียง 4 ล้านตันเท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 11.0

สำหรับการส่งออกข้าวในปี 2553 นั้น คาดว่าอาจมียอดรวมประมาณ 8.0-8.5 ล้านตัน ลดลงจาก 9.5 ล้านตัน ที่คาดการณ์ไว้เมื่อต้นปี เทียบกับ 8.62 ล้านตันในปี 2552 และการยกเลิกหรือชะลอส่งออกข้าวไทยอาจลดลงในปีนี้ จากระดับสูงสุดในรอบสองปีที่ 2 แสนตัน โดยการผิดนัดชำระเงินจะลดลงในช่วงครึ่งหลังปี 2553 อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศคาดว่าข้อตกลงที่ทำในช่วงไตรมาสสองนี้ไม่มีแนวโน้มผิดนัดชำระเงิน ผลจากราคามีเสถียรภาพ ผิดกับข้อตกลงที่ทำไว้ก่อนหน้านี้หรือในช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2552 และไตรมาสแรกปี 2553 ซึ่งมีความเสี่ยงผิดนัดชำระเงินสูง ทั้งนี้การผิดนัดชำระเงินอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อผู้ซื้อที่จองซื้อข้าวล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีขอยกเลิก ชะลอการซื้อ หรือเจรจาต่อรองราคาใหม่ หลังจากราคาข้าวร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี โดยส่วนใหญ่อยู่ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2553 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาข้าวดิ่งลง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันจากระดับเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี

ในด้านราคาข้าวส่งออกของไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2553 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวขาว5% ราคาเอฟโอบีในเดือนพฤษภาคม 2553 ลดลงเหลือ 400 ดอลลาร์/ตัน จากที่เคยอยู่ในระดับ 600 ดอลลาร์/ตันในช่วงปลายปี 2552 เนื่องจากเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงจากเวียดนาม โดยการลดค่าเงินด่องของเวียดนามที่ส่งผลให้ราคาข้าวของเวียดนามมีแนวโน้มลดลง และเวียดนามประมูลข้าวส่งออกไปตลาดฟิลิปปินส์ทั้งหมด ในขณะที่ไทยส่งออกฟิลิปปินส์ได้เพิ่มขึ้นจากการชดเชยความเสียหายที่ฟิลิปปินส์ไม่ได้ปรับลดภาษีนำเข้าข้าวตามข้อตกลงอาฟตา

คาดว่าในปี 2553 เวียดนามยังจะสามารถรักษาปริมาณการส่งออกข้าวได้ใกล้เคียงกับปี 2552 ที่ระดับเกือบ 6 ล้านตัน ส่วนไทยนั้นยังไม่มีคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ที่จะช่วยดึงราคาข้าวของไทยให้สูงขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าภาวะการส่งออกข้าวในช่วงที่เหลือของปี 2553 ยังไม่มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น นอกจากจะมีการระบายสต็อกของรัฐบาลเพื่อการส่งออกทั้งในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล และการเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกประมูลข้าวในสต็อกเพื่อการส่งออก ซึ่งน่าจะทำให้ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นได้ แต่คาดว่าจะส่งผลให้ราคามีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาข้าวของเวียดนาม ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2553 กล่าวคือ ราคาข้าว5%ของเวียดนามเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับ 365 ดอลลาร์/ตันหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 ซึ่งส่งผลให้ความแตกต่างระหว่างราคาข้าวไทยและเวียดนามแคบลงเหลือ 88 ดอลลาร์/ตัน จากที่เคยอยู่ในระดับ 126.1 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนเมษายน 2553 คาดว่าราคาข้าวส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะอยู่ในระดับทรงตัว แต่จะกระเตื้องขึ้นได้ถ้ามีคำสั่งซื้อล็อตใหญ่เข้ามา

สาเหตุที่ไทยส่งออกข้าวได้น้อยลง เป็นผลมาจากตลาดโลกยังไม่มีความต้องการข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากหลายประเทศหันไปบริโภคสินค้าชนิดอื่นทดแทนข้าว เพื่อที่จะชะลอการนำเข้าข้าว เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี เป็นต้น นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคยุโรป ทำให้ประเทศในแถบแอฟริกา ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของไทยที่ใช้เงินยูโรในการค้า ชะลอการนำเข้า เนื่องจากเมื่อเงินยูโรอ่อนค่า ทำให้ราคาข้าวไทยแพงขึ้นในสายตาผู้นำเข้าในแอฟริกา

ประเด็นที่ยังต้องติดตาม คือ ผลกระทบของปัญหาฝนทิ้งช่วงที่ทำให้รัฐบาลขอความร่วมมือชาวนาให้เลื่อนการปลูกข้าวนาปีไปอีก 1 เดือนเป็นเดือนกรกฎาคมนั้นจะส่งผลกระทบต่อปริมาณข้าวที่จะเข้าสู่ตลาดมากน้อยเพียงใด และนโยบายการระบายสต็อกข้าวของรัฐบาลที่อยู่ในระดับ 6 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเป็นประวัติการณ์ โดยปริมาณสต็อกข้าวนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาข้าวส่งออกของไทย นอกจากนี้ ปัญหาฝนทิ้งช่วงในประเทศไทยซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตข้าว ก็ไม่ได้สร้างความกังวลให้กับประเทศผู้นำเข้าข้าว เนื่องจากสต็อกที่อยู่ในเกณฑ์สูง ส่วนในตลาดต่างประเทศต้องติดตามสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจสร้างความเสียหายให้กับทั้งประเทศผู้ผลิตและผู้นำเข้าข้าว ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์การส่งออกข้าวของไทยเปลี่ยนแปลงไปได้ โดยเฉพาะตลาดอินเดียที่คาดว่าจะกลับมาส่งออกข้าวขาวอีกครั้ง ซึ่งน่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการหลังเดือนกันยายน 2553 ทำให้การส่งออกข้าวของไทยที่เข้าไปแทนที่อินเดีย ทั้งในตลาดแอฟริกาและตะวันออกกลางจะเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

สถานการณ์ปี’54...การแข่งขันในตลาดโลกเพิ่มความรุนแรง
จากการประเมินสถานการณ์ข้าวในตลาดโลกในปี 2553/54 คาดการณ์ไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงต่อไป โดยมีประเด็นสำคัญต่อไปนี้

?ปริมาณผลผลิต กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวของโลกในปี 2553/54 เพิ่มขึ้นเป็น 459.4 ล้านตันข้าวสาร หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 4.0 จากการคาดการณ์ว่าปรากฎการณ์เอลนิโญที่ไม่รุนแรงมากนักส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลกไม่มากนัก รวมทั้งการคาดการณ์ถึงภาวะมรสุมที่อยู่ในระดับปกติ ซึ่งจะช่วยให้ปริมาณการผลิตข้าวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะในอินเดีย และฟิลิปปินส์ กล่าวคือ ปริมาณการผลิตข้าวของอินเดียจะกลับมาอยู่ในระดับ 99.0 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนปริมาณการผลิตข้าวของฟิลิปปินส์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 10.8 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน คาดการณ์ว่าประเทศผู้ผลิตข้าวสำคัญของโลก 10 อันดับแรกมีปริมาณการผลิตข้าวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจีน ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าประเด็นที่จะต้องติดตาม คือ อินเดียจะกลับมาส่งออกข้าวขาวในปี 2554 หรือไม่ ส่วนสหรัฐฯคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถส่งออกได้มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเท่ากับว่าในปี 2554 ไทยอาจต้องเผชิญการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากอินเดียและสหรํฐฯ การนำเข้าข้าวของทั้งฟิลิปปินส์และจีนจะไม่ใช่ปัจจัยในการผลักดันตลาดข้าวในปี 2553 เนื่องจากปริมาณการผลิตข้าวของทั้งสองประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมทั้งความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่อาจจะสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ปลูกข้าวของประเทศต่างๆ

?ปริมาณการค้า คาดการณ์ว่าในปี 2554 ปริมาณการค้าข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็น 31.4 ล้านตันข้าวสาร หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 โดยเฉพาะการส่งออกข้าวของสหรัฐฯ อินเดีย และปากีสถาน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าการแข่งขันในการส่งออกข้าวในปี 2554 มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น โดยสหรัฐฯจะเข้ามาแข่งขันในตลาดที่บริโภคข้าวเมล็ดยาวของไทย และไทยก็ยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนามเช่นเดิม ส่วนอินเดียและปากีสถานมีแนวโน้มจะดึงตลาดข้าวนึ่งในแอฟริกาและตะวันออกกลางกลับไป

ส่วนประเทศที่เป็นผู้นำเข้าข้าวสำคัญของโลก ในปี 2554 ฟิลิปปินส์ยังคงเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวอันดับหนึ่ง แต่คาดว่าปริมาณการนำเข้าลดลงอันเป็นผลมาจากปริมาณการผลิตข้าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับไนจีเรียมีแนวโน้มนำเข้าข้าวมากขึ้นในปี 2554 และจะกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวอันดับสองของโลก แต่ปริมาณการนำเข้ายังน้อยกว่าในปี 2552 ประเทศที่น่าจับตามอง คือ อิหร่านและซาอุดิอาระเบีย ที่คาดว่าจะมีปริมาณการนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น

?สต็อกปลายปี คาดว่าปริมาณสต็อกข้าวปลายปี 2554 เพิ่มขึ้น เป็น 96.3 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 7.0 ซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2546 โดยคาดการณ์ว่าสัดส่วนของปริมาณการใช้ต่อปริมาณสต็อก(Stocks-to-use) อยู่ในระดับร้อยละ 21.3 เท่านั้น เท่านั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าปริมาณสต็อกข้าวที่อยู่ในเกณฑ์สูง กอปรกับการแข่งขันในการค้าข้าวในตลาดโลกที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาข้าวทั้งในตลาดโลก และตลาดในประเทศ

บทสรุป
ในปี 2553 การส่งออกข้าวของไทยเผชิญกับหลากปัญหา ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงลบตั้งแต่ต้นปี ทั้งจากการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนาม และในช่วงไตรมาส 3 ก็จะรับทราบอย่างเป็นทางการว่าอินเดียจะกลับมาส่งออกข้าวขาวหรือไม่ ซึ่งจะเพิ่มความรุนแรงในการแข่งขันในตลาดโลก เงินยูโรอ่อนค่า ทำให้กลุ่มประเทศแอฟริกาต้องซื้อข้าวไทยในราคาที่แพงขึ้น ภาวะฝนทิ้งช่วงและขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกและการกำหนดราคาประกันรายได้เกษตรกรที่อยู่ในเกณฑ์สูง ส่งผลให้ราคาข้าวส่งออกของไทยอยู่ในเกณฑ์สูง คาดการณ์ว่าในปี 2554 การส่งออกข้าวของไทยจะยังคงเผชิญปัญหาต่อเนื่อง และสภาพปัญหาอาจจะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ในกรณีที่อินเดียกลับมาส่งออกข้าวขาว โดยอินเดียเป็นคู่แข่งสำคัญในการส่งออกข้าวในตลาดแอฟริกาและตะวันออกกลาง ส่วนปัจจัยที่น่าจะส่งผลบวก คือ ภาวะอากาศแปรปรวนที่อาจจะทำให้ปริมาณการผลิตข้าวได้รับความเสียหาย ซึ่งจะทำให้ปริมาณความต้องการข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้น

Sectors: 

Digital TV & Media

เจ๊ ติ๋ม ฝันสลาย “ทีวีดิจิตอล” ขาดทุน 300 ล้านบาท วิ่งหาพาร์ทเนอร์ใหม่ “เอ็มวี เทเลวิชั่น” เจ้าพ่อ ช่องทีวีดาวเทียม ซีรีส์หนังจีน มาช่วยกอบกู้ธุรกิจ ได้อดีตผอ.ช่อง 5 นั่งเก้าอี้ ผู้อำนวยการช่องไทยทีวีคนใหม่

มีแนวโน้มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 24 ช่อง อาจได้รับผ่อนผันเลื่อนการจ่ายเงินค่าใบอนุญาตที่ได้ประมูลมาใน ปีที่สอง จำนวน 8,124.20 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี

เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อของ เดือนเมษายน 2558 มีมูลค่ารวม 11,905 ล้านบาท

Consumer Insight

คนไทย Gen X และ Gen Y ยอม “ลดเงินเดือน” เพื่อแลกกับความยืดหยุ่นในการทำงาน เผยชีวิต ติด“สมาร์ทโฟน” จำเป็นทั้งเรื่องทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว

“ดันน์ฮัมบี้” บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ได้เผยผลวิจัยว่าภาคไหนในประเทศไทยนิยมซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากที่สุด พบว่าคนไทยใน “ภาคใต้” มีแนวโน้มสูงที่ไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าในช่วงสงกรานต์มากกว่าภาคอื่นๆ โดยที่ดันน์ฮัมบี้ได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ จากจำนวนผู้บริโภคจำนวน 8.2 ล้านคนที่ซื้อสินค้าในเทสโก้ โลตัส

จากผลสำรวจการให้ความสำคัญในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในปี 2557 ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด (MasterCard Consumer Purchasing Priorities 2014) พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทยที่อยู่ในการสำรวจ วางแผนท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเชียงใหม่และภูเก็ตยังครองแชมป์จุดหมายปลายทางในประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุด

Insight

แน่นอนว่าวัยเรียนที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการหรือต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเองมักสนใจวิธีที่ทำให้ประสบความสำเร็จมากกว่าจะดึงศักยภาพและทักษะของตัวเองออกมาใช้กับธุรกิจ ดังนั้นสำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นของตัวเองตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ตามทีมงาน Life on Campus มาดูขั้นตอนดีๆ สู่การเป็นเศรษฐีวัยเรียนกันได้เลย..

การวิจัยจึงชี้ให้เห็นว่าค่าเฉลี่ยของการว่าจ้างตำแหน่งผู้จัดการใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งนาทีในการอ่านเรซูเม่เสียอีก ดังนั้นสิ่งที่เหล่า HR มองหาคืออะไร? และสิ่งที่ผู้สมัครควรหลีกเลี่ยงคืออะไร?

"รู้แล้วต้องช็อก"
"อุทาหรณ์ ที่คุณต้องซึ้งเมื่อรู้ว่า..."
"เตือนภัย xxx ที่คุณต้องทึ่งว่าทำได้ไง"
"ชายคนนี้นอกใจเมีย แต่เมื่อคุณรู้เหตุผลแล้วต้องให้อภัย"
"เมื่อรู้ว่าสามีมีชู้ นี่คือสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำ"

Strategic Move

วันนี้(21 พ.ค.)ค่ายโตโยต้าเขย่าตลาดปิกอัพเปิดตัวรุ่นใหม่ครั้งแรกในโลก “Hilux REVO” ปฏิวัติใหม่ทั้งรูปลักษณ์หน้าตา โครงสร้างตัวถัง เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง วางตลาด 3 แบบ 33 รุ่นย่อย เปิดราคารุ่นเริ่มต้น 5.69 แสนบาท ตัวบนจัดเต็มอุปกรณ์ต่างๆ เทคโนโลยีทันสมัย และระบบความปลอดภัย เทียบเท่ากับรถ SUV ระดับหรู ตั้งเป้ายอดขาย 14,000 คัน/เดือน

“อีเกิ้ล เอ็กซ์” (Eagle X) เป็นชื่อรุ่นสมาร์ทโฟน ของค่ายดีแทค ที่ปล่อยออกสู่ตลาดรองรับการใช้งาน 4 จี โดยใช้จุดขายเรื่องของราคา 5,990 บาท

การนำเสนอรถกระบะเชฟโรเลตที่หลากหลายรุ่นขึ้นเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการเปิดตัวโคโลราโด ไฮ คันทรี่ และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นล่าสุดของเชฟโรเลตที่ให้ความสำคัญกับรถกระบะและรถเอสยูวีในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโคโลราโดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญสูงสุดของเชฟโรเลตในประเทศไทย และเป็นรถที่จัดจำหน่ายในตลาดรถที่มีความต้องการในการซื้อมากที่สุดในประเทศไทย

Social Media Club

เฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียลมีเดียชื่อดัง ซื้อกิจการสตาร์ทอัปจากแคลิฟอร์เนีย “Tugboat Yards” ซึ่งให้บริการเครื่องมือสำหรับรับชำระเงินจากผู้อ่านเพื่อสำนักพิมพ์ออนไลน์ขนาดกลางและเล็ก ส่งผลให้มีนักวิเคราะห์ออกมาคาดการณ์กันว่า นี่อาจเป็นความทะเยอทะยานครั้งใหม่ของเฟซบุ๊กในการก้าวสู่ธุรกิจสื่อที่น่าจับตามองอย่างมากก็เป็นได้

เปิดตัวครบ 1 ปีเป็นที่เรียบร้อย สำหรับโครงการ "ไลน์ ครีเอเทอร์ มาร์เก็ต" (LINE Creators Market) แพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้ได้ส่งสคิ๊กเกอร์ของตนเองเข้ามาขายในไลน์ได้ หลังจากที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา

เฟซบุ๊ก (Facebook) ประกาศรับ "Head of Thailand" ขอคนมีประสบการณ์ด้านมาร์เก็ตติ้ง 10 ปีขึ้นไป บวกต้องมีความรู้ความเข้าใจในโซเชียลมีเดียสูง

Columnist

การตลาด ฤดูร้อน ต้อง Speed Advantage “ใคร ไว กว่าได้ เปรียบ” ในสมรภูมิ การแข่ง กำลัง ร้อน แรง เหมือนฤดูร้อน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Trend

แบรนด์ไก่ทอดผู้พัน “เคเอฟซี (KFC)” สาขาเยอรมนีปิ๊งไอเดียเก๋ แนบคีย์บอร์ดบางเฉียบ “เทรย์ ไทเปอร์ (Tray Typer)” ไว้บนถาดอาหารเพื่อให้ลูกค้าที่สั่งชุดไก่ทอดสามารถนำไปใช้พิมพ์ข้อความบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของตัวเองโดยไม่ต้องห่วงเรื่องมือเลอะ อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไม่พลาดการติดต่อพร้อมกับอุปกรณ์ไม่เปรอะเปื้อน

บริษัทรถไฟของญี่ปุ่นแปลงโฉมรถไฟโบราณเป็นรถไฟท่องเที่ยวสุดหรูหรา เปิดให้บริการทุกสุดสัปดาห์

ขบวนรถไฟดีเซลราง Twilight Express ซึ่งเคยเป็นรถไฟเที่ยวที่ยาวนานที่สุดระหว่างเมืองโอซากาถึงเมืองซัปโปโร บนเกาะฮอกไกโด และหยุดเดินรถไฟเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จะกลับมาให้บริการอีกครั้งในรูปแบบของรถไฟท่องเที่ยว หลังจากบริษัทรถไฟแห่งโอซากาแปลงโฉมใหม่จนกลายเป็นขบวนรถสุดหรูหรา โดยจะให้บริการทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมจนถึงฤดูใบไม้ผลิ ปีหน้า

ในยุคที่มนุษย์มีโทรศัพท์อัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีแอปเจ๋งๆ ให้ใช้งาน เล่นโซเชียลมีเดียได้ ชำระค่าสินค้า ถ่ายภาพได้ด้วยกล้องที่มีความคมชัดสูง ฯลฯ อยู่ในครอบครอง แต่มนุษย์หลายคนที่ได้ครอบครองโทรศัพท์อัจฉริยะดังกล่าวก็ไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด

Global Wrap

บ้านหลังนี้ อยู่กลางย่านธุรกิจ ถนนเสี่ยวหยุน เขตเซนทรัลเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง ปรับปรุงตกแต่งภายในอย่างหรูหรา และจัดวางฮวงจุ้ยอย่างสมดุล รวมทั้งขยายพื้นที่ใช้สอยส่วนกลางลานบ้านตามลักษณะที่อยู่อาศัยโบราณของปักกิ่งที่เรียกว่า "ซื่อเหอย่วน" (ภาพพีเพิลเดลี)

ตลาดรถยนต์ขณะนี้ทุกสายตาคงจ้องไปที่... การเปิดตัวปิกอัพโฉมใหม่ “โตโยต้า ไฮลักซ์” โดยมีกำหนดแนะนำสู่ตลาดไทยแห่งแรกในโลก วันที่ 21 พฤษภาคมนี้ ซึ่งกระแสข่าวรถรุ่นนี้มีส่วนทำให้ตลาดปิกอัพในช่วงที่ผ่านมาชะลอตัวไปพอสมควร แน่นอนหลังจากวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ย่อมทำให้ตลาดกลับมามีความชัดเจน และบรรดาค่ายคู่แข่งก็จะได้งัดกลยุทธ์ออกมารับมือเปิดหน้าชกได้เต็มที่...

ในฐานะของผู้นำตลาดปิกอัพ การเปิดตัว “โตโยต้า ไฮลักซ์” ใหม่ ที่จะมีขึ้นครั้งแรกในโลก วันที่ 21 พฤษภาคมนี้ จึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ แต่มากกว่านั้นนี่คือการปรับโฉมใหม่หมดทั้งคัน รวมถึงซับเนม “REVO”

People

เปิดใจ “อีเจี๊ยบ เลียบด่วน” เจ้าของเพจมาแรงแห่งปี ผ่านการ“โฟนอิน”แบบเจาะลึก เป็นครั้งแรก ในงานสัมมนา ฝ่าวิกฤตพิชิตดราม่าในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งจัดโดย Position Magazine Online ถึงที่มาของ เพจเล่าข่าว ด้วยสำนวนแสบๆ คันๆ มันๆ จนสร้างยอดไลค์ ทะลุล้านแล้ว

จากบทบาทนักธุรกิจ “วัยรุ่นพันล้าน” เจ้าของอาณาจักร “เถ้าแก่น้อย” แบรนด์ที่ทำให้หลายคนรู้จัก “อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” หรือ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาได้เพิ่มบทบาทของตนเองด้วยการเป็น “ผู้ลงทุน”

นางคือเจ้าแม่แห่งวงการแต่งหน้าที่แม้แต่ดาราชื่อดังอย่าง แอฟ ทักษอร, พลอย เฌอมาลย์ ฯลฯ ก็ผ่านการเนรมิตให้ดูสวยสง่าเพราะฝีมือการผัดแป้งแต่งหน้าของเธอกันมานักต่อนัก และล่าสุด เหล่าพริตตี้หลากหลายค่ายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด เธอก็เสริมความสวยบนใบหน้าให้แก่เหล่านางฟ้ามอเตอร์โชว์แทบจะหมดทั้งฮอลล์

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348