แบ่งโค้กกัน แคมเปญแมสแต่ได้ความรู้สึกส่วนตั๊วส่วนตัว

เมืองไทยนึกจะหาน้ำอัดลมเย็นๆ สะใจกินสักกระป๋องในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมากลายเป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกิน จนเกิดเป็น Viral แต่เป็นเชิงบ่นปากต่อปากเสียมากกว่าจะจริงจังว่าหาน้ำอัดลมดื่มยาก


บังเอิญว่า Viral Marketing ที่ทอล์กกันทั่วออสเตรเลียตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนที่ผ่านมา หรือช่วงเดียวกับที่มวลน้ำมาถึงกรุงเทพฯ พอดีราวต้นเดือนตุลาคม ก็เป็นเรื่องน้ำอัดลมเหมือนกัน แต่ต้นเหตุต่างกันอย่างสิ้นเชิง


ที่ออสเตรเลียเป็นเรื่องที่บอกต่อๆ กัน เกี่ยวกับแคมเปญแมสที่โดนใจตลาดเข้าอย่างจัง จนกลายเป็น Talk of the town และ Talk of Social Network ไปพร้อมกัน หลังจากที่โคคา-โคล่า เปิดตัวแคมเปญ “Share a Coke” แคมเปญใหญ่แต่ Customize ให้ผู้บริโภคแต่ละคนมีอารมณ์ร่วมแบบส่วนตัวได้ด้วย


แคมเปญ Share a Coke เปิดตัวต้นเดือนตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา ด้วยการส่งกระป๋องโค้กที่พิมพ์ชื่อที่คนออสเตรเลียนิยมนำมาตั้งชื่อมากที่สุด 150 ชื่อ กระจายไปตามตู้แช่ในเมือง ตัวอย่างชื่อที่ว่า เช่น Luck, Kate, Matt, Rebecca, Joel, Vanessa, Anna ฯลฯ โดยกะว่าถ้าไม่ใช้ชื่อของใครสักคนที่ผู้บริโภครู้จัก ชื่อบนกระป๋องก็สามารถทำให้ผู้บริโภคต้องงงกับสิ่งที่เห็นอยู่ดี เพราะโค้กพิมพ์ชื่อเหล่านี้ไว้แทนตำแหน่งที่พิมพ์คำว่า Coke เลย แล้วจะไม่งงได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้น


ชื่อต่างๆ บนกระป๋องเลยกลายเป็นภาพที่ถูกแชร์ในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คและได้รับการพูดถึงไปทั่ว ก่อนที่ Coca Cola South Pacific Pty Ltd ผู้ดูแลตลาดโค้กในออสเตรเลีย เจ้าของไอเดียจะออกมาเป็นตัวแคมเปญ Share a Coke อย่างเป็นทางการ


“เราใช้ชื่อแรกเพราะเป็นชื่อที่ออกไปในทางสนุกและเป็นชื่อที่ใช้ในสังคม เป็นการเตือนให้ผู้บริโภครู้ว่าอาจจะมีคนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตที่เขาอาจจะลืมติดต่อไปบ้างหรือยังไม่ได้ติดต่อ เพื่อให้เขาสนุกที่จะหาชื่อเพื่อน คนในครอบครัว แล้วรู้สึกสนุกที่ได้เอาขวดโค้กที่มีชื่อนั้นไปแชร์กัน” Lucie Austin ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด Coca-cola South Pacific บอกเหตุผลของแคมเปญไว้แบบนี้


นอกจากชื่อฮิตๆ ที่กลายเป็นของแปลกตาบนกระป๋องโค้ก รวมถึงขวด PET ด้วย ส่วนประกอบอื่นๆ ยังคงเดิม


กระป๋องยังคงเป็นสีแดงและมีเส้นริบบินโค้งที่ปรับมาจากหางปลาของอักษรตัว C ในชื่อ Coca-Cola ที่ลูกค้าจดจำได้พาดไปตรงตำแหน่งใต้ชื่อที่ถูกพิมพ์ไว้สำหรับแบบขวด PET และแนวตั้งด้านข้างสำหรับแบบกระป๋อง


การสร้างความฮือฮาด้วยประสบการณ์ตรงถึงมือผู้บริโภคเป็นแค่สเต็ปแรกของแคมเปญ ทั้ง 150 ชื่อที่พิมพ์บนผลิตภัณฑ์โค้ก ยังมีลูกเล่นให้ผู้บริโภคสนุกได้อีก โดยลูกค้าสามารถไปเลือกเพลงประจำตัวได้ใน Coke's Facebook page ที่มีเท่าจำนวนชื่อ เลือกส่งให้เพื่อนพร้อมกับการแชร์อะโค้กผ่านออนไลน์ หลังจากเข้าไปกดไลค์แฟนเพจ


ส่วนของเพลงโค้กได้พันธมิตรอย่าง Southern Cross Austereo มาเป็นผู้ผลิตให้


เพียงไม่ถึงเดือนแฟนเพจของโค้กก็มีกดไลค์ 6 แสนกว่าราย มีคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกือบ 2 หมื่นราย


ส่วนคนที่ชื่อไม่โหล ก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะโค้กคิดเผื่อไว้ให้แล้ว


ใครที่อยากจะมีชื่อตัวเอง ชื่อเพื่อน คนในครอบครัว คนรู้จัก หรือคนที่อยากรู้จัก พิมพ์ลงบนกระป๋องโค้กขนาด 200 มิลลิลิตร ก็ไปลงทะเบียนนัด ผ่านแฟนเพจของแชร์อะโค้กในเฟซบุ๊กซึ่งจะมีกิจกรรมไปชื่อบนกระป๋องให้ตามต้องการตามจุดต่างๆ ที่ประกาศไว้ เป็นการเอาใจผู้บริโภคแฟนโค้กเป็นส่วนตัวอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน


จุดนัดพบส่วนใหญ่ก็จะเป็นห้างสรรพสินค้าในเมืองใหญ่เป็นหลัก ซึ่งภาพของกิจกรรมก็จะเป็นตัวขยายผลของแคมเปญได้อีกต่อหนึ่งด้วย ถือเป็นแคมเปญที่ใช้ประโยชน์จากโซเชี่ยลมีเดียและต่อยอดกิจกรรมได้เป็นลูกโซ่จริงๆ


การคัสโตไมซ์เพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนรวมกับแคมเปญได้แบบนี้ ถือเป็นการปิดจุดอ่อนที่ทำให้แคมเปญนี้แข็งแกร่งขึ้น เพราะแม้จะมีชื่อให้เลือกถึง 150 ชื่อ สังคมที่ออสเตรเลียก็ไม่ต่างจากไทย ที่จะพบลูกค้าบางกลุ่มที่ออกมาเม้าท์ว่า โค้กจะทำอย่างไรถ้าเขาหาชื่อตัวเองไม่เจอ หรือเจอแต่ชื่อของคนที่ไม่ชอบหน้า เมื่อจัดกิจกรรมให้กำหนดชื่อที่จะพิมพ์ได้เองแบบนี้ เลยเปลี่ยนเป็นความรู้สึกถูกใจและเป็นตัวกระตุ้นให้พวกหาข้ออ้างไม่ได้แล้วหันไปบอกต่อเพื่อนๆ ดังขึ้นอีก


หากพิจารณากันในแง่ของแบรนด์ ถ้าแบรนด์ไม่แข็งอย่างโค้ก ระดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก ก็ไม่แน่ใจว่าจะเล่นกับแคมเปญแบบนี้ได้ไหม โดยเฉพาะการใช้วิธีเอาชื่อแบรนด์ออกจากผลิตภัณฑ์ เหลือไว้เพียงสัญลักษณ์และสี เพราะถ้าไม่ใช่แบรนด์ดังระดับนี้ ไม่เพียงแค่แคมเปญที่จะจบตั้งแต่เริ่มเปิดตัว ตัวแบรนด์เองก็อาจจะจบไปพร้อมๆ กันเลยก็ได้


แคมเปญง่ายๆ แต่กล้าเล่นกับการลบชื่อแบรนด์ จึงเป็นอีกจุดที่ทำให้เกิดกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่แรงทั้งบนสตรีทและในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คดังที่เกิดขึ้น


แบบนี้แล้ว คงต้องบอกว่าแคมเปญใหญ่จะเกิดเปรี้ยงป้างก็ไม่จำเป็นว่า จะต้องคิดการใหญ่หรือยุ่งยากซับซ้อน เพราะแค่ไอเดียพื้นๆ จากไอเดียการเลือกซื้อจี้สร้อย แหวน พวงกุญแจ ประเภทสลักชื่อให้คนชอบพอกันเป็นที่ระลึกที่คนจำนวนมากมีประสบการณ์และคุ้นเคยกันมานาน เปลี่ยนมาเป็นของพื้นๆ ยิ่งกว่าที่มีชื่อพิมพ์อยู่แทน กลับประทับใจได้มากกว่าเสียอีก


ประเด็นที่พูดมาส่วนใหญ่เป็นแค่เรื่องความรู้สึกส่วนตัวของผู้บริโภค แต่แคมเปญนี้เป็นแมส จัดเป็นแคมเปญใหญ่ของปี เพราะฉะนั้นจึงยังไม่จบแค่นี้


นอกจากเปิดเฟซบุ๊กแฟนเพจที่ยุคนี้แบรนด์ไหนไม่มีไม่ได้ แชร์อะโค้กเปิดตัวเว็บไซต์ www.shareacoke.com.au สำหรับทำกิจกรรมออนไลน์ ให้ผู้ร่วมกิจกรรมเข้ามาชิงโชคเงินสดสูงถึง 50,000 เหรียญออสเตรเลียอีกด้วย เพราะลูกค้าประเภทชอบร่วมสนุกเพราะของรางวัลก็ยังมีไม่น้อย


แถมเรื่องสนุกไม่ได้จบแค่ออนไลน์ โค้กยังใส่กิมมิกให้ผู้บริโภครู้สึกสนุกกับแคมเปญนี้เพิ่มขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย ที่ Kings Cross ใน Sydney ผู้บริโภคที่เดินผ่านบิลบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์สามารถส่งเอสเอ็มเอสชื่อตัวเองหรือชื่อใครสักคนขึ้นไป เพื่อให้ชื่อปรากฏบนบิลบอร์ดแชร์อะโค้กที่ทำไว้ได้ด้วย เป็นโฆษณาแบบอินเตอร์แอคทีฟ ให้ผู้ผ่านไปมาในย่านนั้น ติดตามเฝ้าดูด้วยความสนุกสนาน ขณะที่ป้ายอิเล็กทรอนิกส์ของโค้กที่มีเพียงชื่อใหม่ๆ จากเอสเอ็มเอสที่ส่งเข้ามาสลับสับเปลี่ยนไปตลอดเวลา ก็ดูน่าสนใจกว่าการเปิดไฟกะพริบดึงดูดผู้ชมแบบเดิมๆ ได้ตั้งเยอะ


ส่วนของ TVC โค้กทำออกมาหลายเวอร์ชั่นเช่นกัน เน้นเล่าเรื่องของคนชื่อต่างๆ ก่อนจะจบท้ายด้วยสโลแกน “If you know …., share a Coke with” โดยเติมชื่อตัวละครของเวอร์ชั่นนั้นๆ ลงไป มีโอกิลวี่เป็นผู้รับหน้าที่ผลิต และเลือกเปิดตัวครั้งแรกวันอาทิตย์ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ NRL (The National Rugby League) กีฬายอดนิยมในทวีปออสเตรเลีย


แคมเปญนี้มีเรื่องที่น่าสงสัยที่มีคนอยากรู้มากๆ ว่า โค้กจะพิมพ์ชื่อ “Pepsi” ให้ไหม ถ้าบังเอิญมีใครสักคนชื่อนี้จริงๆ และอยากจะเก็บกระป๋องโค้กที่มีชื่อตัวเองไว้เป็นที่ระลึกสักกระป๋องหนึ่ง...จะได้หรือเปล่า


cellpadding="2" cellspacing="2">
Share a
Coke
Communications
Strategy
Naked
Creative :
Ogilvy
Digital /
Social media:
Wunderman
Media :
IKON
POS :
Fuel
Activations :
Urban
Promotions :
Momentum
PR :
One Green Bean


Marketing Terms: 
Brands: 

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488