แบ่งโค้กกัน แคมเปญแมสแต่ได้ความรู้สึกส่วนตั๊วส่วนตัว

เมืองไทยนึกจะหาน้ำอัดลมเย็นๆ สะใจกินสักกระป๋องในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมากลายเป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกิน จนเกิดเป็น Viral แต่เป็นเชิงบ่นปากต่อปากเสียมากกว่าจะจริงจังว่าหาน้ำอัดลมดื่มยาก


บังเอิญว่า Viral Marketing ที่ทอล์กกันทั่วออสเตรเลียตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนที่ผ่านมา หรือช่วงเดียวกับที่มวลน้ำมาถึงกรุงเทพฯ พอดีราวต้นเดือนตุลาคม ก็เป็นเรื่องน้ำอัดลมเหมือนกัน แต่ต้นเหตุต่างกันอย่างสิ้นเชิง


ที่ออสเตรเลียเป็นเรื่องที่บอกต่อๆ กัน เกี่ยวกับแคมเปญแมสที่โดนใจตลาดเข้าอย่างจัง จนกลายเป็น Talk of the town และ Talk of Social Network ไปพร้อมกัน หลังจากที่โคคา-โคล่า เปิดตัวแคมเปญ “Share a Coke” แคมเปญใหญ่แต่ Customize ให้ผู้บริโภคแต่ละคนมีอารมณ์ร่วมแบบส่วนตัวได้ด้วย


แคมเปญ Share a Coke เปิดตัวต้นเดือนตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา ด้วยการส่งกระป๋องโค้กที่พิมพ์ชื่อที่คนออสเตรเลียนิยมนำมาตั้งชื่อมากที่สุด 150 ชื่อ กระจายไปตามตู้แช่ในเมือง ตัวอย่างชื่อที่ว่า เช่น Luck, Kate, Matt, Rebecca, Joel, Vanessa, Anna ฯลฯ โดยกะว่าถ้าไม่ใช้ชื่อของใครสักคนที่ผู้บริโภครู้จัก ชื่อบนกระป๋องก็สามารถทำให้ผู้บริโภคต้องงงกับสิ่งที่เห็นอยู่ดี เพราะโค้กพิมพ์ชื่อเหล่านี้ไว้แทนตำแหน่งที่พิมพ์คำว่า Coke เลย แล้วจะไม่งงได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้น


ชื่อต่างๆ บนกระป๋องเลยกลายเป็นภาพที่ถูกแชร์ในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คและได้รับการพูดถึงไปทั่ว ก่อนที่ Coca Cola South Pacific Pty Ltd ผู้ดูแลตลาดโค้กในออสเตรเลีย เจ้าของไอเดียจะออกมาเป็นตัวแคมเปญ Share a Coke อย่างเป็นทางการ


“เราใช้ชื่อแรกเพราะเป็นชื่อที่ออกไปในทางสนุกและเป็นชื่อที่ใช้ในสังคม เป็นการเตือนให้ผู้บริโภครู้ว่าอาจจะมีคนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตที่เขาอาจจะลืมติดต่อไปบ้างหรือยังไม่ได้ติดต่อ เพื่อให้เขาสนุกที่จะหาชื่อเพื่อน คนในครอบครัว แล้วรู้สึกสนุกที่ได้เอาขวดโค้กที่มีชื่อนั้นไปแชร์กัน” Lucie Austin ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด Coca-cola South Pacific บอกเหตุผลของแคมเปญไว้แบบนี้


นอกจากชื่อฮิตๆ ที่กลายเป็นของแปลกตาบนกระป๋องโค้ก รวมถึงขวด PET ด้วย ส่วนประกอบอื่นๆ ยังคงเดิม


กระป๋องยังคงเป็นสีแดงและมีเส้นริบบินโค้งที่ปรับมาจากหางปลาของอักษรตัว C ในชื่อ Coca-Cola ที่ลูกค้าจดจำได้พาดไปตรงตำแหน่งใต้ชื่อที่ถูกพิมพ์ไว้สำหรับแบบขวด PET และแนวตั้งด้านข้างสำหรับแบบกระป๋อง


การสร้างความฮือฮาด้วยประสบการณ์ตรงถึงมือผู้บริโภคเป็นแค่สเต็ปแรกของแคมเปญ ทั้ง 150 ชื่อที่พิมพ์บนผลิตภัณฑ์โค้ก ยังมีลูกเล่นให้ผู้บริโภคสนุกได้อีก โดยลูกค้าสามารถไปเลือกเพลงประจำตัวได้ใน Coke's Facebook page ที่มีเท่าจำนวนชื่อ เลือกส่งให้เพื่อนพร้อมกับการแชร์อะโค้กผ่านออนไลน์ หลังจากเข้าไปกดไลค์แฟนเพจ


ส่วนของเพลงโค้กได้พันธมิตรอย่าง Southern Cross Austereo มาเป็นผู้ผลิตให้


เพียงไม่ถึงเดือนแฟนเพจของโค้กก็มีกดไลค์ 6 แสนกว่าราย มีคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกือบ 2 หมื่นราย


ส่วนคนที่ชื่อไม่โหล ก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะโค้กคิดเผื่อไว้ให้แล้ว


ใครที่อยากจะมีชื่อตัวเอง ชื่อเพื่อน คนในครอบครัว คนรู้จัก หรือคนที่อยากรู้จัก พิมพ์ลงบนกระป๋องโค้กขนาด 200 มิลลิลิตร ก็ไปลงทะเบียนนัด ผ่านแฟนเพจของแชร์อะโค้กในเฟซบุ๊กซึ่งจะมีกิจกรรมไปชื่อบนกระป๋องให้ตามต้องการตามจุดต่างๆ ที่ประกาศไว้ เป็นการเอาใจผู้บริโภคแฟนโค้กเป็นส่วนตัวอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน


จุดนัดพบส่วนใหญ่ก็จะเป็นห้างสรรพสินค้าในเมืองใหญ่เป็นหลัก ซึ่งภาพของกิจกรรมก็จะเป็นตัวขยายผลของแคมเปญได้อีกต่อหนึ่งด้วย ถือเป็นแคมเปญที่ใช้ประโยชน์จากโซเชี่ยลมีเดียและต่อยอดกิจกรรมได้เป็นลูกโซ่จริงๆ


การคัสโตไมซ์เพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนรวมกับแคมเปญได้แบบนี้ ถือเป็นการปิดจุดอ่อนที่ทำให้แคมเปญนี้แข็งแกร่งขึ้น เพราะแม้จะมีชื่อให้เลือกถึง 150 ชื่อ สังคมที่ออสเตรเลียก็ไม่ต่างจากไทย ที่จะพบลูกค้าบางกลุ่มที่ออกมาเม้าท์ว่า โค้กจะทำอย่างไรถ้าเขาหาชื่อตัวเองไม่เจอ หรือเจอแต่ชื่อของคนที่ไม่ชอบหน้า เมื่อจัดกิจกรรมให้กำหนดชื่อที่จะพิมพ์ได้เองแบบนี้ เลยเปลี่ยนเป็นความรู้สึกถูกใจและเป็นตัวกระตุ้นให้พวกหาข้ออ้างไม่ได้แล้วหันไปบอกต่อเพื่อนๆ ดังขึ้นอีก


หากพิจารณากันในแง่ของแบรนด์ ถ้าแบรนด์ไม่แข็งอย่างโค้ก ระดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก ก็ไม่แน่ใจว่าจะเล่นกับแคมเปญแบบนี้ได้ไหม โดยเฉพาะการใช้วิธีเอาชื่อแบรนด์ออกจากผลิตภัณฑ์ เหลือไว้เพียงสัญลักษณ์และสี เพราะถ้าไม่ใช่แบรนด์ดังระดับนี้ ไม่เพียงแค่แคมเปญที่จะจบตั้งแต่เริ่มเปิดตัว ตัวแบรนด์เองก็อาจจะจบไปพร้อมๆ กันเลยก็ได้


แคมเปญง่ายๆ แต่กล้าเล่นกับการลบชื่อแบรนด์ จึงเป็นอีกจุดที่ทำให้เกิดกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่แรงทั้งบนสตรีทและในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คดังที่เกิดขึ้น


แบบนี้แล้ว คงต้องบอกว่าแคมเปญใหญ่จะเกิดเปรี้ยงป้างก็ไม่จำเป็นว่า จะต้องคิดการใหญ่หรือยุ่งยากซับซ้อน เพราะแค่ไอเดียพื้นๆ จากไอเดียการเลือกซื้อจี้สร้อย แหวน พวงกุญแจ ประเภทสลักชื่อให้คนชอบพอกันเป็นที่ระลึกที่คนจำนวนมากมีประสบการณ์และคุ้นเคยกันมานาน เปลี่ยนมาเป็นของพื้นๆ ยิ่งกว่าที่มีชื่อพิมพ์อยู่แทน กลับประทับใจได้มากกว่าเสียอีก


ประเด็นที่พูดมาส่วนใหญ่เป็นแค่เรื่องความรู้สึกส่วนตัวของผู้บริโภค แต่แคมเปญนี้เป็นแมส จัดเป็นแคมเปญใหญ่ของปี เพราะฉะนั้นจึงยังไม่จบแค่นี้


นอกจากเปิดเฟซบุ๊กแฟนเพจที่ยุคนี้แบรนด์ไหนไม่มีไม่ได้ แชร์อะโค้กเปิดตัวเว็บไซต์ www.shareacoke.com.au สำหรับทำกิจกรรมออนไลน์ ให้ผู้ร่วมกิจกรรมเข้ามาชิงโชคเงินสดสูงถึง 50,000 เหรียญออสเตรเลียอีกด้วย เพราะลูกค้าประเภทชอบร่วมสนุกเพราะของรางวัลก็ยังมีไม่น้อย


แถมเรื่องสนุกไม่ได้จบแค่ออนไลน์ โค้กยังใส่กิมมิกให้ผู้บริโภครู้สึกสนุกกับแคมเปญนี้เพิ่มขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย ที่ Kings Cross ใน Sydney ผู้บริโภคที่เดินผ่านบิลบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์สามารถส่งเอสเอ็มเอสชื่อตัวเองหรือชื่อใครสักคนขึ้นไป เพื่อให้ชื่อปรากฏบนบิลบอร์ดแชร์อะโค้กที่ทำไว้ได้ด้วย เป็นโฆษณาแบบอินเตอร์แอคทีฟ ให้ผู้ผ่านไปมาในย่านนั้น ติดตามเฝ้าดูด้วยความสนุกสนาน ขณะที่ป้ายอิเล็กทรอนิกส์ของโค้กที่มีเพียงชื่อใหม่ๆ จากเอสเอ็มเอสที่ส่งเข้ามาสลับสับเปลี่ยนไปตลอดเวลา ก็ดูน่าสนใจกว่าการเปิดไฟกะพริบดึงดูดผู้ชมแบบเดิมๆ ได้ตั้งเยอะ


ส่วนของ TVC โค้กทำออกมาหลายเวอร์ชั่นเช่นกัน เน้นเล่าเรื่องของคนชื่อต่างๆ ก่อนจะจบท้ายด้วยสโลแกน “If you know …., share a Coke with” โดยเติมชื่อตัวละครของเวอร์ชั่นนั้นๆ ลงไป มีโอกิลวี่เป็นผู้รับหน้าที่ผลิต และเลือกเปิดตัวครั้งแรกวันอาทิตย์ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ NRL (The National Rugby League) กีฬายอดนิยมในทวีปออสเตรเลีย


แคมเปญนี้มีเรื่องที่น่าสงสัยที่มีคนอยากรู้มากๆ ว่า โค้กจะพิมพ์ชื่อ “Pepsi” ให้ไหม ถ้าบังเอิญมีใครสักคนชื่อนี้จริงๆ และอยากจะเก็บกระป๋องโค้กที่มีชื่อตัวเองไว้เป็นที่ระลึกสักกระป๋องหนึ่ง...จะได้หรือเปล่า


cellpadding="2" cellspacing="2">
Share a
Coke
Communications
Strategy
Naked
Creative :
Ogilvy
Digital /
Social media:
Wunderman
Media :
IKON
POS :
Fuel
Activations :
Urban
Promotions :
Momentum
PR :
One Green Bean


Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนตุลาคม 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,931 ล้านบาท ลดลงจากเดือนตุลาคม 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,875 ล้านบาท ลดลง 944 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.56%

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

จิก-ประภาส ชลศรานนท์ รองประธานบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้คร่ำหวอดในวงการครีเอทีฟ ที่เป็นทั้งนักคิด นักเขียน นักแต่งเพลง เขายังได้เป็นหนึ่งในคณะกรรการตัดสินการประกวดแต่งห้องทำงาน “BBDO YourSpace Awards 2014”

Strategic Move

โครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ หนึ่งในบิ๊กโปรเจกต์ของ "สิงห์ เอสเตท" ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบุญรอดฯ ด้วยมูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท ในพื้นที่ 11 ไร่ ทำเลถนนอโศก-เพชรบุรี โดยที่เป็นโครงการแบบมิกซ์ยูส รวบรวมทั้งอาคารสำนักงาน คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรม พื้นที่สำหรับค้าปลีก รวมไปถึงจะเป็นที่ทำงานของผู้บริหารระดับสูงของสิงห์ด้วย จะเปิดทำการในปี 2017

เป็นอีกหนึ่ง “ดีล”การรุกคืบของธุรกิจไทยที่ได้เข้ากิจการระดับโลก โดยบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน (หรือ เพซ) ได้เซ็นสัญญาซื้อกิจการทั้งหมดของ ‘ดีน แอนด์ เดลูก้า’ แบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มกูร์เมต์ชั้นนำของโลก จากบริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า โฮลดิ้งส์ อิงค์ ตั้งอยู่ในเป็นวงเงิน140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

“เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” ถือเป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจ็คต์ของกลุ่มเซ็นทรัลในปีนี้ ที่หมายมั่นปั้นมือให้เป็นศูนย์การค้าระดับหรูระดับ “แลนด์มาร์ก” แห่งใหม่ประจำกรุงเทพฯ แต่เมื่อได้เปิดบริการได้ 5 เดือน ปรากฎว่ายอดทราฟฟิคคนเข้าห้างกลับไม่ได้เป็นตามที่ตั้งเป้าไว้

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

วันนี้ขออนุญาตพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ควรระวังในการตลาดปี 2015 ก่อนอื่นคงจะเห็นได้ว่า มีปัจจัยมากมายที่ Controls และ Un-controls ซึ่งกำลังพูดถึง ปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

People

ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการประกาศแต่งตั้งผู้บริหาระดับสูง เป็นผลมาจากการที่ กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในวันที่ 2 เมษายน 2558

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348