ใครกันแน่ลูกค้าประกันชีวิต “ผู้สูงวัย”

มาถึงวันนี้ ชัดเจนแล้วว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สังเกตได้ง่ายๆ จากการที่มีสินค้าหรือบริการเพื่อรองรับกลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ สถานพยาบาลที่ดูแลคนชรา และไม่เว้นแม้แต่ประกันชีวิตที่เจาะจงเฉพาะกลุ่ม ส.ว. (สูงวัย) กลุ่มอายุ 50-75 ปี 


ภาพรวมในปัจจุบัน บริษัทประกันชีวิตส่วนใหญ่จะเน้นทำการสื่อสารประชาสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายผู้สูงวัยเหล่านี้โดยตรง ด้วยจุดขายเช่น ไม่ต้องตรวจสุขภาพหรือตอบปัญหาสุขภาพ และค่าเบี้ยประกันต่ำโดยเริ่มต้นเพียงวันละประมาณ 5-7 บาท อย่างที่เห็นได้จากสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ อย่างไรก็ตาม คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามี “หลายๆ กรณี” ที่ผู้ที่ติดต่อเข้ามาจะเป็นบรรดาลูกหลานของเหล่า ส.ว.แทนที่จะเป็นบรรดาท่าน ส.ว.โทรติดต่อเข้ามาเองทั้งหมด หรือคนที่ใช้สินค้าไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจซื้อเอง


ดังนั้น ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะเพิ่มมุมมองใหม่ๆ ให้กับธุรกิจประกันชีวิตประเภทนี้ บริษัท ฟาร์อีสท์ ดีดีบี จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นกับผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเพศชายและเพศหญิงที่มีอายุระหว่าง 18-45 ปี จำนวนทั้งหมด 200 คน ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเป็นการทำการศึกษาผ่านทาง Insights Springboard ซึ่งเป็นเครื่องมือการศึกษาเบื้องลึกของผู้บริโภคที่สามารถทำให้เข้าใจเกี่ยวกับทัศนคติ และความต้องการของผู้บริโภคและสังคมแวดล้อมได้อย่างลึกซึ้ง


 

วันนี้...ที่อุปสรรคทางความเชื่อกำลังเปลี่ยนไป

เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ใครก็ตามที่มีพูดถึงการซื้อประกันชีวิตให้กับพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ (โดยเฉพาะท่านที่อาจจะมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว) อาจจะถูกมองได้ว่ากำลังให้ร้ายหรือว่ากำลังแช่งท่าน ส.ว.ในครอบครัว จนบางท่านอาจจะต้องใช้วาทศิลป์หรือกลยุทธ์ต่างๆ ในการที่จะโน้มน้าวหว่านล้อมให้ท่านเหล่านั้นเห็นความสำคัญและความจำเป็นของประกันชีวิต หรือสำหรับบางท่านอาจจะเก็บความคิดดังกล่าวเข้ากรุไปจนลืมไปแล้ว


สำหรับผู้ที่ยังคงมีความเชื่อเช่นนั้น ข้อมูลจากการสำรวจในครั้งนี้ อาจจะทำให้ท่านแปลกใจพอสมควร เนื่องจากมีเพียง 10% ของกลุ่มตัวอย่างในครั้งนี้ที่เห็นด้วยว่า “การทำประกันชีวิตสำหรับผู้สูงวัยให้กับบิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่ดูเหมือนเป็นการแช่ง/ให้ร้าย/ไม่ประสงค์ดี” ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลพวงจากการที่ผู้คนเริ่มเห็นความสำคัญและประโยชน์ของประกันชีวิตมากขึ้น


ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นไปอีก ก็คือ มีเพียง 7% เท่านั้นที่เห็นด้วยว่า “โฆษณาที่เชิญชวนให้บุตรหลานเป็นผู้ซื้อประกันชีวิตสำหรับผู้สูงวัยให้กับบิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม” และนั่นยิ่งเป็นการช่วยตอกย้ำถึงโอกาสของบริษัทประกันชีวิตที่จะออกแคมเปญการตลาด รวมถึงการสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนให้กลุ่มตัวอย่างเกิดความสนใจหรือความกระตือรือร้นที่จะมองหาประกันชีวิตประเภทดังกล่าวให้กับบรรดา ส.ว.ในครอบครัว (เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม)


cellpadding="2" cellspacing="2">
style="font-weight: bold;">ความคิดเห็นที่มีต่อประกันชีวิตสำหรับผู้สูงวัยในประเด็นต่างๆ
ฉันคิดว่าการทำประกันชีิวิต
สำหรับผู้สูงวัยให้กับบิดา มารดา หรือญาติผู้ใหย่ เป็นสิ่งจำเป้นที่ควรทำ
โดยเฉพาะในยุคสมัยปัจจุบัน
67%
พรีเซ็นเตอร์ที่เป็นดารา
หรือผู้มีชื่อเสียงสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทประกันชีวิตนั้นได้
55%
การทำประกันชีวิต สำหรับคนสูงวัย
สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ของตัวฉันเองได้
ทำให้ฉันสนใจพิจารณาประกันประเภทนี้มากขึ้น
47%
ฉันมีความเชื่อว่า
การทำประกันชีวิตสำหรับคนสูงวัยให้กับิดา มารดา หรือญาติผู้ใหญ่
ดูเหมือนเป็นการแช่ง/ให้ร้ายไม่ประสงค์ดี 10% ฉันคิดว่าโฆษณาชวนเชื่อให้บุตรหลานเป็นผู้ซื้อประกันชีวิตสำหรับผู้สูงวัยให้กับบิดา-มารดา
หรือญาติผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม 7%


ปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ

ผลการสำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกนึกคิดของกลุ่มตัวอย่างในแง่ของปัจจัยสำคัญๆ ที่ใช้ในการพิจารณาตัดสินใจซื้อประกันชีวิตประเภทดังกล่าวให้กับผู้ใหญ่ในครอบครัว ซึ่งก็คงไม่พ้นเรื่องของการไม่ต้องตรวจสุขภาพและเบี้ยประกันที่ไม่สูงและคงที่ตลอดอายุสัญญา ดังแสดงในกราฟด้านล่าง




cellpadding="2" cellspacing="2">
ประเด็นที่ใช้พิจารณาเป็นหลักในการตัดสินใจซื้อประกันชีวิต
สำหรับผู้สูงวัย (ให้กับบิดา มารดา หรือญาติผู้ใหญ่)
ไม่ต้องตรวจสุขภาพ/ตอบคำถามสุขภาพ
83%
เบี้ยประกันเริ่มต้นด้วยเงินเพียง
5-7 บาท
72%
ความสามารถเลือกวงเงินความคุ้มครองได้ตามต้องการ
69%
เบี้ยประกันคงที่ตลอดอายุสัญญา
63%
ความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันชีวิต
49%
สามารถต่อกรมธรรม์ความคุ้มครองจนถึงอายุ
90 ปี
32%
คุ้มครองอุบัติเหตุสาธารณะ
200% ตลอดอายุสัญญา
27%
ติดต่อซื้อผ่าน
Call Center
3%
คุ้มครองชีวิตจาก
30,000-200,000 บาท ทั้งจากอาการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ
3%


และนั่นก็คงเป็นความจริงด้านหนึ่งที่เกิดขึ้น แต่ประเด็นที่ทางทีมงานอยากฝากไว้ตรงนี้ก็คือ เมื่อ “การไม่ต้องตรวจหรือตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ” รวมถึงการที่เก็บค่าเบี้ยประกันไม่สูงมากนักกำลังกลายเป็นคุณลักษณะหรือคุณสมบัติหลักๆ ที่บริษัทประกันชีวิตประเภทนี้หลายๆ บริษัท (รวมทั้งที่เพิ่งเข้าตลาดมาใหม่) โหมกระหน่ำซัมเมอร์เซลใช้เป็น Message หลักๆ ที่ใช้ในการสื่อสารประชาสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างผู้ที่อยู่ในฐานะ ส.ว.และไม่เว้นแม้แต่กลุ่มเป้าหมายรองอย่างลูกๆ หลานๆ ในวัยเดียวกับกลุ่มตัวอย่างด้วย (แหม! ก็เป็นคนจ่ายสตางค์นี่นา!!) ในไม่ช้าไม่นาน เราก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องประสบกับสถานการณ์ที่ผู้บริโภคอาจจะเริ่มมีความคาดหวังหรือมองหา “เหตุผล” ใหม่ๆ ในการที่จะตัดสินใจจ่ายเงินซื้อประกันชีวิตประเภทนี้ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีทัศนคติว่า “คุณสมบัติหลักๆ เหล่านั้น” เป็นสิ่งพื้นฐานที่ประกันชีวิตประเภทดังกล่าวต้องมีอยู่แล้ว และเมื่อถึงเวลานั้น นักการตลาดหลายๆ ท่านก็คงจะเห็นด้วยว่า “ความแตกต่างของแบรนด์” ก็จะเริ่มมีช่องว่างน้อยลง ไม่ว่าประกันชีวิตไหนๆ ก็เหมือนกันไปหมด

 

กลัวถูกหลอก เพราะ Call Center

โดยปกติแล้ว ประกันผู้สูงอายุประเภทนี้จะเน้นใช้การตลาดแบบ Telemarketing เป็นหนึ่งในช่องทางการขาย โดยให้ผู้สนใจโทรศัพท์ไปฝากเบอร์ทิ้งไว้ที่ Call Center แล้วทางเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนบริษัทประกันจะเป็นฝ่ายโทรศัพท์กลับมาเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับกรมธรรม์ ซึ่งงานวิจัยครั้งนี้อาจจะดูไม่สมบูรณ์นักถ้าไม่เปิดเผยให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีแนวโน้มหรือศักยภาพที่จะเป็นลูกค้าของบริษัทประกันชีวิตประเภทนี้ (นอกจากตัวท่าน ส.ว.เอง) มีความกังวลใดบ้างเกี่ยวกับการติดต่อผ่าน Call Center 



cellpadding="2" cellspacing="2">
ข้อกังวลเกี่ยวกับการซื้อประกันชีวิตสำหรับผู้สูงวัย
ผ่าน Call Center
ไม่มั่นใจ/ไม่น่าเชื่อถือ
(ไม่มีหลักฐานยืนยัน)
34%
กลัวถูกหลอก (ไม่มีตัวแทน)
33%
กลัวข้อมูลไม่ละเอียด/ไม่มีความรู้มากกว่าเท่ากับตัวแทน
25%
กลัว Call Center ปลอม
9%
ไม่มีีบริการหลังการขาย/ไม่มีตัวแทนมาดูแล
9%
ข้อมูลอาจไม่ถูกต้อง/ไม่ตรงกับที่ตกลง
5%
ไม่มีข้อกังวลใดๆ 16%
อื่นๆ*(คือ
มีแบบให้เลือกน้อย/ไม่มีคนรับผิดชอบ/ติดต่อยาก/ยุ่งยากเวลาจ่ายเงิน/เป็นการขายแบบมัดมือชก) 4%


โฆษณาแนวไหนดีเอ่ย...

ดังที่ได้นำเสนอข้างต้นมาแล้วถึงความเป็นไปได้หรือโอกาสของการทำแคมเปญการตลาดกับคนในวัยเดียวกับกลุ่มตัวอย่างที่มีศักยภาพที่จะมองหาประกันชีวิตประเภทดังกล่าวให้กับบรรดา ส.ว.ในครอบครัว ดังนั้น ข้อมูลตัวเลขอีกหนึ่งชิ้นที่อาจจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ประกอบการและนักการตลาดก็คือ แนวทางโฆษณาที่กลุ่มตัวอย่างมองว่าเหมาะสม ดังแสดงในกราฟ




cellpadding="2" cellspacing="2">
style="font-weight: bold;">รูปแบบโฆษณาที่กลุ่มตัวอย่างคิดว่า
เหมาะสมสำหรับประกันชีวิตสำหรับผู้สูงวัย
นำเสนอบรรยากาศความห่วงใย/ความสุขในครอบครัว
87%
นำเสนอโดยใช้พรีเซ็นเตอร์มาบอกสิทธิประโยชน์หลักๆที่จะได้รับ
77%
นำเสนอแนวสะเทือนใจ
52%
นำเสนอเนื้อหาแนวตลกขบขัน
46%
นำเสนอแนวธรรมะธัมโม
20%
นำเสอนแนวเสียดสีประชดประชัด
18%


บทส่งท้าย 

ขอฝากผู้ประกอบการและนักการตลาดทั้งหลายที่อยู่ในธุรกิจประกันชีวิตประเภทดังกล่าวว่า โอกาสทางการตลาดของประกันชีวิตประเภทนี้น่าจะยังคงมีอยู่อีกมาก เพราะตามข้อมูลของส่วนราชการนั้น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรผู้สูงอายุมีอัตราเฉลี่ยที่สูงขึ้น (ฐานข้อมูลประชากร : สัดส่วนประชากรสูงอายุไทย จะเพิ่มจากประมาณร้อยละ 8 ในปี พ.ศ. 2543 เป็นประมาณร้อยละ 16 ในปี พ.ศ. 2563) หรือแม้แต่ทางรัฐบาลเองก็ได้กำหนดให้การเตรียมความพร้อมสังคมไทยสู่สังคมผู้สูงอายุ เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และมีการจัดทำแผนผู้สูงอายุแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564) ไว้แล้ว ดังนั้น นั่นยิ่งเป็นโอกาสอันดีที่บริษัทประกันชีวิตต่างๆ จะทำความเข้าใจผู้บริโภคในหลายๆ แง่มุม เพื่อนำมาใช้พลิกมุมหาพื้นที่ (ในใจผู้บริโภค) ใหม่ๆ ในการสื่อสาร อีกทั้งยังสามารถนำมาต่อยอดสร้างความได้เปรียบทางการตลาดให้ดีกว่าและเหนือกว่าคู่แข่งใหม่ที่กำลังจะเข้ามาแย่งมาร์เก็ตแชร์ในธุรกิจนี้

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488