ใช้พรีเซ็นเตอร์อย่างไรให้โดน

ยุคนี้ใครไม่ใช้พรีเซ็นเตอร์มาช่วยสร้างแบรนด์ต้องเรียกว่าเชย แต่จะใช้อย่างไรให้ได้ผล มีกี่ประเภทให้เลือกใช้ แต่ละประเภททำหน้าที่อย่างไร ผศ.ด.ร.ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธรู เดอะไลน์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด และ รติ พันธุ์ทวี Management Partner บริษัทโอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ แอ็ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด จะมาไขรหัสบอกวิธีการใช้พรีเซ็นเตอร์ไว้อย่างน่าสนใจ

ผศ.ดร.ธีรพันธ์ บอกว่า การเลือกใช้บุคคล (Endorsers) มาสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าหและบริการ หรือเรียกภาษาการตลาดว่า Celebrity Marketing ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ดาราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนดังเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

ประเภทแรก- Celebrity Endorsers หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ไม่ใช่ดารา ข้อดีของการเลือก Celebrity ประเภทนี้จะส่งผลในเรื่องของเครดิต และความน่าเชื่อถือต่อตัวสินค้าหรือบริการ

ทั้งนี้การใช้บุคคลสร้างแบรนด์ บุคคลดังกล่าวต้องมีคุณลักษณะที่สำคัญ 2 ประการ ดังนี้

-คุณลักษณะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตราสินค้า (Credibility) ได้แก่ ความรู้สึกในเรื่องของความเชื่อถือ (Believe) และความไว้วางใจ (Trust)
-คุณลักษณะในการสร้างเสน่ห์ดึงดูดความสนใจให้กับตราสินค้า (Attractiveness)

ยกตัวอย่าง กรณี ไทเกอร์ วู้ด เมื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาให้กับสินค้าใดก็ตามจะเกิดความเชื่อถือ และความไว้วางใจในตัวสินค้า ที่ส่วนใหญ่จะเป็นไม้กอล์ฟ รองเท้า และเสื้อผ้า

ประเภทที่สอง – Typical - Person Endorsers บุคคลทั่วไปมีหน้าตาดีบุคลิกมีเสน่ห์ ซึ่งอาจคนที่เริ่มเข้าวงการแต่ยังไม่ดัง จะมีสินค้าบางประเภท เช่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางยี่ห้อจะนิยมเลือกคนสวยๆ บุคลิกดี แต่ไม่ใช่คนดัง มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์

การเลือกใช้บุคคลทั้ง 2 ประเภทมาเป็นตัวแทนนั้น จะต้องอยู่บนหลักการที่เรียกว่า Tears Model ซึ่งมี 5 องค์ประกอบสำคัญ

T = Trustworthiness : เป็นความไว้เนื้อเชื่อใจในบุคคลดังกล่าว เช่น การเลือกนัท มีเรีย โฆษณาชาสมุนไพร หรือเลือกแพนเค้กมาโฆษณาแชมพู หรือเครื่องสำอาง

E = Expertise : ความชำนาญและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของบุคคลนั้นๆ ซึ่งมักจะเชื่อมโยงกับสินค้าโดยตรง เช่น การเลือกอาจารย์สุนีย์ สินธุเดชะ – มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับมหาวิทยาลัย หรือการเลือกเจ้าของร้านเสริมสวยชื่อดังเป็นตัวแทนโฆษณาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม

A = Attractive : การดึงดูดใจจากรูปร่าง หน้าตา บุคลิกภาพของพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งอาจจะไม่เชื่อมโยงกับตัวสินค้าเลย แต่อาจเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ เช่น การเลือกใช้ เคน ธีรเดช เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับเฟอร์นิเจอร์ หรือโฟมล้างหน้าเลือก “มาริโอ้” เพราะความหน้าใส

R = Respect : ความเคารพที่กลุ่มเป้าหมายมีต่อความสำเร็จของบุคคลนั้นๆ เช่น การเลือกอาจารย์สุนีย์ สินธุเดชะ มาโฆษณายาสีฟันยี่ห้อหนึ่ง จะเห็นได้ว่าบุคคลที่เลือกมาไม่เกี่ยวข้องใดๆกับตัวสินค้า แต่อาจารย์สุนีย์หรืออาจารย์แม่ ซึ่งมีลูกศิษย์ให้ความเคารพอยู่มากมาย ย่อมส่งผลต่อตัวสินค้าที่บุคคลเหล่านั้นเลือกใช้ด้วย

S = Similarity : ความคล้ายคลึงของพรีเซ็นเตอร์กับกลุ่มเป้าหมายของตราสินค้า เช่น การการเลือกแอ๊ด คาราบาว เป็นพรีเซ็นเตอร์เครื่องดื่มชูกำลัง

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ Tears Model จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแบรนด์ด้วย เช่น การเลือกใช้ดารา จะมีจุดเด่นเรื่องที่สร้างแบรนด์ได้เร็วกว่า แต่ถ้าเลือกดาราเพิ่งเริ่มดัง อาจสร้างแบรนด์ได้ช้ากว่า แต่ประหยัดเงินกว่า ไม่เรื่องมาก ไม่ต้องจองคิวนาน

6 องค์ประกอบที่ใช้ในการพิจารณาเลือกใช้บุคคลสร้างแบรนด์
1.คนดัง เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย หรือสินค้าหรือไม่
2.ต้นทุน หรืองบประมาณมากพอจะใช้คนดังหรือไม่ เพราะดาราบางคนค่าตัว 5-10 ล้านบาท
3.ความง่ายและยากในการใช้ ต้องไม่มีบุคลิกคุยด้วยยาก หรือเงียบเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบได้ เพราะการใช้พรีเซ็นเตอร์ยุคนี้ให้ได้ผลจะต้องร่วมออกงานอีเวนต์ด้วย แม้ส่วนใหญ่จะมีการเซ็นสัญญาครอบคลุมเรื่องเหล่านี้ก็ตาม แต่หากดาราบุคลิกที่ยากต่อการใช้งานก็จะส่งผลกระทบต่อสินค้าได้
4.ช้ำหรือยัง ต้องไม่เห็นจนน่าเบื่อ
5.ชีวิตความเป็นอยู่ เช่น มีแนวโน้มจะเสพยาเสพติดหรือไม่ เปลี่ยนคนรักบ่อย มีปัญหาในการวางตัว
6.ความน่าเชื่อถือ เช่น กรณีของแหม่ม คัทลียา ส่งผลให้หลายแบรนด์สินค้าต้องตัดออกจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์

ข้อควรระวัง

ผูกติดกับคนๆ เดียว
การเลือกใช้บุคคลเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ย่อมมีทั้งคุณและโทษ หากยึดถือกับตัว Endorsers มากเกินไปจะมีความเสี่ยงมาก เช่น กรณีของผงซักฟอก “บรีส” ที่นำแบรนด์ไปผูกกับบุคคลคนเดียวเป็นเวลายาวนาน เมื่อบุคคลนั้นเสียชีวิตย่อมส่งผลกระทบให้แบรนด์ชะงักไปได้

กลไกลการเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์จึงต้องคำนึงถึงเรื่องของการบริหารแบรนด์เป็นสำคัญ เช่น กรณีของสบู่ลักส์ มีการวางกลยุทธ์การใช้พรีเซ็นเตอร์โดยไม่ผูกติดกับตัวบุคคล แต่ขึ้นอยู่กับกระแสความดังของดาราสาว

กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้แบรนด์สามารถสร้างการรับรู้ต่อตัวผู้บริโภคได้ต่อเนื่อง ใครดังก็มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ แบรนด์ไม่ต้องไปขึ้นกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่แบรนด์ไหนจะเลือกทำเช่นนี้ได้ ต้องเป็นสินค้าระดับ Mass ที่มีงบการตลาดมากพอ

ใช้งานมากน้อยแค่ไหน
การเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์ไม่ได้มองแค่ใช้กับงานโฆษณาแล้วจบกัน แต่ต้องมองว่าเป็นเครื่องมือการตลาดแบบครบวงจร IMC (Integrated Marketing Communication) โดยคำนึงถึงเรื่องถึงการจัดทำกิจกรรม เช่น การพบปะกับแฟนคลับ หรืองานเปิดตัวกับตัวแทนจำหน่าย

ดังนั้นจึงควรวาง Concept ในภาพรวมตั้งแต่เริ่มต้น และเลือกพรีเซ็นเตอร์ที่มีเวลาทำกิจกรรมดังกล่าวด้วย

วางแผนมีเดีย
การวางแผนมีเดียเป็นอีกกลไกที่สร้างความรับรู้ให้กับผู้บริโภคได้ เช่น ครีมบำรุงผิวที่มีแอน ทองประสม เป็นพรีเซ็นเตอร์ เลือกซื้อเวลาโฆษณาในช่วงที่ละครบริษัทบำบัดแค้น วิธีนี้จะสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น ละครและโฆษณาจะช่วยซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน สร้างแรงกระตุ้นให้กับคนดูอยากใช้สินค้าโดยไม่สิ้นเปลืองงบ แบบหว่านไปทั่ว

ทั้งหมดนี้ อาจารย์ธีรพันธ์ ตอกย้ำให้เห็นว่า สิ่งสำคัญที่นักการตลาดต้องเรียนรู้ คือ การวางกลยุทธ์ของแบรนด์

คัมภีร์ใช้พรีเซ็นเตอร์ฉบับโอกิลวี่
รติ พันธุ์ทวี Management Partner บริษัทโอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ แอ็ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด

Rati Panthawi from Positioning Magazine on Vimeo.

“ดารา นักร้อง” เป็นผู้นำเสนอสินค้ายุคแรกๆ หรือสักประมาณ 20 ปีก่อนจะเรียกกันว่า “Talent” เพราะเป็นเพียงผู้แสดงสินค้า ปรากฏตัวในงานโฆษณาเท่านั้น

ในระยะกว่า 10 ปีหลัง การตลาดแข่งขันสูง มีสีสันกลยุทธ์มากขึ้น “พรีเซ็นเตอร์” มีบทบาทและมีชื่อเรียกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ แต่โดยพื้นฐานเพราะมีภาระผูกพันกับสินค้ามากขึ้น มีสัญญาที่ต้องทำให้กับสินค้ามากขึ้น นอกจากในทีวีซี ยังมีอีเวนต์ เพราะฉะนั้นเม็ดเงินค่าจ้างพรีเซ็นเตอร์จึงสูงขึ้น ขณะเดียวกัน “พรีเซ็นเตอร์” ในยุคนี้เปิดตัวเองในโลกกว้างมากขึ้น มีความเป็นตัวตนของตัวเอง มีแคแร็กเตอร์เฉพาะชัดๆ ของตัวเอง ไม่เหมือนอดีตที่ลุคเหมือนกันหมด

การใช้พรีเซ็นเตอร์เริ่มคึกคัก มีการพัฒนาจากการใช้ดารา และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมากขึ้น แต่ดาราก็ยังคงเป็นที่นิยม เพราะคนไทยนิยมดูละคร กรณีศึกษาที่ว่าพรีเซ็นเตอร์ช่วยให้สินค้าและแบรนด์ประสบความสำเร็จยังคงมีอยู่ ที่สำคัญกระบวนการ IMC ทำให้บรรลุเป้าหมายมากขึ้น

ข้อระวังในการใช้พรีเซ็นเตอร์
1.อย่าปล่อยให้พรีเซ็นเตอร์โดดเด่นนำหน้าไอเดียสื่อและสินค้า
2.พรีเซ็นเตอร์ต้องมีโปรไฟล์ นิสัย การแสดงออกที่ตรงกับแบรนด์สินค้านั้นจริงๆ
3.พรีเซ็นเตอร์ที่ฮอตมาก อาจทำให้ผู้บริโภคจดจำไม่ได้ว่าพรีเซนต์ให้กับแบรนด์ใด

กรณีตัวอย่างของลูกค้าโอกิลวี่
- เบียร์สิงห์ พรีเซ็นเตอร์สามารถนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการทำคอร์ปอเรทแบรนด์ได้ กรณี “สิงห์” ในโอกาสบุญรอดครบ 75 ปี โดยได้โจทย์จากลูกค้า คือ ตอบแทนสังคม จากพื้นฐานที่สิงห์ทำ “มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง” มาก่อน จึงลงตัวที่การขอบคุณด้วยเพลง ซึ่งด้วยพื้นฐานบุญรอดเป็นบริษัทที่คนรู้จักและชื่นชม จึงมองหาพรีเซ็นเตอร์ที่มีตำนานยาวนานเช่นกัน และลงตัวที่ “อัสนีและวสันต์” ซึ่งเป็นศิลปินที่เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ Teen จนถึงผู้ใหญ่

“อัสนีและวสันต์” ดื่มเบียร์สิงห์จริงๆ อาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ก็เป็นคุณสมบัติที่ลงตัว และภาพออกมาดีกว่า เมื่อผู้บริโภคเห็นทั้งสองดื่มเบียร์สิงห์อย่างเต็มใจในที่สาธารณะ แทนที่จะไปดื่มเบียร์แบรนด์อื่น

- บะหมี่ไว ไว ควิก มีน้องเชียร์และน้องเจน ที่นำเพื่อนคู่หูมาร่วมแสดง ที่เป็น The Girl Next Door คือเด็กผู้หญิงที่คนทั่วไปรู้จัก มีไลฟ์สไตล์เช่นเดียวกับเด็กทั่วๆ ไป เพราะฉะนั้นกระบวนการโปรดักชั่นจึงไม่ได้แต่งสวยให้กับพรีเซ็นเตอร์ทั้งสองจนโอเวอร์เกินไป

“ในความเป็นจริง เด็กผู้หญิงที่เป็นเพื่อนกันคงไม่มีใครแต่งสวย แต่งหน้าทาปากแล้วมากินบะหมี่”

โปรดักชั่นที่สมจริงช่วยให้การพรีเซนต์สินค้าประสบความสำเร็จมากขึ้น
- เบบี้มายด์ ของโอสถสภา ที่มาริโอ้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในช่วงที่กำลังเริ่มเป็นดาราฮอต โดยที่กลุ่มผู้บริโภคยังไม่สับสนมาก เพราะมาริโอ้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ไม่กี่แบรนด์ ผลก็คือทำให้ยอดขายเบบี้มายด์ช่วงนั้นดีขึ้นอย่างมาก

“เป็นการเลือกพรีเซ็นเตอร์ถูกคน ถูกเวลา เท่าที่รู้ตอนนั้น ทำไม่ทันขาย”

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488