“จานดาวเทียม” ส่งสัญญาณสารพัดช่อง

“ถูก ชัด หลากหลาย และง่าย” 4 คีย์เวิร์ดที่ทำให้วันนี้ธุรกิจ “ฮาร์ดแวร์” อย่างการผลิตและติดตั้งจานดาวเทียม เติบโตจากมูลค่าไม่กี่สิบล้าน เป็นพันล้านบาท ทำให้เกิดปรากฏการณ์ตามระเบียงบ้าน และบนตึกสูง มีทั้งจานเล็กสีแดง ขาว ส้ม เหลือง และจานสีดำ เรียงรายกันอย่างหนาแน่น

ถูก คือราคาของจานดาวเทียมที่ใกล้เคียงกับเสาอากาศ
ชัด คือการชมได้ชัดกว่า
หลากหลาย คือการได้ชมช่องรายการมากกว่าแค่ดูฟรีทีวี 6 ช่อง
ง่าย คือการระบบที่ติดตั้ง และใช้งานง่ายขึ้นสำหรับผู้ชม

ถ้าไม่มีจานดาวเทียม ก็ดูทีวีนับร้อยช่องไม่ได้ และถ้าผู้ผลิตคอนเทนต์ไม่ทุ่มเปิดช่องรายการมากขึ้น จานดาวเทียมก็ไม่ผุดขึ้นกันอย่างหนาตา เป็นธุรกิจแบบไก่กับไข่ที่ต่างเกื้อกูลกัน

ปี 2552 ธุรกิจจานดาวเทียมมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท กับปริมาณจานที่ถูกติดตั้งไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านจุด ส่วนในปี 2553 คาดว่าจะเติบโตอีกไม่ต่ำกว่า 2 ล้านจาน และจนกว่าจะถึงปี 2556 มีตลาดอีกอย่างน้อย 10 ล้านจาน เมื่อเสาอากาศหมดไป ซึ่งจำนวนกว่า 22 ล้านครัวเรือนในประเทศไทยทั้งหมดนั้นบ้านไหนไม่เป็นสมาชิกเคเบิลทีวี ก็ต้องติดจานดาวเทียม

ตลาดจานดาวเทียมวันนี้ คือวันที่ทุกคนต่างจ้องคว้าโอกาสทองที่อยู่ไม่ไกล

ในสงครามแข่งขันกัน “ผลิตและติดจาน” มีผู้เล่นรายใหญ่อยู่ไม่ต่ำกว่า 10 ราย ทางเทคนิคแบ่งได้เป็น 2 กุล่มคือ กลุ่มจานเล็ก รับสัญญาณ เคยู แบนด์ ที่เมื่อฝนตก มีเมฆหนาทึบ จะรับภาพไม่ชัด และมีจำนวนช่องจำกัดจากการบีบอัดสัญญาณ และกลุ่มจานใหญ่ ซีแบนด์ ที่ยังรับภาพได้ดีเมื่อฝนตก และจำนวนช่องจากหลายประเทศมากกว่า

สำหรับการลงทุนของผู้ชมการจ่ายค่าติดตั้ง เฉลี่ย 2,000-3,000 บาท และไม่มีรายจ่ายต่อเดือน ซึ่งตรงกับความต้องการของผู้บริโภคคนไทยที่ไม่ต้องการจ่ายค่าชมทีวี จากการความคุ้นเคยของการดูฟรีทีวีมาโดยตลอด

ยกเว้นของเคยูแบนด์ จานแดงของ “ทรูวิชั่นส์” ที่เสมือนผู้ชมได้ดูฟรี แม้ต้องจ่ายขั้นต่ำ 300 บาทต่อเดือน จากการพ่วงแพ็กเกจค่าบริการรายเดือนโทรศัพท์มือถือทรูมูฟ และอินเทอร์เน็ต ทรูออนไลน์

โมเดลธุรกิจจาน ที่อยู่รอดได้
สำหรับการตัดสินใจของผู้ชมที่จะเลือกติดตั้งจานขนาดใด และสีไหน นอกจากเทคนิคที่เลือกระหว่างซีแบนด์และเคยูแบนด์ จะพิจารณาจาก 1.จำนวนช่อง ที่มีเนื้อหาที่ต้องการ 2.โปรโมชั่นราคาจาน และ 3.พื้นที่ความสะดวกในการติดตั้ง

ผลจากความต้องการของผู้บริโภค ทำให้ผู้ให้บริการจานต่างมีโมเดลธุรกิจที่คล้ายกัน คือการลด แลก แจก แถม ในการติดตั้ง โดยเฉพาะการนำเสาอากาศมาเป็นส่วนลดในการติดตั้งจานดาวเทียม ที่ต่างกันคือการพยายามหาช่องรายการมาเป็นจุดขาย ที่ชัดเจนคือในค่ายของเคยูแบนด์ อย่างจานสีส้ม “ไอพีเอ็ม” จานเหลือง “ดีทีวี” และจานแดง “ทรูวิชั่นส์”

“เบ็น วิวัฒน์วารินทร์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทไอพีเอ็มทีวี จำกัด ผู้ประกอบการที่นอกจากผลิตจานแล้วยังมีช่องรายการทีวีดาวเทียมภายใต้แบรนด์ “เท็นทีวี” บอกว่า จุดขายของจานส้มคือผู้ชมจะได้ชมช่องรายการมากกว่า 80 ช่อง เป็นของเท็นทีวี 40 ช่อง

โมเดลธุรกิจของไอพีเอ็มทีวีนั้นไม่ได้มาจากการขายจานเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีรายได้อื่นที่เป็นหลัก คือ การรับบริการอัพลิงค์สัญญาณทีวีที่ไอพีเอ็มทีวีได้รับสิทธิให้บริการจาก แคท เทเลคอม นอกเหนือจากรายได้โฆษณาของ 40 ช่องของเท็นทีวี

ด้วยฐานธุรกิจที่แข็งแรง ไอพีเอ็มทีวีตั้งเป้าว่าปี 2553 จะติดตั้งจานส้มให้ลูกค้าได้อีกไม่น้อยกว่า 6 แสนจาน

ขณะที่จานเหลืองดีทีวีตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่า 4 แสนจาน และแน่นอน จานแดงทรูวิชั่นส์ที่มีส่วนแบ่งตลาดในจานเล็กไม่ต่ำกว่า 50% ก็มีเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านจาน

สำหรับค่ายบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น เจ้าของจาน “สีฟ้า” ที่เคยร่วมกับเจ้าของคอนเทนต์รายใหญ่ อย่าง เนชั่น และสยามกีฬา ต้องถอยออกจากวงการจานดาวเทียมไปพักใหญ่ หลังจากที่เจรจาตกลงรายได้และรายจ่ายกับช่องคอนเทนต์ต่างๆ ไม่ได้ ทำให้ผู้รับชมหันไปติดจานอื่นแทนเพราะจำนวนช่องน้อย

“สามารถ” กำลังพยายามกลับมาอีกครั้ง ซึ่ง “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บอกว่าเขากำลังทำโปรเจกต์เพื่อขายจานดาวเทียมให้ลูกค้าไม่เกิน 500 บาท

โมเดลที่สามารถฯ กำลังพยายามคือการร่วมมือกับแคทเทเลคอม เสนอแพ็กเกจราคาให้ผู้ชมติดจานในราคาถูก โดยทั้งสองจะมีรายได้จากการดึงช่องรายการต่างๆ มาลง และขอแบ่งรายได้จากโฆษณาประมาณ 10-30% แต่โมเดลเพิ่งเริ่มเจรจา และยังไม่มีเจ้าของคอนเทนต์ใดตอบตกลง ตลาดนี้สำหรับสามารถฯจึงยังต้องรออีกต่อไป

จานเดียวอาจไม่พอ
จานดาวเทียมต่างสี สะท้อนถึงผลิตภัณฑ์ข้างในคือช่องรายการที่ต่างกัน กลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคต้องพยายามศึกษา เพื่อเลือกให้ตรงความต้องการมากที่สุด ทุกค่ายทุกจานจึงต้องมีช่องทางสื่อสารที่สามารถบอกคุณสมบัติสินค้าข้างในได้ชัดเจน ตั้งแต่โบรชัวร์โปรโมชั่นติดจาน ที่มักจะไฮไลต์ช่องเด่นๆ หรือเว็บไซต์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคอลเซ็นเตอร์ที่พนักงานแทบจะท่องช่องรายการได้ทั้งหมด

ภาพที่เห็นคือหลายบ้านติดจานดาวเทียมไว้อย่างน้อย 2 จาน เพราะบางคนอยากดูหลินปิง หรือเรียลลิตี้โชว์ เอเอฟ แต่จานทั่วไปไม่มีก็ต้องเลือกจานแดงทรูวิชั่นส์ หรือบางคนอยากดูข่าวเอเอสทีวี เป็นแฟนประจำกลุ่มเสื้อเหลือง ก็ต้องจานขาวเอเอสทีวี และจานดำซีแบนด์

หากเป็นจานส้มไอพีเอ็มทีวี ก็ดูได้ทั้งช่องเอเอสทีวี และช่องเสื้อแดง แต่ถ้าเป็นจานเหลืองดีทีวี ก็ไม่มีทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง แต่มีของเครือข่ายเสื้อแดงคือ Voice TV ที่บุตรชาย “ทักษิณ ชินวัตร” เปิดตัวเป็นเจ้าของ ที่มีตั้งแต่ช่องข่าวไปจนถึงบันเทิง

ปรากฏการณ์ของทีวีดาวเทียมที่เห็นเวลานี้ คือนอกจากช่องรายการ คอนเทนต์กำลังแข่งกันอย่างดุเดือดแล้ว ห่วงโซ่ธุรกิจที่เกิดขึ้นตามมาอย่างจานดาวเทียม จึงกำลังเดือดไม่แพ้กัน

ประเภทของจานรับสัญญาณ

ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2553

ย่านความถี่ C-band ขนาดเฉลี่ย 1.50 ซม.
ลักษณะและแบรนด์ ราคาประมาณ (ค่าติดตั้งจ่ายครั้งเดียว)
Psi 2,500-3,500 บาท
Dynasat 3,500 บาท

ย่านความถี่ Ku-band ขนาดเฉลี่ย 60 ซม.
ลักษณะและแบรนด์ ราคาประมาณ (ค่าติดตั้งจ่ายครั้งเดียว)
จานเหลืองดีทีวี 1,900 บาท
เอเอสทีวี 1,650 บาท
จานแดงทรูวิชั่นส์ 3,500 บาท
จานส้มไอพีเอ็ม 3,300 บาท
จานฟ้าสามารถ 3,000 บาททรูวิชั่นส์ * ค่าสมาชิก 300-2,000 บาท

ที่มา : POSITIONING รวบรวม

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488