“ทหารของในหลวง”พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน

ไม่มีเสียงคัดค้าน ไม่มีเสียงร้องยี้ มีแต่เสียงขานรับสำหรับผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน ”พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน”

หากถามคนใกล้ชิดว่าเหตุใดท่านได้รับเสียงตอบรับมากมาย เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) คนก่อนๆ โดยเฉพาะกองทัพในช่วงเวลาที่อยู่ใต้ระบอบทักษิณ เสียงตอบดังก้องประสานเสียงอย่างชัดเจนคือ ”พลเอกสนธิ” สามารถกู้ภาพลักษณ์ของทหารให้มีความอิสระ ปลอดการแทรกแซงทางการเมืองได้ หรืออย่างน้อยก็เป็นช่วงปลอดจากเครือข่าย ”ชินวัตร” และยิ่งดูจากประวัติการผ่านหน่วยงานต่างๆ ในกองทัพมาแล้ว เรียกได้ว่าไม่ใช่ธรรมดา

พลเอกสนธิ เป็น ผบ.ทบ. คนแรกที่เป็นมุสลิม ซึ่งถือเป็นบุคลที่เหมาะสมสำหรับการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเวลานี้ เป็นผู้ที่สมควรแก่เวลาในการขึ้นเป็น ผบ.ทบ.เพราะอยู่ใน 5 เสือทบ.อยู่แล้ว ประกอบด้วย ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก 2 คน รองผู้บัญชาการทหารบก 2 คน และเสนาธิการทหารบกอีก 1 คน

ผบ.ทบ.สนธิ เป็นทหารในแนวทั้งบู๊ และบุ๋น ผ่านหน่วยงานสุดหินของโครงสร้างในกองทัพมาก่อนเช่นเดียวกับอีก 2 ผบ.ในยุคหลังๆ คือการเป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับแม่ทัพภาค จึงเป็นที่รู้จักกันอีกชื่อว่า ”แม่ทัพภาค 5 “

ไล่เรียงจากผบ.ทบ.คนที่ 28 พลเอกวิมล วงศ์วานิช ผบ.นสศ. 2529 และคนที่ 31 พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ผบ.นสศ. 2535 และคนที่ 34 พลเอกสนธิ ผบ.นสศ. 2545

ที่สำคัญอื่นใด เป็นทหารที่มีพลัง เฉียบขาด และจิตวิทยาสูง คำพูดแต่ละคำที่ออกมาล้วนแต่มีน้ำหนัก แสดงภาวะความเป็นผู้นำอย่างชัดเจน ด้วยเนื้อหาไม่เลอะเทอะ รวมทั้งเวลาที่มีการประชุมระหว่างหน่วยขึ้นตรง ก็แสดงภาวะความเป็นผู้นำด้วยความกล้าตัดสินใจในประเด็นต่างๆ

สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาให้เห็นตั้งแต่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น ผบ.ทบ. เมื่อปี 2548 ท่ามกลางกระแสการเมืองคุกรุ่น ที่สามารถวางตัวให้สัมภาษณ์ในสถานการณ์การเมืองต่างๆ ได้อย่างสมดุล ระหว่างภาพทางการเมือง กับบทบาทของกองทัพ สามารถประเมินสถานการณ์ให้มีเส้นแบ่งไม่ให้กองทัพยุ่งกับการเมือง ไม่วางตัวว่าเป็น ”ทหารของระบอบทักษิณ” ไม่สนับสนุนการเมือง ขณะเดียวกันก็วางตัวให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็น ”ทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เมื่อมีการกล่าวพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ พลเอกสนธิจึงออกมาให้สัมภาษณ์ปราม

ผลงานปรากฏชัดช่วงต้นเดือนมกราคม 2549 ที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มร้อนแรงจากการชุมนุมของผู้ต่อต้านระบอบทักษิณ ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนระบอบทักษิณก็แสดงออกชัดเจน สังคมเริ่มแตกแยกแบ่งขั้วระหว่างฝ่ายหนุน กับฝ่ายต้าน

จังหวะแรก “ผู้บัญชาการทหารบกได้เตือนให้ทุกฝ่ายให้รักและสามัคคีต่อกัน เพราะความมั่นคงของชาติ ผลประโยชน์ของชาติ และการอยู่ดีกินดีร่วมกันนั้น ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนในชาติ ที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว”

เมื่อสถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น กระทั่งพ.ต.ท.ทักษิณ เรียกผู้นำเหล่าทัพเข้าพบ ที่บ้านพิษณุโลก เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2549 มีเพียง พล.อ.สนธิ ที่ให้สัมภาษณ์ว่า “นายกฯ ได้สอบถามถึงข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ขณะนี้ ซึ่งในส่วนของทหารจะเข้ามาดำเนินการได้เมื่อประกาศภาวะฉุกเฉิน” แต่ท่าทีของทหารที่ชัดเจน ที่ยังคงทำให้สังคมไทยไม่เจ็บปวดไปมากกว่านี้ คือสิ่งที่พลเอกสนธิบอกว่า

“เรียนท่านว่าถ้าทหารออกมาเร็ว มันไม่ดี รัฐบาลจะเสียหาย”

ขณะเดียวกันทหารก็ได้ใจจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยด้วยว่า

“การที่ผู้ชุมนุมเปลี่ยนสถานที่ชุมนุมมาที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์นั้น ผมไม่รู้สึกเป็นห่วงอะไร เพราะผู้ชุมนุมยังชุมนุมกันด้วยความสงบ อยู่ในกรอบอย่างดี ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของโลกได้เลยที่มีการชุมนุมที่เรียบร้อยที่สุดในโลก เอาไปลงกินเนสส์บุ๊กได้ อีกทั้งงานข่าวยังไม่มีรายงานสิ่งบอกเหตุผิดปกติอะไร เพียงแต่ระบุว่าอาจจะมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวนมาก ซึ่งจะมากหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ กำลังตรวจสอบอยู่ว่ามาจากที่ไหนบ้าง สำหรับเรื่องการดูแลสถานที่ในส่วนของกองทัพบกก็เหมือนเดิม”

และด้วยความชัดเจนของกองทัพสมัยใหม่ คำให้สัมภาษณ์ที่ตอกย้ำจุดยืนของทหาร ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีกระแสพระราชดำรัสให้คนไทยร่วมกันรักษาบ้านเมือง จากพลเอกสนธิคือ “กองทัพบกจะเร่งดำเนินการโดยเฉพาะการทำให้ทุกคนในชาติ มีความรัก ความสามัคคี สำหรับสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทหารจะไม่ปฏิวัติ เพราะถือเป็นวิธีโบราณที่ไม่มีใครทำกัน และคิดว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องมาพูดคุยกันถึงปัญหาความขัดแย้งต่างๆ โดยคำนึงถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประเทศชาติ“

แม้ว่าจะไม่ยุ่งกับการเมือง แต่การทำหน้าที่สนับสนุนงานของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ เช่น เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบ.นสศ. ก็สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการส่งกำลังร่วมในสงครามอิรัก การส่งหน่วยอารักขาพ.ต.ท.ทักษิณอย่างเต็มที่เมื่อครั้งที่นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พลเอกสนธิยังเป็น ผบ.ทบ. ที่เปิดกว้างให้สื่อมวลชนเข้าถึงได้มากที่สุด และไม่พยายามเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ในประเด็นต่างๆ ซึ่งแน่นอน คือหลักการสร้างความประทับใจกับผู้ที่เกี่ยวข้อง อันเป็นศาสตร์จิตวิทยา ที่ต้องเรียนและใช้ในหน่วยรบพิเศษ เรียกว่า ”การปฏิบัติการจิตวิทยา" ที่ให้ความสำคัญตั้งแต่หัวแถวจนถึงปลายแถว

แต่เรื่องเดียวที่คนใกล้ชิดได้ร้องขอว่าอย่าได้เปิดปากสัมภาษณ์ ผบ.ทบ. คนนี้เลยคือเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว ด้วยหลักการที่ต้องการแยกระหว่างเรื่องครอบครัวกับงานให้ชัดเจน เพราะฉะนั้นหากใครจะหาข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวพลเอกสนธิ ก็ต้องผิดหวัง เพราะแม้กระทั่งในเว็บไซต์ของกองทัพบก ที่ให้ข้อมูลเต็มที่เกี่ยวกับประวัติของอดีต ผบ.ทบ. ที่ส่วนใหญ่ระบุชื่อทั้งภรรยา และบุตร ธิดา แต่ ผบ.ทบ. คนปัจจุบันไม่ระบุ

นี่เป็นเพียงแง่มุมหนึ่งของพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน แต่ก็มากมายเกินพอที่แสดงให้เห็นถึง ”พลังของทหาร” ที่กลับคืนมา

Profile

Name : พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน
Born : 2 ตุลาคม 2489
Education :
- มัธยมศึกษา โรงเรียนวันพระศรีมหาธาตุ
- โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 6
- โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 17
Career Highlights :
พ.ศ. 2526 : ผู้บังคับกองพันรบพิเศษ ที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 1 (ผบ.รพศ.1 พัน.2)
พ.ศ. 2533 : ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 (ผบ.รพศ.1)
พ.ศ. 2542 : ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 (ผบ.พล.รพศ.1)
พ.ศ. 2545 : ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.)
พ.ศ. 2547 : ผู้ช่วยผู้บัญชาการกองทัพบก (ผช.ผบ.ทบ.)
พ.ศ. 2548-ปัจจุบัน มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.)
Status : สมรส

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

แบรนด์ที่ใช้สื่อโฆษณาสูงสุดในเดือนตุลาคม 2557 อันดับ 1 เป็นของ วาสลีน บอดี้ สกินแคร์ ด้วยงบซื้อโฆษณา 79 ล้านบาท อันดับ 2 เป็นของ แชมพู เคลียร์ ใช้งบไป 69 ล้านบาท แซงหน้าโตโยต้า ที่หล่นมาอยู่ในอันดับ 3 โดยโตโยต้ารถยนต์นั่ง ใช้งบไป 67 ล้านบาท

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

จากโครงการ LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ต (LINE Creators Market) ที่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถส่งผลงานสติกเกอร์ของตนเองเพื่อขายเป็นสติกเกอร์ไลน์ โดยในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.– 7 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา มีรายได้ทะลุ 1,074 ล้านบาท

กลุ่ม Generation Y (Gen Y) เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลสุดๆ ต่อตลาด เพราะมีขนาดใหญ่ คนกลุ่มนี้เกิดใน ค.ศ 1981-2000 โดยมีจำนวนประมาณ 19 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ ที่สำคัญรายได้ค่อนข้างสูงแม้จะอยู่ในวัยหนุ่มสาวอายุเพียง 15-34 ปี และยังมีอัตราการใช้จ่ายต่อรายได้ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนเจเนอเรชั่นอื่นๆ

แบรนด์ที่เคยติดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกปี 2013 แต่ไม่ติดอันดับในปี 2014 เอวอน, เฟอร์รารี่,ไฮนซ์, แชมเปญ MOET & CHANDON และ เดลล์ คอมพิวเตอร์

Strategic Move

นับเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่ กาเกา ทอล์ค (Kakao Talk) แอพแชต จากเกาหลี เข้ามาทดลองตลาดในไทยเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา

แม้พฤติกรรมการดูภาพยนตร์ของคนไทยจะสูงขึ้นตามไลฟ์สไตล์คนเมืองก็ตาม แต่เมื่อเทียบอัตราการดูภาพยนตร์ของคนไทยต่อคนต่อปีแล้วมีเพียง 1 เรื่องเท่านั้น และโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยยังมีอยู่แค่ 800 โรง

หลังจากประสบความสำเร็จในการ ปั้น 'เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อนท์' บนถนนเจริญกรุงไปแล้ว บริษัท ทีซีซี แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” มองเห็นโอกาสและช่องว่างของการสร้างแหล่งช้อปปิ้ง ที่เรียกว่า 'Community Shopping Center'

Social Media Club

ไตรมาสที่ 4 ก่อนย่างขึ้นศักราชใหม่ 2558 เหล่านักการตลาดบนโซเชียลมีเดียต่างได้รับข่าวร้ายว่าในเดือนมกราคม ปีหน้าเฟซบุ๊กจะดำเนินการปรับลดการมองเห็นโพสต์ในเพจธุรกิจ (Business Page) ลง ส่งผลให้บรรดาโพสต์ประเภทฮาร์ดเซลหรือเน้นขายของเกินเหตุ (Overly Promotional) จะถูกพบเห็นได้น้อยลงอีก

เหล่านักการตลาดต่างหันหาโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ในการเริ่มต้นสานความสัมพันธ์ และสนทนาแลกเปลี่ยนกับผู้บริโภคโดยให้ความสำคัญกับงานในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่องๆ ทั้งการทุ่มเทงบประมาณ และบุคลากร ทว่า ผลการศึกษาของบริษัทวิจัยฟอร์เรสเตอร์กลับชี้ให้เห็นว่า แบรนด์ทั้งหลายอาจเสียทั้งเงินและเวลาไปเปล่าๆ

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Columnist

การแข่งขันในการตลาดปัจจุบัน ต้องมีระบบมาตรฐาน “คุณภาพ” “คุณธรรม” (Quality and Ethics)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

ไอดีซี เผยตลาดแท็บเล็ตในปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าเป้าอย่างเห็นได้ชัด มีการเติบโตเพียงแค่ 7.2% เท่านั้น เมื่อเทียบการเติบโตแบบปีต่อปี ลดลงจาก 52.5% ในปี 2013 ถือเป็นตัวเลขที่เยอะพอสมควร

การจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand)ในปี 2014โดยบริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ยังพบด้วยว่า แบรนด์ที่เข้ามาติดอันดับในปีนี้เป็นครั้งแรก ประกอบไปด้วย ดีเอชแอล (อันดับ 81) แลนด์โรเวอร์ (อันดับที่ 91) เฟดเด็กซ์ (อันดับที่ 92) หัวเหว่ย (อันดับที่ 94) และฮูโก้ บอส (อันดับที่ 97)

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

People

บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง “ปิย สมุทรโคจร” ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน เป็นต้นมา

หลังจาก เฟ้นหาบุคคลมานั่งเก้าอี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอสมท จำกัด (มหาชน) มาแทน "เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์" ที่ยื่นลาออกไปเมื่อ 12 มิถุนายน 2557

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348