“พญาไม้” นักหนังสือพิมพ์-ล็อบบี้ยิสต์

หากคุณต้องการอ่านข้อเขียน บทความทางการเมืองที่เลือกข้างชัดเจน ผ่านลีลาภาษาที่เห็นภาพ คุณต้องอ่านคอลัมณ์ของเขา ในหนังสือพิมพ์ข่าวสด และบางกอกทูเดย์ ภายใต้นามปากกา “พญาไม้” หรือหากอยากได้ยินเสียง เห็นสีหน้าแววตา ในบทบาทใหม่ของการเจ้าของรายการ และเป็นพิธีกรรับเชิญ พบกันได้ในบางวันทางช่องเอ็นบีที เวลา 4 ทุ่ม รายการ “ข่าวหน้า 4”

หรือหากคุณเป็นนักการเมือง พ่อค้านักธุรกิจ ที่แสดงตนชัดเจนว่าคือเพื่อนกับเขา และต้องการความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างการฝากลูกเข้าโรงเรียน ไปจนถึงเรื่องการพาหนีคดีความ ลี้ภัยการเมืองไปนอกประเทศ และกลับเข้าประเทศ การประมูลโครงการ หรือแม้กระทั่งร่วมผลักดันการจัดตั้งรัฐบาล บทบาทที่สะท้อนความเป็นล็อบบี้ยิสต์เช่นนี้ คุณต้องนึกถึงเขา “พี่เด็จ”

“พญาไม้” และ “พี่เด็จ” เป็น 2 บทบาทในคนเดียวกันของคนที่มีชื่อจริง นามสกุลจริงตามทะเบียนราษฎร์ว่า “เผด็จ ภูรีปติภาน” ที่ต้องบันทึกว่าคือผู้เลื่องชื่อที่สุด ณ เวลานี้ในวงการสื่อ และวงการการเมืองของไทย แม้จะมีนักหนังสือพิมพ์อีกหลายคนที่มีบทบาท 2 in 1 แต่ “พญาไม้” คือคนที่แรง และแรงได้อีก

นาทีนี้ที่การเมืองวุ่นวาย แบ่งฝ่ายกันอย่างสุดขั้ว “เผด็จ พญาไม้” คือคนที่หากใครได้สัมผัส เป็นเจ้าของ ใช้บริการแล้ว เรียกได้ว่าเกินคุ้ม เพราะได้รู้จักทั้งคนที่ฝีมือฉกาจในการประสานสิบทิศ กับนักหนังสือพิมพ์ที่ไม่เพียงเป็นคอลัมนิสต์ แต่ยังเป็นเจ้าของสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ ที่พร้อมตอบโต้ศัตรู หรือเชียร์ผู้ที่ตัวเองเป็นมิตรอย่างสุดตัว

ไม่ต้องให้ใครมาบรรยายถึงความเป็น “พญาไม้” แต่เขาได้ย้ำคุณสมบัติพิเศษของตัวเอง ผ่านคอลัมน์ “พญาไม้ทูเดย์” หน้า 2 หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ หลายครั้ง อย่างล่าสุด วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 ด้วยตัวอักษรที่เรียงร้อยออกมาบนหน้ากระดาษอย่างชัดเจน
“...ผิดด้วยหรือ...ที่คนไทยสักคน...จะไปพูดถึงเหตุถึงผลกับคนการเมือง...จะช่วยลดความขัดแย้งแล้วหันหน้ากันมาสร้างความสมานฉันท์...

ถ้าไม่ผิด...คนคนนั้น...ก็คือคนที่ต่อสายหาบรรหาร ศิลปอาชา คนคนนั้นให้ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ กับ ทักษิณ ชินวัตร หรือ สมศักดิ์ เทพสุทิน เลิกแล้วต่อกัน...ถ้าการทำให้คนเกลียดกันหันมารักกัน ถ้าการทำให้คนที่ไม่เข้าใจกันหันมามองเหตุหาผล จนสามารถคบหาสมาคมกันต่อไปได้...

คนคนนั้นก็คือผม…”

“พญาไม้” คือนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ในวัย 64 ปี เพื่อร่วมรุ่นอาชีพมีหลายคนเป็นทั้งคอลัมนิสต์และเจ้าของหนังสือพิมพ์ บางคนยังอยู่ในแนวทางเดียวกับพญาไม้ แต่บางคน เลือกเดินคนละแนว

“พญาไม้” แม้จะชื่นชอบงานด้านวิศวกร ก่อสร้าง และเรียนช่างกล แต่การเริ่มต้นเป็นนักข่าวการเมืองที่ นสพ.พิมพ์ไทย เมื่อกว่า 30 ปีก่อน โดยการชักนำของญาติคนหนึ่งคือ “มานะ แพร่พันธ์” ที่เป็นบรรณาธิการพิมพ์ไทยเวลานั้น ทำให้ “เผด็จ” กลายเป็น “พญาไม้” ในวันนี้

นามปากกา “พญาไม้” มาจากตัวเขาเองที่สะดุดจากการเห็นชื่อซอยหนึ่ง และเห็นความลงตัวในความต่างระหว่างคำ “พญา” ที่มีความหมายถึงความยิ่งใหญ่ กับคำว่า “ไม้” ที่เป็นวัสดุธรรมชาติธรรมดาอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อรวมกันแล้วดูมีความยิ่งใหญ่ โดยเริ่มใช้มาตั้งแต่ช่วง 14 ตุลาคม 2516

ด้วยความที่เป็นลูกทหาร ที่พ่อเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นอกจากทำให้ “พญาไม้” เข้าใจชีวิตราชการแบบทหารอย่างดีแล้ว ยังทำให้มีโอกาสรู้จักนายทหารระดับใหญ่ ข้อเขียนที่เข้าถึงใจ “ทหาร” ทำให้ทหารหลายคนเป็นแฟนประจำของเขา

ผสมผสานกับจำนวนนักข่าวในอดีตมีไม่มาก และรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน ทำให้นักข่าวก๊วนของ “พญาไม้” ในช่วงนั้น ทั้งนักการเมืองและทหารต้องเข้าหา เพราะหากนักข่าวกลุ่มนี้ตกลงกันว่าจะไม่รายงานข่าวก็ไม่มีข่าว และคอนเนกชั่นจากรุ่นพ่อทำให้ “พญาไม้” ยังสามารถพาเพื่อนนักข่าวไปแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบ่อยครั้ง ยิ่งแลกเปลี่ยนข้อมูล ยิ่งกินข้าวด้วยกัน ยิ่งสนิทสนม รู้ทางกันมากขึ้น

“พญาไม้” ผ่านการทำงานที่ “ดาวสยาม” “แนวหน้า” ซื้อหัวหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” บริหารเองแต่เป็นเจ้าของได้ 6-7 ปี ก็ขายต่อให้ “ขรรค์ชัย บุนปาน” เพราะกลัวต้นทุนที่อาจทำให้เป็นหนี้ จากนั้น “พญาไม้” รับหน้าที่เขียนคอลัมน์ และเป็นบก.อาวุโส มาตั้งแต่ปี 2541 จนเพิ่งเข้ารับทองคำหนัก 1 บาท ตามธรรมเนียมของค่ายมติชนที่จะให้ทองพนักงานที่อยู่ครบ 10 ปีเมื่อต้นปี 2551 ที่ผ่านมา

ประมาณ 5 ปีที่แล้ว “พญาไม้” ร่วมกับเพื่อนรัก “ไพวงษ์ เตชะณรงค์” เจ้าพ่อรีสอร์ตอลังการ “โบนันซ่า” เขาใหญ่ ทุ่มทุนเปิดตัวหนังสือพิมพ์รายวันขนาดแท็บลอยด์ “บางกอกทูเดย์” ภายใต้ชื่อบริษัททราฟฟิค คอร์เนอร์ ยิ่งตอกย้ำสายสัมพันธ์ที่แน่นหนากับผู้หลักผู้ใหญ่ในการเมือง เพราะ “ไพวงษ์” คือก๊วนเดียวกับ “พล.ต.ศรชัย มนตริวัตร” คนสนิทของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เกือบได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน แต่การต่อรองไม่สำเร็จ ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณเลือกนอมินี เป็น”สมัคร สุนทรเวช” แทน

ข้อมูลแบบอินไซเดอร์ของ “พญาไม้” ยังชี้ให้เห็นความลึกในขั้วอำนาจ อย่างเมื่อครั้งก่อนการเลือกตั้งที่เขียนไว้ในคอลัมน์ว่าพรรคพลังประชาชนจะชนะการเลือกตั้ง สูตรที่จะเกิดขึ้นคือประชาชนเลือกผู้แทน แต่ “ทักษิณ” จะเป็นคนเลือกนายกรัฐมนตรี

“พญาไม้” ได้รับความเกรงใจจากนักการเมืองเป็นอย่างยิ่งแม้กระทั่ง “ทักษิณ” ยังต้องเชิญดินเนอร์ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น นิปปอนเต แถวราชประสงค์ เมื่อเดือนธันวาคม 2548 พร้อมกับอีก 4 อรหันต์ในวงการหนังสือพิมพ์ หลังจากที่ “ทักษิณ” ตบะแตก วิจารณ์ว่าคอลัมนิสต์บางคนเขียนคอลัมน์ไปพร้อมกับจิบไวน์ หรืออีกนัยหนึ่งคือ คอลัมน์ที่เขียนปราศจากข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

จากคนเบื้องหลังมานานหลายสิบปี “พญาไม้” เริ่มทำสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม MV News ที่แฟนคลับของ “ทักษิณ” ชื่นชอบ เพราะตอบโต้สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ชนิดคนละขั้ว “พญาไม้” ปรากฏโฉมทางเอ็นบีที จนทำให้คนกลุ่มใหญ่รู้ชัดเจนมากขึ้นว่า Mission สำคัญของ “พญาไม้” คือการตอบโต้ และโต้ตอบคนที่อยู่คนละข้างกับกลุ่ม “ทักษิณ” ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย คนของพรรคประชาธิปัตย์ อย่าง “อลงกรณ์ พลบุตร” ที่เคยถูก “พญาไม้” โจมตีหลังจากที่อลงกรณ์ออกมาคอมเมนต์ “จักรภพ เพ็ญแข” ที่ปรับโฉมช่อง 11 เป็นเอ็นบีที และให้พวกพ้อง 1 ใน 5 อรหันต์เข้ามากินเค้กในเอ็นบีที

หรือแม้แต่การโชว์พลัง ให้เห็นระหว่างการสัมภาษณ์นักการเมืองบางคน ออกอากาศที่ “พญาไม้” ไม่จำเป็นต้องเรียกเขาเหล่านั้นว่า “คุณ” ขณะที่เขาเหล่านั้นต้องเรียกว่า “พี่เด็จ” ทุกคำ

“พญาไม้” แม้จะเป็นคนรูปร่างไม่สูงนัก แต่สามารถทำให้คนเกรงใจได้ เพระน้ำเสียงคงสไตล์ความเป็นผู้ใหญ่ พร้อมสาระความรู้อยู่ในถ้อยคำแต่ละคำ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนใกล้ชิดเกร็งเสียจนอยากอยู่ห่าง เพราะสีหน้าใจดี ที่บางครั้งยิ้มจนตาหยี ดูไร้พิษสง จึงทำให้คนหลายรุ่นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ไม่กลัวที่จะเข้าหา

ทุกวันนี้ ที่คอนโดชั้น 7 ที่ตกแต่งอย่างหรูบนชั้นสูงสุดของ “บ้านสวนคอนโดมิเนียม” ถนนวิภาวดี เวลาเที่ยงถึงบ่ายโมงทุกวันจันทร์-ศุกร์ จึงคึกคักด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งคนหนุ่มในวัย 40 ไปจนถึง 60 กว่า มีทั้งนักธุรกิจ ทหาร ตำรวจ นักการเมืองเกือบทุกพรรค ทั้งพลังประชาชน และประชาธิปัตย์ เพื่อมาร่วมวงกินข้าวแกงที่มีเมนูประมาณ 10 อย่าง และพูดคุยกัน

สำหรับเสาร์-อาทิตย์ วงข้าวแกงไม่เปิดบริการ เพราะ “พญาไม้” จะกลับบ้านที่กาญจนบุรี หากไม่มีธุระใดๆ ในกรุงเทพฯ

บรรยากาศสนทนาที่บ้านสวนคอนโด บางคนไปเพื่อขอความรู้เรื่องธุรกิจที่จะลงทุน ขอคอมเมนต์ทิศทางการเมือง หรือกำลังใจในการทำงาน เพราะ “พญาไม้” แม้จะพูดไม่เก่งเท่าการเขียน แต่หลายคนก็ได้ข้อคิดดีๆ กลับมา

“ที่ผมไปที่นั่น ผมไม่เห็นว่าเขาจะดูเป็นมาเฟียตรงไหน ดูเหมือนผู้ใหญ่ใจดีมากกว่า ผมไปเพราะมีคนแนะนำให้รู้จักอีกทีหนึ่ง ไปแล้วได้เจอคนหลายคน หลายกลุ่ม มีครั้งหนึ่งผมจำได้ พี่เด็จบอกว่า คนเราต้องเป็นแบบพญาอินทรีย์ อย่าเป็นแบบนกกระจอก เพราะนกกระจอกกว่าจะบินต้องกระพือปีกเป็นร้อยครั้งกว่าจะบินได้ แต่พญาอินทรีย์ตีปีกครั้งเดียวก็บินขึ้นเลย”

นี่คือหลักคิดที่หนึ่งในสมาชิกวงข้าวแกงบนสวรรค์ชั้น 7 นำมาใช้ในการทำงาน หรือแม้แต่เพื่อนรักอย่าง “ไพวงษ์” ก็มีเรื่องเล่าขานกันมาว่า เพราะ “พญาไม้” ทำให้ “ไพวงษ์” ทิ้งแอลเอ แล้วบินกลับมาเมืองไทยจนเป็นใหญ่ในปัจจุบัน ด้วยประโยคเพียงว่า “อยู่ที่โน่นจะใหญ่แค่ไหน ก็เป็นได้แค่พลเมืองชั้น 2”

แขกอีกคนหนึ่งบอกว่า “พี่เด็จ เป็นคนติดดิน ใส่ชุดธรรมดาเวลาอยู่ที่บ้าน กางเกงบอล เสื้อกล้ามผมก็เคยเจอมาแล้ว” และอีกคนบอกว่า “พี่เด็จเป็นคนที่ทุกคนรู้จักแล้วรัก เพราะเขารับปากว่าจะทำให้ คำไหนคำนั้น พี่เด็จจะทำให้ได้”

หนึ่งในผลงานนี้ที่เห็นชัดคือการที่ “พี่เด็จ” ช่วยเจรจากับคณะทหาร รสช. ให้ครอบครัว “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” และครอบครัวกลับเมืองไทย เมื่อปี 2534 สามารถเริ่มนับหนึ่งอีกครั้งกับเส้นทางการเมืองจนกลมเกลียวกับบิ๊กจิ๋วในเวลาต่อมา

นี่คือเสี้ยวเดียวของเรื่องราว “เผด็จ พญาไม้” ที่ “สื่อ” น้ำดี ยึดมั่นในจรรยาบรรณชนิดสมบูรณ์แบบอาจไม่อยากเข้าใกล้ แต่ความลงตัวระหว่างเพาเวอร์ความเป็นสื่อ และความเป็นล็อบบี้ยิสต์มืออาชีพ คือแม่เหล็กคุณภาพ ดึงดูดให้คนอยากมีอำนาจทั้งหลายเดินเข้าหาอย่างไม่ขาดสาย

Profile

Name : เผด็จ ภูรีปติภาน (ชื่อสกุลตามทะเบียนราษฎร์ เปลี่ยนสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม) เผด็จ ภูรีปฎิภาณ (ชื่อสกุลเดิม) นามปากกา : พญาไม้
Age : 64 ปี
Education : โรงเรียนอำนวยศิลป์
Career Highlights :
ปี 2510 เริ่มชีวิตนักข่าวที่หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย สายข่าวการเมือง จากนั้นก็เข้าไปทำงานทั้งที่ดาวสยาม ร่วมก่อตั้งหนังสือพิมพ์แนวหน้า และข่าวสด จนปัจจุบัน รับตำแหน่งผู้บริหารหนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ ทำรายการคุยข่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม MV News และเอ็นบีที
: เป็นนักประสานงานกลุ่มคนต่างๆ ตั้งแต่ธุรกิจ จนถึงการเมือง ทหาร ตำรวจ

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

สงครามน้ำดำรอบใหม่ในปี 2557 กำลังถึงจุดที่ท้าทายของ “เอส” ต้องฝ่าวงล้อมคู่แข่ง หลังจากโดน “เป๊ปซี่” ช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจนหล่นมาเป็นเบอร์ 3 ทำให้เอสต้องเดินตามรอยบิ๊กโคล่า ใช้กลยุทธ์ “ราคา” และปริมาณเข้าสู้ ควบคู่ไปกับการให้ส่วนแบ่งตลาดร้านค้าแบบเต็มเหนี่ยว เพื่อรักษาเครือข่ายช่องทางจำหน่ายที่เป็นป้อมปราการที่สุด

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488