“พลเอกเปรม ติณสูลานนท์” The Master Mind

เปรมาธิปไตย …
อำมาตยาธิปไตย…
ระบอบเปรม...
ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ...
Super power…

ยังมีคำจัดความใน “อำนาจ” ของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อีกมากมายที่อธิบายไปในทำนองเดียวกันว่า มีลักษณะ “ครอบงำ” “ชี้นำ” “รวมศูนย์ และ “บงการ” ลักษณะการเมืองไทยในตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเมืองช่วงหลัง “รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่จบลงด้วยความสะบักสบอมของ “บ้านสี่เสาเทเวศร์” ซึ่งถูกตอบโต้จาก “ระบอบทักษิณ” แบบ “สวนหมัดตรง” ว่า เป็นอำมาตยาธิปไตย ที่อยู่เบื้องหลังการเมืองไทยมาตลอด 8 ปี

... อาจเป็นเพราะว่า “อำนาจ” ของ “เปรม” ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ถูก “องค์ความรู้” กระแสหลักจัดเฉด ในฐานะ “ขั้วตรงข้าม” และ “อุปสรรค” ในการพัฒนาการเมืองมาหลายทศวรรษ

แต่อีกด้านหนึ่ง... สถานะ “เปรม” ในการเมืองไทย มีความพิสดาร และมีบทบาทอย่างสูงยิ่ง ในการลดแรง “กระแทก” ของกลุ่มผลประโยชน์ ท่ามกลางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

บทบาทของ “เปรม” ในฐานะที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ยังมีเค้าลางของการทำหน้าที่ “Agent” เชื่อมต่อระหว่าง “อำนาจบนสุด” กับ “คนชั้นกลาง” ในประเทศ ให้เกิดความสมดุลในการทำธุรกิจ ซึ่งกลุ่มทุนที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียกับระบบเศรษฐกิจในภาพใหญ่

ประเด็นของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่พูดถึง “ทุนไทย” ซึ่งสนิทสนม และพึ่งพาบารมี “บ้านสี่เสาฯ” มีเป้าหมายหลักเพื่ออธิบาย “เบื้องหลัง” การก่อม็อบของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้เห็นว่า “คนเสียประโยชน์” จาก “ระบอบทักษิณ” รวมหัวกับกลุ่มการเมืองที่ถูกกดดัน โค่นล้มอำนาจที่ชอบธรรมจากการเลือกตั้งของประชาชน

ยิ่งไปกว่านั้นยังพุ่งเป้าไปที่ “ป๋าเปรม” ว่าเป็น “ผู้บงการ” ในการรัฐประหารครั้งล่าสุด สร้างความสั่นสะเทือนให้กับองค์กร “องคมนตรี”

“องคมนตรี ไม่มีหน้าที่ที่จะไปเกี่ยวข้องเรื่องนี้เลย โปรดเข้าใจให้ถูก ถ้าใครยังไม่เข้าใจ โปรดเข้าใจให้ถูกว่าองคมนตรีไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองเลย เราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ” พล.อ.เปรมพยายามอธิบายถึงหลักการตามกฎหมาย

แต่ในมุมแกนนำ นปช. “ไม่เชื่อ”

พร้อมทั้งหยิบยกพฤติกรรมในการทำหน้าที่ของ “ป๋าเปรม” ช่วง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า

แทรกแซง ...

ขี้อิจฉา ...

และ... อื่นๆ อีกมากมาย

เพราะ “ทักษิณ” ได้รับคะแนนนิยมสูงสุด และมีอำนาจบริหารเข้มแข็ง รวมถึง นโยบายประชานิยม ได้สร้างความพอใจให้คนส่วนใหญ่

ในช่วงแรก “ทักษิณ” เข้าบ้าน “ป๋า” เยี่ยมคารวะตามประเพณีการเมือง ในฐานะผู้ด้อยอาวุโสกว่า

“ป๋าเปรม” ชื่นชม “ทักษิณ” ว่าเป็นนายกฯ ที่มีฝีมือ...

หากแต่ว่าพฤติกรรม “ทักษิณ” ต่อจากนั้น สะท้อนให้เห็นความผิดเพี้ยนของอำนาจ ที่เข้าไปครอบงำทุกองค์กร ด้วยเครือข่ายพวกพ้อง พร้อมทั้งสถาปนา “รัฐตำรวจ” ให้เป็นกลไกทรงอิทธิพล

เหลือเพียง “กองทัพ” กลไกของรัฐ ที่ทำหน้าที่ปกป้องรักษา ชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ “ทักษิณ” รู้ดีว่าต้อง “แตะ” อย่างระมัดระวัง

ตลอดระยะเวลาแห่งการวางฐานอำนาจในกองทัพ กระทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและนุ่มนวล แต่นักสังเกตการณ์ทราบดีว่าการวางไลน์อำนาจกองทัพผ่านเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 นั้น น่ากลัว และรอเพียงจังหวะ “เข้าฮอร์ส”

และถ้าทักษิณ “คุมกองทัพ” ได้หมด

Absolute power !!!

แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อ “โผทหาร” ต้องผ่าน “องคมนตรี” ซึ่งหลายครั้งที่มีการลัดขั้นตอน และชิงจังหวะ “ยิงตรง” ขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกครั้ง

มีการมอง “กลยุทธ์” ตรงนี้ว่า “ทักษิณ” จะผ่านประตูบานนี้ไปได้ ก็ต้องคุม “ป๋าเปรม” ให้ได้…

แต่ทว่าคนอย่าง “ป๋า” ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี "ครบวาระ" ถึง 3 สมัย นับตั้งแต่สมัยแรก 2523-2526 สมัยที่สอง 2526-2529 และสมัยที่ต้องออกปาก "ผมพอแล้ว" เมื่อปี 2529-2531
จะยอมให้พันตำรวจโท “คุม” หรือ ? …

สถานะก่อนการรัฐประหารของ “ป๋าเปรม” จึงจัดอยู่ในฟากของ Non- absolute power เพราะเห็นว่า “ความเบ็ดเสร็จในอำนาจ” น่ากลัว และมีผลเสียต่อกลุ่มที่มีส่วนได้ส่วนเสียในสังคมมากกว่า

มาตรการแรก คือ การเตือน โดยการหยิบ “เครื่องแบบทหาร” ขึ้นมาใส่ พร้อมไปปาฐกถาที่ ร.ร.นายร้อย จปร. ร.ร.นายเรือ ร.ร. นายเรืออากาศ มีเนื้อหากระทบชิ่งรัฐบาล ด้วย “พล็อตเรื่อง” ม้า กับ จ๊อกกี้

“รัฐบาลก็เหมือนกับจ๊อกกี้ คือเข้ามาดูแลทหาร แต่ไม่ใช่เจ้าของทหาร เจ้าของทหารคือชาติ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัฐบาลเข้ามาดูแลกำหนดใช้พวกเราตามที่ประกาศนโยบายไว้ต่อรัฐสภา เด็กขี่ม้าบางคนก็ขี่ดีขี่เก่ง บางคนก็ไม่ดี ขี่ไม่เก่ง รัฐบาลก็เหมือนกัน รัฐบาลบางรัฐบาลก็ทำงานดี ทำงานเก่ง บางรัฐบาลก็ทำงานไม่ดี หรือไม่เก่งก็มี นี่เป็นเรื่องจริง” พล.อ.เปรม กล่าว

เป็นภาคปฏิบัติของ Non-absolute power…ที่เปิดเผยตัวให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า “ไม่ยอมรับ” อำนาจเบ็ดเสร็จของ “ระบอบทักษิณ” ที่คิดจะคุม “กองทัพ” และคุมตัวเอง เพื่อสถาปนาอำนาจของ “รัฐบาลทักษิณ” ไปอีกหนึ่งสมัย

การรัฐประหารเกิดขึ้นหลังจากนั้น โดยมี “ป๋าเปรม” อยู่ร่วมในภาพของคณะยึดอำนาจที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ในการเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ยิ่งทำ “ป๋าเปรม” ถูกโจมตีจากกลุ่มที่ต้าน “อำมาตย์” ที่ผนวกกับ “เสื้อแดง” ผู้นิยมทักษิณ อย่างดุเดือดกว่าทุกยุคทุกสมัย

“ลูกป๋า” อย่าง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ถูก “แฉ” ว่าร่วมเป็นผู้บงการ “รัฐประหาร 19 กันยายน 2549” และต้องเอาตัวรอดจาก “สันดอน” ของพายุการเมืองที่ถล่มเข้ามาให้ได้ การตบเท้าให้กำลังใจต่อสู้กับกระแสโจมตีจึงไม่มีปรากฏให้เห็น ในขณะที่ขั้วอำนาจใหม่ในกองทัพก็ไม่ยอม “เปลืองตัว” ออกมาปกป้อง

“ป๋าเปรม” อยู่ในสภาวะที่โดดเดี่ยวกว่าการต่อสู้ทุกครั้ง…

เพราะครั้งนี้เป็น “ศึกใหญ่” ที่สถานะของเขาอยู่ใน “ฟากตรงข้าม” กับ “Absolute power” อันเป็นการต่อสู้ที่ต้องใช้ “ต้นทุน” ที่มีอยู่ “แลก” มาซึ่งการดำรงอยู่ของ “รัฐจารีต” แบบไทยๆ

เพื่อหยุดกระบวนการ “ประชาธิปไตยจำแลง” ที่คิดสวมยอด “อำนาจ” บนสุดของประเทศไทยไว้ได้ก่อน...

Consumer Insight

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่ กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2557 ไอดีซีได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งพบว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดต่ำลงประกอบกับแรงผลักจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กระตุ้นความนิยมในสินค้าสมาร์ทโฟนจนมียอดจัดส่งสูงกว่าฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก

Insight

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

กฎ 7 ข้อ ในการเล่าเรื่องข้ามสื่อ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้าง 3 อย่างนั้นได้, ต่อไปนี้ "กฎ 7 ข้อ ในการเล่าเรื่องข้ามสื่อ" ที่จะช่วยทำให้เนื้อหาสื่อกลายเป็นพระราชา หรือ "Content is the king."

กรณีที่ "ควร" ศึกษา Club Friday Transmedia Storrytelling - เล่าเรื่องข้ามสื่อแบบ "คลับฟรายเดย์ เดอะซีรี่ย์" มาดูคลับฟรายเดย์ให้เป็นมุมมองแบบนักเรียนนิเทศศาสตร์กับ นับว่าเป็นตัวอย่างที่คนทำสื่อควรศึกษาอย่างมาก

Strategic Move

นอกจากสมาร์ทโฟน ที่ “ซัมซุง”เปิดเกมรุก ด้วยการทำตลาดตั้งแต่รุ่นไฮเอ็นท์ จนถึงรุ่นราคาถูกอย่าง ซัมซุง“ฮีโร่” เช่นเดียวกับในตลาดแท็บเล็ต ที่ซัมซุง มีสินค้าครอบคลุมทั้งตลาดแมส ระดับกลางและระดับพรีเมี่ยม

หลังจากเปิดสาขาในไทยมาได้ 3 ปี “ยูนิโคล่” แบรนด์ฟาสท์แฟชั่นจากญี่ปุ่น เปิดตัว “แบรนด์แอมบาสเดอร์” คู่ใหม่ “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” และ “เบลล่า-ราณี แคมเปน”

คนดูช่องเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม อาจคุ้นเคยกับ “รายการรีรัน” คือ การนำกลับมาฉายใหม่ ให้คนดูได้กลับมาดูใหม่ซ้ำได้อีก ยิ่งเป็นภาพยนตร์ หรือ ซีรีส์ มีรีรันกันตลอด บางเรื่องรีรันกันหลายรอบ

Social Media Club

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

ไลน์ ประเทศไทย อัพเดทตัวเลขรายได้ และจำนวนสติกเกอร์ จากการขายบน ครีเอเตอร์มาร์เก็ต (Creators Market) แพลตฟอร์มที่ไลน์ให้ผู้ใช้สามารถขายสติกเกอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากไลน์วางขายใน LINE Store (เว็บขายสติกเกอร์และไอเทมเกม) ซึ่งผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 50%

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแชร์เนื้อหาของแฟนเพจในเฟซบุ้คของแบรนด์ๆ หนึ่งบนโลกออนไลน์กันอย่างสนั่น ซึ่งเนื้อหาที่ว่านั้นทำให้ใครหลายคนอมยิ้มไปตามๆ กัน

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

กรณีที่ "ควร" ศึกษา Club Friday Transmedia Storrytelling - เล่าเรื่องข้ามสื่อแบบ "คลับฟรายเดย์ เดอะซีรี่ย์" มาดูคลับฟรายเดย์ให้เป็นมุมมองแบบนักเรียนนิเทศศาสตร์กับ นับว่าเป็นตัวอย่างที่คนทำสื่อควรศึกษาอย่างมาก

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

Global Wrap

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

เค้กทิรามิสุชิ้นละ 50 หาได้ที่ไหนในกรุงเทพฯ? คำถามธรรมดาๆ ที่แทบจะกลายมาเป็นปัญหาเชาว์สำหรับวันที่ค่าครองชีพในเมืองหลวงมีแต่ถีบตัวขึ้นทุกวัน แต่ที่ “ไต้หวัน” ร้านแฟรนชายส์กาแฟ 85c (85 องศา) ยังขายเค้กหลายสิบรสในราคานี้อยู่ แถมวันนี้ได้ขยายไปเกือบ 800 สาขาทั้งในเอเชียและอเมริกา เขาทำได้อย่างไร? และใครอยู่เบื้องหลัง? วันนี้เราจะพามารู้จักกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากเถ้าแก่ไต้หวันกัน!

ในวันสุดท้ายของปี 2013 รัฐบาลจีนประกาศอย่างเป็นทางการว่าอนุญาตให้หนุ่มสาวที่เป็นลูกคนเดียวทั้งสองฝ่าย เมื่อแต่งงานกันแล้วสามารถมีลูกได้ 2 คน! เท่ากับเป็นการสิ้นสุดนโยบายลูกคนเดียวที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 35 ปีก่อน! แบรนด์สินค้าอาหาร-เครื่องใช้ สำหรับเด็กต่างพากันตื่นเต้นอย่างสุดขีด เพราะโอกาสเพิ่มยอดขายเป็นสองเท่าได้เริ่มขึ้นแล้ว!

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488