“พลเอกเปรม ติณสูลานนท์” The Master Mind

เปรมาธิปไตย …
อำมาตยาธิปไตย…
ระบอบเปรม...
ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ...
Super power…

ยังมีคำจัดความใน “อำนาจ” ของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อีกมากมายที่อธิบายไปในทำนองเดียวกันว่า มีลักษณะ “ครอบงำ” “ชี้นำ” “รวมศูนย์ และ “บงการ” ลักษณะการเมืองไทยในตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเมืองช่วงหลัง “รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่จบลงด้วยความสะบักสบอมของ “บ้านสี่เสาเทเวศร์” ซึ่งถูกตอบโต้จาก “ระบอบทักษิณ” แบบ “สวนหมัดตรง” ว่า เป็นอำมาตยาธิปไตย ที่อยู่เบื้องหลังการเมืองไทยมาตลอด 8 ปี

... อาจเป็นเพราะว่า “อำนาจ” ของ “เปรม” ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ถูก “องค์ความรู้” กระแสหลักจัดเฉด ในฐานะ “ขั้วตรงข้าม” และ “อุปสรรค” ในการพัฒนาการเมืองมาหลายทศวรรษ

แต่อีกด้านหนึ่ง... สถานะ “เปรม” ในการเมืองไทย มีความพิสดาร และมีบทบาทอย่างสูงยิ่ง ในการลดแรง “กระแทก” ของกลุ่มผลประโยชน์ ท่ามกลางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

บทบาทของ “เปรม” ในฐานะที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ยังมีเค้าลางของการทำหน้าที่ “Agent” เชื่อมต่อระหว่าง “อำนาจบนสุด” กับ “คนชั้นกลาง” ในประเทศ ให้เกิดความสมดุลในการทำธุรกิจ ซึ่งกลุ่มทุนที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียกับระบบเศรษฐกิจในภาพใหญ่

ประเด็นของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่พูดถึง “ทุนไทย” ซึ่งสนิทสนม และพึ่งพาบารมี “บ้านสี่เสาฯ” มีเป้าหมายหลักเพื่ออธิบาย “เบื้องหลัง” การก่อม็อบของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้เห็นว่า “คนเสียประโยชน์” จาก “ระบอบทักษิณ” รวมหัวกับกลุ่มการเมืองที่ถูกกดดัน โค่นล้มอำนาจที่ชอบธรรมจากการเลือกตั้งของประชาชน

ยิ่งไปกว่านั้นยังพุ่งเป้าไปที่ “ป๋าเปรม” ว่าเป็น “ผู้บงการ” ในการรัฐประหารครั้งล่าสุด สร้างความสั่นสะเทือนให้กับองค์กร “องคมนตรี”

“องคมนตรี ไม่มีหน้าที่ที่จะไปเกี่ยวข้องเรื่องนี้เลย โปรดเข้าใจให้ถูก ถ้าใครยังไม่เข้าใจ โปรดเข้าใจให้ถูกว่าองคมนตรีไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองเลย เราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ” พล.อ.เปรมพยายามอธิบายถึงหลักการตามกฎหมาย

แต่ในมุมแกนนำ นปช. “ไม่เชื่อ”

พร้อมทั้งหยิบยกพฤติกรรมในการทำหน้าที่ของ “ป๋าเปรม” ช่วง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า

แทรกแซง ...

ขี้อิจฉา ...

และ... อื่นๆ อีกมากมาย

เพราะ “ทักษิณ” ได้รับคะแนนนิยมสูงสุด และมีอำนาจบริหารเข้มแข็ง รวมถึง นโยบายประชานิยม ได้สร้างความพอใจให้คนส่วนใหญ่

ในช่วงแรก “ทักษิณ” เข้าบ้าน “ป๋า” เยี่ยมคารวะตามประเพณีการเมือง ในฐานะผู้ด้อยอาวุโสกว่า

“ป๋าเปรม” ชื่นชม “ทักษิณ” ว่าเป็นนายกฯ ที่มีฝีมือ...

หากแต่ว่าพฤติกรรม “ทักษิณ” ต่อจากนั้น สะท้อนให้เห็นความผิดเพี้ยนของอำนาจ ที่เข้าไปครอบงำทุกองค์กร ด้วยเครือข่ายพวกพ้อง พร้อมทั้งสถาปนา “รัฐตำรวจ” ให้เป็นกลไกทรงอิทธิพล

เหลือเพียง “กองทัพ” กลไกของรัฐ ที่ทำหน้าที่ปกป้องรักษา ชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ “ทักษิณ” รู้ดีว่าต้อง “แตะ” อย่างระมัดระวัง

ตลอดระยะเวลาแห่งการวางฐานอำนาจในกองทัพ กระทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและนุ่มนวล แต่นักสังเกตการณ์ทราบดีว่าการวางไลน์อำนาจกองทัพผ่านเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 นั้น น่ากลัว และรอเพียงจังหวะ “เข้าฮอร์ส”

และถ้าทักษิณ “คุมกองทัพ” ได้หมด

Absolute power !!!

แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อ “โผทหาร” ต้องผ่าน “องคมนตรี” ซึ่งหลายครั้งที่มีการลัดขั้นตอน และชิงจังหวะ “ยิงตรง” ขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกครั้ง

มีการมอง “กลยุทธ์” ตรงนี้ว่า “ทักษิณ” จะผ่านประตูบานนี้ไปได้ ก็ต้องคุม “ป๋าเปรม” ให้ได้…

แต่ทว่าคนอย่าง “ป๋า” ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี "ครบวาระ" ถึง 3 สมัย นับตั้งแต่สมัยแรก 2523-2526 สมัยที่สอง 2526-2529 และสมัยที่ต้องออกปาก "ผมพอแล้ว" เมื่อปี 2529-2531
จะยอมให้พันตำรวจโท “คุม” หรือ ? …

สถานะก่อนการรัฐประหารของ “ป๋าเปรม” จึงจัดอยู่ในฟากของ Non- absolute power เพราะเห็นว่า “ความเบ็ดเสร็จในอำนาจ” น่ากลัว และมีผลเสียต่อกลุ่มที่มีส่วนได้ส่วนเสียในสังคมมากกว่า

มาตรการแรก คือ การเตือน โดยการหยิบ “เครื่องแบบทหาร” ขึ้นมาใส่ พร้อมไปปาฐกถาที่ ร.ร.นายร้อย จปร. ร.ร.นายเรือ ร.ร. นายเรืออากาศ มีเนื้อหากระทบชิ่งรัฐบาล ด้วย “พล็อตเรื่อง” ม้า กับ จ๊อกกี้

“รัฐบาลก็เหมือนกับจ๊อกกี้ คือเข้ามาดูแลทหาร แต่ไม่ใช่เจ้าของทหาร เจ้าของทหารคือชาติ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัฐบาลเข้ามาดูแลกำหนดใช้พวกเราตามที่ประกาศนโยบายไว้ต่อรัฐสภา เด็กขี่ม้าบางคนก็ขี่ดีขี่เก่ง บางคนก็ไม่ดี ขี่ไม่เก่ง รัฐบาลก็เหมือนกัน รัฐบาลบางรัฐบาลก็ทำงานดี ทำงานเก่ง บางรัฐบาลก็ทำงานไม่ดี หรือไม่เก่งก็มี นี่เป็นเรื่องจริง” พล.อ.เปรม กล่าว

เป็นภาคปฏิบัติของ Non-absolute power…ที่เปิดเผยตัวให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า “ไม่ยอมรับ” อำนาจเบ็ดเสร็จของ “ระบอบทักษิณ” ที่คิดจะคุม “กองทัพ” และคุมตัวเอง เพื่อสถาปนาอำนาจของ “รัฐบาลทักษิณ” ไปอีกหนึ่งสมัย

การรัฐประหารเกิดขึ้นหลังจากนั้น โดยมี “ป๋าเปรม” อยู่ร่วมในภาพของคณะยึดอำนาจที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ในการเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ยิ่งทำ “ป๋าเปรม” ถูกโจมตีจากกลุ่มที่ต้าน “อำมาตย์” ที่ผนวกกับ “เสื้อแดง” ผู้นิยมทักษิณ อย่างดุเดือดกว่าทุกยุคทุกสมัย

“ลูกป๋า” อย่าง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ถูก “แฉ” ว่าร่วมเป็นผู้บงการ “รัฐประหาร 19 กันยายน 2549” และต้องเอาตัวรอดจาก “สันดอน” ของพายุการเมืองที่ถล่มเข้ามาให้ได้ การตบเท้าให้กำลังใจต่อสู้กับกระแสโจมตีจึงไม่มีปรากฏให้เห็น ในขณะที่ขั้วอำนาจใหม่ในกองทัพก็ไม่ยอม “เปลืองตัว” ออกมาปกป้อง

“ป๋าเปรม” อยู่ในสภาวะที่โดดเดี่ยวกว่าการต่อสู้ทุกครั้ง…

เพราะครั้งนี้เป็น “ศึกใหญ่” ที่สถานะของเขาอยู่ใน “ฟากตรงข้าม” กับ “Absolute power” อันเป็นการต่อสู้ที่ต้องใช้ “ต้นทุน” ที่มีอยู่ “แลก” มาซึ่งการดำรงอยู่ของ “รัฐจารีต” แบบไทยๆ

เพื่อหยุดกระบวนการ “ประชาธิปไตยจำแลง” ที่คิดสวมยอด “อำนาจ” บนสุดของประเทศไทยไว้ได้ก่อน...

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ความนิยมส่ง “สติกเกอร์” ไลน์ ส่งผลให้นักออกแบบ “สติกเกอร์” เป็นหนึ่งช่องทางทำเงินของนักออกแบบมืออาชีพ และสมัครเล่นไปแล้ว

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

Strategic Move

ช่วงวันคริสมาสต์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในเทศกาลที่มีคนส่งของขวัญมากที่สุดอีกเทศกาลหนึ่ง บริษัท เฟดเอ็กซ์ คอร์ป ผู้ให้บริการขนส่งสินค้า ได้คาดการณ์ว่าการขนส่งสินค้าในช่วงเทศกาลวันหยุดจะสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง

จากแนวคิด Internet for All ของ “ดีแทค” ที่ตั้งเป้าว่าภายในปี 2017 ลูกค้าดีแทคจำนวน 80% จะต้องใช้อินเตอร์เน็ต จากปัจจุบันที่มีการใช้อินเตอร์เน็ตหรือดาต้าจำนวน 40% เท่านั้น จึงเป็นที่มาของการที่ดีแทคต้องการกระตุ้นการใช้ดาต้าของผู้บริโภค ซึ่งจากอินไซต์ของผู้บริโภคเองนั้น คนส่วนใหญ่กว่า 80% ที่เริ่มมีการใช้ดาต้าเพราะใช้เฟซบุ๊กก่อน

จากการขยายตัวของการใช้ดาต้าในปัจจุบันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในแผนธุรกิจของ AIS ในปีนี้และปีหน้าคือ การมี Infrastucture ใหม่ๆ และไม่ได้โฟกัสที่ส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่ต้องไปถึงระดับชุมชน

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

วันนี้ขออนุญาตพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ควรระวังในการตลาดปี 2015 ก่อนอื่นคงจะเห็นได้ว่า มีปัจจัยมากมายที่ Controls และ Un-controls ซึ่งกำลังพูดถึง ปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348