“ละคร” ฮิตติดจอ ช่อง 7 กวาดเงิน ช่อง 3 ได้กล่อง

โทรทัศน์ยังคงเป็นสื่อหลัก และยังคงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านต้องมี บ้านไหนมีรายได้ต่อครัวเรือนสูง ก็มีทีวีหลายเครื่อง เป็นสื่อที่เข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศมากที่สุด นี่คือโอกาสของธุรกิจคอนเทนต์ทางทีวี ที่มีการแข่งขันสูง Consumer Insinght ฉบับนี้มีผลสำรวจที่คอนเฟิร์มได้ว่าคนไทยกับรายการบันเทิงประเภทละครเป็นของคู่กันจากการวัดเรตติ้ง 10 อันดับแรกของรายการที่มีเรตติ้งสูงสุดในปี 2553 และช่อง 7 กวาดผู้ชมไปได้มากที่สุด แม้ภาพรวมเฉลี่ยเรทติ้งช่อง 7 จะลดลง

และนี่คือเหตุผลที่ข้อมูลล่าสุดที่เนลสัน มีเดียเผยแพร่ พบว่าเม็ดเงินโฆษณามหาศาลยังคงอยู่ที่ช่อง 7 โดยเฉพาะทวงคืนตำแหน่งแชมป์จากช่อง 3 เมื่อยูนิลีเวอร์ที่เน้นสินค้ากลุ่ม Mass กลับมาซบอกช่อง 7 เหมือนเดิม

คนไทยยิ่งรวยยิ่งมีทีวีหลายเครื่องในบ้าน
รายได้ต่อครัวเรือน จำนวนเครื่องทีวีต่อครัวเรือน
ต่ำกว่า 5,000 บาท 1 เครื่อง
มากกว่า 25,000 บาท มากกว่า 2 เครื่อง
ที่มา : ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์

เรตติ้งช่อง 3 ตีตื้น ช่อง 7 หาย

ค่าเฉลี่ยของเรตติ้งทุกรายการของแต่ละช่องในปี 2553 พบว่าช่อง 3 และทีวีไทย ได้เรตติ้งเพิ่ม โดยเฉพาะช่อง 3 จากความพยายามนำกระแสช่วยเหลือสังคมผ่านรายการข่าวในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเฮติ และน้ำท่วม ขณะที่ทีวีไทยมีจุดแข็งเรื่องรายการข่าวและเนื้อหาสาระที่มีกลุ่มผู้ชมเฉพาะค่อยๆ มากขึ้น ส่วนช่อง 7 ช่อง 5 และช่อง 9 มีการปรับตัวด้านคอนเทนต์ไม่มากนักจึงถูกแย่งผู้ชมไปบางส่วน โดยเฉพาะช่อง 7 ที่แม้เรตติ้งรวมยังสูงกว่าทุกช่องแต่ก็ถือว่าลดลงมากเพื่อเทียบกับปี 2552

เรตติ้ง *
ปี ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 เอ็นบีที ทีวีไทย
ปี 2552 2.5 0.5 4.3 0.9 0.3 0.3
ปี 2553 2.6 0.7 3.6 0.8 0.3 0.5
*1 เรตติ้ง เฉลี่ยผู้ชมประมาณ 5-6 แสนคนต่อนาที

20 อันดับรายการทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุด ปี 2553

สำหรับรายการที่มีเรตติ้งสูงสุดของปี 2553 คือสถานการณ์ความไม่สงบในเดือนพฤษภาคม การยิงระเบิด M79 ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง สะท้อนถึงข่าวสารที่แสดงถึงความรุนแรงและขัดแย้งยังเป็นเรื่องที่ผู้ชมสนใจ แต่เมื่อเหตุกรณ์สงบละครช่อง 7ยังคงกวาดเรทติ้งได้สูงสุด จน 10 อันดับแรกเป็นของช่อง 7 ถึง 9 รายการ ละครซึ่งอยู่ในช่วงไพรม์ไทม์ อัตราค่าโฆษณาสูงกว่า 4 แสนบาทต่อนาที จึงทำให้ช่อง 7 ได้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุด

รายการ ช่อง เรตติ้ง
ข่าวด่วนเรื่องระเบิด M79 BTS ศาลาแดง 7 17.5
ละครคุณชายตำระเบิด 7 16.7
ละครสาวใช้ไฮเทค 7 16.6
ละครนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว 7 16.4
ถ่ายทอดสดฟุตบอลเอเชียนคัพ (ไทย-จอร์แดน) 7 16.0
ละครพระจันทร์ลายพยัคฆ์ 7 15.6
เทพธิดาปลาร้า 3 15.0
ถ่ายทอดสดฟุตบอล FA ซูซูกิคัพ (อินโด-ไทย) 7 14.5
ข่าวด่วนความคืบหน้า M79 BTS ศาลาแดง 7 14.3
ละครแม่ศรีไพร 7 14.3

มูลค่าเม็ดเงินผ่านสื่อโฆษณาปี 2553

เม็ดเงินโฆษณาในปี 2553 มีมูลค่ารวม 101,032 ล้านบาท มากกว่าปี 2552 ที่มีมูลค่า 90,341 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.83% โดยทุกสื่อมีตัวเลขเติบโต ขณะที่วิทยุ และสื่อกลางแจ้ง ได้เม็ดเงินลดลง ทีวีกวาดไปมากกว่าครึ่ง ส่วนสื่อที่เติบโตสูงสุดคือสื่ออินสโตร์ ที่สะท้อนถึงแบรนด์และสินค้าต่างๆ ต้องการให้ ณ จุดขายเป็นจุดตัดสินใจมากที่สุด

สื่อ ปี 2553 ปี 2552 เปลี่ยนแปลง (%)
ทีวี 60,766 52,935 14.79
วิทยุ 6,114 6,168 - 0.88
หนังสือพิมพ์ 15,000 14,149 6.01
นิตยสาร 5,655 5,426 4.22
โรงหนัง 5,986 4,856 23.27
สื่อกลางแจ้ง 3,846 3,965 - 3.00
สื่อเคลื่อนที่ 2,254 1,764 27.78
สื่ออินสโตร์ 1,120 819 36.75
อินเทอร์เน็ต 290 259 11.97
รวม 101,032 90,341 11.83

ยูนิลีเวอร์ฟื้นแชมป์เม็ดเงินโฆษณาให้ช่อง 7

แม้เรตติ้งรวมของค่ายวิกพระราม 4 จะได้เพิ่มขึ้น แต่รายการเรตติ้งสูงสุดในไพรม์ไทม์ โดยเฉพาะละครเป็นของวิกหมอชิต ดังนั้นเม็ดเงินโฆษณาที่เกิดขึ้นในปี 2553 ช่อง 7 ยังคงครองแชมป์สูงสุด หลังจากที่ ”ยูนิลีเวอร์” กลับมาออนแอร์ที่ช่อง 7 โดยช่อง 7 ได้เม็ดเงินรวมทั้งหมดเกือบ 19,000 ล้านบาท สูงกว่าปี 2552 ที่ได้ประมาณ 15,000 ล้านบาท ชิงกลับมาจากช่อง 3 ได้มาก โดยปี 2553 ช่อง 3 ได้ไปประมาณ 16,600 ล้านบาท

ส่วนแบ่งตลาดเม็ดเงินโฆษณาในสื่อทีวี (ทำกราฟฟิควงกลม)
ช่อง ปี 2553 ปี 2552
ช่อง 3 27.3% 28.7%
ช่อง 5 17.6% 20.3%
ช่อง 7 31.2% 28.1%
ช่อง 9 20.2% 19.2%
เอ็นบีที 3.7% 3.7%

แบรนด์แมส สินค้าอุปโภคบริโภคแชมป์โฆษณา

10 อันดับแรกในด้านของแบรนด์และองค์กรที่ใช้งบสูงสุดของปี 2553 เป็นสินค้าที่มีลูกค้า Mass และเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันรุนแรง โดยอันดับ 1-2 ในแง่ของบริษัทยังคงเป็นสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค คือค่ายยูนิลีเวอร์ และพีแอนด์จี

ค่ายหรือบริษัทที่ใช้งบสูงสุด
อันดับ ปี 2553 ปี 2552
1.ยูนิลีเวอร์ 7,248 5,367
2.พีแอนด์จี 2,462 1,837
3.เนสท์เล่ 1,831 1,156
4.ไบเออร์สด๊อรฟ 1,774 1,602
5.โตโยต้า มอเตอร์ 1,696 1,089
6.ลอรีอัล 1,649 1,688
7.สำนักนายกรัฐมนตรี 1,347 1,034
8.อายิโนโมโต๊ะ เซลส์ 1,306 767
9.โคคาโคล่า 1,249 1,260
10.ดีแทค 1,181 997

ปี 2554 โฆษณาล้น

หลังจากที่ปี 2553 สถานการณ์เมืองลุ่ม ๆ ดอนๆ จนมีการอั้นการใช้เม็ดเงินโฆษณา ทำให้เกือบทุกช่องเร่งปรับผังรายการ ดึงคอนเทนต์ที่ดึงเรทติ้งกันมากขึ้น โดยเฉพาะช่อง 3 และช่อง 7 ยังคงเป็นคู่เอกตลอดกาล ที่ขณะนี้ช่วงไพรม์ไทม์ของทั้งสองช่อง Slot โฆษณาไม่เต็มเอียดไปแล้วล่วงหน้า 9 เดือน

ทีวีเกือบทุกช่อง มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น ช่อง 7 ยังคงเดินหน้าตัดเปอร์เซ็นต์ส่วนลด 15% โดยเฉพาะรายการข่าวและขึ้นค่าโฆษณาในรายการที่ทีเดียสตูดิโอผลิต ส่วนช่อง 3 ก็ขึ้นค่าโฆษณาไพรม์ไทม์จากนาทีละ 4.5 แสนเป็น 4.8 แสนบาท แต่ยังคงมีส่วนลด 15% ส่วนช่อง 9 ก็ขยับผัง และขึ้นอัตราค่าโฆษณา 10% หรือแม้แต่ช่อง 5 ก็ยังประกาศขึ้นเฉลี่ย 5-7% เฉพาะไพรม์ไทม์ขึ้นสูงถึง 20-25% ทั้งหมดนี้หากเป็นไปตามเป้าหมายเม็ดเงินโฆษณาในปี 2554 จะเติบโตอีกไม่ต่ำกว่า 10% อย่างแน่นอน

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

แบรนด์ที่ใช้สื่อโฆษณาสูงสุดในเดือนตุลาคม 2557 อันดับ 1 เป็นของ วาสลีน บอดี้ สกินแคร์ ด้วยงบซื้อโฆษณา 79 ล้านบาท อันดับ 2 เป็นของ แชมพู เคลียร์ ใช้งบไป 69 ล้านบาท แซงหน้าโตโยต้า ที่หล่นมาอยู่ในอันดับ 3 โดยโตโยต้ารถยนต์นั่ง ใช้งบไป 67 ล้านบาท

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Strategic Move

หลังจากที่สิงห์ได้ทำการเทคโอเวอร์ บมจ. รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ มูลค่ากว่า 8 พันล้านบาท เพื่อเป็นทางลัดในการปูทางสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัว ซึ่งถือว่าเป็นน้องใหม่ในธุรกิจนี้เลยก็ว่าได้ สิงห์ยังคงเปิดแผนนโยบายเดิมคือเน้นการเข้าซื้อและควบควมกิจการธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างรวดเร็ว

โครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ หนึ่งในบิ๊กโปรเจกต์ของ "สิงห์ เอสเตท" ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบุญรอดฯ ด้วยมูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท ในพื้นที่ 11 ไร่ ทำเลถนนอโศก-เพชรบุรี โดยที่เป็นโครงการแบบมิกซ์ยูส รวบรวมทั้งอาคารสำนักงาน คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรม พื้นที่สำหรับค้าปลีก รวมไปถึงจะเป็นที่ทำงานของผู้บริหารระดับสูงของสิงห์ด้วย จะเปิดทำการในปี 2017

เป็นอีกหนึ่ง “ดีล”การรุกคืบของธุรกิจไทยที่ได้เข้ากิจการระดับโลก โดยบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน (หรือ เพซ) ได้เซ็นสัญญาซื้อกิจการทั้งหมดของ ‘ดีน แอนด์ เดลูก้า’ แบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มกูร์เมต์ชั้นนำของโลก จากบริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า โฮลดิ้งส์ อิงค์ ตั้งอยู่ในเป็นวงเงิน140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

วันนี้ขออนุญาตพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ควรระวังในการตลาดปี 2015 ก่อนอื่นคงจะเห็นได้ว่า มีปัจจัยมากมายที่ Controls และ Un-controls ซึ่งกำลังพูดถึง ปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

People

ก้อง-อดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ หวานใจของ ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ เจ้าของ ฉายา "เจ้าหญิงไอที" ผู้ปลุกปั้น "เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์" นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่ต่อยอดกิจการครอบครัว จากผู้ผลิตขนมกินเล่นรายเล็กๆ จนมาเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่ม และจำหน่าย “เซปเป้ บิวติ ดริงค์”

ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการประกาศแต่งตั้งผู้บริหาระดับสูง เป็นผลมาจากการที่ กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในวันที่ 2 เมษายน 2558

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348