“สุเทพ เทือกสุบรรณ” The Match Maker

เบื้องหลังความสำเร็จในการก้าวขึ้นสู่ผู้ยิ่งใหญ่ในฐานะผู้นำรัฐบาลคนที่ 27 ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แน่นอนว่านอกเหนือไปจากความรู้ความสามารถอันถือว่าเป็น “สินทรัพย์ส่วนตัว” ของเขาที่ได้บ่มเพาะสร้างประสบการณ์และต้นทุนทางการเมืองให้กับตัวเองมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ยังต้องไม่ลืมว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ คือบุคคลที่มีบทบาทและมีความสำคัญมากที่สุดที่ผลักดันให้อภิสิทธิ์ได้สมหวัง

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยเคยบันทึกความสำเร็จในวันวานระหว่าง “หัวหน้าชวน-เสธ.หนั่น” เมื่อครั้งทั้งสอง ชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ สองสมัยกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เคยกอดคอกันนำพาให้พรรคประชาธิปัตย์รุ่งเรืองถึงขีดสุด ด้วยการได้รับโอกาสเป็นรัฐบาลถึงสองครั้งที่ผ่านมาเอาไว้อย่างสวยหรูแล้ว ในวันนี้ทั้ง “อภิสิทธิ์-สุเทพ” เองก็กำลังย้อนรอยตำนานในบทบาทที่แทบไม่มีความแตกต่างเช่นกัน เนื่องเพราะฝ่ายที่ทำหน้าที่เป็น “แม่บ้านพรรค” ออกแรงหนุน “หัวหน้าพรรค” ให้มีโอกาสได้เป็นผู้นำประเทศ โดยอาศัยทั้งความเก่งกาจ ชั้นเชิง และไหวพริบ แลกเอาชัยชนะมาได้

สุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ใช่นักการเมืองที่อ่อนพรรษา ด้อยประสบการณ์ หากแต่สุเทพคือนักการเมืองในแบบฉบับที่เรียกได้ว่าครบเครื่อง ทั้งบู๊และบุ๋น ยอมสงบนิ่งเมื่อใดที่รู้ว่ากำลังตกเป็นรองในสถานการณ์ ขณะเดียวกันพร้อมที่จะเดินหน้าบุกเข้าหาคู่ต่อสู้เมื่อมองเห็น “ชัยชนะ” ทั้งนี้หากจะว่าไปแล้วต้องถือว่าทั้งประสบการณ์และความเหนือชั้นทางการเมืองของเขานั้น ย่อมไม่ใช่เพียงแค่มาจากการเป็น ส.ส.ผูกขาด 10 สมัยใน จ.สุราษฎร์ธานี นับตั้งแต่ปี 2522 เป็นต้นมาเท่านั้น แต่อาจต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ รอยยิ้ม รวมถึงความเจ็บปวดในทางการเมืองเมื่อยามที่แพ้พ่าย

แต่เพราะความที่เป็นนักต่อสู้ที่ทรหดอย่างสุเทพ จึงสามารถอดทนฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการมาจนถึงวันนี้ วันที่หลายคนเชื่อว่าบทบาทและภารกิจที่สุเทพดำเนินมาจนถึงเวลานี้นั้น ไม่ต่างไปจากการทำหน้าที่เป็นเสมือน “ลมใต้ปีก” ให้กับนายกฯ อภิสิทธิ์

แม้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ 1” จะมีด้วยกันหลายตำแหน่ง แต่เป็นที่รู้กันดีว่ามีเพียงรองนายกฯ สุเทพเท่านั้นที่เป็นทั้งขุมพลังทางการเมืองและฝ่ายคลังสมองให้กับนายกฯ อภิสิทธิ์ ทั้งในยามปกติและท่ามกลางสถานการณ์ที่คับขัน อำนาจในการตัดสินใจเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับงานด้านการเมือง โดยเฉพาะการต่อกรกับขั้วอำนาจเก่านั้น นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้มอบหมายให้รองนายกฯ สุเทพ มีบทบาทเข้าไปกำกับดูแลในทุกภาคส่วน

การกำหนดภารกิจหน้าที่ทางด้านการเมืองให้ตกเป็นธุระของรองนายกฯ สุเทพนั้น ด้านหนึ่งย่อมเป็นการดี เพราะจะช่วยทำให้นายกฯ อภิสิทธิ์สามารถทุ่มเทกำลังไปกับงานด้านการบริหารในรัฐบาลได้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับพบว่าภายใต้การขับเคลื่อนเดินทัพของสุเทพต่องานการเมืองทั้งภายในพรรคประชาธิปัตย์เองและการประสาน “ประโยชน์” ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลนั้นได้ก่อให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งที่ส่อเค้าบานปลายในวันข้างหน้า

โดยเฉพาะเค้าลางความบาดหมางที่เกิดขึ้นจากการรวบอำนาจบริหารจัดการภายในพรรคเอาไว้ที่สุเทพ เพียงคนเดียว จนเกิดเป็น “แก๊งค์ออฟโฟร์” กลุ่มการเมืองซึ่งมีอิทธิพลมากที่สุดในประชาธิปัตย์ จนสร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำในพรรคหลายต่อหลายคนที่พลาดหวังจากตำแหน่งใน ครม. เพราะสุเทพเลือกปูนบำเหน็จเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับแกนนำใกล้ชิดและผ่านแก๊งค์ออฟโฟร์เท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี - วิทยา แก้วภารดัย รมว.สาธารณสุข - ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู - อัญชลี วานิช เทพบุตร

ทั้งที่ผ่านมาจะมีเสียงปฏิเสธจากทั้งสุเทพและนายกฯ อภิสิทธิ์ อย่างแข็งขันว่าไม่มีแก๊งค์ออฟโฟร์ในพรรคอย่างแน่นอน แต่กลับพบว่ามีกระแสข่าวความไม่พอใจจาก “นายหัวชวน” ดังเล็ดรอดผ่านสื่อออกมาบ่อยครั้ง ทั้งในกรณีการแต่งตั้งรัฐมนตรีในโควตาของพรรค กรณีที่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ถูกโจมตีเนื่องจากปล่อยให้อดีตนายกฯ ทักษิณโฟนอินเข้ามาปลุกระดมข้ามประเทศ ก่อนการนัดชุมนุมใหญ่ 8 เม.ย. จนถึงกรณีล่าสุดคือการที่ทั้งนายกฯ อภิสิทธิ์และรองนายกฯ สุเทพยอมเปิดไฟเขียวให้มีการพ่วงนิรโทษกรรมอดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111+109 ซึ่งงานนี้ไม่เพียงแต่ “ชวน หลีกภัย”ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคเท่านั้นที่ออกอาการไม่สบอารมณ์ แม้แต่ “บัญญัติ บรรทัดฐาน” ในฐานะรองประธานสภาที่ปรึกษาของพรรคเองก็มีท่าทีไม่แตกต่างกัน

การบริหารจัดการงานทางด้านการเมืองทั้งภายในพรรคและระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลสำหรับสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นอาจไม่ใช่เรื่องยากลำบาก หากบรรยากาศทางการเมืองในสังคมไม่เต็มไปด้วยความปั่นป่วน วุ่นวายและขัดแย้งทางความคิดกันอย่างหนัก จนยากที่จะหันหน้าเข้าสู่การสมานฉันท์ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ภายใต้วิกฤตที่รัฐบาลกำลังเผชิญหน้าจากอำนาจเก่า และพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะเมื่อสุเทพต้องรับมือเนวิน ชิดชอบ นักการเมืองเขี้ยวลากดิน ยิ่งไม่ใช่ภาวะปกติอย่างแน่นอน

แต่เป็นเพราะคนอย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เคยข้ามผ่านมาแล้ว ทั้งความสำเร็จและล้มเหลวทางการเมืองมาอย่างโชกโชน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจหากจะพบว่าแม้ท่ามกลางวิกฤตรอบด้านที่รัฐบาลกำลังเผชิญหน้าอยู่ ณ เวลานี้ รวมทั้งตัวเขาเองที่ถูกกดดันจากหลายฝ่ายอย่างหนักให้ปรับออกจากตำแหน่งรองนายกฯ ในฐานะที่ดูแลฝ่ายความมั่นคง แต่กลับไม่สามารถคุ้มครองอารักขาตัวนายกฯ อภิสิทธิ์ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯ รวมทั้งตัวเขาเองให้รอดพ้นจากการถูกคุกคามจากกลุ่มเสื้อแดงไปได้ก็ตาม แต่กลับไม่สะทกสะท้าน หาทางออกให้กับนายกฯ อภิสิทธิ์และรัฐบาลให้ฟันฝ่ามรสุมครั้งนี้ไปให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกระแสกดดันจากกลุ่มเสื้อแดงให้ยุบสภา

หรือแม้แต่สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา จากการชุมนุมก่อการจลาจลในกรุงเทพฯ และล้มการประชุมอาเซียนซัมมิต ครั้งที่ 14 เพื่อต้องการบีบคั้นให้รัฐบาลประกาศยุบสภา แต่สุดท้ายนายกฯ อภิสิทธิ์กลับฮึดสู้ด้วยการประกาศใช้ พ.ร.ก.แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน นั้นส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่น และกำลังใจที่สุเทพได้ให้ไว้ต่อผู้นำรัฐบาล ว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้แน่นอน จึงร่วมกันจับมือพลิกเกมกลับมาสู้ แทนการเลือกที่จะถอดใจยกธงขาว ยอมแพ้

หากพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุเทพกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นับตั้งแต่วันที่ประชาธิปัตย์รั้งสถานะ “พรรคฝ่ายค้าน” อภิสิทธิ์ รับบท “ผู้นำฝ่ายค้าน” ที่ไม่อาจงัดง้างความแข็งแกร่งได้กับเสียงข้างมากกับพรรคนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณมาถึงสองยุครัฐบาลที่ผ่านมา จนแปรเปลี่ยนมาสู่ ณ เวลานี้ เมื่อทั้งคู่กลายเป็นฝ่ายคุมอำนาจในฝ่ายบริหาร ย่อมจะเห็นว่าทั้งสุเทพและอภิสิทธิ์ต่างเป็นแรงหนุนที่เกื้อกันและกัน เพราะแม้นายกฯ อภิสิทธิ์จะพกพาภาพแห่งความเป็นผู้นำ พร้อมพรั่งด้วยคุณสมบัติในทุกๆ ด้าน แต่หากขาดกุนซือที่ทำหน้าที่เป็นขุมกำลัง กำหนดยุทธวิธีต่อสู้ทางการเมืออย่างสุเทพแล้ว โอกาสที่จะเอื้อมถึงบัลลังก์ผู้นำประเทศย่อมเป็นไปได้ยากยิ่ง

ขณะที่สุเทพเองถึงแม้เขาจะต้องการได้รับตำแหน่งใน ครม.มากแค่ไหนก็ตาม แต่หากไม่มีบุคคลที่มีภาพลักษณ์เป็นเลิศ และต้นทุนทางสังคมสูงอย่างอภิสิทธิ์แล้ว ความหวังก็ยังคงเป็นเพียงความหวังต่อไปเท่านั้น และด้วยความที่สุเทพเป็นนักปั้นนายกฯ คนที่ 27 ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะด้วยภาระหน้าที่หรือความจริงใจก็ตาม

สิ่งเหล่านี้ย่อมกลายเป็นเงื่อนไขที่ทำให้สุเทพ เทือกสุบรรณ มิใช่เพียงเลขาธิการพรรคและรองนายกรัฐมนตรีธรรมดาเฉกเช่นคนอื่นๆ แต่เขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจร “อิทธิพล” ในฝ่ายบริหาร และส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจของนายกฯ อภิสิทธิ์ อีกไม่นานอาจมีใครบางคนแอบเรียกเขาว่า “นายกฯ น้อย”!

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

แบรนด์ที่ใช้สื่อโฆษณาสูงสุดในเดือนตุลาคม 2557 อันดับ 1 เป็นของ วาสลีน บอดี้ สกินแคร์ ด้วยงบซื้อโฆษณา 79 ล้านบาท อันดับ 2 เป็นของ แชมพู เคลียร์ ใช้งบไป 69 ล้านบาท แซงหน้าโตโยต้า ที่หล่นมาอยู่ในอันดับ 3 โดยโตโยต้ารถยนต์นั่ง ใช้งบไป 67 ล้านบาท

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

ได้ชื่อว่าเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยทีมงานในการครีเอทีฟ เพื่อสร้างสรร แคมเปญโฆษณาให้ลูกค้าให้โดนใจที่สุด ในภาวะที่ผู้บริโภคมีความซับซ้อน เรื่องของบรรยากาศในที่ทำงาน เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการทำงานของทีมงาน

บริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ได้ทำการสำรวจและจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand) พบว่า แอปเปิ้ล ยังคงขึ้นครองแชมป์แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุด ของโลก ติดต่อกันมา 2 ปีแล้ว มีมูลค่า 1.18 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

เปิดห้องทำงานของ CEO แห่งเอเจนซี่โฆษณา BBDO กรุงเทพ “สมเกียรติ ลาภธนัญชัยวงศ์” หรือ ลาภ ประธานกรรมการบริหาร บีบีดีโอ กรุงเทพ

Strategic Move

หลังจากที่เซเว่นอีเลฟเว่น สร้างความฮือฮา ด้วยการทดลองเปิดธุรกิจอาหารตามสั่ง แบบปรุงสดในร้าน เริ่มสาขาแรกที่ประชาสงเคราะห์ ซอย 23 ไปแล้ว เมื่อ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา

หลังจากที่สิงห์ได้ทำการเทคโอเวอร์ บมจ. รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ มูลค่ากว่า 8 พันล้านบาท เพื่อเป็นทางลัดในการปูทางสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัว ซึ่งถือว่าเป็นน้องใหม่ในธุรกิจนี้เลยก็ว่าได้ สิงห์ยังคงเปิดแผนนโยบายเดิมคือเน้นการเข้าซื้อและควบควมกิจการธุรกิจ เพื่อการเติบโตอย่างรวดเร็ว

โครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ หนึ่งในบิ๊กโปรเจกต์ของ "สิงห์ เอสเตท" ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบุญรอดฯ ด้วยมูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท ในพื้นที่ 11 ไร่ ทำเลถนนอโศก-เพชรบุรี โดยที่เป็นโครงการแบบมิกซ์ยูส รวบรวมทั้งอาคารสำนักงาน คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรม พื้นที่สำหรับค้าปลีก รวมไปถึงจะเป็นที่ทำงานของผู้บริหารระดับสูงของสิงห์ด้วย จะเปิดทำการในปี 2017

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

วันนี้ขออนุญาตพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ควรระวังในการตลาดปี 2015 ก่อนอื่นคงจะเห็นได้ว่า มีปัจจัยมากมายที่ Controls และ Un-controls ซึ่งกำลังพูดถึง ปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

การจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand)ในปี 2014โดยบริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ยังพบด้วยว่า แบรนด์ที่เข้ามาติดอันดับในปีนี้เป็นครั้งแรก ประกอบไปด้วย ดีเอชแอล (อันดับ 81) แลนด์โรเวอร์ (อันดับที่ 91) เฟดเด็กซ์ (อันดับที่ 92) หัวเหว่ย (อันดับที่ 94) และฮูโก้ บอส (อันดับที่ 97)

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

People

ก้อง-อดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ หวานใจของ ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ เจ้าของ ฉายา "เจ้าหญิงไอที" ผู้ปลุกปั้น "เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์" นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่ต่อยอดกิจการครอบครัว จากผู้ผลิตขนมกินเล่นรายเล็กๆ จนมาเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่ม และจำหน่าย “เซปเป้ บิวติ ดริงค์”

ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการประกาศแต่งตั้งผู้บริหาระดับสูง เป็นผลมาจากการที่ กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในวันที่ 2 เมษายน 2558

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348