“สุเทพ เทือกสุบรรณ” The Match Maker

เบื้องหลังความสำเร็จในการก้าวขึ้นสู่ผู้ยิ่งใหญ่ในฐานะผู้นำรัฐบาลคนที่ 27 ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แน่นอนว่านอกเหนือไปจากความรู้ความสามารถอันถือว่าเป็น “สินทรัพย์ส่วนตัว” ของเขาที่ได้บ่มเพาะสร้างประสบการณ์และต้นทุนทางการเมืองให้กับตัวเองมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ยังต้องไม่ลืมว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ คือบุคคลที่มีบทบาทและมีความสำคัญมากที่สุดที่ผลักดันให้อภิสิทธิ์ได้สมหวัง

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยเคยบันทึกความสำเร็จในวันวานระหว่าง “หัวหน้าชวน-เสธ.หนั่น” เมื่อครั้งทั้งสอง ชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ สองสมัยกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เคยกอดคอกันนำพาให้พรรคประชาธิปัตย์รุ่งเรืองถึงขีดสุด ด้วยการได้รับโอกาสเป็นรัฐบาลถึงสองครั้งที่ผ่านมาเอาไว้อย่างสวยหรูแล้ว ในวันนี้ทั้ง “อภิสิทธิ์-สุเทพ” เองก็กำลังย้อนรอยตำนานในบทบาทที่แทบไม่มีความแตกต่างเช่นกัน เนื่องเพราะฝ่ายที่ทำหน้าที่เป็น “แม่บ้านพรรค” ออกแรงหนุน “หัวหน้าพรรค” ให้มีโอกาสได้เป็นผู้นำประเทศ โดยอาศัยทั้งความเก่งกาจ ชั้นเชิง และไหวพริบ แลกเอาชัยชนะมาได้

สุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ใช่นักการเมืองที่อ่อนพรรษา ด้อยประสบการณ์ หากแต่สุเทพคือนักการเมืองในแบบฉบับที่เรียกได้ว่าครบเครื่อง ทั้งบู๊และบุ๋น ยอมสงบนิ่งเมื่อใดที่รู้ว่ากำลังตกเป็นรองในสถานการณ์ ขณะเดียวกันพร้อมที่จะเดินหน้าบุกเข้าหาคู่ต่อสู้เมื่อมองเห็น “ชัยชนะ” ทั้งนี้หากจะว่าไปแล้วต้องถือว่าทั้งประสบการณ์และความเหนือชั้นทางการเมืองของเขานั้น ย่อมไม่ใช่เพียงแค่มาจากการเป็น ส.ส.ผูกขาด 10 สมัยใน จ.สุราษฎร์ธานี นับตั้งแต่ปี 2522 เป็นต้นมาเท่านั้น แต่อาจต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ รอยยิ้ม รวมถึงความเจ็บปวดในทางการเมืองเมื่อยามที่แพ้พ่าย

แต่เพราะความที่เป็นนักต่อสู้ที่ทรหดอย่างสุเทพ จึงสามารถอดทนฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการมาจนถึงวันนี้ วันที่หลายคนเชื่อว่าบทบาทและภารกิจที่สุเทพดำเนินมาจนถึงเวลานี้นั้น ไม่ต่างไปจากการทำหน้าที่เป็นเสมือน “ลมใต้ปีก” ให้กับนายกฯ อภิสิทธิ์

แม้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ 1” จะมีด้วยกันหลายตำแหน่ง แต่เป็นที่รู้กันดีว่ามีเพียงรองนายกฯ สุเทพเท่านั้นที่เป็นทั้งขุมพลังทางการเมืองและฝ่ายคลังสมองให้กับนายกฯ อภิสิทธิ์ ทั้งในยามปกติและท่ามกลางสถานการณ์ที่คับขัน อำนาจในการตัดสินใจเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับงานด้านการเมือง โดยเฉพาะการต่อกรกับขั้วอำนาจเก่านั้น นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้มอบหมายให้รองนายกฯ สุเทพ มีบทบาทเข้าไปกำกับดูแลในทุกภาคส่วน

การกำหนดภารกิจหน้าที่ทางด้านการเมืองให้ตกเป็นธุระของรองนายกฯ สุเทพนั้น ด้านหนึ่งย่อมเป็นการดี เพราะจะช่วยทำให้นายกฯ อภิสิทธิ์สามารถทุ่มเทกำลังไปกับงานด้านการบริหารในรัฐบาลได้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับพบว่าภายใต้การขับเคลื่อนเดินทัพของสุเทพต่องานการเมืองทั้งภายในพรรคประชาธิปัตย์เองและการประสาน “ประโยชน์” ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลนั้นได้ก่อให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งที่ส่อเค้าบานปลายในวันข้างหน้า

โดยเฉพาะเค้าลางความบาดหมางที่เกิดขึ้นจากการรวบอำนาจบริหารจัดการภายในพรรคเอาไว้ที่สุเทพ เพียงคนเดียว จนเกิดเป็น “แก๊งค์ออฟโฟร์” กลุ่มการเมืองซึ่งมีอิทธิพลมากที่สุดในประชาธิปัตย์ จนสร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำในพรรคหลายต่อหลายคนที่พลาดหวังจากตำแหน่งใน ครม. เพราะสุเทพเลือกปูนบำเหน็จเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับแกนนำใกล้ชิดและผ่านแก๊งค์ออฟโฟร์เท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี - วิทยา แก้วภารดัย รมว.สาธารณสุข - ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู - อัญชลี วานิช เทพบุตร

ทั้งที่ผ่านมาจะมีเสียงปฏิเสธจากทั้งสุเทพและนายกฯ อภิสิทธิ์ อย่างแข็งขันว่าไม่มีแก๊งค์ออฟโฟร์ในพรรคอย่างแน่นอน แต่กลับพบว่ามีกระแสข่าวความไม่พอใจจาก “นายหัวชวน” ดังเล็ดรอดผ่านสื่อออกมาบ่อยครั้ง ทั้งในกรณีการแต่งตั้งรัฐมนตรีในโควตาของพรรค กรณีที่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ถูกโจมตีเนื่องจากปล่อยให้อดีตนายกฯ ทักษิณโฟนอินเข้ามาปลุกระดมข้ามประเทศ ก่อนการนัดชุมนุมใหญ่ 8 เม.ย. จนถึงกรณีล่าสุดคือการที่ทั้งนายกฯ อภิสิทธิ์และรองนายกฯ สุเทพยอมเปิดไฟเขียวให้มีการพ่วงนิรโทษกรรมอดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111+109 ซึ่งงานนี้ไม่เพียงแต่ “ชวน หลีกภัย”ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคเท่านั้นที่ออกอาการไม่สบอารมณ์ แม้แต่ “บัญญัติ บรรทัดฐาน” ในฐานะรองประธานสภาที่ปรึกษาของพรรคเองก็มีท่าทีไม่แตกต่างกัน

การบริหารจัดการงานทางด้านการเมืองทั้งภายในพรรคและระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลสำหรับสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นอาจไม่ใช่เรื่องยากลำบาก หากบรรยากาศทางการเมืองในสังคมไม่เต็มไปด้วยความปั่นป่วน วุ่นวายและขัดแย้งทางความคิดกันอย่างหนัก จนยากที่จะหันหน้าเข้าสู่การสมานฉันท์ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ภายใต้วิกฤตที่รัฐบาลกำลังเผชิญหน้าจากอำนาจเก่า และพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะเมื่อสุเทพต้องรับมือเนวิน ชิดชอบ นักการเมืองเขี้ยวลากดิน ยิ่งไม่ใช่ภาวะปกติอย่างแน่นอน

แต่เป็นเพราะคนอย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เคยข้ามผ่านมาแล้ว ทั้งความสำเร็จและล้มเหลวทางการเมืองมาอย่างโชกโชน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจหากจะพบว่าแม้ท่ามกลางวิกฤตรอบด้านที่รัฐบาลกำลังเผชิญหน้าอยู่ ณ เวลานี้ รวมทั้งตัวเขาเองที่ถูกกดดันจากหลายฝ่ายอย่างหนักให้ปรับออกจากตำแหน่งรองนายกฯ ในฐานะที่ดูแลฝ่ายความมั่นคง แต่กลับไม่สามารถคุ้มครองอารักขาตัวนายกฯ อภิสิทธิ์ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯ รวมทั้งตัวเขาเองให้รอดพ้นจากการถูกคุกคามจากกลุ่มเสื้อแดงไปได้ก็ตาม แต่กลับไม่สะทกสะท้าน หาทางออกให้กับนายกฯ อภิสิทธิ์และรัฐบาลให้ฟันฝ่ามรสุมครั้งนี้ไปให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกระแสกดดันจากกลุ่มเสื้อแดงให้ยุบสภา

หรือแม้แต่สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา จากการชุมนุมก่อการจลาจลในกรุงเทพฯ และล้มการประชุมอาเซียนซัมมิต ครั้งที่ 14 เพื่อต้องการบีบคั้นให้รัฐบาลประกาศยุบสภา แต่สุดท้ายนายกฯ อภิสิทธิ์กลับฮึดสู้ด้วยการประกาศใช้ พ.ร.ก.แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน นั้นส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่น และกำลังใจที่สุเทพได้ให้ไว้ต่อผู้นำรัฐบาล ว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้แน่นอน จึงร่วมกันจับมือพลิกเกมกลับมาสู้ แทนการเลือกที่จะถอดใจยกธงขาว ยอมแพ้

หากพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุเทพกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นับตั้งแต่วันที่ประชาธิปัตย์รั้งสถานะ “พรรคฝ่ายค้าน” อภิสิทธิ์ รับบท “ผู้นำฝ่ายค้าน” ที่ไม่อาจงัดง้างความแข็งแกร่งได้กับเสียงข้างมากกับพรรคนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณมาถึงสองยุครัฐบาลที่ผ่านมา จนแปรเปลี่ยนมาสู่ ณ เวลานี้ เมื่อทั้งคู่กลายเป็นฝ่ายคุมอำนาจในฝ่ายบริหาร ย่อมจะเห็นว่าทั้งสุเทพและอภิสิทธิ์ต่างเป็นแรงหนุนที่เกื้อกันและกัน เพราะแม้นายกฯ อภิสิทธิ์จะพกพาภาพแห่งความเป็นผู้นำ พร้อมพรั่งด้วยคุณสมบัติในทุกๆ ด้าน แต่หากขาดกุนซือที่ทำหน้าที่เป็นขุมกำลัง กำหนดยุทธวิธีต่อสู้ทางการเมืออย่างสุเทพแล้ว โอกาสที่จะเอื้อมถึงบัลลังก์ผู้นำประเทศย่อมเป็นไปได้ยากยิ่ง

ขณะที่สุเทพเองถึงแม้เขาจะต้องการได้รับตำแหน่งใน ครม.มากแค่ไหนก็ตาม แต่หากไม่มีบุคคลที่มีภาพลักษณ์เป็นเลิศ และต้นทุนทางสังคมสูงอย่างอภิสิทธิ์แล้ว ความหวังก็ยังคงเป็นเพียงความหวังต่อไปเท่านั้น และด้วยความที่สุเทพเป็นนักปั้นนายกฯ คนที่ 27 ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะด้วยภาระหน้าที่หรือความจริงใจก็ตาม

สิ่งเหล่านี้ย่อมกลายเป็นเงื่อนไขที่ทำให้สุเทพ เทือกสุบรรณ มิใช่เพียงเลขาธิการพรรคและรองนายกรัฐมนตรีธรรมดาเฉกเช่นคนอื่นๆ แต่เขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจร “อิทธิพล” ในฝ่ายบริหาร และส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจของนายกฯ อภิสิทธิ์ อีกไม่นานอาจมีใครบางคนแอบเรียกเขาว่า “นายกฯ น้อย”!

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

สงครามน้ำดำรอบใหม่ในปี 2557 กำลังถึงจุดที่ท้าทายของ “เอส” ต้องฝ่าวงล้อมคู่แข่ง หลังจากโดน “เป๊ปซี่” ช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจนหล่นมาเป็นเบอร์ 3 ทำให้เอสต้องเดินตามรอยบิ๊กโคล่า ใช้กลยุทธ์ “ราคา” และปริมาณเข้าสู้ ควบคู่ไปกับการให้ส่วนแบ่งตลาดร้านค้าแบบเต็มเหนี่ยว เพื่อรักษาเครือข่ายช่องทางจำหน่ายที่เป็นป้อมปราการที่สุด

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488