“สุเทพ เทือกสุบรรณ” The Match Maker

เบื้องหลังความสำเร็จในการก้าวขึ้นสู่ผู้ยิ่งใหญ่ในฐานะผู้นำรัฐบาลคนที่ 27 ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แน่นอนว่านอกเหนือไปจากความรู้ความสามารถอันถือว่าเป็น “สินทรัพย์ส่วนตัว” ของเขาที่ได้บ่มเพาะสร้างประสบการณ์และต้นทุนทางการเมืองให้กับตัวเองมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ยังต้องไม่ลืมว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ คือบุคคลที่มีบทบาทและมีความสำคัญมากที่สุดที่ผลักดันให้อภิสิทธิ์ได้สมหวัง

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยเคยบันทึกความสำเร็จในวันวานระหว่าง “หัวหน้าชวน-เสธ.หนั่น” เมื่อครั้งทั้งสอง ชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ สองสมัยกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เคยกอดคอกันนำพาให้พรรคประชาธิปัตย์รุ่งเรืองถึงขีดสุด ด้วยการได้รับโอกาสเป็นรัฐบาลถึงสองครั้งที่ผ่านมาเอาไว้อย่างสวยหรูแล้ว ในวันนี้ทั้ง “อภิสิทธิ์-สุเทพ” เองก็กำลังย้อนรอยตำนานในบทบาทที่แทบไม่มีความแตกต่างเช่นกัน เนื่องเพราะฝ่ายที่ทำหน้าที่เป็น “แม่บ้านพรรค” ออกแรงหนุน “หัวหน้าพรรค” ให้มีโอกาสได้เป็นผู้นำประเทศ โดยอาศัยทั้งความเก่งกาจ ชั้นเชิง และไหวพริบ แลกเอาชัยชนะมาได้

สุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ใช่นักการเมืองที่อ่อนพรรษา ด้อยประสบการณ์ หากแต่สุเทพคือนักการเมืองในแบบฉบับที่เรียกได้ว่าครบเครื่อง ทั้งบู๊และบุ๋น ยอมสงบนิ่งเมื่อใดที่รู้ว่ากำลังตกเป็นรองในสถานการณ์ ขณะเดียวกันพร้อมที่จะเดินหน้าบุกเข้าหาคู่ต่อสู้เมื่อมองเห็น “ชัยชนะ” ทั้งนี้หากจะว่าไปแล้วต้องถือว่าทั้งประสบการณ์และความเหนือชั้นทางการเมืองของเขานั้น ย่อมไม่ใช่เพียงแค่มาจากการเป็น ส.ส.ผูกขาด 10 สมัยใน จ.สุราษฎร์ธานี นับตั้งแต่ปี 2522 เป็นต้นมาเท่านั้น แต่อาจต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ รอยยิ้ม รวมถึงความเจ็บปวดในทางการเมืองเมื่อยามที่แพ้พ่าย

แต่เพราะความที่เป็นนักต่อสู้ที่ทรหดอย่างสุเทพ จึงสามารถอดทนฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการมาจนถึงวันนี้ วันที่หลายคนเชื่อว่าบทบาทและภารกิจที่สุเทพดำเนินมาจนถึงเวลานี้นั้น ไม่ต่างไปจากการทำหน้าที่เป็นเสมือน “ลมใต้ปีก” ให้กับนายกฯ อภิสิทธิ์

แม้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ 1” จะมีด้วยกันหลายตำแหน่ง แต่เป็นที่รู้กันดีว่ามีเพียงรองนายกฯ สุเทพเท่านั้นที่เป็นทั้งขุมพลังทางการเมืองและฝ่ายคลังสมองให้กับนายกฯ อภิสิทธิ์ ทั้งในยามปกติและท่ามกลางสถานการณ์ที่คับขัน อำนาจในการตัดสินใจเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับงานด้านการเมือง โดยเฉพาะการต่อกรกับขั้วอำนาจเก่านั้น นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้มอบหมายให้รองนายกฯ สุเทพ มีบทบาทเข้าไปกำกับดูแลในทุกภาคส่วน

การกำหนดภารกิจหน้าที่ทางด้านการเมืองให้ตกเป็นธุระของรองนายกฯ สุเทพนั้น ด้านหนึ่งย่อมเป็นการดี เพราะจะช่วยทำให้นายกฯ อภิสิทธิ์สามารถทุ่มเทกำลังไปกับงานด้านการบริหารในรัฐบาลได้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับพบว่าภายใต้การขับเคลื่อนเดินทัพของสุเทพต่องานการเมืองทั้งภายในพรรคประชาธิปัตย์เองและการประสาน “ประโยชน์” ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลนั้นได้ก่อให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งที่ส่อเค้าบานปลายในวันข้างหน้า

โดยเฉพาะเค้าลางความบาดหมางที่เกิดขึ้นจากการรวบอำนาจบริหารจัดการภายในพรรคเอาไว้ที่สุเทพ เพียงคนเดียว จนเกิดเป็น “แก๊งค์ออฟโฟร์” กลุ่มการเมืองซึ่งมีอิทธิพลมากที่สุดในประชาธิปัตย์ จนสร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำในพรรคหลายต่อหลายคนที่พลาดหวังจากตำแหน่งใน ครม. เพราะสุเทพเลือกปูนบำเหน็จเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับแกนนำใกล้ชิดและผ่านแก๊งค์ออฟโฟร์เท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี - วิทยา แก้วภารดัย รมว.สาธารณสุข - ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู - อัญชลี วานิช เทพบุตร

ทั้งที่ผ่านมาจะมีเสียงปฏิเสธจากทั้งสุเทพและนายกฯ อภิสิทธิ์ อย่างแข็งขันว่าไม่มีแก๊งค์ออฟโฟร์ในพรรคอย่างแน่นอน แต่กลับพบว่ามีกระแสข่าวความไม่พอใจจาก “นายหัวชวน” ดังเล็ดรอดผ่านสื่อออกมาบ่อยครั้ง ทั้งในกรณีการแต่งตั้งรัฐมนตรีในโควตาของพรรค กรณีที่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ถูกโจมตีเนื่องจากปล่อยให้อดีตนายกฯ ทักษิณโฟนอินเข้ามาปลุกระดมข้ามประเทศ ก่อนการนัดชุมนุมใหญ่ 8 เม.ย. จนถึงกรณีล่าสุดคือการที่ทั้งนายกฯ อภิสิทธิ์และรองนายกฯ สุเทพยอมเปิดไฟเขียวให้มีการพ่วงนิรโทษกรรมอดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111+109 ซึ่งงานนี้ไม่เพียงแต่ “ชวน หลีกภัย”ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคเท่านั้นที่ออกอาการไม่สบอารมณ์ แม้แต่ “บัญญัติ บรรทัดฐาน” ในฐานะรองประธานสภาที่ปรึกษาของพรรคเองก็มีท่าทีไม่แตกต่างกัน

การบริหารจัดการงานทางด้านการเมืองทั้งภายในพรรคและระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลสำหรับสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นอาจไม่ใช่เรื่องยากลำบาก หากบรรยากาศทางการเมืองในสังคมไม่เต็มไปด้วยความปั่นป่วน วุ่นวายและขัดแย้งทางความคิดกันอย่างหนัก จนยากที่จะหันหน้าเข้าสู่การสมานฉันท์ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ภายใต้วิกฤตที่รัฐบาลกำลังเผชิญหน้าจากอำนาจเก่า และพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะเมื่อสุเทพต้องรับมือเนวิน ชิดชอบ นักการเมืองเขี้ยวลากดิน ยิ่งไม่ใช่ภาวะปกติอย่างแน่นอน

แต่เป็นเพราะคนอย่างสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เคยข้ามผ่านมาแล้ว ทั้งความสำเร็จและล้มเหลวทางการเมืองมาอย่างโชกโชน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจหากจะพบว่าแม้ท่ามกลางวิกฤตรอบด้านที่รัฐบาลกำลังเผชิญหน้าอยู่ ณ เวลานี้ รวมทั้งตัวเขาเองที่ถูกกดดันจากหลายฝ่ายอย่างหนักให้ปรับออกจากตำแหน่งรองนายกฯ ในฐานะที่ดูแลฝ่ายความมั่นคง แต่กลับไม่สามารถคุ้มครองอารักขาตัวนายกฯ อภิสิทธิ์ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯ รวมทั้งตัวเขาเองให้รอดพ้นจากการถูกคุกคามจากกลุ่มเสื้อแดงไปได้ก็ตาม แต่กลับไม่สะทกสะท้าน หาทางออกให้กับนายกฯ อภิสิทธิ์และรัฐบาลให้ฟันฝ่ามรสุมครั้งนี้ไปให้ได้โดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกระแสกดดันจากกลุ่มเสื้อแดงให้ยุบสภา

หรือแม้แต่สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา จากการชุมนุมก่อการจลาจลในกรุงเทพฯ และล้มการประชุมอาเซียนซัมมิต ครั้งที่ 14 เพื่อต้องการบีบคั้นให้รัฐบาลประกาศยุบสภา แต่สุดท้ายนายกฯ อภิสิทธิ์กลับฮึดสู้ด้วยการประกาศใช้ พ.ร.ก.แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน นั้นส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่น และกำลังใจที่สุเทพได้ให้ไว้ต่อผู้นำรัฐบาล ว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้แน่นอน จึงร่วมกันจับมือพลิกเกมกลับมาสู้ แทนการเลือกที่จะถอดใจยกธงขาว ยอมแพ้

หากพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุเทพกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นับตั้งแต่วันที่ประชาธิปัตย์รั้งสถานะ “พรรคฝ่ายค้าน” อภิสิทธิ์ รับบท “ผู้นำฝ่ายค้าน” ที่ไม่อาจงัดง้างความแข็งแกร่งได้กับเสียงข้างมากกับพรรคนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณมาถึงสองยุครัฐบาลที่ผ่านมา จนแปรเปลี่ยนมาสู่ ณ เวลานี้ เมื่อทั้งคู่กลายเป็นฝ่ายคุมอำนาจในฝ่ายบริหาร ย่อมจะเห็นว่าทั้งสุเทพและอภิสิทธิ์ต่างเป็นแรงหนุนที่เกื้อกันและกัน เพราะแม้นายกฯ อภิสิทธิ์จะพกพาภาพแห่งความเป็นผู้นำ พร้อมพรั่งด้วยคุณสมบัติในทุกๆ ด้าน แต่หากขาดกุนซือที่ทำหน้าที่เป็นขุมกำลัง กำหนดยุทธวิธีต่อสู้ทางการเมืออย่างสุเทพแล้ว โอกาสที่จะเอื้อมถึงบัลลังก์ผู้นำประเทศย่อมเป็นไปได้ยากยิ่ง

ขณะที่สุเทพเองถึงแม้เขาจะต้องการได้รับตำแหน่งใน ครม.มากแค่ไหนก็ตาม แต่หากไม่มีบุคคลที่มีภาพลักษณ์เป็นเลิศ และต้นทุนทางสังคมสูงอย่างอภิสิทธิ์แล้ว ความหวังก็ยังคงเป็นเพียงความหวังต่อไปเท่านั้น และด้วยความที่สุเทพเป็นนักปั้นนายกฯ คนที่ 27 ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะด้วยภาระหน้าที่หรือความจริงใจก็ตาม

สิ่งเหล่านี้ย่อมกลายเป็นเงื่อนไขที่ทำให้สุเทพ เทือกสุบรรณ มิใช่เพียงเลขาธิการพรรคและรองนายกรัฐมนตรีธรรมดาเฉกเช่นคนอื่นๆ แต่เขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจร “อิทธิพล” ในฝ่ายบริหาร และส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจของนายกฯ อภิสิทธิ์ อีกไม่นานอาจมีใครบางคนแอบเรียกเขาว่า “นายกฯ น้อย”!

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488