“เศรษฐีโลก” เจริญ สิริวัฒนภักดี

“ลูกชายท่านคนหนึ่ง สุภาพ ติดดิน มีน้ำใจมาก เคยเจอครั้งหนึ่งที่งานสังคม เขาก็อุตสาห์เดินไปหาเก้าอี้ให้ดิฉันนั่ง” ข้าราชการคนหนึ่งเล่าให้ฟังด้วยความปลาบปลื้ม และออกอาการชื่นชมบุตรชายคนหนึ่งของ ”เจริญ สิริวัฒนภักดี” เศรษฐีอันดับ 1 ของไทย อย่างมาก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมาย ที่ลูกมหาเศรษฐีจะบริการและให้เกียรติคนธรรมดาคนหนึ่งได้อย่างไม่ถือตัว

ทำให้อดชื่นชมเสียไม่ได้กับการเลี้ยงดูบุตรและธิดา ที่กลายเป็นที่รักใคร่ของคนในสังคม ซึ่งไม่เพียงอ่อนน้อมถ่อมตน และมีสัมมาคารวะแล้ว ยังไม่ได้ทำตัวเหมือนชาวไฮโซทั่วไป

นี่คือความสำเร็จสุดยอดของคนคนหนึ่งที่พึงมี ในการสามารถสร้างทายาทที่มีคุณภาพต่อสังคม จึงไม่น่าแปลกใจว่าในยุคนี้ ที่สังคมไทยจะรู้จัก ”เสี่ยเจริญ” กันอย่างดี โดยไม่ใช่การรู้จักเฉพาะความร่ำรวยเท่านั้น และไม่เพียงประเทศไทยเท่านั้น แต่ในสังคมโลกก็รู้จัก ”เสี่ยเจริญ” ในฐานะเศรษฐีระดับโลกด้วยเช่นกัน จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส ในปี 2548 ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 120,000 ล้านบาท อยู่ในอันดับที่ 194 ของเศรษฐีโลก

ข้อมูลเกี่ยวกับ ”เสี่ยเจริญ” มีอยู่ในเกือบทุกห้องสมุด และหอสมุด มีอยู่ในการค้นหาจากอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก ด้วยบทสรุปที่ได้ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าที่มาของความร่ำรวยของ ”เสี่ยเจริญ” นั้นคือธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่แม่โขง แสงโสม จนถึงเบียร์ รวมหลายสิบแบรนด์ที่สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในตลาด ตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงระดับไฮเอนด์

แต่ ”เสี่ยเจริญ” ก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น ยังมีธุรกิจอีกมากมายที่อยู่ในอาณาจักรของเขา ทั้งธุรกิจน้ำตาล กระดาษ และธนาคาร โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ที่ไม่ว่ายุคฟองสบู่แตก ระดับจีดีพีไต่อยู่ใกล้ 1-2% เท่านั้น หรือยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟูที่จีดีพีพุ่งเกิน 5% “เสี่ยเจริญ” ก็ก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง จะมีบ้างก็เพียงการถอย เพื่อก้าวต่อเท่านั้น

สิ่งที่เป็นปัจจุบันของ ”เสี่ยเจริญ” ยังสะท้อนถึงพลังของการบริหารธุรกิจ จนกระทั่งคลังเงินทุนของ ”เสี่ยเจริญ” เป็นที่หมายตาของธุรกิจต่างๆ หลายธุรกิจ ที่ส่ออาการย่ำแย่ก็มักมีการลือว่า ”เสี่ยเจริญ” จะเข้าไปเทกโอเวอร์ อย่างเช่น “ไอทีวี” ที่เคยประสบภาวะเขาทุนเมื่อ 5 ปีก่อน ก็มีข่าวว่า ”เสี่ยเจริญ” จะเข้าไปเทกฯ แต่ดีลยังไม่สำเร็จ จนถึงปัจจุบันที่ไอทีวีกำลังต้องเผชิญปัญหาแพ้คดีฟ้องร้องการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้รัฐ มาจนถึงค่าปรับกว่า 7 หมื่นล้านบาท เสียงลือว่า ”เสี่ยเจริญ” จะเข้ามาเทกฯก็ดังขึ้นอีกครั้ง

หรือแม้แต่อุตสาหกรรมโทรคมนาคม ที่หลายคนกำลังเล็งผลักดันให้เกิดบริการโทรศัพท์มือถือระบบ 3 จี แต่ไม่มีผู้ให้บริการรายใดมีเงินทุนเพียงพอ ก็มีชื่อของ ”เสี่ยเจริญ” ว่าเป็นนักลงทุนธุรกิจโทรศัพท์มือถือ 3 จี ที่มีความพร้อมมากที่สุด

แม้กระทั่งธุรกิจ ”ชาเขียว” ที่จู่ๆ “เสี่ยเจริญ” ก็ทุ่ม 3 พันล้านซื้อทั้งธุรกิจชาเขียว และ ”ตัน ภาสกรนที” มาอยู่ในสังกัด

แต่ความเป็น ”เสี่ยเจริญ” ไม่ได้ลงทุนอย่างสเปะสปะ เพราะทุกอย่างต้องรอบคอบ และมีกลยุทธ์ เหมือนอย่างพ.ศ.นี้ที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ ”เสี่ยเจริญ” กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีการเปิดกว้าง ดึงพันธมิตรจากสิงคโปร์ “แคปปิตอลแลนด์” ในเครือกองทุนเทมาเส็ก โฮลดิ้ง มาร่วมทุนในนามบริษัท ที.ซี.ซี. แคปปิตอลแลนด์ จำกัด

อาณาจักรของที.ซี.ซี.แลนด์ฯ จึงเติบโตรวดเร็ว อย่างที่เห็นกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่พักอาศัยระดับหรู คือ Athenee Residence เปิดตัวไปเมื่อเดือนธันวาคม 2547 จำนวน 219 ยูนิต ปี 2548 เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 70 ยูนิต “ราชครู วิลล่า” บนถนนพหลโยธินซอย 5 และปลายปี 2548 ประกาศเปิดตัว Empire Place สูง 45 ชั้น บนแยกสาทร นราธิวาสราชนครินทร์ ซอย 4 เป็นห้องชุดที่อยู่อาศัย 440 ยูนิต ขณะนี้ครึ่งหนึ่งของโครงการถูกขายหมดแล้ว
นอกจากนี้ยังกำลังพัฒนาที่ดิน 300 ไร่ ที่ เกษตร-นวมินทร์ เป็นบ้านเดี่ยวระดับหรู และศูนย์การค้า ทั้งบ้านพักอาศัย และศูนย์การค้า

ยังไม่นับโครงการอีกนับสิบโครงการทั้งในและต่างประเทศ ที่ ”เสี่ยเจริญ” ลงทุนก่อนหน้านี้ ในนาม ที.ซี.ซี.แลนด์ และที่กำลังมุ่งเข็มลงทุนในทำเลทองอีกหลายแห่ง แข่งกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่น

“เสี่ยเจริญ” ยังสยายปีกไปต่างประเทศ โดยส่งธุรกิจสุราเป็นหัวหอก โดยทุ่มทุนติดโลโก้เบียร์ช้าง บนเสื้อของทีมฟุตบอลสโมสรเอฟเวอร์ตัน ของอังกฤษ และเมื่อพลาดหวังจากการนำบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ก็ยังมีช่องทางไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เมื่อต้นปี 2549 ที่ผ่านมา สดๆ ร้อนๆ

เพราะฉะนั้นยุคนี้ คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ”เจริญ สิริวัฒนภักดี” ยังคงเป็นนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศไทย

“จากกรรมกร ถึงเศรษฐีโลก”

ประวัติของ “เจริญ สิริวัฒนภักดี “ มีการเขียน เรียบเรียงจำนวนมาก สรุปได้ว่า เขามีชื่อจีน “โซวเคียกเม้ง” เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2487 บิดามีอาชีพ ”ขายหอยทอด” ใช้เวลาเรียนถึง 8 ปีเพื่อให้จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเผยอิง เพราะสอบตกเรียนซ้ำชั้น แต่มีข้อดีทำให้มีเพื่อนหลายรุ่น และมีเวลานานพอที่จะหาเลี้ยงชีพด้วยการขายของเล็กๆ น้อยๆ เมื่อเขา 11 ปี ได้รับจ้างเข็นรถส่งสินค้า ย่านสำเพ็ง ทรงวาด จากนั้นก็ขยับเป็นพ่อค้าหาบของขาย

ปี 2504 ได้เป็นลูกจ้างของชาวจีนที่อพยพมาอยู่เมืองไทยคนหนึ่ง ในบริษัทย่งฮะเส็ง และห้างหุ้นส่วนจำกัด แพนอินเตอร์ ที่จัดส่งสินค้าให้โรงงานสุราบางยี่ขั้น และเพียงปีเดียวเขาได้เป็น ”ซัพพลายเออร์” ให้โรงงานสุราบางยี่ขันเอง นำมาสู่การรู้จักกับนายจุล กาญจนลักษณ์” ผู้เชี่ยวชาญการปรุงรสสุรา โดยเฉพาะสูตร ”แม่โขง” และคุ้นเคยกับเจ้าสัว เถลิง เหล่าจินดา” ผู้มีอำนาจในการจัดซื้ออุปกรณ์ทุกอย่างของโรงงาน โซเคียกเม้ง” กลายเป็นขุนพลคู่ใจของเจ้าสัวเถลิงในเวลาไม่นาน เพราะความอ่อนน้อมถ่อมตน และมีสัมมาคารวะ กลยุทธ์ แลเคล็ดลับในการทำธุรกิจสุราจึงเป็นของเขาในที่สุด

เมื่ออยู่ในวงการของเจ้าสัวแล้ว จึงได้มีโอกาสพบกับ ”วรรณา แซ่จิว” หรือปัจจุบันคือ ”คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี” บุตรสาวของเจ้าสัวกึ้งจู แซ่จิว

ปี 2518 บริษัทธารน้ำทิพย์ ผู้ผลิต ”ธาราวิสกี้” ของ ”พงส์ สารสิน” และ ”ประสิทธิ์ ณรงค์เดช” ประสบภาวะขาดทุนและประกาศขาย กลุ่มเจ้าสัวเถลิงและ “เจริญ” จึงเข้าซื้อกิจการ ซึ่งก็คือบริษัทแสงโสมในปัจจุบัน

ปี 2529 “เจริญ” ที่ได้กลายเป็น ”เจ้าสัว” ไปแล้ว ได้เข้าสู่ธุรกิจธนาคาร และการเงิน ด้วยความช่วยเหลือของ ”พ่อตา” เข้าไปซื้อหุ้นในธนาคารมหานคร บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาธนกิจ ซื้อหุ้นในบริษัทอาคเนย์ประกันภัย และอีกหลายกิจการ

ปี 2537 ซื้อกิจการกลุ่มโรงแรมอิมพีเรียล ที่มีโรงแรมในเครือจำนวนมากจากนายอากร ฮุนตระกูล และจากนั้น ”เจ้าสัวเจริญ” ก็ขยายธุรกิจอย่างไม่เคยหยุดยั้ง จนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยมีทายาท 5 คน พร้อมสานต่อ คือ อาทินันท์ วัลลภา ฐาปน ฐาปนี และปณต

ปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่เป็นเลื่องลือของเจ้าสัว ”เจริญ” คือ การซุ่มซ่อนยาวนาน สะสมทุน รอคอยโอกาส ที่สำคัญ “คุณธรรมน้ำมิตร” ที่ว่า ”บุญคุณต้องทดแทน” ทำให้เส้นทางของ ”เจ้าสัวเจริญ” ยังมีโอกาสอีกยาวไกล

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488