“เสาร์ 5 มาแรง แรงเยอร์ขอเกิดใหม่

แม้อากาศที่ด่านขุดทดจะร้อนระอุ แต่คลื่นมหาชนนับพันต่างหลั่งไหลมายังวัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา กันอย่างคับคั่งเป็นพิเศษในวันมหามงคลสุดแรงที่เรียกว่า “เสาร์ 5” หรือวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งล่าสุดตรงกับวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม 2553 นับเป็นฤกษ์มหามงคล 100 ปีมีครั้งเดียว ตามตำราโหราศาสตร์แล้วถือว่าเป็นวันแรงที่เหมาะแก่การปลุกเสกเครื่องรางของขลังและคาถาอาคมต่างๆ

หลวงพ่อคูณในวัย 87 ปี ยังคงต้อนรับศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศซึ่งเดินทางมานมัสการ รวมถึงเพื่อฝัง “ตะกรุด” ทองคำ ซึ่งว่ากันว่าจะทำให้แคล้วคลาดจากภัยพิบัติต่างๆ ยิ่งมาฝังในวันเสาร์ 5 ยิ่งเชื่อกันว่าจะยิ่งศักดิ์สิทธิ์แม้บางรายจะต้องรอคิวนานมากกว่าครึ่งวันก็ตาม

เสาร์ 5 ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือการตลาดของแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลัง “แรงเยอร์” แจ้งเกิดอีกรอบ ด้วยการเลือกวันแรงวันแข็งนี้เป็นฤกษ์ในการปลุกเสกเสื้อยืดโดยหลวงพ่อคูณ เกจิอาจารย์ชื่อดังที่มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ และสิ่งของที่หลวงพ่อคูณปลุกเสกล้วนได้รับความเลื่อมใสและมีคุณค่าทางจิตใจต่อผู้นับถือในระดับสูง

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสานสัมพันธ์กับร้านค้า ผ่านเสื้อยืดจำนวน 20,000 ตัว ซึ่งมี 3 เวอร์ชั่น ด้านหน้าสกรีนคำอวยพรของหลวงพ่อคูณว่า “กูให้มึงรวย” “กูให้มึงมีแรง” และ “กูให้มึงปลอดภัย” ขณะที่ด้านหลังเป็นโลโก้แรงเยอร์ และบริเวณแขนเป็น Tagline เด็ด “แรงใจไม่มีวันหมด”

“ผู้บริโภคจดจำ Tagline ได้แม่น แม้หลายคนจะลืมแบรนด์แรงเยอร์ไปแล้ว นี่จึงเป็นทรัพย์สินที่แข็งแกร่งมาก เราจึงนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่” ส่องสกุล สมิตะเกษตริน Senior Brand Manager บอก

นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีการออกบูธผลิตภัณฑ์กลุ่มNon-alcoholของไทยเบฟฯ เพื่อแจกให้คนที่มาร่วมงานได้ดื่มฟรี ทั้งน้ำดื่มช้าง กาแฟกระป๋องแบล็คอัพ เครื่องดื่มเพาเวอร์ พลัส และแรงเยอร์ ถือเป็นการสร้างการรับรู้กับกลุ่มเป้าหมายไปในคราวเดียวกันด้วย

แม้แคมเปญการตลาดครั้งนี้จะไม่ได้มีมูลค่ามากมาย เพราะหากคิดมูลค่าของเสื้อยืดธรรมดาๆ จำนวน 20,000 ตัวนั้น ก็ไม่ได้มากมายนัก แต่เธอเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับที่ดี

“เชื่อว่าใครได้ไปก็มีความสุข ถึงเสื้อจะมีราคาตัวละไม่กี่บาท แต่คุณค่าทางใจประเมินไม่ได้ และหากแจกหมดแล้วก็หมดเลย ไม่อยากให้โดนมองว่าเป็นพุทธพาณิชย์ แต่เป็นมิตรจิต มิตรใจที่เราให้กับร้านค้าเพื่อความเป็นสิริมงคลมากกว่า”

ดังนั้นการแจกเสื้อยืดของแรงเยอร์ให้กับร้านค้าต่างๆ จึงไม่ใช่แค่ของพรีเมียมธรรมดาๆ เพราะหากแค่คำว่า “เสื้อยืด” คงไม่มีใครมองเห็นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะใครๆ ก็ทำกัน แต่เมื่อเติมคำว่า ปลุกเสกโดยหลวงพ่อคูณเข้าไปมูลค่าก็เพิ่มขึ้นทันทีและกลายเป็นของหายากที่สร้างความรู้สึกพิเศษแก่ผู้ครอบครอง และนั่นเท่ากับว่าแรงเยอร์ได้ใจคู่ค้าไปโดยปริยาย และแน่นอนว่าช่องทางจำหน่ายของแรงเยอร์จะแข็งแกร่งและเหนียวแน่นขึ้นด้วย

โดยการตลาดเอาใจคู่ค้าเช่นนี้ นับว่าเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของคนไทยที่ชื่นชอบการทำบุญ และนิยมการบูชาเครื่องลางของขลัง ซึ่งก่อนหน้านี้แรงเยอร์เคยปลุกเสกเสื้อยืดมาแล้วจำนวน 100,000 ตัว โดยหลวงพ่อคูณเช่นกัน และแจกเป็นของพรีเมียมให้กับผู ้บริโภค แต่ครั้งนี้แจกให้กับเอเย่นต์และร้านค้าต่างๆ ที่จำหน่ายแรงเยอร์ รวมถึงร้านค้าที่คาดว่าในอนาคตจะจำหน่ายแรงเยอร์ ซึ่งฝ่ายขายจะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ในการสมนาคุณ จากจำนวนร้านค้าทั้งหมด 200,000 ราย

ต้องรอดูว่าอภินิหารมาร์เก็ตติ้ง เพราะ Key Player ล้วนแข็งแกร่งและทำตลาดอย่างเต็มที่ ภายใน 5 ปี จะอยู่ในอันดับ 3 ให้ได้ โดยไม่สนใจการใช้พรีเซ็นเตอร์เหมือนกับคาราบาวแดงคู่ชกที่มีบุคลิกแบบ “บ้านๆ” ใกล้เคียงกันที่สุด ที่ใช้ แอ๊ด คาราบาว เป็นพรีเซ็นเตอร์มาอย่างยาวนาน

“ของดีไม่ต้องพึ่งพรีเซ็นเตอร์” ส่องสกุลบอกสั้นๆ

ดังนั้นหากต้องการขึ้นเป็นที่ 3 หมายความว่าอย่างน้อยๆ แรงเยอร์จะต้องมีส่วนแบ่งการตลาด 10% ถึงจะคว่ำคาราวแดงได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของการทำตลาดเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา แรงเยอร์เคยสร้างผลงานไว้ดีด้วยส่วนแบ่งการตลาด 10% มาแล้ว

ขณะที่ในอนาคตจะเห็นการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นด้วย Sub brand ซึ่งทางแรงเยอร์เองเชื่อว่าทุกค่ายต่างมี Sub brand ในใจอยู่แล้ว และเตรียมพร้อมที่จะหยิบมาลงเล่นเมื่อสถานการณ์เหมาะสม เช่นเดียวกับแรงเยอร์

นอกจากนี้ยังใช้ Sport Marketing เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มคนใช้แรงงานทั่วประเทศด้วยการจัดแข่งขันชกมวย ซึ่งเป็นงานประจำปีที่แรงเยอร์จัดขึ้นที่วัดบ้านไร่ เพื่อเป็นการทำบุญให้กับหลวงพ่อคูณด้วย

ก่อนหน้านี้ “นมตรามะลิ” เคยใช้กลยุทธ์เชิงศรัทธาปาฎิหาริย์เขย่าตลาดนมหวานและครีมเทียมข้นหวานมูลค่า 3,000 ล้านบาทมาแล้ว โดยเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา ได้มีการปลุกเสกรถเข็นกาแฟและโรตีจำนวนกว่า 5,000 คัน ด้วยคาถามหาลาภของหลวงพ่อรวย ปาสาทิโก เกจิอาจารย์ชื่อดังจากวัดพระตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา

ซึ่งเป็นผลมาจากการหยิบยกเอา Consumer Insight ของกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มคนรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ ซึ่งต้องการที่พึ่งทางใจในการทำมาหากิน ไม่ต่างจากกลุ่มเป้าหมายของแรงเยอร์

อันที่จริงศาสนา ความเชื่อ ความศรัทธาเป็นส่วนหนึ่งที่เชื่อว่ามีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจมายาวนาน เป็นเหมือนธรรมเนียมปฏิบัติ ที่ต้องมีการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือดูฤกษ์ดูงามก่อนเปิดตัวสินค้าหรือเปิดตัวธุรกิจอยู่เสมอ เพียงแต่ส่วนใหญ่จะทำเป็นการภายใน ไม่ได้เอิกเกริก ทำเป็นกิจกรรมใหญ่ เชิญสื่อมวลชนเช่นนี้

การหยิบยกเอาเรื่องราวของความเชื่อต่างๆ มาเป็นกิมมิคเพื่อสร้างความสนใจให้กับผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็เป็นการประกาศศักดาไปยังคู่แข่งกลายๆ ว่าตนเองมี “ของดี” จะยังคงมีอยู่ตราบใดที่สังคมไทยยังเป็นสังคมที่ยึดมั่นกับอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ต่างๆ อยู่เช่นนี้ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเมืองที่ประหัตประหารกันด้วยคุณไสยอันน่ารังเกียจที่ล้วนให้ผลเชิงลบ

มูลค่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง 15,000 ล้านบาท เติบโต 3%
M-150 50%
กระทิงแดง 20%
คาราบาวแดง 10%
แรงเยอร์ 3%
อื่นๆ 7%

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากค่ายทรูมูฟ ประกาศเปิดจองไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ล่วงหน้าวันที่ 24 ตุลาคม ได้ไม่นาน ถัดมาไม่กี่ชั่วโมง ค่ายเอไอเอส ตามมาด้วยดีแทค ได่ประกาศ จำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2557 นี้

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348