“ไอโฟน” จะแรงพอฟื้น “ทรูมูฟ” ได้หรือ

“ไอโฟน” รุ่นที่ใช้สำหรับ 3G จุดกระแสให้วงการธุรกิจมือถือในไทยคึกคักหันมาชิงเหลี่ยมกันอีกครั้ง โดยเดิมพันแรก “ทรูมูฟ” ประกาศชัยชนะแล้วว่าได้เซ็นสัญญาขายไอโฟน 3G เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ “แบรนด์” สดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น ทิ้งให้แบรนด์คู่แข่งเบอร์ 1 และ 2 อย่างเอไอเอส และดีแทคต้องคิดหนักว่าจะลงทุนต่อกับ “ไอโฟน” หรือไม่ ขณะที่ “ทรูมูฟ” เลือกลุยไปก่อน เพราะความเชื่อของผู้บริหารบนฐานโมเดลธุรกิจคอนเวอร์เจนซ์ ที่ไอโฟนจะมาเติมเต็ม

ดีลนี้ไม่ธรรมดา เพราะทั้งเดิมพันสูง และเสี่ยงกับความไม่แน่นอนของตลาด ซึ่ง “ไอโฟน” อาจเพียงแค่ทดสอบว่าจะขายได้หรือไม่กับคนไทย แต่สำหรับทรูมูฟ คือการชี้ชะตาอีกครั้งว่าเงินทุนจำนวนมากครั้งนี้กับ “ไอโฟนโปรเจกต์” จะทำให้อนาคตที่สดใสของทรูมูฟมาถึงโดยเร็วหรือไม่

กลางปี 2008 ที่ผ่านมา ระดับบิ๊กของทั้งทรูฯ ดีแทค และเอไอเอส ต่างรอคำตอบจาก “แอปเปิล” เพื่อเตรียมตัวบินไปอเมริกาเจรจากับผู้บริหาร “แอปเปิล” หลังจากส่งจดหมายขอเจรจาเป็นผู้รับสิทธิจำหน่าย “ไอโฟน 3 G” ในประเทศไทย

ถัดมาอีก 3 เดือน เมื่อ “แอปเปิล” เปิดรอบใหม่ในการหาตัวแทนจำหน่ายไอโฟนในเอเชีย ก็รื้อจดหมายจากบริษัทคนไทย หลังจากเช็กแล้วว่าแบรนด์ทรูมูฟ ดีแทค และเอไอเอส “มีตัวตน” ในเมืองไทย โทรศัพท์สายตรงจากแอปเปิลถึงผู้บริหารระดับสูงแต่ละบริษัทก็ดังขึ้น...

“ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ค่ายทรูฯ “แอเลน ลิว ยง เคียง” ประธานกรรมการบริหารเอไอเอส และ “ธนา เธียรอัจฉริยะ” รองซีอีโอค่ายดีแทค ตีตั๋วบินตรงไปยังซานฟรานซิสโก ทั้งสามไม่เจอกัน เพราะเข้าเจรจากันคนละเที่ยว คนละรอบ แต่ก็รู้กันว่าทุกคนได้เจรจาเหมือนกัน

เงื่อนไขสุดหิน

อย่างน้อย 3 รอบในการต่อรองเรื่องส่วนแบ่งรายได้ ที่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่โอเปอเรเตอร์ไทยทั้ง 3 รายจะตกลงกับแอปเปิลได้ทันทีทันใด เพราะนอกเหนือจากต้องโชว์แผนการตลาด และสถานะการเงินให้ชัดเจน ยังมีเงื่อนไขสุดหิน คือ

1. ต้องมีแบงก์การันตีวางไว้ให้ “แอปเปิล” 2,500 ล้านบาท
2. ต้องมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1 แสนเครื่องต่อปี
3. ราคาจำหน่ายต้องได้กำไรไม่เกินเครื่องละ 5%
4. ต้องมีโปรโมชั่นแจกเครื่องฟรี และให้ลูกค้าทำสัญญาใช้บริการระยะหนึ่ง
5. สำคัญที่สุดคือนโยบายที่เปลี่ยนใหม่ของแอปเปิลคือไม่ได้ให้สิทธิ Exclusive รายเดียวขาย “ไอโฟน”

นี่คือข้อเสนอที่ต้องเจอทุกราย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ส่วนรายละเอียดอาจต่างกันบ้างเล็กน้อย

“ทรูมูฟ” First Mover ดันแบรนด์

ขณะที่ดีแทคกำลังคิดหนักว่า “คุ้มหรือไม่” กับดีลนี้ และ “เอไอเอส” เกรงว่าคลื่นที่มีอยู่คือย่าน 900 ใช้ไม่ได้กับไอโฟนที่ทำมาสำหรับคลื่น 850 MHz ในเครือข่าย 3 G

จู่ ๆ แม้จะยังไม่ถึงเดทไลน์ให้คำตอบ “แอปเปิล” ว่าตกลงหรือไม่แต่ “ทรูมูฟ” ก็ชิงประกาศก่อนใครเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2008 ว่า “สิทธินี้เป็นของทรูมูฟ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นี่คือการต่อสู้ยกแรกสำหรับ 3 ค่ายยักษ์โทรศัพท์มือถือของไทยที่ “ทรูมูฟ” ขอประกาศชัยชนะก่อนใคร แม้คู่แข่งจะยังไม่น็อก แค่เมาหมัด แต่ก็ต้องพักยก เพราะข่าวประชาสัมพันธ์ที่สั้นบรรทัดเดียวของทรูมูฟได้ “ความเท่ส่งแบรนด์ทรูมูฟ”ให้วิ่งนำหน้าคู่แข่ง ขณะที่คู่แข่งทั้งดีแทค และเอไอเอส ต้องกลับเข้ามุมมาให้น้ำ เช็ดเหงื่อกันใหม่ ในช่วงที่แต่ละค่ายกำลังลงทุนเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G เพื่อเปิดให้บริการภายในกลางปี 2009

กลยุทธ์ “พีอาร์” มาตรฐาน “แอปเปิล”

กลยุทธ์ “ประกาศคนแรก” คือความได้เปรียบในแง่การตลาด และทำให้เแบรนด์ของ “ทรูมูฟ” มีชีวิตชีวามากขึ้นทันตาเห็น ลืมตัวเลขขาดทุนมหาศาลไปได้ชั่วขณะ เพราะสื่อต่างๆ พยายามลงข่าว และตามข่าวเป็นระยะ ขณะเดียวกันเว็บไซต์ทรูมูฟที่นานๆ จะมีใครคลิกเข้าไปดู ก็เริ่มถูกสำรวจว่าจะมีข่าวสารเรื่อง “ไอโฟน” เพิ่มเติมหรือไม่

ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ทรูมูฟก็สร้างหน้าโฮมเพจหน้าแรกมีรูปไอโฟนใหญ่โตอลังการ พร้อมข้อความ “The iPhone you’ve been waiting for coming soon.”

ก่อนคลิกเข้าหน้าหลักของเว็บไซต์ทรูมูฟ ยังไม่ลืมสร้างฐานลูกค้าด้วยการให้เลือกคลิกลงทะเบียนรับข่าวสารข้อมูลจากไอโฟน
นี่คือกระบวนการประกาศข่าวสาร ที่ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ซีอีโอของทรูมูฟ บอกว่าทั้งหมดเป็นไปตามข้อตกลงและขั้นตอนของ “แอปเปิล” จะบอกหรือเปิดเผยมากกว่าไม่ได้

แน่นอนแม้ทรูมูฟจะอยากแถลงมากกว่านี้ แต่มาตรฐานการแถลงข่าวของแอปเปิลคือการค่อยๆ เปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็น ปล่อยให้ความอยากรู้ และการรอคอยของกลุ่มเป้าหมาย เป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายในอนาคตโดยตัวของมันเอง

ดีแทค-เอไอเอส พลิกแผนตามสกัด

ขณะที่ฟากของทั้งดีแทคและเอไอเอสต้องกลับมาคิดใหม่

“ใครมาทีหลัง ประกาศช้ากว่า ทำช้ากว่า อาจไม่แพ้ แต่ก็แค่เสมอ” แต่ในสถานการณ์นี้คุ้มหรือไม่ที่จะลงทุนเท่ากัน “แต่ได้แค่เสมอ”
ที่สำคัญไปกว่านั้น ทั้งสองรายเบอร์ 1 และ 2 จะยอมให้เบอร์ 3 ได้แบรนด์ และขาย “ไอโฟน” คนเดียวหรือไม่ทั้งที่แอปเปิลยังเปิดกว้างให้คนอื่น

คำตอบคือ ไม่มีใครยอม เพียงแต่ว่าใครจะตามมาระหว่างดีแทค และเอไอเอส เท่านั้น

การประกาศของ “ทรูมูฟ” อาจเป็นเพียงแค่ยกแรก ใน Game Theory นี้ที่รอแต่เพียงว่า “ดีแทค” จะยอมเสียความทันสมัย ความมีชีวิตชีวาของแบรนด์เพื่อรักษาทุน แล้วตัดใจจากไอโฟน รอให้พี่ใหญ่ “เอไอเอส” บี้กับ “ทรูมูฟ” ที่หงายไพ่มาก่อนนี้แบบตัวต่อตัว

เพราะในแวดวงธุรกิจโทรศัพท์มือถือยังมีคำถามอีกมากมายว่าตลาด “ไอโฟน” จะมีมากถึงปีละ 1 แสนเครื่องตามที่แอปเปิลกำหนดให้แต่ละบริษัททำยอดขายหรือไม่ หากมีผู้เล่นอีกหนึ่งจะกลายเป็น 2 แสนเครื่อง หรือทั้ง 3 ลงมาเล่นจะกลายเป็น 3 แสนเครื่อง ซึ่งขณะนี้ทั้งเอไอเอสและดีแทคไม่เชื่อว่าดีมานด์จะมากขนาดนั้น

เพราะปัจจุบัน “ไอโฟน” ที่หิ้วมากันเอง และที่ซื้อตามร้านตู้มีรวมๆ แล้วประมาณ 8 หมื่นเครื่องเท่านั้น ในช่วงเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันโทรศัพท์มือถือแบรนด์ “ก๊อบปี้” แบรนด์ระดับโลกอย่างโนเกีย และค่ายเกาหลีอย่างซัมซุง ต่างเริ่มเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าตัวเอง ด้วยรุ่นและฟังก์ชันที่คล้ายกับไอโฟน ในราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับไอโฟนที่เฉลี่ยประมาณ 25,000 บาท แม้ความ “เท่” อาจเทียบเท่าได้ยากกับ “ไอโฟน” แต่ก็ดึงกลุ่มเป้าหมายไปได้บางส่วน

ปัจจัยสำคัญคือจุดแข็งของ “แบรนด์” แอปเปิล สำหรับในแวดวงนักการตลาดแล้ว “แอปเปิล” ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแมคบุ๊ก ไอพอด จนมาถึงไอโฟน คือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ “ขาย” เพียงความเป็นโปรดักส์ทันสมัย สามารถตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ “แอปเปิล” คือแบรนด์ที่สามารถสร้างกระบวนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้อย่างแนบเนียนและได้ผล จนมี “สาวก” แอปเปิลอยู่ทั่วโลก

นี่คือเสน่ห์แรงของแบรนด์แอปเปิล ส่งถึง “ไอโฟน” ที่ทำให้ทั้งดีแทคและเอไอเอสตัดใจไม่ลง

อย่างที่ว่า “เกมนี้เพิ่งเริ่ม” ยกแรกทรูมูฟอาจชนะเพราะได้ “แบรนด์” และสำหรับสงครามธุรกิจมือถือแล้ว ยังไม่เคยเห็นว่าการแข่งขันครั้งใดจะสงบลงได้อย่างง่ายดาย

Timeline

ปี 2007
-9 ก.ย. “แอปเปิล” เปิดตัวไอโฟนที่อเมริกา
-29 มิ.ย. เริ่มจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา เป็นสินค้าไอทีที่นิตยสารไทม์ ยกย่องให้เป็นนวัตกรรมแห่งปี 2007 โดยเลือกจำหน่ายวันแรกในช่วงหยุดสุดสัปดาห์ ทำยอดขายได้ 270,000 เครื่องภายใน 30 ชั่วโมง
-วางขายในอีก 5 ประเทศ คือ ไอร์แลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรีย

ปี 2008
-11 ก.ค. วางจำหน่าย “ไอโฟน 3G” ใน 22 ประเทศ 3 วันแรกทำยอดได้ 1 ล้านเครื่อง
-22 ส.ค. สิงเทลเริ่มจำหน่ายในสิงคโปร์
-21 ต.ค. แอปเปิลประกาศยอดขายในไตรมาส 4 ไอโฟนทำยอดได้ 6.89 เครื่อง รวมตั้งแต่รุ่นแรกได้ 13 ล้านเครื่อง และคาดว่าจะชนะ “แบล็กเบอรี่” ที่มียอดขาย 5.2 ล้านเครื่อง ทำให้ไอโฟนมียอดขายที่นับในด้านมูลค่าขึ้นเป็นอันดับ 3 รองจากโนเกีย และซัมซุง
-พ.ย. เว็บไซต์ www.apple.com/iphone/countries/ รายงานว่าปัจจุบันมี 64 ประเทศ ที่ขายไอโฟน 3G แล้ว และอีก 16 ประเทศกำลังจะขายในเร็วๆ นี้ แต่ยังไม่มีชื่อของประเทศไทย
-12 พ.ย. ทรูมูฟของประเทศไทย ประกาศว่าได้ตกลงเซ็นสัญญาได้สิทธิขายไอโฟนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Consumer Insight

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่ กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2557 ไอดีซีได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งพบว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดต่ำลงประกอบกับแรงผลักจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กระตุ้นความนิยมในสินค้าสมาร์ทโฟนจนมียอดจัดส่งสูงกว่าฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก

Insight

นอกจาก “สติกเกอร์” ที่ถือเป็นหนึ่ง “อาวุธ” ให้กับ “ไลน์” กลายเป็นแชตแอปพลิเคชั่นที่สามารถครองความนิยมในตลาดไทยได้แล้ว “เกม” ถือเป็นอีกหนึ่งใน “เกมกลยุทธ์” ทางธุรกิจของไลน์ที่ต้องจับตา

รู้หรือไม่ว่า โลโก้ของแบรนด์ที่พบเห็นในปัจจุบันนั้น มีนัยยะอะไรซ่อนอยู่บ้าง โดยสิ่งที่ปรากฏในโลโก้นั้นเป็นได้ทั้งที่มาของแบรนด์ หรือเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์เลยก็ได้ มาดู 12 โลโก้ ที่มีใจความอะไรแฝงอยู่

ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง น้องหมา และแมว ใครว่าเล่นๆ ตัวเลขทะลุ “หมื่นล้านบาท” ไปแล้ว และยังเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่น้อยกว่า 10-20%

Strategic Move

โฆษณาประเภทบีบคั้นอารมณ์ เรียกน้ำตาจากคนดูยังเป็นที่นิยมเสมอ คราวนี้เป็นทีวีซีล่าสุดของ แลนด์ แอนด์เฮาส์ ที่ออกทีวีซีชุดล่าสุด ใช้ชื่อว่า “ปาก…ไม่ตรงกับใจ by Land and Houses": เวอร์ชั่น "เพราะรัก"

หลังจากที่แบรนด์รังนก เลือกใช้ “แนวคู่รัก” มาเป็น “แบรนด์ เลิฟ แอมบาสเดอร์” ต่อเนื่องมาหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2542 แพท-สุธาสินี พุทธินันท์ และสามี มาร์ค-แกรี่ โรดดิเกส อ้อม-พิยะดา และ จนมาถึงคู่ของ แอ๊ฟ และสงกรานต์ เตชะณรงค์

ต้องนับเป็นการปรับตัวของแบรนด์กาแฟชื่อดัง ที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อผู้บริโภคยุคนี้หันมาดื่มกาแฟสดกันมากขึ้น จนกลายเป็นยุคบูมร้านกาแฟสดที่เปิดสาขากันทั่วเมือง ทั้งแบรนด์ดังระดับพรีเมียม ไปจนถึงร้านกาแฟสดริมทางที่มีให้เลือกดื่มหลากหลายได้ตลอดเวลา ส่งผลมูลค่าของตลาดกาแฟสดเพิ่มขึ้นทุกปี

Social Media Club

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

ไลน์ ประเทศไทย อัพเดทตัวเลขรายได้ และจำนวนสติกเกอร์ จากการขายบน ครีเอเตอร์มาร์เก็ต (Creators Market) แพลตฟอร์มที่ไลน์ให้ผู้ใช้สามารถขายสติกเกอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากไลน์วางขายใน LINE Store (เว็บขายสติกเกอร์และไอเทมเกม) ซึ่งผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 50%

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

วันนี้เราเคยสังเกตไหมว่า รายการโทรทัศน์ที่ดังๆ และมีคนดูติดตามมาก มี 2 กลุ่ม คือ ละครไทยกับรายการโชว์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นรายบันเทิงที่สะท้อนว่า คนสื่อไทยอาจรวบรัดตัดตอนซื้อรายการต่างประเทศเข้ามาทำเองจะดีกว่า เพราะมีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพ และที่สำคัญ รับประกันได้แน่ๆ ว่ามันจะฮิต

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488