“ไอโฟน” จะแรงพอฟื้น “ทรูมูฟ” ได้หรือ

“ไอโฟน” รุ่นที่ใช้สำหรับ 3G จุดกระแสให้วงการธุรกิจมือถือในไทยคึกคักหันมาชิงเหลี่ยมกันอีกครั้ง โดยเดิมพันแรก “ทรูมูฟ” ประกาศชัยชนะแล้วว่าได้เซ็นสัญญาขายไอโฟน 3G เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ “แบรนด์” สดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น ทิ้งให้แบรนด์คู่แข่งเบอร์ 1 และ 2 อย่างเอไอเอส และดีแทคต้องคิดหนักว่าจะลงทุนต่อกับ “ไอโฟน” หรือไม่ ขณะที่ “ทรูมูฟ” เลือกลุยไปก่อน เพราะความเชื่อของผู้บริหารบนฐานโมเดลธุรกิจคอนเวอร์เจนซ์ ที่ไอโฟนจะมาเติมเต็ม

ดีลนี้ไม่ธรรมดา เพราะทั้งเดิมพันสูง และเสี่ยงกับความไม่แน่นอนของตลาด ซึ่ง “ไอโฟน” อาจเพียงแค่ทดสอบว่าจะขายได้หรือไม่กับคนไทย แต่สำหรับทรูมูฟ คือการชี้ชะตาอีกครั้งว่าเงินทุนจำนวนมากครั้งนี้กับ “ไอโฟนโปรเจกต์” จะทำให้อนาคตที่สดใสของทรูมูฟมาถึงโดยเร็วหรือไม่

กลางปี 2008 ที่ผ่านมา ระดับบิ๊กของทั้งทรูฯ ดีแทค และเอไอเอส ต่างรอคำตอบจาก “แอปเปิล” เพื่อเตรียมตัวบินไปอเมริกาเจรจากับผู้บริหาร “แอปเปิล” หลังจากส่งจดหมายขอเจรจาเป็นผู้รับสิทธิจำหน่าย “ไอโฟน 3 G” ในประเทศไทย

ถัดมาอีก 3 เดือน เมื่อ “แอปเปิล” เปิดรอบใหม่ในการหาตัวแทนจำหน่ายไอโฟนในเอเชีย ก็รื้อจดหมายจากบริษัทคนไทย หลังจากเช็กแล้วว่าแบรนด์ทรูมูฟ ดีแทค และเอไอเอส “มีตัวตน” ในเมืองไทย โทรศัพท์สายตรงจากแอปเปิลถึงผู้บริหารระดับสูงแต่ละบริษัทก็ดังขึ้น...

“ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ค่ายทรูฯ “แอเลน ลิว ยง เคียง” ประธานกรรมการบริหารเอไอเอส และ “ธนา เธียรอัจฉริยะ” รองซีอีโอค่ายดีแทค ตีตั๋วบินตรงไปยังซานฟรานซิสโก ทั้งสามไม่เจอกัน เพราะเข้าเจรจากันคนละเที่ยว คนละรอบ แต่ก็รู้กันว่าทุกคนได้เจรจาเหมือนกัน

เงื่อนไขสุดหิน

อย่างน้อย 3 รอบในการต่อรองเรื่องส่วนแบ่งรายได้ ที่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่โอเปอเรเตอร์ไทยทั้ง 3 รายจะตกลงกับแอปเปิลได้ทันทีทันใด เพราะนอกเหนือจากต้องโชว์แผนการตลาด และสถานะการเงินให้ชัดเจน ยังมีเงื่อนไขสุดหิน คือ

1. ต้องมีแบงก์การันตีวางไว้ให้ “แอปเปิล” 2,500 ล้านบาท
2. ต้องมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1 แสนเครื่องต่อปี
3. ราคาจำหน่ายต้องได้กำไรไม่เกินเครื่องละ 5%
4. ต้องมีโปรโมชั่นแจกเครื่องฟรี และให้ลูกค้าทำสัญญาใช้บริการระยะหนึ่ง
5. สำคัญที่สุดคือนโยบายที่เปลี่ยนใหม่ของแอปเปิลคือไม่ได้ให้สิทธิ Exclusive รายเดียวขาย “ไอโฟน”

นี่คือข้อเสนอที่ต้องเจอทุกราย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ส่วนรายละเอียดอาจต่างกันบ้างเล็กน้อย

“ทรูมูฟ” First Mover ดันแบรนด์

ขณะที่ดีแทคกำลังคิดหนักว่า “คุ้มหรือไม่” กับดีลนี้ และ “เอไอเอส” เกรงว่าคลื่นที่มีอยู่คือย่าน 900 ใช้ไม่ได้กับไอโฟนที่ทำมาสำหรับคลื่น 850 MHz ในเครือข่าย 3 G

จู่ ๆ แม้จะยังไม่ถึงเดทไลน์ให้คำตอบ “แอปเปิล” ว่าตกลงหรือไม่แต่ “ทรูมูฟ” ก็ชิงประกาศก่อนใครเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2008 ว่า “สิทธินี้เป็นของทรูมูฟ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นี่คือการต่อสู้ยกแรกสำหรับ 3 ค่ายยักษ์โทรศัพท์มือถือของไทยที่ “ทรูมูฟ” ขอประกาศชัยชนะก่อนใคร แม้คู่แข่งจะยังไม่น็อก แค่เมาหมัด แต่ก็ต้องพักยก เพราะข่าวประชาสัมพันธ์ที่สั้นบรรทัดเดียวของทรูมูฟได้ “ความเท่ส่งแบรนด์ทรูมูฟ”ให้วิ่งนำหน้าคู่แข่ง ขณะที่คู่แข่งทั้งดีแทค และเอไอเอส ต้องกลับเข้ามุมมาให้น้ำ เช็ดเหงื่อกันใหม่ ในช่วงที่แต่ละค่ายกำลังลงทุนเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 3G เพื่อเปิดให้บริการภายในกลางปี 2009

กลยุทธ์ “พีอาร์” มาตรฐาน “แอปเปิล”

กลยุทธ์ “ประกาศคนแรก” คือความได้เปรียบในแง่การตลาด และทำให้เแบรนด์ของ “ทรูมูฟ” มีชีวิตชีวามากขึ้นทันตาเห็น ลืมตัวเลขขาดทุนมหาศาลไปได้ชั่วขณะ เพราะสื่อต่างๆ พยายามลงข่าว และตามข่าวเป็นระยะ ขณะเดียวกันเว็บไซต์ทรูมูฟที่นานๆ จะมีใครคลิกเข้าไปดู ก็เริ่มถูกสำรวจว่าจะมีข่าวสารเรื่อง “ไอโฟน” เพิ่มเติมหรือไม่

ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ทรูมูฟก็สร้างหน้าโฮมเพจหน้าแรกมีรูปไอโฟนใหญ่โตอลังการ พร้อมข้อความ “The iPhone you’ve been waiting for coming soon.”

ก่อนคลิกเข้าหน้าหลักของเว็บไซต์ทรูมูฟ ยังไม่ลืมสร้างฐานลูกค้าด้วยการให้เลือกคลิกลงทะเบียนรับข่าวสารข้อมูลจากไอโฟน
นี่คือกระบวนการประกาศข่าวสาร ที่ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ซีอีโอของทรูมูฟ บอกว่าทั้งหมดเป็นไปตามข้อตกลงและขั้นตอนของ “แอปเปิล” จะบอกหรือเปิดเผยมากกว่าไม่ได้

แน่นอนแม้ทรูมูฟจะอยากแถลงมากกว่านี้ แต่มาตรฐานการแถลงข่าวของแอปเปิลคือการค่อยๆ เปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็น ปล่อยให้ความอยากรู้ และการรอคอยของกลุ่มเป้าหมาย เป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายในอนาคตโดยตัวของมันเอง

ดีแทค-เอไอเอส พลิกแผนตามสกัด

ขณะที่ฟากของทั้งดีแทคและเอไอเอสต้องกลับมาคิดใหม่

“ใครมาทีหลัง ประกาศช้ากว่า ทำช้ากว่า อาจไม่แพ้ แต่ก็แค่เสมอ” แต่ในสถานการณ์นี้คุ้มหรือไม่ที่จะลงทุนเท่ากัน “แต่ได้แค่เสมอ”
ที่สำคัญไปกว่านั้น ทั้งสองรายเบอร์ 1 และ 2 จะยอมให้เบอร์ 3 ได้แบรนด์ และขาย “ไอโฟน” คนเดียวหรือไม่ทั้งที่แอปเปิลยังเปิดกว้างให้คนอื่น

คำตอบคือ ไม่มีใครยอม เพียงแต่ว่าใครจะตามมาระหว่างดีแทค และเอไอเอส เท่านั้น

การประกาศของ “ทรูมูฟ” อาจเป็นเพียงแค่ยกแรก ใน Game Theory นี้ที่รอแต่เพียงว่า “ดีแทค” จะยอมเสียความทันสมัย ความมีชีวิตชีวาของแบรนด์เพื่อรักษาทุน แล้วตัดใจจากไอโฟน รอให้พี่ใหญ่ “เอไอเอส” บี้กับ “ทรูมูฟ” ที่หงายไพ่มาก่อนนี้แบบตัวต่อตัว

เพราะในแวดวงธุรกิจโทรศัพท์มือถือยังมีคำถามอีกมากมายว่าตลาด “ไอโฟน” จะมีมากถึงปีละ 1 แสนเครื่องตามที่แอปเปิลกำหนดให้แต่ละบริษัททำยอดขายหรือไม่ หากมีผู้เล่นอีกหนึ่งจะกลายเป็น 2 แสนเครื่อง หรือทั้ง 3 ลงมาเล่นจะกลายเป็น 3 แสนเครื่อง ซึ่งขณะนี้ทั้งเอไอเอสและดีแทคไม่เชื่อว่าดีมานด์จะมากขนาดนั้น

เพราะปัจจุบัน “ไอโฟน” ที่หิ้วมากันเอง และที่ซื้อตามร้านตู้มีรวมๆ แล้วประมาณ 8 หมื่นเครื่องเท่านั้น ในช่วงเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันโทรศัพท์มือถือแบรนด์ “ก๊อบปี้” แบรนด์ระดับโลกอย่างโนเกีย และค่ายเกาหลีอย่างซัมซุง ต่างเริ่มเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าตัวเอง ด้วยรุ่นและฟังก์ชันที่คล้ายกับไอโฟน ในราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับไอโฟนที่เฉลี่ยประมาณ 25,000 บาท แม้ความ “เท่” อาจเทียบเท่าได้ยากกับ “ไอโฟน” แต่ก็ดึงกลุ่มเป้าหมายไปได้บางส่วน

ปัจจัยสำคัญคือจุดแข็งของ “แบรนด์” แอปเปิล สำหรับในแวดวงนักการตลาดแล้ว “แอปเปิล” ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแมคบุ๊ก ไอพอด จนมาถึงไอโฟน คือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ “ขาย” เพียงความเป็นโปรดักส์ทันสมัย สามารถตอบรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ “แอปเปิล” คือแบรนด์ที่สามารถสร้างกระบวนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้อย่างแนบเนียนและได้ผล จนมี “สาวก” แอปเปิลอยู่ทั่วโลก

นี่คือเสน่ห์แรงของแบรนด์แอปเปิล ส่งถึง “ไอโฟน” ที่ทำให้ทั้งดีแทคและเอไอเอสตัดใจไม่ลง

อย่างที่ว่า “เกมนี้เพิ่งเริ่ม” ยกแรกทรูมูฟอาจชนะเพราะได้ “แบรนด์” และสำหรับสงครามธุรกิจมือถือแล้ว ยังไม่เคยเห็นว่าการแข่งขันครั้งใดจะสงบลงได้อย่างง่ายดาย

Timeline

ปี 2007
-9 ก.ย. “แอปเปิล” เปิดตัวไอโฟนที่อเมริกา
-29 มิ.ย. เริ่มจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา เป็นสินค้าไอทีที่นิตยสารไทม์ ยกย่องให้เป็นนวัตกรรมแห่งปี 2007 โดยเลือกจำหน่ายวันแรกในช่วงหยุดสุดสัปดาห์ ทำยอดขายได้ 270,000 เครื่องภายใน 30 ชั่วโมง
-วางขายในอีก 5 ประเทศ คือ ไอร์แลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรีย

ปี 2008
-11 ก.ค. วางจำหน่าย “ไอโฟน 3G” ใน 22 ประเทศ 3 วันแรกทำยอดได้ 1 ล้านเครื่อง
-22 ส.ค. สิงเทลเริ่มจำหน่ายในสิงคโปร์
-21 ต.ค. แอปเปิลประกาศยอดขายในไตรมาส 4 ไอโฟนทำยอดได้ 6.89 เครื่อง รวมตั้งแต่รุ่นแรกได้ 13 ล้านเครื่อง และคาดว่าจะชนะ “แบล็กเบอรี่” ที่มียอดขาย 5.2 ล้านเครื่อง ทำให้ไอโฟนมียอดขายที่นับในด้านมูลค่าขึ้นเป็นอันดับ 3 รองจากโนเกีย และซัมซุง
-พ.ย. เว็บไซต์ www.apple.com/iphone/countries/ รายงานว่าปัจจุบันมี 64 ประเทศ ที่ขายไอโฟน 3G แล้ว และอีก 16 ประเทศกำลังจะขายในเร็วๆ นี้ แต่ยังไม่มีชื่อของประเทศไทย
-12 พ.ย. ทรูมูฟของประเทศไทย ประกาศว่าได้ตกลงเซ็นสัญญาได้สิทธิขายไอโฟนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

แบรนด์ที่ใช้สื่อโฆษณาสูงสุดในเดือนตุลาคม 2557 อันดับ 1 เป็นของ วาสลีน บอดี้ สกินแคร์ ด้วยงบซื้อโฆษณา 79 ล้านบาท อันดับ 2 เป็นของ แชมพู เคลียร์ ใช้งบไป 69 ล้านบาท แซงหน้าโตโยต้า ที่หล่นมาอยู่ในอันดับ 3 โดยโตโยต้ารถยนต์นั่ง ใช้งบไป 67 ล้านบาท

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

ท่ามกลางการแข่งขันของโลว์คอส แอร์ไลน์ในไทย สายการบิน “ไทยสมายล์” ได้วาง Positioning ตัวเองเป็นสายการบินแบบ “ไลท์ พรีเมี่ยม” ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหว่างสายการบินแบบ Full Service และ Low Cost

จากโครงการ LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ต (LINE Creators Market) ที่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถส่งผลงานสติกเกอร์ของตนเองเพื่อขายเป็นสติกเกอร์ไลน์ โดยในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.– 7 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา มีรายได้ทะลุ 1,074 ล้านบาท

กลุ่ม Generation Y (Gen Y) เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลสุดๆ ต่อตลาด เพราะมีขนาดใหญ่ คนกลุ่มนี้เกิดใน ค.ศ 1981-2000 โดยมีจำนวนประมาณ 19 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ ที่สำคัญรายได้ค่อนข้างสูงแม้จะอยู่ในวัยหนุ่มสาวอายุเพียง 15-34 ปี และยังมีอัตราการใช้จ่ายต่อรายได้ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนเจเนอเรชั่นอื่นๆ

Strategic Move

นับเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่ กาเกา ทอล์ค (Kakao Talk) แอพแชต จากเกาหลี เข้ามาทดลองตลาดในไทยเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา

แม้พฤติกรรมการดูภาพยนตร์ของคนไทยจะสูงขึ้นตามไลฟ์สไตล์คนเมืองก็ตาม แต่เมื่อเทียบอัตราการดูภาพยนตร์ของคนไทยต่อคนต่อปีแล้วมีเพียง 1 เรื่องเท่านั้น และโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยยังมีอยู่แค่ 800 โรง

หลังจากประสบความสำเร็จในการ ปั้น 'เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อนท์' บนถนนเจริญกรุงไปแล้ว บริษัท ทีซีซี แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” มองเห็นโอกาสและช่องว่างของการสร้างแหล่งช้อปปิ้ง ที่เรียกว่า 'Community Shopping Center'

Social Media Club

YouTube เว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ยอดนิยมของคนไทย ได้จัดอันดับคลิปวิดีโอที่ยอดนิยมมากที่สุดในปี 2014 โดยวัดผลจากยอดวิวสูงที่สุด โดยที่คอนเท้นต์ยอดนิยมส่วนใหญที่คนไทยคลิ๊กดูมากที่สุดยังคงเป็น “เพลง” “มิวสิควิดีโอ” มากที่สุด

ไตรมาสที่ 4 ก่อนย่างขึ้นศักราชใหม่ 2558 เหล่านักการตลาดบนโซเชียลมีเดียต่างได้รับข่าวร้ายว่าในเดือนมกราคม ปีหน้าเฟซบุ๊กจะดำเนินการปรับลดการมองเห็นโพสต์ในเพจธุรกิจ (Business Page) ลง ส่งผลให้บรรดาโพสต์ประเภทฮาร์ดเซลหรือเน้นขายของเกินเหตุ (Overly Promotional) จะถูกพบเห็นได้น้อยลงอีก

เหล่านักการตลาดต่างหันหาโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ในการเริ่มต้นสานความสัมพันธ์ และสนทนาแลกเปลี่ยนกับผู้บริโภคโดยให้ความสำคัญกับงานในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่องๆ ทั้งการทุ่มเทงบประมาณ และบุคลากร ทว่า ผลการศึกษาของบริษัทวิจัยฟอร์เรสเตอร์กลับชี้ให้เห็นว่า แบรนด์ทั้งหลายอาจเสียทั้งเงินและเวลาไปเปล่าๆ

Columnist

การแข่งขันในการตลาดปัจจุบัน ต้องมีระบบมาตรฐาน “คุณภาพ” “คุณธรรม” (Quality and Ethics)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

ไอดีซี เผยตลาดแท็บเล็ตในปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าเป้าอย่างเห็นได้ชัด มีการเติบโตเพียงแค่ 7.2% เท่านั้น เมื่อเทียบการเติบโตแบบปีต่อปี ลดลงจาก 52.5% ในปี 2013 ถือเป็นตัวเลขที่เยอะพอสมควร

การจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand)ในปี 2014โดยบริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ยังพบด้วยว่า แบรนด์ที่เข้ามาติดอันดับในปีนี้เป็นครั้งแรก ประกอบไปด้วย ดีเอชแอล (อันดับ 81) แลนด์โรเวอร์ (อันดับที่ 91) เฟดเด็กซ์ (อันดับที่ 92) หัวเหว่ย (อันดับที่ 94) และฮูโก้ บอส (อันดับที่ 97)

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

People

บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง “ปิย สมุทรโคจร” ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน เป็นต้นมา

หลังจาก เฟ้นหาบุคคลมานั่งเก้าอี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอสมท จำกัด (มหาชน) มาแทน "เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์" ที่ยื่นลาออกไปเมื่อ 12 มิถุนายน 2557

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348