“ไอโฟน 4S” อีเวนต์นี้ต้องเปลี่ยนแถวยาวเรื่องเล็ก เซเลบฯ เรื่องใหญ่

“ไอโฟน” ที่เคยดัง เป็นข่าวด้วยภาพของคนต่อแถวยาว มานอนรอหลายชั่วโมง นับจากนี้ไม่ใช่คำตอบที่ใช่อีกต่อไป เมื่อปรากฏการณ์ในการเปิดตัว “ไอโฟน 4S” ได้แสดงพลังของพรมแดง แสงสี และเซเลบริตี้ จนทำให้ ”ไอโฟน 4S” ถูกทอล์กดังและกว้างไกลกว่าเดิม 


 

“ไอโฟน” ถึงมือ Mainstream 

“ไอโฟน” เป็น ”โปรดักต์” ที่ค่ายมือถือในไทยหวังให้เป็นฮีโร่ ช่วยทั้งสร้างแบรนด์ และชิงลูกค้ามาให้ได้มากที่สุด โดย ”ทรูมูฟ” เป็นรายแรกที่ตกลงกับแอปเปิลในการขาย ”ไอโฟน”  และด้วย ”ไอโฟนมาร์เก็ตติ้ง” กับการรอคอยของสาวกไอโฟน ทำให้การขายไอโฟนในปีแรกที่ไทยเมื่อปี 2550 บรรลุเป้าหมายคือแถวยาวจนเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ 


ทรูมูฟกลายเป็น First Mover ที่มาแรง และกำลังไปได้ดีกับไอโฟน แต่ปีต่อมาเอไอเอส และดีแทค ก็ต้องตกลงขายไอโฟนกับแอปเปิล แม้จะเจอเงื่อนไขสุดหินที่ต้องขายได้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนเครื่องต่อปีก็ต้องยอม นับเป็นแรงขยับของตลาดไอโฟนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จนทำให้ไอโฟนดัง และใครๆ ก็อยากได้


ขณะเดียวกันเครือข่ายมือถือเริ่มพัฒนา มีจุดขายเรื่อง 3G มากขึ้นทำให้ไอโฟนที่อยู่มือใช้ได้เต็มประสิทธิภาพกว่าเดิม ทั้งการเข้าเน็ต เข้าเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่คนไทยติดหนึบกันหลายล้านคน ไอโฟนจึงขยายฐานลูกค้าจากกลุ่ม Geek กลุ่ม Trend Setter เข้าสู่กลุ่ม Mainstream อย่างสมบูรณ์


บทเรียนสำคัญจากการเปิดตัวและรับเครื่องไอโฟน 4 เมื่อปี 2553 ที่เอไอเอส และทรูมูฟ  จัดอีเวนต์ใหญ่เปิดจำหน่ายชนกันขณะที่ดีแทคฉีกแนวไม่จัด แต่หากิมมิกโปรโมตผ่านสื่อและเซเลบริตี้จนดัง ทำให้ทั้งสองค่ายต้องคิดหนัก และหายุทธศาสตร์ใหม่เพื่อให้การขาย ”ไอโฟน 4S” ส่งพลังถึงแบรนด์ตัวเองให้ได้ เพราะต่างรู้แล้วว่า ลูกค้าเปลี่ยน และคนไทยก็เริ่มชินกับข่าวการเข้าแถวแล้ว จึงจะทำเหมือนเดิมอีกไม่ได้


ไอโฟน 4 S รอบนี้ดีแทคหนีการชนกับเอไอเอส และทรูมูฟ ที่ 2 ค่ายหลังนี้ต่างจัดหนักด้วยบิ๊กอีเวนต์ ”เซเลบริตี้มาร์เก็ตติ้ง” ดึงสื่อสายบันเทิง ไลฟ์สไตล์ สังคม เพื่อเปิดพื้นที่สื่อเชื่อมโยงถึงสินค้าและแบรนด์ กระหน่ำใช้โซเชี่ยลมีเดีย และใช้บริการ ”สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้เหมือนกัน เพราะ Mainstream ไทย ยังไงก็ชอบดูละคร ชอบดารา สนใจรายการบันเทิง นักร้อง ความเคลื่อนไหวของสังคมไฮโซ และดู ”สรยุทธ”


งานนี้เอไอเอสและทรูมูฟ จึงระดมกลยุทธ์ชนิดที่ว่าสู้กันนาทีต่อนาที โพสต์ต่อโพสต์ ทวีตต่อทวีต อย่างไม่มีใครยอมใคร

 

สปอตไลต์สาดแรงที่ “ทรูมูฟ เอช”

พรมแดงกว้างใหญ่ อลังการ ปูพื้นยาวกว่า 200 เมตร ตั้งแต่หน้าพารากอนฮอลล์ จนถึงแบ็กดร็อปถ่ายรูปเซเลบริตี้ ที่พาเหรดกันเดินเข้างานกันอย่างไม่ขาดสายกว่า 50 คน ทั้งไฮโซ ดารา นักร้องของทุกค่าย ภาพนี้ไม่ใช่งานเทศกาลภาพยนตร์ระดับชาติ หรืองานประกาศรางวัลของวงการบันเทิง แต่นี่คือซูเปอร์อีเวนต์งานขายไอโฟน 4S ในเมืองไทยของค่ายมือถือแบรนด์ ”ทรูมูฟ เอช” 


 

งานนี้บนพรมแดง “ศุภชัย เจียนวนนท์” ซีอีโอ ของค่ายทรูมูฟ และกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และทีมผู้บริหารจึงทำหน้าที่เต็มในการต้อนรับเซเลบริตี้ ถ่ายภาพคู่รูปหมู่กันอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 ชั่วโมง ทำกิจกรรมร่วมประมูลเคสไอโฟนที่เซเลบริตี้เพนต์เพื่อประมูลนำเงินช่วยการกุศลอีกกว่า 1 ชั่วโมง ขณะที่อีกมุมหนึ่งด้านนอกฮอลล์ที่คอนเสิร์ตเวทีเล็กๆ กล่อมลูกค้าที่มารอคิวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากประมาณ 500 คนในช่วง 3 ทุ่ม เป็น 1,000 คนช่วงเกือบเที่ยงคืน สีสันดำเนินไปเหมือนคนละงาน  


การทุ่มแรง และงบเพื่อจัดงานสำหรับไอโฟนนั้น ”ศุภชัย” บอกว่าจัดใหญ่ทุกปีเพื่อความต่อเนื่องของค่ายทรูมูฟ ในฐานะรายแรกของผู้จำหน่ายและเป็นผู้นำของค่ายมือถือที่มีผู้ใช้เครื่องไอโฟนในระบบสูงสุด ด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 60% นี่คือโปรดักต์ Flagship ของทรูมูฟ


“ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์” ผู้ช่วยกรรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองหัวหน้ากลุ่มคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ กลุ่มทรูฯ บอกว่า การมีดารา เซเลบริตี้เยอะๆ เพื่อสร้างความคึกคัก และขยายการรับรู้ถึงกลุ่มเป้าหมายกว้างขวางขึ้นว่าทรูมูฟคือผู้นำของไอโฟน


จากนักข่าวสายสังคม บันเทิง สื่อสาร และบล็อกเกอร์ ที่มาร่วมงานเกือบ 200 คน กับเซเลบริตี้อีก 50 คนและเพื่อนเซเลบริตี้อีกเกือบ 50 คน แม้โดยรวมจะมีคนมาร่วมงานน้อยกว่าเป้าหมายที่คาดว่าจะมีถึง 400 คน แต่งานนี้ ”ปพนธ์” บอกว่าประเมินจากมีเดียแวลู หรือภาพ เสียง ที่เป็นข่าวแล้ว น่าจะคุ้มค่ากับงบที่จัดงานที่ปีนี้ใช้งบเพียง 20 ล้านบาท และที่สำคัญผลยอดจองไอโฟน 4S ที่มากกว่ารุ่นที่แล้วถึง 3 เท่า ทำยอดได้ทะลุ 8,500 เครื่อง เป็นตัววัดความสำเร็จได้เป็นอย่างดี


 

ยุทธศาสตร์นี้ต้องดาราทุกค่าย ได้ครบทุกสื่อ

ปัจจัยที่ทำให้ทรูมูฟ เอช ประสบความสำเร็จกับงาน “ไอโฟน 4S“ เป็นเพราะการใช้สื่อได้อย่างมีกลยุทธ์ ดังนี้

  • ฟรีทีวี ที่ยอมจ่ายค่า ”พูด” ให้แก่ ”สรยุทธ สุทัศนจินดา” ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ประมาณ 2 แสนบาท เพื่อโปรโมตว่าในวันเปิดตัววันที่ 16 ธันวาคม 2554 ว่ามีการเปิดประมูลเคสไอโฟนที่เพนต์โดยซูเปอร์เซเลบริตี้ 10 คนที่มีดาราจากทุกสังกัด เพื่อนำเงินบริจาคแก่สภากาชาดไทย มีการนำพรีเซ็นเตอร์ ทรมูฟ เอช อย่าง ”วู้ดดี้” มาช่วยโปรโมต นอกจากในรายการของวู้ดดี้เองแล้ว เขายังเป็นพิธีการรุ่นใหม่ที่ทรงอิทธิพลในโซเชี่ยลมีเดีย
  • โซเชี่ยลมีเดีย ที่คัดเลือกบล็อกเกอร์ เว็บไซต์ออนไลน์ ช่วยโปรโมตไอโฟน 4S ทรูมูฟ เอช นานล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ และระหว่างงานตลอดคืนวันที่ 16 ธันวาคม 2554 ก็มีการโพสต์และทวีตภาพของงานตลอดเวลา 
  • ดาราทุกค่ายได้สื่อทุกสังกัด ยุทธศาสตร์การเชิญเซเลบริตี้ โดยเฉพาะดารา คือทำอย่างไรให้สื่อทุกช่องมาทำข่าวนี้ ดังนั้นดาราที่มาในงานนี้ที่เป็นไฮไลต์คือดารารุ่นใหม่ของช่อง 3 ที่กำลังฮอต อย่าง ”บอย ปกรณ์” “โป๊ป ธนวรรธน์” ช่อง 7 อย่าง ”แพนเค้ก เขมนิจ” ที่งานนี้นอกจากไมค์ช่อง 3 จะมาแล้ว ไมค์ช่อง 7 ก็อยู่จนจบงาน
  • ต้นทุนการจัดงานประมาณ 20 ล้านบาท งานนี้ต้นทุนส่วนใหญ่หมดไปกับสถานที่จัดงาน การเตรียมระบบ การรับรองลูกค้าที่มารับเครื่อง ส่วนซูเปอร์เซเลบริตี้ประมาณ 10 คน จะได้รับเครื่องไอโฟน 4S กลับไปใช้งาน ส่วนที่เหลือได้ซื้อในราคาลดพิเศษ และบางส่วนมาฟรีเพราะมีดีลกับมีเดียแพลนเนอร์ที่ต้องเกื้อกูลกันระหว่างแบรนด์ และออแกไนเซอร์

 

“เอไอเอส” ขอบอกว่าดูแลลูกค้าดีกว่า

อีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ที่เอไอเอสใช้เป็นสถานที่จำหน่ายและรับเครื่องไอโฟน 4S ให้ลูกค้า แต่ด้วยจำนวนเซเลบริตี้ที่น้อยกว่าทรูมูฟ เอชครึ่งหนึ่ง ทำให้สีสันของงานน้อยกว่า และถูกมองว่าอีเวนต์นี้เลยไม่ดังเท่าทรูมูฟ เอช


แนวคิดของเอไอเอส ก็ไม่ต่างจากทรูมูฟ เอชที่ ”การเข้าแถว” ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ทำให้ไอโฟน และแบรนด์ตัวเองดังได้เหมือนเดิม เวลานี้แถวจึงไม่ใช่สัญญลักษณ์ทางการตลาดที่ลูกค้าต้องการแล้ว


”ปรัธนา ลีลพนัง” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริการเสริม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บอกว่า “แถวเป็นแค่น้ำจิ้ม เราต้องถามตัวเองว่าเราอยากจะทำอะไร อยาก Treat ลูกค้าแบบไหน แค่อยากทำให้เป็นสัญลักษณ์ทางการตลาดหรือเปล่า แล้วเราก็ได้คำตอบว่า ไม่ใช่ เพราะผลสำรวจที่ลูกค้าต้องการที่สุดก็คืออยากได้ของเร็ว แล้วก็กลับบ้านเร็วๆ”


นี่คือเหตุผลที่เอไอเอสย้ำว่า การจัดงานทั้งหมดต้องการบริการลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุด แต่ระหว่างรอเพื่อไม่ให้เหงาจนเกินไป เอไอเอสก็ต้องจัดความบันเทิงให้ลูกค้าบ้าง 


ภายในงานเอไอเอส มีเซลเลบริตี้คนดังในวงการบันเทิงประมาณ 20 คน ไม่รวมแขกวีไอพีที่เชิญมาเพื่อประมูลเบอร์สวยจากเอไอเอส โดยวิธีการเลือกเซเลบบริตี้ในงานนั้น ”ปรัธนา” อธิบายว่า “เราเลือกคนให้ Cover ทุกช่วงอายุ เพราะลูกค้าไอโฟนมีทุกระดับ เราเลือกมาเยอะเพราะอยากเอนเตอร์เทนลูกค้า แพตเทิร์นการเปิดตัวที่ต้องรอรับเครื่องตอนเที่ยงคืนเกิดขึ้นในหลายประเทศทั้งนั้นช่วงเวลาตั้งแต่เย็นถึงหัวค่ำก็ต้องดูแลลูกค้า จึงต้องจัดให้มีเซเลบฯ ให้ลูกค้าถ่ายรูป มีสตรีทโชว์ มีคอนเสิร์ต ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเอามาจากสิงคโปร์ แต่ไม่รู้ที่สิงคโปร์เขาใช้เซเลบฯ ระดับไหนนะ แต่เขาก็มีเหมือนกัน”  


เซเลบบริตี้ในงานจึงประกอบไปด้วยรุ่นใหญ่อย่าง แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ ไปจนถึงพิธีกรรายการสตอเบอร์รี่ชีสเค้ก และที่ขาดไมได้ก็คือ เจ-เจตริน ซึ่งเสริมพลังให้งานของเอไอเอสผ่านทวิตเตอร์และอัพรูปบรรยากาศภายในห้องวีไอพีของดาราอยู่ตลอดงานก็ทำให้พื้นที่ข่าวของเอไอเอสเพิ่มขึ้นในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คได้บ้าง 


งานนี้สำหรับเอไอเอสในฐานะเบอร์ 1 ของอุตสาหกรรม กับความดังพอประมาณของงานไอโฟน 4S สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ว่าเอไอเอส ยังอยู่ในช่วงตั้งหลักกับบริการ 3G ที่เครือข่ายยังครอบคลุมไม่เท่าคู่แข่งอย่างทรูมูฟ เอช ทำให้ต้องทำตลาดอย่างพอควร ยอดจองไอโฟน 4S จึงได้พอๆ กับรุ่นที่แล้ว ขณะที่ทรูมูฟ เอช ได้มากกว่า 3 เท่า


 

ดีแทคงดอีเวนต์ เลือกต่อแถวต่างจังหวัด

“ดีแทค” เป็นค่ายมือถือที่เงียบที่สุดในการเปิดตัวไอโฟน 4S โดยเลือกทำในสิ่งที่เอไอเอสและทรูมูฟ เอชมองข้าม และเลี่ยงที่ชนจัดงานอีเวนต์โดยตรง เพราะรู้อยู่แก่ใจดีว่าคงสู้ได้ยาก 


ดีแทคเลือกให้ลูกค้าในกรุงเทพฯ จองทางออนไลน์เพียง 2,000 เครื่อง และเปิดให้มารับเครื่องในเช้าวันที่ 16 ธันวาคม 2554 ในสาขาต่างๆ ของดีแทคทั่วกรุงเทพฯ ไม่มีอีเวนต์ดีลิเวอรี่เครื่องให้เซเลบริตี้เหมือนครั้งที่แล้ว โดย ”วัชรพงษ์ ศิริพากย์” ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มดีแทคคอมมูนิเคชั่น บอกว่า ครั้งนี้ดีแทคต้องการนำงบมาเพื่อตอบแทนลูกค้าทั้งในแง่การใช้งบเพื่อนำส่งไอโฟน 4S ไปจำหน่ายให้ลูกค้าในต่างจังหวัด การนำมาสนับสนุนเรื่องการผ่อนและ Cash Back ให้ลูกค้าที่ซื้อกับดีแทค


ลูกค้าในต่างจังหวัดมีความต้องการไอโฟนเช่นเดียวกับลูกค้าในกรุงเทพฯ ดังนั้น ในแง่พื้นที่สื่อแล้ว ดีแทคจึงได้นำเสนอภาพข่าวด้วยการเข้าแถวของลูกค้าในสาขาของดีแทคที่ต่างจังหวัด


จาก 3 แบรนด์ 3 รูปแบบของการเปิดตัวไอโฟน4S รอบนี้ ย้ำให้เห็นว่าการเริ่มต้นดีสามารถฮุคความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้ โอกาสที่จะเป็นผู้ชนะก็ไม่ยาก



cellspacing="2">
เปรียบเทียบงานเปิดตัวไอโฟน
4S (16-18 ธันวาคม 2554)
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">รายละเอียด
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">ทรูมูฟ
เอช
style="vertical-align: top; text-align: center; font-weight: bold;">เอไอเอส
งบประมาณ
20 ล้านบาท
20 ล้านบาท
สถานที่
พารากอน ฮอลล์
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ธีม/
เชื่อมโยงทุกคนให้แน่นแฟ้นกว่าเดิมด้วยบริการ
3G+ จากทรูมูฟ เอช
My iPhone 4S, My AIS
เป้าหมาย
Brand&Product Exposure
ความพอใจของลูกค้า
กิจกรรม
ประมูลเคสไอโฟน/คอนเสิร์ตหน้าฮอลล์ศิลปินหลักจากเอเอฟ
คอนเสิร์ตจากนูโว, แททู คัลเลอร์,
บุรินทร์/ สตีท เพอร์ฟอร์แมนซ์/ประมูลเลขสวย
เซเลบริตี้
50 คน เช่น วูดดี้
ดารารุ่นใหม่ช่อง 3 อย่างโป๊ป และบอย ปกรณ์
20 คน เช่น เจเตริน มอส
Pre PR
โปรโมตผ่านรายการ
สรยุทธและโซเชี่ยลมีเดีย
ประกาศแจกเครื่องไอโฟนผ่านรายการสรยุทธและโซเชี่ยลมีเดีย
Post PR
ทีวีซีเน้น icould
และข่าวบริจาคเงินให้สภากาชาด
ภาพข่าวบริจาคเงินให้ช่อง 3
ผ่านสรยุทธ
ผลในแง่มีเดีย
จำนวนนักข่าวมากตามจำนวนเซเลบฯ
จนได้พื้นที่สื่อมาก
จำนวนสื่อน้อยเพราะเซเลบฯน้อยกว่า
ผลในแง่ยอดขาย
ยอดจอง 8,500 เครื่อง
ยอดจองประมาณ 4,000-5,000 เครื่อง


 

ทรูมูฟ เอช แบรนดิ้งด้วย ไอโฟน 4S 

งานเปิดตัวและงานเปิดรับเครื่อง “ไอโฟน 4S” สำหรับค่ายทรูมูฟ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2554 นั้นนับเป็นครั้งที่ 3 ที่ค่าย ”ทรูมูฟ” จัดอีเวนต์จำหน่ายไอโฟนตามกำหนดเวลาเที่ยงคืนของแอปเปิล นับตั้งแต่ได้สิทธิขายไอโฟนเป็นรายแรกในไทย ในรุ่น 3G เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2552 และไอโฟน 4 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2553 และล่าสุดไอโฟน 4S เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2554 ทั้งหมดเกิดขึ้นที่พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน


ครั้งแรกกับครั้งที่สอง ทรูมูฟหมดงบครั้งละไปไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท เพื่อรักษามาตรฐาน ”ไอโฟนมาร์เก็ตติ้ง” เกิดการเข้าแถวยาวจนเป็นข่าว เป็นจังหวะให้ทรูมูฟสปริงบอร์ดแบรนด์จนดัง และทันสมัยด้วยเสน่ห์ของไอโฟน จากเดิมที่ภาพลักษณ์ติดอยู่กับเครือข่ายที่มีคุณภาพด้อยสุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง


แต่ครั้งที่สองกับการเปิดตัวไอโฟน 4 ”ทรูมูฟ” หลุดเป้าหมาย เพราะเจอการแข่งขันแรงขึ้น มีเอไอเอส และดีแทคลงมาเล่นด้วยเต็มตัว หลังตกลงกับแอปเปิลจำหน่ายไอโฟนได้สำเร็จ โดยดีแทคแย่งซีน ทั้งที่ไม่มีอีเวนต์แต่สามารถเข้าถึงซูเปอร์พิธีกรข่าวอย่าง ”สรยุทธ สุทัศนะจินดา” และบรรดาเซเลบริตี้ นักธุรกิจ และผู้ทรงอิทธิพลในออนไลน์โดยดีแทคเลือกดีลิเวอรี่ไอโฟน 4 ให้คนเหล่านี้ในช่วงเช้าวันที่ 23 กันยายน 2553 จนเกิดการทวีต โพสต์รูปในโซเชี่ยลมีเดีย ลงข่าวฟรีทีวี เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ กลายเป็นข่าวอย่างกว้างขวางในวันรุ่งขึ้น ซึ่งในแง่มีเดียแวลูแล้ว ถือว่าดีแทคชนะขาด


เมื่อครั้งที่ 3 กับไอโฟน 4S มาถึง ทรูมูฟจึงพลาดไม่ได้อีก เพราะทรูมูฟเดินทางมาไกลเกินกว่าจะถอยกลับไปเป็นผู้ตามแล้ว 


ในภาพรวมของธุรกิจโทรศัพท์มือถือแล้ว ทรูมูฟ ยังถือว่าเป็นเบอร์ 3 ของอุตสาหกรรมนี้ เพราะจำนวนลูกค้ายังมีอยู่เพียง 17 ล้านเลขหมาย ขณะที่ดีแทคมี 23 ล้าน ส่วนเอไอเอส ไปไกลทะลุ 30 ล้านไปแล้ว แต่เมื่อทรูมูฟซื้อกิจการของ ”ฮัทช์” ที่เท่ากับได้สิทธิลงทุนเครือข่าย 3G ก่อนใคร ทำให้เกมการแข่งขันในธุรกิจโทรศัพท์มือถือเปลี่ยน ทรูมูฟได้ทำตลาด 3G ภายใต้แบรนด์ใหม่ “ทรูมูฟ เอช” พลิกให้ทรูมูฟได้สะกดคำว่าเบอร์ 1 ด้วยเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะต้องมีลูกค้า 3G ในปี 2555 ถึง 4 ล้านเลขหมายจากสิ้นปี 2554 มีอยู่ 7 แสนเลขหมาย


ทรูมูฟได้อัดงบโฆษณา ประชาสัมพันธ์เดือนละไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 เพื่อแบรนดิ้ง ”ทรูมูฟ เอช” ตอกย้ำความเป็น First mover ในบริการ 3G และเมื่อ ”ไอโฟน 4S” พร้อมเข้าสู่ตลาดในไทย แม้สเปกจะไม่ว้าวมาก แต่สำหรับสาวกไอโฟนแล้ว ก็พร้อมซื้อ และตลาดในไทยยังมีคนอีกจำนวนมากที่อยากใช้ไอโฟน ทรูมูฟ จึงส่ง ”ทรูมูฟ เอช” เข้ามาปูพรมแดงสำหรับไอโฟน 4Sอย่างเต็มที่


“เซเลบฯ” ค่าตัวไม่ต้อง ได้ไอโฟน 4S ก็โอเค

สำหรับเซเลบริตี้แล้ว บางครั้งค่าตัวที่เป็นเงินตอบแทนอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญ หรือเป็นเหตุผลที่มาร่วมอีเวนต์ เหมือนอย่างงานไอโฟน 4S ที่หลายคนมาเพราะได้เครื่องแทนค่าตัว ซึ่งงานนี้เซเลบริตี้ในงานเอไอเอสได้แซวกันออกอากาศกันให้ได้ยินชัดๆ  


“นี่ถ้าเป็นงานอื่น ค่าตัว 6-7 หมื่น แล้วต้องมายืนรอเป็นชั่วโมงแบบนี้ ด่ากันตายไปแล้ว แต่งานนี้ไอโฟนเครื่องละ 2 หมื่นกว่าบาท ต้องรอถึงเที่ยงคืน ก็รอกันได้” นี่คือคำพูดบนเวทีของ มดดำ พิธีกรจอมแฉ ส่วน เจ้ตือ-สมบัษร ออแกไนเซอร์คนดัง ก็พูดทำนองเดียวกันว่า “ฉันจดชื่อเซเลบฯ พวกนี้ไว้หมดแล้ว งานนี้มากันได้ ถ้ามางานฉันก็ห้ามคิดค่าตัวแพง” สะท้อนให้เห็นว่างานนี้ไอโฟนสำคัญกว่าค่าตัวที่เป็นเงินสดอย่างมาก


ขณะเดียวกันเซเลบริตี้หลายคนในงานไอโฟน 4S ทรูมูฟ เอช ก็ไม่ได้ค่าตัว แต่ได้ไอโฟน 4S ไปแทน หรือบางคนก็มาฟรี เพราะคอนเนกชั่น


 

อยากได้ไฮโซ ต้องใช้ไฮโซทำงาน

กรณีของเอไอเอส สะท้อนชัดว่าการมีเอเยนซี่ไฮโซ ช่วยให้งานสนุกได้มากขึ้น จากช่วงการประมูลเบอร์สวย ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์ของค่ำคืนการเปิดตัว iPhone4S เพื่อนำเงินไปบริจาคร่วมกับครอบครัวข่าว 3 ในการช่วยเหลืออุทกภัยเอไอเอส ใช้ ชาย-อานันท์ทวีป ชยางกูร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อานันท์ทวีป อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มาเป็นผู้รับผิดชอบช่วงนี้ เขามีหน้าที่เชิญเซเลบบริตี้ระดับไฮโซของวงการมา 20-30 คน แข่งกันประมูลเบอร์สวยพร้อม iPhone 4S ที่งานนี้ทำยอดประมูลได้ 1,220,000 บาท วิธีการเชิญแขกของเขา เริ่มจากเครือข่ายที่สนิทกัน ซึ่งก็ช่วยได้มากในช่วงการประมูล เพราะเมื่อตัวเลขไม่ขยับก็เขาก็บิวท์ด้วยการเรียกชื่อแขกรายตัวกันเลยทีเดียว 


 

“สรยุทธ” ออนแอร์ 2แสนช่วยขายไอโฟน

ก่อนถึงกำหนดวันเปิดจำหน่าย และให้ลูกค้ามารับเครื่องไอโฟน 4S ในวันที่ 16 ธันวาคม 2554 สิ่งที่ค่ายมือถือ 3 รายคือ ทรมูฟ เอช เอไอเอส และดีแทค คิดเหมือนกัน ทำเหมือนกันคือต้องให้ ”สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ซูเปอร์พิธีกรข่าวของช่อง 3 ช่วยโปรโมต โดยยึดหลักส่งแมสเสจให้เข้ากับสถานการณ์ อารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภค ว่าด้วยเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม


เอไอเอส เริ่มก่อน คือวันที่ 12 ธันวาคม ส่วนดีแทค วันที่ 13 ธันวาคม และทรูมูฟ เลือกเช้าวันที่ 15 ธันวาคม โดยทั้ง 3 รายต่างต้องจ่ายเพื่อซื้อเวลาออนแอร์ทีวีซีในช่วงโฆษณา และมีการพูดแทรกช่วงเวลาเล่าข่าวเฉลี่ย 1-2 นาที ที่ต่างโยงการขายไอโฟน 4S กับกิจกรรมเพื่อนำเงินบริจาคการกุศล ส่วนต้องจ่ายเงินเพิ่มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ ซึ่งบางแบรนด์ต้องจ่ายเพิ่ม 2 แสนบาทในการพูดในรายการ


เอไอเอสเลือกวิธีการให้เหล่าเซเลบริตี้มาร่วมงานเปิดตัวไอโฟน 4S ประมูลเบอร์สวยเพื่อนำเงินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ยังได้ข่าวโพสต์พีอาร์มอบเงินให้ช่อง 3 ผ่าน “สรยุทธ” อีกด้วย


ดีแทคใช้วิธีให้ลูกค้าที่มาซื้อไอโฟน บริจาคโทรศัพท์เก่าพร้อมสายชาร์จ เพื่อนำไปบริจาคให้เหล่าทหารใช้ติดต่อช่วยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยสาวกจะได้บัตรกำนัลส่วนลด 1,000 บาท ซื้อของที่ร้านไอสตูดิโอ


สำหรับทรูมูฟ เอช ใช้วิธีการให้เซเลบริตี้วาดลวดลายบนเคสไอโฟน และให้ผู้ร่วมงานเปิดตัว ประมูล เพื่อนำเงินมอบให้สภากาชาดไทย ช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยน้ำท่วม


เรียกได้ว่าทุกค่ายมือถือที่ขายไอโฟน ก็อยากส่งให้กลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศรู้ว่าตัวเองขาย แต่ใช่ว่าจ่ายเงินคนละ 2 แสนบาทให้ ”สรยุทธ” แล้วจะพูดขายกันได้ง่ายๆ ต้องมีธีมช่วยเหลือน้ำท่วมด้วย การพูดถึงจะอินและขายได้อย่างแนบเนียน


 

“ทวิตเตอร์” เซอร์ไพรส์ช่วยทำยอดจอง

เครื่องมือที่สำคัญของทรูมูฟ เอช ในการขายไอโฟน 4S รอบนี้ ที่มียอดจองได้ถึง 8,500 เครื่อง สูงสุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง และมากกว่ารุ่นที่แล้ว 3 เท่า คือโซเชี่ยลมีเดีย ที่มี ”ทวิตเตอร์” ที่คอนเฟิร์มได้ในกรณีนี้ว่าทวิตเตอร์เป็นสื่อที่ช่วยขายของได้แล้ว


“อรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อะแด็ปเตอร์ ดิจิตอล จำกัด เอเยนซี่ที่ดูแลการใช้โซเชี่ยลมีเดียในงานเปิดตัวไอโฟน 4S ให้ทรูมูฟ เอชรอบนี้ บอกว่าโจทย์ที่ท้ายทายคือ ไอโฟน 4S ไม่ได้ฮอตฮิตมากเหมือนรุ่นก่อน การทำให้ลูกค้าสนใจจึงต้องสื่อสารให้มากขึ้น ทั้งในแง่คุณสมบัติของเครื่อง และเรื่องราวหนึ่งในเชิงอารมณ์ความรู้สึก ที่นำเสนอผ่านโซเชี่ยลมีเดีย เช่น การสื่อว่านี่คือโปรดักต์ที่ ”สตีฟ จ็อบส์” ดูแลอย่างใกล้ชิดก่อนเสียชีวิตด้วย


นอกจากนี้เพื่อหวังผลให้มียอดจองมากขึ้น ได้ใช้เครื่องมือออนไลน์ทั้งการเสิร์ชเอนจิ้น ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์เกี่ยวกับสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะการใช้ทวิตเตอร์ได้เน้นการสื่อเพิ่มเติม เพื่อสร้างยอดจองมากขึ้น ด้วยการให้ Influencer ทวีตและลิงค์เข้าสู่ URL หน้าเพจที่สั่งจอง จากเดิมที่ให้ Influencer ทวีตถึงโปรดักต์เท่านั้น หรือไม่ก็ลิงค์เข้าสู่หน้าเว็บไซต์แรกของแบรนด์เท่านั้น


จำนวนของ Influencer ครั้งนี้มีหลักๆ 20 รายและอีกประมาณ 20 รายที่สมัครใจด้วยความชอบในไอโฟนอยู่แล้ว ผลคือจากยอดจองไอโฟน 4S ทั้งหมดของทรูมูฟ เอช มีคนที่จองมาจากการลิงค์ผ่านทวิตเตอร์ถึง 20-30% จากเดิมที่ทวิตเตอร์ไม่สามารถทำยอดจองนี้ได้ และเกิน 50% ยังมาจากเสิร์ชเอนจิ้น


นอกจากนี้ในวันเปิดตัวค่ำวันที่ 15ต่อเนื่องถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2554 ยังมีการถ่ายทอดสดในเฟซบุ๊กของทรูมูฟ เอช ทำให้คนติดตามและเกิดความสนใจแบรนด์มากยิ่งขึ้นด้วย


Digital TV & Media

กสทช.เพิ่มเงื่อนไขคูปองทีวีดิจิตอลเอื้อแลกกล่องแบบไฮบริดดูผ่านดาวเทียมได้ หวังแก้ปัญหาสัญญาณระบบดิจิตอลไม่ครอบคลุม คาด พ.ค.เริ่มใช้คูปองได้ พร้อมเตรียมขยายวันหมดอายุคูปองออกไปอีก 2 เดือน ทุกล็อต

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมกับ ทีเอ็นเอส เผยผลสำรวจมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปี 2557 และคาดการณ์ในปี 2558

Consumer Insight

“ดันน์ฮัมบี้” บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ได้เผยผลวิจัยว่าภาคไหนในประเทศไทยนิยมซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์มากที่สุด พบว่าคนไทยใน “ภาคใต้” มีแนวโน้มสูงที่ไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าในช่วงสงกรานต์มากกว่าภาคอื่นๆ โดยที่ดันน์ฮัมบี้ได้ใช้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อ จากจำนวนผู้บริโภคจำนวน 8.2 ล้านคนที่ซื้อสินค้าในเทสโก้ โลตัส

จากผลสำรวจการให้ความสำคัญในการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในปี 2557 ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด (MasterCard Consumer Purchasing Priorities 2014) พบว่าประมาณ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคชาวไทยที่อยู่ในการสำรวจ วางแผนท่องเที่ยวพักผ่อนทั้งในประเทศและต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเชียงใหม่และภูเก็ตยังครองแชมป์จุดหมายปลายทางในประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ReadyPlanet ผู้ให้บริการระบบเว็บไซต์สำเร็จรูปบริการด้านการตลาดดิจิตอล ได้เผยกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ในช่วงวันหยุดยาวเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่มาถึง เพื่อไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สูญเสียโอกาสในการกอบโกยรายได้

Insight

เจาะลึก...สงครามบริการด้านการเงิน เมื่อ 3 ค่ายโอเปอเรเตอร์มือถือ เอไอเอส ดีแทค และทรู แปลงกายเป็น “ธนาคารบนมือถือ” หรือ “โมบายแบงกิ้ง” เพื่อเป็นช่องทางหารายได้ใหม่ ในยุคที่มือถือกำลังเบ่งบานสุดขีด

“แกร็บแท็กซี่” เป็นอีกหนึ่งรายที่เข้ามาบุกตลาดแท็กซี่ในประเทศไทย ได้เข้ามาทำตลาดได้ 2 ปีแล้ว ในรูปแบบของการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่น ท่ามกลางผู้เล่นในตลาดอีกทั้งหมด 3 ราย ด้วยกัน ได้แก่ อูเบอร์, อีซี่แท็กซี่ และน้องใหม่จากนครชัยแอร์

บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือ WPP มุ่งเน้นงานวิจัยพฤติกรรมการจับของผู้บริโภคเชิงลึก เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในกลุ่มสินค้า FMCG เปิดเผยถึงทิศทางเศรษฐกิจไทย และการเปลี่ยนแปลงผู้บริโภค

Strategic Move

หากเอ่ยชื่อพาหนะสองล้อที่มาพร้อมระบบการขับเคลื่อนอันเป็นเอกลักษณ์คงไม่มีใครไม่นึกถึง "Segway" ได้ แต่ล่าสุด บริษัทสัญชาตมะกันรายนี้ได้ถูกบริษัทคู่แข่งจากจีนอย่าง Ninebot ซื้อกิจการไปเรียบร้อยแล้ว โดยทาง Ninebot ไม่ได้เปิดเผยถึงมูลค่าของดีล บอกแต่เพียงว่า มีบริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนอีกอย่างน้อยสองรายให้เงินสนับสนุนการซื้อกิจการครั้งนี้เป็นเงิน 80 ล้านเหรียญสหรัฐ

แชร์กันกระหน่ำโซเชียล เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น-อีเลฟเว่น” ได้แตกบริการใหม่นั่นก็คือ “ซักอบรีด” ตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากที่เมื่อปีที่ผ่านมาได้เพิ่มบริการ “อาหารตามสั่ง” ไปแล้ว แต่ยังประเดิมได้อยู่เพียงสาขาเดียวเท่านั้น

เทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง นอกจากจะเป็นเวลาแห่งความสนุกสนานของการเล่นสาดน้ำแล้ว ยังเป็นช่วงเวลา “น้ำขึ้นให้รีบตัก” หลายๆ สินค้าจะขายดีเป็นพิเศษในช่วงนี้ หรือบางสินค้าจะขายได้เฉพาะในเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น ทีมงานหน้า “SME ผู้จัดการ” ได้รวบรวม สินค้าที่คาดว่าจะสุดฮอต ลองดูกันว่าจะตรงใจหรือเปล่า

Social Media Club

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) เพราะนับแต่นี้หากใครพลาดทำอุปกรณ์สูญหายหรือถูกขโมย ก็จะสามารถค้นหาพิกัดที่อยู่ของอุปกรณ์นั้นได้แสนง่ายด้วยการเสิร์ชบน Google.com

หลังจากที่มีการเปิดตัว “แอปเปิล วอช” อย่างเป็นทางการแล้ว ทางด้านของ “ไลน์” ก็ได้เผยโฉมหน้าตาของตนเองในแพลตฟอร์มของแอปเปิล วอชเช่นกัน โดยที่จะสามารถเชื่อมต่อกับไอโฟนที่ได้อัปเดตไลน์เป็นเวอร์ชั่น 5.0.2 ขึ้นไป

สงกรานต์เมืองไทยว่าร้อนแล้ว แต่ประเด็นร้อนจากเครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) กลับเพิ่มดีกรีองศาเดือดไม่แพ้กัน เพราะอนาคต 3 ทิศทางที่เฟซบุ๊กกำลังบอกโลกว่าพร้อมเติบโตในช่วง 10 ปีนับจากนี้กลับดูแหวกแนวจากบริการปัจจุบันของเฟซบุ๊ก ทั้งการมุ่งพัฒนาสินค้าเทคโนโลยีภาพเสมือนจริงหรือวีอาร์ (Virtual reality) การเตรียมลู่ทางไว้สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตผ่านหุ่นยนต์เครื่องร่อนหรือโดรน (drone) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

คำสั่งขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ทำให้ทางการญี่ปุ่นระงับการเพิ่มเที่ยวบินจากประเทศไทย เหมือนดั่งสายฟ้าฟาด สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งหากกรมการบินพลเรือนของไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยได้ ก็อาจมีความเสี่ยงที่ประเทศอื่นๆจะระงับการขยายเส้นทางการบินเหมือนกับญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากต่างเฝ้ามองตลาดของจีนแผ่นดินใหญ่กันตาเป็นมัน และคาดหวังว่าจะได้มีส่วนแบ่งตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่กันทั้งสิ้น แต่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ตลาดจีนดูจะยากแก่การเข้าถึงเกินไปเสียแล้ว

เปิดเผยดรามาภายในองค์กรก้องโลก “แอปเปิล” หลังมีข้อมูลเผยว่า ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลคนปัจจุบันเคยเสนอตัวขอบริจาค “ตับ” ให้สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) อดีตซีอีโอเพื่อยื้อชีวิต

Global Trend

เฮลโล คิตตี้ สยายปีกเปิดภัตตาคารอาหารจีนแห่งแรกของโลกบนเกาะฮ่องกง เริ่มทดลองให้บริการแล้วตั้งแต่ 16 เม.ย. ดึงดูดสาวกคิตตี้ตัวจริง พร้อมเมนูอาหารจีนยอดฮิต ฮะเก๋า ซาลาเปา ข้าวผัดสูตรพิเศษสุดคาวาอี้แบบหาที่ไหนไม่ได้

แม้ว่าระบบการเรียนการสอน ชื่อเสียงในด้านวิชาการ และอาจารย์ที่มีคุณภาพ จะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่เราจะใช้ในการเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่สิ่งหนึ่งที่นักศึกษาหลายคนอาจมองข้ามไปนั่นก็คือ สภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย ที่จะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี แม้จะไม่ใช่ตัวเลือกแรกแต่ก็นับว่ามีความสำคัญไม่น้อย

เฮลโล คิตตี้ สยายปีกเปิดภัตตาคารอาหารจีนแห่งแรกของโลกบนเกาะฮ่องกง เริ่มทดลองให้บริการแล้วตั้งแต่ 16 เม.ย. ดึงดูดสาวกคิตตี้ตัวจริง พร้อมเมนูอาหารจีนยอดฮิต ฮะเก๋า ซาลาเปา ข้าวผัดสูตรพิเศษสุดคาวาอี้แบบหาที่ไหนไม่ได้

People

นางคือเจ้าแม่แห่งวงการแต่งหน้าที่แม้แต่ดาราชื่อดังอย่าง แอฟ ทักษอร, พลอย เฌอมาลย์ ฯลฯ ก็ผ่านการเนรมิตให้ดูสวยสง่าเพราะฝีมือการผัดแป้งแต่งหน้าของเธอกันมานักต่อนัก และล่าสุด เหล่าพริตตี้หลากหลายค่ายในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด เธอก็เสริมความสวยบนใบหน้าให้แก่เหล่านางฟ้ามอเตอร์โชว์แทบจะหมดทั้งฮอลล์

25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือวันที่กูเกิลประเทศไทยประกาศต้อนรับหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นามว่า “ภีท นุชนาฏนนท์” สิ่งที่น่าจับตาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าภีทเป็นใคร แต่อยู่ที่ประสบการณ์ของภีทอาจจะบอกใบ้แนวทางของกูเกิลประเทศไทยในอนาคต

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348