“ไอ-โมบาย VS โนเกีย” ไทยน็อกแบรนด์นอกเบียดแชมป์

“ไอ-โมบาย (i-mobile) ” เปลี่ยน Positioning จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือให้กับ Global Brand กลายมาเป็นแบรนด์โทรศัพท์มือถือที่แข็งแรงภายใน 3 ปี ด้วยการตลาดเต็มรูปแบบ สามารถเอาชนะน็อก Global Brand หลายแบรนด์ และชิงส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์มือถือในไทยเป็นอันดับ 2 จากมูลค่ารวมเกือบ 1 แสนล้านบาทต่อปี หากจะเป็นรอง ก็รองแค่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง “โนเกีย” เท่านั้น นี่คืออีกหนึ่งหมัดที่น่าสนใจของคนไทย

ธุรกิจที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของนักการตลาดอย่างธุรกิจไอที และแม้แต่ผู้ก่อตั้งธุรกิจเองก็คาดไม่ถึง อย่างโทรศัพท์มือถือแบรนด์ไทย “ไอ-โมบาย (i-mobile)” กลายเป็น Local Brand ที่แข็งแรง วิ่งแซงหน้ามือถือ Global Brand เกือบทุกแบรนด์ด้วยส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 ในสัดส่วนกว่า 30% โดยตามหลังแบรนด์เบอร์ 1 ของโลกอย่าง “โนเกีย” เท่านั้น จากปี 2004 ที่ไอ-โมบายก้าวเข้ามาแทบจะไม่มีเปอร์เซ็นต์ในตลาด

ทั้งหมดมาจาก Key Success 3 ส่วนคือกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะกับประเทศไทย การมีช่องทางการจำหน่ายที่แข็งแรง และการบริหารงานแบบ Local ผสมผสานกับระบบครอบครัว

สตาร์ทด้วย Niche –Price
ประสบการณ์ 7 ปีของการเป็นตัวแทนจำหน่ายและรับซ่อมโทรศัพท์มือถือให้ Global Brand เช่น โนเกีย ซัมซุง ทำให้ “สามารถไอ-โมบาย” หรือชื่อเดิม “สามารถ อีซี่เปย์” รู้จักผู้ใช้โทรศัพท์มือถืออย่างดี เมื่อคิดจะสร้างสินค้าในแบรนด์ของตัวเองท่ามกลางแบรนด์ต่างชาติที่ครองตลาดอยู่ กลยุทธ์ Niche Market โดยเสนอสินค้าที่ยังไม่มีในตลาด จึงทำให้ไอ-โมบายแจ้งเกิด

“วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัทสามารถ ไอ-โมบาย บอกว่า ช่วงที่ยังเป็นแค่ตัวแทนจำหน่าย มาร์จิ้นกำไรต่อเครื่องลดลง จาก 20% เหลือไม่ถึง 10% เพราะแบรนด์นอกเริ่มหาตัวแทนจำหน่ายเพิ่ม มีการแข่งขันตัดราคา นอกจากร้านไอ-โมบายจะพยายามหาของแถมใส่ในเครื่องให้ลูกค้าที่มาซื้อด้วยคอนเทนต์เพลงและเกมแล้ว ยังพยายามหาเครื่องที่มีฟังก์ชันใหม่ๆ โดยเคยติดต่อกับ Global Brand แบรนด์หนึ่งว่าน่าจะลองทำมือถือที่มีฟังก์ชันเป็นวิดีโอโฟน เพราะช่วงนั้นยังไม่มีแบรนด์ไหนทำตลาดรุ่นนี้ หรือที่มีก็ตั้งราคาสูง แต่บิ๊กแบรนด์นั้นไม่เห็นด้วย

เมื่อมีร้าน ก็ต้องมีสินค้า แต่ที่มีอยู่กำไรน้อย ไอ-โมบาย ก็ต้องหาสินค้ามาเข้าร้านเอง

เมื่อคิดจะสร้างสินค้าและต้องลงทุนทำตลาดด้วย จึงควรสร้างแบรนด์ของตัวเอง ไม่เช่นนั้นจะเท่ากับไปสร้างแบรนด์ให้คนอื่น

“วัฒน์ชัย” พร้อมกับน้องชาย “ธนานันท์ วิไลลักษณ์” ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ ตัดสินใจเลือกเรียนรู้ประสบการณ์การเป็นเจ้าของแบรนด์โทรศัพท์มือถือ ด้วยทางลัดคือการ “Co Branding” ซึ่งช่วงนั้นโทรศัพท์มือถือเกาหลีมาแรง จึงร่วมกับ Innostream ทำมือถือวิดีโอโฟน เจาะ Niche Market ที่เป็นกลุ่มชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ

“ธนานันท์” บอกว่าวิดีโอโฟนรุ่นนั้น ขายประมาณ 12,000 บาท ถูกกว่าที่มีอยู่ในตลาดคือซัมซุง E700 รุ่นฝาพับ Dual Screen ที่ขายอยู่ 18,000 บาท ทำยอดได้ 40,000-50,000 เครื่อง ทำให้แน่ใจว่าตลาดยังมีช่องว่าง และที่สำคัญแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ Global Brand เท่านั้นที่ลูกค้าต้องการ แบรนด์อื่นที่ไม่ดัง แต่มีฟังก์ชันใหม่ๆ ก็สามารถทำตลาดได้

แม้วิดีโอโฟน Innostream จะทำมาร์จิ้นได้ถึง 25% แต่ก็สร้างประสบการณ์ที่เจ็บปวดให้กับไอ-โมบาย เพราะที่ขายออกไป ถูกส่งกลับมาซ่อมถึง 30% จนกลายเป็นภาพลักษณ์ติดแบรดน์ไอ-โมบายว่า “เจ๊งง่าย”

แต่เมื่อเริ่มสตาร์ทแล้ว และรู้ว่ามีโอกาสในตลาด ไอ-โมบายจึงตัดสินใจเลิกการ Co Brand แล้วมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง

Positioning ชัด ก็ไม่ยาก
จากประสบการณ์สร้างจุดขาย โดยใส่คอนเทนต์เข้าไปในเครื่องโทรศัพท์มือถือ ในช่วงที่เป็นตัวแทนจำหน่ายให้แบรนด์ระดับโลก “วัฒน์ชัย” คิดว่าเมื่อจะสร้างแบรนด์ตัวเองในปี 2005 จะต้องนำจุดขายนี้มาใช้ โดยเริ่มสะท้อนให้เห็นตั้งแต่ชื่อแบรนด์ “i-mobile” ซึ่งตัว I สามารถทำให้ลูกค้านึกไปถึงคำว่า Information, Interactive และ Internet เพื่อตอกย้ำให้คนซื้อรู้ว่าการซื้อมือถือ “ไอ-โมบาย” ไม่ได้หมายถึงการได้แต่เครื่องเปล่าๆ เท่านั้น

ที่สำคัญ “วัฒน์ชัย” บอกว่า ไอ-โมบายกำหนด Positioning ช่วงแรกชัดเจน ทำให้มีที่ยืนในตลาด คือเป็นโทรศัพท์มือถือสำหรับวัยรุ่น และผู้ที่ชอบเทคโนโลยีใหม่ เพราะฉะนั้นรุ่นแรกที่ทำภายใต้แบรนด์ไอ-โมบาย จึงเป็นมิวสิกโฟน เพราะวัยรุ่นชอบฟังเพลง บวกกับคอนเทนต์ที่มีอยู่กับพันธมิตรค่ายเพลง

การ Launch แบรนด์ตัวเองรุ่นแรก คือรุ่น 601 วางสินค้าอย่างชัดเจนว่า คือมิวสิกโฟน มีเสียงเรียกเข้าแบบเอ็มพี 3 ในราคากว่า 6,000 บาทเท่านั้น ขณะที่ Global Brand ช่วงนั้นราคาสูงกว่า 1 หมื่นทั้งนั้น

“ธนานันท์” บอกว่าไอ-โมบาย สามารถทำราคาได้ถูกว่า เพราะตัดฟังก์ชันกล้องถ่ายรูป เพื่อให้สินค้าชัดเจนว่าเจาะกลุ่มผู้ที่ชอบฟังเพลง เพราะตลาดขณะนั้นนิยมเพลงมากกว่ากล้อง ขณะที่โนเกียก็มีรุ่นที่มีทั้งเอ็มพี 3 และกล้องถ่ายรูปราคาจึงแพงกว่า ประกอบกับการทำทีวีซี ที่ใช้พรีเซ็นเตอร์ต่างชาติ ทำให้แบรนด์ดูทันสมัย เป็นอินเตอร์ เพราะการรับรู้ของลูกค้าเกี่ยวกับสินค้าไอที ถึงอย่างไรก็ชื่อถือแบรนด์ระดับโลกมากกว่า

นี่คือการเริ่มต้นอย่างดี โดยมีกลุ่มวัยรุ่นเป็นลูกค้าหลัก และเมื่อไอ-โมบายปล่อย 602 ตามมา ที่สื่อสารด้วยคำว่า “Music Instinct” และมี USB Flash Drive ยิ่งทำให้วัยรุ่นชอบ เพราะสามารถใช้เป็น Thump Drive เก็บงานได้อย่างสะดวก ขณะที่แบรนด์อื่นมีความยุ่งยากในการใช้งานกว่า

ฟังก์ชันที่โดน ต้องมากับดีไซน์ที่ดึงดูด วิธีการของ “ไอ-โมบาย” ช่วงเริ่มต้น คือการเลือกแบบที่มีอยู่แล้วในโรงงานเมืองจีน เพราะช่วงนั้น Global Brand จำนวนมากผลิตในจีนมาได้ระยะหนึ่ง “ไอ-โมบาย” จึงดูแล้วคล้ายกับลูกผสม มีทั้งแบบโนเกีย อิริคสัน โมโตโรล่า

นี่คือวิธีการที่ผู้บริหารไอ-โมบายต่างบอกว่า “ก็ต้องมีบ้าง” และไม่รู้สึกเสียหน้าที่ใช้สูตรก๊อบปี้ เพราะต้องยอมรับว่าลูกค้าคุ้นเคยทั้งรูปร่างหน้าตาของ Global Brand และเมนูของเครื่อง

จากหลักแสนเครื่องกลายเป็น 1.8 ล้านเครื่องในปี 2006 ด้วยรุ่น 510 ที่ย้ำ Positioning ของไอ-โมบาย และเพิ่มเติมจุดขายความเป็นมัลติมีเดีย ไอ-โมบายที่ฟังก์ชันครบ กับราคาที่ถูกกว่า ทำให้ยอดขาย 510 วิ่งไม่หยุด จนถึงปี 2007 ทำยอดขายได้ 1.5 ล้านเครื่อง

ยอดขาย 5 แสนเครื่องแรกมาจากคุณสมบัติของ 510 เองที่ฟังก์ชันครบ ตั้งแต่เอ็มพี 3 วิดีโอ และราคาประมาณเพียง 6 ,000 บาท ขณะที่เครื่องอื่นในตลาดราคาหลักหมื่น ทำให้เกิดการบอกปากต่อปาก จนเกิดยอดขายเครื่อง 5 แสนที่สอง และ 5 แสนที่สามมาจากตลาดต่างประเทศ เพราะยิ่งขายได้จำนวนมาก ยิ่งสั่งผลิตจากโรงงานได้ต้นทุนถูกลง จนขณะนี้ราคาเครื่องอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทเท่านั้น

ฐานช่องทางจัดจำหน่ายแน่นปึ๊ก
การเป็นตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือมาถึง 7 ปี ทำให้ไอ-โมบายมีความสัมพันธ์กับดีลเลอร์ทั่วประเทศอย่างดี เทคนิคที่ “วัฒน์ชัย” บอกก็คือ ไม่ว่ากี่ปีผ่านไปดีลเลอร์ก็ยังคงเห็นตัวเขาหรือไม่ก็ “ธนานันท์” ไปติดต่อประสานงาน ต่างจาก Global Brand ที่มีการเปลี่ยนหน้าผู้บริหารบ่อยครั้ง จุดนี้ทำให้ขาดความต่อเนื่อง

“เราดูแลกันอย่างเป็นครอบครัว ทั้งการจัดการและผลประโยชน์ ส่วนต่างกำไร รวมไปถึงความรับผิดชอบที่จะไม่ทำให้ดีลเลอร์ขาดทุน”

“ธนานันท์” บอกว่าไอ-โมบายจะไม่แต่งตั้งตัวแทนรายใหญ่ในแต่ละภาคทับซ้อนกัน เพื่อไม่ให้เกิดการตัดราคากัน ขณะเดียวกันมีการตั้งช็อปของตัวเอง ทั้งร้านไอโมบาย คีออส และแฟรนไชส์ ทุกอย่างอยู่ภายใต้การบริหารจัดการเดียวกัน จึงไม่เกิดการตัดราคากับดีลเลอร์

สิ่งที่ทำให้ดีลเลอร์ได้มาร์จิ้นกำไรลดลงจากการขาย Global Brand เพราะการลดราคาจากตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ โดยไม่ได้บอกล่วงหน้า ทำให้ดีลเลอร์ปล่อยสินค้าออกไม่ทัน ขณะที่ไอ-โมบายทำระบบที่ควบคุมการลดราคาได้ดีกว่าดีลเลอร์จึงได้มาร์จิ้นสูงกว่า

ผลที่เกิดขึ้นคือดีลเลอร์จะเชียร์ลูกค้าให้ซื้อ “ไอ-โมบาย” โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อด้วยเหตุผลเชื่อคำแนะนำ หลายรายตั้งใจมาซื้ออีกแบรนด์หนึ่งแต่พอเจอตัวแทนขายเชียร์ไอ-โมบาย ก็เปลี่ยนใจ ซึ่งกลุ่มนี้อยู่ในตลาดโทรศัพท์มือถือถึง 20% และเป็นลูกค้าไอ-โมบาย ถึงครึ่งหนึ่ง ไอ-โมบายจึงพูดได้ชัดเจนว่า ยอดขายทั้งหมดมาจากดีลเลอร์ถึง 80%

คิด-ทำแบบ Local
ครอบครัว “วิไลลักษณ์” เป็นบริษัทหนึ่งที่บริหารงานแบบครอบครัว เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่คือผู้บริหารระดับสูง แต่การปรับตัวในช่วงวิกฤตหลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้สมาชิก “วิไลลักษ์” ดึงมืออาชีพและผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามาผสมผสาน

จุดเด่นของความเป็นครอบครัวที่บริหารโดยใช้ความเป็นเจ้าของในการตัดสินใจ “ธนานันท์” บอกว่ามีข้อดีคือทำให้การตัดสินใจทำได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีขัอเสียคือหากตัดสินใจผิดพลาดก็แย่ จุดนี้ทางแก้ไขคือการดูข้อมูลและการเปิดรับฟังความเห็นจากทีมผู้บริหารมืออาชีพ

การคลุกอย่างเต็มตัวของ “เจ้าของ” ทำให้ผู้บริหารเข้าถึงได้ง่าย ใน “ไอ-โมบาย” มีการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางของบริษัท พูดคุยเรื่องสำคัญ ประชุมทุก 2 สัปดาห์ หรือหากเร่งด่วนก็ตัดสินใจได้ทันที

ความเป็นบริษัท Local ที่ต้องแข่งกับบริษัทข้ามชาติ ยังมีข้อดีที่การตัดสินใจใช้กลยุทธ์ต่างๆ ทำได้เร็ว ไม่ต้องรอให้ซีอีโอที่อเมริกา หรือที่ยุโรปตัดสินใจ การพลิกแพลงกลยุทธ์ต่างๆ ก็คล่องตัวกว่า เพราะบริษัทข้ามชาติต้องคำนึงถึงกลยุทธ์รวมระดับโลก เช่น กรณีการใช้พรีเซ็นเตอร์ในไทย ไอ-โมบายสามารถเลือกได้ทันที และเข้าใจได้มากกว่าว่าใครเหมาะสมหรือไม่ แต่หากโนเกียจะเลือกใช้ ซีอีโอที่ต่างประเทศอาจไม่แน่ใจ เพราะไม่รู้จักพรีเซ็นเตอร์คนนั้น นี่คือเหตุผลที่ไม่เคยเห็นเซเลบริตี้ ดารา นักร้องเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้โนเกีย แต่สำหรับ “ไอ-โมบาย” มีหลายคน และยังเชื่อในแนวทางนี้ ที่ผ่านมาไอ-โมบาย มีพรีเซ็นเตอร์ที่ชัดเจนคือ ทาทา ยัง หมอโอ๊ค และกำลังเลือกสำหรับปี 2008 ด้วยคอนเซปต์เลือกพรีเซ็นเตอร์เน้นคนที่มีความสามารถหลากหลายสะท้อน Positioning ของไอ-โมบาย ที่เป็นมัลติมีเดียโฟน มีฟังก์ชันครบ

เป็นแนวทางการปรับเปลี่ยน Positioning มาเป็นโทรศัพท์สำหรับกลุ่ม Mass มากขึ้น เพราะกลยุทธ์การใช้มีพรีเซ็นเตอร์ ส่วนใหญ่จะเจาะตลาด Mass ได้สำเร็จ

เป้าหมายใหม่ : ปรับดีไซน์-ต่างประเทศ
ในปี 2007 ไอ-โมบาย เริ่มลงทุนในการจ้างบริษัทเซเลบรัม ดีไซน์ เป็นที่ปรึกษาออกแบบมือถือ เพื่อให้ “ไอ-โมบาย” มีความเป็นตัวของตัวเอง และลบภาพของมือถือก๊อบปี้

“ธนานันท์” บอกว่า ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือให้มีดีไซน์ อยากทำให้สวยกว่าบริษัทผู้ผลิต ให้ไอ-โมบายมีทางเลือกมากขึ้น

การมีดีไซน์ของตัวเองยังเป็นการเตรียมพร้อมวิ่งไปสู่ตลาดต่างประเทศ หลังจากทดสอบตลาดมาตั้งแต่ปี 2006 กับพันธมิตรธุรกิจคือเทเลคอมมาเลเซีย ที่ไปลงทุนเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์ในหลายประเทศย่านเอเชีย

ตลาดต่างประเทศเริ่มทำยอดขายให้ไอ-โมบายมากขึ้น จนได้เกือบครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมดในปี 2007 และกำลังจะได้ 60% ในปี 2009 เป็นสัญญาณที่ “วัฒน์ชัย” บอกว่า เมื่อแบรนด์ไทยไปเติบโตในต่างประเทศ ก็สะท้อนกลับมาทำให้คนไทยด้วยกันเองเชื่อในแบรนด์ “ไอ-โมบาย” มากขึ้น เป้าหมายที่จะมีส่วนแบ่งตลาดใกล้เคียงกับเบอร์หนึ่งอย่าง “โนเกีย” ก็ไม่ยากอีกต่อไป

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนตุลาคม 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,931 ล้านบาท ลดลงจากเดือนตุลาคม 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,875 ล้านบาท ลดลง 944 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.56%

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

จิก-ประภาส ชลศรานนท์ รองประธานบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้คร่ำหวอดในวงการครีเอทีฟ ที่เป็นทั้งนักคิด นักเขียน นักแต่งเพลง เขายังได้เป็นหนึ่งในคณะกรรการตัดสินการประกวดแต่งห้องทำงาน “BBDO YourSpace Awards 2014”

Strategic Move

โครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ หนึ่งในบิ๊กโปรเจกต์ของ "สิงห์ เอสเตท" ที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มบุญรอดฯ ด้วยมูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท ในพื้นที่ 11 ไร่ ทำเลถนนอโศก-เพชรบุรี โดยที่เป็นโครงการแบบมิกซ์ยูส รวบรวมทั้งอาคารสำนักงาน คอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรม พื้นที่สำหรับค้าปลีก รวมไปถึงจะเป็นที่ทำงานของผู้บริหารระดับสูงของสิงห์ด้วย จะเปิดทำการในปี 2017

เป็นอีกหนึ่ง “ดีล”การรุกคืบของธุรกิจไทยที่ได้เข้ากิจการระดับโลก โดยบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน (หรือ เพซ) ได้เซ็นสัญญาซื้อกิจการทั้งหมดของ ‘ดีน แอนด์ เดลูก้า’ แบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มกูร์เมต์ชั้นนำของโลก จากบริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า โฮลดิ้งส์ อิงค์ ตั้งอยู่ในเป็นวงเงิน140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

“เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” ถือเป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจ็คต์ของกลุ่มเซ็นทรัลในปีนี้ ที่หมายมั่นปั้นมือให้เป็นศูนย์การค้าระดับหรูระดับ “แลนด์มาร์ก” แห่งใหม่ประจำกรุงเทพฯ แต่เมื่อได้เปิดบริการได้ 5 เดือน ปรากฎว่ายอดทราฟฟิคคนเข้าห้างกลับไม่ได้เป็นตามที่ตั้งเป้าไว้

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

วันนี้ขออนุญาตพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ควรระวังในการตลาดปี 2015 ก่อนอื่นคงจะเห็นได้ว่า มีปัจจัยมากมายที่ Controls และ Un-controls ซึ่งกำลังพูดถึง ปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

People

ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการประกาศแต่งตั้งผู้บริหาระดับสูง เป็นผลมาจากการที่ กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในวันที่ 2 เมษายน 2558

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348