“ไฮเออร์” ฉลอง 1 ทศวรรษ ปั้นแบรนด์ในไทย

ไฮเออร์ประเทศไทยบุกหนัก กวาดรายได้ 5 เดือนแรกปี 55 ทะลุกว่า 800 ล้านบาท จัดงาน Haier Simply Care ฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ยกทัพสินค้าเปิดตัว “แคร์ ซีรี่ส์” หวังเพิ่มฐานลูกค้า เน้นย้ำการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์สินค้า ให้เป็นที่ยอมรับด้านคุณภาพในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า คาดสิ้นปีรายได้แตะตัวเลขกว่า 1,630 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน

มร. อู๋ หย่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเออร์ อิเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ เปิดเผยว่า ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไฮเออร์ได้สร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์และพัฒนาสินค้าให้เป็นที่ยอมรับ เพื่อให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เป็นสุดยอดเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลกตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย ยังคงเป็นตลาดที่มีการแข่งขันและทำตลาดสูง ซึ่งในปีนี้คาดว่าตลาดน่าจะขยายตัวเติบโตเกือบเท่าตัว โดยรายได้สินค้าไฮเออร์ทั้งหมดตั้งแต่ มกราคม-พฤษภาคม ที่ผ่านมาตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท 

“สำหรับปีนี้เป็นปีที่ไฮเออร์ประเทศไทยได้ทำตลาดในเมืองไทยก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 และในโอกาสนี้จึงได้จัดงาน “Haier Simply Care” ใส่ใจ ให้คุณ ให้โลก ซึ่งเป็นการเปิดตัวสินค้ารุ่น “แคร์ซีรี่ส์” กับตู้เย็นไซด์บายไซด์ซีรี่ส์ใหม่ และมีการแสดงสินค้าไฮเออร์มากกว่า 50 รุ่น ด้วยศักยภาพของแผนกวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์(R&D) และทีมงานทั้งหมดของไฮเออร์ที่มีความเข้มแข็ง จึงเป็นสิ่งที่การันตีได้อย่างดีว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดของไฮเออร์ โดยเฉพาะสินค้ารุ่น “แคร์ซีรี่ย์”นั้น เกิดจากการวิจัยและพัฒนาด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย จนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด เพื่อนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในทุกๆ ด้าน อีกทั้งสินค้ารุ่นนี้ยังเน้นด้านการใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยชิ้นส่วนอุปกรณ์ของเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก และเพื่อเป็นการใส่ใจผู้บริโภคอีกทาง เรายังคงยึดมั่นการรับประกันอะไหล่นานถึง 3 ปี”

มร. อู๋ หย่ง กล่าวว่าการจัดงานและเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดในครั้งนี้ สินค้าตู้เย็น ยังคงเน้นในเรื่องของฟังก์ชั่นและดีไซน์ที่ดูทันสมัย ซึ่งเมื่อปีที่แล้วไฮเออร์มียอดขายตู้เย็นประมาณหนึ่งแสนกว่าตู้ จากการเปิดตัวตู้เย็นแคร์แอนด์คูลไปเมื่อต้นปี และในครึ่งปีแรกปีนี้(มกราคม-พฤษภาคม 2555) ตู้เย็นมียอดจำหน่ายทั้งหมด 350 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งคาดว่าหลังจากการเปิดตัวสินค้า “แคร์ซีรี่ส์” โดยเฉพาะตู้เย็น แคร์แอนด์คูล ซีรี่ส์ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 17.7Q และ 19Q และมีที่กดน้ำอยู่ด้านนอก อีกทั้งปีนี้ยังมีการเปิดตัวตู้เย็นไซด์บายไซด์ ซีรี่ส์ใหม่ ที่มีดีไซด์ใหม่ทันสมัยกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้ยอดขายตู้เย็นสิ้นปี 2012 เพิ่มขึ้นแน่นอน

“สำหรับเครื่องปรับอากาศ ยังเน้นในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์และความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องของการประหยัดพลังงานและวัสดุที่ใช้ รวมถึงการรับประกันคุณภาพของสินค้าถึง 3 ปี โดยในปีนี้เครื่องปรับอากาศได้เปิดตัวสินค้าซีรี่ส์ใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “แคร์”คือรุ่น แคร์แอนด์โคซี่ ด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบหรู โดดเด่นเน้นความคลาสสิก เทคโนโลยีความเงียบและประหยัดพลังงานเป็นเยี่ยมโดยผ่านการรับรองมาตรฐานประหยัดไฟเบอร์ 5 ใหม่สำหรับปี 2555 ซึ่งต้องมีค่าประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน Energy Efficiency Ratio(EER) ไม่ต่ำกว่า 11.6 ซึ่งไฮเออร์เป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง ซึ่งมาพร้อมกับสโลแกนที่ว่า “เลือกแอร์มาตรฐานใหม่ เลือกไฮเออร์” ซึ่งในครึ่งปีแรกปีนี้(มกราคม-พฤษภาคม 2555)เครื่องปรับอากาศมียอดจำหน่ายกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 35% ของยอดขายทั้งหมด”

มร.อู๋ หย่ง กล่าวเพิ่มเติมว่าสินค้าเครื่องซักผ้า ยังคงเน้นคุณสมบัติของสินค้าที่เด่นในเรื่องของฟังก์ชั่น สิ่งที่เน้นมากที่สุดก็คือเรื่องของ Consumer Insight คือจะทำอย่างไรเพื่อจะตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ ซึ่งในงานนี้ได้เปิดตัวเครื่องซักผ้าหนึ่งในสินค้า แคร์ซีรี่ส์ คือรุ่น “แคร์แอนด์คลีน” ที่ได้เปิดตัวโฆษณาใหม่ล่าสุดและออกอากาศตามช่องฟรีทีวีต่างๆ แล้ว และด้วยเทคโนโลยี 3D Water Spray พลังละอองน้ำจากเครื่องซักผ้าไฮเออร์ ทำให้ผงซักฟอกเข้าทำงานล้ำลึกยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น Air Dry ช่วยให้ผ้าหมาดกว่าที่เคย แห้งเร็วทันใจยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในความสะอาดฟังก์ชั่นการทำงานน้ำไหลอย่างต่อเนื่องขณะล้างผงซักฟอก ไร้ฟองตกค้าง และโปรแกรมอัตโนมัติ 8 แบบ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อปรับระดับน้ำ 8 ระดับ เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าทุกประเภท อีกทั้ง ตัวเครื่องและอะไหล่รับประกัน 3 ปี และมอเตอร์รับประกันตลอดระยะเวลาถึง 5 ปี ณ ปัจจุบันได้เข้าสู่หน้าฝน ซึ่งเป็นฤดูที่มีการจำหน่ายและการแข่งขันในตลาดเครื่องเครื่องซักผ้าสูง ซึ่งจะทำให้เครื่องซักผ้าไฮเออร์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีของตลาดในรุ่นใหม่ๆ ซึ่งในครึ่งปีแรกปีนี้(มกราคม-พฤษภาคม 2555)เครื่องซักผ้ามียอดจำหน่าย 120 ล้านบาท  ซึ่งคิดเป็น 15% ของยอดขายทั้งหมด 

สำหรับในปี 2012 นี้เครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ ได้ตั้งยอดขายโดยประมาณอยู่ที่ 1,630 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับยอดขายของครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ซึ่งแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยรายได้ทั้งหมดน่าจะเติบโตอยู่ที่ 30% จากยอดขายทั้งหมด ทั้งเครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และตู้แช่ เมื่อสิ้นปี 2012 กรรมการผู้จัดการไฮเออร์กล่าว

 

เกี่ยวกับไฮเออร์

ไฮเออร์ คือ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ตลอดจนเป็นผู้ผลิตสินค้าไอที เช่น โน๊ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองชิงเต่า สาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2527 ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของไฮเออร์ มีวางจำหน่ายในประเทศหลักๆ ทั้งในทวีปอเมริกาและในทวีปยุโรปและมีโรงงานผลิตตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น ฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน จอร์แดน ปากีสถาน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่มีมาตรฐานโรงงานที่ทันสมัยที่สุด คลอบคลุมทุกขั้นตอนการผลิต โดยที่สหรัฐอเมริกา มีการจัดตั้งศูนย์กลางการออกแบบที่ ลอสแองเจลลิส โดยมีศูนย์กลางการจัดจำหน่ายที่นิวยอร์ก และศูนย์กลางการผลิตอยู่ที่รัฐเซาท์ แคโรไลนา 

โรงงานไฮเออร์ในประเทศไทยตั้งอยู่ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โรงงานแห่งนี้ผลิตตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศและตู้แช่สำหรับจัดจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ รวมถึงออสเตรเลียอีกด้วย 

ไฮเออร์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่มียอดขายตู้เย็น เครื่องซักผ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมากเป็นอันดับ 1 ของโลกจากการจัดอันดับของยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในปี พ.ศ.2551, 2552, 2553 และ 2554

 

Consumer Insight

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

เห็นตัวเลขยอดเติบโตสมาร์ทโฟนในไทยที่ GFK คาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี 2557 จะมีมูลค่ารวม 100,000 ล้านบาท หรือมียอดขายรวมอยู่ที่ 11 ล้านเครื่อง หัวเหว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย แบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีและสื่อสารจากจีน เลยไม่รอช้า รีบส่งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ท อย่างละ 2 รุ่น ออกลงสู่ตลาด ท่ามกลางคู่แข่งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในช่วงปลายปี

ได้เวลาที่ โคคา-โคล่า ประเทศไทย จะกลับมาปลุกปั้นแบรนด์น้ำสี “แฟนต้า” ให้กลับมามีชีวิตชีวาในกลุ่มวัยรุ่นอีกครั้ง

เคยปลุกปั้นห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ มาหลายสิบปี รวมทั้งเคยร่วมทุนสร้างห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ที่จัดว่าเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แล้ว แต่มาคราวนี้ ห้างสรรพสินค้าเล็กดูจะเกินไปสำหรับเธอแล้ว เพราะงานนี้ คุณแอ๊ว-ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธาน ตั้งใจปั้น “ดิ เอ็ม ดิสทริค” ให้เป็น “ย่านการค้า” บนถนนสุขุมวิท ให้เหมือนกับ Soho ในนิวยอร์ค หรือ Le Marais ในปารีส หรือ Midtown ในโตเกียว

Social Media Club

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

ไลน์ เป็นแชทแอพพลิเคชั่น ที่มักจะมีฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆ แก่ผู้เสมอ ๆ และไลน์เองก็ได้ทุ่มทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นยอด Usage และเพิ่มจำนวน User

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ปัญหาโลกแตกที่คนส่วนใหญ่ที่ไม่เลือกซื้อของออนไลน์คือ “ไม่ได้ลอง” (โดยเฉพาะกับสินค้าเสื้อผ้า รองเท้า) ได้ถูกแก้ไขแล้วด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง “ลองก่อน(ผ่อน)จ่ายทีหลัง” โดยเว็บอี-คอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของจีนอย่าง “เถาเป่า (Taobao)” และ “เทียนเมา (Tmall)” ในเครืออลีบาบา กรุ๊ป ที่ต่างก็รับเอาไอเดียนี้ไปปรับใช้ในแบบที่ถูกกับสารบบของตัวเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488