“Online Marketing” วัดได้จริง ไม่ต้องอิงการคาดเดา

อริยะ พนมยงค์ Country Business Manager กูเกิล ประเทศไทย คนที่ถูกตั้งคำถามเสมอว่า เขามีหน้าที่ทำอะไรในกูเกิล ในเมื่อคนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ตเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ต่างก็รู้จักกูเกิลอยู่แล้ว แต่เมื่อการหารายได้ของการกูเกิลมาจากการวางตัวเป็น Marketing Solution ให้กับแบรนด์ สินค้า บริษัท และบริการของโลกออนไลน์ การคิดค้นวิธีการเพื่อให้ออนไลน์กลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด จึงมีเรื่องราวให้เขาตีโจทย์อีกมากเพื่อจะทำให้กูเกิลตอบโจทย์ได้ตรงใจผู้ใช้คนไทยมากที่สุดทั้งฝ่ายผู้โฆษณาและผู้บริโภค

นักการตลาดยุคก่อน มีคัมภีร์ให้ทำตาม 3 ขั้นตอนหลัก เริ่มจากทำ TVC ตามมาด้วย Point of Sale จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผู้บริโภคแชร์ประสบการณ์ที่ได้ทั้งดีและไม่ดีออกไปด้วยการบอกต่อ 

มาถึงยุคนี้ การตลาดถูกแบ่งเป็นโลกออฟไลน์กับออนไลน์ ขั้นตอนเหล่านี้ยังคงอยู่ แต่รูปแบบและวิธีการเปลี่ยนไปตามยุคสมัย การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือทุกขั้นตอนมีสถิติให้ตรวจวัดการใช้งานและผลได้ชัดเจน และเป็นเหตุผลที่อริยะย้ำว่า “ออนไลน์มาร์เก็ตติ้งควรพึ่งข้อมูล ส่วนเพอร์เซ็ปชั่นเป็นสิ่งต้องห้าม”  

โลกอินเทอร์เน็ต เติบโตและสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผิดกับยุคสมัยของสื่ออื่นๆ ที่พัฒนามาก่อนหน้า 

“วิทยุใช้เวลา 37 ปีมีผู้ใช้ 50 ล้านคนทั่วโลก ทีวีใช้เวลา 15 ปีมีคนใช้ 50 ล้าน เคเบิลทีวีใช้เวลาแค่ 6 ปี ส่วนอินเทอร์เน็ตใช้เวลาแค่ 3 ปี ตอนนี้ประชากรเน็ตมีอยู่ 2 พันล้านคน อีกไม่กี่ปีจะถึง 5 พันล้าน ขณะที่ประชากรทั้งโลกมีอยู่ประมาณ 7 พันล้าน ที่น่าสนใจคือมือถือจะมีจำนวนเกินคน และคนจะใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือเพราะหยิบง่ายใช้ได้ทันที และใช้อินเทอร์เน็ตผ่านแท็บเล็ตมากขึ้นเรื่อยๆ” อริยะกล่าว

 พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากอุปกรณ์ที่ตอบสนองความต้องการเหล่านี้ ส่งผลต่ออุตสาหกรรมและธุรกิจ ทำให้เกิดการไขว้กันไปมาของธุรกิจแบบไม่คาดคิด เหมือนที่ไอแพดทำยอดขายสูงกว่าแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ในหลายประเทศ กลายเป็นคู่แข่งของกลุ่มผลิตคอมพิวเตอร์ การเปลี่ยนแปลงในวงการเพลง จากเทปมาเป็นซีดี ดีวีดี ถึงวันนี้ถูก iTune ตีตลาด ธุรกิจเช่าวิดีโอหายไปจากวงการ การบริโภคสื่อเปลี่ยนไป จากกระดาษมาอ่านบนมือถือ บนแท็บเล็ต การดูทีวีซึ่งเคยเป็นจอหลักในชีวิตของคนก็เปลี่ยนไป

และแน่นอน มีผลต่อโลกโฆษณาที่ตามติดชีวิตผู้บริโภคไม่ลดละเช่นเดียวกัน  

ในโลกของโฆษณาโดยเฉพาะในกลุ่มของสินค้าประเภท FMCG มีคำว่า First Moment of Truth (FMOT) ที่นิยามขึ้นเมื่อปี 2005 โดย P&G หมายถึงช่วงที่ลูกค้าจะมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ก่อนหน้าที่จะไปถึงร้านค้าจริง ซึ่งมีผลเกี่ยวเนื่องไปถึงการตัดสินใจซื้อ ในโลกออฟไลน์ก็คือจากการดูโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ เพื่อชักจูงผู้บริโภคไปสู่วินาทีของการให้บริการระหว่างแบรนด์กับลูกค้าซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ช่วงที่ลูกค้าเข้ามาหาแบรนด์จนกระทั่งเดินจากไป 

“ยุคนี้เรามีคำว่า Zero Moments of Truth ไม่ใช่คอนเซ็ปต์ใหม่หรอก แต่เปลี่ยนไปตามรูปแบบและวิธีการหาข้อมูลก่อนซื้อ สมัยก่อนหรือแม้แต่ปัจจุบันเรา ก่อนจะซื้ออะไรเราก็ถามเพื่อน พึ่งผู้รู้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปสมัยนี้คือเรามี Access Information หลายทางที่ทำได้ทันทีในมือเราผ่านอินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องโทรหาใคร ปัจจุบันนี้มีผู้ใช้ถึง 75% ที่หาข้อมูลก่อนไปซื้อสินค้าที่ร้าน” 

ZMOT ที่อริยะกล่าวถึง เป็นจังหวะที่จะถูกแทรกเข้ามาก่อนหน้า FMOT เดิม คือการที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลในสิ่งที่สนใจ เช่น การดูรีวิว เรตติ้งจากเว็บไซต์ หรือดูข้อมูลจากโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ เช่น คลิปวิดีโอในยูทูบ สแกนบาร์โค้ดจากโทรศัพท์แล้วเปิดอ่านรีวิวก็ได้ 

“แหล่งที่หาข้อมูลได้ง่ายและสะดวกที่สุดย่อมไม่พ้นอินเทอร์เน็ต นี่คือสิ่งที่ Google ต้องการชี้ให้เห็นว่ามันเป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่นักการตลาดในยุคปัจจุบันควรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก” อริยะกล่าวย้ำ

เขาเล่าประสบการณ์ของตัวเองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ให้ฟังว่า เขาเองเป็นคนที่ติด Lonely Planet จะไปเที่ยวไหนต้องซื้อล่วงหน้าเป็นเดือนเพื่อศึกษา วันนี้ก็เปลี่ยนมาใช้มือถือหาข้อมูลสิ่งที่ต้องการแทน เช่น จะหาร้านอาหารใกล้ๆ ที่แนะนำมีร้านอะไรจะดูรีวิว แผนที่ก็มีให้ดู

“นี่คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือ คิดว่าถ้าเราเข้าไปอยู่ในโลกออนไลน์หมายความว่าจะเราขายของในออนไลน์ แต่ความจริงที่เป็นอยู่ตอนนี้คือ ส่วนใหญ่ผู้บริโภคใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งหาข้อมูล เพื่อที่จะเดินไปช้อปที่ร้าน ที่ที่จะตัดสินใจว่าเขาจะซื้อสินค้าหรือบริการอะไร เราไม่ได้บอกว่าทุกอย่างต้องมาอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตหมด ไม่ใช่ แล้วในเมืองไทยสถิติพบว่า 49% ของผู้บริโภคจะหาข้อมูลในโลกอินเทอร์เน็ต เพื่อที่จะไปตัดสินซื้อสินค้าหรือบริการในโลกที่เราเรียกว่าออฟไลน์” 


อริยะกล่าวว่า ณ วันนี้ออนไลน์มาร์เก็ตติ้งมี 3 เทรนด์ที่น่าสนใจ ได้แก่ หนึ่ง- From till to many สอง-From www to yww (Your web) และสาม-From Engagement to involvement 

From till to many ก็คือจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้เข้าอินเทอร์เน็ตจะมีความหลากหลาย แต่ไม่ว่าจะเป็นผ่านอุปกรณ์อะไร สิ่งที่ผู้ใช้คาดหวังคือข้อมูลเนื้อหาที่เหมือนกัน     

“อยากรู้ข้อมูล อยากรู้ข่าว หาดูจากอินเทอร์เน็ตเลย ไม่จำเป็น รอดูข่าวเที่ยง หรือข่าวค่ำ เพราะเข้าไปดูข้อมูลข่าวได้ด้วยตัวเองคือความสด ที่อาจจะเกิดขึ้นตอนนั้น เหมือนช่วงน้ำท่วมไม่มีใครรอดูข่าวทีวี แล้วการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ยังทำให้เรากรองข้อมูลที่เลือกและเชื่อถือได้ด้วยตัวเอง”

อริยะแชร์สถิติให้ฟังว่า ในหนึ่งวัน ช่วงที่อยู่ออฟฟิศคนส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นหลัก พีคช่วงพักเที่ยว ส่วนช่วงที่อยู่ในรถกำลังกลับบ้านการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือจะพีค และพีคอีกครั้งตอนอยู่ที่บ้าน

“ช่วงที่เราอยู่บ้านเราน่าจะดูข่าวดูละครแต่กลายเป็นว่าการใช้อินเทอร์เน็ตพีคที่สุด หมายความว่าเราเล่นอินเทอร์เน็ตเยอะสุด ตอนเราอยู่หน้าทีวี”  

สิ่งที่อริยะต้องการจะสื่อก็คือ คนยุคนี้นอกจากมีหลายอุปกรณ์ ยังเป็นพวกทำงานแบบ Multi-tasking เช่น ดูทีวีพร้อมเล่นอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้เกิดพฤติกรรมที่ทำให้ผู้ใช้ถูกจูงเข้าไปในโลกออนไลน์ทันทีเมื่อเห็นโฆษณาที่ถูกใจในทีวี 

“เวลาแค่นั้นไม่พอสำหรับข้อมูลที่ลูกค้าสนใจ ไม่มีใครสามารถบอกข้อดีของสินค้าได้ภายในเวลาจำกัด แต่อินเทอร์เน็ตตอบสนองตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นในฐานะนักโฆษณา ควรจะคิดให้เป็น IMC จากโฆษณาในทีวี เมื่อลูกค้ามาหาในเน็ตเขาก็ควรจะเจอเราอีก”

จาก www เป็น yww ความหมายที่อริยะอธิบายคือ  

“อินเทอร์เน็ตเป็นวันเวย์ คล้ายทีวี อ่านอย่างเดียวหลังจากอ่านข้อมูลก็เริ่มซื้อของได้ อาจจะที่อีเบย์ แต่วันนี้ผู้ใช้ Engage เฉพาะข้อมูลที่ต้องการอ่าน แฃะสิ่งที่เราบริโภคคือสิ่งที่ต้องการเห็น อย่างเช่น ตอนเล่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ผู้ใช้จะเห็นเฉพาะข้อมูลของเพื่อน ยูทูบก็เห็นเฉพาะวิดีโอที่ค้นหา ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่สนใจ เป็นยุคที่ผู้ใช้สามารถคัดข้อมูลข่าวสารที่สนใจได้”  

พฤติกรรมแบบนี้มีผลให้นักการตลาด นักโฆษณา ต้องตีโจทย์ให้ตรงกับความรู้สึกที่ผู้ใช้ได้รับจากการค้นหาข้อมูล 

กรณีของกูเกิล เมื่อลูกค้าเซิร์ชนอกจากข้อมูลกับที่ผู้ใช้ค้น ก็จะมีแถบโฆษณาที่ต้องการเข้าถึงผู้ใช้ที่คิดว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายด้วย เช่น คนชอบเที่ยวทั่วโลกเมื่อค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวที่พักก็จะมักจะได้เห็นโฆษณาของ Tripadvisor ซึ่งเลือกโฆษณากับกลุ่มคนที่ชอบเที่ยวทั่วโลกเพราะได้รับการเชื่อถือข้อมูลจากคนกลุ่มนี้ หรือโฆษณาของอะโกด้าก็จะโผล่ตามไปให้คนที่เคยใช้บริการเห็นทุกครั้งที่ผู้ใช้ค้นข้อมูลต่างๆ เป็นต้น

“ตัวอย่างสองรายนี้ แสดงให้เห็นว่าการทำดิจิตอล สตราทิจี้ ไม่ใช่ว่าต้องทำทุกอย่าง เพียงแต่ต้องคิดให้ดีว่า สิ่งที่ต้องการทำ และจุดประสงค์คืออะไร เป็นสิ่งที่ผมถือว่าฉลาด เพราะเขาคัดมาแล้วว่า แค่นี้พอ” 

จาก Engagement สู่ Involvement เมื่อผู้บริโภคฉลาดขึ้นเพราะหาข้อมูลได้ทุกที่ คนขายสินค้าก็จะมั่วไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เล่าให้ผู้บริโภคต้องตรงและชัดเจน ผู้บริโภคมีทางเลือกและซื้อทุกอย่างได้สะดวกในยุคนี้ และจะไม่นึกถึงแบรนด์เดียว แต่ละมีถึง 2-3 แบรนด์ในใจ   

“กรณีนี้มีตัวอย่างเทสโก้ที่เกาหลี ทำภาพตู้แช่ตรงรถไฟใต้ดิน เจ๋งมาก น่าจะเป็นที่เดียวที่ทำแล้วประสบความสำเร็จ ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแบรนด์พยายามเอ็ดดูเคทตรงนี้ สิ่งที่เขาทำติดวอลเปเปอร์เหมือนตู้แช่ในซูเปอร์ไว้ที่ชานชาลา มีคิวอาร์โค้ดใช้มือถือสแกนซื้อของแล้วส่งไปที่บ้านเลย อันนี้คือคอนวีเนียนระหว่างเดินทางที่คนเกาหลีต้องอยู่บนรถนาน มาถึงปุ๊บก็หยิบปั๊บเลยไม่ต้องเข้าซูเปอร์ และแน่นอนว่า ไม่ใช่สำเร็จในเกาหลีแล้วจะสำเร็จไปทุกที่ ต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคด้วยว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร”

อริยะบอกว่า สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่เกริ่นไว้ตั้งแต่แรกว่า โลกออนไลน์ไม่ควรใช้เพอร์เซ็ปชั่น เพราะเสน่ห์โลกออนไลน์ที่มีให้นักการตลาดคือ ทุกอย่างวัดผลได้หมด  

แต่ถ้าใครคิดว่าแน่ลองเรียงลำดับคำเหล่านี้ดูก็ได้ว่า อะไรคือคำค้นที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยค้นหามากสุดในหนึ่งวัน 

...ฟุตบอล รถมือสอง ณเดชน์ ดูดวง และ สตีฟ จ็อบส์...

ทุกคนมักจะเลือกคำตอบจากเพอร์เซ็ปต์ชั่นซึ่งหลอมมาจากประสบการณ์ที่ตัวเองมี คำตอบจากคำค้นจากมากไปหาน้อยที่ถูกต้องคือ ดูดวง บอล รถมือสอง ณเดชน์ และ สตีฟ จ็อบส์ 

แม้ว่าคุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่ตอบคำถามชุดนี้ได้ถูกต้อง แต่ก็จงยอมรับว่านั่นคือการคาดเดา ซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่งสำหรับคนที่ทำตลาดออนไลน์ เพราะเท่ากับปล่อยให้เพอร์เซ็ปชั่นมาครอบความคิด ปิดกั้นการเข้าถึงความจริงที่ควรจำไว้ให้ขึ้นใจว่า

“ออนไลน์เป็นสื่อเดียวที่วัดผลได้หมด และเป็นสื่อเดียวที่ผู้บริโภคจะบอกคุณว่า เขาต้องการอะไร เขาสนใจเรื่องอะไร นักการตลาดสามารถคุยกับผู้บริโภคได้ในโลกออนไลน์ และไม่ใช่การพูดฝ่ายเดียวแต่สามารถทำให้เขาตอบกลับได้ด้วย และนี่คือเสน่ห์ของโลกออนไลน์”  

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488