108 ช็อป Survival Network

700 สาขาในวันนี้ คือจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การดึงโชห่วยมาเป็นเครือข่าย ”108 ช็อป” ให้ได้หมื่นสาขาในอนาคต คือเป้าหมายที่เครือสหพัฒน์หวังไว้ ผ่านกลุยทธ์ “108 ช็อป” ปักธงในธุรกิจนี้ ด้วย “Positioning ร้านสะดวกซื้อพอเพียง” ทำให้ ”โชห่วย” ยังมีลมหายใจ ตัดสินใจง่ายขึ้นที่จะแปลงร่างเป็นร้านสะดวกซื้อในเครือข่ายของคนไทยแบรนด์นี้ ต่อยอดเฮาส์แบรนด์ ”สหพัฒน์” ได้อย่างลงตัว เป็น ”ทางรอด” ท่ามกลางสงครามค้าปลีกจากต่างชาติที่ระอุอยู่รอบตัว

“โชห่วย สนับสนุนสหพัฒน์มานานกว่า 70 ปี เราก็จะช่วยพวกเขา ไม่เช่นนั้นพวกเขาอยู่ไม่ได้ เพราะพวกเขาสร้างสหพัฒน์มา” คือข้อความที่ ”เวทิต โชควัฒนา” ได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณอาทั้ง 2 คือ ”บุณยสิทธิ์ และ บุญเกียรติ โชควัฒนา” 2 ใน 8 พี่น้องตระกูลโชควัฒนารุ่นที่ 2 ที่ขับเคลื่อนธุรกิจของเครือสหพัฒน์จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย

ผ่านไปแล้วประมาณ 5 ปี ดูเหมือนว่าไม่เพียงสหพัฒน์จะช่วยเหลือโชห่วยเท่านั้น แต่โชห่วยที่กลายพันธุ์และสาขาที่เครือสหพัฒน์ลงทุนเอง ภายใต้แบรนด์”108 ช็อป” รวมกว่า 700 สาขา คือช่องทางร้านสะดวกซื้อที่ตอบโจทย์ให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของ ”สหพัฒน์” ถึงมือลูกค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น และแน่นอนถ้อยความที่ถ่ายทอดครั้งนั้นที่ยังก้องอยู่ในใจของ ”เวทิต” อีกส่วนหนึ่งคือเป้าหมาย 108 ช็อปนับหมื่นสาขา

ขอโลเกชั่นระดับ B ก็โอเค

การเริ่มต้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ไม่ใช่เรื่องง่าย มีโจทย์ 2 ข้อที่ ”เวทิต” ต้องตอบ คือ ตลาดนี้มีเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นเจ้าตลาด และกวาดพื้นที่ทำเลทอง เกรด A ที่มียอดบิลวันหนึ่งไม่ต่ำกว่าพันใบ ยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นจนถึงแสนบาทไปเกือบหมด 108 ช็อป จึงต้องเลือกพื้นที่ทำเลเกรด B คือคนอาจไม่พลุกพล่านมาก แต่ก็คึกคักพอที่จะมียอดบิลไม่ต่ำกว่า 400 ใบต่อวัน หรือยอดขายไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 บาท

อีกข้อหนึ่งคือการทำให้ให้โชห่วยเข้าใจเจตนารมณ์ของสหพัฒน์ และมั่นใจในการรับแฟรนไชส์ 108 ช็อป สหพัฒน์จึงเลือกเดินเกมลงทุนเปิด 108 ช็อปด้วยตัวเอง และยังทำให้ได้ขนาดธุรกิจที่ใหญ่พอ (Economy of scale) สำหรับระบบการส่งสินค้า จากนั้นจึงเพิ่มแฟรนไชส์และขายกิจการให้เจ้าของพื้นที่ที่สหพัฒน์ไปเช่าพื้นที่เปิดร้าน

จากเงื่อนไขและเป้าหมายนี้ทำให้ 108 ช็อป วาง Positioning ของตัวเองว่าเป็นร้านสะดวกซื้อแบบพอเพียง ที่ต้องการให้โชห่วยลงทุนตามความสามารถของตนเอง และเหมาะสมกับเงื่อนไขของแต่ละราย

หั่นราคา แถมไม่มีแป๊ะเจี๊ย

เมื่อเลือกเป็นร้านในพื้นที่ระดับ B ทำให้ 108 ช็อปต้องลงมาเล่นเรื่องราคาในธุรกิจค้าปลีกร้านสะดวกซื้อได้ ด้วยการไม่เก็บ “ค่าแฟรนไชส์” เพียงเตรียมเงินไว้ 2-3 แสนบาท สำหรับค่าตกแต่งร้าน ค่าประกัน และค่าบริการระบบต่อเดือน ก็สามารถเปิดร้านได้ทันที หากเลิกกิจการ ถ้าไม่ได้ทำผิดสัญญาใดๆ ก็ยังได้เงินค่าประกันคืน 1 แสนบาท

การเข้าง่าย ต้นทุนไม่สูงทำให้ 108 ช็อปขยายตัวเร็วในช่วงแรกๆ แต่ต้นทุนถูกนี้เอง กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ ”เวทิต” บอกว่าทำให้ผู้รับแฟรนไชส์บางคนไม่จริงจังกับการทำธุรกิจ หรือดูแลร้าน โดยเฉพาะรายละเอียดของการดูแลร้านตั้งแต่เวลา การเปิดปิดร้าน ที่ไม่แน่นอน การประหยัดไฟจนร้านไม่สว่างพอ ปิดแอร์ ซึ่งมีส่วนทำให้แบรนด์ของ 108 ช็อปยังดูเป็นร้านสะดวกซื้อที่ไม่เป็นระบบ ขาดความน่าเชื่อถือ

ไอที โลจิสติกส์ เทียบชั้นแบรนด์ใหญ่

“เวทิต” มีพื้นฐานและความชอบด้านไอทีอย่างดี ทำให้การรันธุรกิจร้านสะดวกซื้อของ 108 ช็อปค่อนข้างราบรื่น เพราะสามารถนำระบบโลจิสติกส์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจภายใต้บริษัทซันร้อยแปด ของเครือสหพัฒนพิบูล หรือสหพัฒน์ ที่ “เวทิต” วางระบบไว้มาใช้เป็นเครื่องมือได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะระบบของศูนย์กระจายสินค้า การบริหารสต๊อกและจัดส่งสินค้าให้กับร้านสะดวกซื้อแบรนด์ต่าง ๆ ตั้งแต่แฟมิลี่มาร์ทในอดีต และร้านของเครือข่ายปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่หลายแห่งในปัจจุบัน

“โลจิสติกส์” เป็นอาวุธที่สามารถต่อสู้กับเครือข่ายร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ อย่าง”เซเว่น อีเลฟเว่น”ได้เต็มที่ เพราะสต๊อกสินค้าที่ดีช่วยให้ร้านสะดวกซื้อมีชีวิตชีวา จาก 1.สินค้าไม่ค้างสต๊อก หมุนเวียนเร็ว โดยเฉพาะเมื่อสินค้านั้นเปลี่ยนแพ็กเกจ หรือออกสูตรใหม่ 2.หากสินค้าหมดเร็ว ก็สามารถเติมได้ทันความต้องการของลูกค้า ขณะที่โชห่วยแบบเดิมต้องรอขายจนหมดจึงซื้อของใหม่มาขายได้ หรือสั่งสินค้าล่าช้าจนของขาด และลูกค้าก็เปลี่ยนไปซื้อที่อื่นแทน ขาดความต่อเนื่องในการรักษาฐานลูกค้า

เมื่อคุณซื้อสินค้า 1 ชิ้น ระบบของ 108 ช็อปที่วางไว้แต่ละสาขา ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบออนไลน์ จะประมวลผล หากเห็นว่าจำนวนสินค้าที่เหลืออยู่เทียบกับความต้องการของลูกค้าของสาขานั้นไม่เพียงพอ ระบบจะส่งคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ (Auto Re-order) มายังศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ทันที ซึ่งพนักงานในศูนย์กระจายสินค้ามีอุปกรณ์พีดีเอในการจัดสินค้า ที่ส่งสัญญาณเข้าระบบผ่าน RFID ใช้มานานกว่า 1 ปีที่ทำให้ประหยัดต้นทุนกระดาษไปได้อย่างน้อยเดือนละ 8 หมื่นบาท และยังมีความแม่นยำในการจัดส่งสินค้าได้มากกว่า

สุดท้ายรถส่งสินค้าของ 108 ช็อป จะสามารถส่งให้ได้วันต่อวัน เพราะความคุ้มทุนที่รถคันนั้นพร้อมไปส่งให้กับร้านสะดวกซื้อแบรนด์อื่นๆ ด้วย

“เวทิต” สรุปความสำคัญของระบบไอทีว่า ช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา 108 ช็อปอยู่มาได้เพราะมีไอที และระบบการจัดการ

เร่งปรับจุดอ่อนสู้ศึกรอบด้าน

ศึกรอบด้านสำหรับ 108 ช็อป ทำให้ขณะนี้ต้องเร่งแก้จุดอ่อน และเพิ่มจุดแข็งมากขึ้น โดยเริ่มจากพนักงานของร้าน ที่มีเป้าหมายสร้างให้ 108 ช็อปผูกสัมพันธ์กับลูกค้าเหมือนร้านโชห่วย ที่เจ้าของร้านจะรู้จักลูกค้าและครอบครัวของลูกค้าอย่างดี “ยิ้ม ไหว้ ขาน สวัสดี ทักทาย” คือหลักในสื่อสารกับลูกค้า หากสำเร็จจะเกิดยอดขายสินค้าอื่นๆ ตามมา (Plus Sale) ซึ่งเกิดจากการเชียร์ให้ลูกค้าซื้อสินค้ามากขึ้น

108 ช็อปต้องดำเนินการ 2 อย่างคือการปลูกฝังพนักงาน ให้เห็นความสำคัญของการเป็นหน้าด่านของบริษัท และการให้ผลตอบแทน หากทำยอดขายได้มากขึ้น ก็จะมีคอมมิชชั่นมากขึ้นในแต่ละเดือน

การเพิ่มกลุ่มสินค้าเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า ซึ่ง 108 ช็อป กำลังเติมสินค้าประเภทอาหาร Ready to Eat (RTE) ซึ่งถือเป็นสินค้าที่สะท้อนให้เห็นความเป็นร้านสะดวกซื้อในปัจจุบัน รวมไปถึงการเพิ่มบริการจุดชำระเงินค่าบริการต่างๆ นอกเหนือกจากนี้ยังมีระบบบัตรเงินสด ที่เครือสหพัฒน์ยังอยู่ในช่วงเริ่มทดลองใช้ในกลุ่มพนักงาน

สำหรับจุดอ่อนที่สำคัญคือการสื่อสารและสร้างแบรนด์ ที่ ”เวทิต” รู้ดีกว่าแบรนด์มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเดินเข้าร้านของกลุ่มเป้าหมาย แต่ขณะนี้ 108 ช็อปยังไม่พร้อมสำหรับการสร้างแบรนด์มากนัก ทางออกคือการใช้สื่อที่มีอยู่ในเครือสหพัฒน์ คือทีวีดาวเทียม ”เอส แชนแนล” อีกหนึ่งธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อกลางปี 2552 ที่ผ่านมา นอกเหนือจากหากมีโอกาสให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถ้าเวลาเอื้ออำนวยเขาก็พร้อมให้ข่าว ถ่ายภาพเต็มที่

ช็อปยิ่งขยาย โอกาสเฮาส์แบรนด์ยิ่งมา

“เวทิต” บอกว่าการเพิ่มสินค้าที่หลากหลาย และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละวัน คือหลักในการบริหารสินค้าในร้าน 108 ช็อป ดังนั้นใน 108 ช็อปจึงมีสินค้าหลากหลายจากผู้ผลิตหลายราย เพราะสหพัฒน์ตั้งเป้าหมายให้เป็นธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจริงๆ ดังนั้นในร้าน 108 ช็อปจึงมีสินค้าของสหพัฒน์ประมาณ 10% ของสินค้าทั้งหมดเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มของสินค้าเฮาส์แบรนด์ “108 ช็อป” ที่จำหน่ายเฉพาะใน 108 ช็อป ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ตั้งแต่ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น น้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่มียอดขายสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะผงซักฟอกถุงใหญ่ ราคา 129 บาท กลายเป็นสินค้าดี เพราะกลยุทธ์ราคา ทำให้สามารถเพิ่มค่าเฉลี่ยของรายได้ต่อบิลเป็น 52 บาทได้ ทำให้เห็นว่าโอกาสของสินค้าเฮาส์แบรนด์มีสูง แม้จะไม่ใช่เป้าหมายตั้งแต่ต้นของธุรกิจ 108 ช็อป แต่ก็หมายถึงโอกาสที่เริ่มเห็นมากขึ้นของสินค้าในเครือสหพัฒน์

5 ปีที่ผ่านมา เฉพาะตัวธุรกิจของ 108 ช็อปมีตัวเลขขาดทุนมาโดยตลอด จังหวะก้าวของ 108 ช็อปจึงเป็นไปอย่างระมัดระวัง และไม่ลงทุนสูงนัก กลยุทธ์คือค่อยๆ ดึงโชห่วยด้วยหลักการติดอาวุธให้ปรับปรุงร้าน เข้าสู่ระบบของสหพัฒน์ เพื่อให้มีกำลังพอต่อสู้กับร้านสะดวกซื้อแบรนด์ใหญ่ และต่างชาติได้ แม้ในปี 2553 จะมีเพียง 1,100 สาขา ที่ดูเหมือนยังมีเส้นทางอีกยาวไกลกว่าจะถึงหลักหมื่นสาขา แต่สำหรับ ”เวทิต” ในฐานะแม่ทัพวันนี้ดูเหมือนว่าเขายังคงมีพลังเต็มที่ เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ และติดอาวุธใหม่ให้ ”สหพัฒน์” สำเร็จให้ได้

เปิดร้าน 108 ช้อป
-------------------------------------------------------------------------
บริษัท “ซันร้อยแปด” เครือสหพัฒนพิบูลย์
แบรนด์ 108 ช็อป
คอนเซปต์ ร้านสะดวกซื้อ
Positioning ร้านสะดวกซื้อแบบพอเพียงสำหรับคนไทย
โลเกชั่นหลัก ความหนาแน่นของลูกค้าระดับ B (เฉลี่ยวันละ 400-800 บิล หรือรายได้ต่อวันเฉลี่ย 15,000 บาท)
อาวุธ
-ขยายสาขาโดยใช้ระบบไอทีในการบริหารโลจิสติกส์ และสร้างความสัมพันธ์กับโชห่วยด้วยค่าธรมเนียม และค่าบริการบริหารสต๊อกสินค้าถูกกว่าคู่แข่งเท่าตัว และส่งสินค้าแม้แต่ชิ้นเดียวก็บริการส่งให้
-การบริการลูกค้า เน้นคอนเซ็ปต์ความเป็นกันเอง เปรียบเสมือนเพื่อนบ้าน แบบเดียวกับโชห่วย ภายใต้
หลักปฎิบัติสำหรับพนักงานที่ว่า ”ยิ้ม ไหว้ ขาน สวัสดี ทักทาย” ส่งผลไปถึง Plus Sale หรือพนักงาน
นำเสนอสินค้าอื่นให้ลูกค้าซื้อได้
-กลยุทธ์ราคา จากสินค้าที่ในเครือ
-ช่องทางการสื่อสาร ”เอสแชนแนล” ทีวีดาวเทียมเครือสหพัฒน์ ที่สามารถสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้
สินค้าเด่น เฮาส์แบรนด์ 108 ช็อป เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจน เป็นสินค้า 10% ของสินค้าทั้งหมด
รายได้ต่อบิล - 52 บาท
จำนวนสาขาปัจจุบัน -700 สาขา ลงทุนเองกับแฟรนไชส์อย่างละครึ่ง กรุงเทพฯ 55% ต่างจังหวัด 45%
จำนวนสินค้า -2,000 SKU
เป้าหมาย เพิ่มบริการครบวงจร ด้วยสินค้ากลุ่ม RTE, บริการ-จ่ายค่าสาธารณูปโภค, ซื้อของด้วยบัตรเงินสด
แผนธุรกิจปี 2553 ขยายสาขารวม 400 สาขา แบ่งเป็นลงทุนเอง 200 สาขา แฟรนไชส์อีก 200 สาขา

----------------------------------------------------------------------
ต้นทุน-รายจ่ายสำหรับผู้ที่รับแฟรนไชส์ 108 ช็อป
1.ต้องเป็นเจ้าของ หรือเช่าพื้นที่ขนาด 20-200 ตร.ม.
2.ค่าออกแบบตกแต่งร้าน 2 แสนบาท (ร้านขนาดใหญ่)
3.ค่าประกันสินค้า 50,000 บาท
4.ค่าประกันระบบ เช่น อุปกรณ์จัดเก็บเงิน คอมพิวเตอร์ ป้ายแบรนด์ 50,000 บาท
5.ค่าบริการระบบบริหารและส่งสินค้าเดือนละ 3,000-6,000 บาท

-------------------------------------------------------------------------

Timeline จำนวนการเปิดสาขา
ปี 2004 เริ่มก่อตั้ง มี 56 สาขา
ปี 2005 556 สาขา
ปี 2006 715 สาขา
ปี 2007 846 สาขา
ปี 2008 975 สาขา
*ปี 2009 700 สาขา
ปี 2010 เป้าหมาย 1,100 สาขา
*ยอดสรุปสาขาที่ยังคงเปิดตัวอยู่ จากหลายปีที่ผ่านมาที่มีการเปิดสาขาแต่ก็มีการปิดตัวไปบ้าง

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

แบรนด์ที่ใช้สื่อโฆษณาสูงสุดในเดือนตุลาคม 2557 อันดับ 1 เป็นของ วาสลีน บอดี้ สกินแคร์ ด้วยงบซื้อโฆษณา 79 ล้านบาท อันดับ 2 เป็นของ แชมพู เคลียร์ ใช้งบไป 69 ล้านบาท แซงหน้าโตโยต้า ที่หล่นมาอยู่ในอันดับ 3 โดยโตโยต้ารถยนต์นั่ง ใช้งบไป 67 ล้านบาท

Consumer Insight

ผลวิจัยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวไทย ของบริษัท ดันน์ฮัมบี้ ล่าสุด พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าโดยใช้ปัจจัยด้านความสะดวกซื้อ และซื้อในแต่ละครั้งจะซื้อสินค้าจำนวนไม่มาก

มาดูกันว่า กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่ Generation Power ของไทย วัย 35- 59 ปี กันบ้าง และจากการศึกษาแบบเจาะลึกของ Y&R Thailand ค้นพบ 3 ค่านิยมเด่นของกลุ่มคนไทย ที่นักการตลาดต้องรู้

Insight

ท่ามกลางการแข่งขันของโลว์คอส แอร์ไลน์ในไทย สายการบิน “ไทยสมายล์” ได้วาง Positioning ตัวเองเป็นสายการบินแบบ “ไลท์ พรีเมี่ยม” ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหว่างสายการบินแบบ Full Service และ Low Cost

จากโครงการ LINE ครีเอเทอร์มาร์เก็ต (LINE Creators Market) ที่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถส่งผลงานสติกเกอร์ของตนเองเพื่อขายเป็นสติกเกอร์ไลน์ โดยในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.– 7 พ.ย. 2557 ที่ผ่านมา มีรายได้ทะลุ 1,074 ล้านบาท

กลุ่ม Generation Y (Gen Y) เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลสุดๆ ต่อตลาด เพราะมีขนาดใหญ่ คนกลุ่มนี้เกิดใน ค.ศ 1981-2000 โดยมีจำนวนประมาณ 19 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ ที่สำคัญรายได้ค่อนข้างสูงแม้จะอยู่ในวัยหนุ่มสาวอายุเพียง 15-34 ปี และยังมีอัตราการใช้จ่ายต่อรายได้ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนเจเนอเรชั่นอื่นๆ

Strategic Move

นับเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่ กาเกา ทอล์ค (Kakao Talk) แอพแชต จากเกาหลี เข้ามาทดลองตลาดในไทยเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา

แม้พฤติกรรมการดูภาพยนตร์ของคนไทยจะสูงขึ้นตามไลฟ์สไตล์คนเมืองก็ตาม แต่เมื่อเทียบอัตราการดูภาพยนตร์ของคนไทยต่อคนต่อปีแล้วมีเพียง 1 เรื่องเท่านั้น และโรงภาพยนตร์ในเมืองไทยยังมีอยู่แค่ 800 โรง

หลังจากประสบความสำเร็จในการ ปั้น 'เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อนท์' บนถนนเจริญกรุงไปแล้ว บริษัท ทีซีซี แลนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” มองเห็นโอกาสและช่องว่างของการสร้างแหล่งช้อปปิ้ง ที่เรียกว่า 'Community Shopping Center'

Social Media Club

YouTube เว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ยอดนิยมของคนไทย ได้จัดอันดับคลิปวิดีโอที่ยอดนิยมมากที่สุดในปี 2014 โดยวัดผลจากยอดวิวสูงที่สุด โดยที่คอนเท้นต์ยอดนิยมส่วนใหญที่คนไทยคลิ๊กดูมากที่สุดยังคงเป็น “เพลง” “มิวสิควิดีโอ” มากที่สุด

ไตรมาสที่ 4 ก่อนย่างขึ้นศักราชใหม่ 2558 เหล่านักการตลาดบนโซเชียลมีเดียต่างได้รับข่าวร้ายว่าในเดือนมกราคม ปีหน้าเฟซบุ๊กจะดำเนินการปรับลดการมองเห็นโพสต์ในเพจธุรกิจ (Business Page) ลง ส่งผลให้บรรดาโพสต์ประเภทฮาร์ดเซลหรือเน้นขายของเกินเหตุ (Overly Promotional) จะถูกพบเห็นได้น้อยลงอีก

เหล่านักการตลาดต่างหันหาโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ในการเริ่มต้นสานความสัมพันธ์ และสนทนาแลกเปลี่ยนกับผู้บริโภคโดยให้ความสำคัญกับงานในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่องๆ ทั้งการทุ่มเทงบประมาณ และบุคลากร ทว่า ผลการศึกษาของบริษัทวิจัยฟอร์เรสเตอร์กลับชี้ให้เห็นว่า แบรนด์ทั้งหลายอาจเสียทั้งเงินและเวลาไปเปล่าๆ

Columnist

การแข่งขันในการตลาดปัจจุบัน ต้องมีระบบมาตรฐาน “คุณภาพ” “คุณธรรม” (Quality and Ethics)

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

ไอดีซี เผยตลาดแท็บเล็ตในปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าเป้าอย่างเห็นได้ชัด มีการเติบโตเพียงแค่ 7.2% เท่านั้น เมื่อเทียบการเติบโตแบบปีต่อปี ลดลงจาก 52.5% ในปี 2013 ถือเป็นตัวเลขที่เยอะพอสมควร

การจัดอันดับแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก (Best Global Brand)ในปี 2014โดยบริษัทอินเตอร์แบรนด์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ยังพบด้วยว่า แบรนด์ที่เข้ามาติดอันดับในปีนี้เป็นครั้งแรก ประกอบไปด้วย ดีเอชแอล (อันดับ 81) แลนด์โรเวอร์ (อันดับที่ 91) เฟดเด็กซ์ (อันดับที่ 92) หัวเหว่ย (อันดับที่ 94) และฮูโก้ บอส (อันดับที่ 97)

ผู้เขียนได้อ่านบทความธุรกิจของจีนทราบว่า 1 ใน 10 ของแบรนด์ในใจพนักงานออฟฟิศ อันดับหนึ่ง คือ “วีแชต (WeChat)” แอปฯ แชตสีเขียวที่คนจีนใช้กันทั้งประเทศ (มิใช่แบรนด์เครื่องดื่มใดๆ อีกต่อไป) ส่วนแบรนด์อื่นๆ ก็หนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่างแอ๊ปเปิ้ล ไนกี้ ฯลฯ และก็มีแบรนด์หนึ่งที่สะดุดตาผู้เขียนคือ “ชุ่นเฟิง (顺丰)” ซึ่งที่โลโก้มีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่า SF

People

บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง “ปิย สมุทรโคจร” ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน เป็นต้นมา

หลังจาก เฟ้นหาบุคคลมานั่งเก้าอี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอสมท จำกัด (มหาชน) มาแทน "เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์" ที่ยื่นลาออกไปเมื่อ 12 มิถุนายน 2557

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348