108 ช็อป Survival Network

700 สาขาในวันนี้ คือจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การดึงโชห่วยมาเป็นเครือข่าย ”108 ช็อป” ให้ได้หมื่นสาขาในอนาคต คือเป้าหมายที่เครือสหพัฒน์หวังไว้ ผ่านกลุยทธ์ “108 ช็อป” ปักธงในธุรกิจนี้ ด้วย “Positioning ร้านสะดวกซื้อพอเพียง” ทำให้ ”โชห่วย” ยังมีลมหายใจ ตัดสินใจง่ายขึ้นที่จะแปลงร่างเป็นร้านสะดวกซื้อในเครือข่ายของคนไทยแบรนด์นี้ ต่อยอดเฮาส์แบรนด์ ”สหพัฒน์” ได้อย่างลงตัว เป็น ”ทางรอด” ท่ามกลางสงครามค้าปลีกจากต่างชาติที่ระอุอยู่รอบตัว

“โชห่วย สนับสนุนสหพัฒน์มานานกว่า 70 ปี เราก็จะช่วยพวกเขา ไม่เช่นนั้นพวกเขาอยู่ไม่ได้ เพราะพวกเขาสร้างสหพัฒน์มา” คือข้อความที่ ”เวทิต โชควัฒนา” ได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณอาทั้ง 2 คือ ”บุณยสิทธิ์ และ บุญเกียรติ โชควัฒนา” 2 ใน 8 พี่น้องตระกูลโชควัฒนารุ่นที่ 2 ที่ขับเคลื่อนธุรกิจของเครือสหพัฒน์จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย

ผ่านไปแล้วประมาณ 5 ปี ดูเหมือนว่าไม่เพียงสหพัฒน์จะช่วยเหลือโชห่วยเท่านั้น แต่โชห่วยที่กลายพันธุ์และสาขาที่เครือสหพัฒน์ลงทุนเอง ภายใต้แบรนด์”108 ช็อป” รวมกว่า 700 สาขา คือช่องทางร้านสะดวกซื้อที่ตอบโจทย์ให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของ ”สหพัฒน์” ถึงมือลูกค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น และแน่นอนถ้อยความที่ถ่ายทอดครั้งนั้นที่ยังก้องอยู่ในใจของ ”เวทิต” อีกส่วนหนึ่งคือเป้าหมาย 108 ช็อปนับหมื่นสาขา

ขอโลเกชั่นระดับ B ก็โอเค

การเริ่มต้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ไม่ใช่เรื่องง่าย มีโจทย์ 2 ข้อที่ ”เวทิต” ต้องตอบ คือ ตลาดนี้มีเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นเจ้าตลาด และกวาดพื้นที่ทำเลทอง เกรด A ที่มียอดบิลวันหนึ่งไม่ต่ำกว่าพันใบ ยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นจนถึงแสนบาทไปเกือบหมด 108 ช็อป จึงต้องเลือกพื้นที่ทำเลเกรด B คือคนอาจไม่พลุกพล่านมาก แต่ก็คึกคักพอที่จะมียอดบิลไม่ต่ำกว่า 400 ใบต่อวัน หรือยอดขายไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 บาท

อีกข้อหนึ่งคือการทำให้ให้โชห่วยเข้าใจเจตนารมณ์ของสหพัฒน์ และมั่นใจในการรับแฟรนไชส์ 108 ช็อป สหพัฒน์จึงเลือกเดินเกมลงทุนเปิด 108 ช็อปด้วยตัวเอง และยังทำให้ได้ขนาดธุรกิจที่ใหญ่พอ (Economy of scale) สำหรับระบบการส่งสินค้า จากนั้นจึงเพิ่มแฟรนไชส์และขายกิจการให้เจ้าของพื้นที่ที่สหพัฒน์ไปเช่าพื้นที่เปิดร้าน

จากเงื่อนไขและเป้าหมายนี้ทำให้ 108 ช็อป วาง Positioning ของตัวเองว่าเป็นร้านสะดวกซื้อแบบพอเพียง ที่ต้องการให้โชห่วยลงทุนตามความสามารถของตนเอง และเหมาะสมกับเงื่อนไขของแต่ละราย

หั่นราคา แถมไม่มีแป๊ะเจี๊ย

เมื่อเลือกเป็นร้านในพื้นที่ระดับ B ทำให้ 108 ช็อปต้องลงมาเล่นเรื่องราคาในธุรกิจค้าปลีกร้านสะดวกซื้อได้ ด้วยการไม่เก็บ “ค่าแฟรนไชส์” เพียงเตรียมเงินไว้ 2-3 แสนบาท สำหรับค่าตกแต่งร้าน ค่าประกัน และค่าบริการระบบต่อเดือน ก็สามารถเปิดร้านได้ทันที หากเลิกกิจการ ถ้าไม่ได้ทำผิดสัญญาใดๆ ก็ยังได้เงินค่าประกันคืน 1 แสนบาท

การเข้าง่าย ต้นทุนไม่สูงทำให้ 108 ช็อปขยายตัวเร็วในช่วงแรกๆ แต่ต้นทุนถูกนี้เอง กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ ”เวทิต” บอกว่าทำให้ผู้รับแฟรนไชส์บางคนไม่จริงจังกับการทำธุรกิจ หรือดูแลร้าน โดยเฉพาะรายละเอียดของการดูแลร้านตั้งแต่เวลา การเปิดปิดร้าน ที่ไม่แน่นอน การประหยัดไฟจนร้านไม่สว่างพอ ปิดแอร์ ซึ่งมีส่วนทำให้แบรนด์ของ 108 ช็อปยังดูเป็นร้านสะดวกซื้อที่ไม่เป็นระบบ ขาดความน่าเชื่อถือ

ไอที โลจิสติกส์ เทียบชั้นแบรนด์ใหญ่

“เวทิต” มีพื้นฐานและความชอบด้านไอทีอย่างดี ทำให้การรันธุรกิจร้านสะดวกซื้อของ 108 ช็อปค่อนข้างราบรื่น เพราะสามารถนำระบบโลจิสติกส์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจภายใต้บริษัทซันร้อยแปด ของเครือสหพัฒนพิบูล หรือสหพัฒน์ ที่ “เวทิต” วางระบบไว้มาใช้เป็นเครื่องมือได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะระบบของศูนย์กระจายสินค้า การบริหารสต๊อกและจัดส่งสินค้าให้กับร้านสะดวกซื้อแบรนด์ต่าง ๆ ตั้งแต่แฟมิลี่มาร์ทในอดีต และร้านของเครือข่ายปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่หลายแห่งในปัจจุบัน

“โลจิสติกส์” เป็นอาวุธที่สามารถต่อสู้กับเครือข่ายร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ อย่าง”เซเว่น อีเลฟเว่น”ได้เต็มที่ เพราะสต๊อกสินค้าที่ดีช่วยให้ร้านสะดวกซื้อมีชีวิตชีวา จาก 1.สินค้าไม่ค้างสต๊อก หมุนเวียนเร็ว โดยเฉพาะเมื่อสินค้านั้นเปลี่ยนแพ็กเกจ หรือออกสูตรใหม่ 2.หากสินค้าหมดเร็ว ก็สามารถเติมได้ทันความต้องการของลูกค้า ขณะที่โชห่วยแบบเดิมต้องรอขายจนหมดจึงซื้อของใหม่มาขายได้ หรือสั่งสินค้าล่าช้าจนของขาด และลูกค้าก็เปลี่ยนไปซื้อที่อื่นแทน ขาดความต่อเนื่องในการรักษาฐานลูกค้า

เมื่อคุณซื้อสินค้า 1 ชิ้น ระบบของ 108 ช็อปที่วางไว้แต่ละสาขา ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบออนไลน์ จะประมวลผล หากเห็นว่าจำนวนสินค้าที่เหลืออยู่เทียบกับความต้องการของลูกค้าของสาขานั้นไม่เพียงพอ ระบบจะส่งคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ (Auto Re-order) มายังศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ทันที ซึ่งพนักงานในศูนย์กระจายสินค้ามีอุปกรณ์พีดีเอในการจัดสินค้า ที่ส่งสัญญาณเข้าระบบผ่าน RFID ใช้มานานกว่า 1 ปีที่ทำให้ประหยัดต้นทุนกระดาษไปได้อย่างน้อยเดือนละ 8 หมื่นบาท และยังมีความแม่นยำในการจัดส่งสินค้าได้มากกว่า

สุดท้ายรถส่งสินค้าของ 108 ช็อป จะสามารถส่งให้ได้วันต่อวัน เพราะความคุ้มทุนที่รถคันนั้นพร้อมไปส่งให้กับร้านสะดวกซื้อแบรนด์อื่นๆ ด้วย

“เวทิต” สรุปความสำคัญของระบบไอทีว่า ช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา 108 ช็อปอยู่มาได้เพราะมีไอที และระบบการจัดการ

เร่งปรับจุดอ่อนสู้ศึกรอบด้าน

ศึกรอบด้านสำหรับ 108 ช็อป ทำให้ขณะนี้ต้องเร่งแก้จุดอ่อน และเพิ่มจุดแข็งมากขึ้น โดยเริ่มจากพนักงานของร้าน ที่มีเป้าหมายสร้างให้ 108 ช็อปผูกสัมพันธ์กับลูกค้าเหมือนร้านโชห่วย ที่เจ้าของร้านจะรู้จักลูกค้าและครอบครัวของลูกค้าอย่างดี “ยิ้ม ไหว้ ขาน สวัสดี ทักทาย” คือหลักในสื่อสารกับลูกค้า หากสำเร็จจะเกิดยอดขายสินค้าอื่นๆ ตามมา (Plus Sale) ซึ่งเกิดจากการเชียร์ให้ลูกค้าซื้อสินค้ามากขึ้น

108 ช็อปต้องดำเนินการ 2 อย่างคือการปลูกฝังพนักงาน ให้เห็นความสำคัญของการเป็นหน้าด่านของบริษัท และการให้ผลตอบแทน หากทำยอดขายได้มากขึ้น ก็จะมีคอมมิชชั่นมากขึ้นในแต่ละเดือน

การเพิ่มกลุ่มสินค้าเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า ซึ่ง 108 ช็อป กำลังเติมสินค้าประเภทอาหาร Ready to Eat (RTE) ซึ่งถือเป็นสินค้าที่สะท้อนให้เห็นความเป็นร้านสะดวกซื้อในปัจจุบัน รวมไปถึงการเพิ่มบริการจุดชำระเงินค่าบริการต่างๆ นอกเหนือกจากนี้ยังมีระบบบัตรเงินสด ที่เครือสหพัฒน์ยังอยู่ในช่วงเริ่มทดลองใช้ในกลุ่มพนักงาน

สำหรับจุดอ่อนที่สำคัญคือการสื่อสารและสร้างแบรนด์ ที่ ”เวทิต” รู้ดีกว่าแบรนด์มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเดินเข้าร้านของกลุ่มเป้าหมาย แต่ขณะนี้ 108 ช็อปยังไม่พร้อมสำหรับการสร้างแบรนด์มากนัก ทางออกคือการใช้สื่อที่มีอยู่ในเครือสหพัฒน์ คือทีวีดาวเทียม ”เอส แชนแนล” อีกหนึ่งธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อกลางปี 2552 ที่ผ่านมา นอกเหนือจากหากมีโอกาสให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถ้าเวลาเอื้ออำนวยเขาก็พร้อมให้ข่าว ถ่ายภาพเต็มที่

ช็อปยิ่งขยาย โอกาสเฮาส์แบรนด์ยิ่งมา

“เวทิต” บอกว่าการเพิ่มสินค้าที่หลากหลาย และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละวัน คือหลักในการบริหารสินค้าในร้าน 108 ช็อป ดังนั้นใน 108 ช็อปจึงมีสินค้าหลากหลายจากผู้ผลิตหลายราย เพราะสหพัฒน์ตั้งเป้าหมายให้เป็นธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจริงๆ ดังนั้นในร้าน 108 ช็อปจึงมีสินค้าของสหพัฒน์ประมาณ 10% ของสินค้าทั้งหมดเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มของสินค้าเฮาส์แบรนด์ “108 ช็อป” ที่จำหน่ายเฉพาะใน 108 ช็อป ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ตั้งแต่ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น น้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่มียอดขายสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะผงซักฟอกถุงใหญ่ ราคา 129 บาท กลายเป็นสินค้าดี เพราะกลยุทธ์ราคา ทำให้สามารถเพิ่มค่าเฉลี่ยของรายได้ต่อบิลเป็น 52 บาทได้ ทำให้เห็นว่าโอกาสของสินค้าเฮาส์แบรนด์มีสูง แม้จะไม่ใช่เป้าหมายตั้งแต่ต้นของธุรกิจ 108 ช็อป แต่ก็หมายถึงโอกาสที่เริ่มเห็นมากขึ้นของสินค้าในเครือสหพัฒน์

5 ปีที่ผ่านมา เฉพาะตัวธุรกิจของ 108 ช็อปมีตัวเลขขาดทุนมาโดยตลอด จังหวะก้าวของ 108 ช็อปจึงเป็นไปอย่างระมัดระวัง และไม่ลงทุนสูงนัก กลยุทธ์คือค่อยๆ ดึงโชห่วยด้วยหลักการติดอาวุธให้ปรับปรุงร้าน เข้าสู่ระบบของสหพัฒน์ เพื่อให้มีกำลังพอต่อสู้กับร้านสะดวกซื้อแบรนด์ใหญ่ และต่างชาติได้ แม้ในปี 2553 จะมีเพียง 1,100 สาขา ที่ดูเหมือนยังมีเส้นทางอีกยาวไกลกว่าจะถึงหลักหมื่นสาขา แต่สำหรับ ”เวทิต” ในฐานะแม่ทัพวันนี้ดูเหมือนว่าเขายังคงมีพลังเต็มที่ เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ และติดอาวุธใหม่ให้ ”สหพัฒน์” สำเร็จให้ได้

เปิดร้าน 108 ช้อป
-------------------------------------------------------------------------
บริษัท “ซันร้อยแปด” เครือสหพัฒนพิบูลย์
แบรนด์ 108 ช็อป
คอนเซปต์ ร้านสะดวกซื้อ
Positioning ร้านสะดวกซื้อแบบพอเพียงสำหรับคนไทย
โลเกชั่นหลัก ความหนาแน่นของลูกค้าระดับ B (เฉลี่ยวันละ 400-800 บิล หรือรายได้ต่อวันเฉลี่ย 15,000 บาท)
อาวุธ
-ขยายสาขาโดยใช้ระบบไอทีในการบริหารโลจิสติกส์ และสร้างความสัมพันธ์กับโชห่วยด้วยค่าธรมเนียม และค่าบริการบริหารสต๊อกสินค้าถูกกว่าคู่แข่งเท่าตัว และส่งสินค้าแม้แต่ชิ้นเดียวก็บริการส่งให้
-การบริการลูกค้า เน้นคอนเซ็ปต์ความเป็นกันเอง เปรียบเสมือนเพื่อนบ้าน แบบเดียวกับโชห่วย ภายใต้
หลักปฎิบัติสำหรับพนักงานที่ว่า ”ยิ้ม ไหว้ ขาน สวัสดี ทักทาย” ส่งผลไปถึง Plus Sale หรือพนักงาน
นำเสนอสินค้าอื่นให้ลูกค้าซื้อได้
-กลยุทธ์ราคา จากสินค้าที่ในเครือ
-ช่องทางการสื่อสาร ”เอสแชนแนล” ทีวีดาวเทียมเครือสหพัฒน์ ที่สามารถสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้
สินค้าเด่น เฮาส์แบรนด์ 108 ช็อป เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจน เป็นสินค้า 10% ของสินค้าทั้งหมด
รายได้ต่อบิล - 52 บาท
จำนวนสาขาปัจจุบัน -700 สาขา ลงทุนเองกับแฟรนไชส์อย่างละครึ่ง กรุงเทพฯ 55% ต่างจังหวัด 45%
จำนวนสินค้า -2,000 SKU
เป้าหมาย เพิ่มบริการครบวงจร ด้วยสินค้ากลุ่ม RTE, บริการ-จ่ายค่าสาธารณูปโภค, ซื้อของด้วยบัตรเงินสด
แผนธุรกิจปี 2553 ขยายสาขารวม 400 สาขา แบ่งเป็นลงทุนเอง 200 สาขา แฟรนไชส์อีก 200 สาขา

----------------------------------------------------------------------
ต้นทุน-รายจ่ายสำหรับผู้ที่รับแฟรนไชส์ 108 ช็อป
1.ต้องเป็นเจ้าของ หรือเช่าพื้นที่ขนาด 20-200 ตร.ม.
2.ค่าออกแบบตกแต่งร้าน 2 แสนบาท (ร้านขนาดใหญ่)
3.ค่าประกันสินค้า 50,000 บาท
4.ค่าประกันระบบ เช่น อุปกรณ์จัดเก็บเงิน คอมพิวเตอร์ ป้ายแบรนด์ 50,000 บาท
5.ค่าบริการระบบบริหารและส่งสินค้าเดือนละ 3,000-6,000 บาท

-------------------------------------------------------------------------

Timeline จำนวนการเปิดสาขา
ปี 2004 เริ่มก่อตั้ง มี 56 สาขา
ปี 2005 556 สาขา
ปี 2006 715 สาขา
ปี 2007 846 สาขา
ปี 2008 975 สาขา
*ปี 2009 700 สาขา
ปี 2010 เป้าหมาย 1,100 สาขา
*ยอดสรุปสาขาที่ยังคงเปิดตัวอยู่ จากหลายปีที่ผ่านมาที่มีการเปิดสาขาแต่ก็มีการปิดตัวไปบ้าง

Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

บริษัทเอซี นีลเส็น ได้รายงานยอดซื้อสื่อโฆษณาในเดือนกันยายน 2557 พบว่า ยอดยอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 8,651 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2556 มียอดซื้อสื่อโฆษณาอยู่ที่ 9,697ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.79%

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ความนิยมส่ง “สติกเกอร์” ไลน์ ส่งผลให้นักออกแบบ “สติกเกอร์” เป็นหนึ่งช่องทางทำเงินของนักออกแบบมืออาชีพ และสมัครเล่นไปแล้ว

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

Strategic Move

จากแนวคิด Internet for All ของ “ดีแทค” ที่ตั้งเป้าว่าภายในปี 2017 ลูกค้าดีแทคจำนวน 80% จะต้องใช้อินเตอร์เน็ต จากปัจจุบันที่มีการใช้อินเตอร์เน็ตหรือดาต้าจำนวน 40% เท่านั้น จึงเป็นที่มาของการที่ดีแทคต้องการกระตุ้นการใช้ดาต้าของผู้บริโภค ซึ่งจากอินไซต์ของผู้บริโภคเองนั้น คนส่วนใหญ่กว่า 80% ที่เริ่มมีการใช้ดาต้าเพราะใช้เฟซบุ๊กก่อน

จากการขยายตัวของการใช้ดาต้าในปัจจุบันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในแผนธุรกิจของ AIS ในปีนี้และปีหน้าคือ การมี Infrastucture ใหม่ๆ และไม่ได้โฟกัสที่ส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่ต้องไปถึงระดับชุมชน

เมื่อแชท แอปพลิเคชั่น ใช้ “สติ๊กเกอร์” เป็นอาวุธในการดึงดูดผู้ใช้อย่างเห็นผลมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ไลน์ วีแชท หรือแม้แต่ กาเก ทอล์ก ที่มีการออกสติ๊กเกอร์ใหม่ๆ ให้ผู้ใช้สื่อสารแทนข้อความ และเสียงอย่างต่อเนื่อง

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

วันนี้ขออนุญาตพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ควรระวังในการตลาดปี 2015 ก่อนอื่นคงจะเห็นได้ว่า มีปัจจัยมากมายที่ Controls และ Un-controls ซึ่งกำลังพูดถึง ปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348