108 ช็อป Survival Network

700 สาขาในวันนี้ คือจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การดึงโชห่วยมาเป็นเครือข่าย ”108 ช็อป” ให้ได้หมื่นสาขาในอนาคต คือเป้าหมายที่เครือสหพัฒน์หวังไว้ ผ่านกลุยทธ์ “108 ช็อป” ปักธงในธุรกิจนี้ ด้วย “Positioning ร้านสะดวกซื้อพอเพียง” ทำให้ ”โชห่วย” ยังมีลมหายใจ ตัดสินใจง่ายขึ้นที่จะแปลงร่างเป็นร้านสะดวกซื้อในเครือข่ายของคนไทยแบรนด์นี้ ต่อยอดเฮาส์แบรนด์ ”สหพัฒน์” ได้อย่างลงตัว เป็น ”ทางรอด” ท่ามกลางสงครามค้าปลีกจากต่างชาติที่ระอุอยู่รอบตัว

“โชห่วย สนับสนุนสหพัฒน์มานานกว่า 70 ปี เราก็จะช่วยพวกเขา ไม่เช่นนั้นพวกเขาอยู่ไม่ได้ เพราะพวกเขาสร้างสหพัฒน์มา” คือข้อความที่ ”เวทิต โชควัฒนา” ได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณอาทั้ง 2 คือ ”บุณยสิทธิ์ และ บุญเกียรติ โชควัฒนา” 2 ใน 8 พี่น้องตระกูลโชควัฒนารุ่นที่ 2 ที่ขับเคลื่อนธุรกิจของเครือสหพัฒน์จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย

ผ่านไปแล้วประมาณ 5 ปี ดูเหมือนว่าไม่เพียงสหพัฒน์จะช่วยเหลือโชห่วยเท่านั้น แต่โชห่วยที่กลายพันธุ์และสาขาที่เครือสหพัฒน์ลงทุนเอง ภายใต้แบรนด์”108 ช็อป” รวมกว่า 700 สาขา คือช่องทางร้านสะดวกซื้อที่ตอบโจทย์ให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของ ”สหพัฒน์” ถึงมือลูกค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น และแน่นอนถ้อยความที่ถ่ายทอดครั้งนั้นที่ยังก้องอยู่ในใจของ ”เวทิต” อีกส่วนหนึ่งคือเป้าหมาย 108 ช็อปนับหมื่นสาขา

ขอโลเกชั่นระดับ B ก็โอเค

การเริ่มต้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ไม่ใช่เรื่องง่าย มีโจทย์ 2 ข้อที่ ”เวทิต” ต้องตอบ คือ ตลาดนี้มีเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นเจ้าตลาด และกวาดพื้นที่ทำเลทอง เกรด A ที่มียอดบิลวันหนึ่งไม่ต่ำกว่าพันใบ ยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นจนถึงแสนบาทไปเกือบหมด 108 ช็อป จึงต้องเลือกพื้นที่ทำเลเกรด B คือคนอาจไม่พลุกพล่านมาก แต่ก็คึกคักพอที่จะมียอดบิลไม่ต่ำกว่า 400 ใบต่อวัน หรือยอดขายไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 บาท

อีกข้อหนึ่งคือการทำให้ให้โชห่วยเข้าใจเจตนารมณ์ของสหพัฒน์ และมั่นใจในการรับแฟรนไชส์ 108 ช็อป สหพัฒน์จึงเลือกเดินเกมลงทุนเปิด 108 ช็อปด้วยตัวเอง และยังทำให้ได้ขนาดธุรกิจที่ใหญ่พอ (Economy of scale) สำหรับระบบการส่งสินค้า จากนั้นจึงเพิ่มแฟรนไชส์และขายกิจการให้เจ้าของพื้นที่ที่สหพัฒน์ไปเช่าพื้นที่เปิดร้าน

จากเงื่อนไขและเป้าหมายนี้ทำให้ 108 ช็อป วาง Positioning ของตัวเองว่าเป็นร้านสะดวกซื้อแบบพอเพียง ที่ต้องการให้โชห่วยลงทุนตามความสามารถของตนเอง และเหมาะสมกับเงื่อนไขของแต่ละราย

หั่นราคา แถมไม่มีแป๊ะเจี๊ย

เมื่อเลือกเป็นร้านในพื้นที่ระดับ B ทำให้ 108 ช็อปต้องลงมาเล่นเรื่องราคาในธุรกิจค้าปลีกร้านสะดวกซื้อได้ ด้วยการไม่เก็บ “ค่าแฟรนไชส์” เพียงเตรียมเงินไว้ 2-3 แสนบาท สำหรับค่าตกแต่งร้าน ค่าประกัน และค่าบริการระบบต่อเดือน ก็สามารถเปิดร้านได้ทันที หากเลิกกิจการ ถ้าไม่ได้ทำผิดสัญญาใดๆ ก็ยังได้เงินค่าประกันคืน 1 แสนบาท

การเข้าง่าย ต้นทุนไม่สูงทำให้ 108 ช็อปขยายตัวเร็วในช่วงแรกๆ แต่ต้นทุนถูกนี้เอง กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ ”เวทิต” บอกว่าทำให้ผู้รับแฟรนไชส์บางคนไม่จริงจังกับการทำธุรกิจ หรือดูแลร้าน โดยเฉพาะรายละเอียดของการดูแลร้านตั้งแต่เวลา การเปิดปิดร้าน ที่ไม่แน่นอน การประหยัดไฟจนร้านไม่สว่างพอ ปิดแอร์ ซึ่งมีส่วนทำให้แบรนด์ของ 108 ช็อปยังดูเป็นร้านสะดวกซื้อที่ไม่เป็นระบบ ขาดความน่าเชื่อถือ

ไอที โลจิสติกส์ เทียบชั้นแบรนด์ใหญ่

“เวทิต” มีพื้นฐานและความชอบด้านไอทีอย่างดี ทำให้การรันธุรกิจร้านสะดวกซื้อของ 108 ช็อปค่อนข้างราบรื่น เพราะสามารถนำระบบโลจิสติกส์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจภายใต้บริษัทซันร้อยแปด ของเครือสหพัฒนพิบูล หรือสหพัฒน์ ที่ “เวทิต” วางระบบไว้มาใช้เป็นเครื่องมือได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะระบบของศูนย์กระจายสินค้า การบริหารสต๊อกและจัดส่งสินค้าให้กับร้านสะดวกซื้อแบรนด์ต่าง ๆ ตั้งแต่แฟมิลี่มาร์ทในอดีต และร้านของเครือข่ายปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่หลายแห่งในปัจจุบัน

“โลจิสติกส์” เป็นอาวุธที่สามารถต่อสู้กับเครือข่ายร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ อย่าง”เซเว่น อีเลฟเว่น”ได้เต็มที่ เพราะสต๊อกสินค้าที่ดีช่วยให้ร้านสะดวกซื้อมีชีวิตชีวา จาก 1.สินค้าไม่ค้างสต๊อก หมุนเวียนเร็ว โดยเฉพาะเมื่อสินค้านั้นเปลี่ยนแพ็กเกจ หรือออกสูตรใหม่ 2.หากสินค้าหมดเร็ว ก็สามารถเติมได้ทันความต้องการของลูกค้า ขณะที่โชห่วยแบบเดิมต้องรอขายจนหมดจึงซื้อของใหม่มาขายได้ หรือสั่งสินค้าล่าช้าจนของขาด และลูกค้าก็เปลี่ยนไปซื้อที่อื่นแทน ขาดความต่อเนื่องในการรักษาฐานลูกค้า

เมื่อคุณซื้อสินค้า 1 ชิ้น ระบบของ 108 ช็อปที่วางไว้แต่ละสาขา ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบออนไลน์ จะประมวลผล หากเห็นว่าจำนวนสินค้าที่เหลืออยู่เทียบกับความต้องการของลูกค้าของสาขานั้นไม่เพียงพอ ระบบจะส่งคำสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ (Auto Re-order) มายังศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ทันที ซึ่งพนักงานในศูนย์กระจายสินค้ามีอุปกรณ์พีดีเอในการจัดสินค้า ที่ส่งสัญญาณเข้าระบบผ่าน RFID ใช้มานานกว่า 1 ปีที่ทำให้ประหยัดต้นทุนกระดาษไปได้อย่างน้อยเดือนละ 8 หมื่นบาท และยังมีความแม่นยำในการจัดส่งสินค้าได้มากกว่า

สุดท้ายรถส่งสินค้าของ 108 ช็อป จะสามารถส่งให้ได้วันต่อวัน เพราะความคุ้มทุนที่รถคันนั้นพร้อมไปส่งให้กับร้านสะดวกซื้อแบรนด์อื่นๆ ด้วย

“เวทิต” สรุปความสำคัญของระบบไอทีว่า ช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา 108 ช็อปอยู่มาได้เพราะมีไอที และระบบการจัดการ

เร่งปรับจุดอ่อนสู้ศึกรอบด้าน

ศึกรอบด้านสำหรับ 108 ช็อป ทำให้ขณะนี้ต้องเร่งแก้จุดอ่อน และเพิ่มจุดแข็งมากขึ้น โดยเริ่มจากพนักงานของร้าน ที่มีเป้าหมายสร้างให้ 108 ช็อปผูกสัมพันธ์กับลูกค้าเหมือนร้านโชห่วย ที่เจ้าของร้านจะรู้จักลูกค้าและครอบครัวของลูกค้าอย่างดี “ยิ้ม ไหว้ ขาน สวัสดี ทักทาย” คือหลักในสื่อสารกับลูกค้า หากสำเร็จจะเกิดยอดขายสินค้าอื่นๆ ตามมา (Plus Sale) ซึ่งเกิดจากการเชียร์ให้ลูกค้าซื้อสินค้ามากขึ้น

108 ช็อปต้องดำเนินการ 2 อย่างคือการปลูกฝังพนักงาน ให้เห็นความสำคัญของการเป็นหน้าด่านของบริษัท และการให้ผลตอบแทน หากทำยอดขายได้มากขึ้น ก็จะมีคอมมิชชั่นมากขึ้นในแต่ละเดือน

การเพิ่มกลุ่มสินค้าเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า ซึ่ง 108 ช็อป กำลังเติมสินค้าประเภทอาหาร Ready to Eat (RTE) ซึ่งถือเป็นสินค้าที่สะท้อนให้เห็นความเป็นร้านสะดวกซื้อในปัจจุบัน รวมไปถึงการเพิ่มบริการจุดชำระเงินค่าบริการต่างๆ นอกเหนือกจากนี้ยังมีระบบบัตรเงินสด ที่เครือสหพัฒน์ยังอยู่ในช่วงเริ่มทดลองใช้ในกลุ่มพนักงาน

สำหรับจุดอ่อนที่สำคัญคือการสื่อสารและสร้างแบรนด์ ที่ ”เวทิต” รู้ดีกว่าแบรนด์มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเดินเข้าร้านของกลุ่มเป้าหมาย แต่ขณะนี้ 108 ช็อปยังไม่พร้อมสำหรับการสร้างแบรนด์มากนัก ทางออกคือการใช้สื่อที่มีอยู่ในเครือสหพัฒน์ คือทีวีดาวเทียม ”เอส แชนแนล” อีกหนึ่งธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อกลางปี 2552 ที่ผ่านมา นอกเหนือจากหากมีโอกาสให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถ้าเวลาเอื้ออำนวยเขาก็พร้อมให้ข่าว ถ่ายภาพเต็มที่

ช็อปยิ่งขยาย โอกาสเฮาส์แบรนด์ยิ่งมา

“เวทิต” บอกว่าการเพิ่มสินค้าที่หลากหลาย และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละวัน คือหลักในการบริหารสินค้าในร้าน 108 ช็อป ดังนั้นใน 108 ช็อปจึงมีสินค้าหลากหลายจากผู้ผลิตหลายราย เพราะสหพัฒน์ตั้งเป้าหมายให้เป็นธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจริงๆ ดังนั้นในร้าน 108 ช็อปจึงมีสินค้าของสหพัฒน์ประมาณ 10% ของสินค้าทั้งหมดเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มของสินค้าเฮาส์แบรนด์ “108 ช็อป” ที่จำหน่ายเฉพาะใน 108 ช็อป ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ตั้งแต่ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น น้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่มียอดขายสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะผงซักฟอกถุงใหญ่ ราคา 129 บาท กลายเป็นสินค้าดี เพราะกลยุทธ์ราคา ทำให้สามารถเพิ่มค่าเฉลี่ยของรายได้ต่อบิลเป็น 52 บาทได้ ทำให้เห็นว่าโอกาสของสินค้าเฮาส์แบรนด์มีสูง แม้จะไม่ใช่เป้าหมายตั้งแต่ต้นของธุรกิจ 108 ช็อป แต่ก็หมายถึงโอกาสที่เริ่มเห็นมากขึ้นของสินค้าในเครือสหพัฒน์

5 ปีที่ผ่านมา เฉพาะตัวธุรกิจของ 108 ช็อปมีตัวเลขขาดทุนมาโดยตลอด จังหวะก้าวของ 108 ช็อปจึงเป็นไปอย่างระมัดระวัง และไม่ลงทุนสูงนัก กลยุทธ์คือค่อยๆ ดึงโชห่วยด้วยหลักการติดอาวุธให้ปรับปรุงร้าน เข้าสู่ระบบของสหพัฒน์ เพื่อให้มีกำลังพอต่อสู้กับร้านสะดวกซื้อแบรนด์ใหญ่ และต่างชาติได้ แม้ในปี 2553 จะมีเพียง 1,100 สาขา ที่ดูเหมือนยังมีเส้นทางอีกยาวไกลกว่าจะถึงหลักหมื่นสาขา แต่สำหรับ ”เวทิต” ในฐานะแม่ทัพวันนี้ดูเหมือนว่าเขายังคงมีพลังเต็มที่ เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ และติดอาวุธใหม่ให้ ”สหพัฒน์” สำเร็จให้ได้

เปิดร้าน 108 ช้อป
-------------------------------------------------------------------------
บริษัท “ซันร้อยแปด” เครือสหพัฒนพิบูลย์
แบรนด์ 108 ช็อป
คอนเซปต์ ร้านสะดวกซื้อ
Positioning ร้านสะดวกซื้อแบบพอเพียงสำหรับคนไทย
โลเกชั่นหลัก ความหนาแน่นของลูกค้าระดับ B (เฉลี่ยวันละ 400-800 บิล หรือรายได้ต่อวันเฉลี่ย 15,000 บาท)
อาวุธ
-ขยายสาขาโดยใช้ระบบไอทีในการบริหารโลจิสติกส์ และสร้างความสัมพันธ์กับโชห่วยด้วยค่าธรมเนียม และค่าบริการบริหารสต๊อกสินค้าถูกกว่าคู่แข่งเท่าตัว และส่งสินค้าแม้แต่ชิ้นเดียวก็บริการส่งให้
-การบริการลูกค้า เน้นคอนเซ็ปต์ความเป็นกันเอง เปรียบเสมือนเพื่อนบ้าน แบบเดียวกับโชห่วย ภายใต้
หลักปฎิบัติสำหรับพนักงานที่ว่า ”ยิ้ม ไหว้ ขาน สวัสดี ทักทาย” ส่งผลไปถึง Plus Sale หรือพนักงาน
นำเสนอสินค้าอื่นให้ลูกค้าซื้อได้
-กลยุทธ์ราคา จากสินค้าที่ในเครือ
-ช่องทางการสื่อสาร ”เอสแชนแนล” ทีวีดาวเทียมเครือสหพัฒน์ ที่สามารถสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้
สินค้าเด่น เฮาส์แบรนด์ 108 ช็อป เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจน เป็นสินค้า 10% ของสินค้าทั้งหมด
รายได้ต่อบิล - 52 บาท
จำนวนสาขาปัจจุบัน -700 สาขา ลงทุนเองกับแฟรนไชส์อย่างละครึ่ง กรุงเทพฯ 55% ต่างจังหวัด 45%
จำนวนสินค้า -2,000 SKU
เป้าหมาย เพิ่มบริการครบวงจร ด้วยสินค้ากลุ่ม RTE, บริการ-จ่ายค่าสาธารณูปโภค, ซื้อของด้วยบัตรเงินสด
แผนธุรกิจปี 2553 ขยายสาขารวม 400 สาขา แบ่งเป็นลงทุนเอง 200 สาขา แฟรนไชส์อีก 200 สาขา

----------------------------------------------------------------------
ต้นทุน-รายจ่ายสำหรับผู้ที่รับแฟรนไชส์ 108 ช็อป
1.ต้องเป็นเจ้าของ หรือเช่าพื้นที่ขนาด 20-200 ตร.ม.
2.ค่าออกแบบตกแต่งร้าน 2 แสนบาท (ร้านขนาดใหญ่)
3.ค่าประกันสินค้า 50,000 บาท
4.ค่าประกันระบบ เช่น อุปกรณ์จัดเก็บเงิน คอมพิวเตอร์ ป้ายแบรนด์ 50,000 บาท
5.ค่าบริการระบบบริหารและส่งสินค้าเดือนละ 3,000-6,000 บาท

-------------------------------------------------------------------------

Timeline จำนวนการเปิดสาขา
ปี 2004 เริ่มก่อตั้ง มี 56 สาขา
ปี 2005 556 สาขา
ปี 2006 715 สาขา
ปี 2007 846 สาขา
ปี 2008 975 สาขา
*ปี 2009 700 สาขา
ปี 2010 เป้าหมาย 1,100 สาขา
*ยอดสรุปสาขาที่ยังคงเปิดตัวอยู่ จากหลายปีที่ผ่านมาที่มีการเปิดสาขาแต่ก็มีการปิดตัวไปบ้าง

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488