59 ปี Bangkok Post ต้องเด็กลง

ผลพวงธุรกิจยุคหลังสงครามหลังที่ 2 เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1946 ด้วยการริเริ่มของ Alexander McDonald อดีตเจ้าหน้าที่ OSS หรือ CIA อเมริกัน รวมกับกลุ่มคนไทยนำโดย ประสิทธิ์ ลุลิตานนท์ ต่อมา Lord Thompson เจ้าของเครือหนังสือพิมพ์ในอังกฤษและแคนาดา มาซื้อไป และเปลี่ยนผ่านสู่หลายมือผู้ถือหุ้น จนกระทั่งปี ค.ศ. 1980 นักลงทุนไทยจึงมีโอกาสเข้าไปถือหุ้น โดยกลุ่มเซ็นทรัล อิตัลไทย ไทยออยล์ และสิงคโปร์สเตรทไทมส์ ที่ถือหุ้นส่วนหนึ่งก่อนไปลงทุนเปิดเล่ม Business Day กับชาติชาย เย็นบำรุง

ปัจจุบันโพสต์พับลิชชิ่ง มีกลุ่มเซ็นทรัลถือครองหุ้นมากสุด ประมาณ 30% อันดับสองคือ เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ 23% และรายอื่นๆ อาทิ แบงก์กรุงเทพ ไทยรัฐ กันตธีร์ ศุภมงคล

ในฐานะลูกหม้อที่ทำงานให้กับบางกอกโพสต์มานานกว่า 25 ปี เริ่มต้นจากการเป็นปรูฟรีดเดอร์ พิชาย ชื่นสุขสวัสดิ์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งบรรณาธิการอำนวยการ รับผิดชอบนโยบายการบริหารหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ คือ บางกอกโพสต์ สติวเดนท์วีคลี่ และโพสต์ทูเดย์ ย้อนให้ฟังถึงจุดเปลี่ยนของโพสต์ว่า เกิดขึ้นหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ผู้บริหารต่างเร่งระดมความคิดเพื่อหาทางรอดในอนาคต

“ปี 98 เป็นช่วงที่หนักที่สุด กำไรแค่ 10 ล้าน ไม่เคยขาดทุน แต่ก็เจ็บ พนักงานออกไปหลายร้อยคน เมื่อปี 2000 ช่วงนั้นเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นดี ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นระดมความคิด เพื่อหาทิศทางควรจะไปแนวไหน ก็มีข้อสรุปออกมาว่า ภาษาไทย เป็นแนวทางกว้างๆ ปีนั้นเราคิดว่าอยู่ได้ ไม่ตายไม่เจ๊ง เพราะบริษัทมีฐานเแน่น แน่นอนว่าเราคอนเซอเวทีฟ แต่อนาคตก็มองว่าต้องไม่ใช่แค่โพรดักส์เดียว ไม่งั้นจะอยู่แค่นี้”

ในอดีตกลุ่มโพสต์เองก็เคยลงทุนทำหนังสือพิมพ์เล่มอื่นๆ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก โดยครั้งแรกราว 30 ปีก่อน ลงทุนซื้อหนังสือหนังสือพิมพ์บางกอกเวิลด์ ซึ่งตอนแรกเป็นขนาดบอร์ดชีท มาพิมพ์ใหม่เป็นขนาดแท็บลอยด์ ออกเป็นกรอบบ่าย ช่วงนั้นเองที่มีผลกระตุ้นให้ สุทธิชัย หยุ่น ซึ่งเป็นลูกหม้อบางกอกโพสต์ แต่ไม่ต้องการเห็นการผูกขาดตลาดหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ตัดสินใจออกมาทำ เดอะเนชั่น จนยืนในตลาดเคียงข้างบางกอกโพสต์มาจนปัจจุบัน ในขณะที่บางกอกเวิลด์ กลับแท้งไป

ยุคนั้นโพสต์ก็เริ่มทำหนังสือพิมพ์ “สติวเดนท์วีคลี่” ออกมาด้วย โดยเน้นการสอนภาษาอังกฤษ เจาะกลุ่มผู้อ่านเด็กมัธยมปลาย เพราะหวังให้เติบโตเป็นฐานคนอ่านของบางกอกโพสต์ในอนาคต ปัจจุบันก็ขับเคี่ยวกับเนชั่นจูเนียร์ ที่มาทีหลังแต่ทำท่าจะดังกว่า

อีกหนึ่งบทเรียนการลงทุนของโพสต์ คือการลงทุนในหนังสือพิมพ์สยามโพสต์ ที่พิชายบอกว่า “เราเคยมีสยามโพสต์มาก่อน แล้วไม่เวิร์กด้วยหลายปัจจัย ในแง่โครงสร้าง วิธีการทำงาน เราก็ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต”

ถึงแม้เขาเชื่อว่าตลาดของบางกอกโพสต์ยังไม่อิ่มตัว ยังเติบโตได้ และทำรายได้หลักให้กับกลุ่มก็ตาม แต่การมุ่งเป้าไปที่ตลาดคนอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาไทยก็ยังเกิดขึ้น ด้วยการทำวิจัยตลาดอย่างละเอียด

“เราประเมินแล้วว่า บางกอกโพสต์ ต้องการหนังสือพิมพ์คุณภาพอีกฉบับ ไม่ใช่แนวการเมือง เป็นธุรกิจ แต่ไม่เหมือนกรุงเทพธุรกิจ ต้องเจาะอีกตลาดหนึ่ง เขาจับคนระดับตัดสินใจ แต่เราไปจับคนที่กำลังจะโตขึ้นมา และโดยเฉพาะหลังวิกฤตเศรษฐกิจคนชั้นกลางโดนผลกระทบมากสุด เขาต้องการสิ่งที่จะช่วยให้เขาสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่ได้ ซึ่งดูแล้วหลายฉบับไม่ได้ตอบสนองจุดนี้ เราก็มาศึกษาทดลอง จนมาเป็นโพสต์ทูเดย์”

2 ปีของโพสต์ทูเดย์ สามารถสร้างรายได้ในภาพรวม พิชายบอกว่า เป็นเพราะโพรดักส์ใหม่ของบริษัท กระตุ้นให้เซลส์ออกไปหาลูกค้ามากขึ้น มีโอกาสขายได้มากขึ้น และสามารถขายโฆษณาเป็นแพ็กเกจได้

“ปีที่แล้วการเติบโตของโฆษณาในสิ่งพิมพ์ ประมาณ 15-17% แต่รายได้โฆษณาของโพสต์เองโต 24% จากทั้ง 2 ฉบับรวมกัน แน่นอนว่าบางกอกโพสต์ยังเป็นแฟล็กชิปอยู่”

พิชายเล่าว่า เหตุผลส่วนหนึ่งของการออกหนังสือหัวใหม่ เป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้เต็มที่ ล่าสุดบริษัทเพิ่งจะลงทุน 800 ล้านบาท ซื้อแท่นพิมพ์ใหม่และจะเปิดโรงพิมพ์ใหม่ที่บางนา เพื่อขยายกำลังผลิต ในขณะที่เครือเนชั่นก็ใช้นโยบายเดียวกัน ด้วยการรับพิมพ์ให้กับ Asian Wallstreet Journal และโรงพิมพ์ตะวันออกของผู้จัดการก็รับพิมพ์ให้กับ IHT

สำหรับการเกิดของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเล่มล่าสุด เข้ามาชิงแชร์ตลาดคนอ่านในเมืองไทย เขามองว่าจะไม่มีผลต่อผู้เล่นรายเดิม แต่น่าจะช่วยขยายจำนวนผู้อ่านกลุ่มใหม่

“ถ้าดูจากในอดีตก็เคยมีหลายเล่มเข้ามาในตลาดแล้ว คนอ่านอัตราเติบโตไม่มาก แต่ศักยภาพที่จะเติบโตก็ยังมี ตอนที่บิสซิเนสเดย์ออกมาเมื่อปี 94 ก็ไม่ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของเนชั่นและบางกอกโพสต์หดหายลงไป แม้จะมีข้อสังเกตว่าตลาดคนไทยที่อ่านภาษาอังกฤษจะโตอีกมาก เพราะคนที่จบจากเมืองนอกและคนที่เรียนหลักสูตรนานาชาติจบออกมาเยอะ แต่ก็อยู่ที่ระดับหนึ่ง ไม่ได้มากมาย ถ้าทำให้ตลาดโตได้สัก 2-3% ก็ถือว่าดีแล้ว แล้วถ้าเขาอ่านภาษาอังกฤษได้ไม่คล่องจริงๆ การจะลงทุนซื้อหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษสักฉบับ เขาก็ต้องคิดแล้วว่าคุ้มไหม”

การเติบโตของผู้อ่านไม่ได้หมายความว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นจะกำไรมากขึ้น เพราะรายได้ส่วนใหญ่คือโฆษณา จึงขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจด้วย ถ้างบโฆษณาลดลง หนังสือพิมพ์ก็เหนื่อย ซึ่งฉบับใหม่อาจยังมีตัวเลขผู้อ่านไม่แน่นอน ว่าจะนำเสนอกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับความต้องการของสินค้าได้เพียงใด

ข้อมูลการจำหน่ายของบางกอกโพสต์ ศุภกรณ์ เวชชาชีวะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและจัดจำหน่าย บริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) บอกว่า บางกอกโพสต์มียอดออดิทการจำหน่ายอยู่ที่ 62,000 ฉบับ ส่วนยอดผู้อ่านตามที่เอซีนีลเซ่นอยู่ที่ประมาณ 370,000 ราย มียอดสมาชิกครึ่งหนึ่งของยอดขาย และถ้านับยอดทั้งหมดที่รวมสายการบินและโรงแรมด้วยแล้วพิมพ์ประมาณแสนฉบับ

“ตอนวิกฤตยอดขายตกไป พอปี 2002 ผมเข้ามา ก็มีการปรับใหญ่เรื่องการตลาดกับการจัดจำหน่าย เพราะจะลอนช์ภาษาไทย การปรับก็พยายามรู้จักลูกค้ามากขึ้น ใช้การวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค เอาข้อมูลมาปรับใช้กับกลยุทธ์การตลาดและกับตัวหนังสือเอง บางกอกโพสต์มีผู้อ่านหลากหลาย หลายช่วงอายุและอาชีพ สัดส่วนคนไทย 70% ต่างชาติ 30% ไม่นับรวมนักท่องเที่ยว”

รายรับของกลุ่มโพสต์ปีที่ผ่านมาเติบโต 28% กำไรเติบโต 100% รายได้ 70 % มาจากบางกอกโพสต์ทั้งจากยอดขายและโฆษณา ซึ่งศุภกรณ์บอกว่า ปีที่แล้วเป็นปีที่ดีมากสำหรับบางกอกโพสต์ เพราะรายได้โฆษณาสูงสุดตั้งแต่เคยทำมา และทำยอดขายได้สูงที่สุดในรอบ 59 ปีที่ตั้งหนังสือ

“แต่ไตรมาส 1 ปีนี้เหนื่อย เฉพาะงบโฆษณาหนังสือพิมพ์ก็ลดลงไปแล้ว 17% เพราะเรื่องค่าน้ำมัน เรื่องเลือกตั้ง สึนามิ ดอกเบี้ย และเรื่องภาคใต้ เศรษฐกิจอาจจะยังไม่ลบแต่โฆษณาก็จะเริ่มส่อแววชะลอตัวก่อน เพราะฉะนั้นสื่อจะโดนผลกระทบก่อน แต่ทุกคนก็ยังมีความหวังว่าครึ่งปีหลังจะดีขึ้นในภาพรวม แต่ในแง่ของโพสต์เอง ก็ยังมีการเติบโต 4-5% เทียบกับปีที่แล้วซึ่งก็ฐานใหญ่แล้ว ส่วนโฆษณาโพสต์ทูเดย์ก็ยังโต 20กว่า% ในไตรมาสแรก”

ขณะเดียวกันบางกอกโพสต์เอง ก็กำลังมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการปรับรูปแบบ เนื้อหา เพื่อดึงกลุ่มคนอ่านใหม่ๆ ด้วยการเพิ่มเซ็กชั่นใหม่ขึ้นมา อาทิ Monitoring แทรกวันศุกร์ Horizon เป็นเรื่งท่องเที่ยวแทรกวันพฤหัส แทรก IT ในฉบับวันพุธ ล่าสุดเล่ม Magazine เพื่อดึงกลุ่มคนที่สนใจเรื่องแฟชั่น เครื่องสำอาง ด้วยการทำเล่มแมกกาซีน เป็นอาร์ตสี่สี แทรกทุก 2 สัปดาห์

“ตอนนี้งานหลักของเรามี 2 งาน คือบางกอกโพสต์ ในการปรับข้อมูล คอนเทนต์ เนื้อหา เข้าหากลุ่มใหม่ที่อายุน้อยลง ขณะเดียวกันเล่มภาษาไทยก็ขยายให้เต็มที่ คาดว่าภายในปีหน้ายอดคงเกินแสน ซึ่งตอนนี้ก็พิมพ์ไปแล้ว 1 แสนฉบับ ซึ่งพอถึงตรงนั้นแล้วรายได้โฆษณาก็จะตามมา สัดส่วนรายได้ของ 2 เล่ม อาจจะเป็น 50/50 ในอนาคต เป็นเป้าหมาย เพราะมองว่าตลาดภาษาไทยโตได้อีกเยอะ” ศุภกรณ์กล่าว

Digital TV & Media

3 ข้อเสนอช่อง 3 ยื้อจอดำ ข้อเสนอที่ช่อง 3 ได้ยื่นเสนอต่อประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  เพื่อขอทบทวนมติของ บอร์ด กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.

เมื่อเวลา 13.00 น. ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์จำกัด เดินทางมาถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) แจ้งว่า ประวิทย์ มาลีนนท์ ตัวแทน บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (ช่อง 3) จะเข้ายื่นหนังสือกับ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เพื่อขอให้ทบทวนมติ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.)

Consumer Insight

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

อัพเดทล่าสุด ยอดผู้ใช้เฟซบุ้คในไทย 27 ล้านยูสเซอร์ เป็นประเทศที่มีการใช้มากเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์ 36 ล้านยูสเซอร์ และอินโดนีเซีย 64 ล้านยูสเซอร์

Insight

มาดูกันว่า การมาของ “ไอโฟน 6” ในไทย ที่เผยโฉมในวันที่ 9 กันยายน จะสร้างกระแสความร้อนแรงให้กับตลาดสมาร์ทโฟน รวมทั้งการนำไปทำโปรโมชั่นให้กับสินค้าต่างๆ ได้แค่ไหน

ทำตลาดยุคนี้จะมุ่งขายสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างแบรนด์เลิฟ มัดใจ “คู่ค้า” อย่างแคมเปญล่าสุดของ “โค้ก” มุ่งไปเจาะใจ “ร้านโชว์ห่วย” 250,000 ร้านค้า ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของ 60%

สำหรับตลาดน้ำอัดลม แพ็คเกจจิ้งถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่ง เพราะพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลมของแต่ละคนค่อนข้างแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจึงหันมาเล่นกลยุทธ์ไซส์ซิ่งกันมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกรูปแบบ

Strategic Move

ค่ายทรูนั้น ถือเป็น "บิ๊กทรี" ของผู้ประกอบธุรกิจโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไทย แต่การมาเป็นที่ 3 ในตลาดมือถือ ทำให้ทรูต้องเร่งขยายลงทุนเครือข่าย เพื่อวิ่งให้ทันคู่แข่งอีก 2 ราย ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

ถ้าเคเอฟซี มี “ลุงเคน”หรือ “ผู้พันแซนเดอร์ส” เป็นสัญลักษณ์แล้ว ร้านไก่ทอด “เคียวโซน” ก็มี “ลีมินโฮ” เป็นจุดขาย เพื่อให้คนไทยจดจำร้านไก่ทอดจากเกาหลีแห่งนี้ ที่จะใช้ความเป็นเอเชีย บวกกับเค-ป๊อป ท้าชนเจ้าตลาดใหญ่อย่าง “เคเอฟซี”

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

Social Media Club

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีน มีแนวโน้มในการเพิ่มขึ้นของการใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ขึ้น หรือหน้าจอขนาด 5-7 นิ้ว ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 20% ของจำนวนสมาร์ทโฟนทั้งหมดในปี 2013 และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

People

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

รายงานข่าวจากบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีทค ได้แจ้งว่า “จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ”ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันนี้ (2 กันยายน 2557) เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348