iPhone 4 เล่นกับความเหมือน เฉือนกันที่ความต่าง

ปรากฏการณ์สุดร้อนแรงของการเปิดตัว “iPhone 4” ด้วยยอดคนสนใจซื้อนับแสนเครื่องในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ เฉพาะ 3 วันแรกขายได้หมื่นเครื่อง ไอโฟน 4 เกมใหม่ที่ 3 บิ๊กมือถือ “เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ” ต้องเล่น ด้วยสินค้าที่เหมือนกัน กฎเหล็กของแอปเปิลเหมือนกัน เกมตลาด “ไอโฟน 4” จะอยู่ในมือใคร ความพร้อม Wi-Fi และ App ที่มากกว่าใคร ไอโฟนจะเป็นเดิมพันครั้งใหม่ของทรู ในการชิงลูกค้ามาจาก 2 ค่ายใหญ่ เอไอเอส และดีแทค ได้จริงหรือ

ไอโฟน 4 เปิดเกมใหม่เอไอเอส

การตลาดสำหรับไอโฟน 4 ถือว่าคึกคักที่สุดเมื่อเทียบกับทุกรุ่นที่ผ่านมาในไทย เมื่อเอไอเอสทุนหนาและฐานลูกค้าใหญ่สุดในตำแหน่งเบอร์ 1 ของตลาดโทรศัพท์มือถือตัดสินใจเป็นเบอร์ 3 ในการรับสิทธิแอปเปิลทำตลาดไอโฟนในประเทศไทย พลิกให้สนามไอโฟนในเมืองไทยมีบิ๊กเพลย์เยอร์ทั้ง 3 รายครบ หลังเพียงทรูมูฟเป็นรายแรกในตลาด เปิดตัวมาในปี 2552 ตามมาด้วยดีแทคในปีถัดมา

ไม่มีใครปฏิเสธไอโฟนได้อีกต่อไป เพราะความนิยมของคนไทยเพิ่มขึ้น จากกลุ่ม Geek มาที่ Early Adopter จนมาถึงคนรุ่นใหม่ และกำลังกลายเป็นคนส่วนใหญ่ในตลาดสมาร์ทโฟน ในเวลาไม่ถึง 3 ปี เป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนรายได้บริการสื่อสารข้อมูล Non-voice ให้กับค่ายมือถือทั้ง 3 ค่ายมากกว่าสมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ จึงเป็นสิ่งคุ้มค่าที่ทุกค่ายหันมาทำสัญญากับแอปเปิลแม้ต้องเจอกับเงื่อนไขสุดโหดในเรื่องการทำสัญญาต้องขายเครื่องขั้นต่ำให้ได้อย่างน้อย 3 แสนเครื่องภายใน 3 ปี

“ฐิติพงศ์ เขียวไพศาล”ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัทแอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บอกว่า เอไอเอสเจรจากับแอปเปิลมาโดยตลอดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่เพิ่งตกลงเพราะนี่คือจังหวะเหมาะสมที่สุด โดยมีจุดการตัดสินใจจาก 2 เหตุผล คือตลาดสมาร์ทโฟนเริ่มเติบโตมากขึ้น และแอปเปิลมีไอโฟนรุ่นใหม่ คือไอโฟน 4 ที่ลูกค้าทั่วโลกและคนไทยสนใจ และ “ครั้งนี้ต้องการทำให้ลูกค้าของเอไอเอส หลังจากรอเรามานาน”

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีลูกค้าเอไอเอสที่ซื้อไอโฟนจากที่อื่นมาใส่ซิมเอไอเอสจำนวนถึงครึ่งหนึ่งของตลาดที่มีอยู่ประมาณ 3 แสนเครื่องในปัจจุบัน แต่หากเอไอเอสขายเอง ความรู้สึกของลูกค้าย่อมจะดีกว่า โดยเฉพาะขณะนี้ไอโฟนเริ่มเป็นสินค้าที่คนทั่วไป หรือระดับแมสสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ หรือในอีกความหมายคือ การรอของลูกค้าอาจสิ้นสุดและหันไปหาคู่แข่งได้ไม่ยาก

การเข้ามาของเอไอเอสยังไม่พร้อมนักสำหรับไอโฟน 4 เพราะยังมีมุมอับ 2 จุด จุดแรก คือไม่มีเครือข่าย Wi-Fi ที่รองรับการใช้งาน Facetime หรือการโทรแบบเห็นหน้า (วิดีโอคอล) จากที่มีกล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลังของเครื่อง ทั้งที่เป็นฟีเจอร์เด่นของรุ่นนี้ และอีกจุดหนึ่งคือเอไอเอสยังไม่มีแอพพลิเคชั่น หรือคอนเทนต์เฉพาะลูกค้าคนไทย หากเทียบกับทรูมูฟแล้ว แอพพลิเคชั่นมีอยู่เต็มพอร์ต หลังจากพัฒนามานานกว่า 2 ปี

การตัดสินใจขายไอโฟน 4 ของเอไอเอสจึงไม่ใช่บทสรุปที่หอมหวานเหมือนได้กินแอปเปิล แต่คือการบ้านยากของเอไอเอสอีกหลายข้อ

การแก้จุดอ่อนของเอไอเอสคือ ประกาศขยายเครือข่าย EDGE เพื่อตลาดไอโฟน และสมาร์ทโฟนอื่นๆ อีก 2,400 ล้านบาท เพื่อที่ว่าลูกค้าที่ถือไอโฟน 4 ในเครือข่ายเอไอเอสวันนี้สามารถบราวซ์อินเทอร์เน็ตบน EDGE ได้เร็วขึ้น สำหรับแอพพลิเคชั่น ที่จะนำลูกค้าไปสู่การใช้คอนเทนต์ เพื่อดันยอดใช้บริการเครือข่ายสื่อสารข้อมูลหรือ Non-voice ให้มากขึ้นนั้นยังต้องใช้เวลา

โจทย์นี้ทำให้ ”สรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด เอไอเอส กำลังเร่งทีมงานเพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่น ที่แม้จะเพิ่งเริ่มต้นและไม่ทันกับการเปิดตัวไอโฟน 4 แต่ ”สรรค์ชัย” ก็มองว่ายังไม่กระทบนัก เพราะลูกค้าไอโฟน 4 มีทางเลือกคือแอพพลิเคชั่นจาก App Store ของแอปเปิล ส่วนจุดอ่อนของเอไอเอสในเรื่อง Wi-Fi เขาไม่คิดว่าลูกค้าจะใช้ Facetime ระหว่างการเดินหรือเคลื่อนที่ แต่จะใช้ในบ้าน หรือที่ทำงานที่มี Wi-Fi อยู่แล้วมากกว่า

แต่ทีมผู้บริหารของเอไอเอสก็ได้เริ่มปัดฝุ่นแผนการลงทุน Wi-Fi หลังจากพับแผนไปชั่วคราว ระหว่างที่มีการเตรียมประมูล 3G และรอใบอนุญาต Wi-Max ที่ส่งความเร็วในระดับ 3.9G ซึ่งขณะนี้ทั้ง 3G และ Wi-Max ยังไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จึงอาจเป็นช่วงที่เหมาะสมที่เอไอเอสจะคุยกันเรื่อง Wi-Fi อีกครั้ง

นี่อาจเป็นช่วงเริ่มต้นขยายธุรกิจใหม่ๆ ของเอไอเอส หลังจากที่ไม่มีธุรกิจใหม่มานานหลายปี การตัดสินใจขายไอโฟน 4 ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการทำให้เอไอเอสไม่ตกขบวนเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นตัวเร่งให้เอไอเอสต้องขยับตัวอีกรอบ ก่อนที่ไอโฟนจะดึงลูกค้าไปหาคู่แข่ง

ดีแทค ตั้งรับรักษาฐานลูกค้า

สำหรับดีแทคที่เดินเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายไอโฟนตั้งแต่ต้นปี 2553 ในรุ่นไอโฟน 3Gs นั้นได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งคือ ไอโฟนเป็นเครื่องมือหนึ่งในการดึงลูกค้าใหม่จากคู่แข่ง เพราะมีสถิติพบว่าลูกค้าไอโฟนรุ่นที่แล้วของดีแทค 40% มาจากคู่แข่ง และ 60% เป็นลูกค้าเดิมของดีแทค ในอีกมุมหนึ่งที่สะท้อนกลับมาคือ ถ้าใครไม่มีไอโฟน 4 โอกาสที่จะถูกลูกค้าทิ้งจึงมีสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอโฟน 4 คือรุ่นใหม่ที่ทำให้ลูกค้าฮือฮากว่าเดิม

แต่เมื่อทุกคนมีเหมือนกัน แม้แต่เอไอเอสที่ลังเลกับไอโฟนมานาน ทำให้ดีแทคต้องพยายามมากกว่าเดิม และดูเหมือนจะเจอโจทย์ยากเมื่อดูจากยอดลงทะเบียนสนใจซื้อไอโฟน 4 แล้ว ดีแทคมีเพียง 18,000 คน เทียบกับคู่แข่งอย่างเอไอเอสและทรูมูฟแล้วถือว่าน้อยกว่าเกือบ 3 เท่าตัว

แต่ตัวเลขนี้ “ปกรณ์ พรรณเชษฐ์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัทโทเทิ่ล แอคเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค บอกว่า สุดท้ายต้องดูที่ยอดซื้อจริงๆ ที่เขาเชื่อว่าทั้ง 3 ค่ายมีลูกค้ามาซื้อพอๆ กัน และจากลูกค้าที่มาซื้อไอโฟน 4 จากดีแทคเป็นลูกค้าเดิมของดีแทคเองประมาณ 60-70% ถือว่าดีแทคยังรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ได้เหนียวแน่น ที่เหลืออีก 2 ส่วน คือส่วนหนึ่งมาเป็นลูกค้าใหม่ และอีกส่วนหนึ่งซื้อเครื่องเปล่า

ดีแทคมีจุดแข็งที่ลูกค้าจะยอมรับว่า EDGE พื้นที่ในเมืองดีกว่าคู่แข่ง แต่เท่านั้นไม่พอ ดีแทคก็ต้องประกาศลงทุนอีก 1,000 ล้านบาท เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในประสิทธิภาพมากขึ้น และแม้ดีแทคจะมีจุดเสียเปรียบในเรื่องของ Wi-Fi แต่ ”ปกรณ์” ก็เชื่อไม่ต่างจากเอไอเอสที่ว่า พฤติกรรมผู้บริโภคจะใช้ Facetime เมื่ออยู่ที่บ้าน หรือที่ทำงาน ที่ส่วนใหญ่มี Wi-Fi อยู่แล้ว และคงไม่มีใครอยากใช้ Facetime ขณะเดินหรือเคลื่อนที่เพราะไม่สะดวก สำหรับแอพพลิเคชั่น ดีแทคมีบริษัทลูกคือครีเอ้ ที่พร้อมพัฒนาแอพฯ ใหม่ ๆ ให้ลูกค้า เพื่อเสริมกับการที่ลูกค้านิยมใช้แอพฯ จาก App Store อยู่แล้ว

“ปกรณ์” บอกว่าสำหรับไอโฟน 4 แล้ว ตอนนี้ถือเป็นอาวุธที่ทุกคนต้องมี อย่างน้อยก็เพื่อรักษาฐานลูกค้าตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

โอกาสทรูมูฟพลิกชิงตลาด

ไอโฟน 4 กลายโปรดักต์ที่ทำให้ทรูมูฟมีความหวังมากขึ้น หลังจากมียอดแสดงความสนใจซื้อไอโฟนสูงสุดที่ 57,000 คน พลิกตำแหน่งให้ทรูมูฟเป็นครั้งแรกในการแข่งขันที่มีมือถือทั้ง 3 ค่ายครบ จากอันดับ 3 ในตลาดโทรศัพท์มือถือ กลายมาเป็นที่ 1 ในตลาดไอโฟน 4

จุดแข็งที่ทำให้คนต่อแถวกับทรูมูฟมากที่สุด มาจากคุณสมบัติโดดเด่นของเครื่องที่มี Facetime หรือวิดีโอคอลล์แบบเห็นหน้ากัน ที่ใช้ผ่านเครือข่าย Wi-Fi ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ทรูมูฟได้ลงทุน Wi-Fi แล้วทั่วกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ขณะที่อีก 2 ค่ายอย่างดีแทคและเอไอเอส ไม่ลงทุน Wi-Fi นอกจากนี้การใช้ไอโฟน 4 ให้คุ้มด้วยการดูคอนเทนต์ และใช้แอพพลิคชั่นต่างๆ ยังต้องการการสื่อสารที่เร็ว นอกจากผ่าน Wi-Fi แล้ว ทรูมูฟยังมีเครือข่าย 3G ที่กำลังทดลองและทรูมูฟก็กล้าโฆษณาว่าพร้อมให้บริการเต็มที่ ขณะที่ดีแทคและเอไอเอสแม้จะมีทดลองอยู่บ้าง แต่ก็ไม่กล้าประกาศเต็มที่เหมือนทรูมูฟ

นี่คือสิ่งที่ ”ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองหัวหน้ากลุ่มผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) มั่นใจ และกล้าที่จะบอกลูกค้าว่า หากต้องใช้ไอโฟน 4 อย่างคุ้มค่า ต้องเลือกใช้บริการกับทรูมูฟ และก็ได้ผล เมื่อสถิติล่าสุดนั้นพบว่าลูกค้าที่มาซื้อไอโฟน 4 จากทรูมูฟ 90% ซื้อซิมสมัครแพ็กเกจเป็นลูกค้ารายเดือนทรูมูฟถึง 90% จากไอโฟนรุ่นก่อนที่ส่วนใหญ่กว่าครึ่งซื้อเครื่องเปล่าแล้วไปใส่ซิมค่ายอื่น แม้ครั้งนี้จะไม่ได้ 100% แต่คือสัญญาณความเปลี่ยนแปลงที่ดี

นี่คือจุดแข็งที่ ”ปพนธ์” เน้นว่า มาจาก Wi-Fi คอนเทนต์และแอพพลิเคชั่น ที่ทรูมูฟเตรียมพร้อมมานาน

โมเดลคอนเวอร์เจนซ์ ทำให้ทรูฯ ได้เปรียบในการพัฒนาคอนเทนต์ที่ทำให้การใช้ไอโฟนใกล้ชิดกับคนไทยมากขึ้น โดยมีทีมพัฒนาแอพพลิเคชั่นมานานกว่า 2 ปี และมีคอนเทนต์” จากทรูวิชั่นส์ 15 ช่อง ตั้งแต่กีฬา เพลง จนถึงเรียลลิตี้โชว์ High Definition ที่เหมาะกับคุณภาพล่าสุดของจอเรติน่า ของไอโฟน 4 ทั้งหมดผ่านแอพพลิเคชั่นสำหรับคนไทย เช่น True Music HD สำหรับฟังเพลง ดูมิวสิกวิดีโอ และร้องคาราโอเกะ Thai Going Out แนะนำสถานที่กิน ดื่ม เที่ยว NAV Phone เป็นนาวิเกเตอร์สำหรับเช็กเส้นทาง โดยข้อมูลจาก True App Center พบว่าแอพพลิเคชั่นที่ลูกค้าดาวน์โหลดมากที่สุด คือ 1.Thai Dict 2.True Music 3.Thailand Guide 4.Thai Top Load, 5.TNN

ศึกไอโฟน 4 ครั้งนี้สำหรับเอไอเอสและดีแทค จึงต่างมองตรงกันว่า เพื่อเป็นอาวุธรักษาฐานลูกค้าเก่า ขณะที่ทรูมูฟกำลังเร่งและรุกอีกครั้งหนึ่ง โดยหวังว่าไอโฟน 4 จะช่วยดึงลูกค้าจากคู่แข่งมาได้ ไอโฟน 4 กำลังเป็นตัวเปลี่ยนเกมในธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่เบอร์ 1 อาจไม่ใช่ที่ 1 ในทุกพื้นที่เสมอไป แต่สุดท้ายใครจะได้มากหรือน้อยแค่ไหน ยังคงต้องรอเวลาอีกสักพัก เพราะไอโฟน 4 เป็นแค่เริ่มต้นในการแข่งขันของค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ 3 ค่ายในสนามไอโฟนเท่านั้น

Product 3 Positioning
ข้อมูล ทรูมูฟ ดีแทค เอไอเอส
Positioning วัยรุ่น วัยเริ่มทำงาน วัยเริ่มทำงานและวัยทำงานระดับกลาง วัยทำงาน ผู้ใหญ่ และวัยรุ่นมีฐานะ
Copywrite สัมผัส ตัวจริง เร็วกว่า เต็มประสิทธิภาพยิ่งกว่า เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด ที่มีคนใช้มากที่สุด
จุดเด่น เครือข่าย Wi-Fi ระบบ3Gทดลอง Local Application/Content แบรนด์/EDGE (ลงทุนเครือข่ายอีก1,000ล้าน) บริการ/แบรนด์/ EDGE (ลงทุนเครือข่ายอีก2,400ล้าน)
จุดด้อย เครือข่าย GPRS ไม่ครอบคลุม ไม่มี Wi-Fi ไม่มี Wi-Fi
ช่องทางจำหน่าย ทรูมูฟช็อป+iStudio Dtac Shop+iStudio Jmart TG Phone WDS (ร้านเทเลวิช)

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488