Journey of the Donut ต่างยุค ต่างกลยุทธ์

เป็นระยะเวลากว่า 32ปีแล้ว ที่โดนัท ขนมหวานจากต้นกำเนิดแถบตะวันตก ได้ทำความรู้จักและคุ้นเคยกับผู้บริโภคไทย และค่อยๆ ซึมซับจนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในชีวิต ที่เฉพาะเพียงแค่ตลาดโดนัทอย่างเดียวมีมูลค่ามากถึง 2000 ล้านบาท

ติดตามเส้นทางและวิวัฒนการของโดนัทในประเทศไทยตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ที่โดนัทกลายเป็นปรากฏการณ์ Talk of the town แบบที่ไม่มีใครเคยคาดคิด

ยุคแรก วางรากฐาน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2521 สองพี่น้อง สุทธิชัย และ สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ เป็นผู้บุกเบิกนำโดนัทมาสู่มือผู้บริโภคไทยในชื่อร้าน มิสเตอร์ โดนัท เป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาในประเทศไทย นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเปิดให้บริการสาขาแรกที่สยามสแควร์ ในนามบริษัท ไทยแฟรนไชซิ่ง จำกัด

จากนั้น ในปี 2524 ดังกิ้น โดนัท ก็ได้เปิดตัวตามมาด้วยจุดขายโดนัทสัญชาติอเมริกันเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม โดยเลือกพื้นที่สยามสแควร์เปิดสาขาแรกเช่นเดียวกับมิสเตอร์ โดนัท

เพราะสยามสแควร์เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทันสมัยที่วัยรุ่นใช้เป็นแหล่งนัดพบเพื่อน สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ในช่วงแรก

จากปากคำของบรรดาวัยรุ่นที่ใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ในพื้นที่สยามสแควร์ยุคนั้น บอกว่า ร้านโดนัทถือเป็นแหล่งนัดพบสุดเทรนด์ ไม่ต่างจาก Third Place ที่มีอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน จนภายในร้านแน่นขนัด เต็มไปด้วยเด็กวัยรุ่นกับกลุ่มเพื่อนที่นัดมาทานอาหารและเครื่องดื่ม

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับสาขาสยามสแควร์ ทั้งสองก็ค่อยๆ กระจายสาขาให้ครอบคลุมใน กทม. ตามมาด้วยการโฆษณาทางโทรทัศน์จากทางดังกิ้น โดนัท เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดโดนัทในช่วงนั้นเติบโตบนพื้นฐานการทานเพราะแฟชั่น

ยุคสอง Me Too Strategy

หลังจากที่ต่างคนต่างวางรากฐาน และขับเคี่ยวกันมาเกือบ 10 ปี ก็ปรากฏว่าดังกิ้น โดนัท ผู้มาที่หลังกลับคว้าชัยชนะไปครองด้วยส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 70% ทิ้งห่างมิสเตอร์โดนัทอยู่หลายช่วงตัว

อย่างไรก็ตาม สาขาที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน รูปแบบการจัดร้านที่ใกล้เคียง หน้าตาของโดนัทที่แทบไม่ต่างกัน แป้งก็มีเพียงสูตรพื้นฐาน 2 ชนิด คือ สูตรแป้งยีสต์ และสูตรแป้งเค้ก สะท้อนให้เห็นถึงการทำตลาดแบบ Me Too Strategy ที่การแข่งขันกันอย่างรุนแรงระหว่างสองแบรนด์ ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายต่างต้องไม่ยอมแพ้ อีกฝ่ายมีอะไร ก็ต้องมีด้วย และเป็นสาเหตุให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนระหว่างสองแบรนด์

ขณะที่ภาพรวม ตลาดโดนัทได้พัฒนากลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และชีวิต ที่ผู้บริโภครู้สึกคุ้นเคย เป็นสิ่งธรรมดา การทานเพราะแฟชั่นได้หมดไป ความตื่นเต้นในโดนัทไม่เหลืออยู่ ส่งผลให้ตลาดโดนัทในช่วงนี้ไม่ได้เติบโตมากนัก เพราะไม่มีนวัตกรรมใดที่จะก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนของตลาดโดนัทได้

จนกระทั่งในปี 2547 ที่มิสเตอร์ โดนัท ได้นำแป้งสูตรใหม่ เรียกว่า พอนเดอริง ซึ่งเป็นสินค้านวัตกรรมที่เป็นจุดเปลี่ยนให้กับมิสเตอร์ โดนัท และตลาดโดนัทในภาพรวม

หน้าตาที่แปลกจากโดนัททั่วไป แม้จะมีรูตรงกลางที่บ่งบอกถึงความเป็นโดนัท แต่ลักษณะกลับคล้ายปล้องกลม 8 ชิ้นต่อกัน และรสชาติที่แตกต่าง โดยมีความนุ่มหนึบมากกว่าโดนัททั่วไป ช่วยผลักดันยอดขายของมิสเตอร์ โดนัทให้มีอัตราการเติบโตสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่เติบโตเพียง 10% และมียอดขายเฉลี่ย 3 ล้านชิ้นต่อเดือน

นับเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ช่วยพลิกให้มิสเตอร์ โดนัทกลับมาเป็นผู้ชนะด้วยส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นเป็น 60% จากเดิมที่มีอยู่แค่เพียง 30 – 40% เท่านั้น

และยังส่งผลให้มูลค่าตลาดโดนัทเติบโตเกินกว่า 1,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก

ยุคสาม Different Brand, Unique Character

จากที่เคยมีเพียงแค่ 2 แบรนด์ขับเคี่ยวกันมาตลอดเกือบ 30 ปี ตลาดโดนัทก็ได้ต้อนรับน้องใหม่ไฟแรงในปี 2548 ชื่อแบรนด์ Daddy Dough แบรนด์ไทยแบรนด์เดียวในตลาด ก่อนตามมาด้วย Bapple แบรนด์โดนัทจากมาเลเซีย ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับตลาดโดนัท

พร้อมกับการนำกระแส Boutique Donut มาให้คนไทยได้รู้จักเป็นครั้งแรก

ภาพลักษณ์ขนมที่ดูสวยงาม น่ารับประทาน รสชาติที่แตกต่าง ไม่ได้มีแค่รสชาติแบบเดิมๆ อย่างเช่น ช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่ แต่ได้สร้างสรรค์รสชาติแปลกใหม่ อย่างเช่น ทีรามิสุ คาปูชิโน่ ทุเรียน และชีส ล้วนล่อใจให้เกิดการทดลอง และชื่นชอบในความต่างแบบพรีเมียม ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มบนกว่าที่มิสเตอร์ฯ และดังกิ้นครอบครอง

นอกจากนี้ ก็ยังมีแบรนด์ดารา Do Dee Dough ของติ๊ก ชิโร่ ที่ตัดสินใจขอร่วมสร้างความคึกคักในตลาดโดนัท หลังจากทำการสำรวจแล้วพบว่า ตลาดโดนัทในไทยเติบโตสูงสุดในเอเชีย และสร้างความแตกต่าง โดยออกแบบโดนัทเป็นรูปตัวอักษร D ซึ่งสามารถยืนระยะมาได้มากกว่าหนึ่งปีแล้ว

และล่าสุดกับ Krispy Kreme ที่ถึงแม้มาทีหลังแต่ก็ดังเพียงชั่วข้ามคืน ด้วยกลยุทธ์ Word of Mouth ที่ทำให้คนแห่มาเข้าคิว และต้องใช้เวลารอไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงกว่าจะได้โดนัทหนึ่งโหลมาครอบครอง โดยภาพรวมตลาดโดนัทล่าสุดตอนนี้มีมูลค่า 2,000 ล้านบาท

สุชีพ ธรรมาชีพเจริญ จากมิสเตอร์ โดนัท บอกว่า จำนวนผู้เล่นที่เพิ่มเข้ามานี้จะช่วยให้กลยุทธ์ Me Too Marketing หมดไป ทุกแบรนด์ต้องสร้างตัวตนให้ชัดเจนขึ้น และมี Positioning ที่แตกต่างกันมากขึ้น เพื่อสร้างรากฐานกลุ่มแฟนประจำของแต่ละแบรนด์

มิสเตอร์ โดนัท จะเน้นบุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น โดยมีนวัตกรรมเป็นตัวนำ ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดโดนัทเป็นสินค้าหลัก และเครื่องดื่มเป็นส่วนเสริม

ดังกิ้น โดนัท ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ตามนโยบายของบริษัทแม่ ที่หันไปให้ความสำคัญกับเมนูเครื่องดื่มกาแฟเพิ่มมากขึ้น และพยายามผลักดันรูปแบบการกินโดนัทควบคู่กับการดื่มกาแฟ โดยนำ Best Practice จากเกาหลีมาปรับใช้หลังประสบความสำเร็จมหาศาลที่นั่น

โด ดี โด เน้นตลาดล่าง โดยราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 5 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดในตลาดโดนัท พร้อมกับใช้ลูกเล่นเป็นโดนัทตัวอักษรรูปต่างๆ

แดดดี้ โด ยังคงยึดภาพลักษณ์เดิมที่วางไว้ในตอนแรก คือพรีเมียมโดนัท ที่มีกลุ่มแฟนค่อนข้างเหนียวแน่น ถึงแม้จะไม่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงแบรนด์ให้เติบโตได้ในอนาคต

Bapple ความแปลกของรสชาติอย่างเช่น ทุเรียน และชีส ที่กลายเป็น Signature Products ของ Bapple ทำให้ Bapple ได้รับการจดจำในกลุ่มผู้บริโภค แต่หลักของแบรนด์คือ การยึดแนวทางเพื่อสุขภาพ ที่ผู้ผลิตอ้างว่าเป็นสูตรโดนัทที่ให้แคลอรี่น้อยกว่าโดนัทชนิดอื่น

Krispy Kreme แบรนด์ใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ที่มีกลุ่มแฟนเหนียวแน่นตั้งแต่อยู่ต่างประเทศ ด้วยเอกลักษณ์หน้าที่ยากต่อการเลียนแบบ อย่างเช่น Graham Krunch หรือ New York Cheesecake เป็นต้น ได้กรุยทางสร้างความโดดเด่นให้แบรนด์ได้อย่างไม่ยากเย็น

ส่วนแบ่งตลาดโดนัท 2553
มิสเตอร์ โดนัท 62%
ดังกิ้น โดนัท 30%
อื่นๆ 8%
ที่มา : มิสเตอร์ โดนัท

Consumer Insight

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่ กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2557 ไอดีซีได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งพบว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดต่ำลงประกอบกับแรงผลักจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กระตุ้นความนิยมในสินค้าสมาร์ทโฟนจนมียอดจัดส่งสูงกว่าฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก

Insight

นอกจาก “สติกเกอร์” ที่ถือเป็นหนึ่ง “อาวุธ” ให้กับ “ไลน์” กลายเป็นแชตแอปพลิเคชั่นที่สามารถครองความนิยมในตลาดไทยได้แล้ว “เกม” ถือเป็นอีกหนึ่งใน “เกมกลยุทธ์” ทางธุรกิจของไลน์ที่ต้องจับตา

รู้หรือไม่ว่า โลโก้ของแบรนด์ที่พบเห็นในปัจจุบันนั้น มีนัยยะอะไรซ่อนอยู่บ้าง โดยสิ่งที่ปรากฏในโลโก้นั้นเป็นได้ทั้งที่มาของแบรนด์ หรือเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์เลยก็ได้ มาดู 12 โลโก้ ที่มีใจความอะไรแฝงอยู่

ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง น้องหมา และแมว ใครว่าเล่นๆ ตัวเลขทะลุ “หมื่นล้านบาท” ไปแล้ว และยังเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่น้อยกว่า 10-20%

Strategic Move

รายงานจากตลาดหลักทรัพย์แจ้งว่า บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทมัดแมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทเกรฮาวด์ จำกัด (แฟชั่น) และบริษัทเกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1.853.80 ล้านบาท

โฆษณาประเภทบีบคั้นอารมณ์ เรียกน้ำตาจากคนดูยังเป็นที่นิยมเสมอ คราวนี้เป็นทีวีซีล่าสุดของ แลนด์ แอนด์เฮาส์ ที่ออกทีวีซีชุดล่าสุด ใช้ชื่อว่า “ปาก…ไม่ตรงกับใจ by Land and Houses": เวอร์ชั่น "เพราะรัก"

หลังจากที่แบรนด์รังนก เลือกใช้ “แนวคู่รัก” มาเป็น “แบรนด์ เลิฟ แอมบาสเดอร์” ต่อเนื่องมาหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2542 แพท-สุธาสินี พุทธินันท์ และสามี มาร์ค-แกรี่ โรดดิเกส อ้อม-พิยะดา และ จนมาถึงคู่ของ แอ๊ฟ และสงกรานต์ เตชะณรงค์

Social Media Club

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

ไลน์ ประเทศไทย อัพเดทตัวเลขรายได้ และจำนวนสติกเกอร์ จากการขายบน ครีเอเตอร์มาร์เก็ต (Creators Market) แพลตฟอร์มที่ไลน์ให้ผู้ใช้สามารถขายสติกเกอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากไลน์วางขายใน LINE Store (เว็บขายสติกเกอร์และไอเทมเกม) ซึ่งผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 50%

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

วันนี้เราเคยสังเกตไหมว่า รายการโทรทัศน์ที่ดังๆ และมีคนดูติดตามมาก มี 2 กลุ่ม คือ ละครไทยกับรายการโชว์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นรายบันเทิงที่สะท้อนว่า คนสื่อไทยอาจรวบรัดตัดตอนซื้อรายการต่างประเทศเข้ามาทำเองจะดีกว่า เพราะมีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพ และที่สำคัญ รับประกันได้แน่ๆ ว่ามันจะฮิต

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488