Journey of the Donut ต่างยุค ต่างกลยุทธ์

เป็นระยะเวลากว่า 32ปีแล้ว ที่โดนัท ขนมหวานจากต้นกำเนิดแถบตะวันตก ได้ทำความรู้จักและคุ้นเคยกับผู้บริโภคไทย และค่อยๆ ซึมซับจนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในชีวิต ที่เฉพาะเพียงแค่ตลาดโดนัทอย่างเดียวมีมูลค่ามากถึง 2000 ล้านบาท

ติดตามเส้นทางและวิวัฒนการของโดนัทในประเทศไทยตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ที่โดนัทกลายเป็นปรากฏการณ์ Talk of the town แบบที่ไม่มีใครเคยคาดคิด

ยุคแรก วางรากฐาน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2521 สองพี่น้อง สุทธิชัย และ สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ เป็นผู้บุกเบิกนำโดนัทมาสู่มือผู้บริโภคไทยในชื่อร้าน มิสเตอร์ โดนัท เป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาในประเทศไทย นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเปิดให้บริการสาขาแรกที่สยามสแควร์ ในนามบริษัท ไทยแฟรนไชซิ่ง จำกัด

จากนั้น ในปี 2524 ดังกิ้น โดนัท ก็ได้เปิดตัวตามมาด้วยจุดขายโดนัทสัญชาติอเมริกันเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม โดยเลือกพื้นที่สยามสแควร์เปิดสาขาแรกเช่นเดียวกับมิสเตอร์ โดนัท

เพราะสยามสแควร์เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทันสมัยที่วัยรุ่นใช้เป็นแหล่งนัดพบเพื่อน สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ในช่วงแรก

จากปากคำของบรรดาวัยรุ่นที่ใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ในพื้นที่สยามสแควร์ยุคนั้น บอกว่า ร้านโดนัทถือเป็นแหล่งนัดพบสุดเทรนด์ ไม่ต่างจาก Third Place ที่มีอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน จนภายในร้านแน่นขนัด เต็มไปด้วยเด็กวัยรุ่นกับกลุ่มเพื่อนที่นัดมาทานอาหารและเครื่องดื่ม

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับสาขาสยามสแควร์ ทั้งสองก็ค่อยๆ กระจายสาขาให้ครอบคลุมใน กทม. ตามมาด้วยการโฆษณาทางโทรทัศน์จากทางดังกิ้น โดนัท เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดโดนัทในช่วงนั้นเติบโตบนพื้นฐานการทานเพราะแฟชั่น

ยุคสอง Me Too Strategy

หลังจากที่ต่างคนต่างวางรากฐาน และขับเคี่ยวกันมาเกือบ 10 ปี ก็ปรากฏว่าดังกิ้น โดนัท ผู้มาที่หลังกลับคว้าชัยชนะไปครองด้วยส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 70% ทิ้งห่างมิสเตอร์โดนัทอยู่หลายช่วงตัว

อย่างไรก็ตาม สาขาที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน รูปแบบการจัดร้านที่ใกล้เคียง หน้าตาของโดนัทที่แทบไม่ต่างกัน แป้งก็มีเพียงสูตรพื้นฐาน 2 ชนิด คือ สูตรแป้งยีสต์ และสูตรแป้งเค้ก สะท้อนให้เห็นถึงการทำตลาดแบบ Me Too Strategy ที่การแข่งขันกันอย่างรุนแรงระหว่างสองแบรนด์ ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายต่างต้องไม่ยอมแพ้ อีกฝ่ายมีอะไร ก็ต้องมีด้วย และเป็นสาเหตุให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนระหว่างสองแบรนด์

ขณะที่ภาพรวม ตลาดโดนัทได้พัฒนากลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และชีวิต ที่ผู้บริโภครู้สึกคุ้นเคย เป็นสิ่งธรรมดา การทานเพราะแฟชั่นได้หมดไป ความตื่นเต้นในโดนัทไม่เหลืออยู่ ส่งผลให้ตลาดโดนัทในช่วงนี้ไม่ได้เติบโตมากนัก เพราะไม่มีนวัตกรรมใดที่จะก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนของตลาดโดนัทได้

จนกระทั่งในปี 2547 ที่มิสเตอร์ โดนัท ได้นำแป้งสูตรใหม่ เรียกว่า พอนเดอริง ซึ่งเป็นสินค้านวัตกรรมที่เป็นจุดเปลี่ยนให้กับมิสเตอร์ โดนัท และตลาดโดนัทในภาพรวม

หน้าตาที่แปลกจากโดนัททั่วไป แม้จะมีรูตรงกลางที่บ่งบอกถึงความเป็นโดนัท แต่ลักษณะกลับคล้ายปล้องกลม 8 ชิ้นต่อกัน และรสชาติที่แตกต่าง โดยมีความนุ่มหนึบมากกว่าโดนัททั่วไป ช่วยผลักดันยอดขายของมิสเตอร์ โดนัทให้มีอัตราการเติบโตสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่เติบโตเพียง 10% และมียอดขายเฉลี่ย 3 ล้านชิ้นต่อเดือน

นับเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ช่วยพลิกให้มิสเตอร์ โดนัทกลับมาเป็นผู้ชนะด้วยส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นเป็น 60% จากเดิมที่มีอยู่แค่เพียง 30 – 40% เท่านั้น

และยังส่งผลให้มูลค่าตลาดโดนัทเติบโตเกินกว่า 1,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก

ยุคสาม Different Brand, Unique Character

จากที่เคยมีเพียงแค่ 2 แบรนด์ขับเคี่ยวกันมาตลอดเกือบ 30 ปี ตลาดโดนัทก็ได้ต้อนรับน้องใหม่ไฟแรงในปี 2548 ชื่อแบรนด์ Daddy Dough แบรนด์ไทยแบรนด์เดียวในตลาด ก่อนตามมาด้วย Bapple แบรนด์โดนัทจากมาเลเซีย ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับตลาดโดนัท

พร้อมกับการนำกระแส Boutique Donut มาให้คนไทยได้รู้จักเป็นครั้งแรก

ภาพลักษณ์ขนมที่ดูสวยงาม น่ารับประทาน รสชาติที่แตกต่าง ไม่ได้มีแค่รสชาติแบบเดิมๆ อย่างเช่น ช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่ แต่ได้สร้างสรรค์รสชาติแปลกใหม่ อย่างเช่น ทีรามิสุ คาปูชิโน่ ทุเรียน และชีส ล้วนล่อใจให้เกิดการทดลอง และชื่นชอบในความต่างแบบพรีเมียม ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มบนกว่าที่มิสเตอร์ฯ และดังกิ้นครอบครอง

นอกจากนี้ ก็ยังมีแบรนด์ดารา Do Dee Dough ของติ๊ก ชิโร่ ที่ตัดสินใจขอร่วมสร้างความคึกคักในตลาดโดนัท หลังจากทำการสำรวจแล้วพบว่า ตลาดโดนัทในไทยเติบโตสูงสุดในเอเชีย และสร้างความแตกต่าง โดยออกแบบโดนัทเป็นรูปตัวอักษร D ซึ่งสามารถยืนระยะมาได้มากกว่าหนึ่งปีแล้ว

และล่าสุดกับ Krispy Kreme ที่ถึงแม้มาทีหลังแต่ก็ดังเพียงชั่วข้ามคืน ด้วยกลยุทธ์ Word of Mouth ที่ทำให้คนแห่มาเข้าคิว และต้องใช้เวลารอไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงกว่าจะได้โดนัทหนึ่งโหลมาครอบครอง โดยภาพรวมตลาดโดนัทล่าสุดตอนนี้มีมูลค่า 2,000 ล้านบาท

สุชีพ ธรรมาชีพเจริญ จากมิสเตอร์ โดนัท บอกว่า จำนวนผู้เล่นที่เพิ่มเข้ามานี้จะช่วยให้กลยุทธ์ Me Too Marketing หมดไป ทุกแบรนด์ต้องสร้างตัวตนให้ชัดเจนขึ้น และมี Positioning ที่แตกต่างกันมากขึ้น เพื่อสร้างรากฐานกลุ่มแฟนประจำของแต่ละแบรนด์

มิสเตอร์ โดนัท จะเน้นบุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น โดยมีนวัตกรรมเป็นตัวนำ ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดโดนัทเป็นสินค้าหลัก และเครื่องดื่มเป็นส่วนเสริม

ดังกิ้น โดนัท ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ตามนโยบายของบริษัทแม่ ที่หันไปให้ความสำคัญกับเมนูเครื่องดื่มกาแฟเพิ่มมากขึ้น และพยายามผลักดันรูปแบบการกินโดนัทควบคู่กับการดื่มกาแฟ โดยนำ Best Practice จากเกาหลีมาปรับใช้หลังประสบความสำเร็จมหาศาลที่นั่น

โด ดี โด เน้นตลาดล่าง โดยราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 5 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดในตลาดโดนัท พร้อมกับใช้ลูกเล่นเป็นโดนัทตัวอักษรรูปต่างๆ

แดดดี้ โด ยังคงยึดภาพลักษณ์เดิมที่วางไว้ในตอนแรก คือพรีเมียมโดนัท ที่มีกลุ่มแฟนค่อนข้างเหนียวแน่น ถึงแม้จะไม่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงแบรนด์ให้เติบโตได้ในอนาคต

Bapple ความแปลกของรสชาติอย่างเช่น ทุเรียน และชีส ที่กลายเป็น Signature Products ของ Bapple ทำให้ Bapple ได้รับการจดจำในกลุ่มผู้บริโภค แต่หลักของแบรนด์คือ การยึดแนวทางเพื่อสุขภาพ ที่ผู้ผลิตอ้างว่าเป็นสูตรโดนัทที่ให้แคลอรี่น้อยกว่าโดนัทชนิดอื่น

Krispy Kreme แบรนด์ใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ที่มีกลุ่มแฟนเหนียวแน่นตั้งแต่อยู่ต่างประเทศ ด้วยเอกลักษณ์หน้าที่ยากต่อการเลียนแบบ อย่างเช่น Graham Krunch หรือ New York Cheesecake เป็นต้น ได้กรุยทางสร้างความโดดเด่นให้แบรนด์ได้อย่างไม่ยากเย็น

ส่วนแบ่งตลาดโดนัท 2553
มิสเตอร์ โดนัท 62%
ดังกิ้น โดนัท 30%
อื่นๆ 8%
ที่มา : มิสเตอร์ โดนัท

Digital TV & Media

หลังจาก “ดิจิทัลทีวี” ผ่านครึ่งปีแรกของการดำเนินธุรกิจ คือเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มาด้วยความทะลักทุเล

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

เดือดแน่ !...เกาะติด “สงครามดิจิทัลทีวี” จาก 2 คู่รบใหม่ในศึกละครหลังข่าว เมื่อเจ้าตลาดเดิมอย่างช่อง 7 กำลังถูกท้าทายจากช่อง 8 ของค่ายอาร์เอส ส่วนช่อง 3 มี “ช่องวัน” ของแกรมมี่ ปั้นละครชิงคนดูในเมือง

Consumer Insight

เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือมีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในแง่ของการใช้งานของผู้บริโภค รวมไปถึงในเรื่องของการทำธุรกิจก็จะเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวมีการเติบโตอย่างมากในแถบเอเชียแปซิฟิค โดยที่ทาง บริษัทวิจัย IDC Asia/Pacific Mobility และ IDC Asia/Pacific Client Devices research บริษัทวิจัยเทรนด์ทางด้านไอที ได้สรุปเทรนด์ที่มาแรงใน 2015

จากการสำรวจข้อมูลเชิงลึกของบริษัทดันน์ฮัมบี้ ได้ทำการสำรวจเรื่องพฤติกรรมการ การซื้อของผู้บริโภคใน เทสโก้ โลตัส จำนวน 8.2 ล้านคน ที่กำลังมองหาของขวัญสำหรับวันวาเลนไทน์ พบว่าผู้บริโภคในภาคกลางมีปริมาณยอดขายของการ์ด ช็อกโกแลตและดอกไม้ เพื่อเป็นของขวัญสำหรับวันวาเลนไทน์ในปี 2014 มากกว่าภาคอื่น ๆ

ทุกวันนี้เว็บไซต์ PANTIP ได้กลายเป็นคอมมูนิตี้ออนไลน์ยอดนิยมของคนไทย ที่รวบรวมเรื่องราวนับล้านแปด กลายเป็นกระดานพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากมายทั้งดราม่า การรีวิวสินค้าและบริการ การขอความช่วยเหลือ ซึ่งสามารถพบได้ที่พันทิปทั้งสิ้น ซึ่งในภายหลังมีกระทู้ถูกตั้งขึ้นอย่างมหาศาลจึงได้สร้าง TAG เพื่อง่ายต่อการแบ่งหมวดหมู่ของเรื่องราว

Insight

เดือดแน่ !...เกาะติด “สงครามดิจิทัลทีวี” จาก 2 คู่รบใหม่ในศึกละครหลังข่าว เมื่อเจ้าตลาดเดิมอย่างช่อง 7 กำลังถูกท้าทายจากช่อง 8 ของค่ายอาร์เอส ส่วนช่อง 3 มี “ช่องวัน” ของแกรมมี่ ปั้นละครชิงคนดูในเมือง

ร้านกาแฟยุคนี้ แค่บรรยากาศ และรสชาติกาแฟ อาจไม่พอ ต้องหาจุดขายใหม่ๆ อย่าง “คาแร็กเตอร์ คาเฟ่” ร้านกาแฟเทรนด์ใหม่ ใช้ตัว “การ์ตูน” ยอดฮิตมาเป็น “จุดขาย” ดึงดูดลูกค้า เฮลโล คิตตี้, ชาร์ลี บราวน์ แอนด์ เฟรนด์, มิสเตอร์บีน สร้างความฟินตอบรับไลฟ์สไตล์แชะแล้วแชร์

เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารการตลาดระดับโลกในเครือดับบลิวพีพี กรุ๊ป ได้พยากรณ์ทิศทางการตลาด“10 Years of 10 Trends” หรือ 10 แนวโน้มที่จะส่งผลในระดับมหภาคที่สำคัญที่สุด ที่จะหล่อหลอมพฤติกรรมและทัศนคติทางสังคมรวมไปถึงจะกำหนดทิศทางธุรกิจในปัจจุบัน

Strategic Move

CBRE เผยปี 58 ตลาดค้าปลีกแข่งเดือดห้างใหม่เปิดท้าชนห้างเก่า ส่วนคอมมูนิตี มอลล์ เปิดเพียบแถบชานเมืองจับตาอยู่รอด ไม่รอด ด้านตลาดสำนักงานโต อาคารเ

สร้างกระแสได้แทบทุกครั้งกับแคมเปญแจกของลุ้นโชคชาเขียวอิชิตัน จากไอโฟน แพกเกจเที่ยวญี่ปุ่นจนถึงรถปอร์เช่ ล่าสุดกับรถเบนซ์ที่ปั่นกระแสด้วยการโพสต์กองเงินกว่า 123 ล้านบาทไว้ตรงหน้า

หลังจากที่เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์หนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ที่จะเป็นไฮไลท์หลักในการทำตลาดในปีนี้แล้ว สำหรับแคมเปญหน้าร้อนที่จะมาถึงนี้ “อีฟ ฟรุตามิน” ได้เตรียมสู้ศึกตลาดเครื่องดื่มที่กระหน่ำสงครามโปรโมชั่นรอบด้าน ด้วยแคมเปญแหวกแนวสำหรับแจก “กระเป๋าแบรนด์เนม” สุดหรู 7 ใบ มูลค่า 6 แสนบาท

Social Media Club

เฟซบุ๊ก (Facebook) เติบโตสูง พบยอดผู้ลงโฆษณาทะลุ 2 ล้านรายแล้ว แถมเป็นผู้ลงโฆษณาแบบที่มีการเคลื่อนไหว (Active) เสียด้วย

ยูทิวบ์ส่ง “YouTube Kids” แอปเวอร์ชันเด็กเพื่อความปลอดภัยสำหรับเจ้าตัวเล็ก น่าเสียดายบริการเริ่มต้นเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

วันนี้ถ้าพูดถึงการทำธุรกิจบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก และไม่พูดถึงสินค้า "พรีออเดอร์" คงไม่ได้ เพราะก้าวแรกของคนที่ต้องการจะทำการค้า นอกจากจะไม่อยากลงทุน

Columnist

เป็นข่าวคราวที่สร้างกระแสและสะเทือนวงการแท็กซี่ได้พอสมควร เมื่อ “แท็กซี่” นครชัยแอร์เปิดตัวและพร้อมเริ่มให้บริการ 1 พ.ค. 2558 โดยใช้ชื่อว่า “All Thai Taxi” ใช้งบประมาณเกือบ 700 ล้าน

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

ที่เมืองจีนวันนี้ “WeChat (วีแชต)” ถือเป็นแอปแชตหนึ่งเดียวที่มีที่ในหน้าจอแรกของสมาร์ทโฟนผู้ใช้ทั่วประเทศ จากข้อมูลของ Global Web Index เผยว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา วีแชตโต 100% โดยประเทศที่ฮิตใช้แอปนี้แบบสุดๆ นอกจากจีนก็คือ มาเลเซีย ฮ่องกง อินเดีย และอินโดนีเซีย ถือเป็นสินค้าอินเทอร์เน็ตจากจีนรายแรกที่รุกได้ทั่วโลกจริงๆ

Global Wrap

กิจกรรมปกติของห้างต่างๆ ทั่วโลกคือ จัดเทศกาลชื่อแปลกๆ เพื่อมีเป้าหมายคือ ลดราคาสินค้าและชวนคนมาเดินห้างให้เยอะขึ้น แต่ไม่ว่าจะ Midnight Sales หรือ Clearance Sales ก็แล้ว ไม่มีห้างไหนในโลกที่วันเดียวจะสร้างยอดขายได้เป็นแสนล้านบาท!

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

Global Trend

จากคำรายงานของสื่ออเมริกัน แหล่งข่าววงในระบุว่าเจ้าพ่อเทคโนโลยีอย่างแอปเปิล (Apple) กำลังวางแผนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่ผู้ใช้ต้องชาร์จแบตเตอรี่หรือ Electric Vehicle (EV) เต็มตัวในปี 2020 สิ่งที่หลายคนรอดูคือแอปเปิลจะสามารถสร้าง”รถแบรนด์ตัวเอง”ในเวลา 5 ปีได้จริงหรือ?

ในขณะที่แว่นอัจฉริยะของกูเกิล “กูเกิลกลาส (Google Glass)” ถูกพับโครงการวางจำหน่ายไป เจ้าพ่อแดนอาทิตย์อุทัยอย่างโซนี่ (Sony) กลับประกาศจำหน่ายแว่นไฮเทคเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ในราคา 840 เหรียญสหรัฐ หรือราว 27,000 บาท เริ่มชิมลางสั่งจองแล้วที่ตลาดอังกฤษและเยอรมนี ก่อนจะขยายไปยัง 10 ประเทศช่วงเดือนมีนาคมต่อไป

บริษัท ออกแบบ พาย จำกัด หรือ pye ได้ส่งนักออกแบบกว่า 10 ชีวิต เข้าร่วมงาน MAISON & OBJET งานแสดงนวัตกรรมการออกแบบ และของตกแต่งบ้านที่ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ณ ประเทศฝรั่งเศสเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

People

พลิกปูมธุรกิจ “บี เตชะอุบล” ทายาทคนโตแห่งตระกูลเตชะอุบล เจ้าของอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป ผู้หาญกล้าควักเงินหมื่นล้าน ซื้อปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน สโมสรฟุตบอลระดับโลกแห่งลีกอิตาลี พบเป็นและเคยเป็นผู้บริหารบริษัทไทยอยู่ 15 บริษัท โดย 5 บริษัทดำเนินกิจการอยู่ ส่วนอีก 10 เลิกกิจการไปแล้ว

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร พิซซ่า ฮัท เปิดตัวแม่ทัพหญิง นางซาบีน่า ริกซ์วี่ รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป พิซซ่า ฮัท ประจำประเทศไทย มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348