Journey of the Donut ต่างยุค ต่างกลยุทธ์

เป็นระยะเวลากว่า 32ปีแล้ว ที่โดนัท ขนมหวานจากต้นกำเนิดแถบตะวันตก ได้ทำความรู้จักและคุ้นเคยกับผู้บริโภคไทย และค่อยๆ ซึมซับจนกระทั่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในชีวิต ที่เฉพาะเพียงแค่ตลาดโดนัทอย่างเดียวมีมูลค่ามากถึง 2000 ล้านบาท

ติดตามเส้นทางและวิวัฒนการของโดนัทในประเทศไทยตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน ที่โดนัทกลายเป็นปรากฏการณ์ Talk of the town แบบที่ไม่มีใครเคยคาดคิด

ยุคแรก วางรากฐาน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2521 สองพี่น้อง สุทธิชัย และ สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ เป็นผู้บุกเบิกนำโดนัทมาสู่มือผู้บริโภคไทยในชื่อร้าน มิสเตอร์ โดนัท เป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาในประเทศไทย นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเปิดให้บริการสาขาแรกที่สยามสแควร์ ในนามบริษัท ไทยแฟรนไชซิ่ง จำกัด

จากนั้น ในปี 2524 ดังกิ้น โดนัท ก็ได้เปิดตัวตามมาด้วยจุดขายโดนัทสัญชาติอเมริกันเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม โดยเลือกพื้นที่สยามสแควร์เปิดสาขาแรกเช่นเดียวกับมิสเตอร์ โดนัท

เพราะสยามสแควร์เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทันสมัยที่วัยรุ่นใช้เป็นแหล่งนัดพบเพื่อน สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ในช่วงแรก

จากปากคำของบรรดาวัยรุ่นที่ใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ในพื้นที่สยามสแควร์ยุคนั้น บอกว่า ร้านโดนัทถือเป็นแหล่งนัดพบสุดเทรนด์ ไม่ต่างจาก Third Place ที่มีอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน จนภายในร้านแน่นขนัด เต็มไปด้วยเด็กวัยรุ่นกับกลุ่มเพื่อนที่นัดมาทานอาหารและเครื่องดื่ม

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับสาขาสยามสแควร์ ทั้งสองก็ค่อยๆ กระจายสาขาให้ครอบคลุมใน กทม. ตามมาด้วยการโฆษณาทางโทรทัศน์จากทางดังกิ้น โดนัท เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดโดนัทในช่วงนั้นเติบโตบนพื้นฐานการทานเพราะแฟชั่น

ยุคสอง Me Too Strategy

หลังจากที่ต่างคนต่างวางรากฐาน และขับเคี่ยวกันมาเกือบ 10 ปี ก็ปรากฏว่าดังกิ้น โดนัท ผู้มาที่หลังกลับคว้าชัยชนะไปครองด้วยส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 70% ทิ้งห่างมิสเตอร์โดนัทอยู่หลายช่วงตัว

อย่างไรก็ตาม สาขาที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน รูปแบบการจัดร้านที่ใกล้เคียง หน้าตาของโดนัทที่แทบไม่ต่างกัน แป้งก็มีเพียงสูตรพื้นฐาน 2 ชนิด คือ สูตรแป้งยีสต์ และสูตรแป้งเค้ก สะท้อนให้เห็นถึงการทำตลาดแบบ Me Too Strategy ที่การแข่งขันกันอย่างรุนแรงระหว่างสองแบรนด์ ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายต่างต้องไม่ยอมแพ้ อีกฝ่ายมีอะไร ก็ต้องมีด้วย และเป็นสาเหตุให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนระหว่างสองแบรนด์

ขณะที่ภาพรวม ตลาดโดนัทได้พัฒนากลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และชีวิต ที่ผู้บริโภครู้สึกคุ้นเคย เป็นสิ่งธรรมดา การทานเพราะแฟชั่นได้หมดไป ความตื่นเต้นในโดนัทไม่เหลืออยู่ ส่งผลให้ตลาดโดนัทในช่วงนี้ไม่ได้เติบโตมากนัก เพราะไม่มีนวัตกรรมใดที่จะก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนของตลาดโดนัทได้

จนกระทั่งในปี 2547 ที่มิสเตอร์ โดนัท ได้นำแป้งสูตรใหม่ เรียกว่า พอนเดอริง ซึ่งเป็นสินค้านวัตกรรมที่เป็นจุดเปลี่ยนให้กับมิสเตอร์ โดนัท และตลาดโดนัทในภาพรวม

หน้าตาที่แปลกจากโดนัททั่วไป แม้จะมีรูตรงกลางที่บ่งบอกถึงความเป็นโดนัท แต่ลักษณะกลับคล้ายปล้องกลม 8 ชิ้นต่อกัน และรสชาติที่แตกต่าง โดยมีความนุ่มหนึบมากกว่าโดนัททั่วไป ช่วยผลักดันยอดขายของมิสเตอร์ โดนัทให้มีอัตราการเติบโตสูงถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่เติบโตเพียง 10% และมียอดขายเฉลี่ย 3 ล้านชิ้นต่อเดือน

นับเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ช่วยพลิกให้มิสเตอร์ โดนัทกลับมาเป็นผู้ชนะด้วยส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นเป็น 60% จากเดิมที่มีอยู่แค่เพียง 30 – 40% เท่านั้น

และยังส่งผลให้มูลค่าตลาดโดนัทเติบโตเกินกว่า 1,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก

ยุคสาม Different Brand, Unique Character

จากที่เคยมีเพียงแค่ 2 แบรนด์ขับเคี่ยวกันมาตลอดเกือบ 30 ปี ตลาดโดนัทก็ได้ต้อนรับน้องใหม่ไฟแรงในปี 2548 ชื่อแบรนด์ Daddy Dough แบรนด์ไทยแบรนด์เดียวในตลาด ก่อนตามมาด้วย Bapple แบรนด์โดนัทจากมาเลเซีย ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับตลาดโดนัท

พร้อมกับการนำกระแส Boutique Donut มาให้คนไทยได้รู้จักเป็นครั้งแรก

ภาพลักษณ์ขนมที่ดูสวยงาม น่ารับประทาน รสชาติที่แตกต่าง ไม่ได้มีแค่รสชาติแบบเดิมๆ อย่างเช่น ช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่ แต่ได้สร้างสรรค์รสชาติแปลกใหม่ อย่างเช่น ทีรามิสุ คาปูชิโน่ ทุเรียน และชีส ล้วนล่อใจให้เกิดการทดลอง และชื่นชอบในความต่างแบบพรีเมียม ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มบนกว่าที่มิสเตอร์ฯ และดังกิ้นครอบครอง

นอกจากนี้ ก็ยังมีแบรนด์ดารา Do Dee Dough ของติ๊ก ชิโร่ ที่ตัดสินใจขอร่วมสร้างความคึกคักในตลาดโดนัท หลังจากทำการสำรวจแล้วพบว่า ตลาดโดนัทในไทยเติบโตสูงสุดในเอเชีย และสร้างความแตกต่าง โดยออกแบบโดนัทเป็นรูปตัวอักษร D ซึ่งสามารถยืนระยะมาได้มากกว่าหนึ่งปีแล้ว

และล่าสุดกับ Krispy Kreme ที่ถึงแม้มาทีหลังแต่ก็ดังเพียงชั่วข้ามคืน ด้วยกลยุทธ์ Word of Mouth ที่ทำให้คนแห่มาเข้าคิว และต้องใช้เวลารอไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงกว่าจะได้โดนัทหนึ่งโหลมาครอบครอง โดยภาพรวมตลาดโดนัทล่าสุดตอนนี้มีมูลค่า 2,000 ล้านบาท

สุชีพ ธรรมาชีพเจริญ จากมิสเตอร์ โดนัท บอกว่า จำนวนผู้เล่นที่เพิ่มเข้ามานี้จะช่วยให้กลยุทธ์ Me Too Marketing หมดไป ทุกแบรนด์ต้องสร้างตัวตนให้ชัดเจนขึ้น และมี Positioning ที่แตกต่างกันมากขึ้น เพื่อสร้างรากฐานกลุ่มแฟนประจำของแต่ละแบรนด์

มิสเตอร์ โดนัท จะเน้นบุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น โดยมีนวัตกรรมเป็นตัวนำ ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดโดนัทเป็นสินค้าหลัก และเครื่องดื่มเป็นส่วนเสริม

ดังกิ้น โดนัท ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ตามนโยบายของบริษัทแม่ ที่หันไปให้ความสำคัญกับเมนูเครื่องดื่มกาแฟเพิ่มมากขึ้น และพยายามผลักดันรูปแบบการกินโดนัทควบคู่กับการดื่มกาแฟ โดยนำ Best Practice จากเกาหลีมาปรับใช้หลังประสบความสำเร็จมหาศาลที่นั่น

โด ดี โด เน้นตลาดล่าง โดยราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 5 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดในตลาดโดนัท พร้อมกับใช้ลูกเล่นเป็นโดนัทตัวอักษรรูปต่างๆ

แดดดี้ โด ยังคงยึดภาพลักษณ์เดิมที่วางไว้ในตอนแรก คือพรีเมียมโดนัท ที่มีกลุ่มแฟนค่อนข้างเหนียวแน่น ถึงแม้จะไม่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงแบรนด์ให้เติบโตได้ในอนาคต

Bapple ความแปลกของรสชาติอย่างเช่น ทุเรียน และชีส ที่กลายเป็น Signature Products ของ Bapple ทำให้ Bapple ได้รับการจดจำในกลุ่มผู้บริโภค แต่หลักของแบรนด์คือ การยึดแนวทางเพื่อสุขภาพ ที่ผู้ผลิตอ้างว่าเป็นสูตรโดนัทที่ให้แคลอรี่น้อยกว่าโดนัทชนิดอื่น

Krispy Kreme แบรนด์ใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ที่มีกลุ่มแฟนเหนียวแน่นตั้งแต่อยู่ต่างประเทศ ด้วยเอกลักษณ์หน้าที่ยากต่อการเลียนแบบ อย่างเช่น Graham Krunch หรือ New York Cheesecake เป็นต้น ได้กรุยทางสร้างความโดดเด่นให้แบรนด์ได้อย่างไม่ยากเย็น

ส่วนแบ่งตลาดโดนัท 2553
มิสเตอร์ โดนัท 62%
ดังกิ้น โดนัท 30%
อื่นๆ 8%
ที่มา : มิสเตอร์ โดนัท
Marketing Terms: 

Consumer Insight

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ได้เปิดเผยถึงสำรวจตัวชี้วัดแนวโน้มของผู้บริโภคด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ทำการสำรวจใน 25 ตลาด ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2556 ประกอบไปด้วยการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมจำนวน 7,010 คนจาก 14 ตลาด เกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

หลังจากที่เป็นกระแสไวรัลอยู่บนโลกออนไลน์เมื่อหลายวันก่อน เมื่อมีคนพบเห็นผู้พันแซนเดอร์ ฟรือคุณลุงเคนตักกี้ บุคคลสำคัญประจำร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเคเอฟซี มาโผล่อยู่กลางกรุงเทพฯ

Global Trend

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

หลังจากที่กำลังจะมีแคมเปญใหญ่ระดับโลก Earth Hour 2014 ปิดไฟช่วยโลก ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ แน่นอนว่าหลายคนอาจจะลังเลในการปิดสวิตช์ไฟ เพราะอาจจะพลาดกิจกรรมอะไรบางอย่าง หรือโปรแกรมทีวีรายการโปรดไปได้

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488