Mobile Payment บนถนนที่สวนทาง

บิล เกตส์ ผู้เข้าใจโลกแห่งเทคโนโลยีกว่าใครในโลก กล่าวอย่างเฉียบคมว่า "สิ่งสำคัญของธนาคาร คือระบบการทำธุรกรรมของธนาคารหาใช่ตัวธนาคารไม่!" 

คำกล่าวนี้จะดูมีน้ำหนักยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้อ่านข้อเท็จจริงหลายประการของความเป็นไปในสารบบของการจ่ายเงินด้วยมือถือ (Mobile Payment) ที่กำลังกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตสมัยใหม่ในยุคที่สมาร์ทโฟนครองโลก และเป็นโลกใบเดิมที่เล็กลงไปอีกเพราะทุกคนพร้อมใจกันย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันนามว่า “เฟซบุ๊ก” ที่ซึ่งรูปแบบการจ่ายเงินใหม่ๆ เกิดขึ้น เพราะนับวันเราจะยิ่งใช้เวลาอยู่ในนี้มากยิ่งขึ้น ใช้เงินสดน้อยลง แต่กลับจ่ายเงินซื้อของออนไลน์บ่อยยิ่งขึ้น ผ่านทั้งบนเว็บและโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ที่ติดตัวคุณตลอด 24/7 นั่นเอง

 

ความเป็นไปของ Mobile Payment ทั่วโลก

ทวีปแอฟริกา คือที่สุดของกรณีศึกษาของ Mobile Payment เพราะกว่า 80% ของประชากรในทวีฟแอฟริกาหรือประมาณ 800 ล้านคนไม่รู้จักธนาคาร เพราะที่นั่นไม่มีธนาคารสาขาสารพัดสีให้เห็นดาษดื่น ไม่มีตู้เอทีเอ็ม พวกเขาเลยไม่เคยสัมผัสกับสมุดบัญชีของธนาคาร การทำธุรกรรมทางการเงินหลักเลยหันไปพึ่งพากับระบบ M-PESA ระบบชำระ/โอนเงินผ่านระบบ SMS ของมือถือ โดยของทุกอย่างรอบตัวสามารถจ่ายด้วยมือถือ เริ่มตั้งแต่การซื้อขนมปังฝรั่งเศสหนึ่งก้อน ไปจนถึงการโอนเงินกลับบ้าน

ดังนั้นการที่เราเข้าใจว่าระบบ Mobile Payment จะต้องมาพร้อมกับการเติบโตของสมาร์ทโฟนอาจจะถูกแต่ถูกไม่หมด เพราะต่างพื้นที่ก็มีการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับท้องถิ่นของตัวเอง โดยที่ผ่านมาเทคโนโลยีที่นำมาปรับใช้กับ Mobile Payment ก็มีตั้งแต่ SMS, WAP, QRCode, Application, เครื่องอ่านบัตรเครดิตที่เสียบเข้ากับมือถือ, RFID และล่าสุดที่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานกลางคือ เทคโนโลยี NFC ซึ่งจะเป็นชิปเล็กๆ ที่ฝังในมือถือที่เมื่อแตะกับเครื่องอ่าน ก็สามารถส่งผ่านข้อมูลได้ในเวลาที่น้อยกว่า 1 วินาที จึงทำให้การจ่ายเงินด้วยมือถือรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

สำหรับในเอเชีย ที่ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง เหล่าเมืองหลวงที่วุ่นวาย และคนมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ จึงรับเอาเทคโนโลยีการจ่ายเงินค่าสาธารณูปโภคประจำวันด้วยมือถือ NFC ไปใช้อย่างดาษดื่น ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าซื้อของในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น โดยรูปแบบการจ่ายเงินดังกล่าวถือเป็นการจ่ายเงินจำนวนน้อยๆ (Micro Payment) เป็นหลัก เพราะมันสะดวกและรวดเร็วกว่าการจ่ายเงินแบบใดๆ ทั้งหมด ทั้งร่นเวลาการต่อคิว และนับเงินทอนออกไปเสียสิ้น

นอกจากนี้ ในบทบาทหลักของ Mobile Payment ที่แยกเป็นการใช้ชำระค่าสินค้าบริการกับร้านค้า หรือโอนเงินระหว่างผู้ใช้ด้วยกันแล้ว เราสามารถจำแนกผู้เล่นหลักในตลาด Mobile Payment ได้ออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

 

1.ธนาคารออกบริการ Mobile Banking เพื่อเป็นช่องทางการทำธุรกรรมตลอด 24 ชั่วโมงต่อยอดจากเว็บไซต์ 

2.ค่ายมือถือรวมตัวกันเองเพื่อสรรหา-สร้างมาตรฐานการจ่ายเงินด้วยมือถือของตัวเอง เช่น ISIS ของอเมริกา และ Ericsson Money ในยุโรป

3.ค่ายบัตรเครดิต ที่ต่างตั้งบริษัทลูกเพื่อดูแลสัดส่วนธุรกิจจากเครื่องมือดิจิตอลโดยเฉพาะ เช่น อเมริกันเอ็กซ์เพรส เปิดบริษัท Payfone ส่วนมาสเตอร์การ์ดออกบริการ Pay Pass

4.บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจอินเทอร์เน็ตและระบบจ่ายเงินออนไลน์ซึ่งเปิดบริการทำระบบจ่ายเงินของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Google Wallet, PayPal, Apple เป็นต้น

5.ผู้เล่นหน้าใหม่ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมการจ่ายเงินใหม่ๆ เช่น สแควร์ (Square) เครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือ ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมเปิดบัญชี แต่คิดเงินจากการใช้รูดบัตรอัตราเดียวไม่ว่าเงินจำนวนเท่าไหร่เข้าใจง่าย หรือธนาคาร 2.0 ที่มีสาขาเฉพาะบนเว็บไซต์อย่าง banksimple.com

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ยังไม่รวมถึงผู้เล่นรายเก่าๆ อย่าง ผู้ทำระบบชำระเงิน ณ จุดขาย (POS), ห้าง-ร้านค้าสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดในโลกอย่าง วอลมาร์ท, ทาร์เก็ต, 7-11 และแฟรนไชส์ร้านอาหาร-เครื่องดื่มที่มีสาขาทั่วโลกอย่าง แมคโดนัลด์ และสตาร์บัคส์ ต่างก็หันมาปรับตัวทำระบบ Mobile Payment ของตัวเองกันทั้งสิ้น 

 

ข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาจะนำมาสู่ 3 ประเด็นสำคัญสุดท้ายที่เราจะมาวิเคราะห์กันนั่นคือ 

- ทำไมจู่ๆ  Mobile Payment ธุรกิจน้องใหม่ถึงพร้อมที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วและมีผู้เล่นมากมายแทบจะทันทีที่เปิดตลาด!?

- ธนาคารจะปรับตัวอย่างไร? เมื่อใครๆ ก็หันมา “ทำตัวเป็นคนกลาง” ในระบบธุรกรรมทางการเงินกันมากมาย?

- เมื่อโลกยุคใหม่คนนิยมใช้เงินล่องหนแล้ว ทุกคนในอุตสาหกรรมเตรียมรับมือกับด้านมืดที่กำลังจะตามมาแล้วหรือยัง?

 

ตอบคำถามประเด็นแรกที่ว่า ทำไมทันทีที่เปิดตลาด Mobile Payment ทะเลจึงกลายเป็นสีเลือดโดยพลัน นั่นก็เพราะว่าใครๆ ก็อยากเล่นกับเงิน! เพราะเล็งเห็นแล้วว่า เมื่อเงินสด (Cash) > ถูกแปรเปลี่ยน (Transaction) > เป็นข้อมูลดิจิตอล (Payment) มันคือการเข้าถึงฐานข้อมูลอันมหาศาลของผู้บริโภครายบุคคล (เพราะทุกคนมีมือถือของตัวเอง) และเมื่อถึงยุคสมาร์ทโฟนที่มือถือเข้าถึงเน็ตตลอดเวลา มีจีพีเอสและกล้องถ่ายรูปครบครัน ก็จะยิ่งทำให้บริษัทเหล่านี้รู้ลึกตั้งแต่ใครซื้อ ซื้ออะไร ที่ไหน ซื้อเท่าไหร่ ใช้คูปองอะไรลด ฯลฯ ฉะนั้นเมื่อใครพร้อมก่อนก็ทำก่อน เพื่อเป็นต้นทางที่จะได้ฐานข้อมูลเหล่านี้ไปครอบครอง ดังนั้นเพื่อให้รู้จักตัวลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นหลายค่ายจึงหวังไกลกว่า Mobile Payment แต่ต้องการให้เกิดเป็น Mobile Wallet หรือการเข้าถึงระบบนิเวศของไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว โดยใช้มันแทนกระเป๋าสตางค์หนังใบโต โดยเก็บทั้งบัตรประชาชน บัตรส่วนลด คูปอง กุญแจ เงินสด บิลที่ต้องจ่าย และใบเสร็จ ทุกอย่างที่ว่าจะแปรรูปเป็นไฟล์ดิจิตอลและเก็บอยู่ในมือถือเล็กๆ เครื่องเดียว!

เมื่อคนกลางจากหลายอุตสาหกรรมที่ลงมาเดิมพันในตลาดนี้ แน่นอนว่าเจ้าตลาดเก่าอย่าง “ธนาคาร” ต้องสะเทือน เพราะไฟลท์บังคับให้ปรับตัวของธนาคารครั้งนี้ แตกต่างกับการปรับตัวของสื่อ ที่เปลี่ยนจากกระดาษมาสู่โลกดิจิตอล นั่นก็เพราะว่าไม่ว่าโลกจะไฮเทคไปอีกสักแค่ไหน แต่สื่อก็ยังจะคงอยู่ต่อไป เพราะสิ่งที่พวกเขาผลิต ขาย และสร้างรายได้ให้กับพวกเขาได้คือ "เนื้อหา (Content)" ผิดกับธนาคาร ที่ผู้ "ทำระบบ (Platform)" อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น ถึงกระนั้นในศตวรรษหน้าธนาคารก็ยังไม่หายไปแต่จะลดบทบาทในแถวหน้าลงอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่ธนาคารใหญ่ๆ ได้เริ่มทำแล้วก็คือ การหาพันธมิตรในธุรกิจดิจิตอล หาบริการใหม่ๆ เพื่อได้โอกาสจากค่าธรรมเนียมน้อยๆ แต่บ่อยๆ เช่น การแลกเปลี่ยนเงินเสมือนจริงที่ใช้กันบนเว็บมาเป็นเงินจริงอย่างถูกกฎหมาย เป็นต้น

สุดท้ายที่ไม่ใช่เป็นการฟันธงว่า “เงินสดจะหายไปจากโลกหรือไม่?” แต่จะเป็นการพูดเรื่องปัญหาก่อนหน้านั้น ซึ่งต้องป้องกันและหาทางแก้ไขก่อนสิ่งใดก็คือ เมื่อเทรนด์ใหม่ คนนิยมที่จะไม่ใช้ “เงินสด” ที่จับต้องได้ เพื่อซื้อของที่จับต้องไม่ได้ อย่าง แอพฯ เพลง หนัง กันมากขึ้น เรา (ธนาคาร, ตัวกลาง, ผู้บริโภค) จะหาใคร? มาสร้างมาตรฐานกลางเรื่องเทคโนโลยีและค่าธรรมเนียมสำหรับการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ และในกรณีที่เกิดปัญหาอย่างการแฮคข้อมูลและเงินในบัญชีไป กฎหมายอาญาเก่าๆ นำมาประยุกต์ใช้ได้ใช่หรือไม่?

ผู้เขียนเชื่อว่าผู้บริโภคสมัยใหม่ส่วนใหญ่พร้อมที่จะอัพเกรดชีวิตให้สะดวกและสบายยิ่งขึ้นกับ Mobile Payment เพียงขอให้ใครก็ได้มาสร้างความมั่นใจว่ามันปลอดภัยและจะไม่มีวันสูญเงินไปโดยไม่รู้ตัว! ซึ่งถือเป็นความต้องการที่สั้นและชัดเจน แต่ฮีโร่คนนั้นจะเป็นใครกันล่ะ?

Marketing Terms: 

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488