Mobile Payment บนถนนที่สวนทาง

บิล เกตส์ ผู้เข้าใจโลกแห่งเทคโนโลยีกว่าใครในโลก กล่าวอย่างเฉียบคมว่า "สิ่งสำคัญของธนาคาร คือระบบการทำธุรกรรมของธนาคารหาใช่ตัวธนาคารไม่!" 

คำกล่าวนี้จะดูมีน้ำหนักยิ่งขึ้น เมื่อคุณได้อ่านข้อเท็จจริงหลายประการของความเป็นไปในสารบบของการจ่ายเงินด้วยมือถือ (Mobile Payment) ที่กำลังกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตสมัยใหม่ในยุคที่สมาร์ทโฟนครองโลก และเป็นโลกใบเดิมที่เล็กลงไปอีกเพราะทุกคนพร้อมใจกันย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันนามว่า “เฟซบุ๊ก” ที่ซึ่งรูปแบบการจ่ายเงินใหม่ๆ เกิดขึ้น เพราะนับวันเราจะยิ่งใช้เวลาอยู่ในนี้มากยิ่งขึ้น ใช้เงินสดน้อยลง แต่กลับจ่ายเงินซื้อของออนไลน์บ่อยยิ่งขึ้น ผ่านทั้งบนเว็บและโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ที่ติดตัวคุณตลอด 24/7 นั่นเอง

 

ความเป็นไปของ Mobile Payment ทั่วโลก

ทวีปแอฟริกา คือที่สุดของกรณีศึกษาของ Mobile Payment เพราะกว่า 80% ของประชากรในทวีฟแอฟริกาหรือประมาณ 800 ล้านคนไม่รู้จักธนาคาร เพราะที่นั่นไม่มีธนาคารสาขาสารพัดสีให้เห็นดาษดื่น ไม่มีตู้เอทีเอ็ม พวกเขาเลยไม่เคยสัมผัสกับสมุดบัญชีของธนาคาร การทำธุรกรรมทางการเงินหลักเลยหันไปพึ่งพากับระบบ M-PESA ระบบชำระ/โอนเงินผ่านระบบ SMS ของมือถือ โดยของทุกอย่างรอบตัวสามารถจ่ายด้วยมือถือ เริ่มตั้งแต่การซื้อขนมปังฝรั่งเศสหนึ่งก้อน ไปจนถึงการโอนเงินกลับบ้าน

ดังนั้นการที่เราเข้าใจว่าระบบ Mobile Payment จะต้องมาพร้อมกับการเติบโตของสมาร์ทโฟนอาจจะถูกแต่ถูกไม่หมด เพราะต่างพื้นที่ก็มีการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับท้องถิ่นของตัวเอง โดยที่ผ่านมาเทคโนโลยีที่นำมาปรับใช้กับ Mobile Payment ก็มีตั้งแต่ SMS, WAP, QRCode, Application, เครื่องอ่านบัตรเครดิตที่เสียบเข้ากับมือถือ, RFID และล่าสุดที่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานกลางคือ เทคโนโลยี NFC ซึ่งจะเป็นชิปเล็กๆ ที่ฝังในมือถือที่เมื่อแตะกับเครื่องอ่าน ก็สามารถส่งผ่านข้อมูลได้ในเวลาที่น้อยกว่า 1 วินาที จึงทำให้การจ่ายเงินด้วยมือถือรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

สำหรับในเอเชีย ที่ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง เหล่าเมืองหลวงที่วุ่นวาย และคนมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ จึงรับเอาเทคโนโลยีการจ่ายเงินค่าสาธารณูปโภคประจำวันด้วยมือถือ NFC ไปใช้อย่างดาษดื่น ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าซื้อของในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น โดยรูปแบบการจ่ายเงินดังกล่าวถือเป็นการจ่ายเงินจำนวนน้อยๆ (Micro Payment) เป็นหลัก เพราะมันสะดวกและรวดเร็วกว่าการจ่ายเงินแบบใดๆ ทั้งหมด ทั้งร่นเวลาการต่อคิว และนับเงินทอนออกไปเสียสิ้น

นอกจากนี้ ในบทบาทหลักของ Mobile Payment ที่แยกเป็นการใช้ชำระค่าสินค้าบริการกับร้านค้า หรือโอนเงินระหว่างผู้ใช้ด้วยกันแล้ว เราสามารถจำแนกผู้เล่นหลักในตลาด Mobile Payment ได้ออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

 

1.ธนาคารออกบริการ Mobile Banking เพื่อเป็นช่องทางการทำธุรกรรมตลอด 24 ชั่วโมงต่อยอดจากเว็บไซต์ 

2.ค่ายมือถือรวมตัวกันเองเพื่อสรรหา-สร้างมาตรฐานการจ่ายเงินด้วยมือถือของตัวเอง เช่น ISIS ของอเมริกา และ Ericsson Money ในยุโรป

3.ค่ายบัตรเครดิต ที่ต่างตั้งบริษัทลูกเพื่อดูแลสัดส่วนธุรกิจจากเครื่องมือดิจิตอลโดยเฉพาะ เช่น อเมริกันเอ็กซ์เพรส เปิดบริษัท Payfone ส่วนมาสเตอร์การ์ดออกบริการ Pay Pass

4.บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจอินเทอร์เน็ตและระบบจ่ายเงินออนไลน์ซึ่งเปิดบริการทำระบบจ่ายเงินของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Google Wallet, PayPal, Apple เป็นต้น

5.ผู้เล่นหน้าใหม่ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมการจ่ายเงินใหม่ๆ เช่น สแควร์ (Square) เครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือ ที่ไม่มีค่าธรรมเนียมเปิดบัญชี แต่คิดเงินจากการใช้รูดบัตรอัตราเดียวไม่ว่าเงินจำนวนเท่าไหร่เข้าใจง่าย หรือธนาคาร 2.0 ที่มีสาขาเฉพาะบนเว็บไซต์อย่าง banksimple.com

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ยังไม่รวมถึงผู้เล่นรายเก่าๆ อย่าง ผู้ทำระบบชำระเงิน ณ จุดขาย (POS), ห้าง-ร้านค้าสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดในโลกอย่าง วอลมาร์ท, ทาร์เก็ต, 7-11 และแฟรนไชส์ร้านอาหาร-เครื่องดื่มที่มีสาขาทั่วโลกอย่าง แมคโดนัลด์ และสตาร์บัคส์ ต่างก็หันมาปรับตัวทำระบบ Mobile Payment ของตัวเองกันทั้งสิ้น 

 

ข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาจะนำมาสู่ 3 ประเด็นสำคัญสุดท้ายที่เราจะมาวิเคราะห์กันนั่นคือ 

- ทำไมจู่ๆ  Mobile Payment ธุรกิจน้องใหม่ถึงพร้อมที่จะเติบโตอย่างรวดเร็วและมีผู้เล่นมากมายแทบจะทันทีที่เปิดตลาด!?

- ธนาคารจะปรับตัวอย่างไร? เมื่อใครๆ ก็หันมา “ทำตัวเป็นคนกลาง” ในระบบธุรกรรมทางการเงินกันมากมาย?

- เมื่อโลกยุคใหม่คนนิยมใช้เงินล่องหนแล้ว ทุกคนในอุตสาหกรรมเตรียมรับมือกับด้านมืดที่กำลังจะตามมาแล้วหรือยัง?

 

ตอบคำถามประเด็นแรกที่ว่า ทำไมทันทีที่เปิดตลาด Mobile Payment ทะเลจึงกลายเป็นสีเลือดโดยพลัน นั่นก็เพราะว่าใครๆ ก็อยากเล่นกับเงิน! เพราะเล็งเห็นแล้วว่า เมื่อเงินสด (Cash) > ถูกแปรเปลี่ยน (Transaction) > เป็นข้อมูลดิจิตอล (Payment) มันคือการเข้าถึงฐานข้อมูลอันมหาศาลของผู้บริโภครายบุคคล (เพราะทุกคนมีมือถือของตัวเอง) และเมื่อถึงยุคสมาร์ทโฟนที่มือถือเข้าถึงเน็ตตลอดเวลา มีจีพีเอสและกล้องถ่ายรูปครบครัน ก็จะยิ่งทำให้บริษัทเหล่านี้รู้ลึกตั้งแต่ใครซื้อ ซื้ออะไร ที่ไหน ซื้อเท่าไหร่ ใช้คูปองอะไรลด ฯลฯ ฉะนั้นเมื่อใครพร้อมก่อนก็ทำก่อน เพื่อเป็นต้นทางที่จะได้ฐานข้อมูลเหล่านี้ไปครอบครอง ดังนั้นเพื่อให้รู้จักตัวลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นหลายค่ายจึงหวังไกลกว่า Mobile Payment แต่ต้องการให้เกิดเป็น Mobile Wallet หรือการเข้าถึงระบบนิเวศของไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว โดยใช้มันแทนกระเป๋าสตางค์หนังใบโต โดยเก็บทั้งบัตรประชาชน บัตรส่วนลด คูปอง กุญแจ เงินสด บิลที่ต้องจ่าย และใบเสร็จ ทุกอย่างที่ว่าจะแปรรูปเป็นไฟล์ดิจิตอลและเก็บอยู่ในมือถือเล็กๆ เครื่องเดียว!

เมื่อคนกลางจากหลายอุตสาหกรรมที่ลงมาเดิมพันในตลาดนี้ แน่นอนว่าเจ้าตลาดเก่าอย่าง “ธนาคาร” ต้องสะเทือน เพราะไฟลท์บังคับให้ปรับตัวของธนาคารครั้งนี้ แตกต่างกับการปรับตัวของสื่อ ที่เปลี่ยนจากกระดาษมาสู่โลกดิจิตอล นั่นก็เพราะว่าไม่ว่าโลกจะไฮเทคไปอีกสักแค่ไหน แต่สื่อก็ยังจะคงอยู่ต่อไป เพราะสิ่งที่พวกเขาผลิต ขาย และสร้างรายได้ให้กับพวกเขาได้คือ "เนื้อหา (Content)" ผิดกับธนาคาร ที่ผู้ "ทำระบบ (Platform)" อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น ถึงกระนั้นในศตวรรษหน้าธนาคารก็ยังไม่หายไปแต่จะลดบทบาทในแถวหน้าลงอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่ธนาคารใหญ่ๆ ได้เริ่มทำแล้วก็คือ การหาพันธมิตรในธุรกิจดิจิตอล หาบริการใหม่ๆ เพื่อได้โอกาสจากค่าธรรมเนียมน้อยๆ แต่บ่อยๆ เช่น การแลกเปลี่ยนเงินเสมือนจริงที่ใช้กันบนเว็บมาเป็นเงินจริงอย่างถูกกฎหมาย เป็นต้น

สุดท้ายที่ไม่ใช่เป็นการฟันธงว่า “เงินสดจะหายไปจากโลกหรือไม่?” แต่จะเป็นการพูดเรื่องปัญหาก่อนหน้านั้น ซึ่งต้องป้องกันและหาทางแก้ไขก่อนสิ่งใดก็คือ เมื่อเทรนด์ใหม่ คนนิยมที่จะไม่ใช้ “เงินสด” ที่จับต้องได้ เพื่อซื้อของที่จับต้องไม่ได้ อย่าง แอพฯ เพลง หนัง กันมากขึ้น เรา (ธนาคาร, ตัวกลาง, ผู้บริโภค) จะหาใคร? มาสร้างมาตรฐานกลางเรื่องเทคโนโลยีและค่าธรรมเนียมสำหรับการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ และในกรณีที่เกิดปัญหาอย่างการแฮคข้อมูลและเงินในบัญชีไป กฎหมายอาญาเก่าๆ นำมาประยุกต์ใช้ได้ใช่หรือไม่?

ผู้เขียนเชื่อว่าผู้บริโภคสมัยใหม่ส่วนใหญ่พร้อมที่จะอัพเกรดชีวิตให้สะดวกและสบายยิ่งขึ้นกับ Mobile Payment เพียงขอให้ใครก็ได้มาสร้างความมั่นใจว่ามันปลอดภัยและจะไม่มีวันสูญเงินไปโดยไม่รู้ตัว! ซึ่งถือเป็นความต้องการที่สั้นและชัดเจน แต่ฮีโร่คนนั้นจะเป็นใครกันล่ะ?

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม เป็นชื่อค่ายหนังน้องใหม่ ที่เกิดจากการร่วมตัวของ 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อผลิตภาพยนตร์ไทยป้อนทั้งตลาดไทย และต่างประเทศ ทุนจดทะเบียน 175 ล้านบาท

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ALS ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และหลายๆ คนรู้จักโรคนี้ผ่านกิจกรรม “ยอมเปียกเพื่อการกุศล” หรอ “IceBucketChallange” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ทางสังคมเพื่อระดมเงินบริจาคสมทบมูลนิธิ `Amyotrophic Lateral Aclerosos’ (ALS) หรือ ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อโรค Lou Gehrig’s

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488