Next Step ไทยเบฟฯ เปลี่ยน “ช้าง” ไทยให้อินเตอร์

เบื้องหลัง “ช้างเอ็กซพอร์ต” คือ ก้าวสำคัญอีกครั้งของไทยเบฟฯ มองช้ามช็อต ปูทางไปสู่ตลาดโลก โดยสร้างBrand Identity ใหม่ สลัดทิ้งภาพเบียร์ไทย สู่ภาพความเป็นแบรนด์วัยรุ่นอินเตอร์ เลือกใช้เอเยนซี่ระดับแถวหน้าจากโซโห นิวยอร์กที่เคยปั้นแบรนด์เป๊ปซี่จนสำเร็จมาแล้ว พร้อมทุมงบมหาศาลกว่า 1,400 ล้านบาท เพื่อแจ้งเกิดแบรนด์ช้างในต่างประเทศและไทย


ไทยเบฟฯ เลือกแถลงข่าว ณ โรงภาพยนตร์เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีผู้บริหารมาอย่างพร้อมเพรียง แต่บนเวทีฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ยกให้ แมทธิว กิจโอธาน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นผู้แถลงข่าว ขณะที่ตัวเขานั่งฟังอย่างอารมณ์ดี เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลง Brand Identity และการรุกตลาดแบบครบเครื่องจะทำให้มียอดขาย ณ สิ้นปี 2555 ราว 36,000 ล้านบาท มาดูกันว่ารายละเอียดเบื้องหลังและกลยุทธ์ใดบ้างที่จะทำให้ช้างบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้


ต้องยอมรับว่า แม้ในตลาดภายในประเทศ ปี 2554 ไทยเบฟฯ จะมียอดขายของทุกผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ช้างกว่า 28,000 ล้านบาท แต่สำหรับตลาดเบียร์แล้ว ส่วนแบ่งตลาดของเบียร์ช้างยังตามหลังค่ายสิงห์อยู่ โดยค่ายบุญรอดมีส่วนแบ่งตลาด 64% ในขณะที่ค่ายเบียร์ช้างมีส่วนแบ่งตลาด 30%


 

เบียร์ดีกรีอ่อน ตลาดใหญ่ที่พลาดไม่ได้

หากแบ่งตลาดเบียร์โดยยึด “ดีกรี” เป็นหลักในเซ็กเมนต์ Economy Easy to Drink หรือตลาดเบียร์ไม่เข้มข้น (แอลกอฮอล์ 5%) มีมูลค่ามากที่สุด และมีเพียงลีโอที่ครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 90% ไทยเบฟฯ จึงไม่อาจอยู่เฉยได้ เพราะแม้จะพยายามขยายฐานลูกค้าเบียร์ระดับพรีเมียมแต่ก็ดูเหมือนว่าขนนกเฟรดเดอร์บรอยจะอ่อนแรง ปลิวไปไหนไม่ได้ไกล ขณะที่ตลาดล่างก็ได้ใจเฉพาะคอเบียร์รสเข้มเท่านั้น การปะทะกับลีโอแบบครบสูตรจึงเป็นทางเลือกที่พลาดไม่ได้


ตลาดเบียร์มีมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านลิตร แบ่งเป็น พรีเมียม 100 ล้านลิตร สแตนดาร์ด 200 ล้านลิตร อีโคโนมี่ 1,700 ล้านลิตร ซึ่ง 1,000 ล้านลิตรในตลาดหลังสุดนี้เป็นตลาดเบียร์อีโคโนมี่ไม่เข้มข้น ซึ่งนับว่ามีปริมาณสูงสุดในตลาด และการที่ตลาดเบียร์เติบโต 3% ต่อเนื่องทุกปี และในปี  2555 คาดว่าจะเติบโต 5% นั้นมีปัจจัยหลักมาจากการดื่มในตลาดเบียร์ไม่เข้มข้น


ไทยเบฟฯ มีเบียร์ช้างเป็นพระเอกกินส่วนแบ่งการตลาดเชิงปริมาณไปกว่า 600 ล้านลิตร ในตลาดเบียร์อีโคโนมี่เข้มข้น  แต่เทรนด์ผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นระยะเวลาพอสมควร และดูเหมือนว่าทิศทางจะกลายเป็นโอกาสของตลาดเบียร์อีโคโนมี่ไม่เข้มข้นชัดเจนมากขึ้น ช้างจึงอยู่เฉยไม่ได้ 


“ผู้บริโภคได้เปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มเป็นดื่มแบบเรื่อยๆ พูดคุยกัน ไม่ได้เน้นความแรงของแอลกอฮอล์”


ช้างตระหนักดีว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การตอบสนองพฤติกรรมและความต้องการที่มีอยู่แล้วต่างหากเป็นสิ่งที่ช้างพึงทำ ทำให้ไทยเบฟฯ ตัดสินใจวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ “ช้างเอ็กซ์พอร์ต” ที่มีส่วนผสมของมอลต์ 100% และมีแอลกอฮอล์ 5% เพื่อมาชิงตลาดเบียร์อีโคโนมี่ไม่เข้มข้น


ฐาปนคาดว่าช้าง เอ็กซ์พอร์ต จะบรรลุเป้าหมายได้ด้วยปริมาณการจำหน่าย 22 ล้านลิตรภายใน 3 เดือน (ตุลาคม-ธันวาคม 2554) และเพิ่มเป็น 60 ล้านลิตรในปี 2555


 

ช้างไทย หัวใจอินเตอร์

หมากการตลาดที่ไทยเบฟฯ วางไว้สำหรับ “ช้างเอ็กซ์พอร์ต” ของไทยเบฟฯ ครั้งนี้ เป็นการมองแบบ Next Step แทนที่จะท้ารบกับเบียร์ลีโอด้วยกลยุทธ์แบบเดิมๆ ไทยเบฟฯ เลือกใช้กลยุทธ์โกอินเตอร์ บุกไปทำตลาดต่างประเทศ เพราะมองว่า หากผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศให้การยอมรับ ก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์ช้างในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบุกตลาดจีนได้เป็นผลสำเร็จ นั่นหมายถึงยอดขายของเบียร์ช้างจะเติบโตแบบก้าวกระโดด  


การโกอินเตอร์ของไทยเบฟฯ จึงต้องเปลี่ยน  Brand Identity ครั้งนี้จึงเป็นสเต็ปที่ชัดเจน เป็นความต่อเนื่อง จากการรีลอนช์  ในปี 2552 ซึ่งครั้งนั้นมีวัตถุประสงค์หลักคือ การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อต้องการให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เบียร์ช้างที่มีทั้งคลาสสิก ดราฟท์ และไลท์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีบุคลิกและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน  


Brand Identity ใหม่ของช้างครั้งนี้ จึงเป็นการ สลัดทิ้งภาพของเบียร์ไทยแบบเดิมๆ มาสู่ความเป็นแบรนด์ของวัยรุ่นอินเตอร์ยุคใหม่ ผ่านไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอิสระ ทั้งดนตรี กีฬา สถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯ โดยเบื้องต้นจะสื่อสารผ่านกีฬาแนวเอ็กซ์ตรีมที่ชื่อว่า Kite Surf ที่สามารถสะท้อนถึงการใช้ชีวิตอิสระในแบบวัยรุ่นยุคนี้ โดยการสื่อสารด้วยภาพ เพื่อทำให้เข้าใจได้ง่าย และให้เกิดภาพจำใหม่เกี่ยวกับแบรนด์ช้าง ที่มีทั้งความไดนามิก และทันสมัย 


เพื่อต้องการสร้างการรับรู้และเข้าใจถึงความเป็นตัวตนแบรนด์ช้างในทิศทางเดียวกัน โดยยังคงใช้โลโก้เดิม ที่เป็นช้างที่เป็นช้างคู่หันหน้าเข้าหากันและมีน้ำพุอยู่ตรงกลาง เพราะมองว่า “ช้าง” ยังคงเป็นไอคอนที่ดีสำหรับคนเอเชีย น่าศรัทธา น่าเชื่อถือ แต่เพิ่มความเป็น “อินเตอร์” ลงไป ด้วยการใช้ Chang Iconic หรือลายเส้นโครงรูปช้าง สะท้อน Brand Identity ใหม่ได้อย่างแจ่มชัด เพื่อให้เกิดการรับรู้และจดจำในใจของกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น 

 


กุมหัวใจวัยรุ่น  

เบื้องหลังการสร้างแบรนด์มาสู่ความวัยรุ่นอินเตอร์ยุคใหม่ จากผลวิจัยของซาฟารี ซันเดย์ (อ่านล้อมกรอบ) ที่พบคือ คนรุ่นใหม่ทั่วโลกอายุ 20-25 ปีมีพฤติกรรมใกล้เคียงกันในการใช้ชีวิต แตกต่างจากคนรุ่นก่อน “พวกเขามีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น รักอิสระ รักสนุก ใช้ชีวิตและมีส่วนร่วมในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค มีความกล้าคิดกล้าทำ กระตือรือร้น” 


จึงเป็นที่มาของแนวคิด “ Live Like You Mean It” หรือ ชีวิตของเรา…ใช้ซะ ที่จะสื่อสารเหมือนกันในทุกตลาดทั่วโลก


“วัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ค่อนข้างเซ็ง เพราะถูกกดดันทั้งจากครอบครัว ที่ทำงานและสังคม ที่คาดหวังให้พวกเขาดำเนินชีวิตในกรอบที่กำหนด ดังนั้นแคมเปญของเราจะไม่ไปบอกว่าเขาจะต้องทำแบบนั้นแบบนี้ แต่เข้าใจเขาและบอกว่าให้เขาใช้ชีวิตในแบบที่เขาเป็นให้เต็มที่ อย่ากลัวที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์”


โดยมี แอมเมกซ์ ทีม แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด สร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาเพื่อถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น


แมทธิวเล่าถึงผลตอบรับจากฐาปนะกับแนวคิดและภาพยนตร์โฆษณาอย่างอารมณ์ดีว่า “ปกติเจ้านายผมมักจะมีคอมเมนต์ แต่ครั้งนี้ดูแล้วเงียบไปหลายนาที  ถ้าไม่พูดอะไรแปลว่าผ่าน แปลว่าโดนแล้ว”

 


ทุ่มการตลาด 1,400 ล้านบาท

การสร้าง Brand Identity ครั้งนี้ ไทยเบฟฯ จึงต้องทุ่มงบสื่อสารแบบ IMC สำหรับแบรนด์ช้างกว่า 1,400 ล้านบาท (ในประเทศ 1,100 ล้านบาท ต่างประเทศ 300 ล้านบาท)   เฉพาะ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2554 ใช้งบ 300 ล้านบาท  


บรรจุภัณฑ์ของช้าง เอ็กซ์พอร์ต ดูพรีเมียมขึ้นจากช้าง คลาสสิก ด้วยไฮไลต์เด่นชัดของรวงข้าวมอลต์ และลดทอนขนาดโลโก้ช้างลง จำหน่ายในราคาขวด (640 มล.) 48 บาท กระป๋อง (330 มล.) 26-28 บาท สูงกว่าช้าง คลาสสิกประมาณ 2 บาท 


บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ส่งออกไปจำหน่ายใน 40 ประเทศทั่วโลก จะใช้ชื่อและมีลวดลายที่แตกต่างออกไปจากช้างเอ็กซ์พอร์ตที่จำหน่ายในประเทศ ซึ่งตลาดต่างประเทศของไทยเบฟฯ เพิ่งเริ่มต้นอย่างจริงจังและเป็นระบบ ในปี 2554 นี้ คาดว่าจะมียอดขายจากต่างประเทศ (เฉพาะเบียร์) 1,000 ล้านบาท และด้วยกลยุทธ์ Brand Identity ใหม่ จะทำให้สามารถเพิ่มยอดขายเป็น 1,500 ล้านบาทได้ มีตลาดหลักคือสหรัฐอเมริกา อังกฤษและเอเชีย


สำหรับตลาดในประเทศ ปัจจุบันไทยเบฟฯ มีส่วนแบ่งการตลาด 30% และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 33% ในปี 2555 และหากเป็นไปตามเป้าก็เป็นสัญญาณดีว่าผู้บริโภคให้การตอบรับตัวตนใหม่ของช้าง แม้จะยังเป็นรองบุญรอดฯ อยู่พอสมควรก็ตาม 


ไทเกอร์…จุดประกายช้าง

สรกฤต ลัทธิธรรม ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า


“เบียร์ช้างอยู่คู่เมืองไทยมานาน พูดแต่เรื่องไทยๆ มาตลอด แต่แบรนด์ต้องไดนามิกและทันสมัย และกรณีศึกษาของเบียร์ไทเกอร์ สามารถนำมาปรับใช้ได้ดีกับเบียร์ช้าง แม้ไทเกอร์จะเป็นเบียร์สิงคโปร์ แต่ไม่เคยหยิบยกเอาต้นกำเนิดมาเป็นจุดขาย เพราะสิงคโปร์ไม่มีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ที่รุ่มรวยเหมือนชาติอื่น แต่เลือกที่จะพรีเซนต์ตัวเองด้วยการเป็นเบียร์จากเอเชี่ยนแทน และสามารถประสบความสำเร็จในตลาดโลกได้ และทุกวันนี้ไม่มีใครมองไทเกอร์เป็นเบียร์สิงคโปร์ 


สุดท้ายเมื่อผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศให้การยอมรับ ก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์ช้างในไทย และหากบุกตลาดจีนได้เป็นผลสำเร็จ นั่นหมายถึงยอดขายของเบียร์ช้างจะเติบโตแบบก้าวกระโดด  


Safari Sundays

เป็นบูติกเอเยนซี่ ด้านพัฒนาแบรนด์และครีเอทีฟ ก่อตั้งโดย Damom Gorrie ในปี 2549 ตั้งอยู่บนถนนทอมป์สัน ย่านโซโห มหานครนิวยอร์ก สำนักงานตกแต่งสไตล์ป๊อป อาร์ต ใช้ของเล่น โคมไฟเก๋ เก้าอี้ดีไซน์แปลกตา และวอลเปเปอร์ลวดลายเทรนดี้ 


มีเป้าหมายเพื่อเชิ่อมโยงผู้บริโภควัย 18-29 ปีกับแบรนด์ เปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นภาพที่บอกเล่าเรื่องราวและตัวตนของแบรนด์ จนกระทั่งทำให้เกิดการพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนฝูงที่เป็น Urban Youth เหมือนกัน ที่ผ่านมามีลูกค้าชื่อดังหลายราย เช่น เป๊ปซี่, เป๊ปซี่ แมกซ์, โดริโทส และช้าง 





cellpadding="2" cellspacing="2">
style="font-weight: bold;">ที่ผ่านมาช้างเปลี่ยนสโลแกนมาบ่อยครั้งตั้งแต่
หันหน้าเข้าหากัน คนไทยหัวใจเดียวกัน กินแล้วภาคภูมิใจ เบียร์คนไทยทำเอง
คนไทยให้กันได้ เบียร์ช้าง เบียร์เหรียญทองระดับโลกของคนไทย
โดยเกือบทั้งหมดสื่อสารถึงคุณค่าของแบรนด์ไทย
ก่อนจะปรับเปลี่ยนแนวคิดมาสู่ระดับอินเตอร์
Timeline

2538
เปิดตัวเบียร์ช้าง
2549
ไทยเบฟ
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX)
2552
รีลอนช์เบียร์ช้าง
2554
เปลี่ยน Brand Identity แบรนด์
“ช้าง”


cellpadding="2" cellspacing="2">
ส่วนแบ่งการตลาดเบียร์เปรียบเทียบ

บุญรอดฯ กับไทยเบฟฯ
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">ปี
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">บุญรอดฯ
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">ไทยเบฟฯ
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">2551
55.16%
39.89%
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">2552
61.92%
33.41%
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">2553
64%
29%
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">2554
64%
30%
ที่มา :
POSITIONING รวบรวมจากบุญรอดบริวเวอรี่และจากไทย เบฟเวอเรจ


cellpadding="2" cellspacing="2">
style="font-weight: bold;">ตลาดเบียร์มูลค่า  2,000 ล้านลิตร
พรีเมียม
100 ล้านลิตร
สแตนดาร์ด
200 ล้านลิตร
อีโคโนมี่
1,700 ล้านลิตร (ไม่เข้มข้น 1,000
ล้านลิตร เข้มข้น 700 ล้านลิตร)


Marketing Terms: 

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

หลายครั้งที่ อาจารย์ ได้ยิน คำว่า ปฏิรูป การศึกษา ไทยพูดกัน บ่อย พูดกันจนชิน พูดกันมานาน และไม่ ทราบ ว่า ปฏิรูปแบบไหน ที่เรียก ว่า ปฏิรูป และต้อ ปฏิรูปมากน้อยแค่ไหน

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488