Next Step ไทยเบฟฯ เปลี่ยน “ช้าง” ไทยให้อินเตอร์

เบื้องหลัง “ช้างเอ็กซพอร์ต” คือ ก้าวสำคัญอีกครั้งของไทยเบฟฯ มองช้ามช็อต ปูทางไปสู่ตลาดโลก โดยสร้างBrand Identity ใหม่ สลัดทิ้งภาพเบียร์ไทย สู่ภาพความเป็นแบรนด์วัยรุ่นอินเตอร์ เลือกใช้เอเยนซี่ระดับแถวหน้าจากโซโห นิวยอร์กที่เคยปั้นแบรนด์เป๊ปซี่จนสำเร็จมาแล้ว พร้อมทุมงบมหาศาลกว่า 1,400 ล้านบาท เพื่อแจ้งเกิดแบรนด์ช้างในต่างประเทศและไทย


ไทยเบฟฯ เลือกแถลงข่าว ณ โรงภาพยนตร์เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีผู้บริหารมาอย่างพร้อมเพรียง แต่บนเวทีฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ยกให้ แมทธิว กิจโอธาน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นผู้แถลงข่าว ขณะที่ตัวเขานั่งฟังอย่างอารมณ์ดี เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลง Brand Identity และการรุกตลาดแบบครบเครื่องจะทำให้มียอดขาย ณ สิ้นปี 2555 ราว 36,000 ล้านบาท มาดูกันว่ารายละเอียดเบื้องหลังและกลยุทธ์ใดบ้างที่จะทำให้ช้างบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้


ต้องยอมรับว่า แม้ในตลาดภายในประเทศ ปี 2554 ไทยเบฟฯ จะมียอดขายของทุกผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ช้างกว่า 28,000 ล้านบาท แต่สำหรับตลาดเบียร์แล้ว ส่วนแบ่งตลาดของเบียร์ช้างยังตามหลังค่ายสิงห์อยู่ โดยค่ายบุญรอดมีส่วนแบ่งตลาด 64% ในขณะที่ค่ายเบียร์ช้างมีส่วนแบ่งตลาด 30%


 

เบียร์ดีกรีอ่อน ตลาดใหญ่ที่พลาดไม่ได้

หากแบ่งตลาดเบียร์โดยยึด “ดีกรี” เป็นหลักในเซ็กเมนต์ Economy Easy to Drink หรือตลาดเบียร์ไม่เข้มข้น (แอลกอฮอล์ 5%) มีมูลค่ามากที่สุด และมีเพียงลีโอที่ครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 90% ไทยเบฟฯ จึงไม่อาจอยู่เฉยได้ เพราะแม้จะพยายามขยายฐานลูกค้าเบียร์ระดับพรีเมียมแต่ก็ดูเหมือนว่าขนนกเฟรดเดอร์บรอยจะอ่อนแรง ปลิวไปไหนไม่ได้ไกล ขณะที่ตลาดล่างก็ได้ใจเฉพาะคอเบียร์รสเข้มเท่านั้น การปะทะกับลีโอแบบครบสูตรจึงเป็นทางเลือกที่พลาดไม่ได้


ตลาดเบียร์มีมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านลิตร แบ่งเป็น พรีเมียม 100 ล้านลิตร สแตนดาร์ด 200 ล้านลิตร อีโคโนมี่ 1,700 ล้านลิตร ซึ่ง 1,000 ล้านลิตรในตลาดหลังสุดนี้เป็นตลาดเบียร์อีโคโนมี่ไม่เข้มข้น ซึ่งนับว่ามีปริมาณสูงสุดในตลาด และการที่ตลาดเบียร์เติบโต 3% ต่อเนื่องทุกปี และในปี  2555 คาดว่าจะเติบโต 5% นั้นมีปัจจัยหลักมาจากการดื่มในตลาดเบียร์ไม่เข้มข้น


ไทยเบฟฯ มีเบียร์ช้างเป็นพระเอกกินส่วนแบ่งการตลาดเชิงปริมาณไปกว่า 600 ล้านลิตร ในตลาดเบียร์อีโคโนมี่เข้มข้น  แต่เทรนด์ผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นระยะเวลาพอสมควร และดูเหมือนว่าทิศทางจะกลายเป็นโอกาสของตลาดเบียร์อีโคโนมี่ไม่เข้มข้นชัดเจนมากขึ้น ช้างจึงอยู่เฉยไม่ได้ 


“ผู้บริโภคได้เปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มเป็นดื่มแบบเรื่อยๆ พูดคุยกัน ไม่ได้เน้นความแรงของแอลกอฮอล์”


ช้างตระหนักดีว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การตอบสนองพฤติกรรมและความต้องการที่มีอยู่แล้วต่างหากเป็นสิ่งที่ช้างพึงทำ ทำให้ไทยเบฟฯ ตัดสินใจวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ “ช้างเอ็กซ์พอร์ต” ที่มีส่วนผสมของมอลต์ 100% และมีแอลกอฮอล์ 5% เพื่อมาชิงตลาดเบียร์อีโคโนมี่ไม่เข้มข้น


ฐาปนคาดว่าช้าง เอ็กซ์พอร์ต จะบรรลุเป้าหมายได้ด้วยปริมาณการจำหน่าย 22 ล้านลิตรภายใน 3 เดือน (ตุลาคม-ธันวาคม 2554) และเพิ่มเป็น 60 ล้านลิตรในปี 2555


 

ช้างไทย หัวใจอินเตอร์

หมากการตลาดที่ไทยเบฟฯ วางไว้สำหรับ “ช้างเอ็กซ์พอร์ต” ของไทยเบฟฯ ครั้งนี้ เป็นการมองแบบ Next Step แทนที่จะท้ารบกับเบียร์ลีโอด้วยกลยุทธ์แบบเดิมๆ ไทยเบฟฯ เลือกใช้กลยุทธ์โกอินเตอร์ บุกไปทำตลาดต่างประเทศ เพราะมองว่า หากผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศให้การยอมรับ ก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์ช้างในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบุกตลาดจีนได้เป็นผลสำเร็จ นั่นหมายถึงยอดขายของเบียร์ช้างจะเติบโตแบบก้าวกระโดด  


การโกอินเตอร์ของไทยเบฟฯ จึงต้องเปลี่ยน  Brand Identity ครั้งนี้จึงเป็นสเต็ปที่ชัดเจน เป็นความต่อเนื่อง จากการรีลอนช์  ในปี 2552 ซึ่งครั้งนั้นมีวัตถุประสงค์หลักคือ การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อต้องการให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เบียร์ช้างที่มีทั้งคลาสสิก ดราฟท์ และไลท์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีบุคลิกและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน  


Brand Identity ใหม่ของช้างครั้งนี้ จึงเป็นการ สลัดทิ้งภาพของเบียร์ไทยแบบเดิมๆ มาสู่ความเป็นแบรนด์ของวัยรุ่นอินเตอร์ยุคใหม่ ผ่านไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอิสระ ทั้งดนตรี กีฬา สถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯ โดยเบื้องต้นจะสื่อสารผ่านกีฬาแนวเอ็กซ์ตรีมที่ชื่อว่า Kite Surf ที่สามารถสะท้อนถึงการใช้ชีวิตอิสระในแบบวัยรุ่นยุคนี้ โดยการสื่อสารด้วยภาพ เพื่อทำให้เข้าใจได้ง่าย และให้เกิดภาพจำใหม่เกี่ยวกับแบรนด์ช้าง ที่มีทั้งความไดนามิก และทันสมัย 


เพื่อต้องการสร้างการรับรู้และเข้าใจถึงความเป็นตัวตนแบรนด์ช้างในทิศทางเดียวกัน โดยยังคงใช้โลโก้เดิม ที่เป็นช้างที่เป็นช้างคู่หันหน้าเข้าหากันและมีน้ำพุอยู่ตรงกลาง เพราะมองว่า “ช้าง” ยังคงเป็นไอคอนที่ดีสำหรับคนเอเชีย น่าศรัทธา น่าเชื่อถือ แต่เพิ่มความเป็น “อินเตอร์” ลงไป ด้วยการใช้ Chang Iconic หรือลายเส้นโครงรูปช้าง สะท้อน Brand Identity ใหม่ได้อย่างแจ่มชัด เพื่อให้เกิดการรับรู้และจดจำในใจของกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น 

 


กุมหัวใจวัยรุ่น  

เบื้องหลังการสร้างแบรนด์มาสู่ความวัยรุ่นอินเตอร์ยุคใหม่ จากผลวิจัยของซาฟารี ซันเดย์ (อ่านล้อมกรอบ) ที่พบคือ คนรุ่นใหม่ทั่วโลกอายุ 20-25 ปีมีพฤติกรรมใกล้เคียงกันในการใช้ชีวิต แตกต่างจากคนรุ่นก่อน “พวกเขามีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น รักอิสระ รักสนุก ใช้ชีวิตและมีส่วนร่วมในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค มีความกล้าคิดกล้าทำ กระตือรือร้น” 


จึงเป็นที่มาของแนวคิด “ Live Like You Mean It” หรือ ชีวิตของเรา…ใช้ซะ ที่จะสื่อสารเหมือนกันในทุกตลาดทั่วโลก


“วัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ค่อนข้างเซ็ง เพราะถูกกดดันทั้งจากครอบครัว ที่ทำงานและสังคม ที่คาดหวังให้พวกเขาดำเนินชีวิตในกรอบที่กำหนด ดังนั้นแคมเปญของเราจะไม่ไปบอกว่าเขาจะต้องทำแบบนั้นแบบนี้ แต่เข้าใจเขาและบอกว่าให้เขาใช้ชีวิตในแบบที่เขาเป็นให้เต็มที่ อย่ากลัวที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์”


โดยมี แอมเมกซ์ ทีม แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด สร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาเพื่อถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น


แมทธิวเล่าถึงผลตอบรับจากฐาปนะกับแนวคิดและภาพยนตร์โฆษณาอย่างอารมณ์ดีว่า “ปกติเจ้านายผมมักจะมีคอมเมนต์ แต่ครั้งนี้ดูแล้วเงียบไปหลายนาที  ถ้าไม่พูดอะไรแปลว่าผ่าน แปลว่าโดนแล้ว”

 


ทุ่มการตลาด 1,400 ล้านบาท

การสร้าง Brand Identity ครั้งนี้ ไทยเบฟฯ จึงต้องทุ่มงบสื่อสารแบบ IMC สำหรับแบรนด์ช้างกว่า 1,400 ล้านบาท (ในประเทศ 1,100 ล้านบาท ต่างประเทศ 300 ล้านบาท)   เฉพาะ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2554 ใช้งบ 300 ล้านบาท  


บรรจุภัณฑ์ของช้าง เอ็กซ์พอร์ต ดูพรีเมียมขึ้นจากช้าง คลาสสิก ด้วยไฮไลต์เด่นชัดของรวงข้าวมอลต์ และลดทอนขนาดโลโก้ช้างลง จำหน่ายในราคาขวด (640 มล.) 48 บาท กระป๋อง (330 มล.) 26-28 บาท สูงกว่าช้าง คลาสสิกประมาณ 2 บาท 


บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ส่งออกไปจำหน่ายใน 40 ประเทศทั่วโลก จะใช้ชื่อและมีลวดลายที่แตกต่างออกไปจากช้างเอ็กซ์พอร์ตที่จำหน่ายในประเทศ ซึ่งตลาดต่างประเทศของไทยเบฟฯ เพิ่งเริ่มต้นอย่างจริงจังและเป็นระบบ ในปี 2554 นี้ คาดว่าจะมียอดขายจากต่างประเทศ (เฉพาะเบียร์) 1,000 ล้านบาท และด้วยกลยุทธ์ Brand Identity ใหม่ จะทำให้สามารถเพิ่มยอดขายเป็น 1,500 ล้านบาทได้ มีตลาดหลักคือสหรัฐอเมริกา อังกฤษและเอเชีย


สำหรับตลาดในประเทศ ปัจจุบันไทยเบฟฯ มีส่วนแบ่งการตลาด 30% และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 33% ในปี 2555 และหากเป็นไปตามเป้าก็เป็นสัญญาณดีว่าผู้บริโภคให้การตอบรับตัวตนใหม่ของช้าง แม้จะยังเป็นรองบุญรอดฯ อยู่พอสมควรก็ตาม 


ไทเกอร์…จุดประกายช้าง

สรกฤต ลัทธิธรรม ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า


“เบียร์ช้างอยู่คู่เมืองไทยมานาน พูดแต่เรื่องไทยๆ มาตลอด แต่แบรนด์ต้องไดนามิกและทันสมัย และกรณีศึกษาของเบียร์ไทเกอร์ สามารถนำมาปรับใช้ได้ดีกับเบียร์ช้าง แม้ไทเกอร์จะเป็นเบียร์สิงคโปร์ แต่ไม่เคยหยิบยกเอาต้นกำเนิดมาเป็นจุดขาย เพราะสิงคโปร์ไม่มีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ที่รุ่มรวยเหมือนชาติอื่น แต่เลือกที่จะพรีเซนต์ตัวเองด้วยการเป็นเบียร์จากเอเชี่ยนแทน และสามารถประสบความสำเร็จในตลาดโลกได้ และทุกวันนี้ไม่มีใครมองไทเกอร์เป็นเบียร์สิงคโปร์ 


สุดท้ายเมื่อผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศให้การยอมรับ ก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์ช้างในไทย และหากบุกตลาดจีนได้เป็นผลสำเร็จ นั่นหมายถึงยอดขายของเบียร์ช้างจะเติบโตแบบก้าวกระโดด  


Safari Sundays

เป็นบูติกเอเยนซี่ ด้านพัฒนาแบรนด์และครีเอทีฟ ก่อตั้งโดย Damom Gorrie ในปี 2549 ตั้งอยู่บนถนนทอมป์สัน ย่านโซโห มหานครนิวยอร์ก สำนักงานตกแต่งสไตล์ป๊อป อาร์ต ใช้ของเล่น โคมไฟเก๋ เก้าอี้ดีไซน์แปลกตา และวอลเปเปอร์ลวดลายเทรนดี้ 


มีเป้าหมายเพื่อเชิ่อมโยงผู้บริโภควัย 18-29 ปีกับแบรนด์ เปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นภาพที่บอกเล่าเรื่องราวและตัวตนของแบรนด์ จนกระทั่งทำให้เกิดการพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนฝูงที่เป็น Urban Youth เหมือนกัน ที่ผ่านมามีลูกค้าชื่อดังหลายราย เช่น เป๊ปซี่, เป๊ปซี่ แมกซ์, โดริโทส และช้าง 





cellpadding="2" cellspacing="2">
style="font-weight: bold;">ที่ผ่านมาช้างเปลี่ยนสโลแกนมาบ่อยครั้งตั้งแต่
หันหน้าเข้าหากัน คนไทยหัวใจเดียวกัน กินแล้วภาคภูมิใจ เบียร์คนไทยทำเอง
คนไทยให้กันได้ เบียร์ช้าง เบียร์เหรียญทองระดับโลกของคนไทย
โดยเกือบทั้งหมดสื่อสารถึงคุณค่าของแบรนด์ไทย
ก่อนจะปรับเปลี่ยนแนวคิดมาสู่ระดับอินเตอร์
Timeline

2538
เปิดตัวเบียร์ช้าง
2549
ไทยเบฟ
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX)
2552
รีลอนช์เบียร์ช้าง
2554
เปลี่ยน Brand Identity แบรนด์
“ช้าง”


cellpadding="2" cellspacing="2">
ส่วนแบ่งการตลาดเบียร์เปรียบเทียบ

บุญรอดฯ กับไทยเบฟฯ
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">ปี
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">บุญรอดฯ
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">ไทยเบฟฯ
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">2551
55.16%
39.89%
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">2552
61.92%
33.41%
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">2553
64%
29%
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">2554
64%
30%
ที่มา :
POSITIONING รวบรวมจากบุญรอดบริวเวอรี่และจากไทย เบฟเวอเรจ


cellpadding="2" cellspacing="2">
style="font-weight: bold;">ตลาดเบียร์มูลค่า  2,000 ล้านลิตร
พรีเมียม
100 ล้านลิตร
สแตนดาร์ด
200 ล้านลิตร
อีโคโนมี่
1,700 ล้านลิตร (ไม่เข้มข้น 1,000
ล้านลิตร เข้มข้น 700 ล้านลิตร)


Digital TV & Media

ทีประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) มีมติ “ไม่ทบทวน” ตามที่ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริหาร บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอทบทวนมติของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์(กสท.) ที่กำหนดให้โครงข่ายทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ภายใน 15 วัน

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ระบุว่า (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทผ่านการรับรองเป็นผู้ผลิตกล่องดิจิตอลทีวี แล้ว 16 ราย จากที่ยื่นมา 35 ราย

3 ข้อเสนอช่อง 3 ยื้อจอดำ ข้อเสนอที่ช่อง 3 ได้ยื่นเสนอต่อประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  เพื่อขอทบทวนมติของ บอร์ด กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท.

Consumer Insight

หญิงสาว อายุระหว่าง 18-25 ปี ถือว่าเป็น “กลุ่มผู้บริโภคเนื้อหอม” ของนักการตลาดที่ต้องการเจาะตลาดมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์สินค้าต่างๆ แล้ว ยังเป็นวัยที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูง และมีอิมแพ็คในการแชร์ข่าวสารของแบรนด์จากการติดโซเชียลมีเดีย แต่สาวๆเหล่านี้ พฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจ

เมื่อพฤติกรรมการใช้สื่อหลากหลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน บริษัท ทีเอ็นเอส บริษัทวิจัยการตลาดข้ามชาติ ได้สำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต Connected Life ของไทย พบว่า คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือ เข้าอินเทอร์เน็ต ดูทีวี เล่นแท็บเล็ท แต่ให้เวลากับหนังสือพิมพ์ วิทยุ ไม่กี่นาทีต่อวัน

เมื่อยุคที่การ “รีวิวสินค้า” กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดออนไลน์ยอดนิยม ที่หลายสินค้านำมาใช้ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่มักจะเชื่อคำแนะนำจากเพื่อนฝูง และการบอกต่อในโลกออนไลน์มากกว่า “โฆษณา”

Insight

ต้องถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กับการแต่งตั้ง “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ของบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคข้ามชาติรายใหญ่ ที่มียอดขาย 40,000 ล้านบาทต่อปี ภายใต้ผลิตภัณฑ์ 30 กว่าแบรนด์ที่ทำตลาด เข้าถึงคนไทยทุกครัวเรือน คิดเฉลี่ยแล้วจะมีคนไทยใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ครั้งในหนึ่งวัน

แม้ที่ผ่านมาสหพัฒน์ได้เคยออกฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ในแบรนด์ “i-Healti” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ดูเหมือนว่าตลาดจะไม่หวือหวา มีส่วนแบ่งการตลาดไปได้ไม่ถึง 5% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 10% ต่อปี

ในศึกดิจิตอลทีวีอาร์เอสได้ส่งช่อง 8 ลงสมรภูมิไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ถึงคราวที่อาร์เอสจะต้องลุยศึกในตลาดทีวีเคเบิ้ลและแซทเทิลไลท์ ที่ปัจจุบันครองตลาดถึง 70% จากภาพรวมธุรกิจทีวีทั้งหมดในประเทศไทย โดยอาร์เอสดัน “ช่อง 2” เป็นหัวหอกหลักในการทำตลาด ยังคงใช้จุดแข็งด้านรายการวาไรตี้บันเทิงเรื่องดารา โดยใช้พิธีกรที่มีชื่อเสียงเป็นตัวชูโรงรายการ

Strategic Move

หลังจากแชร์ชื่อเล่นคนไทย ในแคมเปญ Share a Coke จนประสบความสำเร็จกันไปแล้ว โค้กยังคงเดินหน้าต่อยอดแคมเปญนี้ต่อไป ด้วยการออกแพ็คเกจจิ้งออกมาต่อเนื่อง อย่างเช่น แคมเปญฟุตบอลโลก และแฟนต้าชิคกี้แพ็ค

หลังจากแอปเปิลได้ประกาศ กำหนดการวางจำหน่ายไอโฟน 6 และไอโฟน 6 พลัส ในไทย วันที่ 31 ตุลาคม 2557 ล่าสุด ค่ายทรูมูฟ เอช ประกาศวางจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2557

เป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์เมื่อมีการแชร์ภาพร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาประชาสงเคราะห์ 23 ที่เปิดบริการใหม่คือ "อาหารตามสั่ง" ที่เป็นอาหารปรุงสด โดยมีเมนูมาตรฐานได้แก่ โจ้ก ข้าวต้ม เมนูข้าว ข้าวผัด เมนูเส้น ทานเล่น และขนม ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท

Social Media Club

เชื่อว่าหลายคนคงจำคุณลุงฝรั่งคนหนึ่งพร้อมกับเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่พบในกรุงเทพฯ กับคลิปวิดีโอ “BKK 1st Time : ตอนโดนคนไทยด่าครั้งแรก” ด้วยสำนวนที่เป็นกันเองและมีถ้อยคำทะลึ่งเล็กน้อย แต่ทำให้คนดูรู้สึกสนุกและทำให้เกิดการแชร์ต่อไปมากมายบนโลกออนไลน์

Facebook เปิดตัว FBIQ แหล่งข้อมูลแห่งใหม่ที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจผู้คนที่มีความแตกต่างในแง่ของเจเนอเรชั่น สถานที่อยู่ อุปกรณ์ที่ใช้ และเวลาที่เข้าใช้ ผ่านข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

เมื่อ “เฟซบุ๊ค” ยังเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คครองความนิยมมาเป็นอันดับแรก บรรดาแบรนด์ต่างๆ จึงต้องมุ่งเน้นทำการสื่อสารบนเฟซบุ๊ค แต่การสื่อสารบนเฟซุบุ๊คไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย "บริษัทแอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่" ได้นำเสนอ แนวทางการ การสร้างคอนเทนต์ที่ดีในเฟซบุ๊ค มีจุดร่วมที่ต้องให้ความใส่ใจ ควรคำนึงถึงในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ทางเฟซบุ๊ค

Columnist

กระแสการทำตลาดย้อนยุค Retro Marketing / Retro Brand / Retro-Nova Marketing ในปัจจุบันเห็นการทำตลาดย้อนยุค ซึ่งการตลาดเรียกว่า Retro Marketing แต่อาจารย์ขอใช้คำว่า “Marketing Memory” คือการทำการตลาดกับความรู้สึก กับ ความทรงจำ

รายการ “เดอะวอยซ์” มีองค์ประกอบมากมายที่ทำให้ประสบความสำเร็จ นับถึงวันนี้ มี 59 ประเทศทั่วโลกที่มีรายการนี้ออกฉายในประเทศของตน

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

“คนเราก็มีความฝันกันได้ ! และมันจะเป็นยังไง ? หากวันนึงฝันนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา !” ข้อความภาษาจีนที่เขียนบนเสื้อยืดที่บริษัท “อาลีบาบา กรุ๊ป” แจกให้กับพนักงานนับหมื่นในเครือในวันที่หุ้นที่ใช้ชื่อย่อของบริษัท “BABA” เข้าไปเคาะระฆังดังกระหึ่มตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จ

7 ปีก่อน เมื่อผู้เขียนกลับจากเมืองจีน หลายคนสงสัยว่าของแปลกๆ อย่างโต๊ะคอมที่แม้นอนบนเตียงก็ยังพิมพ์งานได้ รวมถึงรองเท้าไนกี้รุ่นที่ไม่เคยเห็นในท้องตลาดนั้นข้าพเจ้าได้มาอย่างไร ผู้เขียนจึงตอบไปแค่สั้นๆ ว่า “ช้อปจากเถาเป่า”

การทำอีเว้นท์แจก Sampling สินค้าตัวอย่างคงจะธรรมดาไปแล้วเรียบร้อย ยุคนี้ต้องไฮเทคกว่านั้น ออฟไลน์ หรือออนไลน์ต้องมีครบ

People

การขึ้นนั้งเก้าอี้ใหญ่ของ “สุพัตรา” จึงไม่ธรรมดา เธอเข้าทำงานในยูนิลีเวอร์มา 21 ปี ผ่านทั้งงาน “บู๊ และบุ๋น” ทั้งในไทย และในระดับภูมิภาค

คณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริกา

หลังจากซีอีโอคนเดิม กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประกาศแต่งตั้ง กนิษฐ เมืองกระจ่าง รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ. ศ. 2557 เป็นต้นไป

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

Positioning Team

บรรณาธิการ-Editor
ไพเราะ เลิศวิราม
Email  :   lertwiram@gmail.com

ผู้ช่วยบรรณาธิการ
วงศ์ชัย รัตนวิจิตรถาวร

Writer
นลินทิพย์ ภัคศรีกุลกำธร

Graphic Design
สมชาย พัวประเสริฐสุข

Web Programmer มยุรี กุลวงศ์

พิสูจน์อักษร-สมาชิก
วัลภา สุขใหญ่

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348