Nokia Flyer @สิงคโปร์

“โนเกีย” แบรนด์โทรศัพท์มือถือที่มักเดินสายไปทั่วโลกเพื่อเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ เฉลี่ยเดือนละ1-2 ครั้ง ตั้งแต่ยุโรป อเมริกา จนถึงเอเชีย กับครั้งล่าสุดที่ถนนสายไอทีต่างมุ่งสู่ “สิงคโปร์” เพื่อชมงานนิทรรศการ “CommunicAsia 2008” แต่ท่ามกลางอีเวนต์ระดับภูมิภาค “โนเกีย” ก็ยังสามารถชิงซีนสร้างสีสันนอกงาน ตอกย้ำความเป็นแบรนด์มือถือเบอร์ 1 ของโลกได้อีกครั้ง

ย่าน Raffles Avenue จนถึง City Hall ใจกลางศูนย์ธุรกิจสิงคโปร์ แหล่งช้อปปิ้ง ดินเนอร์ โรงแรม 5-7 ดาว และแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปะ ที่ปกติเต็มไปด้วยคนอินเทรนด์ และวัยรุ่นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ค่ำวันที่ 16 มิถุนายน 2008 ที่ผ่านมาดูจะคึกคักมากเป็นพิเศษ เพราะกลางสนามหญ้า “Padang Park” ปรากฏผ้าใบสีขาวขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นชั่วคราว สานต่อกันเป็นอุโมงค์ จนสะดุดตาผู้ที่สัญจรผ่านไปมา

“โนเกีย” เป็นผู้ชิงซีนชาวสิงคโปร์ในวันนั้น ด้วยอีเวนต์ “Nokia Connection 2008” 16-18 มิถุนายน 2008 ก่อนที่งานระดับภูมิภาค CommunicAsia 2008 จะเปิดตัวเพียง 1 วัน

นี่คือกลยุทธ์ของโทรศัพท์มือถือโนเกียที่ใช้มาโดยตลอด ที่มักปลีกตัวจากฉากใหญ่ ออกมาสร้างฉากเล็กๆ อย่างมีแผน เพื่อให้ได้พื้นที่โปรโมตสินค้า ซึ่งได้ผลมากกว่าการเข้าไปรวมอยู่ในงานนิทรรศการ ที่เต็มไปด้วยแบรนด์ต่างๆ จากทั่วโลก

Nokia Connection 2008 เน้น Positioning ของแบรนด์อีกครั้งว่า โนเกียเป็นโทรศัพท์มือถือที่ตอบสนองกลุ่มลูกค้าทุกเซกเมนต์ เพราะภายใต้อุโมงค์ยักษ์มีการโชว์โนเกียรุ่นใหม่ล่าสุด ตั้งแต่กลุ่ม Eseries ที่เน้นสำหรับการใช้งานได้ทั้งธุรกิจ และชีวิตส่วนตัว, Nseries สำหรับมัลติมีเดียโฟน, XpressMusic มือถือสำหรับคอเพลง, มือถือสำหรับดูทีวี และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ

ไม่ยืดเยื้อนักสำหรับการแถลงข่าวภายใต้อุโมงค์โนเกีย โดยได้ผลที่โชว์เคสในแต่ละมุมของโนเกียบอกชัดเจน
ว่าแต่ละเซ็กเมนต์ของโนเกียเป็นอย่างไร จากการพรีเซนต์ที่เคลียร์ เพราะโนเกียจัดให้นางแบบ นายแบบ แต่งตัว และแสดงไลฟ์สไตล์แบบเห็นชัดเจนว่า หากคุณแต่งตัวอย่างมีสีสัน ชอบฟังเพลงตลอดเวลาต้องใช้ XpressMusic หรือชอบทั้งดูหนัง ฟังเพลง ต้อง Nseries หรือเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ต้อง Eseries ถึงจะเหมาะ

หลายคนถามหา Touch Screen ของโนเกีย แต่ไม่เจอ เป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบในการสัมมนาของโนเกียในวันต่อมา

โนเกียยังคงเน้น Positioning คือการยังไม่บุกตลาดโทรศัพท์มือถือแบบ Touch Screen เพราะ “คริส คาร์” รองประธานฝ่ายขายโนเกีย แปซิฟิก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยืนยันว่า ส่วนแบ่งของตลาดโทรศัพท์มือถือแบบสัมผัส ยังมีความต้องการไม่มากในตลาด และแม้ว่า “ไอโฟน” กำลังสร้างกระแสฟีเวอร์ให้กับทัชกรีน แต่โนเกียยังมีข้อได้เปรียบที่มีสินค้าหลากหลายตอบสนองทุกกลุ่มเป้าหมาย แต่ “ไอโฟน” มีเพียงรุ่นเดียวสำหรับกลุ่มเป้าหมายเดียวเท่านั้น

สำหรับรุ่นที่โนเกียเน้นที่สุดในงานนี้คือมือถือในตระกูล Eseries E71 และ E66 เพื่อกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อช่วยการทำงานธุรกิจ ด้วยฟังก์ชันอีเมล “ไมโครซอฟท์ เอกซ์เชนจ์ อีเมล” และ เวิร์ด เอ็กเซล เพาเวอร์พอยท์ พีดีเอฟ และชีวิตส่วนตัว ผ่านอินเทอร์เน็ต และ Ovi มีเดียแชริ่งโดยโนเกียไม่ลืมที่จะพูดถึง”ดีไซน์” ที่เน้นความบาง และวัสดุสเตนเลสสตีล โทนสีโลหะขาว และเทา

“เป็กกา รันทารา” รองประธานอาวุโส ฝ่ายการตลาด โนเกีย แสดงความมั่นใจว่า Eseries ทั้งสองรุ่นจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับ Eseries ประมาณ 10 รุ่นที่วางตลาดตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และสามารถทำยอดขายได้รวม 10 ล้านเครื่อง

“Eseries คือ Sub-brand ของโนเกีย แน่นอนการทำตลาดภายใต้แบรนด์แม่ที่แข็งแกร่ง และการมีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ที่มาจากการสำรวจวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูลชัดเจน ทำให้ Eseries เข้าถึงลูกค้าได้ไม่ยาก”

หลังจากบรรยายถึงคุณสมบัติของทั้งสองรุ่นแล้ว โนเกียยังว่าด้วยเรื่อง Ovi ซึ่งเป็นเครือข่ายออนไลน์บนมือถือที่โนเกียพัฒนาขึ้น เพื่อกระตุ้นการใช้งานมือถือให้มากกว่าการใช้โทรศัพท์ส่งเสียงเท่านั้น

Social Network ที่แรงขึ้นโดยโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่ผลักดันให้เกิดความคึกคัก เพราะโทรศัพท์มือถือทำให้คนในโลกออนไลน์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา โนเกียยังแสดงให้เห็นโอกาสในการหาโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือ เพราะคอนเทนต์ถูกสร้างมากขึ้นจาก Social Network

“มาร์คัส เอส ตัน” Head of Publisher Network, Asia Pacific Nokia Interactive บอกว่า จากการใช้งานของผู้ใช้มือถือที่มีความต้องการหลากหลาย ไม่ว่าจะใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เล่นเกม ส่งข้อความ รูปภาพ ทำให้โทรศัพท์มือถือถูกใช้งานหลายวัตถุประสงค์มากขึ้น ซึ่งจากข้อมูลของบริษัทวิจัย Zenith สำรวจพบว่า ปัจจุบันคนใช้โทรศัพท์มือถือนอกเหนือจากเสียงแล้ว จำนวน 52% ใช้อินเทอร์เน็ต, ใช้ส่งข้อความ 12%,ใช้มัลติมีเดีย 30% และอื่นๆ อีก 6% และคาดว่าพฤติกรรมนี้จะทำให้มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์ และมูลค่าโฆษณาบนมือถือจะสูงถึง 6,880 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2010

สำหรับนักการโฆษณาแล้วสามารถใช้สื่อนี้ด้วยวัตถุประสงค์หลากหลาย ตั้งแต่ Brand Relevant ซึ่งแผนสร้างการรับรู้แบรนด์สินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือจะทำได้อย่างตรงวัตถุประสงค์ เพราะผู้ใช้โทรศัพท์เป็นผู้ควบคุมสื่อด้วยตัวเองในการรับหรือไม่ดูโฆษณา ขณะเดียวกันเจ้าของสินค้ายังสามารถรู้ว่าลูกค้าเป้าหมายดูโฆษณาใด ช่วงไหน และที่ไหน นอกจากนี้ยังใช้สำหรับแคมเปญ Rewarding การรับส่วนลด รางวัลต่างๆ และ Intergrated โฆษณากับคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โนเกียยังหา “กิมมิก” เพื่อให้นักข่าวจากทั่วเอเชียแปซิฟิกที่บินมาร่วมงานแถลงครั้งนี้ประมาณ 50 คน ทดสอบใช้ทั้งรุ่น E และ Nseries โดยไฮไลต์อยู่ที่ “Singapore Flyer” ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ใหญ่ ที่เป็นฝาแฝดกับ London Eye ไม่ผิดเพี้ยน บนอ่าวมารีน่า ซึ่งอยู่ใกล้เจ้าสิงโตพ่นน้ำ Merlion

ลูกเล่นที่ดึงความสนใจของสื่อไทยและเทศมีตั้งแต่ระหว่างทางโรงแรมไป Singapore Flyer คือการทดสอบใช้ GPS ที่เครื่องโนเกียรับสัญญาณ และแสดงข้อมูลโดยผ่านดาวเทียมบอกแผนที่และเส้นทางจราจร จนถึงบนชิงช้ายักษ์ให้ทดสอบถ่ายภาพด้วยกล้องขนาดประมาณ 5 ล้านพิกเซล เพื่อส่งรูปภาพแชร์กันบน Ovi

ปิดงานเรียบร้อยบน Singapore Flyer และเป็นไปตามสไตล์โนเกียที่ไม่ค่อยเปิดเผยตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายยอดขาย หรืองบการทำตลาดเท่าไรนัก และแม้โนเกียจะเล่าเรื่อง Ovi มาแล้วกว่าครึ่งปี แต่ดูเหมือนโนเกียยังต้องพยายามหาสีสันในทุกมุมเพื่อให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น เพราะตลาดโทรศัพท์มือถือมีโจทย์ใหม่ๆ ให้ท้าทายตลอดเวลา ซึ่ง “โนเกีย” ย่อมรู้ดีว่าแม้จะเป็นเบอร์ 1 ของโลกในปัจจุบันก็ไม่อาจประมาทได้

“ซัมซุง” ชน “แอลจี” บนสนาม “CommunicAsia”

สิงคโปร์ ช่วงกลางเดือนมิถุนายนของทุกปี ถือเป็นช่วงคึกคักที่สุดสำหรับธุรกิจไอที สื่อสาร และวิทยุโทรทัศน์ เพราะสิงคโปร์จับจอง Positioning ของประเทศได้สำเร็จ ในการเป็นประเทศ “ไฮเทคโนโลยี” จากการจัดนิทรรศการ CommunicAsia ปีเว้นปี มาเป็นปีละครั้ง จนถึงปี 2008 ช่วง 17-20 มิถุนายน ที่ “สิงคโปร์ เอ็กซ์โป” นับเป็นครั้งที่ 19 แล้ว

แม้จะไม่คึกคักเหมือนช่วงแรกๆ แต่ก็ถือว่าสิงคโปร์เรียกแขกได้พอสมควร เพราะมีบริษัทสิงคโปร์เทเลคอม หรือสิงเทล ยักษ์ใหญ่บริษัทสื่อสารติดอันดับโลก ที่ไปถือหุ้นอยู่ในบริษัทสื่อสารทั่วโลกเป็นแม่เหล็กดึงดูด เมื่อมีงานระดับประเทศ ทั้งพาร์ตเนอร์ผู้ถือหุ้น และซัพพลายเออร์ที่ขายของให้สิงเทลต่างมาร่วมเปิดบูธ ด้วยงบไม่ต่ำกว่าบูธละ 50-100 ล้านบาท บางบริษัทยังใช้โอกาสในการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ จึงทุ่มเต็มที่ พร้อมถือโอกาสเชิญชวนนักข่าวสายไอที สื่อสาร ไปเยี่ยมเยียนบูธของตัวเอง เพื่อให้ได้เป็นข่าวอีกด้วย

CommunicAsia 2008 เห็นได้ชัดคือเกิดศึกของมือถือจากแดนกิมจิ ระหว่างซัมซุง และแอลจี ที่ประชันกันตั้งแต่บิลบอร์ดทางเดินระหว่างสถานีรถไฟฟ้าจนถึงบูธในงาน กลายเป็นจุดที่มีผู้ชมมากที่สุดในฮอลล์ ด้วยสีสันของบูธ และมือถือหลากหลายดีไซน์ และฟังก์ชัน เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนๆ แล้วเกาหลีชนะขาดญี่ปุ่น เพราะบูธที่เคยดึงผู้ชมได้มากอย่างเอ็นทีทีโดโคโม จากญี่ปุ่น ปีนี้กลับทำไม่ได้มาก แม้โดโคโมมีการเน้นตัวอักษรโตๆ ว่า 4 จี แต่การจัดบูธที่ดูไร้สีสัน “4 จี” ก็ยังไม่แรงพอที่จะดึงคนเข้าบูธ

ว่าด้วยเรื่องบริษัทจากเกาหลี ฟาก “แอลจี” มีความชัดเจนว่าต้องการสร้าง “แบรนด์” ให้ติดตลาดโลกจึงออกรุ่นที่ 3 ของมือถือตระกูลพรีเมียม Black Label Series ที่เน้นดีไซน์ ในราคาสูงกว่า 15,000 บาท ในชื่อรุ่น ซีเคร็ท (Secret) ต่อจากรุ่นพี่อย่างช็อกโกแลต (Chocolate) และไชน์ (Shine) แม้ว่า “ซีเคร็ท” จะมีคุณสมบัติจอสัมผัส แต่ไม่ได้ถูกชูเป็นจุดขายมากนัก เพราะจำกัดเฉพาะการสัมผัสในแอพพลิเคชั่นมัลติมีเดียเป็นหลัก “ซีเคร็ท” จึงมีจุดขายที่ชื่อรุ่น และดีไซน์สีดำหรูเป็นหลักมากกว่า ที่เพียงพอที่จะเป็นแม่เหล็กสำคัญของบูธ เพราะส่วนใหญ่ได้สัมผัสและทดลองใช้

แต่งานนี้ยังถือว่าเสียดายโอกาสแทนแอลจี ที่เก็บมือถือรุ่นอื่นใส่ตู้ล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา อย่าง “มือถือนาฬิกา” ที่หลายคนอยากทดสอบ แต่ถูกปฏิเสธ ทำให้เมื่อผู้ชมสามารถไขความลับจาก “ซีเคร็ท” ได้แล้ว ต่างเดินออกกันไปอย่างไม่ลังเล

ห่างออกมาไม่ถึง 10 ก้าวที่บูธตรงข้าม “ซัมซุง” เน้นความเป็น Touch Phone มากกว่าฟังก์ชันอื่นใด ทำให้ผู้คนแห่กันมา “หาประสบการณ์” จากการทดลองใช้เครื่องกันอย่างคึกคัก ซึ่งต้องยอมรับว่า “ซัมซุง” ที่กำลังพยายามพลิกฟื้นมาร์เก็ตแชร์ ทำได้ดีเกินคาดเพราะอานิสงส์อย่างแรงจาก “ไอโฟน” จนเกิดอาการ “Touch Mania” กันอย่างบ้าคลั่ง ทั้งเครื่องจริงที่วางให้ทดลองใช้ กับเครื่องจำลองขนาดใหญ่ที่คนที่ผ่านมาต่างอดใจไม่ได้ต้อง “สัมผัส”

ของแถมจากสิงคโปร์เที่ยวนี้ ที่ได้ชมศึกระหว่าง 2 ยักษ์สื่อสารจากแดนกิมจิ ใน CommunicAsia ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เพราะปิดท้ายก่อนหลับระหว่างทางเดินออกจากงานเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้ากลับโรงแรม “แอลจี” และ “ซัมซุง” ยังตามมาทิ้งทวน ด้วยบิลบอร์ดขนาดใหญ่ขนาบ 2 ข้างทาง แบบส่งสัญญาณให้รู้ว่าอาจยังมีภาคต่อจาก 2 แบรนด์ยักษ์นี้

Consumer Insight

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

Insight

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากจำนวนสาขาต้องมากแล้ว การมี “ไซส์” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จึงได้แตกฟอร์แมตร้านค้าใหม่ “ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์” เป็นโมเดลขนาดใหญ่สุด จากที่ท็อปส์เคยเปิดมา

“เพย์ทีวี” ธุรกิจที่ได้ชื่อว่า “ผันผวน” ที่สุด เมื่อ “ซีทีเอช” ควบกิจการ “จีเอ็มเอ็ม แซท” ซ้ำรอย “ไอบีซี” และ “ยูทีวี” ในอดีต 20 ปีที่แล้ว หวังปักหลักสู้ศึก “ทรูวิชั่นส์” ในสังเวียนการแข่งขันที่กำลังพลิกโฉมหน้าไปอีกครั้ง

Strategic Move

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

กลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว หลังจากการที่ ฐากร ตันฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ให้ข้อมูลผ่าน ทวิตเตอร์ @TakornNBTC ว่า “สำนักงาน กสทช.ผ่านรับรองมาตรฐานไอโฟน 6 (iPhone 6) เพื่ออนุญาตให้จำหน่ายในไทยแล้วครับ”

เห็นตัวเลขยอดเติบโตสมาร์ทโฟนในไทยที่ GFK คาดการณ์ไว้ว่า ภายในปี 2557 จะมีมูลค่ารวม 100,000 ล้านบาท หรือมียอดขายรวมอยู่ที่ 11 ล้านเครื่อง หัวเหว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย แบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีและสื่อสารจากจีน เลยไม่รอช้า รีบส่งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ท อย่างละ 2 รุ่น ออกลงสู่ตลาด ท่ามกลางคู่แข่งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในช่วงปลายปี

Social Media Club

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

ไลน์ เป็นแชทแอพพลิเคชั่น ที่มักจะมีฟีเจอร์ และฟังก์ชั่นอะไรใหม่ๆ แก่ผู้เสมอ ๆ และไลน์เองก็ได้ทุ่มทำการตลาดอย่างหนักหน่วงเพื่อกระตุ้นยอด Usage และเพิ่มจำนวน User

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ปัญหาโลกแตกที่คนส่วนใหญ่ที่ไม่เลือกซื้อของออนไลน์คือ “ไม่ได้ลอง” (โดยเฉพาะกับสินค้าเสื้อผ้า รองเท้า) ได้ถูกแก้ไขแล้วด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง “ลองก่อน(ผ่อน)จ่ายทีหลัง” โดยเว็บอี-คอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของจีนอย่าง “เถาเป่า (Taobao)” และ “เทียนเมา (Tmall)” ในเครืออลีบาบา กรุ๊ป ที่ต่างก็รับเอาไอเดียนี้ไปปรับใช้ในแบบที่ถูกกับสารบบของตัวเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488