OKnation... คนข่าวยุคบล็อก

กนก รัตน์วงศ์สกุล เขียนบล็อกสามพันบรรทัด มีคนเข้าชมสามพัน
สุทธิชัย หยุ่น ครองเรตติ้งบล็อกที่มีผู้เข้าชมอันดับหนึ่งของโอเคเนชั่นด้วยสถิติการเข้าชมนับแสน เขาทำตัวเป็นบล็อกเกอร์เต็มตัว เพื่อ
เป็นตัวอย่างให้กับบล็อกเกอร์ทั้งในและนอกเครือเนชั่นที่มาสมัครเป็นบล็อกเกอร์ในโอเคเนชั่นดอทเน็ต จนกลายเป็นภาพของคนติดบล็อก ล่าสุดพัฒนาด้วยการทำบล็อกทอล์ก ส่งเสียงพูดคุยผ่านบล็อกมาจากอเมริกา แบบไม่เว้นสักวัน

ตัวอย่างของสองคนดังจากเครือหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ที่หันมาเป็นบล็อกเกอร์เต็มตัว นับแต่เนชั่นเริ่มเปิดตัวเว็บไซต์โอเคเนชั่นดอทเน็ตอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน 2549 ที่ผ่านมา

ขณะที่นักข่าวรุ่นเล็ก และรุ่นกลางในเครือเนชั่น ก็ต้องปรับการทำงานให้เขากับยุคบล็อกด้วยเช่นกัน ปานใจ ปิ่นจินดา นักข่าวหนังสือพิมพ์บิซวีค เปิดบล็อกตัวเอง เริ่มต้นจากการนำงานนำงานของตัวเองที่ตีพิมพ์แล้วอัพขึ้นบล็อกให้คนได้ค้นอ่านกันอีกรอบ

สักพักเธอก็เริ่มขยายไปสู่คลิบวิดีโอเกี่ยวกับโฆษณาแปลกๆ มาใส่ไว้ในบล็อก ทำให้เธอได้กลุ่มเพื่อนฝูงคนรู้จักแวะเข้ามาเยี่ยมทักทาย รวมทั้งกลุ่มคนที่สนใจเรื่องโฆษณาใหม่ๆ จากแรกๆ ที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการอัพบล็อก มาระยะหลังก็เริ่มรู้สึกสนุกมากขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ต้องให้ใครมาแซวว่าเจ้าของบล็อกขี้เกียจ

ที่จริงแล้ว ปานใจเป็นนักข่าวที่มีความกระตือรือร้นและมีไอเดียในการใช้เทคโนโลยีและบล็อกอย่างดี ก่อนหน้านั้น หน่วยงานของเธอก็ส่งไปเรียนดีไซน์เว็บและกราฟิกจากสถาบันชั้นนำ ก่อนที่โอเคเนชั่นบล็อกจะเปิดเป็นทางการ และหนังสือพิมพ์บิซวีค ที่เปิดบิซบล็อกของตัวเอง

ปานใจ เป็นนักข่าวหนึ่งในหลายๆ คนที่ต้องพกกล้องถ่ายวิดีโอเป็นอุปกรณ์ทำข่าวติดตัวอีกชิ้น เพื่อถ่ายคลิปข่าวอัพขึ้นบิซบล็อก ซึ่งดูเธอก็สนุกสนานกับมันไม่น้อย

ความนิยมอย่างรวดเร็วของโอเคเนชั่นและเริ่มแพร่วัฒนธรรมบล็อกไปในส่วนอื่นๆ ในเครือ ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนสำคัญมาจาก สุทธิชัย หยุ่น ที่บอกเล่าผ่านสื่อทุกแขนงในเครือถึงการทำเว็บบล็อก ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะเห็นประชากรข่าว (Citizen Reporter) เกิดขึ้นในสังคมไทย เช่นเดียวกับโมเดลของบล็อกอย่าง ohmynews ของเกาหลีใต้ และเครือข่ายเว็บของสำนักข่าวที่มีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วมากมายทั้งในอเมริกาและยุโรป

ทำให้ภาพลักษณ์ของโอเคเนชั่นถูกมองว่ามีโพสิชันนิ่งที่เป็นเว็บบล็อกของชุมชนข่าว ที่ประชากรเว็บส่วนใหญ่รับรู้และตอบรับ เพราะหลายต่อหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นวันที่เกิดแผ่นดินไหวที่เชียงใหม่สะเทือนถึงกรุงเทพฯ เมื่อปลายเดือนเมษายน วันที่เกิดพายุหนัก ภาพเหตุการณ์เหล่านั้นแม้จะอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ แค่ไหน ก็ถูกส่งขึ้นบล็อกต่างๆ รวดเร็ว ขณะที่สื่ออิทธิพลเดิมอย่างทีวีที่มีเวลาจำกัด และหนังสือพิมพ์รายวันแทบจะหมดความหมายไปเลย

ตอนระเบิดรถไฟใต้ดินที่ลอนดอนก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นพลังของ Citizen Reporter บีบีซีใช้ภาพเป็นพันภาพจากมือถือ อินเทอร์เน็ตที่คนอยู่ในเหตุการณ์ถ่ายไว้แล้วส่งขึ้นเว็บ

แม้จะมีปรากฏการณ์ของประชากรข่าวที่เกิดขึ้นให้เห็นทั้งในต่างประเทศในไทยมาแล้วก็ตาม แต่สำหรับ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด หนึ่งในผู้ดำเนินงานโครงการนี้ กลับมองส่วนผสมของเว็บบล็อกที่ต่างออกไป เพราะเขายังไม่แน่ใจว่าไอเดียเรื่องชุมชนข่าวจะเหมาะกับประเทศไทย

“ก็ลองเอาไอเดียสองอย่างมารวมกัน บล็อกกับซิติเซนรีพอร์ทเตอร์ แต่ตอนนั้นยังไม่ตกผลึกว่าจะออกมาแบบไหน มาตกผลึกก็เพราะเรื่องการเมือง จากกระแสเว็บบอร์ดที่ทำให้ประชาธิปไตยบนออนไลน์หายไป มีการถล่มกันเลอะเทอะ จากที่สังคมบนออนไลน์เคยเป็นตัววัดกระแสสังคมได้ว่าคิดอย่างไร ถึงขนาดเคยทำให้หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ต้องออกมาขอโทษกรณีเอารูปส่วนตัวที่โพสต์ไปตีพิมพ์ เว็บบอร์ดช่วยตรวจสอบสังคม จนสื่อกระแสหลักก็เริ่มยอมรับ”

เมื่อได้ไอเดียจากเว็บบอร์ดมาพัฒนา ก็ต้องป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับเว็บบอร์ดไปพร้อมกันเลยทีเดียว คนที่ต้องการเป็นบล็อกเกอร์หรือแม้แต่แสดงความเห็นในโอเคเนชั่น จึงต้องแสดงตัวตนกับระบบ โดยหวังว่าจะทำให้ระบบบล็อกสามารถทำให้ประชาธิปไตยในการแสดงความเห็นกลับคืนมา

พอคอนเซ็ปต์ลงตัว อดิศักดิ์ ร่างจดหมายขายไอเดียโอเคเนชั่นบล็อก ส่งอีเมลไปยังนักข่าวในเครือเนชั่นประมาณ 500 คน มีจำนวน 50-60% ตอบรับกลับมาว่าสนใจ

“พอไอเดีย Citizen Reporter กับคนข่าวของเรารวมกันได้ ผมก็คิดว่าบล็อกน่าจะไปได้ เพราะถ้าจะหวังพึ่ง Citizen Reporter อย่างเดียวผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร แต่ความเชื่อของผมคือใช้คนในเครือเนชั่นซึ่งทำข่าวทุกวัน สามารถทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนนำคนข้างนอกให้เกิดได้”

ความเชื่อของอดิศักดิ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะกลับด้านเล็กน้อย เพราะทุกวันนี้ในจำนวนคนที่ลงทะเบียนเป็นบล็อกเกอร์ของโอเคเนชั่นจำนวน 9,000 กว่าคน มีเพียง 10% ที่เป็นคนในเครือเนชั่น

ชาลี วาระดี Blog Editor เว็บไซต์โอเคเนชั่นดอทเน็ต เป็นคนแรกที่ตอบรับไอเดียของอดิศักดิ์ เดิมเขาเป็นบรรณาธิการฝ่ายข่าวต่างประเทศ ทำหน้าที่แปลข่าวมา 15 ปี

“ตอนนั้นบล็อกยังไม่ได้นับหนึ่ง ไอเดียคิดว่าพอไหว ต้นกันยา 2549 การเมืองน่าเบื่อ เข้าเว็บก็เบื่อ เว็บบอร์ดก็เพี้ยนไป ถูกยึด ไม่มีความอดทนในการรับฟังความคิดเห็นที่มันแตกต่าง บล็อกที่เห็นก็เป็นพวกไดอารี่เป็นหลัก”

บวกกับลักษณะงานของชาลี เข้าต้องเข้าเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศเป็นประจำเพื่อเช็คข่าว ทำให้เห็นการพัฒนาในวงการสื่อมวลชนและการพัฒนาของ Citizen Reporter ซึ่งน่าจะนำมาพัฒนาในไทยเพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนมีโอกาสแสดงความคิด

“กระแสต่างประเทศมาแนวนี้หมดแต่เมืองไทยไม่มี ไม่ใช่แค่ประชาชนกับตัวนักข่าวเองบางครั้งพื้นที่ข่าว คอลัมน์ไม่พอ โดนรีไรต์ ถูกเปลี่ยนประเด็น ก็สามารถใช้ช่องทางนี้ด้วย ด้วยความที่สนใจอยู่แล้วและมีโอกาส มีความเป็นไปได้ ก็เลยอยากช่วยทำ”

ชาลีวางตัวช่วยบล็อกในฐานะคนข่าว แต่เขาเลือกเปิดบล็อกส่วนตัวเรื่องกาแฟ ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่เขาชอบ และไม่มีโอกาสได้เขียนเรื่องเหล่านี้ในหนังสือพิมพ์

“เป็นคนชอบทานกาแฟ ชอบไปเยี่ยมร้านกาแฟ บรรยากาศในร้านเป็นอย่างไร น่าสนใจไหม คนขายอัธยาศัยเป็นอย่างไร ต้นกำเนิดของกาแฟ ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับกาแฟ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ดื่มกาแฟกันอยู่แล้ว ทำให้ได้เพื่อนใหม่จากบล็อกเยอะแยะ ที่เข้ามาประจำกับ 40-50 คน”

จากโลกของบล็อก ชาลีมีกิจกรรมที่ทำร่วมกับเพื่อนจากบล็อกประมาณไตรมาสละครั้ง หาอุปกรณ์การเรียนหนังสือส่งไปให้เด็กใต้ โดยมีบล็อกเป็นสื่อกลางในการประสาน ส่วนแฟนบล็อกกาแฟของเขาก็มีการนัดพบปะกันข้างนอกแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง เป็นการพูดคุยเพื่อทำความรู้จักในฐานะคนที่ชอบในสิ่งเดียวกัน

“ก็เป็นไปตามกลไกของมัน ต่อให้เป็นโลกของบล็อกถ้าไม่มีการปรับตัวให้เข้ากับสังคมก็อยู่ไม่ได้ ไม่มีคนคุยด้วยก็ต้องเลิก”

ถ้าเป็นงานในหน้าที่ที่เกี่ยวกับบล็อก ชาลีและลูกทีมเกือบ 10 คน จะมีหน้าที่คอยสกรีนบล็อกว่ามีอะไรหลุดกรอบกติกาที่ตั้งไว้ใหม่ เรื่องร้ายแรงที่สุดหนีไม่พ้นเรื่องหมิ่นประมาทซึ่งจะเริ่มจากการเตือนในครั้งแรก ถ้าไม่เชื่อก็จะถูกออกจากบล็อก

แต่งานของเขาก็เรียกว่าเบาแรงไปเยอะ เพราะได้สมาชิกบล็อกช่วยกันดูแลและส่งข่าวทันทีถ้ามีใครเจออะไรผิดปกติ

“เรามีกฎเกณฑ์เพื่อให้มีวุฒิภาวะ เหมือนเราไปเลือกตั้งเราต้องแสดงตัวตน ก็เหมือนการเข้ามาเล่นบล็อกก็เป็นการแสดงความคิดต่อตัวเองและต่อคนอื่น นั่นคือคุณได้แสดงตัวตนแล้ว และคุณก็พร้อมที่จะได้รับของขวัญเหรอก้อนอิฐในการแสดงความคิดเห็นของคุณ นั่นคือชีวิตจริง ไม่ใช่โลกออนไลน์ที่ต้องเข้าใจผลลัพธ์”

ชุตินธรา วัฒนกุล นิวมีเดียดีเวลลอปเมนท์ ไดเร็กเตอร์ เป็นทีมงานอีกหนึ่งคนในทีมโอเคเนชั่น ที่มีส่วนจุดประกายเรื่องบล็อกตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน

“ไปอยู่สวีเดนมา 1 เดือน เมื่อปี 2005สองพันห้า ตอนนั้นเทรนด์บล็อกข่าวในยุโรปและอเมริกามาหมดแล้ว แล้วเขาพยายามที่จะเทรนให้นักข่าวมีบล็อกเป็นของตัวเอง เพื่อให้สามารถที่จะแลกเปลี่ยนข่าวกันได้ทั่วโลก ตอนนั้นกลับมาก็เล่าให้คุณสุทธิชัยและบรรณาธิการคนอื่นฟัง มีคุณสุทธิชัยคนเดียวเท่านั้นที่บอกว่า เข้าใจ คนอื่นฟังแล้วก็ผ่านไป พอมา 2 ปีนี้ คุณอดิศักดิ์ก็จุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง ถึงเพิ่งเริ่ม ก็โอเค เพราะคอนเซ็ปต์ของคุณอดิศักดิ์เป็นการหาช่องทางใหม่ๆ ให้คนหันมาเสนอความสนใจของตัวเอง ซึ่งจริงๆ แล้ว บล็อกในเมืองไทยคนส่วนใหญ่มองว่าเป็นแค่ไดอารี่ แต่จริงๆ ไม่ใช่คนสามารถเขียนประสบการณ์ความรู้ ต่างๆ แล้วทำให้เกิดการต่อยอดความรู้ได้ ตรงนี้ที่เป็นการจุดประกาย”

อดิศักดิ์เปิดเผยความคิดของเขาว่า การที่ต้องเริ่มจากคนในเครือเนชั่นก่อน เพราะอย่างน้อยก็เป็นกลุ่มคนที่มีทักษะด้านการเขียน และคนกลุ่มนี้บางครั้งมองว่าการนำเสนอของคนนอกอาจจะไม่น่าเชื่อถือ ส่วนเขากลับมองว่านักข่าวต่างหากที่ไม่ได้เก่งทุกเรื่อง ข้อมูลที่ได้ก็เอามาแค่ใช้กับงานที่รับผิดชอบ น่าจะนำส่วนที่เหลือมาใช้ประโยชน์ได้ ประเด็นที่นักข่าวเสนอไป เมื่อมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางซึ่งมีอยู่เยอะมากอ่าน ก็สามารถให้ข้อมูลเพิ่มซึ่งการอยู่ในสายวิชาชีพจะทำให้เขาเขียนได้ดีกว่า เช่น เภสัชกรน่าจะเข้าในเรื่องสิทธิบัตรยาได้ดีกว่านักข่าวบางคน ซึ่งนักข่าวก็หยิบไปใช้ประโยชน์ต่อได้อีก

“ตัวอย่างนักข่าวต่างจังหวัดของเรา เขาต้องส่งข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ ทีวี รายงานวิทยุ ทำทุกข่าว เราก็พยายามให้เขามาเขียน และเปิดบล็อกของจังหวัดตัวเองเพื่อสร้างเป็นชุมชนขึ้นมา หรือจะเขียนบล็อกเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองสนใจก็ได้ ช่างภาพถ่ายตั้งเยอะลงภาพเดียวก็เอามาลงได้ แรกๆ ก็จะมีเวลาหรือ จะทำอย่างไร พอได้รองแล้วมีคนเข้าชม คราวนี้กระตือรือร้นที่จะทำกันเอง”

ยิ่งมีการพัฒนาในส่วนเทคโนโลยีเข้าช่วยให้บล็อกเกอร์เลือกใช้งานตามความถนัดมากขึ้น ตั้งแต่การเขียน การวางภาพ มัลติมีเดีย ภาพและเสียง คลิปเสียง ยิ่งทำให้ทุกคนสามารถเลือกได้ตามแนวที่ชอบ หรือถึงขั้นจะพัฒนาเป็นสถานีข่าวย่อยๆ ของตัวเองในบล็อกก็ทำได้
“คุณสุทธิชัยเป็นคนจุดประกายเรื่องบล็อกทอล์กขึ้นมาคนแรก พูดอยู่สักพักก็เริ่มมีคนทำตาม แล้วก็มีทำตามมาพูดอยู่ในบล็อกทอล์กทุกวัน ฟังวิทยุ แต่ไม่ได้คุยสด สุทธิชัยก็วิเคราะห์การเมือง อ.ดนัย เทียนพุฒ ซึ่งทำธุรกิจที่ปรึกษาด้านการตลาดก็มาพูดเรื่องการตลาดเอสเอ็มอีเมืองไทย บางคนก็มาพูดเรื่องไปเที่ยวให้ฟังมีภาพประกอบ เป็นรายการที่ไม่ต้องรอดูตามโปรแกรมทีวี” ชุตินธรา เล่าถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้การทำบล็อกสนุกขึ้น

Blog Business

ความนิยมของโอเคเนชั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ความตั้งใจของเว็บมาสเตอร์ที่จะค่อยๆ สร้างระบบ ก็ต้องรีบลงทุน เพื่อรับรองผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้าน

ส่วนกรณีการหารายได้เพื่อหล่อเลี้ยงหมู่บ้านแห่งนี้ในอนาคต ชุตินธรา เล่าว่า มีการบอกกล่าวสมาชิกเพื่อกันพื้นที่บางส่วนสำหรับหารายได้ไว้ตั้งแต่ต้น แม้จะยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่าย แต่ก็ได้รับความสนใจจากเอเยนซี่มากขึ้น

ขณะเดียวกันเครือเนชั่นเองก็เป็นผู้ทำตลาดให้กับเว็บบล็อกชั้นนำหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น Bloggang, Exteen รวมทั้งพันทิปด้วย ซึ่งต่างยอมรับว่าตัวเองไม่เชี่ยวชาญด้านการขายโฆษณาจึงพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ทางเนชั่น เนชั่นจึงมีสื่อออนไลน์ชั้นนำในมือแบบเป็นแพ็กเก็จที่สามารถนำโอเคเนชั่นเสนอสู่กลุ่มเป้าหมายให้เลือกได้หลากหลายขึ้น

“ที่เข้ามาก็ยังเป็นเรื่องของแบนเนอร์เป็นหลัก เพราะคอนซูเมอร์โปรดักส์ลงได้ง่าย แต่ต้องเลือกให้ตรงคอนเซ็ปต์ มีบล็อกอิดิเตอร์คอยเลือกหรือแนะนำ รวมทั้งแนะนำบล็อกเกอร์ที่น่าสนใจในบล็อกอื่นๆ ค่อนข้างจะปล่อยตามธรรมชาติ เราขายโฆษณาให้ แนะนำบล็อกเขากับเอเยนซี่ แทนที่จะขายแค่ของเราคนเดียว” อดิศักดิ์ช่วยเสริม

นอกจากแบนเนอร์ รูปแบบอื่นที่เห็น จะเป็นลักษณะการนำผลิตภัณฑ์ให้บล็อกเกอร์ทดลองใช้แล้วเขียนรีวิวสินค้า ชนิดที่หนีไม่พ้น Blogvertorial เหมือนกัน

“บล็อกเกอร์ก็แฮปปี้ได้ของฟรีไปใช้ รีวิวให้ความรู้สึกของบล็อกเกอร์ ดีก็ว่าดี ไม่ดีก็ดี สินค้าจะดูบล็อกที่มีคอมมูนิตี้อยู่แล้ว เพราะถ้าเปิดเป็นบล็อกของสินค้าเองคงจะยาก คนจะไม่เข้าไปหรอก จะเหงา หรือไม่ต้องมีโปรโมชั่นดึงคน หาเซเลบ ดารามาเปิด หรือจะอยู่ได้ต้องมีทั้งให้และรับ” ชุตินธราเล่าให้ฟัง

ขณะที่ชาลีบอกว่า บล็อกสินค้าที่เห็นบ่อยจะเป็นพวกโรงพยาบาลซึ่งจะมาในเชิงให้ข้อมูล บอกวิธีแก้ปัญหาอาการต่างๆ ซึ่งเขาเชื่อว่าชุมชนบล็อกจะรับไม่ก็ขึ้นอยู่กับเนื้อหาว่ามีนัยแฝงแค่ไหน มีบางสินค้าไม่ไดเป็นบล็อกแต่เขามาชมเพื่อผมปัญหาของสินค้าตัวเองก็จะรีบเสนอตัวเข้าแก้ไขทันที

“คนอ่านเขารู้ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่มีใครมาเยี่ยมบ้านคุณ บล็อกนั้นก็จะหายไปเอง” ชาลีสรุป

ชุตินธราเล่าเพิ่มเติมถึงการทำตลาดที่ผ่านมา กรณีของนันทขว้าง สิรสุนทร คอลัมนิสต์ของกรุงเทพธุรกิจ กับการไปดูฟุตบอลนัดชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ก็เป็นอีกรูปแบบที่ได้สินค้ามาเป็นสปอนเซอร์ ซึ่งกรณีประสบความสำเร็จจากหลายปัจจัย ทั้งการมีแฟนประจำของนันทขว้าง กรณีเกิดเหตุตัวผี กรณีความผิดพลาดของบริษัททัวร์ และบริษัทเวิร์คพอยท์ที่เป็นผู้ให้รางวัลการไปดูฟุตบอลครั้งนี้

“บล็อกของคุณนันทขว้างคนเข้าไปประมาณหมื่นสี่พันเพจวิว ณ วันนั้นประมาณเจ็ดหมื่น ถือว่าประสบความสำเร็จและมีแรงส่งที่พอสมควร แล้วเรื่องฟุตบอลคนสนใจค่อนข้างเยอะ ส่วนการการตลาดที่ทำก็ต้องบอกเลยว่าอย่าไปรบกวนคอนเทนต์หลัก ดังนั้นเอเยนซี่ถ้าพยายามแทรกเข้าบล็อก ถ้าไม่เปลี่ยนเนื้อหาก็ไม่ใช่” ชุตินธราสรุป

OKnation Info
-วางตำแหน่งตัวเองเป็นบล็อกแห่งศูนย์ข้อมูล สาระ และความรู้มากกว่าบล็อกข่าว
-ส่วนใหญ่อัพบล็อกกันช่วงเช้า กลางวัน เย็น และขึ้นสูงอีกครั้งช่วง 4-5 ทุ่ม
-มีคนเข้ามาเขียนบล็อก 24 ชั่วโมง เฉลี่ย 2-3 นาทีต่อ 1 เรื่อง 600 เรื่องต่อหนึ่งวัน
-เปิดดำเนินงานจริงๆ เดือนมกราคม 2550 กันยายน 2549 เป็นช่วงทดสอบ
-ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 2,000 บาท
-ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 9,000 ราย จากที่ตั้งเป้าไว้แค่ 7,000 ตลอดปีนี้ 50% เป็นคนวัยทำงาน

ความรู้สึกพิเศษของการเป็นบล็อกเกอร์
-เวลาได้เขียนแล้วจะเกิดการเสพติด เพราะระบบเครือข่ายสังคม (Social Networking) ที่มีปฏิกิริยาตอบกลับทันที เป็นการสื่อสารสองทางที่รวดเร็ว และลงตัว พอเขียนปุ๊บคอมเมนต์มา ทำให้คนเขียนเกิดความรู้สึกดี หรือบางครั้งอาจจะไม่ดีก็ได้
-ได้เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ทั้งในและนอกชุมชน ตัวอย่าง กรณี ไอทีวี และสิทธิบัตรยา กรณีแรกวันที่มีข่าวเปลี่ยนแปลงมีการแสดงความคิดพร้อมในช่วง 2-3 วันมากกว่า 300 ความคิดเห็นในหัวข้อเดียว ทำให้ศึกษาข้อมูลได้รอบด้าน หรือทำให้เกิดมุมมองใหม่
-ทำให้เจอคนคอเดียวกันในอีกโลกหนึ่ง ซึ่งสามารถพัฒนาไปสู่โลกแห่งความจริงได้

Consumer Insight

ยอดจำหน่ายพีซีในประเทศไทยในปี 2556 มีการหดตัวในระดับตัวเลขสองหลัก นับเป็นครั้งแรกในตลอดช่วงระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งในส่วนของตลาดโน๊ตบุ๊คและเดสท๊อปอย่างมาก

ในยุคดิจิตอลที่สมาร์ทโฟนกำลังครอบคลุมพื้นที่การใช้งานอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าตอนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว ภาพของพ

เด็กวัยรุ่นยุคนี้ ติดหนึบออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงบนยูทิวบ์ แชร์และส่งคลิป เล่นโซเชียลมีเดีย หาข้อมูลสินค้า ตามเซเลบบนอินสตราแกรม มาดูกันว่า แบรนด์ จะต้องทำอย่างไรจึงจะโดนใจ

Insight

สงครามน้ำดำรอบใหม่ในปี 2557 กำลังถึงจุดที่ท้าทายของ “เอส” ต้องฝ่าวงล้อมคู่แข่ง หลังจากโดน “เป๊ปซี่” ช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจนหล่นมาเป็นเบอร์ 3 ทำให้เอสต้องเดินตามรอยบิ๊กโคล่า ใช้กลยุทธ์ “ราคา” และปริมาณเข้าสู้ ควบคู่ไปกับการให้ส่วนแบ่งตลาดร้านค้าแบบเต็มเหนี่ยว เพื่อรักษาเครือข่ายช่องทางจำหน่ายที่เป็นป้อมปราการที่สุด

จากหนังสือการ์ตูน สู่สติกเกอร์ไลน์ การเดินทางของการ์ตูนไทยที่ผันตัวจากโลกใบเก่ามาสู่โลกดิจิตอล เป็นกรณีศึกษาให้กับคนไทยที่อยากขาย “สติกเกอร์ผ่านไลน์” ควรทำอย่างไร

ปั้นยังไงให้กลายเป็น “ฟีเวอร์” เกม “คุกกี้รัน” ที่ไลน์ยอมทุ่มงบอัดฉีดการตลาดทุกกระบวนท่า ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ออกแคมเปญชิงรถ จับมือพันธมิตรสร้างยอดขยายฐานลูกค้า ปูทางพลิกจากแชตแอปพลิเคชั่น ไปสู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์มบนมือถือ

Strategic Move

เชื่อว่าการทานข้าวนอกบ้านในสมัยนี้ ไม่มีใครไม่แชร์รูปลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกต่อไป อย่างน้อยต้องมีการเช็กอิน ถ่ายรูปอาหาร หรือถ่ายรูปตอนทานอาหารแล้วแชร์ลงในโซเชียลมีเดียของตนเอง การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้จึงเป็นช่องทางใหม่ที่นักการตลาดให้ความสำคัญมากในตอนนี้ เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางกระแสของดิจิตอลทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกันแล้วไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานี ผู้ผลิตรายการ มีเดียเอเยนซี่ ในฟากของผู้เก็บข้อมูลของผู้ชมรายการอย่างนีลเส็น ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวัดความนิยมในรายการหรือเรตติ้งเช่นเดียวกัน

ใกล้คลอดเต็มที่ “เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่” โครงการระดับ “ลักชัวรี่ รีเทล ของกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดในวันที่ 8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ วัย 39 ปี ที่รับงานระดับบิ๊กโปรเจค จึงต้องนัดแถลงข่าวเล่าความคืบหน้าให้สื่อมวลชนได้ฟังกัน

Global Trend

การทำโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ดอันแสนแพง โดยแบบที่มีแค่โปรดักส์ กับชื่อแบรนด์อย่างเดียว ดูท่าจะหมดยุคไปแล้ว สมัยนี้ต้องเน้นไอเดีย และความแตกต่างเข้าว่า ถึงจะโดนใจผู้บริโภค

Snicker เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขยันทำแคมเปญไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างมาก ซึ่งบางแคมเปญก็ได้ผล แต่บางแคมเปญก็ได้รับผลวิพากย์วิจารณ์ในด้านลบมากเช่นกัน

เมื่อปีที่ผ่านมาคงได้เห็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง Burger King สร้างความประหลาดใจแก่ผู้บริโภคไม่น้อย โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Fries King พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้ รวมทั้งป้ายหน้าร้าน เพียงเพื่อจะโปรโมทโปรดักส์เฟรนช์ฟรายส์สูตรใหม่ของทางร้าน

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Social Media Club

หลังจากค่ายการ์ตูนไทย “บรรลือสาส์น ทำสติ๊กเกอร์“ขายหัวเราะ” วางขายใน “ไลน์”จนมียอดโหลดทะลุ 150,000 ไปแล้ว ล่าสุด ไลน์ได้เปิดตัว สติ๊กเกอร์การ์ตูนบ่นบ่น หรือ “Bonbonmonja’s Daaily Life

สาวกไลน์เตรียมเฮ เมื่อไลน์เปิดตัว LINE Creators Market เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปครีเอตสติ๊กเกอร์เป็นของตัวเอง แล้วนำมาขายใน LINE Store ได้แล้ว!

ชื่อของ “โต้วป้าน (Douban, 豆瓣) ”ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้คงคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะปีก่อนเราเคยเขียนถึงในหัวข้อ “Douban เต็งหนึ่งอาณาจักรบันเทิงไฮเทค แห่งแดนมังกร”

People

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ผ่าโมเดล 2 รายการในโลกออนไลน์ “เสือร้องไห้” กับคลิปเด็ด ประวัติศาสตร์การแดนซ์ของไทย แชร์กระจายด้วยยอด 4 แสนวิว และคลิปสไตล์ “มัน ฮา เกรียน” แบบ “เฟ็ดเฟ่” ที่กำลังฝ่าคลื่นดิจิตอล แจ้งเกิดคลิปที่โดนใจวัยรุ่นไปเต็มๆ

ดังได้ใจ “เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข” กับบทบาทคุณชายพุฒิภัทร แห่งวังจุฑาเทพ ละครดังที่ผลักดันหนุ่มน้อยคนนี้โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน จนกลายเป็นกระแส “เจมส์ จิ” ถูกนำไปเทียบกับซุปตาร์ดังอย่าง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” แถมแบรนด์ดังยังรุมตอมคว้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วยค่าตัวหลัก 10 ล้านอัพ

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488