Robert S. Kapla

Robert S. Kaplan จบวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต และมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จาก MIT จากนั้นไปได้ปริญญาเอกสาขา Operations Research จากมหาวิทยาลัย Cornell ในปี 1968 ซึ่งระหว่างนั้นทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย Carnegie-Mellon จนได้ขึ้นสู่ตำแหน่งคณบดีของ The Graduate School of Industrial Administration (GSIA) ในระหว่างปี 1977-1983 นับเวลาที่อยู่กับ Carnegie-Mellon นานถึง 18 ปี ก่อนย้ายสังกัดไป Harvard Business School ในปี 1984 ซึ่งมีส่วนให้เขาผลิตผลงานสำคัญอย่างต่อเนื่อง อาทิ Activity-based Costing (ABC) ในปี 1988 ปัจจุบัน Kaplan ดำรงตำแหน่ง Marvin Bower Professor ด้านการพัฒนาความเป็นผู้นำ ที่ Harvard Business School

แนวคิดทฤษฎีที่ Kaplan คิดค้นนั้น ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เห็นได้จากการได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัย Stuttgart ในปี 1994 ตลอดจนรางวัลเกียรติยศต่างๆ อาทิ Outstanding Accounting Educator Award จาก American Accounting Association (AAA) ในปี 1988 รางวัล CIMA จาก the Chartered Institute of Management Accountants (UK) ในปี 1994 รางวัล The Institute of Management Accountants Distinguished Service Award ในปี 2001 และถูกจัดเป็น 1 ใน 50 สุดยอดนักคิดนักเขียนด้านการจัดการ โดย The Accenture Institute for Strategic Change ในปี 2002-2003

ผลงานสำคัญเสมือนเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1992 เมื่อเขาและ David P. Norton ได้ตีพิมพ์บทความ Balanced Scorecard (BSC): Measures That Drive Performance ใน Harvard Business Review ซึ่งจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการธุรกิจทั่วโลก ต่อมาจึงออกหนังสือในปี 1996 ในชื่อ Balanced Scorecard : Translating Strategy into Action ซึ่งได้รับรางวัล Wildman Medal เมื่อปี 2001 จาก American Accounting Association ในฐานะหนังสือที่มีผลสำคัญต่อวงการบัญชี ถึงวันนี้ได้รับการแปลออกเป็น 21 ภาษา องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ (กว่า 50% ของบริษัทขนาดใหญ่ในอเมริกา หรือในไทย อาทิ ธนาคารกสิกรไทย กลุ่มซีพี กลุ่มชินวัตร และ TRUE) ตลอดจนหน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไร เช่น พรรคการเมือง มูลนิธิ หรือองค์กรพัฒนาเอกชน ต่างหันมาใช้ BSC ในการดำเนินงาน

เหตุที่ BSC สำคัญต่อการบริหารองค์กรสมัยใหม่นั้น Kaplan และ Norton กล่าวว่า “ที่ผ่านมาในยุคอุตสาหกรรม บริษัทต่างๆ จะคำนึงถึงตัวชี้วัดทางการเงินเท่านั้น ส่วนการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า และการสร้างความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จ แต่ในปัจจุบันตัวชี้วัดทางการเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะประเมินและชี้นำการดำเนินธุรกิจได้อีกต่อไป เพราะในยุคข้อมูลข่าวสารบริษัทต้องหันไปใส่ใจและมีการลงทุนเกี่ยวเนื่องกับลูกค้า ลูกจ้าง ซัพพลายเออร์ กระบวนการผลิต เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้น” (http://www.balancedscorecard.org)

คุณลักษณะสำคัญของ BSC คือ การแปลงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่เป็นนามธรรม ไปสู่การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม และจับต้องได้ด้วยตัวชี้วัดที่ชัดเจน ด้วยการเชื่อมโยงตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicator : KPI) ทั้งเชิงการเงินและไม่ใช่การเงิน เข้ากับเป้าหมายของธุรกิจ และนำไปสู่แผนดำเนินการในท้ายสุด โดยคำนึงถึงมุมมอง4 ด้านหลักคือ การเงิน ลูกค้าและการตลาด กระบวนการภายใน และนวัตกรรมและการเรียนรู้ จึงเป็นที่ยอมรับกันว่า BSC ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือประเมินผลเท่านั้น แต่ช่วยชี้นำการบริหารจัดการทั้งองค์กร และการใช้งานในปัจจุบันก็สะดวกมากขึ้นด้วยซอฟต์แวร์ BSC ที่มีหลายบริษัทผลิตออกมา อาทิ Peoplesoft และ Oracle ซึ่งได้รับการรับรองจาก Balanced Scorecard Collaborative

หลัง BSC สร้างกระแสการเปลี่ยนแปลงขึ้นในวงการธุรกิจ Kaplan และ Norton ได้ทำวิจัยต่อเนื่องในกว่า 200 บริษัทที่ใช้ BSC ในการดำเนินงาน รวมทั้งกรณีศึกษาของ Mobil, CIGNA, Nova Scotia Power, AT&T Canada จนพัฒนาแนวคิดของ BSC มาสู่หนังสือเล่มถัดมาในปี 2000 ชื่อ Strategic-Focused Organization (SFO): How Balanced Scorecard Companies Thrive in the New Business Environment ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ถูกแปลออกเป็นภาษาต่างๆ ถึง 18 ภาษาแล้ว

จากการวิจัยดังกล่าวพวกเขาพบว่าในองค์กรที่ใช้ BSC ในการบริหารจัดการได้มีส่วนสร้างสรรค์ให้เกิดกรอบการทำงานแบบใหม่ ซึ่งถอดออกมาเป็น 5 หลักการสำคัญของ SFO ก็คือ การแปลงแผนยุทธศาสตร์สู่แผนปฏิบัติการ การปรับทุกหน่วยงานในองค์กรให้มุ่งสู่ยุทธศาสตร์เดียวกัน การสร้างแรงจูงใจด้วยการสื่อสารและผลตอบแทนเพื่อให้แผนกลายเป็นงานประจำวันของทุกคน การทำให้แผนยุทธศาสตร์เป็นกระบวนการต่อเนื่อง และการสร้างผู้นำที่มีประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหลักการเหล่านี้จะพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างยั่งยืน

จะเห็นได้ว่าการนำเสนอผลงานใหม่แต่ละครั้งจะทิ้งช่วง 4 ปีเท่ากัน ล่าสุด Kaplan และ Norton ก็ปล่อยภาคต่อเนื่องของ BSC และ SFO ออกมาในเดือนกุมภาพันธ์ของปีนี้ (2004) คือหนังสือ Strategy Map: Converting Intangible Assets into Tangible Outcomes ซึ่งต่อยอดแนวคิดที่พัฒนามาจาก 2 เล่มแรก ด้วยการวิจัยและกรณีศึกษาในองค์กรธุรกิจเช่นที่เคยทำ แต่คราวนี้มากขึ้นเป็นกว่า 300 บริษัท โดยรวบรวมและแบ่งกลยุทธ์ออกเป็น 3 กลุ่มตามวิธีเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์ที่ปรับให้ทรัพยากรบุคคลมีแนวคิดเป็นไปในทางเดียวกัน งานด้าน IT ที่ปรับให้ทรัพยากรข้อมูลตอบรับกับกลยุทธ์ และระเบียบวาระขององค์กรที่ผสานและปรับทรัพยากรทั้งหมดให้เกิดการปรับปรุงและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้

เนื้อหาในเล่มแบ่งออกเป็น 5 ส่วน เริ่มจากบทนำ ซึ่งจำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนเข้าสู่บทถัดๆ ไป ได้แก่ กระบวนการสร้างมูลค่า (Value-Creating Processes) ทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Assets) การสร้างกลยุทธ์และแผนยุทธศาสตร์ ส่วนบทสุดท้ายว่าด้วยกรณีศึกษาจากองค์กรธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร แต่สิ่งสำคัญในฐานะไตรภาคแห่ง Balanced Scorecard การนำแนวคิดจากเล่มล่าสุดนี้ไปปรับใช้ Kaplan จึงย้ำว่าต้องมีการวางเป้าหมายขององค์กรที่ชัดเจน ตามมุมมอง 4 ด้านของ BSC ก่อน

หนังสืออื่นที่เกี่ยวข้อง

ชื่อหนังสือ : Six Sigma Business Scorecard: Creating a Comprehensive Corporate Performance Measurement System
ผู้เขียน : Praveen Gupta, A. William Wiggenhorn (2003)

ชื่อหนังสือ : Balanced Scorecard Step-by-Step: Maximizing Performance and Maintaining Results
ผู้เขียน : Paul R. Niven (2002), คำนำโดย Robert S. Kaplan

ชื่อหนังสือ : เส้นทางจากกลยุทธ์สู่การปฏิบัติด้วย Balanced Scorecard และ Key Performance Indicators
ผู้เขียน : ดร. พสุ เดชะรินทร์ (2544)

ชื่อหนังสือ : Using the Balanced Scorecard as a Strategic Management System (บทความ)
ผู้เขียน : Robert S. Kaplan and David P. Norton (2000)

ชื่อหนังสือ : Having Trouble with Your Strategy? Then Map it (บทความ)
ผู้เขียน : Robert S. Kaplan and David P. Norton (2000)

ชื่อหนังสือ : Performance Measurement & Control Systems for Implementing Strategy: Text & Cases
ผู้เขียน : Robert Simons (1999)

ชื่อหนังสือ : Advanced Management Accounting
ผู้เขียน : Robert S. Kaplan, Anthony A. Atkinson (1998)

ชื่อหนังสือ : Design of Cost Management Systems
ผู้เขียน : Robin Cooper, Robert S. Kaplan (1998)

ชื่อหนังสือ : Cost and Effect: Using Integrated Cost System to Drive Profitability and Performance
ผู้เขียน : Robert S. Kaplan and Robin Cooper (1997)

ชื่อหนังสือ : Management Accounting
ผู้เขียน : Anthony A. Atkinson, Rajiv D. Banker, Robert S. Kaplan (1995)

ชื่อหนังสือ : Putting the Balanced Scorecard to Work (บทความ)
ผู้เขียน : Robert S. Kaplan and David P. Norton (1993)

ชื่อหนังสือ : Implementing Activity-Based Cost Management: Moving from Analysis to Action
ผู้เขียน : Robin Cooper, et al (1993)

ชื่อหนังสือ : Relevance Lost: The Rise and Fall of Management Accounting Thomas H. Johnson (1991)
Measures for Manufacturing Excellence
ผู้เขียน : Robert S. Kaplan (1990)

Website

www.bscol.com
www.balancedscorecard.org
www.valuebasedmanagement.net/methods_balancedscorecard.html
www.schneideman.com

Consumer Insight

เทเลนอร์ รีเสิร์ช บริษัทวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เป็นคนหนุ่มสาวในไทยและมาเลเซีย นิยมใช้โทรศัพท์มือถือในการเชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยเปิดรับและใช้บริการใหม่ๆ บนโทรศัพท์มือถือเร็วกว่ากลุ่มคนรุ่นเดียวกันในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

เมื่อไอจี หรืออินสตราแกรมของเหล่าดารา นักร้องคนดัง ได้กลายเป็นนิยมของแม่ค้าใช้ฝากร้าน เพราะเกือบ 30% ของคนทั่วไป เคยซื้อสินค้าจากร้านค้าพวกนี้มาแล้ว

บริษัทวิจัย ไอดีซี เอเชียแปซิก ได้คาดการณ์ตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในเอเชียแปชิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) ในไตรมาส 2 ยังคงเติบโต 2% จากไตรมาสที่ 1 แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2013 โดยที่มียอดขายรวม 24.3 ล้านเครื่อง นับว่าเป็นยอดที่สูงกว่าที่ IDC คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

Insight

ในที่สุด กสทช. ยอมปล่อย ช่อง 3 อนาล็อก ออกอากาศ ผ่านทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีได้ อ้าง ประกาศ คสช. ฉบับที่ 27/2557

ยุคนี้ ขายเครื่องสำอางค์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ด้วย ทำให้ “ยูทิป” แบรนด์เครื่องสำอางของวัยรุ่น ของค่ายโอสถสภา ที่สามารถ Modernize brand ปรับเปลี่ยนจาก“น้ำยาอุทัยทิพย์” แบรนด์เก่าแก่ มาสู่แบรนด์เครื่องสำอางเจาะใจวัยรุ่นระดับมัธยมอย่างเห็นผลมาแล้ว

บริหารงานโดย บริษัท ดรีมเฮาส์ (ประเทศไทย) จำกัด มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
 1. กลุ่มสุวรรณกรุ้ป เจ้าของโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ The Cercle ดูแลภาพรวมธุรกิจรีเทล
 2. คุณระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ หรือคุณหรีด เซเลบริตี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ดูแลเรื่องเมนูอาหาร และพัฒนาสูตรอาหาร
 3. กลุ่ม Zhake บริษัททางด้านการตลาด ดูแลทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์

Strategic Move

นอกจากจะต้องเร่งมือพัฒนา“คอนเท้นท์” เพื่อดึงดูดคนดูแล้ว เรื่องของโฆษณาและประชาสัมพันธ์สำหรับดิจิตอลทีวีก็เป็นเรื่องจำเป็น ล่าสุด “นิวทีวี” ดิจิตอลทีวีของค่ายเดลินิวส์ ดำเนินงานภายใต้บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด จึงเปิดตัว สติกเกอร์ไลน์ New Boyz (นิวบอยซ์)

แคมเปญชวนบริจาคเงินสุดไวรัลบนโลกออนไลน์ #IceBucketChallengeTH แพร่ขยายเข้าไทยแล้ว โดย 2 ซีอีโอค่ายมือถือของไทย John Eddy Abdullah CEO dtac ตามติดๆ มาด้วยสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO AIS ก็รับคำท้าเช่นกัน

สินค้าหรือบริการยุคนี้ หากต้องการสร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มคนได้รวดเร็ว การเลือกใช้ ดารา หรือ คนดังมาเป็น “แบรนด์แอมบาสเดอร์” หรือ พรีเซนเตอร์ มาเป็นตัวแทนให้กับแบรนด์ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธการตลาดยอดนิยมเสมอมา

Social Media Club

หลังจากที่ไลน์ได้เปิดตัวโครงการครีเอเทอร์ มาร์เก็ตตั้งแต่เดือนเมษายน และได้จำหน่ายสติ๊กเกอร์อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดไลน์ได้เปิดเผยยอดขายสติ๊กเกอร์ช่วง 3 เดือนแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม ถึง 7 สิงหาคม 2557 วางขายแล้วทั้งหมดกว่า 10,000 เซ็ต (ณ วันที่ 19 สิงหาคม) ทำรายได้โดยรวมกว่า 1.23 พันล้านเยน (ราว 381 ล้านบาท)

สติกเกอร์ปกติอาจธรรมดาไปแล้ว ถึงคิวสติกเกอร์ดุ๊กดิ๊กได้ เอไอเอส ชิงเปิดให้โหลด สติกเกอร์ “อุ่นใจ ดุ๊กดิ๊ก” หรือ Animate Sticker ในวันพรุ่งนี้ (อังคาร 19 สิงหาคม 57)

ถึงแม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 จบลงไปแล้ว แต่ในแง่ของการตลาด World Cup 2014 ยังเป็นสมรภูมิที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันมากมายควรค่าแก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการตลาดออนไลน์ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะสามารถตอบสนองกระแสในสังคมได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับอีเว้นท์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

ภูมิทัศน์สื่อ (media landscape) วันนี้เปลี่ยนไปมาก เพราะการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ (new media) อย่างอินเทอร์เน็ต หรือ สื่อสังคมออนไลน์ (social media) ทำให้สื่อมวลชน หรือสื่อยุคเก่าต้องปรับตัวในการทำงานและการสื่อสารเพื่อเข้าถึงมวลชนในลักษณะที่ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ชื่อของแบรนด์เสื้อผ้าหรู “ Burberry” ตกเป็นข่าวดังทั้งในและนอกวงการแฟชั่น นั่นก็เพราะว่าแบรนด์ได้งัดลากกลุยุทธ์ทางการตลาด โฆษณา ประชาสัมพันธ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าหลากวัยที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน คือ พิศมัยความไฮเทคนั่นเอง

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488