Too Fast to Sleep ร้านกาแฟของคนไม่หลับ ไม่นอน

แจ้งเกิดมาจากการวางจุดยืนชัดเจนของการร้านกาแฟประเภท 24 ชั่วโมง “Too Fast to Sleep” ที่ตั้งใจเจาะกลุ่มยอดมนุษย์ค้างคาว หนุ่มสาวทำงานดึก และคนเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากขึ้น ที่นี่จึงกลายเป็นโอเอซิสของนักศึกษาใกล้สอบ เป็นพระอาทิตย์เที่ยงคืนของคนแกร่วยามค่ำ เอาใจด้วยโซนกาแฟและเบเกอรี่ที่เปิด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ผู้ไม่หลับไม่นอน 


Too Fast to Sleep เปิดบริการเมื่อ 10 มกราคมปี 2555 ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Take a Nap โฮสเทลเก๋ๆ ที่ชูจุดขายชวนงีบด้วย “Sleeping Room” ติดกับ MRT หัวลำโพง  ร้าน Too Fast to Sleep ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว หากคะเนด้วยสายตาจากจำนวนผู้มาใช้บริการที่ล้นไปตามขั้นบันไดในช่วงสอบ ต้นกำเนิดความสำเร็จนี้มาจากความฝันและการลงทุนราว 10 ล้านบาทของ “อเนก จงเสถียร” เจ้าของบริษัทเอ็มเอ็มพี ผู้ผลิตฟิล์มถนอมอาหาร M Wrap  


“ช่วงใกล้สอบปริญญาโท คุณอเนกหาที่อ่านหนังสือไม่ได้ อ่านที่บ้านก็เบื่อ อยากเปลี่ยนบรรยากาศก็ต้องไปอ่านตามบ้านเพื่อน ตามที่ทำงาน ห้องสมุดในมหาวิทยาลัยก็ห้ามทำกิจกรรม ห้ามกินขนม ห้ามคุยเสียงดัง เลยมีความคิดที่จะทำคาเฟ่ในคอนเซ็ปต์ Dessert Library บริเวณด้านบนของศูนย์อาหารสามย่านสเตชั่น คุณอเนกเป็นเจ้าของ โดยมีหลานชายหรือคุณต่าย –นัฐฐพนท์ ลียะวณิช ดาราหนุ่ม มาช่วยบริหารงาน” เอกชัย ผู้จัดการร้าน Too Fast to Sleep เล่าถึงที่มา


คอนเซ็ปต์ Dessert Library เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้คุยไป อ่านหนังสือไป กินไป แต่จำกัดว่าต้องเป็นอาหารที่สั่งภายในร้าน เมื่อยๆ ง่วงๆ ก็ฟุบได้ นั่งหลับได้ เว้นเสียแต่การนอนราบเหยียดขา ที่ทางร้านไม่อนุญาต 


Too Fast to Sleep จัดแบ่งฟังก์ชันการให้บริการออกเป็น 4 โซน ทุกโซนปิดเวลาเที่ยงคืน แต่เปิดให้บริการในเวลาที่แตกต่างกัน ยกเว้นโซน Library ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เอกชัยให้เหตุผลว่า ที่ต้องจำกัดโซนเวลาเพราะต้องการควบคุมการใช้พลังงาน


ด้านล่างของร้านมีห้องนั่งเล่นและห้องอาหาร Secret Chamber หรือห้องแห่งความลับ สร้างบรรยากาศแบบห้องใต้หลังคา เสิร์ฟไวน์ เบียร์ ค็อกเทล รวมถึงอาหารไทยและเทศในราคาตั้งแต่ 80–1,000 บาท 


ชั้นสองเป็นโถง Library ตกแต่งด้วยชั้นหนังสือ กระดานดำ และหนังสือภาษาอังกฤษเชิงไลฟ์สไตล์นับหมื่นเล่ม ว่าด้วยศิลปะ การทำอาหาร และท่องเที่ยว จำลองบรรยากาศห้องสมุดเน้นความโอ่โถงด้วยกระจกบานใหญ่ตลอดแนวร้าน และในโซน Library ยังแบ่งออกเป็นพื้นที่ “นั่งนาน” ซึ่งมีทั้งโต๊ะเก้าอี้แบบประชุมงานและโต๊ะนั่งพื้นแบบญี่ปุ่นไว้นั่งเล่นชิลๆ 


ส่วนที่ติดกับเคาน์เตอร์เครื่องดื่มและอาหารว่าง เป็นพื้นที่ “นั่งนิด” เหมาะสำหรับคนที่ต้องการนั่งๆ สบายๆ บนโซฟา แต่จำกัดเวลานั่งไม่เกิน 1 ชั่วโมง ส่วนด้านนอกเป็นระเบียงที่เปิดให้บริการยามอาทิตย์ร่มลมตก 


รวมทั้งสิ้นทางร้านรองรับลูกค้าได้ประมาณ 300 คนในคราวเดียว ค่าใช้จ่ายต่อหัวเฉลี่ย 200 บาทต่อการเข้ามาใช้บริการหนึ่งครั้ง

 “ตอนแรกไม่ได้เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย แต่กะว่าน่าจะเป็นวัยทำงาน เพราะอยู่ตรงข้ามจามจุรีสแควร์และใกล้สีลม แถมด้านล่างยังเป็นศูนย์อาหารติดแอร์สำหรับคนออฟฟิศ แต่ไปๆมาๆ นักเรียน นักศึกษาเยอะขึ้น ครองพื้นที่ราว 80% คนทำงานมีเพียง 20%”


การให้บริการ 24 ชั่วโมง มาจากการสังเกตจากพฤติกรรมของคนทำงานจำนวนมากที่ต้องอยู่ดึกเพราะทำงานไม่เสร็จหรือคิดงานไม่ออก โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้ความคิด เช่น สถาปนิกที่ต้องการพื้นที่ให้สมองได้แล่น ได้มองกรุงเทพฯ และผู้คนผ่านกระจกใสบานใหญ่ ได้คุยงาน ทานกาแฟแก้ง่วง ทานขนมแก้เครียด 


แต่ร้านกาแฟที่เปิดดึกกว่าสี่ทุ่มมีไม่เพียงพอสำหรับตอบสนองคนกลุ่มนี้ และเพื่อตอกย้ำจุดขายพร้อมสร้างความต่าง นอกจากให้บริการฟรี Wi-Fi ตลอดคืน ก็เลยมีปลั๊กไฟและสายพ่วงให้ใช้กันฟรีๆ  


ช่วงเช้าเป็นลูกค้าชาวต่างชาติมากินกาแฟซะเยอะครับ ตกบ่ายเป็นพวกคนออฟฟิศพักเบรก ส่วนช่วงเย็นๆ ถึงหัวค่ำเป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ตกดึกๆ คนทำงานถึงกลับมาอีกรอบ ช่วงสาม-สี่ทุ่มเป็นช่วงที่ลูกค้าเยอะสุด มีคนมาใช้บริการราว 150–200 คน ยิ่งถ้าเป็นคืนวันศุกร์-เสาร์ อยู่ยาวหลังเที่ยงคืนเป็นร้อยคน บางคนก็อยู่ถึงเช้าจริงๆ เด็กบางคนใส่เสื้อนักศึกษาแต่ท่อนล่างเป็นกางเกงเลเตรียมนอนเรียบร้อย” เอกชัยถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้คลุกคลีกับลูกค้าให้ฟัง


โลเกชั่นที่ได้เปรียบของ Too Fast to Sleep ซึ่งอยู่ตรงข้ามจามจุรีสแควร์ อยู่ใกล้สถาบันการศึกษาและโรงเรียนกวดวิชา อาทิ จุฬาลงกรณ์ เตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสาธิตในย่านใกล้เคียง ทำให้มีฐานลูกค้าเป็นเด็กรุ่นใหม่จำนวนมาก เด็กกลุ่มนี้ปรับตัวเร็ว ชอบลองของใหม่ และมีกำลังจับจ่าย


ขณะที่คนทำงานในย่านสีลมและพระรามสี่ก็เดินทางสะดวกด้วย MRT เพียงหนึ่งถึงสองสถานี เครื่องดื่มที่เริ่มต้นด้วยราคา 80 บาท แถมด้วยบรรยากาศที่เป็นใจให้ทำงานกว่านั่งทรมานที่ออฟฟิศ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไอทีและอินเทอร์เน็ตแบบครบครัน ทำให้ Too Fast to Sleep เป็น Third place ที่กำลังมาแรงสำหรับมนุษย์ออฟฟิศในเมือง


นอกจากเป็นที่ฝังตัว ที่นี่ยังเป็นจุดนัดพบของกลุ่มก๊วนทุกเพศทุกวัย แบบไม่มีสายตาจ้องจับผิดว่าคุณสั่งอะไรทานแล้วหรือยัง ตอบสนองความเป็นคอมมูนิตี้ของคนรุ่นใหม่ทั้งในลักษณะออนไลน์และออฟไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง


 

สถิติของร้าน 

- 200 บาท คือค่าใช้จ่ายต่อคนในการเข้ามาใช้บริการหนึ่งครั้ง

- ลูกค้า 80% เป็นนักศึกษา 20% เป็นคนทำงาน

- ช่วงสาม-สี่ทุ่ม เป็นช่วงที่ลูกค้าใช้บริการมากที่สุดคือ 150–200 คน

- 13 ชั่วโมง คือเวลาที่ลูกค้าเคยนั่งนานที่สุด 

 

จุดเด่น

- ทำเลร้านตั้งอยู่กลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า สถาบันการศึกษา และย่านธุรกิจ เดินทางสะดวก

- ให้บริการไวไฟฟรี พร้อมกับมีปลั๊กและสายต่อพ่วง ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

- นักศึกษาและกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่นิยมลองของใหม่ 

- สื่อโซเชี่ยลมีเดียช่วยกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อปากต่อปาก 

- การออกแบบภายในร้านเน้นการอ่านและทำงาน ความแตกต่างไปจากร้านกาแฟ 24 ชั่วโมงที่เปิดมาก่อนหน้านี้ 

 

จุดอ่อน

- เมื่อกลุ่มนักศึกษาเป็นลูกค้าหลักถึง 80% ยอดขายและคนเข้าจะตกในช่วงปิดเทอม

- นักศึกษาจะมีกำลังซื้อน้อยกว่าคนทำงาน จำนวนการซื้อแต่ละครั้งอาจไม่เยอะ

- ต้องบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดูแลร้านตลอด 24 ชั่วโมง 

- ตลาดมีคู่แข่งอยู่แล้ว โดยเฉพาะธุรกิจ QSR ที่หันมาเปิด 24 ชั่วโมงมากขึ้น 

 

style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">ร้าน
/ แบรนด์
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">สาขาที่เปิด
24 ชั่วโมง
style="vertical-align: top; font-weight: bold; text-align: center;">อินเทอร์เน็ต
สตาร์บัค
สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ
จำหน่ายชั่วโมงอินเทอร์เน็ตของ KSC
คอฟฟี่เวิลด์
สาขาถ.ข้าวสาร,
สนามสนามบินสุวรรณภูมิ
ฟรี Wi-Fi
แมคคาเฟ่
(แมคโดนัลด์)
50 สาขาทั่วประเทศ
จำหน่ายชั่วโมงอินเทอร์เน็ตของ CAT
บ้านใร่กาแฟ
สาขาเอกมัย
-


Consumer Insight

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่ กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2557 ไอดีซีได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งพบว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดต่ำลงประกอบกับแรงผลักจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กระตุ้นความนิยมในสินค้าสมาร์ทโฟนจนมียอดจัดส่งสูงกว่าฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก

รถกระบะโตโยต้าเป็นแรงที่ซื้อสื่อโฆษณาสูงสุดของเดือนพฤษภาคม 2557 ตามมาด้วยค่ายเอไอเอส โอปะรเตอร์ และไอศครีมวอลล์ ซึ่งมีแคมเปญชิงโชคดูคอนเสิร์ต Taylor Swift in Bangkok (แต่ต้องยกเลิกไปเพราะภาวะการเมืองไม่นิ่ง)

Insight

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

กฎ 7 ข้อ ในการเล่าเรื่องข้ามสื่อ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้าง 3 อย่างนั้นได้, ต่อไปนี้ "กฎ 7 ข้อ ในการเล่าเรื่องข้ามสื่อ" ที่จะช่วยทำให้เนื้อหาสื่อกลายเป็นพระราชา หรือ "Content is the king."

กรณีที่ "ควร" ศึกษา Club Friday Transmedia Storrytelling - เล่าเรื่องข้ามสื่อแบบ "คลับฟรายเดย์ เดอะซีรี่ย์" มาดูคลับฟรายเดย์ให้เป็นมุมมองแบบนักเรียนนิเทศศาสตร์กับ นับว่าเป็นตัวอย่างที่คนทำสื่อควรศึกษาอย่างมาก

Strategic Move

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

นอกจากสมาร์ทโฟน ที่ “ซัมซุง”เปิดเกมรุก ด้วยการทำตลาดตั้งแต่รุ่นไฮเอ็นท์ จนถึงรุ่นราคาถูกอย่าง ซัมซุง“ฮีโร่” เช่นเดียวกับในตลาดแท็บเล็ต ที่ซัมซุง มีสินค้าครอบคลุมทั้งตลาดแมส ระดับกลางและระดับพรีเมี่ยม

หลังจากเปิดสาขาในไทยมาได้ 3 ปี “ยูนิโคล่” แบรนด์ฟาสท์แฟชั่นจากญี่ปุ่น เปิดตัว “แบรนด์แอมบาสเดอร์” คู่ใหม่ “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” และ “เบลล่า-ราณี แคมเปน”

Social Media Club

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

ไลน์ ประเทศไทย อัพเดทตัวเลขรายได้ และจำนวนสติกเกอร์ จากการขายบน ครีเอเตอร์มาร์เก็ต (Creators Market) แพลตฟอร์มที่ไลน์ให้ผู้ใช้สามารถขายสติกเกอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากไลน์วางขายใน LINE Store (เว็บขายสติกเกอร์และไอเทมเกม) ซึ่งผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 50%

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแชร์เนื้อหาของแฟนเพจในเฟซบุ้คของแบรนด์ๆ หนึ่งบนโลกออนไลน์กันอย่างสนั่น ซึ่งเนื้อหาที่ว่านั้นทำให้ใครหลายคนอมยิ้มไปตามๆ กัน

Global Wrap

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

เค้กทิรามิสุชิ้นละ 50 หาได้ที่ไหนในกรุงเทพฯ? คำถามธรรมดาๆ ที่แทบจะกลายมาเป็นปัญหาเชาว์สำหรับวันที่ค่าครองชีพในเมืองหลวงมีแต่ถีบตัวขึ้นทุกวัน แต่ที่ “ไต้หวัน” ร้านแฟรนชายส์กาแฟ 85c (85 องศา) ยังขายเค้กหลายสิบรสในราคานี้อยู่ แถมวันนี้ได้ขยายไปเกือบ 800 สาขาทั้งในเอเชียและอเมริกา เขาทำได้อย่างไร? และใครอยู่เบื้องหลัง? วันนี้เราจะพามารู้จักกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากเถ้าแก่ไต้หวันกัน!

ในวันสุดท้ายของปี 2013 รัฐบาลจีนประกาศอย่างเป็นทางการว่าอนุญาตให้หนุ่มสาวที่เป็นลูกคนเดียวทั้งสองฝ่าย เมื่อแต่งงานกันแล้วสามารถมีลูกได้ 2 คน! เท่ากับเป็นการสิ้นสุดนโยบายลูกคนเดียวที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 35 ปีก่อน! แบรนด์สินค้าอาหาร-เครื่องใช้ สำหรับเด็กต่างพากันตื่นเต้นอย่างสุดขีด เพราะโอกาสเพิ่มยอดขายเป็นสองเท่าได้เริ่มขึ้นแล้ว!

Global Trend

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

เมื่อการรีไซเคิลขยะกลายเป็นเรื่องที่ห่างไกลใครต่อหลายคน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่นัก แต่ในความเป็นจริงการรีไซเคิลขยะนั้นส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ในขณะที่หลายคนยังมองข้ามไป “โค้ก” จึงทำเรื่องการรีไซเคิลให้เป็นเรื่องสนุกพร้อมกันได้ในทันที

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488