The Year of “Pad”

ไอแพดมากกว่า 3 หมื่นเครื่องที่อยู่ในกลุ่ม Early Adopter ในเมืองไทยแล้ว และอีกหลายหมื่น หรืออาจถึงแสนเครื่องที่คาดว่าจะตามมาในกลุ่ม MainStream และยังไม่นับรวมแท็บเล็ตแบรนด์อื่น ๆ ที่กำลังพาเหรดตาม”ไอแพด”กันมาจำนวนมาก ทำให้”แท็บเล็ต”กลายเป็นโปรดักส์สุดเทรนด์ เท่ห์ คนอยากได้ จนผู้เล่นต้องงัดกลยุทธ์การตลาดมาแข่งกันอย่างร้อนแรงในปี 2554 แต่หากวัดอุณหภูมิของไอแพดแล้ว ดูเหมือนว่าตลาดนี้ยังไม่มีใครแข็งแรงเท่าไอแพด

5 สัญญาณกระตุ้นตลาดแท็บเล็ต
1.นับตั้งแต่แอปเปิลเปิดจำหน่ายไอแพดที่อเมริกาและวางขายทั่วโลกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ณ สิ้นเดือนกันยายนขายไปได้ 4.2 ล้านเครื่อง และสิ้นปีน่าจะทำยอดได้ 11-12 ล้านเครื่อง ในปี 2554 คาดว่ายอดขายจะกระโดดขายได้ถึง 45 ล้านเครื่อง โดยเฉพาะจากการเปิดตัวไอแพดรุ่นที่ 2 ที่ลือว่าจะเข้ามาทำตลาดในเดือนเมษายน 2554 ด้วยสเป๊กที่เหมือนไอโฟน 4 หรือเป็นไอโฟน 4 ยักษ์ ขนาด 7 นิ้ว ที่มี Facetime โทรคุยเห็นหน้า และจอแบบเรติน่าสวยกว่าไอแพดรุ่นแรก ยิ่งทำให้คนอยากได้ไอแพดมากขึ้น

2.”คนอยากได้” ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งของแอปเปิลในการสร้างความต้องการให้ตลาด โดยไม่รอให้ตลาดต้องการแล้วค่อยออกสินค้า ตามคอนเซปต์ที่”สตีฟ จ๊อบส์” ยึดถือในการทำธุรกิจ และความอยากได้นี้แผ่ไปถึงตลาดที่กว้างขึ้น กลายเป็นความอยากได้สินค้าที่หน้าตาเหมือนไอแพด แต่เป็นแบรนด์อื่นก็ได้ ถ้าสเป๊กถูกใจกว่าและราคาย่อมเยาว์กว่า เหมือนอย่างที่ไอโฟนเคยสร้างปรากฎการณ์ให้กับทัชโฟน จนทำให้แบรนด์มือถืออื่น ๆ มีโอกาสมากขึ้นในตลาดสมาร์ทโฟน

3.ผู้เล่นในตลาดนี้มีมากขึ้น เพราะความต้องการมากขึ้น ตลาดแท็บเล็ตจึงถูกกระตุ้นจากทั้งแบรนด์ ดีไซน์หลายรูปแบบ และกลยุทธ์การตลาด จากค่ายผู้ผลิตทั้งโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ และผู้ผลิตสมาร์ทโฟน โดยมีระบบปฎิบัติการหลัก ๆ อย่างแอนดรอย์ด แบล็กเบอรี่ วินโดวส์ โมบายล์ 7 ให้เลือก

4.ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตื่นตัวเร็ว และแรง เพราะมองเห็นช่องทางเก็บเกี่ยวรายได้จากหน้าจอนี้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ นิตยสาร หนังสือ และคอนเทนท์บันเทิงอื่น ๆ เมื่อมีคอนเทนท์ให้คนถือแท็บเล็ตได้เล่นมากขึ้น ทำให้จากสินค้าไอที ก็กลายเป็น Gadget ที่คนขาดไม่ได้และติดหนึบอยู่ด้วยตลอดวัน

5.ความเท่ห์ของผู้ถือ มีผู้ซื้อแท็บเล็ต โดยเฉพาะไอแพดจำนวนมากที่ต้องการเป็น Trend Setter ยอมจ่ายสูงเพื่อเครื่องหิ้ว หรือในเกรย์มาร์เก็ต เพื่อใช้เป็นกลุ่มแรก ๆ และความเท่ห์นี้เริ่มกระจายลงมาในกลุ่มอื่นๆ ที่อยากเท่ห์ตาม ตราบเท่าที่แท็บเล็ตยังเป็น Gadget ที่ใหม่ล่าสุดในตลาดเวลานี้

ไอแพดจะชนะอีกรอบด้วย MainStream
หากพูดถึงว่าแบรนด์ใดจะเป็นผู้ชนะในตลาดแท็บเล็ตไม่เพียงแค่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแอปเปิลอย่าง “ปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข” ประธานบริษัท คอปเปอร์ไวร์ด จำกัด เท่านั้น ในแวดวงสินค้าไอทีต่างบอกว่าแน่นอนต้องเป็นไอแพด เพราะเป็นผู้สร้างตลาดนี้ จากที่ไม่เคยมีสินค้านี้อยู่ในตลาดมาก่อน ส่วนแบรนด์อื่น ๆ คือผู้ที่ตามมา และดูเหมือนจะล่าช้ากว่าไอแพดมาก

เมืองไทยเปิดตัวไอแพดช้ากว่าตลาดโลกประมาณ 6 เดือน แต่จนขณะนี้แบรนด์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นซัมซุง โตชิบา และเดลล์ ที่ประกาศทำตลาดในเมืองไทยมาก่อนหน้านี้ 2 เดือน ก็ยังเงียบอยู่

สำหรับไอแพดแล้วเมื่อถึงเวลาขายอย่างเป็นทางการในเมืองไทยเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2553 แม้กลุ่ม Early Adopter มีเครื่องใช้กันหมดแล้ว ทั้งซื้อจากต่างประเทศ และซื้อจากเกรย์มาร์เก็ต แต่ความต้องการของลูกค้าทั่วไปในกลุ่ม MainStream ก็มีอยู่ แม้แถวไม่ยาว เพราะร้าน iStudio 44 สาขาเปิดจำหน่ายพร้อมกัน แต่ความต้องการก็มีมาตลอดวัน ด้วยจำนวนที่”ปรเมศร์” บอกว่าในวันแรกของการจำหน่ายมั่นใจว่ายอดขายได้เป็นหลักพันเครื่องแน่นอน

ยอดขายที่ยังคงมีอยู่สำหรับไอแพด เพราะ Positioning ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า คือเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ระหว่างเน็ตบุ๊กและสมาร์ทโฟน ช่วยให้ลูกค้าสะดวกในการพกพา และเชื่อมต่อโลกอินเทอร์เน็ต และการบริโภคข้อมูลข่าวสารอย่างการอ่านนิตยสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมไปถึงดูหนังฟังเพลง เล่นเกม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาถูกกว่าเกรย์มาร์เก็ต ด้วยราคาเครื่องสเป๊กต่ำสุด(16 GB WiFi ที่ราคา 15,900 บาท) จึงทำให้ลูกค้าเดินเข้ามาได้ง่ายขึ้น

“ราคานี้หมื่นกว่า ไม่ถึง 2 หมื่นสำหรับสินค้า ITGadget แล้ว ลูกค้าตัดสินใจได้ง่าย” นั่นคือเหตุผลที่”ปรเมศร์” มั่นใจว่าไอแพดจะทำยอดขายให้คอปเปอร์ไวร์ดสูง รองจากไอพอด และอาจสูงกว่าไอโฟน

ตลาดใหม่ที่”ปรเมศร์” จะต้องบุกต่อไปคือกลุ่มลูกค้าองค์กร และกลุ่มสถาบันการศึกษา ที่เคยใช้เน็ตบุ๊กหรือโน้ตบุ๊ก เพราะไอแพดสามารถตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์ส่วนตัวและทำงานได้ กลุ่มนี้หากถือไอแพดกันมากขึ้น นั่นหมายถึงความแน่นอนในการเป็นผู้ชนะในตลาดนี้

คอนเทนท์สิ่งพิมพ์ บันเทิงพร้อมหนุน
หากประเมินกองทัพหนุนแล้ว ต้องบอกว่ไอแพดมีกองกำลังสนับสนุนมากที่สุด จากคอนเทนท์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตลาด รวมไปถึงนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น ต่างเทกำลังไปบนจอไอแพด เพราะต่างมั่นใจว่าไอแพดคือตลาดใหญ่ที่สุดในแท็บเล็ต ขณะที่แท็บเล็ตแบรนด์อื่น ๆ บนโอเอสแอนดรอยด์ยังต้องรอเวลาว่าจะทำตลาดได้ลูกค้ามากเพียงใด เพราะจนบัดนี้แบรนด์อื่นๆ หวังยอดขายกันแค่เดือนหนึ่งในหลักไม่กี่ร้อยเครื่องเท่านั้น

นิตยสาร Mars ทำแอพฯขึ้นไอแพด 2 เล่มที่ผ่านมา มีคนโหลดแอพฯแล้วในหลักหมื่น ค่ายเดอะเนชั่น มีแอพฯรายการทำอาหารมีคนโหลดบนไอแพดแล้ว 4 หมื่น นสพ.เดอะเนชั่นมีคนโหลดในหลักพัน นอกจากนี้ค่ายนิตยสารอย่างอมรินท์ ค่ายจีเอ็ม แม้จะยังไม่เป็นแม็กกาซีนดิจิตอลเต็มตัว เป็นแค่ Pdf file แต่ก็กระโดดเข้ามาเป็นแอพฯหนึ่งบนชั้นแม็กกาซีนไอแพดแล้ว

ผู้ตามอีกเพียบช่วยนับถอยหลังเน็ตบุ๊ก
ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 คู่แข่งไอแพดเริ่มเปิดตัวแท็บเล็ตในตลาดโลกรวมประมาณ 20 แบรนด์ แต่สำหรับเมืองไทยแล้วแบรนด์ไทยอย่างเวลคอมเปิดตัวก่อน เป็นแท็บเล็ตบนระบบปฎิบัติการแอนดรอย์ด แต่มาเร็วเงียบเร็ว จากนั้นจึงมีแบรนด์อื่นๆ ตามมา โดยเฉพาะแบรนด์ในย่านเอเชีย

ซัมซุงเปิดตัวแกแลกซี่ แท็บ ขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว ที่โปรโมทลดจุดอ่อนของไอแพดทั้งขนาดพกพาสะดวกกว่าไอแพดที่ใหญ่กว่าที่ 9.7 นิ้ว มีกล้องและโทรศัพท์ได้ แต่การติดขัดจากการนำเข้า ทำให้แกแลกซี่ แท็บ ยังคงเป็นแค่ใบจอง มีคนถือเล่นให้เห็นดูเท่ห์ไม่มากนัก ทำให้การโปรโมทก่อนหน้านี้กลายเป็นการกระตุ้นตลาดแท็บเล็ตโดยรวมมากกว่า

นอกจากซัมซุงแล้ว ค่ายอื่น ๆ ที่เริ่มโปรโมท ก็ชูเรื่องไซส์จอเป็นหลักก่อนที่จะพูดถึงสเป๊กเพราะส่วนใหญ่ต่างทำงานบนแอนดรอยด์เช่นเดียวกับซัมซุง อย่างโตชิบามาด้วยไซส์ 10.1 นิ้ว จอกว้าง เพื่อเน้นอรรถรสชัดเจนสำหรับเจ้าของว่าเหมาะสำหรับความบันเทิง โดยเฉพาะการดูหนัง และเดลล์กับขนาด 5 นิ้ว ที่หวังให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อด้วยความรู้สึกว่าอยากได้สมาร์ทโฟนบวกกับแท็บเลต ส่วนค่ายเอเซอร์มาด้วย 2 ขนาด คือ 7 นิ้ว และ 10.1 นิ้ว มีให้เลือกทั้งแอนดรอยด์ และวินโตวส์โมบายล์ 7 และที่รอกันมากคือเพลย์บุ๊กของค่าย RIM โดยเฉพาะสาวกบีบีที่จะได้ใช้จอสัมผัสเสียที หลังจากกด QWERTY แช้ตกันมานาน

นี่คือการขยับของสินค้า Gadget ที่ทุกค่ายต่างเห็นตรงกันว่าตลาดมีความต้องการ โดยไม่ได้มีไว้เป็นเครื่องแรก หรือเครื่องเดียวของลูกค้า แต่จะเป็นเครื่องที่สองที่ผู้บริโภคมีไว้ใช้งานง่าย ๆ โดยมีหลากหลายเซกเมนต์ ซึ่งสุดท้ายสินค้าที่จะได้รับผลกระทบและรอวันนับถอยหลังปิดฉากคือเน็ตบุ๊ก ที่วันหนึ่งเคยเป็นดาวรุ่งที่พุ่งแรง ส่วนแท็บเล็ตจะเหมือนเน็ตบุ๊กหรือไม่นั้น จากเทรนด์วันนี้กับความเชื่อมั่นที่หลายคนยังมีต่อแอปเปิล และการเดินตามอย่างมาเต็มที่ของแท็บเล็ตแบรนด์อื่น ๆ อย่างที่เห็น ในปีหน้าจึงเป็นเพียงการเริ่มต้นของตลาดแท็บเล็ต ที่ยังจะมีเรื่องสนุกและสีสันการตลาดรอให้ติดตามอีกมากอย่างแน่นอน

แบรนด์แท็บเล็ตที่ผู้ถูกสำรวจต้องการซื้อ
แอปเปิล (ไอแพด) 52%
เดลล์ 11%
RIM แบล็กเบอร์รี่ 10%
ซัมซุง 9%
ไมโครซอฟท์ 8%
เอชพี 6%
แอลจี 4%
ที่มา : ผลสำรวจจากอังกฤษ 3,000 คน โดย Onepoll

Consumer Insight

บริษัท นีลเส็น ได้รายงานผลการซื้อสื่อโฆษณาระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2557 พบว่า ยอดซื้อสื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน โรงภาพยนตร์ สื่อนอกบ้าน สื่อในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งสื่ออินเทอร์เน็ต มีมูลค่ารวม 49.738 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า ติดลบ 9.38%

บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) คาดการใช้จ่ายผ่านสื่อและบันเทิงของไทยในปี 2561 จะมีสูงกว่า 4.3 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง 5 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 7.3% ต่อปี แซงหน้าตลาดสหรัฐ-ยุโรปและอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก ผลมาจากการขยายตัวของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ การใช้งานเคเบิ้ลทีวี และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น

ที่ กรุงเทพฯ วันที่ 25 มิถุนายน 2557 ไอดีซีได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งพบว่าระดับราคาของสมาร์ทโฟนที่ลดต่ำลงประกอบกับแรงผลักจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้กระตุ้นความนิยมในสินค้าสมาร์ทโฟนจนมียอดจัดส่งสูงกว่าฟีเจอร์โฟนเป็นครั้งแรก

Insight

นอกจาก “สติกเกอร์” ที่ถือเป็นหนึ่ง “อาวุธ” ให้กับ “ไลน์” กลายเป็นแชตแอปพลิเคชั่นที่สามารถครองความนิยมในตลาดไทยได้แล้ว “เกม” ถือเป็นอีกหนึ่งใน “เกมกลยุทธ์” ทางธุรกิจของไลน์ที่ต้องจับตา

รู้หรือไม่ว่า โลโก้ของแบรนด์ที่พบเห็นในปัจจุบันนั้น มีนัยยะอะไรซ่อนอยู่บ้าง โดยสิ่งที่ปรากฏในโลโก้นั้นเป็นได้ทั้งที่มาของแบรนด์ หรือเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์เลยก็ได้ มาดู 12 โลโก้ ที่มีใจความอะไรแฝงอยู่

ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง น้องหมา และแมว ใครว่าเล่นๆ ตัวเลขทะลุ “หมื่นล้านบาท” ไปแล้ว และยังเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่น้อยกว่า 10-20%

Strategic Move

รายงานจากตลาดหลักทรัพย์แจ้งว่า บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทมัดแมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทเกรฮาวด์ จำกัด (แฟชั่น) และบริษัทเกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1.853.80 ล้านบาท

โฆษณาประเภทบีบคั้นอารมณ์ เรียกน้ำตาจากคนดูยังเป็นที่นิยมเสมอ คราวนี้เป็นทีวีซีล่าสุดของ แลนด์ แอนด์เฮาส์ ที่ออกทีวีซีชุดล่าสุด ใช้ชื่อว่า “ปาก…ไม่ตรงกับใจ by Land and Houses": เวอร์ชั่น "เพราะรัก"

หลังจากที่แบรนด์รังนก เลือกใช้ “แนวคู่รัก” มาเป็น “แบรนด์ เลิฟ แอมบาสเดอร์” ต่อเนื่องมาหลายปี เริ่มตั้งแต่ปี 2542 แพท-สุธาสินี พุทธินันท์ และสามี มาร์ค-แกรี่ โรดดิเกส อ้อม-พิยะดา และ จนมาถึงคู่ของ แอ๊ฟ และสงกรานต์ เตชะณรงค์

Social Media Club

เทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions International Festival of Creativity 2014 ที่นอกจากคัดเลือกงานโฆษณาที่โดดเด่นในรอบปี คานส์ ไลอ้อนส์ยังเป็นเวทีที่ชี้นำเทรนด์ของงานโฆษณาและการตลาดในช่วงนั้นๆ

วาตานาเบ นาโอโตโม และ แดซอก คิม สองดีไซน์เนอร์ จากบริษัทเนเวอร์ไลน์ ประเทศญีปุ่น ให้คำแนะนำแก่นักออกแบบชาวไทย ในการออกแบบ "สติ๊กเกอร์ไลน์" "ว่า" สติ๊กเกอร์ของคนไทยพยายามทำเป็น Global มากเกินไป ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ เพราะในตลาดใหญ่มีคาแร็คเตอร์ดังๆ อยู่แล้ว ทำให้สู้คาแร็คเตอร์เหล่านั้นยาก

ไลน์ ประเทศไทย อัพเดทตัวเลขรายได้ และจำนวนสติกเกอร์ จากการขายบน ครีเอเตอร์มาร์เก็ต (Creators Market) แพลตฟอร์มที่ไลน์ให้ผู้ใช้สามารถขายสติกเกอร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากไลน์วางขายใน LINE Store (เว็บขายสติกเกอร์และไอเทมเกม) ซึ่งผู้ขายจะได้รับส่วนแบ่ง 50%

Columnist

ธุรกิจสมัยปัจจุบัน ทุกวันนี้เน้นประเด็นในการสร้าง Brand ของสินค้า ไม่ว่าในประเทศและต่างประเทศ แทบจะเกือบทุกธุรกิจ อาจจะต้องแบ่งงบประมาณในการสร้าง Brand ด้วย

วันนี้เราเคยสังเกตไหมว่า รายการโทรทัศน์ที่ดังๆ และมีคนดูติดตามมาก มี 2 กลุ่ม คือ ละครไทยกับรายการโชว์ต่างประเทศ ซึ่งเป็นรายบันเทิงที่สะท้อนว่า คนสื่อไทยอาจรวบรัดตัดตอนซื้อรายการต่างประเทศเข้ามาทำเองจะดีกว่า เพราะมีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพ และที่สำคัญ รับประกันได้แน่ๆ ว่ามันจะฮิต

สำหรับนักการตลาดแล้ว กระแสฟีเวอร์ของฟุตบอลโลกปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่การรอลุ้นว่าใครจะเป็นแชมป์โลก แต่หมายถึงการ “วัดมูลค่าผลตอบแทน” ที่ได้รับจากทำการตลาดเกาะเทรนด์นี้ต่างหาก

Global Wrap

เมื่อสามปีก่อนผู้บริหารของบริษัทยักษ์แห่งหนึ่งถามผู้เขียนว่าเทคโนโลยีจะปฏิวัติวงการไหนอย่างรุนแรงที่สุด? คำตอบที่ไม่ต้องคิดก็คือ “การเงินและธนาคาร” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “สแควร์ (Square)” (ท่ีวันนี้ธนาคารไทยหลายค่ายก็ออกเครื่องรูดบัตรเครดิตด้วยมือถือแบบนี้ทั้งสิ้น)

ถึงแม้ชีวิตประจำวันและเนื้อหาข่าวของชาวไต้หวัน มักจะมีเรื่องของจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และส่วนใหญ่มักจะเป็นในแง่ที่ไม่ค่อยระรื่นหูเท่าไหร่นัก แต่ในโลกแห่งอี-คอมเมิร์ซ ความสัมพันธ์ระหว่าง จีนและไต้หวัน ในสารบบของเถาเป่านั้นกำลังไปได้สวย!

หลังจากเคยสร้างปรากฎการณ์ “เป็ดเหลืองฟีเวอร์” ใน 13 เมือง จาก 9 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2007 และล่าสุดก็ถึงคราวที่คนไต้หวันจะได้ยลโฉมความน่ารักของน้องเป็ดยักษ์ตัวนี้บ้าง โดยตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี 2013 “เป็ดเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” ก็ได้ถูกจองตัวเป็นพระเอกในสื่อต่างๆ ของไต้หวันเป็นที่เรียบร้อย

Global Trend

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศร้อนๆ ต้องคู่กับเครื่องดื่มเย็น ส่วนใหญ่ที่เห็นการแข่งขันแรงๆ ในเมืองไทย เป็นแค่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายเพียงเท่านั้น แต่ในต่างประเทศการทำแคมเปญครอบคลุมไปถึงสื่ออื่นๆ ด้วย และสื่อนอกบ้านก็เป็นที่นิยมในการทำแคมเปญเช่นกัน

Snicker เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ เวลาออกแคญอะไรใหม่ๆ ว่าแคมเปญนั้นจะสร้างแต่กระแสอย่างเดียว จนลืมคำนึงถึงกระแสสังคมที่ตามมาหรือแปล่า จึงทำให้แบรนด์มีภาพที่ติดลบในสายตาของผู้บริโภคบางกลุ่มอยู่บ้าง

ผู้อ่านไม่ได้ตาฝาดไปหรอก “โค้ก” หรือว่า Coca Cola แบรนด์น้ำดำที่พวกเราคุ้นเคยกันนี่แหละ กำลังจะผลิตยาทาเล็บออกมาขายจริงๆ โดยงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Coca Cola กับ OPI ( Odontorium Products Inc.,) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านยาทาเล็บ ผลิตยาทาเล็บที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบสีจากไลน์เครื่องดื่มของโค้ก

People

เป็นที่คุ้นตาคุ้นตาดีกันอยู่แล้วสำหรับ "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ซีอีโอ วัย 52 ปี คนล่าสุดของบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส

วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของ "ไทยรัฐ" ก้าวขึ้นคุมบังเหียน “ไทยรัฐทีวี” ที่ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังสือพิมพ์หัวสีรายใหญ่กระโดดลงมาเล่นธุรกิจทีวีเต็มตัว

เมื่อ รวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่สามของศรีจันทร์สหโอสถ ตัดสินใจรีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์” ผลิตภัณฑ์อายุ 60 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เส้นทางตลาดของสินค้าเก่าแก่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

Editorials

กองบรรณาธิการ Positioning
102/1 ชั้น 2 อาคารบ้านพระอาทิตย์
ถ.พระอาทิตย์
แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร
กรุงเทพฯ 10200
Email  :    positioningmag@gmail.com
Tel : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4473

PR News

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
Email  :   pr.positioning@gmail.com

Advertising

ติดต่อฝ่ายขาย  
คุณเฉลิมพล(น็อต) ทิสาลี
Email : Dreamtheater_777@hotmail.com
Tel. : +66 (0) 2629-4488 ext. 1243
Mobile : +66 (0) 81486-0348

Subscription

ติดต่อฝ่ายสมาชิก
คุณวัลลภา สุขใหญ่
Tel. : 0-2629-4488 ext. 1241
Fax : 0-2629-4488