subscribe สารบัญ/Magazine Content Index Latest Cover
Welcome to Positioning Magazine : Submit PR Newssubmit PR News RSSRSS Advertisingadvertise Contactcontact
Search

Photoes
"สยามทูยู ต้องการที่จะโตแบบก้าวกระโดด"
Innovative Collaboration = กุญแจความสำเร็จของ SCG Chemicals
Innovative Collaboration = กุญแจความสำเร็จของ SCG Chemicals
บรรจุภัณฑ์ถือเป็นอีกส่วนสำคัญของสินค้า แม้ว่าลูกค้าอาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์โดยตรงจากหีบห่อบรรจุภัณฑ์ นอกจากความสะดวกในการหยิบจับและขนส่งแล้ว บรรจุภัณฑ์ยังช่วยเก็บรักษาสินค้าให้อยู่ในสภาพดี สามารถยืดอายุและถนอมสินค้าประเภทอาหารได้ด้วย
read more

“สาขาเฉิงตู” จิ๊กซอว์ตัวที่ 2 ในแดนมังกรของ KBank
“สาขาเฉิงตู” จิ๊กซอว์ตัวที่ 2 ในแดนมังกรของ KBank
การปักธงใน “ตลาดการเงินจีน” นับเป็นวิสัยทัศน์ผสมความฝันของผู้บริหารสูงสุดของธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank มานานกว่า 10 ปี แต่ดูเหมือนจะยิ่งเข้มข้นมากขึ้น เมื่อพลวัตรของโลกเศรษฐกิจยุคใหม่นี้กลับมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่โลกตะวันออก โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
read more
กลยุทธ์การแข่งขันธุรกิจชาเขียวแบบ (Red Ocean) “ใครดีใครอยู่”
กลยุทธ์การแข่งขันธุรกิจชาเขียวแบบ (Red Ocean) “ใครดีใครอยู่” “การใช้กลยุทธ์แบบแจกกันทุกนาที และเป็นกิจกรรมกระหน่ำ ซึ่งเราจะเห็นในยุคที่ทองคำเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ดังนั้นกิจกรรมแบบนี้จึงเป็น Tool ที่ใช้ได้ผลของ Promotion Mix” read more

Ford เทสต์ ไดรฟ์ ด้วย AR
Ford เทสต์ ไดรฟ์ ด้วย AR ฟอร์ดชูเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่ที่เรียกว่า Smart Feature ในรถฟอร์ด โฟกัส ด้วยการติดตั้ง AR สมมุติเหตุการณ์จำลองการขับรถแบบ 360 องศา ให้ผู้เล่นต้องชี้ฟีเจอร์ของรถฟอร์ด โฟกัส โดยดาวน์โหลดแอปฯ ผ่านสมาร์ทโฟนระบบ iOS แล้วถ้าหากว่าผู้เล่นทำตามคำสั่งต่างๆ ได้ครบก็จะอันล็อกฟีเจอร์ในแอปฯ ที่ดาวน์โหลดไป ใครปลอดล็อกได้ก่อน ก็แลกตั๋วหนังเป็นรางวัล read more

เบอร์ดี้ 20 ปี อยากได้ลูกค้าเด็กลง
เบอร์ดี้ 20 ปี อยากได้ลูกค้าเด็กลง โจทย์ของเบอร์ดี้ในวาระที่แบรนด์ครบรอบ 20 ปีในประเทศไทย ก็คือ 1.ขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคน 60% ที่ยังไม่กินกาแฟพร้อมดื่ม 2.ลูกค้าของเบอร์ดี้ 80% เป็นคนอายุ 40 ปีขึ้นไป และนับวันคนกลุ่มนี้ก็จะมีอายุมากขึ้น เบอร์ดี้จึงต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อยลง read more
Exclusive
"สยามทูยู ต้องการที่จะโตแบบก้าวกระโดด"     
กองบรรณาธิการ Positioning Magazine กรกฎาคม 2548 Print
Added on: 29/7/2548

"สยามทูยู ต้องการที่จะโตแบบก้าวกระโดด"
"หลังจากที่สยามทูยูเข้าจดทะเบียนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai ทำให้บริษัทมีงานมากขึ้น ในขณะที่แบรนด์ของสยามทูยูก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น" คำยืนยันของ แสตลเบอร์ก นิคลาส จอห์น แอสซ่าร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามทูยู จำกัด (มหาชน)

เขากล่าวว่า ก่อนที่สยามทูยูจะเข้าตลาด mai จะมุ่งเป้าหมายระยะสั้นและมุ่งเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยกระดับของบริษัท ที่สำคัญการทำงานโดยมีเป้าหมายจะเป็นระยะยาวยาวมากขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งอัตราการเติบโตของผลการดำเนินงาน

"เราอยากให้สยามทูยูเติบโตเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่พอที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) นั่นหมายถึงต้องมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เราคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ แต่ถึงวันนั้นเราก็จะมาดูอีกทีถึงความเหมาะสมในการย้ายตลาด"

ภาพหลังที่เข้า mai ทางนิคลาสได้มีการพูดคุยกับผู้จัดการ mai วิเชฐ ตันติวานิช และคณะผู้บริหารบริษัทรายอื่นที่จดทะเบียนใน mai ผ่าน "แฟนซีคลับ" มีความประทับใจ ในกระบวนความคิด วิธีการของบริษัทฯ

จุดแข็งสำหรับสยามทูยูที่มีต่อนักลงทุน คือ สยามทูยูดำเนินธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตที่สูง มีโอกาสดี ทั้งฐานลูกค้า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ปัจจุบันภาพของสยามทูยูยังเล็กอยู่ ซึ่งปีที่แล้วกำไร 27 ล้าน ดังนั้นอัตราการเติบโตยังมีอีกมาก คนที่อยากจะลงทุนกับบริษัทที่ลงทุนแล้วหวังผลอัตราการเติบโต ก็น่าจะลองมองสยามทูยู

รายได้ของเราในปี 2002 มี 26 ล้าน ปี 2003 มี 85 ล้าน ปี 2004 มี 120 ล้าน ปี 2005 คาดว่า ที่ 177 ล้านบาท ราคาหุ้น IPO 7 บาท แต่ปัจจุบันเคลื่อนไหวในระดับราคา 4-5 บาท ตรงนี้นิคลาสมองว่า เพราะได้รับอิทธิพลจากภาวะตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลง

ประการที่สองคือในระยะใกล้ๆ ที่ผ่านมานี้ หุ้นในกลุ่มสื่อสารไม่ค่อยดีเท่าไร เนื่องจากอุตสาหกรรมมีการแข่งขันที่สูง ก็สะท้อนมายังเราด้วย ทั้งที่จริงเราก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องอะไร ประการที่สาม ราคาหุ้นของสยามทูยูในปัจจุบันก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำ เพราะค่า P/E ratio ของหุ้นสยามทูยูอยู่เพียงแค่ 6.8 เท่า

"เราคิดว่าในอีก 1-3 ปี ราคาหุ้นสยามทูยูจะมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้อีกมากตามผลประกอบการของบริษัทที่จะเพิ่มขึ้น"

เป้าหมาย 3 ปี ของสยามทูยู ต้องการที่จะโตแบบก้าวกระโดด ทั้งในเรื่องของผลประกอบการ

มุมมองเรื่องเกี่ยวกับตลาด mai ซึ่งดูจะได้รับความสนใจน้อยจากนักลงทุนนั้น นิคลาสมองว่า ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะหุ้น mai ตามความหมายของคนหรือนักลงทุน คือเป็นบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะถูกมองว่ามีความเสี่ยงกว่าใน SET แต่เรื่องเหล่านี้กำลังจะถูกแก้ไข เพราะในความเป็นจริงบริษัทที่จดทะเบียนใน mai มีผลประกอบการที่เติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังจากการที่เราเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ทำให้เรามีงานเข้ามามากขึ้น ดังนั้นทางบริษัทได้รับพนักงานเข้ามาใหม่อีก 50% ขณะเดียวกันภายหลังบริษัทได้มีการวางตัวผู้บริหารระดับสูงในสายงานต่างๆ ขึ้นมาใหม่ แบ่งเป็น 6 ทีม เพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัทในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงมีไม่มาก

ภาพลักษณ์ ตราสินค้าของบริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าองค์กร คือ อินดัสทีฟ โชลูชั่น แต่ถามว่า การแข่งขันธุรกิจการให้บริการเสริม มองว่า ปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างสูงกว่าอดีต เนื่องจากมีคู่แข่งรายใหม่เกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทจะต้องปรับตัว สร้างสรรค์ และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อรับมือกับการแข่งขัน

สิ่งที่สุปรัชญ์ฝากถึงบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่ ที่เป็นบริษัทขนาดเล็ก นิคลาส บอกว่า "เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเข้าตลาดฯ คุณก็ต้องมีการจัดสรรเวลา และไม่ลืมทำงานเพื่อสร้างผลประกอบการที่ดี ซึ่งจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนมองเห็น ซึ่งจะต้องดี"

กับเรื่องการประชาสัมพันธ์นั้น การเลือกบริษัทประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ

ประวัติหุ้น สยาม ทู ยู

บริษัท สยามทูยู จำกัด (มหาชน) ตามหนังสือชี้ชวนระบุว่า ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการสื่อสารข้อมูลผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต และสื่อไร้สาย จดทะเบียนก่อตั้งกิจการเมื่อวันที่ 21 กรฎาคม 2542 โดย สุปรัชญ์ ศรีผดุง และ แสตลเบอร์ก นิคลาส จอห์น แอสซ่าร์ มีวัตถุประสงค์ในการให้บริการข้อมูลสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ และใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

ปัจจุบัน สุปรัชญ์ ศรีผดุง ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ในขณะที่แสตลเบอร์ก นิคลาส จอห์น แอสซ่าร์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2546 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 40.93 ล้านบาท เป็นทุนชำระแล้ว 30.70 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 30.70 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้แก่ กลุ่มตระกูลศรีผดุง ถือหุ้นร้อยละ 54.31 ของทุนชำระแล้ว ทรานส์แพค นอมินีส์ พีทีอี ลิมิเต็ด ถือหุ้นร้อยละ 19.84 และแบงก์บอสตัน อินเวสเมนท์ สหรัฐอเมริกา ถือหุ้นร้อยละ 13.22 บริษัทดำเนินธุรกิจสามประเภทได้แก่

- ธุรกิจบริการเสริมสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (Wireless Value Added Service : VAS)
- ธุรกิจบริการคำปรึกษาและพัฒนาผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตและสื่อไร้สาย (Interactive Solutions)
- ธุรกิจสื่อดิจิตอล (Digital Media)

บริษัทเปิดเว็บไซต์ www.siam2you.com เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และลงโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของลูกค้า และเว็บไซต์ wap.siam2you.com สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต่อมาบริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสจากการเพิ่มจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย จึงได้ขยายการดำเนินธุรกิจ โดยเปิดให้บริการเสริมสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2544 เป็นต้นมา โดยร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) และบริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ จำกัด (ORANGE) ปัจจุบันบริการเสริมสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่จัดเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ที่สร้างรายได้คิดเป็นร้อยละ 83.92 ของรายได้จากการให้บริการรวมในปี 2546 และร้อยละ 87.82 ของรายได้จากการให้บริการรวมในปี 2547

บริการเสริมดังกล่าว ประกอบด้วย การให้บริการส่งข้อมูลบริการเสริมแบบพื้นฐาน (Basic Content) ข้อความ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโมโนโฟนิค และรูปขาวดำ

การให้บริการส่งข้อมูลบริการเสริมแบบพิเศษ (Premium Content) เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโพลีโฟนิค รูปภาพสี และเกมแอพพลิเคชั่น

นอกจากนี้บริษัทให้บริการคำปรึกษาและพัฒนาผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต และสื่อไร้สายให้กับลูกค้าทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อสร้างช่องทางให้กับลูกค้าสามารถติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต และสื่อไร้สายได้อีกทางหนึ่ง เช่นการนำเสนอรายละเอียดของสินค้า และบริการที่ลูกค้าจำหน่าย การจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น

ข้อมูลหุ้น

ชื่อบริษัท บริษัท สยาม ทู ยู จำกัด (มหาชน)
ชื่อย่อในการซื้อขาย S2Y
หมวดอุตสาหกรรม mai
จำนวนหุ้นที่เสนอขาย 13,688,900
มูลค่าที่ตราไว้ 1.00
ที่ปรึกษาทางการเงิน บจก. เซจ แคปปิตอล
วันจองซื้อ 20-22 เม.ย. 2548
ราคาเสนอขาย 7.00
วันเริ่มซื้อขายในตลาด 4 พ.ค. 2548

blog comments powered by Disqus