กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อมากที่สุดในยุคนี้เป็นที่รู้กันดีว่า คือกลุ่ม Generation X ที่ทั้งรายได้หน้าที่การงานมั่นคงและมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอย จึงเป็นกลุ่มที่นักการตลาดทุกคนอยากได้มาครอบครอง แน่นอนโจทย์แรกคือคุณต้องทำความรู้จักพวกเขาเหล่านี้ให้ลึกที่สุด
| ใครคือ
Gen X (Extraordinary Generation) |
| จากการพรีเซนต์ของกลุ่มนักศึกษาปริญญาโท
ภาควิชาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ
มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับ Gen X
ได้บทสรุปดังนี้ |
| อายุ |
คือคนที่เกิดปี 2507-2518
หรืออายุในช่วง 37-48 ปี เป็นคนระหว่าง GenY ที่เกิดพ.ศ.2519-2534 และ
BabyBoom เกิด พ.ศ.2495-2506 |
| ชื่อเรียกอื่น |
Yuppie-Zippe/Xers/Generation Bof |
| กิจกรรมวัยเด็ก |
เล่นตุ๊กตากระดาษ โดดยาง เป่ากบ
ขี่จักรยาน |
| บันเทิง |
ดนตรี
ก็ฟังสาวสาวสาว-รักคือฝันไป/ ชาตรี –จากไปลอนดอน แฟนฉัน
สวัสดีคุณครู/อินโซเซนส์-รักไม่รู้ดับ /นูโว/ไมโคร
ส่วนหนัง
ก็ดุบุญชู/กลิ่มสีและกาวแป้ง/น้ำพุ โรงหนังก็ไปลิโด้ สกาล่า
สำหรับละคร
ก็ดูคู่กรรม/ซีรีส์ สามหนุ่ม สามมุม
อิทธิพลจากต่างชาติจะเป็นหนังจีน กระบี่ไร้เทียมทาน มังกรหยก |
| ประสบการณ์ร่วม |
ม็อบมือถือ
พฤษภาทมิฬ/วิกฤตต้มยำกุ้ง |
| คนดังใน GenX |
ในไทยในหลายวงการ เช่นอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สรยุทธ
สุทัศนะจินดา บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ธนา เธียรอัจฉริยะ โหน่ง
วงศ์ทนง
ชัยณรงค์สิงห์ เป็นต้น ในต่างประเทศ เช่น แลร์รี่ เพจ
ผู้ก่อตั้งกูเกิล
เดวิด คาเมรอน นายกรัฐนตรี อังกฤษ |
| จำนวน |
ในประเทศไทยมี Gen X อยู่ 12.7
ล้านคน Gen Y 14.9 ล้านคน BabyBoom 9.9 ล้านคน |
บุคคลิกของชาว
Gen X
|
มีอิสระทางความคิด
ไม่ชอบรูปแบบทางการ ของ่าย ๆ สบาย ๆ
สร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน มีความกระหายในความสำเร็จ
และมีความรับผิดชอบสูง |
นี่คือตัวตนที่บอกได้ว่าหากแบรนด์ใดต้องการทำตลาดกับกลุ่มนี้ สามารถคุยเรื่องที่เขาเคยมีประสบการณ์ เรื่องที่เคยมีความประทับใจในอดีต และตรงกับบุคคลิกของพวกเขาแล้ว แคมเปญก็จะเปรี้ยงได้ไม่ยาก เหมือนอย่างที่หนังเรื่อง”แฟนฉัน” เคยทำสำเร็จมาด้วยการสัมผัสที่วัยเด็กกลุ่มนี้ หรืออย่างแคมเปญของทีวีซีกับเพลงไม่รู้ดับ จนทำให้แบรนด์ถูกใจ Gen X ในช่วงเวลานั้น
ทั้งนี้จากการสำรวจลึกลงไปอีก โดยการวิจัยเชิงปริมาณ 420 คน การสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก การวิจัยเชิงคุณภาพ สัมภาษณ์เชิงลึก 20 คน และสนทนากลุ่ม 4 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน พบข้อมูล ที่เด่นชัดคือ Gen X เป็นโสดกันมาก และมีรายได้สูง โดยเฉลี่ยต่อเดือนต่อคน 50,000 บาท
| การศึกษา |
| ปริญญาตรี
หรือเทียบเท่า |
52% |
| ปริญญาโท |
37% |
| สูงกว่าปริญญาโท |
5% |
| ต่ำกว่าปริญญาตรี |
6% |
| ที่พักอาศัยของ
Gen X |
| อยู่บ้านเดี่ยว |
56%
|
ทาวน์โฮม
|
18%
|
คอนโดมีเนียม
|
14%
|
อาคารพาณิชย์
|
8%
|
อื่น ๆ
|
4%
|
คนที่เป็นเลือกเป็นโสดมีเหตุผลคือยังไม่เจอคนที่ถูกใจ และยังไม่พร้อม อีกกลุ่มคือกลุ่มคู่ที่ไม่มีบุตร แม้จะน้อยกว่าคู่แต่งงานที่มีบุตร แต่กลุ่มนี้ที่เรียกว่า Dual Income no kids ก็เป็นที่สนใจของสินค้าต่าง ๆ
อย่างเช่น คอนโดมีเนียมที่นอกจากเป็นที่ต้องการของคนโสดแล้ว ยังต้องเอาใจคนคู่ เช่น ของเอพีที่ดีไซน์ห้องน้ำสำหรับการใช้งานได้พร้อมกันสองคน เพราะเข้าใจว่าชีวิตของคนคู่ต้องเร่งรีบเพื่อไปทำงานเหมือนกัน
สถานภาพ
|
โสด
|
47%
|
แต่งงานมีบุตร
|
37%
|
แต่งงานไม่มีบุตร
|
12%
|
หย่าร้าง
|
5%
|
| ถามความเห็นเกี่ยวกับสถานภาพ |
76.2%
|
บอกว่าคนยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องแต่งงาน
|
68.1%
|
บอกว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องที่ที่สามารถคุยกันได้อย่างเปิดเผย
|
62.1%
|
บอกว่าการอยู่ก่อนแต่งเป็นเรื่องปกติ
|
ความเห็นเกี่ยวกับลูก
|
91%
|
ให้อิสระในการวางแผนชีวิตของลูก
|
64.5%
|
บอกว่าลูกไม่ได้แสดงความสมบูรณ์ของครอบครัว
|
60.2%
|
บอกว่ารับได้ถ้าลูกเบี่ยงเบนทางเพศ
|
เน้นชีวิตสะดวก โชว์สถานะ และดูดี
Gen X พร้อมจับจ่ายใช้สอยเพื่อความสะดวกสบายในชีวิต และที่น่าสนใจคือการซื้อเพื่อแสดงสถานะทางสังคม การดูแลตัวเองอย่างเต็มที่เพื่อให้ดูดี แม้กลุ่มนี้ยังรู้จักการเก็บออม เพราะมีประสบการณ์เรื่องวิกฤตเศรษฐกิจมาก่อนก็ตาม
| 5
อันดับค่าใช้จ่ายสูงสุด |
1.
|
ผ่อนบ้านรถ |
2.
|
ค่าอาหาร |
3.
|
ของใช้ในบ้าน |
4.
|
เดินทาง |
5.
|
สังสรรค์ |
| 5
ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดูแลตัวเอง |
1.
|
ครีมกันแดด |
2.
|
ครีมลดเลือนริ้วรอย |
3.
|
วิตามิน อาหารเสริม |
4.
|
ครีมเพื่อผิวกระจ่างใส |
5.
|
ครีมเพื่อผิวกระจ่างใส |
| ย้ำเพิ่มด้วยว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชายเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่
39% บอกว่าไม่ แต่ 61% บอกว่าจำเป็น |
| 5
อันดับของแพงที่ซื้อ |
| โน้ตบุ๊ก |
21.9% |
| นาฬิกา |
16.9% |
| เฟอร์นิเจอร์ |
13.8% |
| เครื่องประดับ
|
12.4% |
Gen X กับการตัดสินใจซื้อ
จากผลวิจัย พบว่า Gen X มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แม้จะบริโภคสื่อมาก คุยกับเพื่อนมาก แต่สุดท้าย Gen X คือผู้ที่ฟังตัวเองมากที่สุด ถึง70% รองลงมาคือครอบครัว เพื่อนและผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับสื่อที่ Gen X รับมากที่สุดคือทีวี แต่อินเทอร์เน็ตก็มากตามมา เพราะส่วนใหญ่แล้วเมื่อดูสินค้าบริการจากทีวีแล้ว จะค้นหาข้อมูลที่อินเทอร์เน็ตต่อ
| ทีวี |
67.8% |
| อินเทอร์เน็ต |
25.5% |
| หนังสือพิมพ์ |
3.6% |
| นิตยสาร |
1.7% |
แกะรอย AIOP
AIOP คือกิจกรรม Activity ความสนใจ Interest มุมมอง Opinion ที่นำมาสู่การตัดสินใจซื้อ Purchase Decision ที่พบว่า Gen X มีกิจกรรมเล่นอินเทอร์เน็ต ดาวน์โหลดหนัง เพลง แอพพลิเคชั่นมาใช้ และจำนวนมากยังคงมีการทำกิจกรรมกับครอบครัว ที่บ้าน สังสรรค์กับเพื่อน รวมไปถึงการอ่านหนังสือธรรมะ และเข้าวัด
กิจกรรมเหล่านั้นสะท้อนความสนใจที่เน้นว่ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญทั้งงานและครอบครัวแบบ Work-Life Balance จำนวนมากกว่าครึ่งที่สนใจในเรื่องเกี่ยวกับการบริจาค สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงสนใจสินค้าที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ วางแผนการเงิน และตรวจสุขภาพเป็นประจำ
| 86.4% |
บอกว่ายอมจ่ายแพงเพื่อได้สินค้าและบริการดีกว่า
|
| 47.2% |
บอกว่าสินค้าที่มีสิทธิพิเศษเฉพาะบุคคล
ทำให้รู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ |
| 83%
|
บอกว่าจะร้องเรียนสินค้าและบริการไม่ดี
เพื่อส่วนรวม |
| 17% |
บอกว่าไม่ร้องเรียนแต่จำและพร้อมจะเปลี่ยนแบรนด์ได้ตลอดเวลา |
ในแง่ 4P แล้ว Product ต้องเน้นทั้งการใช้งานและดีไซน์ที่โดน ๆ ไม่เหมือนใคร
Price สามารถตั้งราคาสูงได้ถ้าสามารถแสดงภาพลักษณ์ได้ Place ในกลุ่มสินค้าที่เป็น Low Involvement สินค้าทั่ว ๆ ไป ใช้ในชีวิตประจำวัน กลุ่มนี้ก็ซื้อตามไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อได้ แต่ถ้าเป็น High ก็จะไปช้อปของแบรนด์นั้นๆ ส่วน Promotiom การลดราคามีผลกับสินค้าทั่วไป ส่วนการสื่อสารอย่างทีวีซีก็ต้องเน้นเรื่องอารมณ์ และชัดเจนก็จะได้ผลอย่างเช่น เห็นผลใน 7 วัน เป็นต้น
จากความสนใจ กิจกรรมและทัศนคติต่าง ๆ นั้น นำมาสู่การตัดสินใจซื้อหรือPurchase Decisionที่สนใจคือหากคุณจะอัดโปรโมชั่น หรือพรีเซนเตอร์เพื่อดึงกลุ่มนี้คงต้องคิดให้รอบคอบ
| เหตุผลในการซื้อสินค้าราคาแพง |
| คุณภาพ |
80% |
| ความสวยงาม |
12% |
| คนใกล้ชิด |
8% |
| ผู้เชี่ยวชาญ |
2% |
| โปรโมชั่น |
2% |
| เหตุผลในการซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน |
คุณภาพ
|
80%
|
โปรโมชั่น
|
17%
|
ความสวยงาม
|
3%
|
คนใกล้ชิด
|
1%
|
ผู้เชี่ยวชาญ
|
1%
|
| ความซื่อสัตย์กับแบรนด์ |
| 64.8% |
บอกว่าถ้าสินค้าที่ใช้ประจำหมด
จะไม่เลือกแบรนด์ทันทีทันใด |
| 34.8% |
บอกว่าซื้อแบรนด์อื่นเพื่อทดลองใช้ดู |
| ”อารมณ์”
กับการตัดสินใจซื้อ |
| 51.9% |
บอกว่าตัดสินใจซือเพราะชอบมากกว่าจำเป็น |
21.2%
|
พรีเซนเตอร์มีส่วนช่วยในการตัดสินใจซื้อ
ที่เหลือบอกไม่ช่วย เพราะแค่ดึงความสนใจ |
“ตัวอย่าง”การแจกที่ต้องคิดใหม่
การแจกตัวอย่างสินค้าหรือ Sample กับ Gen X มีข้อมุลที่สนใจว่าการแจกนั้นอาจสูญเปล่า และถ้าแค่ชงชิม ก็ไร้ผล
+
| 58.3% |
บอกว่าไม่ลองใช้สินค้าตัวอย่างที่ได้รับแจกมา
ถ้าเป็นแบรนด์ที่ไม่รู้จัก |
| 41.7% |
ซื้อสินค้าหลังได้รับแจกถ้าที่แบรนด์นั้นเป็นที่รู้จัก |
| 66.4% |
ไม่สนใจหรือไม่ทดลองสินค้าตัวอย่างที่เป็นแบบชงชิม |